ประชาชนหย่อนบัตรให้ผู้นำ
วันที่ 18 กรกฎาคม. 2544
สถานที่ : วัดป่าบ้านตาด
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :

เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด

เมื่อวันที่ ๑๘ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๔๔

ประชาชนหย่อนบัตรให้ผู้นำ

เมื่อวานทองคำได้ ๒๕ สตางค์ ดอลลาร์ได้ ๑๖ ดอลล์ วันนี้ได้ ๒๕ สตางค์ ก็แข่งกันดูซิทางไหนสูง เอ้า ว่ามา มาฟัดกันดูซิ แขนซ้ายแขนขวาเป็นยังไง นั่นละดูเอาแขนซ้ายแขนขวามันเท่ากันอย่างนี้ เพราะฉะนั้นการที่จะมาทะเลาะเบาะแว้งกัดฉีกกันในเมืองไทยของเรานี้ จึงไม่สมควรอย่างยิ่งกับเราซึ่งเป็นลูกชาวพุทธ และได้รับการศึกษามามากมาย ถึงควรเป็นผู้นำของประเทศ ๆ ตลอดมา เรียกว่าเป็นกำลังสำคัญ ๆ ที่ว่าแขนซ้ายแขนขวามันก็มีข้อขัดแย้งกันอยู่ ตีเข้าไปหากันซิ อันใดจะเป็นผลเป็นประโยชน์ จะไปตัดแข้งตัดขา ขาซ้ายขาขวา แขนซ้ายแขนขวา เป็นอวัยวะอันเดียวกัน จมไปด้วยกันทั้งนั้นแหละ อย่านำมาใช้ในเมืองไทยของเรา ขอให้ท่านผู้ปกครองทั้งหลายได้พินิจพิจารณาอันนี้ให้มาก

นี้ธรรมเหนือโลกนำมาสอน ไม่ใช่สอนธรรมดา เรื่องกฎหมายบ้านเมืองนั้นก็เป็นลูกศิษย์พระ คือหมายความว่ากฎหมายจะต้องเอาออกมาจากธรรม ธรรมต้องถือเป็นเอกเสมอ ไม่มีผิดคำว่าธรรมแล้ว อันใดที่จะเป็นข้อขัดแย้งหรือเป็นการทำลายส่วนรวมนี้ ให้พากันพิจารณาให้มากสำหรับเราผู้เป็นหัวหน้า เช่นอย่างนักปกครอง วงราชการหน่วยต่าง ๆ ผู้ใหญ่ ๆ ผู้เป็นหัวหน้า ๆ ควรจะนำไปพิจารณาให้มาก เพราะเราทำงานเพื่อชาติของเรา ผิดพลาดนิดผิดพลาดหน่อย เรียกว่าผิดพลาดชาติทั้งนั้น เสียนิดเสียหน่อยเสียชาติของเรา ไม่ใช่ของดี จึงต้องได้พากันพิจารณาให้ดี

อย่าทำด้วยอวดทิฐิมานะ อวดรู้อวดฉลาด นั้นมันอวดแบบหมากัดกัน ตัวนั้นก็ว่ามีเขี้ยว ตัวนี้ก็ว่ามีเขี้ยว แฮ่ ๆ ใส่กัน ถ้ากัดแล้วมันเจ็บด้วยกันทั้งสอง แล้วเจ้าของหมาก็กระเทือนใจไปด้วย หมาแต่ละตัว ๆ มีเจ้าของนี้เป็นยังไงพิจารณาซิ พวกเราเป็นยังไง คนทั้งประเทศเจ้าของของผู้ทำหน้าที่แทนชาติ จึงต้องคำนึงคำนวณให้ดี อย่าทำสุ่มสี่สุ่มห้า ขออย่าให้เห็นในเรื่องพรวดพราดด้วยทิฐิมานะ เรื่องกัดเรื่องฉีกทะเลาะเบาะแว้งหาเหตุหาผลไม่ได้ มีแต่ความหวังจะชนะ ๆ อย่างเดียวนั้นใช้ไม่ได้เลยในวงเมืองไทยเราซึ่งเป็นลูกชาวพุทธ

ส่วนมากนักปกครองมีแต่ลูกศิษย์พระนะ ที่ออกมาเป็นนักปกครองในเมืองไทยของเรา เราว่าส่วนมากว่างั้นเลย เป็นลูกศิษย์พระทั้งนั้น ออกมาจากวัดนั้นวัดนี้ มาศึกษาเล่าเรียนตามโรงเรียนต่าง ๆ แต่ก่อนจริง ๆ โรงเรียนอยู่นอกวัด ๆ แม้แต่อยู่ในวัด หลักวิชาความรู้ของโลกกับของธรรมไม่คละเคล้ากัน แต่เวลานี้เราก็พูดไม่ได้แหละก็เห็นด้วยกันทุกคน แต่ยังไงก็ตามรวมแล้วเป็นลูกศิษย์พระ ไม่มีใครจะมาเป็นอาจารย์ของพระได้แหละ ลูกศิษย์พระมาอาศัยพระ อาศัยทุกด้านทุกทาง

ศีลธรรมนี้เป็นสิ่งสำคัญมากที่ลูกศิษย์พระจะนำไปพินิจพิจารณาตัวเอง ยิ่งนำไปเป็นการปกครอง เพราะเรียนนี้ก็เรียนเพื่อวิชาความรู้ ที่จะเป็นไปในทางด้านปกครองบ้านเมือง จึงควรพิจารณาให้ดีอย่าให้เสียชาติไทยของเรานะ ขายขี้หน้าจริง ๆ แล้วเหลวแหลกแหวกแนวก็เมืองไทยของเรา ขายขี้หน้าก็เมืองไทยของเรา เพราะผู้ปกครองเหลวไหล ผู้ปกครองโหดร้ายทารุณ กัดกันยิ่งกว่าหมา หมาเอามาปกครองบ้านเมืองไม่ได้นะ นี่ก็เหมือนกัน ผู้ปกครองบ้านเมืองไม่ควรจะเรียนหลักวิชาหมากัดกันมาใช้ เฉพาะอย่างยิ่งเมืองไทยของเรา

เมืองไทยของเรานี้เป็นเมืองสง่างามมากด้วยพุทธศาสนา มีองค์พระมหากษัตริย์เป็นร่มโพธิ์ร่มไทรปกครองกันมา นั่นฟังซิ เราจะไปทำสุ่มสี่สุ่มห้าไม่คำนึงถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์วิเศษที่เหนือโลก ๆ มานานมี เช่นธรรม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวก็เหนือชาติมาเป็นประจำ ๆ ควรจะคำนึง ลูกจะทะเลาะเบาะแว้งกัน ให้มองดูหน้าพ่อหน้าแม่นะ อย่ามีแต่คอยจะกัดกัน ๆ ใช้ไม่ได้เลย เหลวแหลก แล้วเลวที่สุดก็คือเมืองไทยของเราซึ่งเป็นเมืองพุทธ เป็นเมืองมหากษัตริย์ แล้วมากัดกันในท่ามกลางพระพักตร์ของพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ ท่านกลางพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ขออย่าให้ได้ยินในเมืองไทยของเรานะ ทุกคนให้นำไปพินิจพิจารณา เฉพาะอย่างยิ่งนักปกครอง

อะไรที่ควรจะลงกันได้ให้ลงกัน อย่าเสียดายทิฐิมานะ ซึ่งเป็นสิ่งเลวร้ายที่สุด เป็นมหาภัย อันนั้นเป็นมหาภัย อย่านำมาใช้ในเมืองไทยของเราซึ่งเป็นเมืองมนุษย์ด้วย อันนี้เป็นทั่วไป ๆ เมืองพุทธนี่สำคัญมากนะ ผู้มาปกครองก็เป็นลูกศิษย์พระ ๆ ควรจะคำนึงอันนี้ให้มาก ขออย่าให้มี หลวงตาขอบิณฑบาต นำศาสนาของพระพุทธเจ้ามาทำหน้าที่แทน ให้พี่น้องทั้งหลายทราบ จะนำมาในสิ่งที่เป็นมงคล อย่างที่พูดเดี๋ยวนี้ความเป็นมงคล ความกลมกลืนสามัคคี ความแก้ความไขอะไรที่เห็นว่าไม่ดี อย่าถือทิฐิมานะ ให้ลงกัน

ถ้าเราไม่สามารถ คนอื่นสามารถ ไสเขาเข้าไปนั่นถึงถูก นี่เราไม่สามารถก็ยังจะบืนตายไปอยู่อย่างนั้น โอ๊ย ใช้ไม่ได้นะ ขายขี้หน้าเมืองไทย สมมุติเขายกให้ เอ้า ไม่สามารถ แต่บืนด้วยอำนาจทิฐิมานะป่า ๆ เถื่อน ๆ แล้วไปเป็นหัวหน้า ๆ ก็ไปเลวอยู่ท่ามกลางหัวหน้า เฉพาะอย่างยิ่งชาติไทยทั้งชาติเป็นชาติที่เลวเพราะได้หัวหน้าที่เลว เห็นไหม เราอยากฟังกันไหม ขออย่าให้มีนะ นี่นำธรรมมาบิณฑบาตบรรดาพี่น้องทั้งหลายมีนักปกครองเป็นต้น

เพราะนักปกครองก็เป็นลูกศิษย์พระ นำธรรมมาสอนจึงเข้ากันได้สนิท ๆ เพราะฉะนั้นลูกศิษย์ทั้งหลายควรฟังเสียงครู คือศาสดาองค์เอกของเรา อย่าฝืนถ้าไม่อยากให้ชาติไทยล่มจม ขายตัวเป็นหมูเป็นหมาทั้งประเทศ อย่านำมาใช้ในสิ่งที่ขัด ๆ แย้ง ๆ กัน อันหาเหตุหาผลไม่ได้ มีแต่ทิฐิมานะไม่ลงรอยกัน ๆ ใครก็จะเอาชนะ ๆ ใครก็จะอวดดีอวดเด่น มีแต่อวดเลวทั้งนั้นนะ ธรรมนี้เหนือดูได้หมด ยิ่งกิริยานี้เป็นกิริยาที่เลวจะทำความโหดร้ายต่อกันให้ฉิบหายทั้งชาติ เอาชาติเป็นสนามรบเหยียบ ชาตินี่เป็นเหมือนเส้นหญ้า ไอ้ตัวเก่ง ๆ ควายมันชนกันอยู่บนหญ้า หญ้าแหลกหมดนะ

ควายชนกันเห็นไหม มันชนอยู่ตามสนามหญ้าตามท้องนา ไปดูซิตรงไหนที่ควายชนกัน แล้วหญ้าจะแหลกไปหมด อันนี้ผู้ที่เป็นนักปกครองไม่มีเหตุมีผล คอยที่จะกัดกันอย่างนี้ แล้วเมืองไทยเราเป็นเหมือนเส้นหญ้าแหลกไปหมด ถ้าพูดถึงเรื่องเส้นหญ้า เป็นสนามรบ เป็นที่เหยียบขึ้นต่อกรกันในระหว่างหมาสองตัวกัดกัน หมาสองพวกกัดกัน อย่าให้มีในเมืองไทยเรานะ นี้นำศาสนามาสอน

การพูดทั้งนี้ท่านทั้งหลายอย่าเข้าใจว่าเป็นการพูดหยาบพูดโลน สิ่งที่จะเป็นเลวร้ายทั้งหลายซึ่งเตือนอยู่เวลานี้นั้นแลที่หยาบโลน ที่เลวร้ายที่สุด ให้ดูจุดนั้น อันนี้สอนเป็นน้ำดับไฟ ให้ระงับ ถ้ามันจะเกิดขึ้นที่ตรงไหนให้พากันระงับ เราเป็นลูกมีพ่อมีแม่ พระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ องค์ศาสดานี้ เคยที่ไหนเมืองไทยเราเกิดมาพบแล้วพร้อมแล้ว พระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ เคยให้ความเดือดร้อนแก่ผู้ใดพิจารณาซิ ลำดับลงมาก็คือพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ขอให้กราบพระพักตร์ของท่านวันหนึ่ง ๆ สักหนหนึ่งก็ยังดีนะ อย่ากราบตั้งแต่ทิฐิมานะ กราบแต่กิเลสตัณหาของตัวอย่างเดียว อันนี้ตัวเลวร้าย ให้กราบท้าวมหาพรหมในเมืองไทยของเรา ได้แก่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

อย่างน้อยถ้ายังไม่ได้กราบก็ให้มองดูพระพักตร์ของพระองค์ พระพักตร์ทรงห่วงใยประชาชนขนาดไหน ให้ดูตรงนั้นก็พอ ถ้าดูอย่างนั้นแล้วจะทำอะไรกันไม่ลง เราเป็นลูกมีพ่อมีแม่ ฝืนพ่อฝืนแม่ ฝืนพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ ไปหาอะไรเท่านั้นลงกันได้ทันที ไม่มีใครที่จะลงกันได้ง่ายยิ่งกว่านักมีความรู้วิชาในหัวใจมาแล้ว และมีธรรมแทรกเป็นเครื่องหล่อเลี้ยง แล้วจะลงกันได้ง่ายที่สุด นี่ละพวกชาวพุทธเรา นักวิชาการเรียนมาก็เป็นลูกชาวพุทธ มาปรับปรุงแก้ไขบ้านเมืองของเรา ที่จะเป็นไปเพื่อความเจริญรุ่งเรืองยังไง ให้พากันแก้กันไข

ใครมีทางที่จะพอเป็นไปได้เพื่อฉุดลากชาติไทยแล้ว เปิดทางให้กัน อย่ากีดอย่าขวาง อย่ากลั่นอย่าแกล้งกัน ไม่ใช่ทางไม่ถูก ต้องเปิดทางให้กัน ใครที่มีความสามารถ เอา สมมุติว่าเรานี้ดำเนินมายังไงมากขนาดไหน นานสักเท่าไร เรามีความสามารถขนาดไหนใคร ๆ ก็จะรู้จากเรา ทีนี้หากว่ายังมีผู้ที่ยังเหนือเราอยู่ซึ่งเป็นความเห็นชอบนอกจากตัวเองเหนืออยู่แล้วในหลักธรรมชาติวาสนาแล้ว ยังมีความเห็นชอบจากประชาชน แล้วเปิดทางให้กันเดิน นี่จึงชื่อว่าพากันช่วยชาติบ้านเมือง ไม่ใช่พากันเหยียบย่ำทำลายชาติบ้านเมือง ด้วยการแข่งขัน ชิงดีชิงเด่น

เรื่องดีมันไม่มีละ มีแต่ชิงเลวนั่นละ อย่านำมาใช้ ให้เปิดทาง อย่ากีดอย่าขวางกัน ชาติไทยของเราจะเจริญ จะเจริญด้วยการเปิดทางให้ผู้มีความสามารถฉลาดแหลมคมในทางใด ๆ แล้วเปิดทางให้กัน เฉพาะอย่างยิ่งเมืองไทยเราก็มีผู้ใหญ่มาดั้งเดิมอยู่แล้ว ปัจจุบันนี้ก็นายกเป็นผู้นำ แล้วนายกคนนี้เป็นยังไง ดู ตาเรามีหูมี นายกคนนั้นเป็นยังไง นายกคนนี้เป็นยังไง ตาเรามีได้ดูทุกคนได้ฟังทุกคน เหตุการณ์ต่าง ๆ ผ่านมาด้วยกันทุกคน พอที่จะมาทดสอบหรือบวกลบคูณหารได้ว่า เวลานี้คือใครเป็นผู้นำอยู่เวลานี้ ยกตัวอย่างเช่นอย่างคุณทักษิณ รู้กันทั้งประเทศ

คุณทักษิณไม่ได้มาลอย ๆ นะ ไม่ได้มาเป็นผู้นำพี่น้องทั้งหลายลอย ๆ นะ พี่น้องทั้งหลายมีความพอใจยกยอคุณทักษิณขึ้นด้วยการหย่อนบัตร การหย่อนบัตรนี้เป็นอำนาจของคนแต่ละคน ๆ ทั่วประเทศไทย มีอำนาจมากขนาดไหน หย่อนบัตรให้คุณทักษิณเป็นผู้นำ คุณทักษิณไม่ได้มาปลอมแปลงเป็นผู้นำนะ เป็นผู้นำด้วยการยกยอของพี่น้องทั้งหลาย โดยที่เห็นว่าเป็นผู้สมควรที่จะนำพี่น้องชาวไทยทั้งหลายให้เป็นไปได้ จึงได้หย่อนบัตรลงไป อำนาจของบัตรทั่วประเทศไทยเต็มอยู่ในคุณทักษิณ ใครจะมาทำลายคุณทักษิณง่าย ๆ ไม่ได้นะ ตามหลักธรรมเป็นอย่างนั้น ตามหลักกฎหมายก็เป็นอย่างนี้ ไม่มีผิด

เพราะฉะนั้นจึงให้พากันยกยอสรรเสริญชมเชย ดีต้องบอกว่าดี ไปขัดไปแย้งยังไง จอมปราชญ์พระพุทธเจ้าพาเป็นมาแล้วทุก ๆ พระองค์ท่านสอนไว้ แต่นี้เราจำบาลีไม่ได้ เรียนผ่านมาแล้วเหมือนกันบาลี จำได้แต่คำภาษาของเรานี่แหละ ท่านสอนภิกษุทั้งหลาย ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราจะชมเชยสรรเสริญ คือเทศน์ให้พระฟัง แต่เทศน์สอนโลกให้พระซึ่งนั่งอยู่นั้นฟัง ความจริงท่านเทศน์สอนโลก ฟังเอาก็แล้วกัน ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราจะชมเชยสรรเสริญบุคคลผู้ควรสรรเสริญ คำว่าบุคคล ทั่วไปฟังซิ คือท่านพูดให้พระฟัง แต่ท่านชมกลาง ๆ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เราจะชมเชยสรรเสริญบุคคลผู้ดีที่ควรชมเชย แล้วก็ต่อไปเรื่อยเป็นขั้น ๆ ขึ้นไป อย่างที่ยกเป็นยศถาบรรดาศักดิ์ให้

แล้วเราจะดุด่าว่ากล่าว เราจะข่มขี่ เราจะปราบปราม เราจะขับไล่บุคคลผู้ไม่ดี ซึ่งไม่ควรจะอยู่กับหมู่กับเพื่อน เราจะขับไล่ นี้เป็นยังไง จึงมีทั้งความชมเชย ความสรรเสริญ บุคคลใดที่น่าตำหนิพระองค์ตำหนิเห็นไหมนั่น ฟังซิ ผู้ที่ดีพระองค์ชมเชยว่าดี นี่ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย แต่เราจำบาลีไม่ได้ เรียนผ่านมาแล้ว เอาตั้งแต่เนื้อความนี้มา เป็นยังไงพระองค์ทรงชมเชยใคร ไปชมเชยกองขี้หมูขี้หมาในส้วมในถานอย่างนั้นเหรอ หรือชมเชยคนดี ซึ่งเท่ากับทองคำทั้งแท่ง ๆ นี่พระพุทธเจ้าดำเนินมาอย่างนี้

ทีนี้พี่น้องทั้งหลายเวลานี้เป็นที่แน่ใจไว้ใจให้คุณทักษิณเป็นนายก ให้เป็นผู้นำ เพราะตัวเองไม่สามารถ ยื่นอำนาจซึ่งมีอยู่ประจำชาติของตัวแต่ละคน ๆ มอบให้คุณทักษิณเป็นนายก เป็นผู้มีอำนาจดำเนินงานเพื่อการช่วยชาติของเรา เพราะฉะนั้นคุณทักษิณจึงไม่ได้เป็นนายกปลอม ๆ เป็นนายกของคนไทยทั้งชาติ ๆ เมื่อเป็นเช่นนั้นให้ต่างคนต่างรักษากัน ต่างคนต่างทะนุถนอม ต่างคนต่างชมเชยผู้ดี ใครดีก็ตามชมเชยทั้งนั้น แม้แต่หมาดีก็ชมเชย

ดังที่เรานำมาเทศน์ขึ้นธรรมาสน์อยู่เสมอเดี๋ยวไอ้หยองบ้าง ไอ้ปุ๊กกี้บ้าง ไอ้หมีบ้าง ควรชมก็ชม ควรขนาบก็ขนาบ หมาสามตัวนี้มันทั้งขึ้นทั้งล่อง ทั้งได้ชมเชย ทั้งได้ตำหนิ อันนี้ก็เหมือนกัน คนผู้ใดที่ควรชมเชยให้พากันชมเชย อย่าไปชมเชยคนเลวร้ายเป็นภัยต่อชาติ จะเป็นการเพิ่มกำลังให้ทำลายชาติจนกระทั่งจมได้นะ คนไม่ควรชมจะไปชมมันหาอะไร คนควรชมต้องชม นี้เป็นหลักธรรมชาติแห่งคติธรรมท่านสอนมาอย่างนี้

นี่ได้พูดถึงเรื่องความรักชาติ ความสามัคคี นี่ธรรมออกสอนพี่น้องทั้งหลาย เพราะธรรมเป็นของกลาง ธรรมสูงสุด นำธรรมนี้มาสอนจึงแน่ใจว่าไม่ผิด พี่น้องทั้งหลายซึ่งอยู่เป็นกลุ่มเป็นก้อนแห่งชาติไทยของเรา ให้พากันตำหนิติเตียนตนเองตรงไหนให้แก้ นี่ย้อนเข้ามานะ อันไหนที่ตนได้ชมเชยและได้รับความชมเชยจากผู้อื่นว่าดีแล้ว ให้ส่งเสริมความประพฤติหน้าที่การงานนั้นให้ดีขึ้นไป ปรับตัวดีขึ้นไป เป็นการส่งเสริมความดีให้เด่นขึ้น อันใดที่มีผู้ต้องติแล้วให้คัดออก ๆ ดัดแปลงแก้ไขเสียใหม่ อันนี้ตั้งแต่บ้านเมืองของเรามาหาบุคคลแต่ละคน ๆ ต้องปฏิบัติตัวอย่างนี้เหมือนกัน

ชาติไทยของเราจะให้ดิบให้ดี ต้องยอมฟังเสียงประชาชน ยอมฟังเสียงผู้ดี ถ้าฟังเสียงมหาภัยแล้วจมได้ ๆ ทั้งนั้น ให้ฟังเสียงผู้ดี ผู้ดีมีอยู่ในโลก ธรรมของพระพุทธเจ้าศาสดาองค์เอกเป็นผู้ดีองค์เลิศ พระธรรม พระสงฆ์ เลิศทั้งนั้น ขอให้พากันฟังแล้วพยายามดัดแปลงแก้ไขตนเองไป อย่าเอามาใช้เถอะเรื่องทิฐิมานะนี้ ไม่เคยทำใครให้เจริญรุ่งเรือง มีแต่เรื่องความล่มความจมอย่านำมาใช้ อย่ามาแข่งขันกับชาติไทยของเราซึ่งเป็นชาติแห่งชาวพุทธผู้มีความรักสงบมาดั้งเดิมอยู่แล้ว มันจะขัดจะแย้งจะแตกทลายไป โดยไม่มีศาสนาปกครอง จะมีแต่แบบหมากัดกันทั่วบ้านทั่วเมือง อย่าให้ได้เห็นนะ

อย่าให้พระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ ได้ทรงได้ยินได้ฟังจากธรรมที่หลวงตาบัวพูดไปแล้วนี้ หากจะเป็นขึ้นไปแล้วก็จะสลบไสลละนะเมืองไทยของเรา ด้วยอำนาจแห่งพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ คุ้มครองมาเป็นเวลานาน ด้วยฟังเสียงอรรถเสียงธรรม ฟังคำตำหนิติชม แก้ไขดัดแปลงไปตามนั้น นี่เคยมาดั้งเดิม อย่าฝืนอย่าปีนเกลียว แล้วโลกนี้จะมีความเจริญรุ่งเรืองเป็นลำดับ

นี่ละพระต้องมาพูดตามแบบของพระ ธรรมพูดตามแบบของธรรม จะพูดปีนเกลียวไปไม่ได้ เช่น คนชั่วให้ไปยกยอว่าดี แม้แต่เด็กอมมือเขาก็ยกยอไม่ลงนะ คนดีจะไปเหยียบย่ำให้เป็นคนชั่ว ใครจะไปเหยียบย่ำลงคอ ฟังซิ นี่ละฟังให้ดีนะ คนดีต้องบอกว่าดี เด็กดีบอกว่าเด็กดี แม้แต่หมาดียังบอกว่าหมาดี คนดีทำไมจะบอกว่าเป็นคนดีไม่ได้ล่ะ เป็นสิ่งยอมรับโดยหลักธรรมชาติ สังคมทั่วโลกยอมรับกันอย่างนี้ คนดี สัตว์ดี สิ่งที่ดีบอกว่าดี สิ่งที่ชั่วบอกว่าชั่ว ตำหนิว่าชั่ว เพราะฉะนั้นก็ขอให้ดำเนินกันตามนี้ใครดี เอา ยกขึ้นไป ยกขึ้น ๆ ใครไม่ดีปัดออก ๆ มันกีดขวางหนทางเป็นก้างขวางคอแห่งชาติ เป็นมหาภัยต่อชาติ คือก้างขวางคอ มหาภัยต่อชาติคือสิ่งนี้ ปีนเกลียว ๆ กับความถูกต้องดีงาม แล้วถ้าเอนไปตามชาติจม ถ้าปฏิบัติตามคนดิบคนดีแล้วดีไปทั้งนั้น

วันนี้พูดเพียงเท่านี้ให้ท่านทั้งหลายได้พิจารณาถึงเรื่องว่า ผู้นำไม่ใช่เป็นคนปลอม ๆ มานะ ให้จำอันนี้ให้ดี ผู้นำแต่ละคน ๆ ได้รับการยกย่องจากประชาชนมา เฉพาะอย่างยิ่งผู้นำปัจจุบันนี้ คือคุณทักษิณ ชินวัตร เป็นผู้นำอย่างโจ่งแจ้ง พี่น้องทั้งหลายยกอำนาจให้หมดเลย แล้วก็ตั้งหน้าตั้งตาทำหน้าที่การงาน ประหนึ่งว่าจะไม่มีลมหายใจนะ ทำงานเพื่อชาติบ้านเมือง เป็นนักเสียสละ ตั้งแต่หลวงตาที่เกิดมาว่าอย่างนี้เลย ได้พบพานรัฐบาลมาเป็นลำดับลำดา มีทรุดมีขึ้นมีลงเป็นธรรมดาแต่ไม่รุนแรง มีมาเรื่อย ๆ บางทีทรุดจนเมืองไทยจะจมก็มี

แล้วอยู่ ๆ ก็ได้เห็นคนดีอย่างว่านี่ ที่พี่น้องทั้งหลายเล็งดูแล้วว่าเป็นคนดี สามารถที่จะช่วยเมืองไทยเราได้เต็มกำลังความสามารถ จึงมอบอำนาจให้เป็นผู้นำของประเทศชาติ เวลานี้นายกเป็นผู้นำของชาติจากการยกยอของประชาชน และจากอำนาจของประชาชนที่ทุ่มให้ ให้ทราบทั่วกัน แล้วเวลานี้ตั้งหน้าตั้งตาทำหน้าที่การงานต่อชาติบ้านเมือง ไปที่ไหนเป็นที่ชมเชยสรรเสริญทั่วหน้ากันฟังซิ หูมีตามีใจมีทำไมจะไม่รู้คนเรา เมื่อรู้แล้วก็ต้องระบายออกมาจากสิ่งที่รู้ที่เห็นที่ได้ยินดีชั่วนั่นซิ นี่ใครก็เห็นอย่างนี้ฟังซิ เราหาได้ที่ไหน ให้พากันทะนุถนอมนะ ให้พากันรักษา รักษาให้ดี ของดีรักษาไว้เพื่อความดีในชาติไทยของเราจะเสียหายที่ตรงไหน เอาละวันนี้พูดเพียงเท่านี้

นั่นศาลาใหญ่ เมื่อวานนี้ตอนเย็น ๆ ก็ออกไปถามเขา จะทันวันที่ ๑๒ สิงหาไหม เขาบอกว่าทัน (ยกพื้นน้อยไปหรือเปล่ากลัวน้ำท่วมค่ะ) โอ๊ย ไอ้น้ำนี่มันเอาประมาณไม่ได้นะ เอาไปขึ้นบนเมฆมันก็ตกลงมาบนเมฆจะว่ายังไง ขนาดนั้นมันพอดีแล้วจะยกไว้ที่ไหนอีก ถ้าอันนี้แล้วอย่างนั้นอันนั้นแล้วอย่างนั้น ยุ่งใหญ่นะไม่เอา อย่างที่ทำนั้นพอแล้วเราเป็นคนสั่งเอง คือว่าพื้นฐานเทราดซีเมนต์ไปแล้วพอ แล้วไม่ให้มีห้องมีหับมีชั้นนั้นชั้นนี้ พอมีงานนี้ก็พึบเข้าเลย พอเลิกงานก็ไปเลยโล่งไปหมด เราทำอย่างนั้นเราไม่อยากให้ยุ่งมากไป กรรมฐานนี้เรียกว่าลดหย่อนผ่อนผันที่สุดแล้ว ให้สร้างนั้นสร้างนี้นี่นะ เพราะเกี่ยวกับความกระทบกระเทือนในธรรม ในความเพียรของพระ ของวัดและของประเพณีแห่งพระพุทธเจ้า นั่นหลักใหญ่อยู่นู้นนะ อันนี้เป็นสิ่งที่ค่อยแอบค่อยแฝงกันมาเสริมกันมา ถ้าเสริมกันมาเราไม่รู้จักประมาณเหยียบกันได้ สิ่งเหล่านี้เหยียบก็ได้ เสริมก็ได้ จึงต้องได้ระมัดระวังตลอด ไม่อย่างนั้นไม่ได้นะ

หลักของพุทธศาสนาจริง ๆ แล้ว พระว่าอย่างนั้นนะยกเป็นเบอร์หนึ่งเลย ความเพียรงานของพระคือชำระกิเลสนั่นฟังซิ งานของพระคือชำระกิเลส สถานที่อยู่ของพระผู้ชำระกิเลสไล่เข้าป่าเข้าเขา ที่อยู่หลับนอนอยู่ในป่าในเขา นี่งานของพระที่อยู่ของพระ ที่กิน ปิณฺฑิยาโลปโภชนํ.บิณฑบาตได้มาอะไรแล้วพอ ๆ ตลอดพระ ไม่หิวไม่โหยไม่รบกวนใคร พระของพระพุทธเจ้าพระผู้ชำระกิเลสเป็นพระประเภทนี้ ไม่กวนบ้านกวนเมืองทางการอยู่การกินทุกสิ่ง เป็นหยูกเป็นยาก็ยิ่งลงไปอีกนะ ประหนึ่งว่าท่านไม่สนใจเลยยิ่งกว่ายาธรรมโอสถภายใน นั่นฟังซิ นี่ละทางเดินของพระพุทธเจ้า เพราะฉะนั้นเราจึงไม่อยากจะให้อะไรมากวนมากเกินไป ทั้ง ๆ ที่เราอนุโลมมากพอแล้วนะ

นี่อย่าเข้าใจว่าเคร่งครัดนะวัดนี้ อนุโลมมากเต็มที่แล้ว เพราะเกี่ยวกับคนหมู่มากก็ต้องอนุโลม ถ้าให้เป็นตามหลักเกณฑ์จริง ๆ แล้วไม่ยุ่ง งานภายนอกไม่ยุ่งเลย มีแต่เดินจงกรมนั่งสมาธิภาวนา สติปัญญามีดูใจตลอด เพราะข้าศึกเกิดที่ใจ มันจะผลักจะดันออกมา ผลักดันออกมาเรื่อย ๆ เมื่อดูแล้วมันก็โผล่ขึ้นมาไม่ได้ เพราะสติมี พอสติรู้ปั๊บมันจะดับทันที ถ้าสติไม่รู้เตลิดเปิดเปิง สติปัญญาออกเป็นพัก ๆ ในขั้นเริ่มแรก เรื่องสตินี้เป็นพื้นฐานตลอดเลย ฟังแต่ว่า สติ สพฺพตฺถ ปตฺถิยา สติจำต้องปรารถนาในที่ทั้งปวง ไม่มีเว้น เป็นที่ต้องการทั้งนั้น นั่นละผู้ประกอบความพากเพียรท่านทำของท่านอย่างนั้น จึงมีผู้ทรงมรรคทรงผลมาให้เราทั้งหลายได้กราบไหว้บูชาทุกวันนี้ ล้วนแล้วแต่ท่านทำหน้าที่ของท่านอย่างนี้

ในตำรับตำราพระมหากษัตริย์ เศรษฐีกุฎุมพี เสนาบดี พอออกบวชแล้วผึงเข้าป่า ๆ ไม่ได้ไปยุ่งกวนกับสกุลเลย เช่น พระมหากษัตริย์ออกไปแล้วหายเงียบเลยไม่กลับ ไม่ว่ากษัตริย์พระองค์ใดก็ตามออกมาบวชเป็นสาวกของพระพุทธเจ้า พอมาปั๊บเข้าป่าหายเงียบ ๆ เศรษฐีกุฎุมพีเหมือนกันเลย ชำระอันนี้แล้วเอาธรรมซึ่งเป็นมหาสมบัตินี้ออกมาเป็นสรณะของพวกเรา สงฺฆํ สรณํ คจฺฉามิ ออกมาจากท่านเหล่านี้เองไปปฏิบัติตัวจนเป็นสรณะของโลกได้ นี่ละท่านเดินมาอย่างนั้น ศาสนาจึงให้ความร่มเย็นแก่โลกเดี๋ยวนี้ค่อยเปลี่ยนมา ๆ ทีนี้เลยกลายเป็นกิเลสเอาส้วมถานเป็นศาสนาแล้ว ให้แต่มูตรแต่คูถเต็มหัวพวกเรา ขี้โลภขี้โกรธขี้หลง คือมูตรคือคูถเต็มหัวเราเต็มหัวใจเรา จึงมีแต่ความเดือดร้อนวุ่นวายซิ

การแนะนำสั่งสอนเราก็บอกกับพระ พระก็ทราบนิสัยทราบกำลังวังชาของเรา ตั้งแต่เริ่มรับหมู่เพื่อนมานี้การแนะนำสั่งสอนหมู่เพื่อนนี้เน้นหนัก ๆ ทางการอบรมจิตใจตลอดมา จนกระทั่งอายุ ๘๐ นี่อบรมสั่งสอนเรื่อยมา มาประชุมถ้าเราอยู่นี้ ๗ วัน ๘ วันประชุมทีนึง ๆ บนศาลา เพราะฉะนั้นจึงมีเทปมากที่เราเทศน์สอนพระล้วน ๆ ซึ่งมีตั้งแต่แกงหม้อเล็กหม้อจิ๋ว ๆ ตลอดมา พอถึงอายุ ๘๐ แล้วมันก็บอกในตัวของมัน งดเลย จากนั้นไม่เอาปล่อยเลย แน่ะเห็นไหมล่ะ ก็สอนมาเข้า ๕๐ ปีแล้ว งด

บทเวลามันจะเป็นก็บันดลบันดาลอะไรก็ไม่ทราบ ชาติไทยของเรานั้นกระเทือนเข้ามา ๆ ถึงได้โดดผางออกเป็นผู้นำพี่น้องทั้งหลาย เมื่อเป็นอย่างนั้นแล้วการเทศน์ก็ขึ้นใหม่อีกแล้ว คราวนี้เป็นแกงหม้อใหญ่ ทั่วประเทศไทยแกงหม้อใหญ่ แกงหม้อเล็กจะมีเป็นแห่ง ๆ แกงหม้อจิ๋วมีนิด หม้อจิ๋วนั้นธรรมเด็ดสุดยอด ๆ หม้อเล็กเพื่อสุดยอด ๆ หม้อจิ๋วสุดยอดจะมีเล็กน้อย คือสถานที่ใดมีพระมีผู้ตั้งใจปฏิบัติ และพระผู้มุ่งต่อมรรคผลด้วยความพากความเพียรของตนด้วยแล้ว ยิ่งเป็นผู้หิวกระหายในการอยากได้ยินได้ฟังจากครูอาจารย์ ที่เช่นนั้นแหละธรรมะประเภทแกงหม้อเล็กหม้อจิ๋วจะออกตรงนั้น ๆ ถ้าตามที่ทั่ว ๆ ไปจะออกอย่างนั้นมันก็ขัดกัน

ขัดกันยังไง ก็จะเอากบไปไสไม้ทั้งต้นนี้เป็นยังไงเข้ากันได้ไหม คือเอากบนี้หรือเอาชะแล็กไปทาไม้ทั้งต้น เป็นยังไงมันควรกันไหม มันก็เป็นขั้นเป็นตอนเขาปลูกบ้านสร้างเรือน แกงหม้อใหญ่หม้อเล็กหม้อจิ๋วก็แบบเดียวกันสอนคน เอะอะก็ฟาดขึ้นเลยนิพพานไปแล้วมันก็มีแต่นรกนั่นแหละ เลยนิพพานไปแล้วมีแต่นรก แน่ะเป็นอย่างนั้น ต้องสอนเป็นลำดับลำดาไป สอนผู้สอนคนให้ได้ประโยชน์ทั่วถึงกัน การสอนต้องคำนึงถึงผู้ฟัง ผู้ฟังมาหวังประโยชน์ผู้สอนเพื่อประโยชน์ การสอนจึงให้พอเหมาะพอดี ควรจะได้รับผลประโยชน์มากน้อยเพียงใดให้ทั่วถึงกัน ก็ต้องไม่พ้นจากคำว่าแกงหม้อใหญ่

ทีนี้ถ้าสูงขึ้นไปกว่านั้นก็แกงหม้อเล็ก นี่เรียกว่าผู้ที่อยู่แนวหน้าถัดแนวหน้า อยู่ในสนาม พวกนี้มีแต่แกงหม้อเล็กหม้อจิ๋ว พุ่ง ๆ ผู้นี้ควรที่จะไปได้แล้วไสเลยทันที ผู้นี้กำลังจูงลูกจูงหลานจูงหมูจูงหมา จูงความขี้เกียจขี้คร้าน จูงเสื่อจูงหมอนไป เราก็ต้องตบทั้งเสื่อตบทั้งหมอน ตบให้เข้าทางจงกรม มือเดียวมันเลยจะตาย ถ้าตบเข้าทางจงกรมอันหนึ่งก็แย่งเข้ามา ไอ้พวกเสื่อพวกหมอนก็แย่งเข้ามา ตบหมอนอีกตบเสื่ออีก นี่มันต้องจูงไปหลายด้านหลายทางนะ มันจะตายนะผู้สอนเข้าใจไหม มีไหมที่พูดนี้หรือหลวงตาอุตริเหรอ นี่ละหลายประเภท ทีนี้ก็แนะนำสั่งสอนให้พอเหมาะพอดีกับภูมินิสัยวาสนาของคน ขั้นภูมิของธรรมจริตนิสัยต่างกัน สอนให้ได้ผลประโยชน์ทั่วถึงกัน เผ็ดก็ไม่ให้มาก เค็มก็ไม่ให้มาก ให้พอดิบพอดี เด็กก็กินได้ผู้ใหญ่ก็กินได้ ใครต่อใครก็กินได้ ถ้าเป็นแกงหม้อเล็กถ้าว่าเผ็ด ๆ เข้าไปจริง หวาน ๆ จริง ๆ มันต่างกันการสอนโลก

นี่ละที่เราได้ออกมาช่วยโลก ๓ ปีกว่ามาแล้วนี้ พลิกแล้วนะกับพระ หยุดแล้วนะไม่เอา จะอยู่โดยลำพังเจ้าของนั้นสะดวกสบาย ดูธาตุดูขันธ์พอถึงกาลเวลาแล้ว ใช้ไม่ได้เหรอแล้วดีดผึงเดียวไปเลย แล้วมันก็มาเกี่ยวโยงกันได้ในชาติไทยของเรา จะเป็นนิสัยวาสนาบารมีของพวกเราของพวกพี่น้องทั้งหลายก็ไม่น่าจะผิดไป อยู่ ๆ มันก็ผางออกมาเลย อันนั้นกระเทือนอันนี้กระเทือนเข้ามา อ้าว ยังไง ๆ เข้ามาละ เริ่มต้นตั้งแต่ติดหนี้ติดสินเขา บรรดาลูกศิษย์มาเล่าให้ฟัง เขาไปค้นคว้าหลักเกณฑ์มาเล่าให้เราฟัง ก็เพราะเห็นว่าเราเป็นครูเป็นอาจารย์จะแนะนำสั่งสอนอะไรบ้าง

มันก็กระเทือนที่ว่าติดหนี้ติดสินเขา คน ๖๒ ล้านคนติดหนี้เขาคนละ ๕ หมื่น ๆ โถ ขึ้นเลย แล้วก็เงินดอลล์อะไร ดอลล์เดียวเหยียบหัวชาติไทยเรา ๕๖-๕๗ บาทเห็นไหม มีแต่เรื่องกระทบกระเทือน ๆ หนักเข้า ๆ จนพรรณนาไม่ได้ ที่รวมพรรณนาไม่ได้ก็คือหัวใจ กระเทือนไปหมดเลยนั่นละเรื่อง ประกอบกับหมอกับยาก็มาถูกกับโรคของเราก็ดีดผึงเลย ตั้งแต่บัดนั้นจนกระทั่งป่านนี้เห็นไหมพี่น้องทั้งหลาย นี่เหมือนว่าพลิกใหม่อีกเพื่อชาติบ้านเมือง แต่ก่อนเพื่อศาสนาล้วน ๆ กับพระกับเณรผู้ตั้งใจปฏิบัติ แล้วก็ประชาชนก็ไม่มีจำนวนมากเหมือนอย่างปัจจุบันนี้ เวลานี้มันก็หมุนเข้ามาทางนี้ ทีนี้เลยเบาบางทางพระเรานี้ การสั่งสอนพระก็เลยเบาบางไป หนักทางประชาชนหนักทางบ้านทางเมือง บ้านเมืองอยู่ไม่ได้พระก็อยู่ไม่ได้ พระเป็นลูกของบ้านเมืองใช่ไหมล่ะ นั่นซิมันต้องได้จูงกันไปอย่างนี้ จึงพูดตะกี้นี้จูงทุกอย่าง

(วันนี้ช่อง ๑๑ จะเอาวิดีโอเทศน์ที่สนามหลวงมาออกอีกครั้งครับ) ฟัง ๆ ลงเวทีไปแล้วเขาจับแขนลากไว้เวที เดี๋ยว ๆ กรุงเทพมหานครแจ้งข่าวมาว่าทีวีช่อง ๑๑ จะนำวิดีโอเทปที่หลวงตาเทศน์งานบูชาคุณแผ่นดินไทย เมื่อวันที่ ๒๑ เมษายน ท้องสนามหลวงมาออกอากาศเผยแพร่ในวันที่ ๑๘ และวันที่ ๒๐ กรกฎาคมนี้ เวลา ๒๓.๓๐ น. โธ่ มัน ๕ ทุ่มครึ่งถึง ๖ ทุ่มครึ่งนะ คือเวลานั้นเขาก็ทำประโยชน์ส่วนหนึ่งนะ กรุณาทราบตามนี้ เทศน์เหล่านี้มันจะออกเรื่อยนะ เทศน์สนามหลวงคราวนี้ฟังว่าออกกว้างขวางมากอยู่แล้ว ออกไปเรื่อย ๆ นะเดี๋ยวนี้ ออกไปทุกแห่งทุกหนเทศน์กัณฑ์นี้นะ นี่ก็จะออกทีวีทั่วไปหมด

ที่เทศน์สนามหลวงวันที่ ๒๑ นี่วัดเราก็ดูว่าเอาทีวีมาดูข้างบนข้างล่าง ข้างบนมีพระควบคุม เพราะเรื่องทีวีนี้เราเข้มงวดกวดขันมาก แต่เมื่อเป็นอรรถเป็นธรรมก็ไม่ใช่เถรตรงใช่ไหม นี่พระท่านก็รู้เรื่องของเราแล้วท่านจึงเอามาโดยมีพระมาควบคุม มีท่านปัญญาควบคุมข้างบน พอเสร็จเรียบร้อยแล้วโยนข้ามกำแพงไปเลย ตกไหนก็ไม่รู้ละเราก็ไม่ได้ตามถามดู ที่ข้างล่างก็ฟังวันนั้นนะ ข้างล่างก็พวกประชาชนเต็มหมด ข้างบนก็พวกพระเต็มไปหมด มีพระควบคุมอยู่ข้างบน พอเสร็จแล้วก็เลิกทันทีไม่ให้พร่ำเพรื่อ เพราะเอานำมาใช้กิจการเราก็เห็นด้วย เพราะฉะนั้นพระก็รู้เรื่องของเรา ท่านจึงได้เอามาเลยโดยมีพระควบคุม พอเสร็จแล้วออกเลยไม่ให้ยุ่ง กว้างขวางมากเทศน์กัณฑ์นี้

เปิดดูข้อมูล วันต่อวัน ทันต่อเหตุการณ์ หลวงตาเทศน์ถึงเรื่องอะไร

www.luangta.com


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก