หลวงตา หมอ พยาบาล คนไข้
วันที่ 17 สิงหาคม 2543
สถานที่ : วัดป่าบ้านตาด
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :

เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด

เมื่อวันที่ ๑๗ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๔๓

หลวงตา หมอ พยาบาล คนไข้

(ผู้ฟังเทศน์ประมาณ ๔๐๐ คน)

สรุปผลของทองคำเมื่อวานนี้เด่นมากนะ เมื่อวานรู้สึกเด่นมากทีเดียว ตั้งแต่ได้รับทองคำมานี้ดูว่าจะเป็นเมื่อวานนี้ที่เด่นมากที่สุด คอยฟังเสียงก็แล้วกันนะ พี่น้องชาวอุดรฯ เราใครไม่มีวาสนาไม่ได้ฟังนะ หลวงตาบัวก็นำมาแทบเป็นแทบตายนำพี่น้องทั้งหลาย พึ่งจะได้ยินวันนี้ละ ฟัง วันที่ ๑๖ สิงหาคม ๔๓ ทองคำได้ ๗๕ สตางค์ ดอลลาร์ได้ ๒ ดอลฯ (เสียงหัวเราะ) ทองคำที่ต้องการมอบเข้าคลังหลวงคราวนี้ ๔,๐๐๐ กิโล มอบเข้าคลังหลวงแล้ว ๑,๐๓๗ กิโลครึ่ง ฝากไว้กับคลังหลวง ๑,๐๒๕ กิโล รวมทองคำที่มอบและฝากไว้กับคลังหลวงเป็น ๒,๐๖๒ กิโลครึ่ง ทองคำหลังจากที่มอบและฝากไว้กับคลังหลวงแล้วได้ ๔๘ กิโล ๔๕ บาท ๒๙ สตางค์ นี่ยังไม่ได้หลอม

รวมทองคำทั้งหมดทั้งหลอมและไม่หลอมได้ ๒,๑๑๑ กิโล ยังขาดทองคำอีก ๑,๘๘๙ กิโล จะครบจำนวน ๔,๐๐๐ กิโล นี่ได้อ่านให้ฟังเป็นประจำ ทองคำ ๔,๐๐๐ กิโลนี้ไม่ควรให้ขาดแหละ พี่น้องชาวไทยทั้งประเทศรวมกันแล้วให้ได้ ๔,๐๐๐ กิโล ส่วนเงินสดที่เคยกล่าวแล้วว่า เงิดสดที่ ๘๐๐ ล้านนั้น จะซื้อทองคำเข้าต่อยอด ทองคำ ๔,๐๐๐ กิโลนี้เป็นเนื้อเป็นหนังเป็นตนเป็นตัว ส่วนเงินสดเป็นอย่างน้อย ๘๐๐ ล้านนั้นจะซื้อทองคำเข้ามาต่อยอดกันอีก อันนี้จึงไม่นับเข้าในจำนวน ๔,๐๐๐ กิโล ๔,๐๐๐ กิโลให้พี่น้องทั่วประเทศไทยเราหามารวมกันเป็นเนื้อเป็นหนังเป็นตนเป็นตัว แล้ว ๘๐๐ ล้านคิดเป็นทองคำคงไม่ต่ำกว่า ๒ ตัน ถ้าสมัยปัจจุบันนี้นะ ก็จะขึ้นต่อยอด เรียกว่าคราวนี้อย่างน้อยไม่ต่ำกว่า ๖,๐๐๐ กิโลหรือ ๖ ตันแห่งน้ำหนักของทองคำ กรุณาทราบตามนี้

ได้มากได้น้อยเป็นธรรมดา วันได้มากก็มาก เช่นอย่างวันทุ่งศรีเมือง รวมทั้งทางวัดและทุ่งศรีเมืองซึ่งเป็นงานช่วยชาติด้วยกันก็ได้ตั้ง ๑๗ กิโล ทองคำนะ วันนั้นรู้สึกได้มาก วันนี้เป็นวันพักเครื่อง เด็กหรือใครไปคะนองหยอดลงในตู้ได้ทองคำถึง ๗๕ สตางค์ ผู้ใหญ่นอนหลับนะ เด็กมันไปคะนองยังไงไม่ทราบไปหยอดลงในตู้ได้ ๗๕ สตางค์ ได้มาอ่านอยู่เวลานี้น่ะ หยอดลงในตู้…..ทองคำ

นี่อะไรเอาไป (มีผู้เอาหมอนอิงไปถวาย) ไปที่ไหนเห็นแต่ที่หลับที่นอน เห็นที่ทำความพากความเพียรแก้กิเลสไม่มี มีแต่สั่งสมอันเดียวที่หลับที่นอน ปกติมันก็อยากนอนตามทางอยู่แล้ว มันนอนสะดวกถ้าเรื่องกิเลสพานอน-นอนสบายเลย ถ้าธรรมพานอนที่ไหนนอนได้สบายของธรรม ไม่สะดวกสำหรับกิเลส เป็นอย่างนั้นนะ สู้แบบดังที่เคยพูดนั่นซิ นักสู้มันต้องเอาอย่างนั้น สู้อย่างดังที่เคยพูดให้ฟังว่า เณรองค์หนึ่งแกนั่งภาวนาอยู่ในกุฏิ ง่วงเลยออกมานั่งในเฉลียงนอกกุฏิเล็ก ๆ สู้ความง่วง เอ้า ถ้ามันง่วงให้มันตกกุฏินี้ ออกจากห้องมานั่ง กุฏิเล็ก ๆ ละกรรมฐาน เล็กขนาดไหนความง่วงมันไม่สนใจนะ ได้ง่วงก็เอาได้หลับก็เอา มันง่วงมันอยากหลับ ทางนี้ก็ต่อสู้กัน เอ้า สู้กันจริง ๆ ก็ออกไปเฉลียงไปสู้กันที่เฉลียง ถ้ามันง่วงให้มันตกกุฏิเลย ปุ๊บปั๊บออกมานั่งอยู่ที่เฉลียง

ตอนนั้นเรากำลังนั่งภาวนาอยู่ก็ไม่ห่างกัน เป็นแต่เพียงว่าเป็นป่า มองไม่เห็นกัน ฟังเสียง ก็มันเงียบ ๆ นี่ ฟังเสียงตุ๊บตั๊บ(เสียงหัวเราะ) เสียงอะไรตกน้า เหมือนอะไรตก นึกในใจ ไม่นานละ สัก ๑๐ นาทีก็ไม่ถึงดี ได้ยินเสียงพึมพำ ๆ เสียงพระพูดกันเสียงพึมพำ ๆ เอ๊ มันเสียงอะไรน้า เสียงพึมพำ ๆ อยู่ตรงนั้นละตรงที่เสียงตุ๊บตั๊บนั่นแหละ สักเดี๋ยวก็มีพระมาบอก ได้ยินเสียงเดินมาเราก็เลยออกจากที่นั่ง อะไรล่ะ (เณรผองตกกุฏิ) ต่อจากนั้นเราก็ลงไปถามดู มันเป็นยังไงมันถึงตกกุฏิ

แกก็เลยเล่าเรื่องท่าต่อสู้ให้ฟัง แกต่อสู้ในห้อง สู้กันกับความโงกง่วง สู้ไม่ไหวก็ลากกันออกมาสู้ที่เฉลียง ใครเก่งก็ให้รู้กันตรงนี้ว่างั้นเถอะ ลากกันออกมาสู้ที่เฉลียง กิเลสฟัดคอเณรผองตกลงนั้นเสียงตูมตาม สู้กิเลสไม่ได้ เอ้า หมอนใหญ่นี่เอาไปให้เณรผองต่อสู้กับกิเลส คือนั่งที่เฉลียงถ้ามันง่วงก็ให้มันตกลงไปนี่ มันง่วงก็ตกลงไปจริง ๆ ตกลงไป กุฏิเล็ก ๆ กุฏิไม่สูง มีเฉลียงเล็ก ๆ ออกมานั่ง พอง่วงก็ตกลงไปนั้น

เมื่อวานนี้เอาของไปส่งโรงพยาบาลภูเรือ สงสาร อยู่ลึกมากนะ ถึงขนาดนั้นยังมีคนไข้เยอะอยู่นะ ถามวันหนึ่งประมาณเท่าไร (ประมาณร้อย-ร้อยกว่า) อยู่ลึก ๆ จากจังหวัดเลยเข้าไปภูเรือ ด่านซ้ายไปนู้น ออกทางเพชรบูรณ์ อยู่ลึก ๆ อย่างนั้นละที่เราช่วยโรงพยาบาล ที่ไหนซอกแซกที่เป็นความลำบากลำบน เรามักจะเข้าไปช่วยที่อย่างนั้น ถ้าอยู่ใกล้ถนนหนทางไปมาสะดวกเราก็ไม่ค่อยให้นัก นอกจากเป็นสถานที่จำเป็นจริง ๆ เราจะให้เป็นกรณีพิเศษ ถ้าธรรมดาเราจะให้ที่ลึก ๆ อย่างนั้น ถามเมื่อวานนี้ คนไข้ก็มาเยอะ เอาของไปให้ ปัจจัยมอบให้ ๑ หมื่น

คือโรงไหนที่ควรจะให้เป็นประจำเดือนเราก็ให้ ถ้าโรงไหนเป็นเพียงแต่ไปส่งของให้เราก็ส่ง แล้วก็ผ่านไป ๆ ถ้าโรงไหนควรจะให้เป็นประจำเดือนเราก็ให้ คือมันอัตคัดจริง ๆ เอาอาหารไปให้ คือให้ครัวคนไข้นั่นเอง สำหรับเลี้ยงคนไข้ โรงพยาบาลแต่ละโรง ๆ มีครัวคนไข้เป็นประจำ ๆ เราเอาไปให้อย่างนั้น

แต่ก่อนนี้ไม่มีโรงพยาบาล ทุกวันนี้ไปที่ไหน รู้สึกมักจะมีทุกอำเภอละมั้ง โรงพยาบาลต่าง ๆ ดูจะมีทุกอำเภอ แต่ก่อนไม่มี แม้แต่จังหวัดก็ลำบาก โรงพยาบาลอุดรฯ นี้ก็พึ่งสร้างหลังจากเราสร้างวัดป่าบ้านตาดแล้ว โรงพยาบาลศูนย์อุดรฯ นี่สร้างทีหลังไม่ทราบ พ.ศ.เท่าไร เรามาสร้างวัดนี้ก่อน แต่ก่อนอุดรฯ ไม่มีโรงพยาบาล ที่กรมทหารเขาก็เรียกว่าเสนารักษ์ ไม่มีโรงพยาบาล เสนารักษ์คือรักษาพวกทหาร เขาเรียกเสนารักษ์ ไม่ได้มีโรงพยาบาล เดี๋ยวนี้ก็มีทั่ว ๆ ไปหมดแล้ว จังหวัด อำเภอ ต่าง ๆ ก็มี ดูเหมือนจะมีทุกอำเภอละมั้ง ตั้งกิ่งก็จะเริ่มตั้งโรงพยาบาลพร้อม เพราะคนมาก โรคก็มาก คนไข้ไปกับคน การเจ็บไข้ได้ป่วยไปกับคน คนไปที่ไหนเจ็บไข้ได้ป่วยที่นั่น ก็ต้องมีโรงพยาบาลที่เยียวยารักษากันเป็นธรรมดา

ใครอย่าว่าโลกนี้กว้างขวางนะ ถ้าการเจ็บไข้ได้ป่วยโดนเข้าใครก็ตาม คนนั้นจะคับแคบตีบตันเข้ามาทันที หาที่พึ่งที่เกาะที่ยึด ลมหายใจ-หายใจมาตั้งแต่วันเกิด ระยะนั้นลมหายใจจะปอดแปด ๆ แทบจะไม่มีลมหายใจ ที่ยึดที่เกาะก็จะไม่มี นั่นละเวลาเจ็บไข้ได้ป่วยคนเราจนตรอกจนมุมตอนนั้นนะ เราคิดหมดเรื่องเหล่านี้ เศรษฐี กุฎุมพี พ่อค้า ประชาชน คนใหญ่คนโตขนาดไหนก็ตาม เพียงความเจ็บไข้ได้ป่วยเข้าสัมผัสตัวเท่านั้น ความจนตรอกจนมุม การเสาะแสวงหาที่เกาะที่ยึดนี้จะมาพร้อมกันเลย ทั้งพึ่งหมอทั้งพึ่งเพื่อนพึ่งฝูง ทุกอย่าง พึ่งยา มันวิ่งทันทีละจนตรอกจนมุม

สมบัติเงินทองข้าวของมีจำนวนมากน้อยมันไม่ไปเกาะนะ ยศถาบรรดาศักดิ์สูงต่ำมันไม่ไปเกาะ มันจะเกาะนี่ละ ที่ไหนว่าเป็นที่พึ่งเป็นที่อบอุ่นใจได้ เช่นพ่อเช่นแม้ ลูกเต้า พวกหลานพวกเหลน ปู่ย่าตายาย เหล่านี้จะมาเป็นที่พึ่งของคนไข้ทั้งหมด นี่ละคนไข้เป็นคนจนตรอก ไขว่คว้าหาที่พึ่งที่ยึด เพราะฉะนั้นการสร้างโรงพยาบาลให้จึงเหมาะสมกัน เป็นที่พึ่งที่ยึดของคนไข้

คนไข้แต่ละรายเข้าไปนี้ คนติดตามต้องติดตามเข้าไปละ มีมากมีน้อยหน้าซีดเซียวไปหมด ไม่มีใครยิ้มแย้มแจ่มใส ก้าวเข้าสู่โรงพยาบาล หัวใจอยู่กับหมออยู่กับยา เพราะฉะนั้นเราถึงได้ไปดุหมอเรื่อย เพราะโรงพยาบาลต่าง ๆ กับเราเหมือนพ่อแม่กับลูกนั่นแหละ ไปที่ไหนเขารุมเลย เวลาสอนหมอก็สอนจริง ๆ นี่เห็นไหมคนไข้เขามารักษา นี่เหล่านี้ญาติคนไข้ทั้งนั้น คนไข้มาไม่ได้เขานอนอยู่บนเตียง นี่เป็นญาติคนไข้ทั้งนั้นเต็มอยู่นี้ เป็นยังไงหน้าซีดเซียวไปหมดเห็นไหมล่ะ นี่เขามาพึ่งหมอพึ่งยานะ เราเป็นหมออย่าให้มันเปลี่ยนเป็นสระนะ เป็นหมอกี่คนฟาดเป็นหมากี่ตัวเข้าไป ใช้ไม่ได้นะ หน้าบึ้งหน้าเบี้ยว ใครเข้ามาขู่เข็ญเขา มาอะไรอย่างนั้นอย่างนี้ เขาก็มาพึ่งหมอไม่ได้นึกว่าเป็นหมา เราก็ว่างั้น อย่าให้เป็นอย่างนั้นนะ เรามานี่เรามาเสริมหมอนะเราไม่ได้เสริมหมา-อาหารมาให้นี่ ว่างั้นเลย นี่เวลาจะสอนเราก็สอนอย่างนั้น

ใครก็ตามลงเจ็บไข้ได้ป่วยแล้ว จิตใจหดย่นเข้ามาหาที่ยึดที่เกาะทั้งนั้น ไม่ว่ายศถาบรรดาศักดิ์สูงต่ำแค่ไหน สมบัติเงินทองข้าวของไม่มีความหมาย มันจะวิ่งเข้าหาที่ยึดที่เกาะ หาญาติหาวงศ์หาพ่อหาแม่ หาหมอหายาหาพยาบาล ใครก้าวเข้ามาคว้าใส่เลยเป็นที่พึ่ง ๆ เพราะฉะนั้นเราจึงได้สอนหมอ ให้มีอัธยาศัยดีงามนะหมอน่ะ เขามาพึ่ง กิริยามารยาทของหมอต้องไปก่อนอื่นไปก่อนยา พอเขามาก็ทักทายด้วยมารยาทอันดีงามอะลุ้มอล่วย ให้เป็นที่ยึดที่เกาะสมเจตนาของคนไข้ที่มาพึ่งหมอ เราก็สอนหมออย่างนี้ พยาบาลก็ดีให้แสดงกิริยามารยาทนุ่มนวลอ่อนหวาน ให้เป็นที่เกาะที่ยึดเป็นที่อบอุ่นของคนไข้ นี้เป็นยาขนานแรก จะเข้าถึงใจคนไข้ก่อนเข้าถึงโรคนะ เรื่องหยูกเรื่องยานั้นไปทีหลัง เมื่อใจดีแล้วมันจะค่อยดีขึ้นทุกอย่าง เราก็สอนอย่างนี้ เวลามีโอกาสก็สอน

หมอ-ประชาชนทั่วโลกนี่แหละ เขายอมรับเคารพนับถือเชื่อฟังหมอยิ่งกว่าเชื่อฟังใครนะ เพราะคนไข้เป็นคนจนตรอกจนมุม เข้าไปเจ็บไข้ได้ป่วยแล้วหายออกมานี้ นอกจากเขาหายจากโรคแล้วเขายังระลึกถึงบุญถึงคุณของหมอ บางคนถึงขนาดเป็นคนไข้ของหมอตลอดวันตายเลยก็มี เพราะเขาเชื่อเขาเคารพนับถือเขาอาศัยเขาพึ่ง ความอบอุ่นอยู่กับหมอ เขาระลึกถึงบุญถึงคุณ สร้างโรงพยาบาลแต่ละแห่ง ๆ ที่จำเป็นนี้ พอประกาศเรี่ยไรสร้างตึกสร้างอะไรนี้ คนไข้นั้นแหละขนมาให้ ๆ มากมายก่ายกองนะ ตึกแต่ละหลัง ๆ ไม่ใช่น้อยนะ ออกมาจากน้ำใจของคนไข้ที่หมอมีคุณต่อเขานั่นเอง เราก็ได้ชี้แจงให้ทราบ เพราะฉะนั้นเวลาเขามาให้ใช้กิริยามารยาทอันดีงาม เพื่อเป็นที่เกาะที่ยึดของเขา ให้เป็นที่อบอุ่นของจิตใจในขั้นแรก ยาขนานนี้ให้เข้าถึงก่อน จากนั้นหยูกยามีอะไรก็ว่ากันไป

คนจนก็มี คนมีก็มี เราอย่าไปสำคัญมั่นหมายกับเงินทองข้าวของเขา ให้มีความสำคัญมั่นหมายต่อการรักษาเขาให้หายไป คนที่มีมากมีน้อยบางทีก็ให้มากกว่าจำนวนที่หมอที่โรงพยาบาลเรียกร้องก็ได้ เขาให้ด้วยน้ำใจของเขา บางคนเขาไม่มีก็ไม่ต้องเอา เราว่าอย่างนั้นแหละ คนมาหากันพึ่งกันไม่ได้จะพึ่งใคร ก็ต้องพึ่งคนนั่นแหละ นี้เขามาพึ่งหมอ หมอต้องแสดงอัธยาศัยกว้างขวางต่อเขา เอ้า จนก็จนไป โรงพยาบาลกับประชาชนไม่จนแหละ โรงพยาบาลจะล้ม-ล้มไม่ได้เมื่อพวกหมอพวกพยาบาลยังดีอยู่แล้ว โรงพยาบาลจะแน่นหนามั่นคงขึ้นเป็นลำดับ ให้ล้มไม่ล้ม

การที่โรงพยาบาลจะล้มก็เพราะเห็นแก่ได้ เห็นแก่รีดแก่ไถ เพราะคนจนตรอกเข้ามาหาหมอ นี่สำคัญนะ นี่อันดับหนึ่ง หมอจะเรียกจะรีดเอาเท่าไรก็ได้ เพราะคนจนตรอกจนมุม ถ้าเราเห็นแก่ได้จะเป็นอย่างนั้น เราอย่าให้เป็นอย่างนั้น ให้มีแต่ความเมตตาเฉลี่ยไปหมด ไม่ว่าคนไข้ ญาติของคนไข้ พอคนไข้มีความสะดวกสบายใจ ญาติของคนไข้ก็ยิ้มแย้มแจ่มใสขึ้นมา เราก็แสดงให้ฟังอย่างนั้น หมอนี่คนเคารพนับถือตั้งแต่เริ่มเรียนวิชาหมอ เขาเริ่มยอมรับแล้วนะเรียนวิชาหมอ ให้เราเป็นบุคคลตัวอย่าง เป็นบุคคลแบบพิมพ์

นี่พูดถึงเรื่องโรงพยาบาลกับคนไข้ มันเป็นอย่างนี้ มันจนตรอกอย่างนี้ ใครจะมีเท่าไร ๆ ไม่มีความหมายเวลาเจ็บไข้ได้ป่วยเข้ามา หดย่นเข้ามาหมดนั่นละ ความพึ่งอาศัยชีวิตจิตใจจึงอยู่กับหมอ ๆ เพราะฉะนั้นจึงได้แสดงให้หมอฟัง การปฏิบัติต่อคนไข้เป็นสำคัญมากนะ อย่าเห็นแก่คนนี้เป็นคนจน คนนั้นเป็นคนร่ำรวย เป็นคนทุกข์ด้วยกัน คนจนตรอกมาหาหมอด้วยกันนั้นแหละ ให้พยายามรักษาเต็มความสามารถของหมอทุกคน ๆ นี้เป็นน้ำใจของหมอที่เขาฝากความเคารพนับถือ ความเชื่อฟังไว้กับหมอ แล้วสมเหตุสมผลกัน

จากนั้นก็แย็บไปให้เป็นข้อคิด นี่เป็นความไว้ใจของประชาชนนะ สิ่งที่เขาไม่ไว้ใจอย่าแทรกเข้ามาให้เป็นพิษเป็นภัยต่อประชาชน มันจะขาดความเคารพนับถือ คืออะไร หมอคนหนึ่งมีเมียตั้ง ๕ คน ไม่ว่าหญิงว่าชาย มีผัวกี่คนพยาบาลคนหนึ่ง สุดท้ายโรงพยาบาลเป็นโรงมั่วสุมกามกิเลส อย่างนี้อย่าให้มีในโรงพยาบาลนะ เขาไม่ได้มาสั่งสมอันนี้ เขาเพื่อให้รักษาคนไข้เท่านั้น เราอย่าเอาสิ่งที่เป็นฟืนเป็นไฟเข้ามาเผาไหม้หัวใจประชาชนทั่วโลกนะ เหล่านี้เราก็สอนไปหมด ถูกหรือผิดที่สอนอย่างนี้ นี่ละธรรมสอนโลกสอนอย่างนี้พิจารณาซิ

เราก็ไม่เป็นหมอ แต่เวลาสอนทำไมถึงสอนหมอได้อย่างนี้ ก็เอาธรรมมาสอนหมอ หมอเรียนวิชายาวิชาหมอต่าง ๆ โรคภัยไข้เจ็บ หมอเรียนวิชานั้น ธรรมะครอบไปหมด เพราะฉะนั้นจึงเอามาสอนกันได้ล่ะซี นี่ละที่เราไปโรงพยาบาลต่าง ๆ เราก็เห็นเหตุผลอันนี้เอง พอเราไปนี้จะรุมมาเลย รุมมา ๆ โรงไหนที่ควรจะให้ประจำเราก็ให้ ที่โรงจนตรอกจนมุม เช่นอย่างภูเรืออย่างนี้ จนตรอกจนมุม ก็ให้ ถามว่าอาหารของครัวมีขาดแคลนหรือเปล่า เราก็ให้เพิ่ม เรียกว่าให้เป็นเดือนละหมื่น ๆ ไปเลยโรงพยาบาลนี้ เวลาว่างเราก็ไป แต่สำหรับเงินที่ให้ประจำเดือนนั้นเราไปไม่ไปก็ตาม พอเราไปเดือนย้อนหลังที่ยังไม่ให้เราให้ย้อนหลังหมดเลย ให้เต็มเม็ดเต็มหน่วยประจำทุกเดือน ๆ

โรงพยาบาลต่าง ๆ มีเยอะนะที่เราให้ประจำเดือน ๆ ละ ๒ หมื่นก็มี เดือนละหมื่นก็มี เป็นประจำ ถ้าโรงไหนเพียงผ่านไปเอาของส่งให้แล้วไปก็มี พอถูไถกันได้ก็ให้ถูไถกันไป ถ้ามันจำเป็นจริง ๆ พอช่วยเหลือได้เราก็ช่วย เราช่วยทั่ว ๆ ไปนะ โรงพยาบาลไม่ว่าที่ไหนละวิ่งมามีแต่ขาดแคลนทั้งนั้นนะ โรงพยาบาลนี้ขาดแคลนมาก แต่สำหรับเรานะ คนอื่นไปเขาอาจไม่ว่าก็ได้ แต่สำหรับเราไป คนนั้นขาดอันนั้นคนนี้ขาดอันนี้ คนนี้ขาดเครื่องมือนั้น คนหนึ่งขาดเครื่องมือนี้ ขาดตึกขาดอะไรยุ่งไปหมดเลย ถ้าเราเข้าไปมีแต่ขาดทั้งนั้นหมอน่ะ มันเป็นยังไงพวกนี้น่ะ คนอื่นมาขาดไหมนี่ โอ๊ย ไม่หวังพึ่งได้ก็ไม่พูดแหละ นี่ก็หวังพึ่งหลวงพ่อ แน่ะก็อย่างนั้นแล้ว มีแต่ขาดทั้งนั้นเราเข้าไป รุมเข้ามา คนนั้นขาดนั้น คนนี้ขาดนี้ ใครอยู่ห้องไหน ๆ จำเป็นห้องไหน เอาแล้วเอาความขาดแคลนของห้องนั้นมาแล้ว ๆ อย่างนั้นนะ

โอ๊ย โรงพยาบาลใหญ่เท่าไรยิ่งรุมเข้ามานะ เพราะต่างคนต่างทำงานอยู่ในห้องต่าง ๆ ความจำเป็นมีต่าง ๆ กัน คนนั้นขาดนั้น คนนี้ขาดนี้ รุมมาหาหมด เราเลยจะตาย นี่ละที่เราช่วยโรงพยาบาลเราเห็นเหตุเห็นผลอย่างนี้เราจึงอุตส่าห์พยายามช่วย ช่วยน้ำใจ ทั้งคนไข้ ทั้งญาติของคนไข้ แบ่งเบาหมอ ให้เป็นความสะดวกสบายแก่คนไข้ทุกด้านทุกทาง เราช่วยทั้งนั้นแหละ อย่างตึกนี้ก็เหมือนกัน ถามถึงงบประมาณก็ไม่มี เรื่องงบประมาณเดี๋ยวนี้ไม่มีแล้วแหละ แต่คนไข้จำเป็นขึ้นทุกวัน ๆ หาที่พักที่นอนของคนไข้ก็ไม่มี เราจำเป็นก็ได้ให้ ให้ไป ๆ เรื่อย ๆ ให้อยู่ไม่หยุดไม่ถอย ถ้าพูดถึงทางให้นี้ โอ๋ย ยิ่งมากนะ ให้เท่าไรยิ่งมาก เวลานี้พักไว้เยอะนะ โรงพยาบาลต่าง ๆ ที่ตึกนั้นตึกนี้ขอ เราไม่ไหว เราทยอยให้เป็นระยะ ๆ พอสมควร ถ้าจะให้หมดเราไม่มีเงิน ก็เงินไม่ใช่น้ำมหาสมุทรทะเล

เงินก็ได้มาจากประชาชนทั้งหลายนี่แหละ ที่เราหมุนเข้าไปช่วยโลกอย่างนี้แหละ ที่ว่าเงินหมุนเวียนคืออย่างนี้ พี่น้องทั้งหลายทราบเอานะ ที่ว่าเราไม่เข้าคลัง เงินจำนวนนี้เราไม่เข้าคลังหลวง คลังหลวงก็ทองคำกับดอลลาร์ เราเข้าทั้งสองอย่างนี้ ส่วนเงินสด เงินสดนั้นส่วนมากเราจะไม่เข้า เราจะออกเป็นเงินหมุนเวียนดังที่ว่านี่ละ ช่วยโรงร่ำโรงเรียน โรงพยาบาล สถานสงเคราะห์ ที่ราชการต่าง ๆ ช่วยไปหมด แล้วแต่จะช่วยได้ขนาดไหนที่เขามาขอร้องจากเรา เราก็ช่วยไป นี่เรียกว่าเงินหมุนเวียนหมุนออกไปอย่างนี้ ไม่เข้าคลัง แต่เข้าสู่ประชาชน เป็น ๓ อย่าง

แม้อย่างนั้นเราก็ยังเจียดเอาไว้ดังที่เคยพูดให้พี่น้องทั้งหลายทราบนี่ เงินที่เวลานี้เราเจียดเอาไว้อย่างแน่นอนตายตัวแล้วนั้นคือ ๘๐๐ ล้าน เงิน ๘๐๐ ล้านนี้ทั้ง ๆ ที่เราจะเอาออกเป็นเงินหมุนเวียนได้เรายังไม่เอาออกนะ เราเป็นห่วงคลังหลวงมากเกี่ยวกับเรื่องทองคำ เราจึงจะเอาอย่างน้อย ๘๐๐ ล้านนี้เราจะเอาซื้อทองคำเข้าสู่คลังหลวง เหลือจากนั้นไป ๕๐ กว่าล้านนี้หากเอาเป็นเงินหมุนเวียนเราก็จะดึงออกไป ถ้าไม่จำเป็นเราก็ไม่เอาออก เราจะหมุนเข้าสู่ทองคำทั้งนั้นแหละ เพราะทองคำเป็นอันดับหนึ่งของชาติไทยเรา

หัวใจของพี่น้องชาวไทยอยู่ในนั้นหมดนะ เรียกว่าคลังหลวง คือทองคำเป็นอันดับหนึ่ง เป็นเครื่องประกันชาติไทยของเรา การซื้อการขายไปมาหาสู่ การมาลงทุนจากประเทศต่าง ๆ ในเมืองไทยเราเยอะ ก็คือคลังหลวงนี้เองเป็นตัวประกันเอาไว้ ถ้าอันนี้ขาดสะบั้นไปแล้วไม่มีใครมาเกี่ยวข้องนะ การซื้อการขายการไปมาติดต่อ เขาดูถูกเหยียดหยามได้อย่างสบาย ๆ คนไทยเราหน้าซีดไปหมดถูกเขาชี้หน้าเอา เพราะฉะนั้นจึงต้องรักสงวนสมบัติของชาติ ชีวิตของชาติได้แก่คลังหลวงของเราไว้ให้ดีด้วยกันทุกคน

เรามีสิทธิ เรามีอำนาจ เราเป็นเจ้าของของสมบัติแห่งคลังหลวงนี้ด้วยกันทุกคน ในจำนวนคน ๖๒ ล้านคน ฟังซิน่ะ เป็นเจ้าของของสมบัติกองนี้ด้วยกันทุกคน ให้รักษาไว้ด้วยความหนาแน่นมั่นคง อย่าให้ใครมาแตะต้องทำลายได้ ซึ่งเท่ากับว่าทำลายชาติไทยทั้งชาติให้ล่มจมไปนั่นแล จึงต้องพากันรักสงวนอย่างยิ่ง คือจุดนี้เอง หลวงตาก็ได้ประกาศให้พี่น้องทั้งหลายได้ทราบทั่วหน้ากัน นี้คือคลังหลวง นี้คือหัวใจของชาติ สมบัติของชาติอยู่ที่นี้หมดเลย จึงต้องพากันรักกันสงวน ใครจะมาแตะต้องทำลายไม่ได้ ซึ่งเท่ากับแตะต้องทำลายชาติไทยเราไม่ผิดกันเลย จึงต้องพากันรักษาให้ดี นี่เราก็แสดงให้ฟัง

ธรรมะเป็นแต่ชี้บอกแนวทางแห่งความแคล้วคลาดปลอดภัยให้เท่านั้น การทำหน้าที่การงานที่จะเก็บจะรักษาประการใด เป็นเรื่องของประชาชนทั่วประเทศไทยจะทำหน้าที่รักษากันเองในสมบัติของตน ๆ แต่ละคน ๆ การแนะนำสั่งสอน เป็นอุบายของธรรมที่ชี้บอกแนวทางเพื่อความแคล้วคลาดปลอดภัยให้เท่านั้น จะไปทำหน้าที่อย่างประชาชนไม่ใช่เรื่องของพระ ทำไม่ได้ เรื่องของพระมีแต่การแนะนำสั่งสอนทุกด้านทุกทาง ที่จะเป็นผลเป็นประโยชน์แก่ชาติบ้านเมือง กรุณาทราบกันไว้ทั่วกันนะ วันนี้ก็พูดเพียงเท่านี้ละ เอาละให้พร

เปิดดูข้อมูล วันต่อวัน ทันต่อเหตุการณ์ หลวงตาเทศน์ถึงเรื่องอะไร ทาง internet

www.luangta.com


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก