ไม่มีศีลมีธรรมก็เท่ากับสัตว์
วันที่ 10 สิงหาคม 2550 เวลา 14:00 น. ความยาว 30 นาที
สถานที่ : ที่ว่าการอำเภอคำม่วง กาฬสินธุ์
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :
ข้อมูลเสียงแบบ(Win)   ข้อมูลเสียงแบบ(MP3)

เทศน์อบรมฆราวาส

ณ ที่ว่าการอำเภอคำม่วง จังหวัดกาฬสินธุ์

เมื่อบ่ายวันที่ ๑๐ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๕๐

ไม่มีศีลมีธรรมก็เท่ากับสัตว์

ศาลานี้หนึ่งหลัง ดูว่าแปดล้าน ว่างั้นนะ แล้ววันนี้เสร็จเรียบร้อยแล้ว จะทำพิธีเปิดศาลาหลังนี้ ให้ท่านได้ทำการทำงาน เพื่อส่วนรวมในเขตอำเภอคำม่วงของเรา แล้วก็เชื้อเชิญบรรดาพี่น้องทั้งหลาย มาอนุโมทนาสาธุการ ฟังเทศน์ฟังธรรม ทอดผ้าป่าสละทำบุญให้ทาน เพื่อการกุศลแก่ชาติไทยของเรา เพราะเมืองไทยของเราเป็นเมืองพุทธหนีจากบุญจากกรรมไปไม่ได้ ไปที่ไหน ต้องมีบุญติดตัว มีธรรมติดตัว มีวัดติดบ้านติดเรือน

เห็นไหมนี่พระ ท่านนั่งเต็มอยู่นี่ พระนี้มาจากบ้านต่างๆ ที่ท่านทั้งหลายปลูกบ้านสร้างเรือนขึ้นแล้วก็มีวัดมีวาขึ้นมา เพื่อเป็นความอบอุ่นแก่พี่น้องทั้งหลาย พระท่านก็ตั้งใจปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ โยมก็ตั้งหน้าตั้งตาประพฤติปฏิบัติตัวเป็นพลเมืองดี ไม่ดื้อดึงฝ่าฝืนอรรถธรรม ที่เป็นคำสอนด้วยความถูกต้องดีงามของพระพุทธเจ้า ให้พากันนำไปปฏิบัติ

พระอยู่ในวัด นอกวัด ในวัด เพศของพระเป็นเพศที่เลิศเลอชุ่มเย็นอยู่แล้วในตัวของเรานับตั้งแต่วันบวช มีศีล ๒๒๗ เป็นอย่างน้อย เต็มอยู่ในร่างกายจิตใจวาจา กิริยาอาการความประพฤติ หรือความเคลื่อนไหวไปมาต่างๆ เต็มด้วยกิริยาของพระที่ชุ่มเย็นไปตามอรรถตามธรรมวินัย ประชาชนมองเห็นพระก็ชุ่มเย็นในใจ พระมองดูตัวเองก็หาข้อตำหนิไม่ได้ เรื่องศีลเรื่องธรรมรักษามาตั้งแต่วันบวช ไม่มีด่างพร้อยทะลุ บรรดาศีลข้อใดก็ตาม ตั้งหน้าตั้งตาปฏิบัติ พระก็ชุ่มเย็น อยู่ในวัดในวาก็สร้างแต่บุญแต่กุศล รักษาธรรมรักษาวินัย ตามเสด็จพระพุทธเจ้าด้วยการประพฤติปฏิบัติหลักธรรมหลักวินัยได้ดี

นี่ละผู้ติดตามพระพุทธเจ้า ผู้ตามเสด็จพระพุทธเจ้าอย่างแท้จริง ก็คือผู้ปฏิบัติตามหลักธรรมหลักวินัย ที่พระพุทธเจ้าทรงสั่งสอนไว้เรียบร้อยแล้ว ดังที่ท่านประทานพระโอวาทแก่พระอานนท์ ซึ่งเวลานั้นพระอานนท์เข้าไปทูลอาราธนาท่านว่า ขอให้พระองค์ทรงพระชนมายุอยู่หลายร้อยปี เป็นเวลานานๆ พระองค์ ถ้าพูดภาษาของเราก็เรียกว่า ดุเอาบ้าง อ้าว อานนท์ จะมาหวังอะไรกับเรา อรรถธรรมทั้งหลายเราสอนมาแล้วตั้งแต่วันตรัสรู้จนกระทั่งถึงบัดนี้แล้วนานสักเท่าไร ธรรมทั้งหมดเราแนะนำสั่งสอนไว้เรียบร้อยแล้ว ตัวเราก็เป็นแต่เพียงเรือนร่าง ร่างกระดูกก็เหมือนท่านทั้งหลายนั้นเอง และเหมือนโลกทั่วๆ ไป จะมาหวังอะไรจากเรา ท่านทั้งหลายให้หวังอรรถหวังธรรมที่เราสอนนั้น เป็นที่พึ่ง ที่ยึด ที่นับถือ เป็นศาสดาแทนเราตถาคต คือ ธรรมและวินัยนี้แลเป็นศาสดาแทนเราตถาคต ขอให้ท่านทั้งหลายยึดถือหลักธรรมหลักวินัยนี้ไว้ให้ดี จะเท่ากับตามเสด็จพระพุทธเจ้าทุกฝีก้าว ไม่ห่างเหินจากพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์นี้ไปเลย พระองค์สั่งเสียอย่างนี้

ทีนี้พวกเราเป็นลูกชาวพุทธเป็นยังไง ได้ตามเสด็จพระพุทธเจ้าอย่างไรหรือไม่ พระก็ตั้งใจปฏิบัติดีตามหลักธรรมหลักวินัย ก็เท่ากับตามเสด็จพระพุทธเจ้า บรรดาประชาชนก็ประพฤติปฏิบัติดี เป็นพลเมืองดีก็เท่ากับตามหลังพระสงฆ์ทั้งหลายไปเฝ้าพระพุทธเจ้านั้นแล นี่แหละเป็นมงคล

วันนี้เป็นวันฉลองการกุศลของเรา ที่สละสมบัติออกสร้างเป็นประโยชน์ส่วนรวม มีศาลาหรือที่ว่าการอำเภอหลังนี้เรียบร้อยขึ้นมาแล้ว วันนี้เป็นการฉลองความสำเร็จของพวกเรา และได้บริจาคทานทำบุญกุศลในแง่ต่างๆ ตามแต่อัธยาศัยที่มา นับว่าเป็นมงคลอันสูงสุดแก่พี่น้องทั้งหลาย ต่อไปก็ให้ปฏิบัติตัวให้เป็นคนดี

คำว่ามนุษย์เราๆ นี้ดีอยู่ที่ศีลที่ธรรม ไม่ได้ดีอยู่กับรูปร่างกลางตัว จะถืออำนาจบาตรหลวงว่า เราเป็นมนุษย์มีศักดิ์ศรีดีงามสูงกว่าสัตว์ไม่ได้ ถ้าปฏิบัติตัวไม่ดีแล้ว เลวกว่าสัตว์ก็มีมากมายก่ายกอง เพราะปฏิบัติตัวเหลวแหลกแหวกแนว ไม่คำนึงถึงศีลถึงธรรมประจำชาติมนุษย์เลย คนเช่นนี้เรียกว่า คนหมดค่าหมดราคา เราที่เป็นมนุษย์ให้มีค่ามีราคาอยู่กับตัวของเรา มีความละอายบาป

การสร้างตัวเองให้เป็นคนดี การประพฤติตัวให้เป็นคนดี อย่าทำตามความชอบใจซึ่งเป็นเรื่องของกิเลส มักจะฉุดลากคนให้ลงสู่ทางต่ำ ด้วยความประพฤติต่ำช้าเลวทรามเสมอไป ส่วนธรรมฉุดลากให้ขึ้นที่สูง พ้นจากมลทินบาปกรรมทั้งหลายความสกปรกโสมม ให้พ้นไปโดยลำดับ ด้วยการประพฤติปฏิบัติตัวเป็นคนดี

จึงขอให้พี่น้องทั้งหลายประพฤติปฏิบัติตัวเป็นคนดี มนุษย์เราจะมีค่ามีราคา มีอยู่ที่ศีลธรรม ไม่ได้มีอยู่ที่รูปร่างกลางตัว เครื่องตกแต่งสดสวยงดงามประการใดก็ตาม อันนั้นเป็นเครื่องประดับเฉยๆ ตึกรามบ้านช่องจะมีกี่ห้องกี่หับกี่ชั้นก็ตาม ถ้ามนุษย์ไม่ดีแล้ว กับมนุษย์ผู้เลวไปอยู่ในสถานที่นั่น เหมือนกับนักโทษเข้าไปอยู่ในเรือนจำ จะมีกี่ชั้นหรือเหมือนกับคนไข้ไปอยู่ในโรงพยาบาล มีกี่ชั้นก็ไปครวญครางด้วยความทุกข์ของตนอยู่นั้นแหละ

ถ้าเรามีศีลมีธรรม อยู่ที่ไหนเราก็สะดวกสบาย อยู่กระต๊อบกระแต๊บที่ไหนอยู่ได้ สำหรับเรือนร่างของเรา ไม่ใช่เป็นของวิเศษวิโสอะไร ดูเรือนร่างของเราทุกคนๆ มีแต่ของสกปรกโสมม ได้ปิดปังหุ้มห่อเอาไว้ด้วยเสื้อด้วยผ้า เครื่องนุ่งห่มใช้สอยต่างๆ เอามาปกปิดสิ่งสกปรกภายในร่างกายของเรานี้ไว้ ไม่ใช่เป็นของวิเศษวิโสอะไร จึงอย่าพากันตื่นเต้น หาเครื่องมาประดับศพคนเป็น คือตัวของเรา ตัวของเรานี้เป็นตัวสกปรกมากที่สุด อะไรเข้ามาเกี่ยวข้องในร่างกายของเรานี้ เป็นเสื้อเป็นผ้า เป็นบ้านเป็นเรือน ต้องได้ซักได้ฟอกได้เช็ดได้ถูทำความสะอาดตลอดเวลา เพราะตัวของเรานี้เป็นตัวสกปรก จึงต้องได้ชะได้ล้าง อะไรที่มาเกี่ยวกับมนุษย์แล้ว ต้องได้ชะได้ล้าง สิ่งเหล่านั้นเขาอยู่ตามธรรมชาติของเขา เขาไม่ได้สกปรก แต่พอมาคละเคล้ากับมนุษย์นี้แล้ว เป็นของสกปรกไปหมด

มนุษย์เรานี้เป็นของสกปรก ในร่างกายของเราเป็นอย่างนี้ด้วยกันทุกคน ถึงจะตกแต่งให้สดสวยงดงามก็มีแต่เครื่องประดับภายนอก เรียกว่าเอาเครื่องประดับโลงผีดิบเท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นโลงผีดิบให้มีคุณค่า ที่ยังไม่ตายนี้ ให้มีศีลมีธรรมประจำตัว อยู่ที่ไหนน่ากราบไหว้บูชาเคารพนับถือ นี่เรียกว่ามนุษย์ที่เป็นคนดี มีศีลธรรมประจำตัว ถ้าผู้ใดไม่มีศีลธรรมประจำตัว เลว คนนั้นยังเหลือแต่ชีวิตลมหายใจ ตายแล้วก็จมไปเลย ลงนรกหลุมไหนก็ไม่ทราบได้ละ เพราะมันลงอย่างรวดเร็ว นับไม่ทันมองไม่ทัน แต่จะไปสวรรค์ พรหมโลก นิพพานนี้ไปได้ยาก ก็มันไม่อยากทำความดีความงามทั้งหลายพอจะไปสวรรค์นิพพานได้

จึงขอให้พี่น้องทั้งหลายรู้ตัวเสียตั้งแต่บัดนี้ ที่เรายังไม่ตาย ตายแล้วไม่มีปัญหาอะไรละ ตายแล้วหมดลมหายใจ เน่าเฟะอยู่ในหีบในศพนั้นแหละ เวลามีชีวิตอยู่นี้ ถึงร่างกายมันจะเน่าเฟะอยู่ภายใน แต่จิตใจของเรามีความดีงาม สร้างบุญสร้างกุศล ก็เป็นเครื่องกลบสิ่งเน่าเฟะทั้งหลายนี้ให้เป็นของหอมหวนทวนลมไปได้นะ 

คนดีนี้หอมทวนลม สีลคนฺโธ อนุตฺตโร คนที่มีศีลมีธรรมแล้วหอมหวนไปได้ทุกทิศทุกทาง ถ้าคนไม่มีศีลมีแต่ความสกปรกโสมม ก็ทวนลมอีกเหมือนกัน เหม็นคลุ้งไปหมดทั่วโลกดินแดน คนที่สกปรกไปอยู่ที่ไหนเหมือนคนตาย หามไปที่ไหน เน่าเฟะๆ เหม็นคลุ้งไปที่นั่น นั่นผิดกันกับคนที่ยังไม่ตายแต่เน่าเฟะด้วยความประพฤติ ไม่มีความดีงามติดตัวเลย แบบนี้เรียกว่า เป็นคนไม่มีค่า ไม่มีราคา

จึงขอให้พี่น้องทั้งหลายระลึกถึงศีลถึงธรรม ธรรมนี้ใครเป็นคนมาสอน ตาสีตาสา หูหนวกตาบอดมาสอนได้ยังไง ไม่มีใครมาสอนได้ นอกจากพระพุทธเจ้าผู้ทรงไว้แล้วซึ่งโลกวิทู รู้แจ้งเห็นจริงโลกทุกสัดทุกส่วน โลกผีโลกคน โลกมนุษย์เทวดา อินทร์ พรหม โลกเปรต โลกผี รู้ได้หมด นำธรรมมาสอนโลก ตามหลักความเป็นจริงแห่งสิ่งทั้งหลายที่มีอยู่เหล่านั้นทั้งดีทั้งชั่ว อันใดที่ไม่ดีก็สอนให้ละ อันใดที่ดีก็สอนให้ประกอบให้ดีขึ้นเป็นลำดับ คนนั้นก็จะเป็นคนดีขึ้นๆ

เวลาตายลงไปแล้วจิตใจนี้ไม่ตายนะ ตายตั้งแต่ร่างกายซึ่งเป็นส่วนผสม ด้วยธาตุสี่ ดินน้ำลมไฟ ดินน้ำลมไฟอยู่ในตัวของเรานี้ละ แต่เวลาลมหายใจขาด สิ่งเหล่านี้จะเน่าเฟะ แตกกระจัดกระจายไปสู่ธาตุเดิมของตน ส่วนใจนั้นไม่อยู่ ออกจากร่างนี้เข้าสู่ร่างนั้น ออกจากร่างนั้น เข้าสู่ร่างนั้น เหมือนบ้านเรือนแตกร้างลงไปแล้วไม่มีที่อยู่ คนที่เป็นเจ้าของเรือนต้องหาที่อยู่ใหม่ ที่อยู่ใหม่เป็นยังไง ถ้ามีเงินทองข้าวของมาก เราจะสร้างที่อยู่ให้สดสวยงดงาม มีราค่ำราคาขนาดไหนก็ได้ ถ้าเราไม่มีเงินมีทอง ตายแล้วก็ไปอยู่กระต๊อบ อยู่ตามร่มไม้ชายป่าชายเขาก็ได้ จิตดวงนี้ไม่ตาย จิตดวงนี้จะเป็นผู้ไปเสวยสุขเสวยทุกข์ ตามวิบากดีชั่วของตน

จึงขอให้ท่านทั้งหลายระลึกตัวไว้ตั้งแต่บัดนี้ การสร้างความดีงามนี้ ปราชญ์ทั้งหลายท่านชมมาตลอดเวลา ความชั่วท่านตำหนิติเตียน เราอย่าไปกล้าหาญชาญชัย ลบหลู่ดูหมิ่นพระพุทธเจ้า แล้วไปเหยียบหัวพระพุทธเจ้าว่า บาปไม่มี บุญไม่มี นรกไม่มี สวรรค์ไม่มี นั่นจะเหมาไฟนรกมาเผาคนทั้งเป็นนะ ตายแล้วจม พระพุทธเจ้าท่านไม่ได้แบ่งสันปันส่วนจากเรา สอนเรา ท่านพอแล้วทุกอย่าง ให้เราปฏิบัติตามท่านเพื่อความเป็นคนดี

พี่น้องทั้งหลายอย่าลืม เรื่องศีลเรื่องธรรมเป็นของสำคัญมาก เกิดมาเป็นมนุษย์ไม่มีศีลมีธรรมก็เท่ากับสัตว์นั้นแหละ ไม่ผิดแปลกอะไรจากสัตว์ ถ้ามีศีลมีธรรมแล้ว ถึงจะฐานะสูงต่ำขนาดไหนก็ตาม จิตใจมีธรรมเรียกว่า จิตใจนั้นสูง เป็นมนุษย์ที่มีคุณค่ามีราคาอยู่ภายในตัวเอง

ขอให้ท่านทั้งหลายสร้างทั้งภายนอกได้แก่ ที่อยู่อาศัย ปัจจัยเครื่องเยียวยารักษาธาตุขันธ์ของเรา สร้างทั้งภายในคือบุญคือกุศล ที่จะเป็นเครื่องประดับตน และอุดหนุนตนให้ไปสู่ในภพหน้าชาติหน้าในกาลต่อไป แล้วความสุขความเจริญก็จะมีแก่ท่านผู้รักใคร่ใกล้ชิดติดพันกับศีลกับธรรม จะเป็นคนดีตลอดไป

จึงขอให้ท่านทั้งหลายจำเอาไว้ การประพฤติตัวอย่าเพลิดอย่าเพลิน เกินเนื้อเกินตัว เห็นเขาได้อะไรก็อยากได้กับเขา คว้ามับๆ เห็นอะไรก็มีแต่ความเพลิดความเพลินอย่างนี้ คนๆ นั้นเป็นคนทำลายตัวเอง สมบัติเงินทองข้าวของมีมากมีน้อยเพียงไร เอาไปสังหารหมด ด้วยความเพลิดเพลินรื่นเริงบันเทิงไม่รู้เนื้อรู้ตัว ไม่มีฝั่งมีฝาเป็นเครื่องกีดกัน สุดท้ายคนๆ นั้นก็จมทั้งๆ ที่ยังไม่ตาย ตายแล้วก็จมไปลงเมืองผี ส่วนคุณงามความดีไม่ทำ ไม่มีทางที่จะได้ไปสวรรค์นิพพานกับเขาแหละ

จึงขอให้พากันสร้าง การสร้างอยู่สร้างกินเป็นโลกจำเป็น เพราะธาตุขันธ์ของเราตั้งแต่เกิดมานี้ ก็ต้องได้อาศัยพ่อแม่มาเป็นลำดับลำดา จนกระทั่งเลี้ยงตัวได้ ก็ต้องขวนขวายตลอดมาทั้งท่านและเราทั่วโลกดินแดน ต้องอาศัยหาอยู่หากิน ที่อยู่ที่อาศัยก็ต้องเป็นเราเอง เป็นผู้วิ่งเต้นขวนขวาย ทีนี้ทางภายในของเราบุญกุศลก็สร้างขึ้นให้มีภายในใจของเรา คนมีบุญมีกุศลเขาเรียกว่ามีทรัพย์ภายใน ทรัพย์ภายนอกได้แก่สมบัติเงินทองข้าวของ เมื่อเราตายแล้วสิ่งเหล่านั้นก็หมดความหมาย ใจไม่ตาย ใจจะมีความหมายก็คือใจที่มีคุณธรรม มีศีลมีธรรม สร้างบุญสร้างกุศล

การทำบุญให้ทาน อย่าตระหนี่ถี่เหนียว มันเป็นการสกัดลัดกั้นทางเดินของตน ไปที่ไหนมีแต่ความตีบตันอั้นตู้ หาความสุขไม่ได้ เขาเสวยสุขได้มากน้อยเพียงไร เรามีแต่เสวยความทุกข์ความลำบาก เพราะความประมาทของเราเอง

จึงขอให้ท่านทั้งหลายได้จดจำคำนี้ไว้ให้ดี ตั้งหน้าตั้งตาปฏิบัติ เวลาจะหลับจะนอน ให้กราบพระ ไหว้พระเสียก่อน แล้วอย่างน้อยให้นั่งภาวนา นั่งภาวนาจะนั่งพับเพียบก็ได้ นั่งขัดสมาธิก็ได้ ตามแต่ถนัดใจ แล้วให้ระลึกมีคำบริกรรมเช่น  พุทโธ หรือ ธัมโม หรือสังโฆ เป็นต้น ให้มีคำบริกรรมติดกับใจ แล้วสติจับกับใจนั้นเรียกว่า ภาวนา ไม่ยอมให้ส่งจิตใจไปทางไหน เวลานั้นให้นึกพุทโธๆ เป็นต้นอยู่ในใจ มีสติควบคุมพุทโธไว้ ไม่ให้คิดออกไปนอก จิตใจก็จะมีความสงบเย็นขึ้นมาภายในตัวของเรา

จิตใจนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย เมื่อเราอบรมภาวนานี้ได้มากเท่าไร ใจนี้แสดงความแปลกประหลาดอัศจรรย์ขึ้นในตัวของเราเอง โดยไม่คาดไม่คิดเลย เมื่อได้ธรรมซึ่งเป็นของประเสริฐเข้าสู่ใจ ใจกับธรรมเข้าสัมผัสสัมพันธ์กัน จะแสดงความประเสริฐเลิศเลอขึ้นมาภายในตัวของเราเอง

จึงขอให้พี่น้องทั้งหลายนำไปภาวนา ในคืนหนึ่งวันหนึ่งเดือนหนึ่งอย่าให้เสียมืดเสียแจ้งไปเปล่าๆ ลมหายใจก็เสียไป ธาตุขันธ์ของเราก็แก่ไปๆ ตายทิ้งเปล่าๆ ไม่เกิดประโยชน์ แล้วยังจะไปนิมนต์พระมากุสลา ธมฺมา ไม่เกิดประโยชน์ อย่าไปนิมนต์ ให้ กุสลา ธมฺมา ด้วยความฉลาดของตน เสาะแสวงหากุศลตั้งแต่ยังมีชีวิตอยู่นี้ ตายแล้วใครจะมากุสลาให้ ไม่กุสลาให้ก็ตาม เราทำความดีต่อเราด้วยความเฉลียวฉลาด แสวงบุญแสวงกุศลเต็มหัวใจแล้ว ตายแล้วดีดผึงเลย ไม่จำเป็นต้องนิมนต์ใครมากุสลา ธมฺมา อกุสลา ธมฺมา

ให้ท่านทั้งหลายจำเอาไว้ ให้กุสลาตนเองด้วยการสร้างบุญสร้างกุศลในเวลามีชีวิตอยู่นี้เหมาะสมแล้ว ตายแล้วจึงไปนิมนต์พระวัดนั้นวัดนี้ เป็นการกวนพระไปเปล่าๆ เวลามีชีวิตอยู่ไม่สนใจกับศีลกับธรรมกับวัดกับวา การกุศลทั้งหลายไม่สนใจ สนใจตั้งแต่ความฟุ้งเฟ้อเห่อเหิม ดีดดิ้นไปในทางที่จะพาให้ล่มจม อย่างนั้นตายแล้วจมแน่ๆ ไม่สงสัย

จึงขอให้ทุกๆ ท่านได้ระลึกเอาไว้ด้วยดี วันนี้หลวงตาได้มีโอกาสได้มาเกี่ยวข้องกับพี่น้องทั้งหลาย โดยจะว่าฉลองที่ว่าการนี้ก็ไม่ผิด สร้างขึ้นมาแล้วด้วยความพร้อมเพรียงสามัคคีกัน แล้วสถานที่นี่ก็จะเป็นประโยชน์แก่ชุมนุมชนต่อไป วันนี้ก็ได้มาเปิดสถานที่นี่ ให้เป็นสถานที่ทำประโยชน์ต่อไปไม่มีสิ้นสุด

วันนี้การแสดงธรรม ธาตุขันธ์ก็ไม่ค่อยอำนวย ธาตุขันธ์อ่อนเพลียลงทุกวันๆ ไม่เหมือนตั้งแต่ยังหนุ่มน้อย ยังหนุ่มน้อยนี้เทศน์ได้สบายๆ เวลาเฒ่าแก่มาแล้วนี้ ธาตุขันธ์อ่อนลงๆ เทศน์ไปมาก ลมก็ไม่มี สุดท้ายธาตุขันธ์จะไปไม่รอด เจ้าของต้องจอดต้องจมต้องหยุดการเทศน์

เพราะฉะนั้นการเทศนาว่าการ ให้พี่น้องทั้งหลายฟังในวันนี้ ควรนำไปถือเป็นคติเครื่องเตือนใจ การให้ทานอย่าตระหนี่ถี่เหนียว การรักษาศีลวันใดที่ควรจะรักษาได้รักษา ศีลเป็นสมบัติของเรา ทานเป็นสมบัติของเรา การภาวนาเป็นสมบัติอันล้นค่าของเรา อย่าปล่อยวาง ให้พากันใกล้ชิดติดกับศีลกับทานกับภาวนา ท่านทั้งหลายจะมีความเจริญรุ่งเรืองไปในอนาคตข้างหน้า จนกระทั่งมีวาสนาบารมีมากขึ้นเพราะการสร้างความดีไม่หยุดแล้วจะถึงฝั่งแห่งพระนิพพาน หลุดพ้นจากกองทุกข์ทั้งหลาย เรียกว่าตลอดกาลไปเลย

การแสดงธรรม ขอให้ท่านทั้งหลายยึดไปประพฤติปฏิบัติ แล้วอย่าลืมเวลาจะหลับจะนอนให้ระลึก พุทโธ ธัมโม สังโฆ  แล้วภาวนาอย่างน้อย ให้ได้สัก ๕ นาที ให้จิตสงบเย็นสักที ตั้งแต่ตื่นนอนมาจนกระทั่งถึงหลับ ไม่มีเวลาพักความคิดปรุงได้เลย มีแต่ความคิดความปรุง ทีนี้ให้พักด้วยคำพุทโธ พุทโธเป็นงานของธรรม งานของธรรมจะทำใจให้มีความสงบร่มเย็น ดีไม่ดีจะเกิดความสว่างกระจ่างแจ้งอัศจรรย์ขึ้นแก่นักภาวนาทั้งหลาย ไม่ว่ารายใดก็ตามเกิดได้ เมื่อเราเสาะแสวงหาธรรม ธรรมต้องเกิด ไม่เป็นอื่น ธรรมรออยู่แล้วในหัวใจเรา

ให้พากันระลึก พุทโธ ธัมโม สังโฆ อยู่ตลอด ไปที่ไหนไม่ลืมพุทโธยิ่งดี เวลาจะหลับให้หลับกับพุทโธๆ ยิ่งดี  นี่ละเป็นกรรมที่เป็นสิริมงคล ที่แสดงให้แก่ท่านทั้งหลาย ให้ยึดไปเป็นมหามงคลแก่จิตใจของตน ด้วยการอบรมจิตตภาวนา ให้มีความสุขความสงบเย็นใจภายในตัวเอง

การแสดงธรรมก็เห็นว่าสมควรแก่ธาตุแก่ขันธ์ แก่กาลเวลา ขอความสวัสดีจงมีแก่บรรดาพี่น้องทั้งหลายโดยทั่วกันเทอญ

 

รับชมและรับฟังพระธรรมเทศนาของหลวงตา ได้ที่

www.luangta.com หรือ www.luangta.or.th

และสถานีวิทยุเสียงธรรมเพื่อประชาชน  FM 103.25 MHz

และเครือข่ายทั่วประเทศ


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก