ความเพียรเราหนัก
วันที่ 5 มีนาคม 2551 เวลา 8:15 น.
สถานที่ : วัดป่าบ้านตาด
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :
ข้อมูลเสียงแบบ(Win)   ข้อมูลเสียงแบบ(MP3)

เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด

เมื่อวันที่ ๕ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๕๑

ความเพียรเราหนัก

เมื่อวานดูเหมือนไปโรงพยาบาลภูเขียวเอาของไปให้ ภูเขียว เกษตรสมบูรณ์ จังหวัดชัยภูมิ ไปส่งที่นั่นที่นี่อยู่ตลอดไม่เว้นแต่ละวัน ส่งให้โรงพยาบาลนั้นโรงพยาบาลนี้ เราช่วยจริงๆ การช่วยโลกนี้เรียกว่าช่วยเต็มเม็ดเต็มหน่วย เราไม่เอาอะไรเลย มีแต่ช่วยทั้งนั้น ได้มาเท่าไรออกหมด ไม่เอาอะไรเลย มีแต่ช่วยโลก ทางด้านวัตถุสมบัติต่างๆ ก็ออกหมด ธรรมะก็ออกมาตลอด การเทศนาว่าการนี้ก็รู้สึกว่ามากต่อมาก ในประเทศไทยนี้น่าจะไม่มีใครเทศน์มากยิ่งกว่าเรา เอา ใครเห็นว่าอย่างไรว่ามา ที่ไหนก็มีแต่หลวงตาบัวๆ ไปเทศน์ เทศน์ไม่หยุด

แต่เวลาบำเพ็ญก็แบบเดียวกัน เวลาไปบำเพ็ญเจ้าของแก้เจ้าของนี้ไม่ยุ่งกับใครเลย ไปองค์เดียวๆ ตลอด  ไม่เคยไปกรรมฐานกับใครละ นิสัยอันนี้ก็แปลกๆ อยู่ ต้องไปคนเดียวๆ ถ้าไปสององค์สามองค์มันเป็นน้ำไหลบ่า มันไม่รุนแรง รับผิดชอบกันด้วยสัญชาตญาณ ไม่ต้องบอกว่ารับผิดชอบมันก็เป็นอยู่ในตัวนั้นแหละ ถ้าไปคนเดียวปั๊บป่าช้าอยู่กับเรา เท่านั้นละ ไปคนเดียวป่าช้าอยู่กับเราเท่านั้น ทีนี้อยากทำอะไรให้เต็มเม็ดเต็มหน่วยของเจ้าของก็เอาเต็มเหนี่ยวเลย

โอ้ การบำเพ็ญธรรมในเพศของพระนี้รู้สึกว่าหนักมากเหมือนกันนะเรา เอาเต็มเม็ดเต็มหน่วย นั่งภาวนาถึงก้นแตกก็มี เป็นอย่างนั้นละ ก็นั่งตลอดรุ่งๆ มันจะไม่แตกได้อย่างไร แต่เวลาพิจารณาตามผลที่ได้เราพิจารณาไปตามเหตุมันสมดุลกัน เป็นที่แน่ใจเจ้าของ อบอุ่นใจ ไม่บกพร่องในการบำเพ็ญ ไม่มีอะไรดื้อยิ่งกว่าจิตนะ จิตนี้ดื้อที่สุด ทราบกันเวลาทรมานกัน สิ่งที่ให้จิตดื้อคือกิเลสมันอยู่ภายในจิต กิเลสหนาเท่าไรยิ่งดื้อ ดื้อจนไม่มีบาปมีบุญในหัวใจ  นั่นละกิเลสทั้งนั้นละที่มันดื้อๆ ซัดกันเสียจน..

นี่ก็ออกภาวนาล้วนๆ เป็นเวลา ๙ ปี เรียกว่าตกนรกทั้งเป็น หาความสบายไม่ได้เลย จะได้อยู่เป็นความสะดวกสบายไม่มีแหละ เหมือนตกนรกทั้งเป็น ฟาดอยู่ ๙ ปี พรรษา ๗ ออกปฏิบัติ พรรษา ๑๖ จะว่าลงเวทีก็ลงพรรษา ๑๖ เป็นเวลา ๙ ปีฟัดกับกิเลส ๙ ปี ยังไม่ลืมนะ เพราะมันเอากันแต่ละครั้งๆ นี่มันหนักๆ ทั้งนั้น กิเลสไม่ใช่เป็นของเล็กน้อย แหลมคมมากทีเดียว น้ำตาร่วงอยู่บนภูเขาเราเคยมาเล่าให้บรรดาลูกศิษย์ลูกหาฟัง คือพลังของกิเลสกระแสของกิเลสรุนแรงมาก ตั้งสติไม่อยู่ๆ คือมันรุนแรงขนาดนั้น

ทีนี้เวลาฝึกทรมานกันวิชาธรรมกับกิเลสซัดกันนี้ไม่ใช่เล่นเหมือนกัน แต่เวลามันได้ผลได้การอดอาหารนะ พออดอาหารสติค่อยดีขึ้น สติดี ก็อดอาหารๆ แล้วสติดีขึ้นๆ ทีนี้เมื่อเห็นผลอย่างนั้นแล้วมันก็ต้องเดินตามนั้น หนักเบาก็ต้องเดินตามนั้น ออกภาวนาไม่ค่อยได้ฉันจังหันนะเรา จนท้องเสีย คือมันดีเพราะการอดอาหาร ทีนี้เมื่อมันดีทางนี้ถึงจะทุกข์ยากลำบากก็ต้องทน ผลอย่างอื่นไม่ค่อยมีเหมือนการอดอาหารสำหรับนิสัยของเรา ปฏิบัติด้วยความอดอยากจริงๆ ฉันให้อิ่มไม่ได้ละ ภาวนานี้สติล้มเหลวๆ ถ้าอดอาหารแล้วสติดีๆ เมื่อมันดีได้ผลตรงไหนมันก็ต้องหนักทางนั้น

เพราะฉะนั้นการอดอาหารจึงเป็นประจำ ท้องเสียนะ เวลาลงเวทีแล้วฉันจังหันตามปรกตินี้ท้องก็ยังเสีย เสียตลอดเลย มันได้เสียมาแล้วตั้งแต่เราภาวนาด้วยการอดอาหาร จนกระทั่งลงเวทีแล้วท้องมันก็ไม่หาย จนท้องเสียเรื่อยไปเลย ดีว่าได้ยาหมอเติ้งที่ว่านี่นะ นั่นละท้องเสีย เสียขนาดว่าจะไปจริงๆ ได้ยาหมอเติ้งมาฉัน ฟื้นตัวขึ้นมาได้นะ จึงได้ช่วยชาติบ้านเมืองเรา ระยะช่วยชาติเสียด้วย เราจนได้กำหนดว่าถ้าเป็นอย่างนี้แล้วจะตายในระยะนั้นๆ แต่มันก็ฟื้นขึ้นมาได้

นี่เพราะการอดอาหารมาตั้งแต่ประกอบความพากเพียร เวลาลงเวทีฟัดกับกิเลสขาดสะบั้นลงไปหมดแล้วทีนี้การฉันจังหันก็ฉันธรรมดา แต่ท้องก็เสียมาเรื่อย มันได้เสียแล้วเสียมาเรื่อยนะท้อง โอ๊ย เราทำอะไรมันมีแต่หนักๆ ทั้งนั้นแหละ นิสัยก็เป็นนิสัยอันนี้ด้วย นิสัยผาดโผนโจนทะยาน เอาจริงเอาจังเอาเป็นเอาตายเข้าว่าตลอดเลย ไม่เช่นนั้นไม่ทันกับกิเลส ต้องได้เอาอย่างหนักๆ ทีเดียว ครั้นเวลาผลมันได้มันได้จากการอดอาหารนะ

นี่ละมันท้องเสียเพราะนี้เอง ถ้าอดอาหารภาวนาดี ถ้าฉันลงไปแล้วไม่ดี ทีนี้อันไหนดีมันก็หมุนใส่อันนั้นซิ อดก็อด เป็นก็เป็น ตายก็ตาย ธรรมเกิดในจุดนี้ จุดอดอาหาร ทีนี้มันก็ซัดตั้งแต่อดอาหาร ไม่ค่อยฉันละ  ถ้าฉันจังหันไปแล้วมันจะรู้ในความเพียร คือสติของเราเราดูของเรา ความเพียรไม่ดี ถ้าอดอาหารๆ แล้วความเพียรดี สติมั่นคงเป็นลำดับลำดา ทีนี้มันก็หนักทางนั้นแหละ จนท้องเสียเพราะไม่ฉันจังหัน

ยาหมอเติ้งนี่สำคัญ นึกว่าจะตายเพราะท้องเสีย ฟื้นขึ้นมาได้นะ คือถ่ายท้องวันหนึ่งไม่ทราบว่ากี่หน ถ่ายเท่าไรมันก็อ่อนลงๆ พอได้ยาหมอเติ้งมานี้ฉันลงไปมันฟื้นตัวขึ้นมา แต่ก็ทราบล่วงหน้าแล้วว่าโรคอันนี้จะปฏิบัติอย่างไร แกบอกไว้เลยท่านอย่าตกใจนะ เวลาฉันยานี้แล้วท้องจะถ่ายเหมือนกัน แต่การถ่ายท้องด้วยอำนาจของยานี้ไม่เพลีย ไม่ทำอะไรให้กำเริบเหมือนโรคมันพาให้ถ่ายท้อง

ทีนี้เวลาฉันยาหมอเติ้งลงไปมันก็ถ่ายเอาจริงๆ ฉันมากเท่าไรยิ่งถ่าย แกบอกว่าไม่ต้องตกใจ ว่าอย่างนั้น ถ่ายก็ไม่เพลีย มันก็ถ่ายจริงๆ ละ หมดฤทธิ์เดชของมัน จากนั้นมาก็หาย แน่ะอย่างนั้นนะ เวลาถ่ายท้องด้วยโรคนี้ถ่ายเท่าไรยิ่งเพลียลงๆ ถ่ายด้วยอำนาจของยานี้ถ่ายเท่าไรก็ไม่เพลีย ก็ดีขึ้น เป็นอย่างนั้นละ มาระยะหลังนี้ดี ท้องก็ดี ทุกวันนี้ท้องดี ฉันจังหันได้อยู่ธรรมดา เพราะฉะนั้นธาตุขันธ์ถึงพอเป็นไปได้

ได้พยายามเปลี่ยนอิริยาบถให้สม่ำเสมอ เช้าตั้งแต่สว่างลงจากกุฏิแล้วออกไปนู้น ไปหมดทุกทิศทุกทาง มานี้ๆ เข้าครัว เดินเปลี่ยนอิริยาบถ เมื่อเช้านี้เดินจริงๆ ตั้งแต่สว่าง เดินออกจากวัดนี่ไปเรื่อย วกนี้เข้าครัว ออกจากครัวขึ้นกุฏิก็ลงมานี้ เดินมากเมื่อเช้านี้  ธาตุขันธ์ก็ดีอยู่ เมื่อเช้านี้เดินแข็งแรงอยู่ มันอ่อนลงทุกวันๆ จะทำอย่างไร เดินไปเตาะแตะๆ ไปตามศาลากลับมาเพลียแล้ว เดี๋ยวนี้เป็นอย่างนั้น

ที่มาเป็นอย่างนี้ก็เพราะว่าความเพียรเรามันหนัก ตั้งแต่เวลาประกอบความเพียรหนัก ทีนี้มันก็มาบีบเอาตอนแก่ แต่เราก็ภูมิใจว่าผลที่ประกอบความเพียรได้สมมักสมหมาย มันจะเป็นอะไรเราก็อบอุ่นใจ เพราะความเพียรทางจิตใจเราดีได้ผล นิสัยอันนี้มันไม่ค่อยเหมือนใครมันเป็นอย่างไรก็ไม่ทราบ มันไม่ค่อยพอดีนิสัยเรา มักจะผาดโผนรุนแรงตลอด จนพ่อแม่ครูจารย์มั่นเราได้รั้งเอาไว้ เวลามาเล่าเรื่องภาวนาให้ท่านฟัง คือวันไหนนั่งตลอดรุ่งๆ นั่นแหละมาเล่าให้ท่านฟัง ทีแรกท่านก็ชมเชย เอาจนกระทั่งถึงเอาเอาลงไปที่นี่ท่านว่า ได้หลักแล้ว อัตภาพนี้มันตายเพียงหนเดียว มันไม่ได้ตายถึงห้าหนแหละ ท่านยอหน่อยทีแรกนะ

ทีนี้ทางนี้ก็เร่งใหญ่เลย มาเล่าผลให้ท่านฟังวันไหนก็เป็นผลอัศจรรย์จากหัวใจๆ แต่ท่านไม่ฟังแต่ผลซี ท่านฟังเหตุ การบำเพ็ญของเรามันหนักขนาดไหน เราไม่รู้ คือเวลาทรมานหนักๆ ผลทางจิตใจได้ทุกวัน ไม่คลาดเคลื่อน เราก็เล่าแต่ผลที่ดีให้ท่านฟัง ทีนี้ท่านฟังไม่ได้ฟังแต่ผล ฟังเหตุ การกระทำของเรามันหนักเบาขนาดไหนบ้าง นั่น ท่านรู้ทั้งเหตุ ท่านคอยรั้งเอาไว้

ท่านยกข้อเปรียบเทียบมาให้เราฟังเรายังไม่ได้ลืมนะ ม้าตัวมันคึกคะนองมาก แน่ะท่านว่าเวลาขึ้นไปกราบปั๊บๆ ม้าตัวไหนมันคึกคะนองมาก ไม่ฟังเสียงการฝึกทรมานของสารถีเขาต้องฝึกกันอย่างหนัก ไม่ควรให้กินหญ้าไม่ให้กิน ไม่ควรให้กินน้ำไม่ให้กิน แต่การฝึกเอาอย่างหนัก จนกระทั่งม้านี้ลดพยศลงๆ การฝึกเขาก็ลดลง จนกระทั่งม้าทำงานได้ไม่ขัดข้องอะไรแล้วการฝึกอย่างนั้นเขาก็งดไป ท่านพูดเท่านั้น คือท่านเห็นเรานั่งตลอดรุ่งๆ ผลดีมาเล่าให้ฟังทุกวันๆ แต่ผลเสียคือธาตุขันธ์ ท่านย้อนเข้ามาหาธาตุขันธ์ด้วยนะ

จึงว่าเวลาจิตของเรามันค่อยดีขึ้นแล้วก็อย่าฝึกเอาจนขนาดนั้น ให้เบาลง แต่ท่านไม่ได้บอกอย่างนั้น ท่านบอกว่าการฝึกทรมานถ้าจิตใจมันลดพยศลงการฝึกทรมานก็ให้ลดหย่อนผ่อนผันไปตามๆ กัน ท่านว่า ท่านพิจารณาทุกอย่างรอบคอบ แต่เรามันผลดีอย่างไรว่าแต่ผล ท่านย้อนหน้าย้อนหลังหมดเลย นั่นละครูบาอาจารย์ของคนเรา ความเฉลียวฉลาดจอมปราชญ์อยู่กับท่าน แต่จอมโง่อยู่กับเรา ต้องได้อาศัยพ่อแม่ครูจารย์มั่นนี่ตลอด ท่านรอบคอบมากการฝึก ที่ไหนมันผาดโผนมากไปท่านก็รั้งเอาไว้ๆ แต่ที่ว่าจะอ่อนทางความพากความเพียรนี้รู้สึกจะไม่มีแหละ มีแต่ต้องรั้งเอาไว้ๆ จิตก็ค่อยดีขึ้นเป็นลำดับลำดา

จนกระทั่งฟาดเสียกิเลสพังทลาย ไม่มีอะไรเหลือเลยภายในใจ เราก็เคยพูดแล้ว มันถึงใจถึงได้พูดนี่ ซัดกันอยู่หลังวัดดอยธรรมเจดีย์ เอาจนกระทั่ง โห เหมือนว่าฟ้าดินถล่มเลยละ เวลามันเอากันจริงๆ กิเลสกับจิตขาดสะบั้นลงจากใจเหมือนฟ้าดินถล่มเชียวนะ ดีดผึงเลยเชียว นั่นละผลของการปฏิบัติ มันหนักมากทีเดียวเรา จากนั้นมาก็สบายมาเลยทีนี้ ไม่ปรากฏว่ากิเลสตัวใดได้แสดงฤทธิ์เดชขึ้นมาให้เห็นตั้งแต่วันม้วนเสื่อลงไปแล้ว แต่ความเพียรของเรามันหนักน่ะซี มันจึงย้อนเข้ามาแพ้ตัวเอง ธาตุขันธ์ของเรา เพราะความเพียรมันหนักตอนต้น เวลาได้ผลก็ได้ แต่ผลของทางร่างกายนี้บอบช้ำมันก็มีของมันขึ้นมา

จึงว่าหายสงสัยแล้ว ในโลกนี้เราหมดสงสัยทุกอย่าง เราพูดให้เต็มเม็ดเต็มหน่วยตามกำลังความสามารถของเรา ก็ว่าหายสงสัยทุกอย่าง ไม่มีอะไรสงสัยแล้ว การบำเพ็ญก็เต็มเม็ดเต็มหน่วย ธรรมกับใจเป็นอันเดียวกันแล้วไม่มีข้อสงสัยละที่นี่ จะเป็นก็เป็น จะตายก็ตายวันไหนก็ไป ไม่มีอะไรเสียดายกันเลย เพราะมันพอด้วยกัน จิตก็พอกับธรรม ร่างกายมันจะพอกับความกระทบกระเทือนถึงขั้นมันจะตาย เอา ตายไป จิตพอแล้วไม่มีปัญหาอะไร เอา มันขนาดนั้นละทำความเพียร

เอาละวันนี้ไม่พูดมาก ให้ศีลให้พรเราก็ไปของเรา

 

รับชมและรับฟังพระธรรมเทศนาของหลวงตา ได้ที่

www.luangta.com หรือ www.luangta.or.th

สถานีวิทยุเสียงธรรมเพื่อประชาชน  FM 103.25 MHz

จากเครือข่ายทั่วประเทศ

 


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก