พุทธภูมิขวางไว้
วันที่ 11 ตุลาคม 2550 เวลา 7:55 น.
สถานที่ : วัดป่าบ้านตาด
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :
ข้อมูลเสียงแบบ(Win)   ข้อมูลเสียงแบบ(MP3)   วิดีโอแบบ(Win Narrow Band)   วิดีโอแบบ(Win High Band)

เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด

เมื่อวันที่ ๑๑ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๕๐

พุทธภูมิขวางไว้

เดี๋ยวนี้นับวันหลงหน้าหลงหลัง ใครไปเห็นไปเจออยู่ที่ไหนให้ไปจูงแขนมานะ หลงแล้วเดี๋ยวนี้เป็นแล้วนะ ปีนี้เด่นมาก ไปที่ไหนหลงที่นั่นๆ เป็นอย่างนั้นนะ พระมาส่งกุฏิแล้วมาดูยังไม่ยอมรับว่าเป็นกุฏิเจ้าของ ฟังซิน่ะ มันเป็นขนาดนั้นนะ ไปดูผ้าเช็ดเท้า มาดูกุฏิไม่ยอมรับว่าเป็นกุฏิเจ้าของ เอาผ้าเช็ดเท้ามาดู ดูโอ่งน้ำล้างเท้า เทียบกันๆ แล้วค่อยยอมรับๆ จึงยอมรับกุฏิ เป็นอย่างนั้นเดี๋ยวนี้ ใครเคยคิดเมื่อไร เป็นแล้วเดี๋ยวนี้ หลงอย่างนั้นแหละ ไปไหนหลงไปเลย หลงทิศหลงแดน

บางวันก็ฟาดเข้าไปโน่น เห็นไฟเขา มันไม่มีทางไป เห็นไฟมันต้องพุ่งใส่ไฟ ไปถามเขา กุฏิของเราอยู่ทางไหน เขาก็บอก บอกเขาก็ชี้บอกถูก ไปก็ฟาดไปนู้นอีก เขาก็ตามเรื่อย เป็นอย่างนั้นละเดี๋ยวนี้ โอ๊ย หลงนะ หลงหน้าหลงหลังไม่เป็นท่าแหละ ความจำมันเป็นอันหนึ่ง ความจำได้หดย่นเข้ามาๆ คงจะมากขึ้นเรื่อยๆ สัญญาความจำ ค่อยหดเข้ามาๆ สังขารความปรุง ปรุงได้ธรรมดา

วันนี้ตอนเที่ยงเราก็ไปเทศน์ที่วัดโพธิ เทศน์ที่วัดโพธิเมื่อวานเป็นวันเกิดของท่านเจ้าคุณวัดโพธิ ขนของใส่รถเราเต็ม รถกระบะสองคันเต็มเอี๊ยดจากโกดังเอาไปถวายท่าน จากนั้นก็เทศนาว่าการได้เงิน ๑๓๐,๐๐๐ ก็มอบถวายท่านแล้วก็มา เมื่อวานนี้

         พี่น้องทั้งหลายให้หันหน้าเข้าศีลเข้าธรรมนะ ที่อื่นหาที่หลบหลีกไม่ได้ มีศีลธรรมเท่านั้นเป็นที่ร่มเย็นแก่จิตใจ วัตถุสิ่งของอะไรไม่ทำความเย็นใจให้เหมือนธรรม ธรรมให้ความสงบเย็นใจได้สบายๆ วัตถุเหล่านั้นเป็นเครื่องส่งเสริมพอเป็นความสะดวกสบายบ้างเล็กน้อย หลักใหญ่คือความสุขความทุกข์จะมารวมที่ใจ ให้ปรับปรุงใจของเราให้ดีด้วยศีลด้วยธรรม นำอย่างอื่นมาปรับปรุงไม่ดี ไม่เกิดประโยชน์ เอาศีลธรรมเข้าอบรมจิตใจ

โฮ้ จิตใจนี้เวลาแสดงฤทธิ์ของง่ายเหรอ เราได้ยินพ่อแม่ครูจารย์มั่นท่านเล่าอยู่วัดถ้ำสาริกา ที่ว่าจิตของท่านลงพรึบแล้วก็มีผีใหญ่ตนหนึ่งแบกตะบองมาจะมาตีท่าน เราก็เขียนแล้วในประวัติท่าน รบกันกับผีใหญ่ ผีใหญ่ยอมถวายตัวเป็นลูกศิษย์ แล้วผีในบริเวณเขาบอกหมดที่อยู่ในอำนาจเขาปกครอง นครนายก นครราชสีมา เขตนั้นละ ผีนี้ละเป็นผู้บังคับบัญชาในวงผีทั้งหลายบริษัทบริวาร เข้ามาจะมาตีท่าน จิตของท่านรวมพรึบลงไป ผีใหญ่แบกตะบองใหญ่มาจะมาตี

ท่านเทศนาว่าการสอนกันกับผี ผีก็เลยทิ้งตะบองเหล็กใหญ่ที่จะมาตีท่านลง หมอบราบกราบท่านถวายตัวเป็นลูกศิษย์ บรรดาผีทั้งหลายเหล่านี้อยู่ในอำนาจของผีตนนี้ทั้งนั้น นครนายก นครราชสีมา แล้วทางไหนบ้าง สระบุรีหรือที่ต่อกัน ผีนี้เป็นผู้ปกครองหมดว่างั้น เวลายอมรับแล้วเย็นใจสบายใจ เรื่องผีไม่มีปัญหาอะไรจะให้ท่านเกิดความขัดข้องอย่างนั้นอย่างนี้ เพราะผีมีวิธีการต่างๆ นายเขาเล่าให้ท่านฟัง พวกผีมีวิธีการต่างๆ ให้ขัดให้ข้องเรื่องนั้นเรื่องนี้อยู่งั้นละ ทีนี้พอผีตนนี้ลงแล้วท่านบอกท่านไม่ต้องเกรงว่าจะเกิดอุปสรรคขัดข้องอะไรๆ ต่อท่านเพราะผีมาทำไม่มี เขาถวายตัวเป็นลูกศิษย์แล้ว แน่ะฟังซิ

นั่นละที่จิตของท่านลง ลงพรึบนี้หมดเลย โลกธาตุว่างหมดเลย เราก็ได้ยินแต่ท่านเล่าให้ฟัง ไม่เคยคิดเคยคาด บทเวลาเราเป็นเราก็ไปเป็นที่หนองผือ ขึ้นไปเล่าให้ท่านฟังท่านรู้สึกเมตตาตื่นเต้นมากนะ เพราะเป็นเหมือนกันท่านว่า จิตเราลงก็ลงแบบเดียวกัน พรึบนี้หมดเลย โลกธาตุว่างหมดเลย อัศจรรย์เกินเหตุเกินผลอยู่อย่างนั้น ก็มาเล่าถวายท่าน ท่านก็รู้สึกมีความเมตตาตื่นเต้นกับความเป็นของเรา ทีนี้ ๒-๓ วันมาทำให้มันเป็นอย่างนั้นมันไม่เป็น กลับไปหาท่านบอกว่า ทีนี้มันไม่เป็นอย่างนั้น ท่านดุเอาเสียแหลกเลย มันเป็นบ้าหรือ มันเป็นแล้วมันก็แล้วไปแล้วมันผ่านไปแล้วไปยุ่งมันอะไร มันจะเป็นใหม่ก็เกิดขึ้นจากปัจจุบันท่านว่า มันจะเป็นเรื่องอะไรเกิดขึ้นจากจิตตภาวนา อย่าไปคาดไปคิดผิดทั้งเพ

เราก็ไม่ลืมท่านดุเอา ๒-๓ วันหลังว่าจะทำให้เป็นอย่างนั้นอีกมันไม่เป็น จึงไปกราบเรียนท่าน ท่านดุเอาเสียแหลกเลย ผมก็เป็นหนเดียวเท่านั้นละ คือเป็นแบบเดียวกัน ท่านเล่าให้ฟังอยู่ที่ถ้ำสาริกาผีใหญ่มาตีท่าน แต่เราไม่มีผีใหญ่ผีน้อย เป็นแต่เพียงจิตมันลงพรึบนี้ว่างหมดเลย โล่งหมดเลย มาเล่าให้ท่านฟัง ท่านก็พอใจ รู้สึกท่านเมตตาตื่นเต้นด้วย แล้วคราวหลังนี้ทำอีกจะให้เป็นอย่างนั้นมันไม่เป็น ไปกราบเรียนท่านอีก ท่านเลยดุเอาเสียแหลกเลย มันเป็นบ้าอะไร เป็นแล้วมันก็แล้วไปแล้วมันเป็นอะไรอีก มันจะเป็นมันก็เป็นปัจจุบันของมัน แต่เราเป็นนี้เราคิดไว้เมื่อไรมันยังได้ท่านว่า มันจะเป็นมันก็เป็นของมันเองท่านว่า นี่ละอยู่ที่หนองผือเป็นหนหนึ่ง คล้ายคลึงกันกับหลวงปู่มั่นเราเป็นที่ถ้ำสาริกา อันนั้นท่านมีผีใหญ่มา เราไม่มี ผีใหญ่ผีน้อยไม่มี

นั่นละการนั่งภาวนา เวลามันลงถึงแดนอัศจรรย์ อัศจรรย์จริงๆ นะ โลกนี้ว่างหมดเลย หมดเลย ไม่มีต้นไม้ภูเขาดินฟ้าอากาศ ความว่างนี้ครอบหมดเลย นั่นละที่ว่าอัศจรรย์ จิตลงถึงแดนอัศจรรย์ถึงจริงๆ เราเคยเป็นแล้วจึงพูดได้อย่างอาจหาญชาญชัย แต่ถ้ามันเป็นนั้นแล้วอย่าไปยึด เป็นแล้วมันผ่านไปแล้วให้ผ่านไป อย่าไปยึดมาเป็นอารมณ์ เวลาทำก็ให้ทำปัจจุบัน มันจะขึ้นแบบนั้นหรือขึ้นแบบใด มันจะขึ้นของมันเอง ก็เป็นอย่างนั้น หลวงปู่มั่นท่านพิสดารมาก ท่านเป็นนิสัยโพธิญาณ ท่านปรารถนาพุทธภูมิ ครั้นเวลาจะเข้าด้ายเข้าเข็มจิตจะหลุดจะพ้นไป สายพุทธภูมิผ่านเข้ามาถอยเสียๆ ท่านว่า ถอยเสีย จากนั้นมาก็เลยของดเรื่องพุทธภูมิ ขอแต่ความพ้นทุกข์อย่างเดียวก็พอ พอว่างั้นจิตก็พุ่งเลย ทะลุได้เลย นั่น

พุทธภูมิขวางไว้ๆ พอจิตจะเข้าด้ายเข้าเข็มทีไรสายพุทธภูมิจะผ่านเข้ามา ระลึกสายพุทธภูมิแล้วก็ถอยจิตๆ ทีนี้มันอยากพ้นทุกข์เป็นกำลังท่านว่า เอาละถึงจะเป็นพุทธภูมิไม่เป็นพุทธภูมิก็ขอความพ้นทุกข์อย่างเดียวแล้วพอ พอท่านปล่อยคำอธิษฐานเป็นพุทธภูมิจิตก็พุ่งเลย ท่านจึงได้พ้นทุกข์ไป เพราะฉะนั้นลวดลายพุทธภูมิของท่านจึงมีอยู่ ความรู้ของท่านพิสดารมากทีเดียว

ความรู้ทางด้านจิตตภาวนาพิสดารมากนะ ไม่ได้เหมือนนอกๆ เราไปที่ไหนก็เห็น เขาเห็นเราเห็น ไม่เห็นเป็นของแปลกอะไรเห็นอย่างนี้ ตาในเวลาตาใจมันออกเห็นมันไม่เป็นอย่างนั้น มันเห็นสิ่งที่เราไม่เคยรู้เคยเห็นด้วยตาของเรานะ แต่ใจนี้มันไปเห็นหมด ไปรู้ไปเห็นแล้วยอมรับด้วยนะ พวกเปรตพวกผีพวกสัตว์นรกอเวจีมันก็เหมือนกับเราไปดูเรือนจำนั่น เรือนจำและนักโทษมันก็เห็นชัดๆ ปฏิเสธกันได้ยังไง เมืองเปรตเมืองผีมันก็แบบเดียวกัน เวลาไปเจอเข้าแล้วก็ยอมรับความจริงๆ มา

อย่างที่แม่ชีแก้วแกเล่า แกพิสดารมากนะ แกไปเห็นพวกผี แกว่าดูพวกผี.บ้านผี ตรงบริเวณของผีเสวยกรรมไปเห็น แล้วก็มีพวกกรงขังมันอยู่ในนี้ เป็นกรงๆ กรงขัง แกก็ไปถาม พวกนั้นอยู่สะดวกสบาย แล้วพวกนี้ทำไมจึงต้องถูกขังเอาไว้ล่ะ แกไปถามเขา ผีจำพวกหนึ่งถูกขังไว้ไม่ออกมาเพ่นพ่าน หัวหน้าผีเขาก็บอกว่า ผีเหล่านี้ผีอันธพาล ปล่อยออกไปไม่ได้ไปเพ่นพ่าน นั่นฟังซิน่ะ ไปอาละวาดผีทั้งหลายให้ได้รับความทุกข์ความลำบากเพราะผีเหล่านี้ จึงต้องจับผีเหล่านี้มาขังเอาไว้ นี่ผีอันธพาล

แกรู้แปลกๆ นะผู้เฒ่าแม่แก้ว ใครเคยได้ยินเมื่อไร อยู่ในวงผีก็ยังมีผีอันธพาล มีเรือนจำผีอีก ขังผีไว้ในเรือนจำพวกอันธพาล แกพิสดารมากเรื่องความรู้อย่างนี้ แม่ชีแก้วพิสดารมากทีเดียว เรื่องทายเรานี้ไม่ผิด ไม่มีผิดเลย ก็วัดเขาอยู่ทางโน้น บ้านอยู่ตรงกลาง วัดเราอยู่ทางโน้น เราจะไปไหนเราเป็นนิสัยของเรา เราไม่เคยยุ่งกับใคร จะไปไหนเราไปเลย พอเราไปทางโน้นปั๊บทางนี้รู้แล้วนะ ไปแล้วนะวันนี้ ไปแล้วไปดูซิ ไปดูเห็นแต่กุฏิ ไปแล้ว พอว่ามาแล้วมาจริงๆ อันนี้ไม่ผิดเลย แกทายทั้งการออกทั้งการเข้าไม่มีผิด วันนี้มาถึงแล้วนะ ไปดูก็ถึงจริงๆ อันนี้แกแม่นยำมากไม่ผิด

นั่นละการภาวนาเป็นอย่างนั้นละแปลกๆ เรื่องที่แม่นยำคือการเข้าการออกของเรา ไม่มีผิดเลย พอฉันเสร็จแล้วเราจะไปไหนเราไปของเรา แย็บเดียวเตรียมของไปเลย ทางโน้นบอกแล้วนะบอกเพื่อนฝูงแล้ว ไปแล้วนะวันนี้ เย็นหมดเลยแถวนี้ แน่ะ เวลาจะเปิดออกแกก็บอกว่าเย็นหมดเลยแถวนี้ ไปแล้ว ให้คนไปดู ไปแล้ว ถ้าเรากลับมาก็ มาแล้วนะวันนี้มาแล้ว เตรียมหุงข้าวหม้อหนึ่งไว้กับจีบหมาก อันนี้เป็นเครื่องหมาย ถ้าเรามามีหม้อหุงข้าวหม้อหนึ่งเท่านี้ แล้วกับจีบหมากมา พวกแม่ชีแม่ขาวมา เราไปเห็นอันนี้มาเราก็ถาม แล้วหม้อข้าวกับจีบหมากนี้จีบทุกวันเหรอ ไม่ได้จีบทุกวัน แล้วทำไมจีบ จีบเฉพาะท่านมา คุณแม่บอกมาถึงแล้ว ให้จีบหมากจีบพลู ถูกต้องเลยไม่มีผิดนะ มาถึงแล้วนะวันนี้ จีบหมากแล้วหุงข้าวหม้อเล็กไว้ประจำ แน่ะ มาถึงก็บอกมาถึงไม่ต้องมาถามรู้แล้วทางนู้นมาถึงแล้ว พอออกไปแล้วก็บอกว่าไปแล้วนะวันนี้ ไปดู ไปแล้ว อย่างนี้แม่นยำ แม่นยำมากเกี่ยวกับเรื่องการเข้าการออกของเรา

วัดเขาอยู่ทางโน้น บ้านอยู่ทางนี้ วัดเราอยู่ทางโน้น เราจะไปไหนมาไหนก็ไปของเราเอง แต่เขาทราบทางโน้น แกก็ผ่านได้เร็วนะ ปี ๒๔๙๕ แกผ่านได้ เราไปที่นั่น ๙๔     ปี ๙๕ แกก็ผ่านได้ ๙๓ มาจำพรรษาหนองผือ ปีพ่อแม่ครูจารย์มั่นมรณภาพแล้ว วัดหนองผือเป็นวัดที่มีบุญมีคุณต่อพระเณรทั้งหลายมาก เราจึงต้องย้อนกลับมาจำพรรษาที่นั่น พอพรรษาที่ ๙๔ ก็ไปห้วยทราย ๙๔-๙๕-๙๖-๙๗ ไปอยู่ห้วยทราย ๔ ปีก็ลงทางจันท์ จากนั้นก็ย้อนมาสร้างวัดที่นี่

แม่ชีสมัยปัจจุบันก็มีแม่ชีแก้วเด่นมากความรู้แปลกๆ ต่างๆ แกรู้กว้างขวางมาก ถึงขนาดพ่อแม่ครูจารย์มั่นไม่ให้ภาวนา เราไปนี้ห้ามไม่ให้ภาวนา แล้วท่านก็ยังทิ้งท้ายไว้ด้วยว่า เอา ต่อไปจะมีผู้มาสอนท่านว่า ก็พอดีระยะแกสนใจอยากภาวนามากที่สุด จนกระทั่งหนีจากผัวไปบวช ก็พอดีเป็นจังหวะที่เราไป แกก็ผ่านได้ในระยะนั้น วันนี้มีเท่านั้นละไม่มีอะไร เอาละพอ...

(โรงพยาบาลวานรนิวาสมากราบขอเมตตาเครื่องมือการแพทย์ดังนี้ ๑. เครื่องกระตุกหัวใจจำนวน ๑ เครื่อง ๓๑๕,๐๐ บาท ๒. เครื่องทำฟันจำนวน ๑ เครื่อง ๔๓๘,๐๐ บาท ๒ รายการรวมเป็น ๗๕๓,๐๐๐ บาท) เออ ให้

 

รับชมและรับฟังพระธรรมเทศนาของหลวงตา ได้ที่

www.luangta.com หรือ www.luangta.or.th

และสถานีวิทยุเสียงธรรมเพื่อประชาชน  FM 103.25 MHz

และเครือข่ายทั่วประเทศ


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก