พระพุทธเจ้าสอนว่าตายแล้วเกิด
วันที่ 28 พฤษภาคม 2551 เวลา 7:45 น. ความยาว 17 นาที
สถานที่ : วัดป่าบ้านตาด
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :
ข้อมูลเสียงแบบ(Win)   ข้อมูลเสียงแบบ(MP3)   วิดีโอแบบ(Win Narrow Band)

เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด

เมื่อวันที่ ๒๘ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๕๑

พระพุทธเจ้าสอนว่าตายแล้วเกิด

ให้ได้ยินเสียเถอะว่าหมอมาทำบุญ ชอบไปวัดไปวา เราอยากได้ยินเหลือเกินส่วนมากหมอไม่ค่อยเข้าวัด เอาธรรมออกเตือนถ้าหากยังมีอุปนิสัยวาสนาอยู่บ้างให้เข้าวัดเข้าวา หมอนั่นมันพลิกเป็นหมาก็ได้นะ อ้าว เป็นได้ หมอเป็นหมาก็ได้ ความคิดนั่นละมันพาให้เป็นหมอเป็นหมา คือเรียนสรีรศาสตร์เรียนวิชาหมอนี้เพื่อแก้โรคแก้ภัย ประสาทส่วนต่างๆ มันทำงานของมันอย่างไรๆ แล้วกระทบกระเทือนอะไร เกิดโรคภัยอย่างไร จะควรแก้ไขอย่างไร นี่หมอเรียนทางสรีรศาสตร์ไปทางแก้โรคแก้ภัย

ส่วนพระพุทธเจ้าและสาวก ตลอดพระทั้งหลายเรานี้เรียนสรีรศาสตร์เพื่อลงในกฎ อนิจฺจํ ทุกฺขํ อนตฺตา ความเป็นของไม่จีรังถาวรอะไร แล้วถอนจิตจากความยึดมั่นถือมั่นเลิศตรงนี้ ผู้เรียนสรีรศาสตร์ทางแก้กิเลสนี่เลิศ เรียนทางแก้โรคแก้ภัยก็เป็นธรรมดา แต่เรียนแก้กิเลสนี่เลิศ เราได้เห็นหมอห่างๆ หมอที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับวัดกับวาเชื่อบุญเชื่อกรรมจริงๆ รู้สึกว่ามีน้อยมาก ส่วนประชาชนน่าจะมีเต็มบ้านเต็มเมือง มันไม่ค่อยเชื่อบุญเชื่อกรรมแหละ เข้าใจไหมล่ะ

นี่ละมันทำสัตว์ให้จม กิเลสมันบีบบังคับให้เชื่อมัน ความไม่เชื่อบุญเชื่อกรรม เชื่อบาปมีบุญมีก็คือกิเลสมันไม่ให้เชื่อ ตายแล้วเกิด-เชื่อบุญเชื่อกรรมนี้เป็นฝ่ายธรรมะมีวาสนาอยู่พอสมควร ตายแล้วสูญนี้จม พวกตายแล้วสูญจม ขัดต่อหลักธรรมชาติความจริงมากทีเดียว คือตายแล้วมันไม่สูญ แต่กิเลสมันบอกว่าสูญ ตายแล้วสูญไม่มีอะไรต่อไปอีก สูญหมดเลย เรียกว่าผิดเสียเต็มเหนี่ยว

อันนี้นักภาวนายันกันได้เลย เราลงร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าตายแล้วเกิด ลงร้อยเปอร์เซ็นต์ด้วยจิตตภาวนาตามทางของศาสดา พระพุทธเจ้าสอนว่าตายแล้วเกิด เกิดเป็นนั้นเป็นนี้ อันนี้เป็นอำนาจแห่งกรรมดีกรรมชั่วของสัตว์แต่ละรายๆ พระพุทธเจ้าแหละสอน ทุกพระองค์สอนแบบเดียวกันหมด ไม่ขัดไม่แย้งกัน พระพุทธเจ้าทุกพระองค์สอนว่าบาปมี บุญมี นรกมี สวรรค์มี ตายแล้วเกิด กมฺมํ สตฺเต วิภชติ ยทิทํ หีนปฺปณีตํ กรรมย่อมจำแนกสัตว์ให้เป็นต่างๆ กัน ให้ประณีตเลวทรามต่างกัน นี่เป็นคำสอนของพระพุทธเจ้าทุกพระองค์

พระพุทธเจ้าไม่มีเพียงองค์เดียวเรานี่นะ ถ่ายทอดกันมาเรื่อยๆๆ แต่ก็เป็นธรรมชาติของท่านเอง ท่านไม่ได้ไปเรียนจากกันนะ พระพุทธเจ้าแต่ละพระองค์ๆ ที่ได้ตรัสรู้ขึ้นมาจากความปรารถนาที่ปรารถนาเป็นพระพุทธเจ้า แล้วก็ดำเนินตามแนวทางที่ปรารถนาแล้วนั้นมันก็ไปตามเส้นทางนั้นละ เมื่อเต็มที่แล้วก็เป็นพระพุทธเจ้าเต็มองค์ขึ้นมา สาวกภูมิคือสาวกผู้ได้ยินได้ฟังจากพระพุทธเจ้าแล้วมาปฏิบัติก็เป็นสรณะของโลกได้ สงฺฆํ สรณํ คจฺฉามิ นี่เรียกว่าเป็นสรณะของโลกได้ เป็นสรณะของตัวได้แล้วก็เป็นสรณะของโลกได้

คำว่าตรัสรู้ธรรม-บรรลุธรรมนี้ ไม่มีใครจะมีอำนาจเหนือกรรมของผู้บำเพ็ญไปได้เลย ผู้บำเพ็ญอย่างไรๆ นั้นละการสร้างกรรม ปรารถนาเช่นอย่างเป็นพระพุทธเจ้านี้ก็ต้องดำเนินตามความปรารถนาเรื่อยๆ พอเต็มภูมิแล้วก็เป็นศาสดาขึ้นมาได้ แต่ส่วนมากล้มเหลวนะ คือมันลำบากมาก ความปรารถนาเป็นพระพุทธเจ้านี่ลำบากมากที่สุดเลยกว่าจะได้มาเป็นศาสดาสอนโลก

เพราะฉะนั้นคำว่าพระพุทธเจ้าแต่ละพระองค์จึงไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย เวลาได้มาแล้วสอนแม่นยำ เป็นสวากขาตธรรมตรัสไว้ชอบทุกบททุกบาท ทุกขั้นทุกภูมิ ทั้งดีและชั่ว นรก-สวรรค์-พรหมโลก-นิพพาน ตลอดเปรตผีสัตว์ประเภทต่างๆ ออกจากพระญาณหยั่งทราบของพระพุทธเจ้าทั้งนั้นแหละ นั่นละเรียกว่าภูมิของศาสดา โลกวิทูรู้แจ้งโลกนอกโลกในตลอดทั่วถึง โลกผีโลกคนไม่เลือก รู้ได้หมด กว่าจะได้มาเป็นศาสดาของง่ายเมื่อไร

คำสอนของพระพุทธเจ้าแน่นอนมากทีเดียว ไม่มีผิดมีเพี้ยน จึงเรียกว่าสวากขาตธรรมตรัสไว้ชอบแล้ว ดังที่เราสวดทุกวัน สฺวากฺขาโต ภควตา ธมฺโม พระธรรมอันพระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ดีแล้วหรือตรัสไว้ชอบแล้ว ไม่ว่าธรรมขั้นใดๆ ตลอดภูมิของสัตว์ ขั้นใดภูมิใดของสัตว์รู้หมด นรกอเวจีมีกี่หลุมรู้หมด สัตว์ที่ไปตกนรกแต่ละรายๆ สร้างกรรมอะไรมาๆ รู้หมด แต่ท่านไม่ค่อยพรรณนา เพราะไม่ค่อยเกิดประโยชน์ สอนเท่าที่จะเกิดประโยชน์ ว่าให้ชำระชั่วทำดี แล้วมันจะไปทางดี จะไม่ไปทางชั่ว นี่ละที่ว่าพระพุทธเจ้าโลกวิทูรู้ตลอดทุกตัวสัตว์ ที่ไปตกนรกหมกไหม้ขึ้นสวรรค์ชั้นพรหมอะไร มาจากอะไรๆ รู้หมด นี่ละศาสดาแท้จึงเรียกว่าโลกวิทู รู้แจ้งรอบ โลกนอกโลกในตลอดทั่วถึง

ให้พากันจำเอานะ คำสอนของพระพุทธเจ้าแน่นอนสุดยอดแล้ว จะไปหาคำสอนอื่นใดไม่มีแล้ว พิสูจน์กันทางด้านจิตตภาวนา จะทราบกันตามกำลังของตัวเอง มาลงภาวนานะ การทำบุญให้ทานทุกประเภทลงทำนบใหญ่คือภาวนา ยกสัตว์ให้พ้นจากทุกข์โดยสิ้นเชิง ให้เชื่อเถิดเชื่อพระพุทธเจ้า ไม่มีใครจะพูดได้ถูกต้องแม่นยำเหมือนศาสดาองค์เอก ทั่วโลกนี่งูๆ ปลาๆ ทั้งนั้นแหละ ไม่มีคำสัตย์คำจริง หลอกตัวเองแล้วก็หลอกคนอื่น หลอกตัวเองหลอกวันยังค่ำ ถ้าว่าจะไปทางดิบทางดีแล้วยุ่งนั้นยุ่งนี้ ถ้าว่าจะลงเหวลงบ่อ โอ๋ย เร็วยิ่งกว่าลิงร้อยตัวสู้ไม่ได้ มันเร็วทางชั่วเร็ว ทางดีไปยาก

คำว่าทางดีไปยากนี้หมายถึงเริ่มต้นทำบุญให้ทานยาก ความตระหนี่นั่นละเข้าไปกีดขวาง เจ้าของกินมาเท่าไรๆ ถ้าจะแบ่งกินแบ่งทานมันหวงอันนั้นละ ส่วนที่เจ้าของจะกินนี้กินจนท้องแตกมันก็หวงตลอด ท้องแตกไปหาท้องใหม่มาอีกถ้าหาได้นะ แต่นี้เขาไม่มีท้องขายละซิ ตามตลาดลาดเลใครกินมากท้องแตกไปซื้อท้องใหม่มาไม่มี เพราะฉะนั้นจึงต้องสงวนท้อง อย่ากินมากเกินไป กินมากใช้มากสุรุ่ยสุร่าย ให้มีประหยัดมัธยัสถ์ รู้จักขอบเขต รู้จักฐานะของตัวเอง การใช้สอยกินอยู่ปูวายทุกอย่าง อย่าเห็นเขาทำอะไรก็ทำตามเขา ฐานะของเจ้าของไม่เป็นอย่างนั้นมันก็เป็นไปไม่ได้ละ

วันนี้พูดเพียงเท่านี้ละพากันจำเอา ให้ไปปฏิบัติ นี่อีกวันสองวันก็ทำบุญช่วยโลกธาตุ ไม่มีญาติมีวงศ์ก็ตาม ธรรมดาเขาทำบุญให้ทานเขาจะเจาะจงสำหรับญาติวงศ์ เวลาญาติวงศ์มาทำบุญให้ทานนี้ก็ได้รับจากนั้นๆ จากญาติจากวงศ์ อันนี้เรียกว่าสาธารณะเลย ให้ได้ด้วยกันหมด ส่วนบุญส่วนกุศลที่ทำบุญเพื่อโลกธาตุไม่ว่าผู้ใดได้รับส่วนบุญได้ทั้งนั้น ได้ด้วยกัน นี่เรียกว่าทำบุญเพื่อโลกธาตุ เอาละพอ จะให้พร

 

รับชมและรับฟังพระธรรมเทศนาของหลวงตา ได้ที่

www.luangta.com หรือ www.luangta.or.th

สถานีวิทยุเสียงธรรมเพื่อประชาชน  FM 103.25 MHz

และเครือข่ายทั่วประเทศ

 


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก