ไม่เคยภาวนา จะเห็นศาสนาเป็นของอัศจรรย์อะไร
วันที่ 29 สิงหาคม 2550 เวลา 8:00 น. ความยาว 30 นาที
สถานที่ : วัดป่าบ้านตาด
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :
ข้อมูลเสียงแบบ(Win)   ข้อมูลเสียงแบบ(MP3)   วิดีโอแบบ(Win Narrow Band)   วิดีโอแบบ(Win High Band)

เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด

เมื่อวันที่ ๒๙ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๕๐

ไม่เคยภาวนา จะเห็นศาสนาเป็นของอัศจรรย์อะไร

ก่อนจังหัน

พระเราให้ตั้งใจปฏิบัติจริงๆ อย่ามาเหลาะแหละๆ ให้เห็น สติเราเคยย้ำแล้วย้ำเล่าเสมอ ไม่มีอะไรเลยสติไปได้ น้ำมหาสมุทรก็มีฝั่งมหาสมุทรกั้น ไม่ล้นฝั่งไปได้ กิเลสทุกประเภทสติเป็นเครื่องกั้น ไม่ล้นสติไปได้ ถึงขั้นมหาสติมหาปัญญากิเลสขาดสะบั้นเลย เรื่องสติเป็นสำคัญ แม้แต่กิจการงานต่างๆ ก็ตามเถอะ ถ้าสติขาดไปเสียอย่างเดียวไม่ค่อยเกิดประโยชน์เท่าที่ควร ขาดสติมากจนไม่มีสติแล้วก็เหมือนคนบ้าอยู่ตามไฟเขียวไฟแดง ทำตามประสาของมัน นั่นละคือมีแต่ความรู้ อยากทำอะไรก็ทำไปตามเรื่อง ไม่มีสติเจ้าของรับผิดชอบ มีสติมีปัญญารอบคอบดี ผลงานไม่ว่าทางไหนได้เป็นที่พอใจ สติจึงเป็นของสำคัญมาก

การตั้งสติของนักภาวนาส่วนมากจะไม่ไปไหนแหละ จะลงที่ผ่อนอาหารบ้าง อดอาหารบ้าง นี่หมายถึงอยู่ในที่เปลี่ยวๆ ถ้าอยู่ชุลมุนอย่างนี้เป็นอีกแบบหนึ่ง ไปอยู่ในที่เปลี่ยวๆ ส่วนมากท่านมักจะผ่อน อย่างน้อยผ่อน จากนั้นก็อดอาหาร อดถอยเข้ามาหาผ่อน ผ่อนแล้วอด จิตเมื่อมีสติคุ้มครองรักษาแล้วก็ปลอดภัย กิเลสคือความคิดความปรุง นั่นละตัวภัย ออกมาจาก อวิชฺชาปจฺจยา สงฺขารา หลักใหญ่อวิชชาดันออกมาให้เป็นสังขาร สังขารก็เป็นสังขารสมุทัยเรื่อยไป สติครอบ มันจะหนาขนาดไหนก็ตาม

เราได้ทำแล้วไม่ได้มาคุยเฉยๆ กิเลสเกิดไม่ได้ลงสติได้ครอบไว้แล้ว กิเลสเกิดไม่ได้ทั้งวัน วันนี้ก็เกิดไม่ได้ วันหน้าเกิดไม่ได้ นี่หมายถึงผู้ที่ตั้งใจปฏิบัติจริงๆ บำเพ็ญอยู่ในป่าในเขาเพื่ออรรถเพื่อธรรมจริงๆ แล้วเป็นอย่างนี้ ต้งได้ สติเป็นเครื่องตั้งจิตได้ให้สงบร่มเย็น จากนั้นก็เป็นสมาธิแน่นหนามั่นคง ทีนี้จะก้าวทางด้านปัญญา กระจายไปเลย

ธรรมพระพุทธเจ้าสอนไว้เรียกว่าสวากขาตธรรม ตรัสไว้ชอบทุกอย่างแล้ว ไอ้พวกเหลวๆ ไหลๆ คือพวกเรานี่มันไม่ได้เรื่องได้ราวอะไร ภาวนาก็ไม่ได้เรื่อง ก็เป็นกรรมฐานโก้เก๋ไปเสีย อะไรพระพุทธเจ้าว่าเป็นของแท้ของจริงเป็นแก่น พุทธศาสนานี้เป็นแก่นของศาสนา แต่ชาวพุทธเรามาปฏิบัติ ไม่ว่าชาวพระชาวฆราวาสประพฤติปฏิบัติเหลวแหลก คือมันไม่จริงไม่จัง สุดท้ายเอาศาสนาเป็นเครื่องมือหากินของกิเลสไปอีก เลยเลอะไปใหญ่เลย ศาสนาเลยไม่มีความหมายอะไร ไปมีความหมายอยู่กับกิเลสนั่นน่ะ

โห มันเร็วนะกิเลสนี่ เร็วมากทีเดียวมองไม่ทัน ต้องเอาสติมอง อย่างอื่นมองไม่ทัน ปัญญานี้ตามหลัง สตินี้จะรวดเร็วที่สุด ออกหน้าๆ พอถึงขั้นสติปัญญากลมกลืนเป็นอันเดียวกันแล้วไม่ต้องบอก กิเลสมีเท่าไรขาดสะบั้นไปหมดเลย การฝึกใจเป็นสำคัญมาก ฝึกอะไรก็ตามฝึกใจเป็นสำคัญมาก ฝึกการฝึกงานนั้นนี้ต้องฝึกใจนี้สำคัญมาก

พระเราก็เปิดโอกาสให้ที่สุดแล้วในวัดป่าบ้านตาด ไม่มีวัดไหนเหมือนบอกเลยนะ คือเราเปิดทางให้พระภาวนา เราไม่เข้าไปยุ่งไปกวนเลย เพราะเราทำมาอย่างนั้นแล้ว ก้าวขึ้นสู่เวทีฟัดกับกิเลส งานใดมาเกี่ยวข้องเราไม่ได้นะ ไม่มีงาน ที่ว่าเราออกจากพ่อแม่ครูจารย์มั่นแล้ว ฟังเทศน์อย่างถึงใจแล้ว เอาละที่นี่ต้องเอาตายเข้าว่า แน่ะ จากนั้นมางานมายุ่งเราไม่ได้ ไม่มี งานไหนไม่ให้มีทั้งนั้น มีแต่ฟัดกับกิเลส ถึงขนาดนั้นก็ฟาดเสีย ๙ ปี นู่นฟังซิ ถึง ๙ ปี เอาหนักเอาหน่วงจริงๆ ๙ ปีผ่านได้

คืองานภาวนานี้เป็นงานสำคัญ สติติดแนบๆ เพราะไม่เคยภาวนา ไม่เคยเห็นอรรถเห็นธรรม มันจะเห็นศาสนาเป็นของอัศจรรย์อะไร มันก็เห็นแต่ความโลภ ความโกรธ ราคะตัณหา เป็นของอัศจรรย์เหยียบหัวมันไปตลอดเวลานั่นแหละ มันจะเห็นอะไรเป็นของดียิ่งกว่าสิ่งเหล่านี้ล่ะ นี่ละกิเลสมันยกตัวมันขึ้นเหยียบหัวคน เหยียบหัวใจคน เอาละให้พร

หลังจังหัน

ไหนที่ว่าค่ายสุรนารี โคราช ๘ ล้านบาท เครื่องเอกซเรย์ อ๋อ เครื่องเอกซเรย์ (แล้วก็ให้เขาเป็นงวดๆ งวดละ ๑ เดือน ๑ ล้านบาท) ตกลงกันอย่างนั้นนะ (ครับ) ตกลงกับทางวัดอย่างนั้นใช่ไหม (ครับ ตกลงกับทางหลวงตาอย่างนี้ครับ) คนเดียวตั้ง ๘ ล้านนะ (ครับ) คงเป็นเครื่องใหญ่ (เครื่องใหญ่ทันสมัย) ที่เราให้ทางขอนแก่นนี้ ๕ ล้าน (ครับ) เครื่องเอกซเรย์หมา (ครับ) ๕ ล้าน

โรงพยาบาลศูนย์อุดรนี้เราช่วยมากที่สุด ดูว่าตานี่ครบ ไม่ใช่เล่นๆ นะตา พวกเครื่องมือดีๆ ทั้งนั้นโรงพยาบาลศูนย์ มีแต่เครื่องมือดีๆ ที่เราให้ เช่นอย่างเครื่องผ่าตัดสมอง ราคาเป็นล้านขึ้น เราไม่ลืม ว่าล้านสองแสน เครื่องนิดเดียวนี่ แล้วมีอะไรบ้าง สร้างตึกให้หลังหนึ่ง ตึกใหญ่อยู่นะ เขาเอารูปเราไปติดไว้นั่น นั่นละใครไม่เคยรู้ว่าเราสร้างให้ ไปเห็นรูปเราติดอยู่กับตึกเขาก็จะรู้เอง ตึกสองชั้นที่โรงพยาบาลอุดร ดูว่าห้องพิเศษ ๑๑ ห้อง แล้วเขาเอารูปเราไปติดไว้ทางขึ้น โรงพยาบาลอุดรช่วยมาก เรารู้สึกจะแน่ใจว่าเครื่องมือตานี้เราให้ครบ วาระสุดท้ายเครื่องมือเครื่องนี้ ๕ ล้าน เขามาขอ

คือเราปวารณาไว้แล้ว เปิดทางให้ สำหรับตาแล้วให้หมอถือเป็นความจำเป็น มอบให้กับหมอ เครื่องมือตานี้อะไรควรซ่อม ถ้าไม่ดีควรซ่อม หมอพิจารณาแล้วให้ซ่อม ซ่อมไม่ได้ให้รีบซื้อ บอกหมดเลย เปิดโอกาสให้หมดชื่อว่าเครื่องตา ถ้าขัดข้องอะไรให้หมอสั่งเลยๆ เมื่อเครื่องมือตกมาหมอรับรองคุณภาพแล้วค่อยส่งบิลไปหาเรา เราว่างั้น ก็เรื่อยมาจนกระทั่งป่านนี้ ครั้งสุดท้ายนี้ ๕ ล้าน นี่เขาก็มาขอทั้งๆ ที่เราก็ปวารณาแล้ว แต่เขาเห็นว่ามันแพงมากไป จะซื้อเลยก็ดูไม่ค่อยเหมาะ คงอย่างนั้นละ เลยมาขอ ขอเราให้ทันทีเลย ๕ ล้าน จากนั้นมาก็เงียบไปเฉพาะเครื่องตานะ โรงพยาบาลอุดรช่วยมากที่สุด สำหรับตานี้เราได้สั่งเรียบร้อยแล้วให้ได้ครบ...ตา (๓๘ ล้าน ๕ แสนบาท เฉพาะตาอย่างเดียว) ที่ศูนย์อุดรเหรอ (ครับ) ก็สมควร

เพราะเราบอกไว้ว่าเราให้หมด ตาเราให้หมดเลยเราว่างั้น ที่ว่า ๓๘ ล้านก็ควร เพราะตามันแพง โรงพยาบาลอุดรมันใกล้ชิดกับวัด รู้สึกจะได้มากกว่าเพื่อน เอะอะปั๊บเข้ามาได้ เข้ามาติดต่อกันปั๊บได้ ทางอื่นมันไกล กว่าจะได้แต่ละครั้งละคราวนี้นาน โรงพยาบาลอุดรปั๊บเข้ามาๆ เพราะฉะนั้นจึงได้มาก ทีนี้เวลาเราจำเป็น เราเข้าไปรักษาที่อุดรฯ นานๆ จะไปทีหนึ่ง ถ้าจำเป็นก็ไป ที่เราไปมันก็ลุกลามไปหมดเครื่องมือแพทย์ ลุกลามตลอดไปนะนี่ มันจะลุกลามไปหมดทั่วโรงพยาบาล เอกซเรย์คอมพิวเตอร์หรืออะไรให้ อุลตราซาวด์ ๒ เครื่อง เครื่องสี เครื่องละ ๓ ล้าน ให้ๆ แล้วเครื่องผ่าสมอง เครื่องอะไรให้ๆ ทั้งนั้นแหละ

ทีนี้เวลาเขามาประชุมแพทย์ เขามาประชุมที่โรงพยาบาลศูนย์ อุดรฯนี้จะเป็นศูนย์หนึ่ง พิษณุโลกเป็นศูนย์หนึ่งมั้ง เขาว่าโรงพยาบาลศูนย์ๆ หา (ครับ ขอนแก่น ศรีนครินทร์ เขาบอกเครื่องมือเขาสู้อุดรฯไม่ได้ เขาเลยส่งคนไข้มาให้อุดรฯ)  นั่นแล้วเขามาประชุมกัน นี่ก็บอกว่าเครื่องมือสู้อุดรฯไม่ได้ แต่ก็ดีนะ หมอที่อุดรฯเขาก็ไม่ลืมคุณของหลวงตา เครื่องมือแพทย์ทั้งหลายที่มารวมกันแล้วเรียกว่า เมืองอุดรฯเป็นที่หนึ่งดีเยี่ยม ทางหมอเขาก็ว่าจะไม่เยี่ยมอย่างไรก็หลวงตาดูอยู่ตลอด ก็ดีอันหนึ่งนะ จะไม่เยี่ยมอย่างไร ก็หลวงตาเฝ้าดูอยู่ตลอด เรื่องก็เลยผ่านไป ก็เราดูจริงๆ ปั๊บๆ เข้านี้ก่อน ปั๊บๆ เข้านี้ก่อน ก็ต้องให้ๆ

ที่อื่นนานๆ เราจะได้ไป ก็คิดดูซิอย่างโรงพยาบาลสัตว์ขอนแก่น เราคิดว่าจะได้ให้เมื่อไร พอไปปุ๊บปั๊บๆ ไปดูสัตว์ดูอะไรก็น่าสงสาร เห็นเครื่องมือ นี่อะไร เครื่องมือเอกซเรย์ เครื่องฉายสัตว์ มันเสียแล้วแหละ ราคาเท่าไรล่ะ ๕ ล้าน ให้เลย แน่ะ ก็อย่างนั้นแหละ พอเข้าไปใกล้ชิดอะไรก็เกี่ยวกันๆ อย่างขอนแก่นพอเข้าไปปั๊บ ให้เลย ๕ ล้าน จากนั้นก็มาเก็บหอมรอมริบในโรงพยาบาลสัตว์ขอนแก่นอีก ๕ ล้าน ก็เป็น ๑๐ ล้าน นี่หมายถึงโรงพยาบาลสัตว์ขอนแก่นเท่านั้นนะ ไปแล้ว ๑๐ ล้าน เราไป ๒-๓ หน คือทีแรก ๕ ล้าน ที่สองนี่ไปตามเก็บบกพร่องตรงไหนๆ เข้าไปดู ก็ได้มาอีก ๕ ล้าน

         ทองคำเข้าสู่คลังหลวงในเมืองไทยเรา รู้สึกจะมากนะ ตั้งหนึ่งหมื่นเท่าไร (๑๑,๕๗๕ กิโลกรัมครับ) ทองคำเข้าคลังหลวง ๑๑,๕๗๕ กิโล ไม่ใช่น้อยๆ ถ้าธรรมดาแล้วอย่าหวังเลยว่าจะมีทองคำเข้าคลังหลวงอย่างนั้น แต่นี้มันก็มีเหตุบันดลบันดาล ก็มากระเทือนจุดกลางคือเรา กระเทือนไปๆ หาบรรดาลูกศิษย์ลูกหาทั้งหลาย กระเทือนกันทั่วประเทศ ทองคำก็เข้าคลังหลวงได้มาก นั่นเป็นอย่างนั้น ทองคำนี้ตั้งหมื่นกว่าของง่ายเมื่อไร หมื่นกว่ากิโล ทองคำ ๑๑,๕๗๕ กิโล ทองคำเข้าคลังหลวง

เราก็พยายามทุกด้านทุกทาง ที่จะให้เข้าสู่จุดศูนย์กลางซึ่งเป็นหัวใจของชาติ แต่มันก็สุดกำลังของเรา คือกำลังของผู้บริจาคเหมือนกันนะ ดอลลาร์ก็ได้เพียง ๑๐ ล้านสองแสนกว่า ดอลลาร์เข้าคลังหลวง นอกนั้นเงินไทยไปดึงออกมาช่วย เงินไทยไปดึงเอาดอลลาร์ออกมาช่วยตัวเอง ช่วยโลก เพราะเงินไทยนี้ก็ไม่หยุดไม่ถอยนะ แหมมากจริงๆ นี่เขาเพิ่งมาบอกเมื่อวานนี้ ที่ภูเขียว นายช่างที่เขาสร้างตึกเรียบร้อยแล้ว เขาเพิ่งมาบอกเมื่อวานเสร็จเรียบร้อยแล้ว จ่ายไปเท่าไร ดูเหมือน ๑๑ ล้านเท่าไรนา เขามาบอกเมื่อวาน หัวหน้าเขา หัวหน้าช่าง

คือเราจะให้ใครมาสร้าง ต้องดูคนเสียก่อน ดูหัวหน้าก่อน เวลาดูแล้วเรามอบให้แล้วเขาเป็นเนื้อเป็นหนัง เขารับผิดชอบหมดเลย เราจะไม่ต้องเกี่ยวข้อง เพราะฉะนั้นเราจึงต้องหานายช่างที่มาสร้างแต่ละแห่งๆ เป็นคนสำคัญ อันนี้คนนี้เราเคยใช้เขามานานหลายแห่ง เมื่อวานเขามา เขาบอกเสร็จเรียบร้อยแล้ว เขาบอกให้หางานให้เขาอีก ก็เคยหาให้แล้วนี่นา มันสักเท่าไรแล้วนี่งานน่ะ มันมีก็รู้เอง เราก็ว่า คือมาของานอีก เสร็จเรียบร้อยเมื่อวานเขามา จ่ายเงินอะไรเรียบร้อยแล้ว

ดูเหมือน ๑๑ ล้านเท่าไร ภูเขียวเสร็จเรียบร้อยแล้วมา เรื่องการเงินการทองอะไรๆ ชำระกันเรียบร้อยหมดๆ แล้วไปบอกเรา แล้วก็ช่างเขาไปด้วย เขาก็บอกว่าเสร็จเรียบร้อยแล้ว เขาว่าอยากของานจากหลวงตาอีก ก็เคยให้มามากต่อมากแล้วนี่ เอะอะมาขอแล้ว เราก็เคยให้มากี่งานแล้ว เขาได้งานจากเราเยอะนะ ทางท่าอุเทนก็ใช่ นั้นก็ตึกใหญ่ อู๊ย มาก คนนี้แหละ ภูเขียวก็ใช่ ที่ไหนบ้าง คือเราตายใจเขาได้เราใช้ๆ ถ้ามาเป็นหัวหน้างานหรือมาทำชุ่ยๆ เราจับได้แล้วเราไม่ใช้อีกนะ

คือเราไม่มีเวลาที่จะไปตรวจตราพาที มอบให้แล้วเป็นอันว่ามอบความไว้วางใจให้กับหัวหน้างาน ให้เขารับผิดชอบของเขาเองด้วยความเรียบร้อยแล้ว การเงินการทองไม่มีปัญหาอะไรกับเรา ว่าไรเท่านั้นๆ ถ้าลงกันแล้วปึ๋งๆๆ เลย ไม่ได้เป็นปัญหากับการเงินการทอง เป็นปัญหากับงานเท่านั้นละ ถ้างานไม่ดีมันมาช้ำใจนะ ( งบจริงๆ ๑๑ ล้าน แต่เขาประหยัดหลายๆ อย่าง จ่ายไปทั้งหมด ๙,๒๗๙,๙๐๐ บาท เขาประหยัดให้) ภูเขียว ที่เขามาเย็นเมื่อวานนะ นี่ละเขาบอกว่าเสร็จแล้วเขามาของานอีก ก็เคยให้เสมอแล้วค่อยพิจารณาเราว่างั้น มีคนมาของาน เราต้องดูหัวหน้างานก่อน ใครจะมาของานจากเรา เราต้องดูหัวหน้างานเขา ถ้าหัวหน้างานเรียบร้อยอย่างคนนี้นั้น มีเท่าไรก็เขาต้องเป็นอันดับหนึ่งละ

บางรายมันมีแต่คอยมากินอยู่บนหัวเขาเป็นนายเขา แต่งานไม่ค่อยดูอย่างนี้มี เราเข็ด พอไปเจอเข็ดแล้วเข็ด เข็ดคนไหนเข็ดจริงนะเราไม่ได้เหมือนใคร ถ้าเข็ดจนกระทั่งวันตายก็ไม่ใช้ เป็นอย่างนั้นนะถ้าทำให้เข็ดแล้ว ถ้าทำให้ติดใจตายใจแล้ว เอา ถึงไหนถึงกันๆ สั่งปุ๊บคำเดียวเท่านั้นไปเลยทำเลย ใจเดียวกัน เขาก็ทำด้วยความบริสุทธิ์สุดขีดสุดแดนเขา เราก็ให้เต็มเหนี่ยวๆ เรื่องเงินการทองว่าไงให้เท่านั้น ไม่มีอิดเอื้อนหรือว่าต่อรองอย่างนั้นเราไม่มี จะต่อรองเขาอะไร เราทำนี้เราก็ทำด้วยความเมตตา ให้เขาทำด้วยความเมตตา เมตตาโลก แล้วจะไปต่อรองเขาหาอะไร นั่น ว่าเท่าไรเท่านั้นเลยๆ

ระยะเมื่อวานมาหาวันนี้เป็นยังไงไม่ทราบธาตุขันธ์ ธาตุขันธ์ผิดปรกติมากอยู่ ลักษณะเหมือนจะเคลื่อนจะย้ายอะไรแปลกๆ อยู่ เอ้อ ทำไมเป็นอย่างนี้ มันมีแปลกๆ อยู่ในนี้เมื่อวานนี้ ธาตุขันธ์ทุกวันนี้ไม่แน่นะ เวลามันเป็นที่ตรงไหนมันไม่เหมือนแต่ก่อนนะธาตุขันธ์ทุกวันนี้ ถ้าว่ารถก็เรียกว่ามันชำรุดพอแล้ว เอะอะคอยแต่จะพัง มันไม่ใช่เสียเฉยๆ มันจะพัง อันนี้ลักษณะเหมือนกันนั่นละ คอยแต่จะพังๆ เมื่อวานนี้ไปไหนมาไหนไม่ไปเลยหมดกำลัง แน่ะ บทเวลามันจะหมด นอนแน่วเฉยเลยเหมือนคนตาย อย่างนั้นละ

อายุนี้ ๙๕ ย่างแล้ว เดือนสิงหา วันที่ ๑๒ เกิด นี่ก็วันที่ ๒๙ ได้ ๙๔ ปีกับ ๑๗ วัน กำลังจะเข้า ๙๕ ก็สมควรแล้วแหละ บวชมานี้ก็นานแล้ว บวชมานี้ ๗๓ ปี พฤษภา มิถุนา กรกฎา สิงหา ได้ ๗๓ ปีกับ ๒-๓ เดือนแล้วมังนะตั้งแต่บวชมานี้ นาน ๗๓ ปี ฟังซิบวชมา ครองผ้าเหลืองมาแต่ ๗๓ ปี ชีวิตจิตใจความเคลื่อนไหวต้องเป็นพระหมดเลย ในเวลาเข้มงวดกวดขันอะไรมาแตะไม่ได้นะ ถ้าเวลาอนุโลมผ่อนผันก็เป็นอีกอย่างหนึ่ง คำว่าผ่อนผันไม่ได้ทำให้เสีย ผ่อนเฉยๆ ถ้าอะไรจะเสียไม่ทันทีเลย นี่ก็แก่มาแล้ว ๙๕ ย่างแล้ว วันนี้ไม่มีอะไรละ ให้พรแล้วก็ไปละ

 

รับชมและรับฟังพระธรรมเทศนาของหลวงตา ได้ที่

www.luangta.com หรือ www.luangta.or.th

และสถานีวิทยุเสียงธรรมเพื่อประชาชน  FM 103.25 MHz

และเครือข่ายทั่วประเทศ


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก