เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด
วันที่ 20 กรกฎาคม. 2544
สถานที่ : วัดป่าบ้านตาด
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :

เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด

เมื่อวันที่ ๒๐ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๔๔

อย่าให้หลวงตาดิ้นตายอยู่องค์เดียว

ทองคำเราวันนี้ได้ ๑ บาท ๙๘ สตางค์ ค่อยเขยิบขึ้นบ้างนะ สองวันผ่านมาดูได้วันละ ๒๕ สตางค์และวันละสลึง วันละ ๒๕ สตางค์ก็มี วันละสลึงก็มี วันนี้คืบขึ้นไปเป็น ๑ บาท ๙๘ สตางค์ ต้องเขยิบเรื่อยนะต่อไปนี้ จะอ่อนไม่ได้เลย เขยิบเรื่อย ๆ เราเคยพูดหนหนึ่งหรือไง ถ้าให้เป็นตามใจของเจ้าของจริง ๆ จะมีอำนาจวาสนามากน้อยเพียงไรก็ตาม เหมือนว่าความหวังและค่อนข้างไปทางความแน่ใจ แต่ความหวังนี้ถ้าได้อย่างนั้นสมหวัง การช่วยชาติคราวนี้เริ่มขึ้นไปตั้งแต่ ๔ พันกิโลเป็นเบื้องต้น อันนี้ขาดไม่ได้ บอกยันไว้เลย ขาดสตางค์หนึ่งไม่ได้ เท่ากับคอของเมืองไทยเราขาดหมดทั้งประเทศ ขาดสตางค์เดียวเท่านั้นเรียกว่าคอขาดหมดทั้งประเทศ นี่คำเด็ดเพื่อชาติไทยของเรา จะอ่อนไม่ได้จุดนี้ จุดที่สองพอประมาณ เพิ่มขึ้นจาก ๔ พันกิโล เรียกว่า ๔ ตัน แล้วก็ขึ้นไป ๖ พันกิโลหรือ ๖ ตัน นี่รู้สึกว่าถ้าเป็นเดือนก็ขึ้น ๑๒-๑๓ ค่ำไปแล้ว พูดถึงเดือนข้างขึ้น นี่เรียกว่าควรเต็มของมัน

ถ้าคราวนี้ช่วยชาติเต็มกำลังความสามารถจนกระทั่งได้ลาเวทีแล้ว ได้ทองคำ ๑๐ ตัน หลวงตาบัวนี้เรียกว่า กุสลา ให้ตัวเองผึงเลยทีเดียว หายห่วงทุกอย่าง เป็น ๓ จุดที่ตั้งเอาไว้ แต่ความหวังที่จะได้เป็นไปตามนั้น ก็แล้วแต่นิสัยวาสนาบารมีของเรากับพี่น้องชาวไทยเราบวกกัน ถ้าถึงจุดนั้นเรียกว่าเต็มหัวใจเลย ๑๐ ตัน นี้เป็นแต่เพียงว่าความรำพึงหรือความหวัง โดยการเสี่ยงวาสนาตัวเองกับพี่น้องชาวไทยเราไว้เพียงเท่านั้น แต่ ๔ พันกิโลนี้เรียกว่าตัดคอขาดเลย

คนเกิดมาทั้งชาติทั้งเมืองไทยนี้ คอขาดกันหมดทั้งประเทศไม่มีอะไรเหลือเพราะขาดทองคำไม่ได้ครบจำนวน ๔ พันกิโลนั้นไป ๑ สตางค์เข้าใจไหม ๑ สตางค์นี้คอขาดทั้งประเทศ เพราะฉะนั้นจึงขาดไปไม่ได้ ตั้งรากฐานแห่งเมืองไทยของเรา ๔ พัน กิโล จะขาดไปไม่ได้เลย เรียกว่าเด็ดขาดจุดนี้ จุดที่สองก็เร่ง ๆ เป็นธรรมดา จุดที่สามเรียกว่าภาคภูมิเต็มกำลังเต็มหัวใจ เราก็ค่อยทำไปเสี่ยงไปอย่างนั้น แต่ ๔ พันกิโลนี้ไม่เสี่ยง ต้องให้ได้เท่านั้นว่างั้นเลย เสี่ยงไม่ได้ คอขาดบาดตายอยู่ในขาดทองคำ ๔ พันกิโลไป ๑ สตางค์เท่านั้นนี้คอขาดเลย

เพราะฉะนั้นเมืองไทยเราใครรักสงวนคอทุกคน ๆ จะขาดไปไม่ได้ว่างั้นเลย คอเราขาดไปไม่ได้เพราะเงินนี้จะขาด ๑ สตางค์ไปจาก ๔ พันกิโลนี้ขาดไปไม่ได้ เด็ดกันจุดนี้ เอ้า ความพร้อมเพรียง ความสามัคคี ความรักชาติ นี้เป็นของสำคัญ เราเป็นลูกชาวพุทธความพร้อมเพรียง ความสามัคคี ความรักชาติ นี้เป็นแก่นของศาสนา ให้นำมาปฏิบัติต่อตัวเองสมนามว่าเราเป็นชาวพุทธด้วยกันทุกคน คำว่ารักชาติ สัตว์ตัวหนึ่งท่านห้ามไม่ให้ฆ่าเห็นไหม จับเอาตรงนั้นซิ ห้ามไม่ให้ฆ่าสัตว์ ท่านบอกแม้แต่อยู่ในครรภ์ คือห้ามหมดเลย นี่หลักธรรมชาติของสัตว์รักชาติของตัวเอง รักชีวิตตัวเอง แล้วกระจายออกไปทั่วโลกดินแดน จึงเรียกว่าความรักชาติเป็นยอดแห่งธรรมของพระพุทธเจ้า ประกาศให้อิสรภาพหรือความสม่ำเสมอแก่สัตว์ทั้งหลายทั่วหน้ากันหมดเลย ห้ามฆ่าสัตว์แม้แต่อยู่ในครรภ์ ฟังซิ ท่านไม่ให้ฆ่า สัตว์รักชาติตัวเอง

ทีนี้สัตว์มนุษย์ก็ยิ่งมีความละเอียดลออเฉลียวฉลาดมากกว่านั้น ทำไมจะไม่รักชาติตัวเอง นั่นมันเข้าในจุดนี้ เมื่อรักชาติตัวเองแล้วก็ต่างคนต่างรักชาติ แล้วก็ต่างคนต่างพร้อมเพรียงสามัคคีกัน กลมกลืนเป็นอันหนึ่งอันเดียว ผนึกกำลังอย่างหนาแน่น จากนั้นก็เป็นความสละ อะไรจะเป็นประโยชน์แก่ชาติไทยของเรา เราต้องยอมเสียสละ เสียสละออกไปเพื่อเอาความแน่นหนามั่นคงเข้ามาสู่ตัวเอง

หลวงตาที่นำพี่น้องทั้งหลายเราพูดจริง ๆ นะเราไม่ได้นำสุ่มสี่สุ่มห้า คิดดูซิที่จะออกช่วยพี่น้องชาวไทยนี้คิดอยู่จน.. ถ้าพูดแบบโลกเขาเรียกว่าหัวอกจะระเบิด เพราะความกระทบกระเทือน ความยากจนข้นแค่น เหตุการณ์ต่าง ๆ ที่มันหมุนพันอยู่นั้น เผาอยู่ในเมืองไทยเรา อยู่ใต้ดินบนดิน กระจายกันออกมา ทีนี้อยู่ใต้ดินก็ขึ้นมา มาเป็นฟืนเป็นไฟทั่วหน้ากันไปหมด ก็กระเทือนเข้ามานี้ นั่นละเรื่องราวมัน เราก็ยิ่งป่วยหนักเสียด้วย ประหนึ่งว่าไม่มีหวังจะครองชีวิตต่อไปได้แล้ว โรคท้องมันพิลึกพิลั่นจริง ๆ ในระยะนั้นก็ดี มีแต่อ่อนลง ๆ จนได้พูดให้พี่น้องทั้งหลายฟัง

พูดธรรมแล้วพูดได้เต็มธรรม คือตามหลักความจริง ไม่ได้มีลุ่ม ๆ ดอน ๆ สูง ๆ ต่ำ ๆ ลูบ ๆ คลำ ๆ เหมือนกิเลส ธรรมต้องเสมอไปเลย เป็นยังไงก็ออกมาตามความจริง กิเลสปลอมเท่าไร มันออกตามความปลอมของมันได้เต็มบ้านเต็มเมือง เต็มโลกเต็มสงสาร ไม่สะทกสะท้าน นี่คือเรื่องของกิเลสออกตัวเต็มเม็ดเต็มหน่วยของมัน แล้วธรรมมีมากน้อยธรรมก็เป็นความจริงอันหนึ่ง ซึ่งเลิศเลอยิ่งกว่าสิ่งทั้งหลายเหล่านี้ ทำไมธรรมจะออกตามความจริงของตนมากน้อยไม่ได้ ต้องออกได้เสมอกันจึงเรียกว่าธรรม จึงเรียกว่าความเสมอภาค นี้ก็คือความเป็นธรรม กิเลสบอกว่ากิเลส ธรรมบอกว่าเป็นธรรม แล้วออกได้ตามความจริงของตัวเอง กิเลสมันปลอมมันก็จริงในความปลอมของมัน ธรรมเป็นของจริงก็จริงในธรรมทั้งหลายอย่างหนึ่ง ต่างอันต่างจริงด้วยกันอย่างนี้

ด้วยเหตุนี้เองเรายังพูดให้ลูกศิษย์เราฟัง พูดเฉพาะ ๆ นะ คือพูดแล้วก็ค่อยกระจายออก ๆ แล้วแต่จังหวะที่มันจะออกมากน้อย ไม่ได้ขึ้นอยู่กับความหิวโหย แต่ขึ้นอยู่กับหลักธรรมชาติที่พอเหมาะ ๆ แล้วออกตามระยะที่พอเหมาะ ๆ นี่ก็ความยุ่งเหยิงวุ่นวายในเมืองไทยเรา ๓ ปีผ่านมานี้กระเทือนมาก แล้วก็มาพิจารณาถึงเรื่องสังขารเจ้าของนี้จะทำยังไง การพิจารณานี้เอาเต็มเหนี่ยวเลย บอกว่าช่องนี้ออกไปโล่ง ๆ ไปปิดตันตรงนั้น บอกหมดแล้วไม่ใช่หรือนี่ พิจารณาช่องนี้ออกไป ช่องนี้คือแต่ละพวกแต่ละคณะแต่ละบุคคล ใครจะสามารถนำชาติบ้านเมืองไปได้ พิจารณารอบเลย โล่งตรงนี้ไปปิดตันตรงนั้น ๆ จนได้ละปิดตัน ๆ นี่ โล่งมากโล่งน้อยปิดตันจนได้ ๆ จนน่ากลัว เอ๊ ทำไงนี่ มันจะจมจริง ๆ เหรอ เพราะไปที่ไหนมันก็เป็น ๆ

ทีนี้มันก็เข้ามา ใกล้เข้ามา ๆ แล้วเรื่องความตายของเจ้าของมันก็บ่งบอกอีก เรียกว่าค้ำกันอยู่อย่างนี้ ระหว่างความตายกับที่พยายามหาอุบายวิธีจะช่วยชาติภายในหัวอกว่างั้นเถอะนะ มันค้ำกันอยู่อย่างนี้เลย ความตายนี้ก็เด่น ทีนี้เอาความตายมาพูดกัน พิจารณาทางนี้อีกอย่างนี้อีก นี่สายตายเส้นตาย อันหนึ่งมันค้ำกันไว้อย่างนี้ มันมีอยู่นี้ไม่ได้เสมอกันนะ มันอยู่อย่างนี้ อันนี้เส้นตาย ถ้าเป็นเครื่องบินดิ่งสนาม นี่หอบังคับอากาศเอาไว้ เอ๊ ถ้ามันจะไปจริง ๆ ทำไมมันถึงมีอะไรค้ำกันอยู่อย่างนี้นะชีวิตนี่ เส้นตายจะไป

เพราะโรคอันนี้ เดินจากกุฏิมานี้จะไม่ถึงแล้ว กลับไปกุฏิจะไม่ถึงกุฏิแล้วมันขนาดนั้น แล้วทำไมมันจึงมีอันนี้อยู่ นี่ละเหตุมันนะ แล้วปุบปับ ๆ หมอก็มา เราไม่ได้ลืมคุณตั้งฮั่วไถ่นะ เราฝังลึกมากไม่พูดเฉย ๆ วันนี้เปิดออกมา ตั้งฮั่วไถ่เป็นผู้มาบอกเรื่องราวของหมอคนนี้กับโรคของตั้งฮั่วไถ่เอง ว่าโรคเขาหมดหวังแล้ว ไปที่ไหนพวกนี้ก็พวกเศรษฐีนี่ ไปโรงพยาบาลไหน ๆ แก้ไม่ได้ ๆ ก็ให้ยาพอเป็นมารยาทติดมือกลับมา เข้าไปโรงพยาบาลแต่ละแห่ง ๆ ได้ยาติดมือมา คือเขาไม่สามารถรักษา เขาก็ให้ยาติดมือพอเป็นมารยาทต่อกัน

จึงได้หมอคนนี้มารักษา แล้วเรื่องโรคนี้เขาเล่าให้ฟัง โรคของเขาของเรานี้ถูกต้องกันทุกกระเบียดเลย แล้วเขารักษาหาย เพราะฉะนั้นจึงขอนิมนต์หลวงตาให้รักษา ผมหายแล้วนะ หายเรียบร้อยร้อยเปอร์เซ็นต์แล้วเวลานี้ โอ๋ย ผมกินข้าววันหนึ่ง ๆ ได้ตั้งมากมาย หลวงตากินข้าวแล้วนี้อายุจะสองร้อยปีเขาบอก เราไม่ลืมนะ เอ้ารักษา เราก็ลง แล้วก็อันนี้ค้ำเข้าอีก เลยรับอันนี้ที่นี่ เอ้า ถ้ารักษาก็หมอคนนี้เป็นหมอคนสุดท้ายของเรา ถ้าตายก็ตาย ไม่ตายก็เรียกว่าเท่านั้นละ หมอคนนี้เป็นคนสุดท้ายของเรา เอามาฉันดีดผึง ๆ ขึ้นเลยนะ

โรคอันนี้เป็นมาตั้ง ๕๐ กว่าปี ก็ตั้งแต่เราเริ่มขึ้นเวที อดอยากขาดแคลนในเรื่องอาหารการกิน ตามวิชาทางแพทย์เขาบอกว่าน้ำย่อยอาหาร ไม่มีอะไรมันก็ย่อยเข้าไปในตับในปอดในลำไส้ทำให้เสีย หมอเขาอธิบายให้ฟัง อันนี้ละที่ท้องเสียเพราะอันนี้ นั่นละตั้งแต่เริ่มขึ้นเวที พรรษาที่แปดเริ่มแล้วตั้งแต่บัดนั้น พรรษา ๗ ออกจากกรุงเทพมาโคราชก็บึ่งเลย เข้าจำพรรษาโคราช นั่นละเริ่มขึ้นเวทีแล้ว ในพรรษานั้นก็เริ่มอดอาหาร ทุกสิ่งทุกอย่างทดลองดู ๆ อันนี้ดีสำหรับนิสัยของเราไปทางฝ่ายอดอาหาร ถึงได้อดอาหาร ไปถึงพรรษา ๑๐ มันก็ไปขึ้นเอาอย่างรุนแรงอยู่ที่อำเภอดงหลวง ทางน้ำหนาว เลยนาแกเข้าไป เราพักอยู่ในป่านั้น ท้องจนพองขึ้นมาเลย เคาะนี่ดังปึ๋ง ๆ เหมือนกลองเพล คือมันไม่ผายลมไม่ตดไม่ขี้ แต่มันดันอยู่ภายใน ท้องเสีย นั่นละที่มันเด่นชัดพรรษา ๑๐ ผ่านไปแล้วเป็นหน้าแล้งเราไปเที่ยวทางนั้น

ตั้งแต่นั้นเราก็เริ่มทราบ อ๋อ ท้องนี่เสีย ไม่สนใจนะ มีแต่ว่าท้องเสีย เสียปัจจุบันนะ ไม่ได้คิดว่าจะเสียไปเพื่ออนาคตอะไร เอ๊ นี่ท้องเสียเพราะอะไรน้า ไม่สนใจ นั่นละเริ่มตั้งแต่นั้นมา ตั้งแต่พรรษา ๑๐ จนกระทั่งพรรษา ๑๖ ฟังซิกี่ปี นี่หมายถึงว่าอดอาหารไปถึงพรรษา ๑๖ เป็นเวลา ๙ ปี นี่ละอาหาร ไม่ได้มีละคำว่าจะสบายด้วยอาหารการกิน มีแต่อดอยากขาดแคลน ๆ ตลอด ไม่กิน ๆ ทีนี้โรคมันก็เลยเป็นมาเรื่อย ถึงพรรษา ๑๖ ผ่านไปแล้วจวนจะเข้าพรรษาแล้วแหละ ตั้งแต่วันนั้นแหละเรียกว่าลงเวที เรื่องอดอาหารหยุด ไม่อดตั้งแต่บัดนั้นมา อดตั้งแต่นี้เป็น ๙ ปี

พอลงเวทีแล้วพูดให้มันเต็มสัดเต็มส่วน ธรรมบอกว่าธรรมพูดแล้วตะกี้นี้ใช่ไหม พอลงมาแล้วท้องนี่มันก็ไม่หาย เราฉันจังหันเป็นประจำตลอดไปเลย เว้นแต่วันไหนที่เรารู้สึกไม่สบายนั้นเป็นธรรมดาของธาตุขันธ์เรา เราอยากฉันก็ฉัน ไม่อยากฉันก็ไม่ฉัน ธรรมดา แต่ไม่ได้ตั้งใจจะอดเกี่ยวกับเรื่องกิเลสตัณหาอะไร อดธรรมดาเกี่ยวกับธาตุขันธ์ มันก็เป็นของมันมาตั้งแต่โน้นจนกระทั่งได้รักษากับหมอนี้เองนะ นี่ฟังซิ ๕๐ กว่าปี แล้วอยู่ ๆ พอฉันยาลงไปนี้ลดฮวบ ๆ ลงจนเราสงสัย อ้าว โรคนี้ถ้าเป็นนักเลงก็เป็นนักเลงโต หรือว่าเป็นเสือโคร่งใหญ่ ก่อนที่มันจะตายมันต้องฟัดต้องเหวี่ยงกับเราเต็มเหนี่ยว แต่นี้ทำไมไม่เห็นมีอะไร ปฏิกิริยาอะไรนิดหนึ่งแสดงก็ไม่มี เพราะอะไร

เรียกหมอมาถาม เพราะเราไม่เชื่อโรคของเรามันจะหายอย่างนี้ มันหายแบบไหนนี่ ถามหมอ เวลานี้โรคมันเป็นอย่างนั้น ๆ มันลดลงอย่างนั้น ๆ ทำไมมันผิดปรกติเอามากนักล่ะ มันจะหายจริง ๆ เหรอ หายเขาว่างั้น เพราะเหตุไรเอาว่ามา โอ๊ย โรคชนิดนี้ผมรักษาหายมาเป็นร้อย ๆ แล้ว เราก็เลยอ่อนลงนะ โรคเรามันจะเป็นโรคเทวทัตมาจากไหนนึกอย่างนั้น อ่อนลงก็อ่อนลงเฉย ๆ แต่อยู่ในความสังเกตตลอด แล้วก็ตลอดมาจนกระทั่งทุกวันนี้ไม่มีปฏิกิริยาเลย นี่ที่มันแปลกอัศจรรย์

พอฟื้นขึ้นมามันถึงได้เริ่ม เรื่องราวนี้มันเต็มแล้วในหัวอกนี่ รอบโลกรอบสงสารพิจารณาเต็มกำลังแล้ว อันนี้ก็พอฟื้นตัวได้โดดขึ้นเวที เพราะฉะนั้นจึงโซซัดโซเซขึ้นเวที ใครเห็นตามทีวีแล้วเหมือนกับผีตัวหนึ่งขึ้นเวที เพราะผอมโซ แต่จิตมันไม่โซซี นี่ละเรื่องราวมันเป็นอย่างนั้น จากนั้นพิจารณาเรื่องอะไรก็หมด เอ๊ ยังไงกันนี่ หมุนเข้ามา ๆ เข้ามาหานี้ อันนี้ช่องไม่กว้างแต่ไม่ปิดตัน ช่องนี้แคบ ๆ แต่ว่าทะลุ แคบ ๆ ก็ทะลุ ก็แสดงว่าได้มากได้น้อยก็ตาม ถ้าพูดถึงเรื่องความบริสุทธิ์นี้ก็ไม่ผิดแหละ เพราะได้เงินมาทุกบททุกบาท ทองคำ ดอลลาร์ เงินสด ไม่เคยมีระแคะระคายในใจของเราเลยว่าเป็นมลทินเพราะความทุจริตมัวหมอง เราไม่มีเลย อันนี้เรียกว่าช่องแคบแต่มันก็ทะลุ ทะลุด้วยความบริสุทธิ์ก็ถูกเข้าใจไหม จะทะลุแบบไหนก็แล้วแต่พี่น้องทั้งหลายพิจารณาเอา แต่เราก็จับเอาจุดนี้แหละ

เพราะเราช่วยโลกด้วยความเมตตาล้วน ๆ จึงไม่มีอะไรที่จะแบ่งสันปันส่วนจากการบริจาค จากพี่น้องทั้งหลายแม้เม็ดหินเม็ดทรายเราไม่มี เราพอทุกอย่างในหัวใจเรา ที่มันหิวกระหายจนจะเป็นจะตาย ก็คือเกี่ยวข้องกับความห่วงใยพี่น้องชาวไทยเรา ถึงได้ดีดได้ดิ้นขนาดนั้น ดิ้นเพื่อพี่น้องชาวไทยนะ เราไม่ได้ดิ้นเพื่อเรา มันจะไปเมื่อไรเราไม่เคยสนใจกับมัน ก็มันเครื่องมือ ก็เหมือนอย่างนี้ ๆ เอามาบ้วนน้ำหมากทิ้งไว้เสีย ใช้ไม่ได้หรือโยนเข้าป่าเสียก็เท่านั้นเอง แบบนี้กับร่างกายไม่ได้ผิดกันนะ เราอย่าเข้าใจว่ามันผิดกัน ไม่ได้ผิดกัน อันนี้เครื่องมือเฉย ๆ เครื่องมือของใจที่ใช้อยู่ภายในร่างกาย ประสาทส่วนไหนใช้ยังไง ๆ ตาใช้ทางไหน หูใช้ทางไหน จมูกลิ้นกายประสาทต่าง ๆ ใช้ทางไหน ความรู้นี่มันรับผิดชอบ ๆ กระจายไปใช้ทางนั้น ๆ

ทีนี้เมื่อเครื่องมือมันเสีย เช่น ตาบอดนี้ ประสาทสำหรับรับรู้รับเห็นอยู่นี้ เครื่องให้เห็นบอดเสียมันก็ไม่เห็น ความรู้มีแต่มันไม่รับ หูก็หูหนวกเสีย เครื่องมือหูหนวกตาบอดไปแล้ว ใบ้บ้าอะไรไป ประสาทต่าง ๆ เสียไปเรียกว่าเครื่องมือเสีย นี่ก็เหมือนกัน อันนี้เสีย ๆ อันนั้นเสีย ๆ ทิ้งไป ๆ เยียวยาได้ก็เยียวยาไป เยียวยาไม่ได้ก็ทิ้งไป ๆ หมดท่าหรือทิ้งปั๊วะเลย อันนี้ก็เหมือนกันใช้รักษามันไป เยียวยามันไป ทำงานไปรักษาไป มันหมดสภาพแล้วก็ทิ้งตูม ไม่ผิดกันอะไรกับอันนี้ แล้วจะมาห่วงมาหวงมันอะไร จึงได้หมุนเข้ามาช่วยพี่น้องชาวไทยเรา ช่วยอย่างแบบเงียบ ๆ มา แบบธรรมแบบเงียบ ๆ เรื่อย ๆ มา เหตุการณ์ต่าง ๆ มันก็ค่อยปรากฏขึ้นมาเรื่อย ๆ ดังที่เราเห็นละฟังเอาก็แล้วกัน นี่ละเราช่วยขนาดนี้

เราจึงได้ตัดคอลงไปเลยว่า เอาอะไรจะเกิดก็เกิดขึ้นว่าอย่างนั้นเลย คอเราไม่ขาดนี้ยังไงต้องสู้วันยังค่ำ ถ้าคอขาดแล้ว เอา อะไรยังมีจะช่วยอีก ช่วยไม่ได้แล้วเอาตายก็ตาย เท่านั้นแหละนะ เราช่วยพี่น้องชาวไทยเรา เพราะฉะนั้นจงอย่าพากันอ่อนแอนะ หัวหน้าไม่ได้พาอ่อนแออย่าอ่อนแอ เอาให้เด็ดทุกอย่าง เราไม่เด็ดเพื่อชาติของเราเราจะเด็ดเพื่ออะไร ชาติของเรา ตั้งแต่เกิดมาก็เป็นชาติของเราแล้วจะว่ายังไง เรารักษามาตลอด นี้ถึงคราวที่มันเอนมันเอียงมันจะล่มจะจมด้วยวิธีการใด เราต้องต่างคนต่างอุ้มต่างชูต่างยกต่างยอกัน ต่างคนต่างเหยียบทำลายไม่ได้นะ อย่านำความอ่อนแอท้อแท้ ว่าคนนั้นจะทำคนนี้จะทำ ต้องเราทุกคนนี้ขึ้นได้ ให้ฟังเสียงธรรม

ธรรมไม่พาใครให้ล่มจมนะ ต้องฟังเสียงธรรมเท่านั้น ถ้าเสียงธรรมไปได้ไม่สงสัย เพราะพระพุทธเจ้าทุกพระองค์สอนธรรมแก่โลกมาฟื้นได้ทั้งนั้น ๆ ทำไมธรรมอันเดียวกันนำมาสอนโลกชาวไทยเราจะฟื้นไม่ได้มีอย่างหรือ การนำวิธีนำก็นำด้วยอรรถด้วยธรรมเหมือนกันมาแล้วนี่ จึงพากันให้ตั้งอกตั้งใจ ให้ต่างคนต่างเสียสละ ต่างคนต่างเห็นแก่ชาติไทยของเรา อย่าไปเห็นชาติใดดียิ่งกว่าชาติไทยของเรา

ลูกของเรานี้เกิดมาจะเป็นหญิงเป็นชาย รูปร่างขี้ริ้วขี้เหร่ สวยงามรูปหล่อขนาดไหน ก็คือลูกของเรา รักเสมอกันหมด พ่อแม่รักลูกเป็นอย่างนั้น ไม่ได้ว่าลูกคนนี้ขี้ริ้วขี้เหร่ ปัดออกจากความเป็นลูกเป็นแม่ ไม่เคยมีในพ่อแม่คนใดเลยนะ เป็นยังไงมาก็เลี้ยง ขามันไปไม่ได้ก็อุ้มไป สะพายไปอุ้มไปแบกไป คือ ก้อนรักก้อนสงวนหัวใจของพ่อแม่อยู่กับเด็กคนนั้น ไปไหนอุ้มไปแบกไปลากไปเข็นไป เราดูหมดทุกอย่างนะ ลากไปอะไร จะหวังเอาราค่ำราคาอะไรกับมันพ่อแม่ไม่ได้หวัง มีแต่ความเมตตา ความรักความสงวนลูกของตัวเอง ๆ อยู่ในเด็กนั้น เพราะฉะนั้นลูกของคนใดก็ตาม ทุกข์จนหนโลกนี้จะต้องแบกหามกันไปเหมือนกันกับคนมีทั้งหลายนั่นแหละ

ทีนี้เรารักชาติเราก็ต้องเป็นอย่างนั้นซิ ชาตินี่เป็นชาติไทยของเราให้ต่างคนต่างรักษา อะไรที่จะมากีดกันทำลายให้ปัดออก ๆ นี่ละถูกต้อง อันใดที่จะดีให้อุ้มให้ชูให้ชำระสะสางให้สะอาดสะอ้านขึ้นไปโดยลำดับลำดา นี้เป็นความถูกต้องในชาติไทยของเรา คราวนี้เป็นคราวที่ชาติไทยของเราจะได้เห็นความรักชาติ ความเสียสละ ความพึ่งเป็นพึ่งตายซึ่งกันและกัน ในคราวที่จะยกอุ้มชาติไทยของเราขึ้นจากหล่มลึกนี้แหละ ให้จำทุกคนนะ อะไรจะมาขัดข้องมากีดกันทำลายอะไร ก็คือกีดกันชาติไทยของเราทั้งชาติ ให้ถือว่าเป็นภัยต่อชาติอย่างใหญ่หลวงนะ เราอย่าถือว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย ชาติไทยของเราจมได้เพราะอันตราย ถ้าเราต้านทานอันตรายไม่ได้เราต้องจม เราเป็นเจ้าของสมบัติเราจะยอมจมง่าย ๆ เหรอ ต้องคิดอย่างนั้นซิ เจ้าของทรัพย์ต้องตายเท่านั้นโจรมหาโจรถึงจะเข้าบ้านได้ ถ้าเจ้าของทรัพย์ยังมีอยู่ มีกำปั้นซัดกำปั้นเข้าไปอย่างเคยบอกแล้ว กำปั้นกับหมัดมันก็อันเดียวกันเข้าใจไหม

นี่เราเคยพูดแล้วให้มันถึงขีดถึงแดน มันมีแต่กำปั้นมีแต่หมัดฟัดมันไปเลย มันหมดแล้วหรือหมัดเรานี้ไปหาเอาหมัดหมามา หมามันมีหลายหมัดฟาดมาช่วยกันเอาขนาดนั้นซิ นี่หมายถึงเป็นนักต่อสู้ไม่ได้เป็นความหยาบโลนอะไร หมายถึงความเป็นนักต่อสู้เด็ดไม่มีถอย เอาจนสุดขีดสุดแดน ให้พากันจำเอานะ วันนี้ก็พูดเพียงเท่านี้ละ อย่าพูดมากเกินไปเลยนะเหนื่อยแล้ว พอพูดไป ๆ ถ้ามันมีเด็ดบ้างมันจะกระเทือน ถ้าฉันจังหันเสร็จแล้วนี้ก็ไม่ค่อยรวดเร็วนัก แต่มันก็เริ่มรู้แล้ว ถ้าตอนบ่าย ๆ หรือเย็นไปแล้วเร็วนะ วันนี้พูดเป็นเครื่องฝากกับพี่น้องทั้งหลายเอาไว้ ให้พากันคิดกันอ่านทุกคน อย่าให้แต่หลวงตาบัวองค์เดียวแหละดิ้นตายอยู่ไม่ได้นะ ต่างคนต่างดิ้นด้วยกัน

เมื่อวานนี้ก็ไปบุ่งคล้าไปดูตึกบ้านพวกเจ้าหน้าที่เขา ๓ ชั้น อู๊ย กว้างยาวแล้วจากนั้นก็จะทำท่อน้ำออกจากห้องน้ำห้องส้วมลงนู้นอีก ก็จะทำต่อไปอีกไปดูเมื่อวานนี้ ไปดูตึกเรียบร้อยแล้วก็ไปดูอันนี้ เสร็จแล้วมานั่งกับเขาไม่กี่นาทีก็ออกมาเลย ตั้งหน้าไปดูตึกนี้ อันนี้เป็นอันว่าเสร็จไปเรียบร้อย ยังแต่ท่อน้ำที่จะระบายออกถังส้วมออกเป็นทาง อันนี้ก็ปาเข้าไปเป็นแสน ไม่น้อยนะ ถ้าว่าให้-ให้เรา คือด้วยเหตุผลทั้งนั้น ถ้าไม่ใช่เหตุผลแล้วสตางค์หนึ่งก็ไม่ให้นะ ต้องเหตุผล ๆ ถ้าเหตุผลแล้วถึงไหนถึงกันเลย

เปิดดูข้อมูล วันต่อวัน ทันต่อเหตุการณ์ หลวงตาเทศน์ถึงเรื่องอะไร

www.luangta.com


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก