สุขแท้ทุกข์แท้อยู่ที่ใจ
วันที่ 29 กันยายน 2550 เวลา 8:00 น.
สถานที่ : วัดป่าบ้านตาด
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :
ข้อมูลเสียงแบบ(Win)   ข้อมูลเสียงแบบ(MP3)   วิดีโอแบบ(Win Narrow Band)   วิดีโอแบบ(Win High Band)

เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด

เมื่อวันที่ ๒๙ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๕๐

สุขแท้ทุกข์แท้อยู่ที่ใจ

ก่อนจังหัน

         วันนี้พระมาฉันเท่าไร (๓๒ ครับผม) มาฉัน ๓๒ ขาดไปเท่าไร (๒๖ ครับผม) ขาดไป ๒๖ นี่ละแนวทางกรรมฐาน ท่านลำบากลำบน ผู้ที่มุ่งอรรถมุ่งธรรมจริงๆ แล้วลำบากมากนะ แบบหมูขึ้นเขียงแล้วอย่าไปพูดถึงเลย พวกหมูขึ้นเขียง อาหารปรนปรือเต็มท้องเต็มปาก กินแล้วนอนหลับครอกๆ ไม่สนใจถามหาทางจงกรมไม่รู้จัก ถามว่าภาวนาเป็นไหม ภาวนาอะไร อันนี้เยอะ ผู้ที่ท่านได้ธรรมมาสอนโลกนี้ ท่านได้มาแบบนั้น แบบเดนตายๆ

         นั่นละการอยากเป็นคนดีต้องฝึกอย่างนี้นะ ไม่ใช่อยู่เฉยๆ ก็ดี อยู่เฉยๆ ก็ดี มันดีไม่ได้ อย่าทะนงตัวว่าเกิดมาชื่อว่าดีแล้วดีหมดนะ ดี นายสวรรค์ นายพรหม อยู่ในเรือนจำก็เต็มพวกนี้น่ะ ให้มันดีด้วยการประพฤติปฏิบัติตัว อย่าให้ดีตั้งแต่ชื่อแต่เสียงแต่นาม เดี๋ยวนี้มันเป็นบ้าชื่อเสียงเรียงนามนะ ไปที่ไหนอยากได้แต่ชื่อแต่นาม ความดีมันไม่สนใจจะทำตัวให้ดี อันนี้ละกิเลสเหยียบหัวใจ เฉพาะอย่างยิ่งหัวใจพระเรา พระเรามันจะไม่มีธรรมในหัวใจนะ มันมีแต่มูตรแต่คูถเต็มหัวใจพระ เอาผ้าเหลืองมาครอบเอาไว้

พูดให้หมดทั่วประเทศเขตแดน นับแต่วัดป่าบ้านตาดออกไป เพราะธรรมเป็นธรรมสอนโลก สอนได้ทุกแง่ทุกมุม กว้างแคบไม่ขัดข้อง มันเป็นไปอย่างนั้นละเดี๋ยวนี้ จิตใจต่ำทรามมาก คนจิตใจต่ำทรามเท่าไร ยิ่งขนทุกข์เข้ามามากๆ แล้วอะไรเจริญๆ มันมีแต่เจริญด้วยมูตรด้วยคูถ มันไม่ได้เจริญด้วยศีลด้วยธรรมนะ อันนี้ละลำบากมากทีเดียว การจะฝึกตนให้ดีนี้ ไม่ค่อยมีใครสนใจ แต่การปล่อยตัวไปตามบุญตามกรรม ไม่มีบาปไม่มีบุญ ไม่มีหิริโอตตัปปะ เอาความสนุกสนานเข้าว่านี้เต็มบ้านเต็มเมือง ไปที่ไหนจึงเจริญด้วยมูตรด้วยคูถดังที่กล่าวมานี้ จากความประพฤติเลว ให้พากันจำเอา

         การฝึกตนให้เป็นคนดีเรียกว่ายาก ถ้าฝึกได้แล้วดีนะ ฝึกได้แล้วอยู่ที่ไหนดีหมด ชุ่มเย็นอยู่ในป่าในเขาร่มไม้ชายคา อดบ้างอิ่มบ้าง สุขหมด มันสุขอยู่ที่ใจ ไม่ได้สุขอยู่ที่วัตถุเงินทองข้าวของ อันนั้นไปเกาะเขาเฉยๆ สุขแท้ทุกข์แท้อยู่ที่ใจ กำจัดเหตุที่จะให้เกิดทุกข์คือความชั่วออกจากใจ มีแต่บำเพ็ญความดีให้เข้าสู่ที่ใจแล้ว อยู่ที่ไหนเย็นหมด พูดให้มันชัดๆ เสีย เราได้ปฏิบัติตัวมาตั้งแต่ล้มลุกคลุกคลาน นั่งน้ำตาร่วงอยู่บนภูเขา เคยพูดให้ท่านทั้งหลายฟังกี่ครั้งแล้ว สู้กิเลสไม่ได้ กิเลสมันรุนแรง ความชั่วรุนแรง สติปัญญาเพื่อจะต้านทานกิเลสไม่มีๆ ตั้งพับล้มผล็อยๆ อยู่บนภูเขา ลืมเมื่อไรเรา

ถึงขนาดที่ออกอุทานในใจ นี่พูดให้พี่น้องทั้งหลายฟังกี่ครั้งแล้ว เพื่ออะไรเพื่ออวดหรือเพื่อให้เป็นคติ นี่เราพูดเพื่อให้เป็นคตินะ เราได้สู้กิเลสนี้ ได้แพ้กิเลสอย่างหลุดลุ่ยมาแล้วๆ นะ ตั้งสติพับล้มผล็อยๆ เลยสุดท้ายก็น้ำตาร่วง โถ มึงเอากูขนาดนี้เชียวหรือ มันอุทานอยู่ในใจ มึงเอากูขนาดนี้เชียวหรือ ทีนี้มันก็ต้องมีสิ่งที่รับกัน เอาละ ยังไงมึงต้องพังวันหนึ่ง นี่เคียดแค้นให้กิเลสอยู่ในหัวใจ ที่มันมีกำลังกล้า ทำลายสติเราแหลกเหลวๆ ต้านทานกันตรงนั้น เอาละมึงต้องพังวันหนึ่ง ให้กูถอยกูไม่ถอยละ

         โรงงานใหญ่ก็คือพ่อแม่ครูจารย์มั่น ไปศึกษากับท่าน กลับมาล้มอีกๆ เอาอีก ล้มอีก ไม่หยุดไม่ถอย เอาไปเอามาก็ตั้งตัวได้ๆ เรื่อยๆ นั่งหามรุ่งหามค่ำจนก้นแตก ท่านทั้งหลายฟังซิน่ะ ได้ยินมีตั้งแต่หมอนแตกๆ นี่หลวงตาบัวได้นั่งแล้วก้นแตก ไม่ใช่คุย นั่งไม่รู้กี่คืน ซัดกันจนพ่อแม่ครูจารย์มั่นรั้งเอาไว้ มันจะเลยเถิด ท่านยกอุปมาข้อเปรียบเทียบว่า ม้าตัวไหนมันคึกมันคะนองมาก ไม่ฟังเสียงการฝึกฝนของเจ้าของแล้ว เขาจะฝึกอย่างหนัก ท่านว่างั้นนะ พอขึ้นไปนั่งปั๊บ พอขึ้นไปนั่ง มันจะมีแต่ธรรมละฟัดกับท่านนะ เวลาขึ้นไปทีแรกเหมือนผ้าพับไว้ พอธรรมออกจากใจนี้ โหย เหมือนแชมเปี้ยนนะ มันออกจากใจ

พอขึ้นไปปั๊บ ม้าตัวใดที่มันคึกมันคะนองมาก ไม่ฟังเสียงเจ้าของ เขาจะฝึกอย่างหนักท่านว่า เรายังไม่ได้พูดนะ เพราะท่านรู้แล้วเราขึ้นไปต้องพูดแบบนี้ ต้องเป็นแบบนี้ เอาจนกระทั่งมัน นั่นละคือการฝึกนี้ม้ามันอ่อนกำลังลงแล้วยอมรับการฝึกฝน การฝึกเขาก็ลดลงๆ จนกระทั่งม้าใช้การใช้งานได้ตามคำสั่งของสารถีฝึกม้า แล้วการฝึกประเภทนั้นเขาก็หยุด ท่านก็พูดเพียงเท่านี้ละ ท่านไม่ได้พูดว่าหมาตัวนี้มันฝึกยังไง อยากให้ท่านว่า หมาตัวนี้มันฝึกยังไง คือความเพียรก็ท่านสอนให้เราพ้นทุกข์ แต่เวลาจะเอาจริงๆ ได้รั้งนะ พ่อแม่ครูจารย์รั้งเราไว้ เพราะมันผาดโผนจริงๆ ทำอะไรจริงจังทุกอย่าง ขาดสะบั้นๆ แต่กิเลสก็จะเอาให้ขาดสะบั้น ตอนน้ำตาร่วงบนภูเขา เอาละมึงต้องพัง นี่เจ็บนะ เจ็บแสบมากนะนี่ ซัดกันเลย

         นี่ละการฝึกทรมานกว่าจะได้เป็นคนดี นี้ดีหรือไม่ดี ที่มานี่มาอวดท่านทั้งหลายหรือ จ้าครอบโลกธาตุนี่มาได้ ๕๗ ปีแล้วฟังซิ หลอกท่านทั้งหลายหรือ ปฏิบัติเพื่อหลอกตัวเอง หรือเพื่อหลอกประชาชนเหรอ เราเดนตายๆ มา นั่งก้นแตกๆ ฟังซิน่ะ จนพ่อแม่ครูจารย์รั้งเอาไว้ เพราะวันไหนนั่งตลอดรุ่งเอาตายเข้าสู้ๆ วันนั้นคนจนตรอกจนมุมอย่าว่าโง่นะ มันไม่ได้โง่ตลอดเวลา เวลาจนตรอกจนมุม สติปัญญามันจะหาทางออก สุดท้ายก็ได้ ผาง กิเลสขาดสะบั้นลงไป ในระยะชั่วคราวก็เอา ได้ความอัศจรรย์

พอขึ้นไปหาท่านทีแรกเหมือนผ้าพับไว้ พอเริ่มธรรมะนี้เหมือนแชมเปี้ยนนะกับพ่อแม่ครูจารย์มั่น กำลังใจ ไม่ใช่อะไรละ อยากเล่าถวายท่านในผลงานของตน เพื่อท่านแสดงแนะนำสั่งสอนแบบไหนๆ เราจะนำไปปฏิบัติ ขึ้นไปวันไหนเหมือนแชมเปี้ยน ก็มันเป็นจริงๆ รู้จริงๆ นี่เวลาจนตรอกจนมุม จิตมันฟัดกับกิเลสด้วยสติปัญญานี้จ้าขึ้นมาๆ ทุกคืน คืนไหนนั่งตลอดรุ่ง ไม่มีพลาด

         นี่ละคือการฝึกเจ้าของ ที่ได้นำมาพูดให้ท่านทั้งหลายฟัง ไม่ได้มาพูดเฉยๆ ตัวไม่ทำ เราเดนตายมาแล้วนะมาสอนท่านทั้งหลาย พระพุทธเจ้าสลบสามหน ฟังซิน่ะ ไอ้เราตัวเท่าหนูก็ไม่เคยสลบ แต่ทุกข์ก็ยอมรับว่าทุกข์ อัศจรรย์ในหัวใจตามภูมิของหนูก็อัศจรรย์ จนมาเล่าให้เพื่อนทั้งหลายฟัง ตลอดเล่าถวายพ่อแม่ครูจารย์ เพื่อท่านจะได้เพิ่มเติมกำลังเข้าไปอีกนั่นละ นี่ทำมาแล้วนะ ไม่ได้ทำเล่นๆ นี่น่ะ มาเหยาะๆ แหยะๆ

ถ้ามาในวัดก็มาเถ่อนั้นเถ่อนี้ อ้าปากมา ถ้าไปเจอเราๆ ไม่มีหน้าอินทร์หน้าพรหม สำหรับเราแล้วพูดให้มันชัดเจน ธรรมมีอยู่ในหัวใจครอบโลกธาตุ จะไปว่าอะไร ขี้หมูขี้หมามาอวดก้าม มาแบบเบ่งๆ อย่ามานะมาวัดป่าบ้านตาด เอาจริงๆ นะหลวงตาองค์นี้ ไม่ไว้หน้าใครนะ มา ถามแล้ว มาอะไร ถ้าผิดเวลานะ ถ้ามาธรรมดาเราก็ไม่ว่า ตั้งแต่ ๕ โมงไปแล้ว เอาละที่นี่ เรามักจะออกตอน ๕ โมง เงียบๆ นั้นเรามักจะออกมา ถ้ามาเพ่นๆ พ่านๆ เข้ามา ถามแล้ว มาหาอะไร เอาละนะเตรียมแล้วนะนั่น มา ถ้าไม่เป็นท่า ไปออกไป สถานที่นี่ไม่ใช่สถานที่เร่ร่อน ศีลธรรมท่านรักษาอยู่ที่นี่นี้นะ อย่ามาเพ่นพ่าน มาทำลายศีลธรรม ไล่เลย

บางทีรถบัสมาตั้ง ๓ คัน ๔ คัน จอดอยู่หน้าประตูวัด จะหลั่งไหลเข้ามานี้ พอดีเราออกไป ๔-๕ โมงยังเข้ามาอีก นี่จะมาอะไรกัน หัวหน้าเขาก็ว่า จะมาเที่ยวดูวัดดูวา ว่างั้นนะ ใครๆ ก็อยากดูวัดดูวา มาเที่ยวดูวัดดูวา ไม่ต้องดู ไป ออก ท่านดูอยู่แล้ว ท่านปฏิบัติของท่านอยู่แล้ว นี่ไม่มาดู มาทำลาย ผิดเวล่ำเวลามาทำไม นั่น ผู้รักษาๆ อยู่ขอบเขตเหตุผลหลักธรรม มานี้มีแต่มาทำลาย เถ่อๆ มองๆ ได้ประโยชน์อะไร ไป ไล่ รถบัส ๒ คัน ๓ คัน ไล่แตกฮือเลย ไม่มีอะไร เฉย ก็ไม่มีอะไรกับโลก ฆ่ามันหมดแล้วในหัวใจ

ใครอยากตำหนิติเตียนเราว่าอะไร ก็เท่านั้น เป็นปากของเขาเอง ความคิดของเขาเอง ได้เสียของเขาเอง เราไม่ได้ เราพูดออกด้วยความเป็นธรรม ใครจะรับก็รับ ไม่รับก็ไม่รับเท่านั้น นี่ละเราพูดอย่างนั้น พูดแล้วไม่มีอารมณ์ด้วยนะ พูดให้ชัดเจน จะพูดดุพูดด่า พูดนิ่มนวลอ่อนหวานไม่มีอารมณ์ติดใจ เจ้าของไม่เป็นกังวล ว่าดีว่าชั่ว ว่าผิดว่าถูก เกรงใจคนนั้นคนนี้ นี้อย่าพูดถ้าเป็นอย่างนั้นแล้วอย่าพูด ถ้าว่าถูกต้องตามธรรมแล้ว เอาไปเลย นั่น ต้องอย่างนั้นซิ

         ให้ท่านทั้งหลายพากันพินิจพิจารณานะ อย่ามาปล่อยตัวเด้นๆ ด้านๆ เป็นนิสัยสันดาน ไอ้การนุ่งซิ่นนุ่งผ้ามาวัดมาวา เราเคยพูดแล้วนะ ไม่ไปบอกทางผู้ว่าราชการจังหวัด การแต่งเนื้อแต่งตัว ส่วนมากผู้หญิงเลวมาก ผู้หญิงใจต่ำมากทีเดียว ใจราคะตัณหา เราไม่ได้ตำหนิผู้หญิงทั่วๆ ไปนะ มักเป็นอย่างนั้น เราก็ว่า ไม่มีคนอื่นว่าได้ ถ้าไม่ใช่ธรรมว่า ธรรมนี้ว่าได้ทั้งนั้น เพราะเป็นธรรมสอนโลก เราว่าได้พูดได้ ให้เอาไปพิจารณา

เรายังจะบอกผู้ว่า ให้ประกาศสอนคนบ้างนะ ไปที่ไหนก็ไม่ว่าละ แต่เข้าไปวัดไปวา ควรจะมีกฎมีระเบียบสวยงาม น่าดูน่าชม สมกับผู้ไปวัดไปหาศีลหาธรรมบ้าง นี่ไปแบบลิงแบบค่างบ่างชะนี แต่งตัวล่อนจ้อนล่อนแจ้น เห็นหีเห็นหำไปละ แต่ผู้ชายไม่เป็นไร เดี๋ยวนี้มีเครื่องสากล กางเกงสากลแต่งก็ไม่เป็นไร ผู้หญิงนี่มันไม่สากล มันทุกแบบเข้ามานี่ มาอวดตัวเอง อวดหำอวดหีตัวเอง หีใครมันก็มีอวดหาอะไร เหอ หรือผู้หญิงไม่มีหีหรือในนี่ จึงมีแต่เราคนเดียวหรือมาอวด โห้ พูดแล้วโมโห มันกำลังหิวข้าว เอาละให้พร

หลังจังหัน

(ปัญหาการภาวนาเจ้าค่ะ นมัสการท่านหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน กระผมเป็นลูกศิษย์หลวงตาทางวิทยุเสียงธรรม ขอถามปัญหาเกี่ยวกับการภาวนาดังนี้ คืนหนึ่ง ๑๕ ค่ำ เดือนพฤษภาคม ๒๕๕๐ นอนภาวนาอยู่เรื่อยๆ จนมารู้สึกตัวอีกทีก็ตอนที่กระผมได้เหาะดิ่งลงไปในเหวลึกมืดมองไม่เห็นใคร มีแต่ผมคนเดียวเลยรู้สึกกลัว จึงถอนจิตขึ้นมาอยู่ในร่างเดิม ถามว่าถ้าตามจิตลงไปจนถึงก้นเหวที่สุดแล้วจะเป็นอันตรายไหมครับ ขอหลวงตาอยู่กับลูกหลานไปนานๆ นายไชยา พาราศรี)

ไม่เป็น มันจะลงไหนจิต ไม่ลง สูงสุดอยู่กับจิต อันนี้เป็นอาการของจิตมันออกไปให้เจ้าของดู อาการที่ว่าเหวลึกอะไรๆ เป็นอาการของจิตมันแสดงออกมา ผู้เป็นนักภาวนาแล้วจะเป็นเครื่องสอนจิตไม่สะทกสะท้านไม่ต้องกลัว จิตไม่ตาย แต่อาการของจิตจะเป็นได้หลายแบบหลายฉบับ เป็นทุกแบบ ไม่เคยเห็น เวลาภาวนาแล้วมันจะเป็นอย่างนั้น มันมีเหาะเหินเดินฟ้า ทั้งๆ ที่เราก็นั่งอยู่กับเสื่อกับหมอนนี้แหละมันพาเหาะเหินเดินฟ้า บางทีพาลงไปนรก เราก็ไม่ตกนรก เห็นนรก แน่ะ ไม่ตกจิตดวงนี้ไม่ตก เห็นสวรรค์ก็เห็นเฉยๆ ไม่ขึ้น บำเพ็ญเจ้าของอยู่ในนี้ นรกก็ไปเห็นแต่ไม่ลง เข้าใจไหม เป็นนักรู้ ภาวนาให้รู้อาการของจิต เมื่อรอบแล้วก็ตรงแน่วเลย เข้าใจนะ (แล้วเขาขอให้หลวงตาอยู่กับลูกหลานไปนานๆ เจ้าค่ะ) จะอยู่ไปจนสุดลมหายใจจะว่าไง ทุกคนนี่สู้สุดลมหายใจทุกคน ไม่ใช่นักสู้แต่คนเดียวสำหรับหลวงตาบัว นักสู้ด้วยกันทุกคน.

สิ่งก่อสร้างของเราที่ช่วยเหลือโลกมันทั่วประเทศ ไม่มีภาคไหนที่เราไม่ได้ช่วย ทุกภาคเลยทั้งใกล้ทั้งไกล ที่ไหนๆ ไปหมด ความจำเป็นอยู่ที่ไหนลงกันด้วยเหตุผลแล้วเอาเลยๆ ที่นราธิวาสก็มี ช่วยหมดเลย พอพูดเรื่องนี้ที่ไปนราธิวาส จะเป็นการยกยอหรือไม่ยกยอ แต่เอาความจริงมาพูดเวลามาสัมผัส มันบันดาลอะไรก็ไม่รู้ผมก็อัศจรรย์เหมือนกัน ธรรมดาผมมอบภาระให้ลูกสาวใส่บาตรพระทุกวันๆ เอาขันข้าวไปตั้งไว้นั้นแล้วก็ใส่บาตรพระทุกวันๆ คืนวันนั้นอยากใส่บาตรเป็นกำลัง ไม่ได้ใส่ไม่ได้ เลยมาบอกลูก ลูกสาวใส่บาตรเป็นประจำเพราะมอบภาระให้แล้ว

วันนี้บอกลูก พ่อจะมาใส่บาตรด้วยนะวันนี้ พ่ออยากใส่บาตรเป็นกำลัง ไม่ทราบเป็นยังไงพ่อแต่เกิดมาพึ่งมาเจอเอาคืนนี้ละ มันนอนไม่หลับมันอยากใส่บาตร ที่แกพูดมันน่าฟังนะ พอมาพูดแล้วน้ำตาร่วง โอ๊ย ผมไปหาท่านอาจารย์ไม่รู้กี่ครั้ง แกเล่าเรื่องให้ฟัง อยู่หนองคายก็มา มานี้ก็รถเข้าไม่ได้ ถ้าหน้าแล้งมันก็มีแต่ทราย แต่ก่อนไม่มีถนน ถ้าหน้าฝนก็มีแต่น้ำ มาทีไรเข้าไม่ได้ จากนี้ถูกย้ายไปทางอุบล แล้วละที่นี่หมดละวาสนา คราวนี้ฟาดลงมานราธิวาส หมดเลยวาสนาเราจะไม่ได้พบท่านอาจารย์ หลายครั้งหลายหน จากหนองคายก็ไปอุบล จากอุบลก็ฟาดลงนราธิวาสเลย แล้วอยู่ๆ เรียกว่ามาเจอเอาได้ละ

ทีนี้ตอนมาเจอนี้มีแปลกอยู่นะ มันอยากใส่บาตรเป็นกำลัง มาสั่งลูกสาว วันนี้พ่อจะมาใส่บาตรด้วยนะลูก รอพ่อวันนี้พ่ออยากใส่บาตรเป็นกำลังไม่ทราบเป็นยังไง มา พอดีเราพักอยู่วัดประชาภิรมย์ คือตอนเช้าเขานิมนต์ไปในงานทางราชการกระทรวงมหาดไทย พอไปแล้วเราไปพักอยู่วัดประชาภิรมย์ ตอนเช้าพวกคณะครูเขาจัดสำรับๆๆ มา ทุกองค์ที่เขานิมนต์มาเขาติดเบอร์ไว้ เบอร์วัดชื่อว่างั้น อยู่จังหวัดนั้นๆ มีชื่อไปหมด เราก็ไปพักนั่นละ ตอนเช้าเขายกสำรับมาเราไม่เอาสำรับ เราไปบิณฑบาต

ทีนี้พ่อมาเห็น นี่ลูกๆ ดูซิน่ะลูก ดูพระองค์นี้ทำไมเดินบิณฑบาตมา แหม ความสำรวมระวังสง่างามมากนะลูก ดูนะลูก ไม่ใช่พระแถวนี้นะลูก พระองค์นี้แปลกเหลือเกิน กระซิบลูกตลอดจนกระทั่งเรามาถึงนั่นนะ นี่ดูซิลูก เวลาท่านเดินมานี้สง่างามมาก จะว่ายอก็ยอก็พูดตามความจริง แกพูดแล้วน้ำตาร่วงนะ แกว่าหมดหวังแล้วจะไม่พบเรา แกมุ่งไปหาเราตั้งแต่แกอยู่หนองคายมาไม่ได้ ไปอุบล โอ๊ย หมดแล้ว ทีนี้ฟาดลงนราธิวาสหมดแกว่า แล้วมาเจอเอาจนได้ พูดน้ำตาร่วงเลยนะ

จากนั้นแกเฝ้าทั้งวันเลย สมแกอยากพบนะ แกเป็นหัวหน้า ต.ม.ตรวจคนเข้าเมือง แกมอบภาระให้ลูกน้องหมด แกบอกว่าวันนี้อย่ามาสนใจกับเรานะ เราจะไปกับท่านอาจารย์ ไปทั้งวันเอารถบริการตลอด บอกให้ไปทำงาน ไม่ไป ผมปรารถนาอยากจะพบท่านอาจารย์มานี้กี่ปีกี่เดือนไม่ได้พบ คราวนี้พบแล้วให้สมหวัง ไปไหนไปหมดเลยนะพาเราไป ทีนี้พอเราบิณฑบาตมาแล้วก็กระซิบให้ลูกดู ดูซิลูกดูพระองค์นี้บิณฑบาต ดูท่าสำรวมระวังสง่างามมาก กระซิบลูกๆ พอใกล้เข้ามาๆ นิมนต์เราเข้าไปรับบาตร

พอรับบาตรตักทัพพีใหญ่ใส่ตูมเลยๆ เราก็ถอย เดี๋ยวๆ อันนี้ก่อน ใส่ฟาดถึง ๓-๔ ทัพพี เลยยกหมด ใส่หมดเลยนะ ทีแรก ๑ ทัพพี ๒ ทัพพีมันไม่ถึงใจ ฟาดลงเอาขันนั่นใส่ทั้งขัน โอ๊ย มันจะไปที่ไหนได้ที่อื่นที่จะไปบิณฑบาตกับเขามีอยู่ ไปก็ไปเถอะไม่เป็นไรผมจะตามไปด้วย แกเอาเครื่องของแกไปด้วย ไปเขาก็ใส่บาตรที่ไหน ซัดมานี้เต็มกะละมังมา เข้าไปนู้นเลย วันนั้นเฝ้าเราทั้งวันเลย แกว่าแกหมดหวังแล้ว ทำไมมาเจอเอาแกว่างั้น ทีนี้เวลาจะออกจากวัด นี่ละเราได้เห็นผู้ชายร้องไห้นะ แหม น่าสงสารมาก พอมาเขาใส่บาตร เขามาถวายทานตั้งมากมายก่ายกอง เราก็ไปมาแล้วก็ถาม วัดนี้มีกี่คณะเราถาม มีเท่านั้นคณะๆ คณะหนึ่งมีจำนวนมากน้อยเพียงไร เราจะให้เขาจัดอันนี้ถวายพระทั้งหมดเลย

พอไปถามแล้วว่ามีเท่านั้นคณะเท่านี้คณะ คณะมากน้อยเพียงไรให้จัดของตามคณะ เราจะแจกไปหมด บอกเราไม่เอา อันนี้อันหนึ่งนะ ร้องไห้อีกละ โอ้โห ไม่เคยเห็นพระอย่างนี้ร้องไห้ เวลาเราก้าวขึ้นรถนั่งรถแล้วแกก็ร้องไห้อยู่นั่นนะ ชื่อวีระ เป็นพันโท แกเป็นหัวหน้า ต.ม. ตั้งแต่นั้นมาไม่ได้พบกันอีกเลยจนกระทั่งป่านนี้ แกย้ายเข้ามากรุงเทพแล้ว คงเกษียณไปแล้วละ มันขบขันที่ว่ากระซิบลูกให้ดู พระองค์นี้ไม่ใช่พระแถวนี้นะลูก ดูท่าสำรวมระวังสง่าผ่าเผยเหลือเกิน

มาแล้วยังกระซิบลูกดู นี่ละพ่ออยากใส่บาตรเมื่อคืนเต็มกำลังคงเป็นองค์นี้ละ มันบันดลบันดาลอะไรไม่รู้นะ บอกว่าพ่ออยากใส่บาตรเป็นกำลัง แต่ก่อนมอบให้ลูกสาวแล้วก็เป็นอันว่าแล้วเลยๆ เขาไม่ใส่บาตร แต่วันนั้นบอกลูกเลย พ่ออยากใส่บาตร จึงได้มาใส่ สุดท้ายใส่หมดเลย เลยเป็นรถคันหนึ่งเลยมา ไปถึงวัดแจกทั่ววัดเลย เป็นอย่างนั้น เวลาจะมาพระมีเท่าไรๆ ของเขามาบริจาคทานมากมายนะ นับคณะมาให้แยกของๆๆ เสร็จแล้วไปคณะนั้นๆ หมดเรา เอา ท่านไม่เอาหรือ ไม่เอา ได้แล้ว ได้อะไร ได้บุญ เวลาเราจะขึ้นรถมานี้ร้องไห้นะ เห็นผู้ชายร้องไห้คนนั้น พันโทวีระ นี่ละไปนราธิวาสคราวนี้ก็ไปเห็นของแปลกๆ อยู่ จบละนะ

 

รับชมและรับฟังพระธรรมเทศนาของหลวงตา ได้ที่

www.luangta.com หรือ www.luangta.or.th

และสถานีวิทยุเสียงธรรมเพื่อประชาชน  FM 103.25 MHz

และเครือข่ายทั่วประเทศ

 


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก