กำไรจากการถือพุทธศาสนา
วันที่ 6 กันยายน 2550 เวลา 8:00 น. ความยาว 25 นาที
สถานที่ : วัดป่าบ้านตาด
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :
ข้อมูลเสียงแบบ(Win)   ข้อมูลเสียงแบบ(MP3)   วิดีโอแบบ(Win Narrow Band)   วิดีโอแบบ(Win High Band)

เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด

เมื่อวันที่ ๖ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๕๐

กำไรจากการถือพุทธศาสนา

(ชาวอินโดนีเซีย ๖ คนมาทำบุญขอความเมตตาด้วยเจ้าค่ะ) คนนั้นอยู่ประเทศนั้นประเทศนี้ ที่ว่า ภพฺพาภพฺเพ วิโลกานํ ตอนปัจฉิมยาม ทรงเล็งญาณดูสัตวโลก ผู้มีอุปนิสัยปัจจัยมีอยู่ทั่วไป เล็งญาณดู พุทธกิจ ๕ ของพระพุทธเจ้า พุทธกิจงานของพระพุทธเจ้า สายณฺเห ธมฺมเทสนํ บ่าย ๓-๔ โมง ประทานเมตตาเทศนาว่าการสั่งสอนประชาชนนับแต่พระมหากษัตริย์ลงมาเป็นลำดับ ปโทเส ภิกฺขุโอวาทํ พอค่ำก็ประทานโอวาทสอนพระ ตอนเย็นๆ สอนประชาชนนับแต่พระมหากษัตริย์ลงมา ตอนค่ำสอนภิกษุ อฑฺฒรตฺเต เทวปญฺหากํ ตอนเที่ยงคืนเทศน์สอนเทวบุตรเทวดา แก้ปัญหาพวกทวยเทพทั้งหลาย

ปัจฉิมยาม ภพฺพาภพฺเพ วิโลกานํ เล็งญาณดูสัตวโลก ใครอยู่ใกล้อยู่ไกล มีอุปนิสัยปัจจัยมากน้อยเพียงไร เฉพาะอย่างยิ่งผู้มีอุปนิสัยเต็มที่ที่ควรจะบรรลุธรรมแล้วจะเจออันตรายในกาลข้างหน้าอย่างรวดเร็ว พระองค์ทรงทราบแล้วก็จะรีบไปโปรดคนนั้นก่อน นี่ละทรงเล็งญาณดูสัตวโลกที่มีอยู่ทั่วไป ตาข่ายคือพระญาณของพระพุทธเจ้าทรงครอบไว้หมด เล็งดู นี่เรียกว่า ภพฺพาภพฺเพ วิโลกานํ เล็งญาณ ตอนเช้ามา ปุพฺพณฺเห ปิณฺฑปาตญฺจ ตอนเช้าก็เสด็จออกบิณฑบาตโปรดสัตว์โลก

เวลาเสด็จเคลื่อนจากสถานที่ไป สัตว์โลกทั้งหลายได้พบได้เห็น ได้ยินได้ฟังเสียงอรรถเสียงธรรมจากพระพุทธเจ้า ต่างคนได้รับเป็นมหามงคลอย่างยิ่งๆ นั่นละที่ว่าเสด็จออกโปรดสัตว์ คือเสด็จออกไปก็โปรดสัตว์ไปเรื่อยๆ เรียกว่างาน ๕ ประการ สุดท้ายก็คือ ปุพฺพณฺเห ปิณฺฑปาตญฺจ เสด็จออกบิณฑบาต สัตว์โลกมองเห็นได้ยินได้ฟังเป็นมหามงคลแก่ผู้เห็นผู้ได้ยินได้ฟัง เรียกว่าพุทธกิจ ๕ คืองาน ๕ ประการประจำพระพุทธเจ้า

เริ่มต้นตั้งแต่เทศน์สอนประชาชน สายณฺเห ธมฺมเทสนํ ตั้งแต่บ่าย ๔ โมง ๕ โมง สอนประชาชนนับแต่พระมหากษัตริย์ลงไป พอเริ่มมืดก็ประทานโอวาทแก่พระสงฆ์ เที่ยงคืนก็เทศนาว่าการและแก้ปัญหาพวกทวยเทพทั้งหลาย ตั้งแต่ท้าวมหาพรหมลงมา พอปัจฉิมยามก็ทรงเล็งญาณดูสัตวโลก พอสว่างก็เสด็จออกบิณฑบาต เป็นงานของพระพุทธเจ้าใครจะมาทำแทนไม่ได้ พุทธกิจ ๕ ประการนี้มีเฉพาะพระพุทธเจ้าเท่านั้น

พวกเราได้เกิดมาพบพระพุทธศาสนานี้เรียกว่า มีวาสนาเต็มที่เต็มฐานนะ คือได้พบพุทธศาสนาแล้วได้เกิดความเชื่อความเลื่อมใส ปฏิบัติตามพระโอวาทคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า นับว่าเป็นมงคลตลอดเลย เขาขาดทุนสูญดอกมีมากน้อยเพียงไร สัตว์โลกน่ะ แต่เราโผล่ขึ้นมามีกำไรได้กำไรจากการถือพุทธศาสนา อันเป็นคำสอนออกมาจากสวากขาตธรรม ตรัสไว้ชอบ เป็นทางเดินเพื่อความพ้นทุกข์โดยถ่ายเดียว ไม่มีทางปลีกทางแวะ ตรงแน่วเลยเรียกว่าสวากขาตธรรม ตรัสไว้ชอบแล้วๆ นี่ก็คือคำสอนของศาสดา สอนไม่ผิด จึงเรียกว่าสวากขาตธรรมตรัสไว้ชอบทุกอย่าง แนวทางตั้งแต่พื้นๆ ถึงนิพพาน

ไม่มีใครที่จะสอนได้อย่างพระพุทธเจ้าของเรา สอนตั้งแต่พื้นๆ ถึงนิพพาน ก็มีศาสดาองค์เอกพระองค์เดียวนี่สอนโลก ผู้มาปฏิบัติตามคำสอนที่ว่าสวากขาตธรรมคือตรัสไว้ชอบ ไม่มีผิดมีพลาดไป เอ้า เดินตามนี้ ก้าวหนึ่งใกล้เข้าไป ก้าวสองใกล้เข้าไป ถ้าเดินผิดทาง หรือเดินด้วยความมุทะลุดุดันไม่ฟังเสียงอรรถเสียงธรรม วิ่งไปตามอำนาจของกิเลสตัณหาฉุดไปลากไป ออกก้าวหนึ่งสองก้าวห่างไปๆ ห่างจากมรรคผลนิพพาน ซึ่งเป็นทางเดินของพระพุทธเจ้าที่สอนไว้แล้วว่าสวากขาตธรรม ตรัสไว้ชอบ เวลาปลีกทางออกไปก็ผิดไป ไปก้าวหนึ่งสองก้าว ผิดไปเรื่อยๆ ผิดจนกระทั่งลงนรกไม่รู้ตัว ผู้ที่ถูกก็ถูกไปเรื่อยๆ เดินตามสวากขาตธรรมที่ตรัสไว้ชอบแล้ว ก้าวหนึ่งสองก้าวใกล้เข้าไปๆ จนกระทั่งทะลุถึงนิพพาน

คำสอนของพระพุทธเจ้าสอนเพื่อความพ้นทุกข์ คำสอนของกิเลสตัณหาสอนเพื่อความสั่งสมทุกข์ และเพื่อนรกอเวจีเผาหัวเจ้าของทั้งเป็นทั้งตาย อยู่ในโลกนี้ก็สร้างแต่ความชั่วช้าลามก ไม่ได้สนใจกับศีลกับธรรม ตั้งแต่วันเกิดจนกระทั่งวันตาย สร้างแต่ความชั่วช้าลามก คนทั้งคนมองดูนี่ ภูเขาลูกหนึ่งสู้ไม่ได้ คนตัวเล็กๆ ตัวเท่าอึ่ง คือกองบาปกรรมที่มันสร้างไว้ตั้งแต่วันเกิดจนกระทั่งถึงวันตาย ใหญ่ยิ่งกว่าภูเขาทั้งลูก นี่ละการสร้างบาป

ใครอย่าไปอวดเก่งกว่าพระพุทธเจ้านะ ใครอวดเก่งจมทั้งนั้นๆ แหละ เพราะคำสอนพระพุทธเจ้าเป็นคำสอนของท่านผู้สิ้นกิเลส เป็นคำสอนของท่านผู้ทรงโลกวิทู รู้แจ้งโลกนอกโลกใน โลกผีโลกคน โลกเปรต โลกนรกอเวจี จนกระทั่งถึงสวรรค์นิพพาน ทรงรู้แจ้งแทงทะลุหมด สอนไว้ด้วยความถูกต้อง จากการเห็นแล้วรู้แล้วอย่างถูกต้อง นั่น มาสอนโลกจะผิดที่ไหน จึงเรียกว่าสวากขาตธรรมตรัสไว้ชอบ คือได้รู้ได้เห็นชอบทุกอย่าง ตามที่ดีและชั่วมีมากน้อยเพียงไร ทรงรู้ทรงเห็นหมด แล้วคัดออกมาสอนสัตว์โลก อันใดที่ดีก็บอกว่าดี อะไรที่ชั่วบอกว่าชั่ว ปิดไปๆ ปิด อย่าทำๆ อันใดที่ดีถึงจะยากลำบาก เอ้า อุตส่าห์พยายามทำ นั่น ท่านทรงสอนอย่างนั้นแหละ

คำสอนของพระพุทธเจ้า พระองค์เองก็ทรงเป็นพยานมาแล้ว ทรงบำเพ็ญกว่าจะได้ตรัสรู้ ทรงสลบถึง ๓ หน ฟังซิน่ะ คำสอนออกมาจากพระทัยที่บริสุทธิ์แล้วจึงเป็นสวากขาตธรรม ตรัสไว้ชอบทุกอย่างๆ ใครฝืนก็คือฝืนธรรม ฝืนธรรมก็ฝืนตัวเอง ทำลายตัวเองนั่นแหละ ถ้าลงเดินตามธรรมนี้เรียกว่า ส่งเสริมตัวเองยกตัวเองขึ้นเรื่อยๆ ให้พากันตั้งใจปฏิบัติ

นี่พูดจริงๆ ได้สั่งสอนโลกมาได้ ๕๖-๕๗ ปีนี้แล้ว ตั้งแต่วันฟาดกิเลสขาดสะบั้นลงจากภูเขา หลังวัดดอยธรรมเจดีย์ วันนั้นเป็นวันฟัดกันกับกิเลสขาดสะบั้นลงเห็นต่อหน้าต่อตา ประหนึ่งว่าฟ้าดินถล่ม ตั้งแต่บัดนั้นมาไม่ปรากฏว่าความทุกข์ความร้อน อารมณ์อะไรไม่ดีไม่งามที่มาผ่านจิตใจไม่มีเลย คือมีกิเลสเท่านั้นเป็นตัวภัย นั่น มันก็เห็นได้ชัด พอกิเลสขาดสะบั้นลงไปจากใจแล้วไม่มีภัย หัวใจดวงนั้นจ้าอยู่ตลอดเวลา ยืน เดิน นั่ง นอน จ้าอยู่ตลอด ไม่มีอิริยาบถ คือหัวใจที่บริสุทธิ์จากกิเลส

ถ้ากิเลสมีอยู่ในนั้น ยืน เดิน นั่ง นอน จะมัวหมองเศร้าหมองอยู่ในนั้นแหละ มันเสียดมันแทงตลอดเวลา ท่านจึงว่ามันเป็นภัย กิเลส แต่สัตว์โลกทั้งหลายชอบสิ่งที่เป็นภัย มันถึงได้รับความทุกข์ ความเดือดร้อน บ่นอื้อกันทั่วดินแดนนั่นแหละ ให้ตั้งใจปฏิบัติตามพระพุทธเจ้า ถึงจะทุกข์ยากลำบาก ทุกข์เพื่อความสุขไม่เป็นไร ไอ้ทุกข์เพื่อทุกข์นี่ซิ ดีดดิ้นไปตามกิเลสมันก็ทุกข์พอ แล้วไปจมอยู่ในนรกก็ทุกข์อีก จึงทุกข์ซ้ำๆ ซากๆ อยู่อย่างนั้น

พุทธศาสนาเป็นศาสนาที่เลิศเลอ ไม่มีแล้วในโลกนี้ เราพิจารณาตามอรรถตามธรรมแล้ว พิจารณาแล้วที่ไหนจะยกขึ้นว่านั้นเป็นศาสนานั้นศาสนานี้ ก็เป็นคำสอนของคนมีกิเลส ผู้สอนเป็นคลังกิเลส สอนออกไปไม่พ้นที่กิเลสจะติดตามไปเป็นแนวหน้าด้วย สอนไปตามกลอุบายของกิเลสที่มันชอบใจ แล้วผิดไปพลาดไป ไม่ได้เหมือนคำสอนพระพุทธเจ้า ที่สอนออกมาจากธรรมล้วนๆ ในหัวใจ สอนตรงไหนถูกต้องไปหมด ผู้ปฏิบัติตามก็ได้รับความดีงามเป็นลำดับลำดาไป

การฝึกอะไรก็ตาม เราอย่าว่าฝึกนั้นยากฝึกนี้ยาก ฝึกคนฝึกยากที่สุด ฝึกหัวใจเรายากที่สุดเลย ต้องเอาธรรมเข้าไปฝึก อย่างอื่นฝึกไม่ได้ กิเลสยอมรับแต่ธรรมอย่างเดียว ถ้าเป็นธรรมกิเลสหมอบ ต้องเอาธรรมเข้ามาฝึก จะทุกข์ยากลำบากขนาดไหนก็อุตส่าห์พยายามทำ อันใดที่เป็นข้าศึกแก่ตนเองและผู้อื่น อย่าคิดอย่าพูดอย่าทำ คิดออกไปแป๊บนี้ ถ้าเป็นความผิดเจ้าของผิดเป็นอันดับหนึ่งแล้ว พูดออกไปเจ้าของก็ผิดไปแล้ว ต่อไปคนอื่นระบาดสาดกระจายไปให้ได้รับความกระทบกระเทือนไปหมด จากความคิด ความพูดที่เป็นภัยของกิเลสที่ออกจากหัวใจคนนั่นน่ะ

จึงต้องระมัดระวังที่ใจละมากกว่าเพื่อน กิเลสอยู่ที่ใจ เอะอะมันจะออกที่ใจ ผลักดันออกไปๆ ถ้าใจหมดกิเลสแล้วก็ไม่มีอะไรผลักดัน มีแต่ธรรมล้วนๆ ออกไปก็เป็นธรรมทั้งหมด ถ้ากิเลสแล้วออกไปมักจะมีแต่กิเลสทั้งนั้นออกหน้าออกตา แล้วสร้างความทุกข์ความเดือดร้อนให้แก่ตนเองและผู้อื่นไปเรื่อยๆ ไม่ใช่ของดี

เรามาอบรมศีลธรรมให้อบรมด้วยดี ให้ฟังเสียงพระพุทธเจ้า มาอบรมศีลธรรมมันฟังแต่เสียงกิเลสนั่นละ ใครก็กิเลสเต็มหัวใจเต็มปาก เต็มกิริยามรรยาทที่แสดงออก พอเคลื่อนออกมานี้กระทบกระเทือนกัน ไม่ว่ากว้างว่าแคบ กิเลสไปไหนเป็นไฟไปทั้งนั้น เผาไหม้ไปหมด ถ้าธรรมไปไหนเป็นน้ำดับไฟ สว่างกระจ่างแจ้งเย็นไปหมด ให้นำไปปฏิบัติ

เราได้สอนบรรดาประชาชนทั้งหลาย ตั้งแต่เริ่มสอนมาได้ ๕๖-๕๗ ปีนี้แหละ ไม่มีกิเลสตัวใดเข้ามาขวางเลย จึงเรียกว่ามันหมด ถ้าสิ่งใดหมดแล้วค้นเท่าไร ฉีกกระเป๋าจนกระเป๋าขาดแหลกหมดมันก็ไม่มีเงินอยู่ในนั้น ถ้าเงินหมดอะไรหมดอยู่ในกระเป๋า นี่กระเป๋าเรามันมีกิเลสอยู่ในนั้น กระเป๋าเราแต่ละกระเป๋าๆ หัวใจแต่ละดวงๆ เป็นกระเป๋าแต่ละกระเป๋า เปิดออกปั๊บมีแต่กิเลส ความโลภ ความโกรธ ราคะตัณหาเต็มอยู่ พวกจงอาง พวกสามเหลี่ยม งูเห่าอยู่ในนั้นหมด พอเปิดออกมานี้แผ่พังพานออกเลย พวกเรานี้พวกกระเป๋าสามเหลี่ยม กระเป๋าแผ่พังพาน กระเป๋าจงอาง กระเป๋างูเห่า มันอยู่ในนั้น พอเปิดออกนี้แผ่ออกเลย พวกกระเป๋าแผ่พังพาน กระเป๋าพระพุทธเจ้าจ้าออกมานี้ โลกวิทู รู้แจ้งหมด ต่างกันนะ

กระเป๋าคือหัวใจ ธรรม กิเลส อยู่ในกระเป๋า ถ้ากิเลสหมดแล้วมีแต่ธรรมล้วนๆ จ้าออกไปหมด ห้าบาทเป็นห้า สิบบาทเป็นสิบ ไม่มีปลอม ร้อยบาท พันบาท จริงทั้งนั้นๆ ถ้าเรื่องของกิเลสออกเท่าไรก็มีแต่ปลอมๆ ทั้งหมดไม่เกิดประโยชน์อะไร ให้พยายามกลั่นกรองสิ่งที่จอมปลอมในหัวใจเราออกให้ดี

เรื่องแก้กิเลสนี่ไม่มีอะไรแก้ยากยิ่งกว่าการแก้กิเลส แก้ยากที่สุดเลย เพราะกิเลสนี้เป็นเจ้าอำนาจครอบโลกธาตุให้อยู่ในวัฏวนเกิดแก่เจ็บตายอยู่อย่างนี้ ไม่ว่าภพใดชาติใดกิเลสพาไปเกิดทั้งนั้น กิเลสกับกรรมมันก็ไปด้วยกัน กิเลสเป็นเหตุให้สร้างกรรมดีชั่ว สร้างกรรมแล้วก็เป็นผลของกรรมสุขทุกข์ขึ้นมา นี่ละวัฏวน กิเลสพาให้สร้าง กิเลสพาสร้างบาปสร้างกรรม พอกิเลสขาดลงไปแล้วไม่มีอะไรสร้าง วิวัฏฏจักรไม่หมุน

ศาสนาจะไม่มีแล้วนะทุกวันนี้ อำนาจของกิเลสแผ่พังพานทั่วบ้านทั่วเมืองทั่วเขาทั่วเราเต็มไปหมด จะตำหนิใครก็ไม่ได้ เพราะเต็มไปด้วยกัน จะขายให้ใครใครก็ไม่ซื้อ เพราะใครก็มีเต็มหัวใจๆ ล้วนแล้วแต่กิเลสทั้งนั้นเต็มหัวใจ ธรรมไม่มีพอที่จะแจกแบ่งกันบ้างจะว่าไง โลกมันก็มีแต่ความทุกข์ เอ้า กินของแสลงฟาดลงไปๆ ยาไม่สนใจ หมอไม่สนใจ ครูบาอาจารย์ไม่สนใจ อรรถธรรมไม่สนใจ สนใจแต่เรื่องความโลภ ความโกรธ ราคะตัณหาซึ่งเป็นของแสลง มันก็สร้างตั้งแต่พิษแต่ภัยให้ตัวเอง ไปที่ไหนเดือดร้อนไปหมด

เหาะมาบนอากาศมาจรวดดาวเทียม กิเลสก็อยู่ข้างบนนั้น อยู่ในหัวใจ มันเหยียบหัวใจของคนนั้น ถ้าลงกิเลสมีอยู่ในใจแล้ว ใครจะเหาะเหินเดินฟ้ามาจากไหนก็มาแต่ร่างนั่นแหละ แต่กิเลสมันเหยียบอยู่ที่หัวใจ จะว่าใครวิเศษวิโสเหาะเหินเดินอากาศ ดำดินบินบนมาก็มา ถ้ากิเลสอยู่ข้างในแล้วเอาไฟเผาตัวไปตลอดนั่นละ ถ้ากิเลสขาดสะบั้นลงไปแล้วอยู่ที่ไหนสบายหมด ไม่มีใครมีความสบายยิ่งกว่าศาสดาองค์เอกและพระสาวกอรหันต์ท่าน ท่านสบายไม่มีอะไรกวนใจเลย เพราะกิเลสตัวเสนียดจัญไรขาดสะบั้นไปหมดแล้ว

ให้พากันฝึกนะ จะเอากิเลสออกจากใจนี้เอาออกยาก มีแต่ไปกว้านเข้ามาแหละ กว้านกิเลสเข้ามาเพิ่ม ที่จะไสกิเลสออกไม่ค่อยมี มีตั้งแต่กว้านกิเลสเข้ามาเผาตัวเอง อยู่คนเดียวก็เป็น อยู่คนเดียวนั่งมันสั่งสมแต่กิเลสนั่นละ เรื่องนั้นเรื่องนี้ คนนั้นเป็นอย่างนั้น คนนี้เป็นอย่างนี้ คนนั้นไม่ดีอย่างนั้น คนนี้ไม่ดีอย่างนี้ เจ้าของไม่ดีเท่าไรไม่ว่า เพราะฉะนั้นมันจึงขนตั้งแต่ความทุกข์เข้ามาหาเจ้าของ ไปที่ไหนก็เอาความเลวทรามนี้ไปอวดเขา ว่าคนนั้นไม่ดี คนนี้ไม่ดี ตัวเลวทรามตัวไปอวดโลกอยู่นี้ไม่ดูเจ้าของ มันก็ยิ่งพองตัวขึ้นไป พากันจำเอานะ เอาละวันนี้เทศน์เท่านั้นละ

โธ้ ว่าจะไม่เทศน์วันนี้ก็เทศน์เป็นตุเป็นตะ ถึงย่อๆ ก็ยังเป็นเนื้อเป็นหนังอยู่นะ ให้พากันจำเอาไปปฏิบัติ มาจากเมืองนั้นเมืองนี้ เมืองไหนก็ดินฟ้าอากาศเหมือนกัน มันเป็นบ้ามันตื่นนะ เมืองไทยเรานี้ยิ่งเป็นเมืองตื่นบ้า ว่ามาจากเมืองนั้นเมืองนี้ แล้วเห่อเป็นบ้านะ เหมือนว่าเหาะเหินเดินฟ้าจากเทวบุตรเทวดาลงมา ไปเมืองนั้นเมืองนี้มา เมืองไหนก็ดินฟ้าอากาศเหมือนกัน เมืองนรกอเวจีอยู่ที่หัวใจไม่ดู แก้ตัวนี้ออกแล้วอยู่เมืองไหนก็อยู่เถอะ ตัวนี้ตัวไม่สบาย ตัวนี้ตัวกองทุกข์

 

รับชมและรับฟังพระธรรมเทศนาของหลวงตา ได้ที่

www.luangta.com หรือ www.luangta.or.th

และสถานีวิทยุเสียงธรรมเพื่อประชาชน  FM 103.25 MHz

และเครือข่ายทั่วประเทศ

 


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก