กิเลสเท่านั้นสร้างอารมณ์
วันที่ 23 มิถุนายน 2551 เวลา 7:50 น. ความยาว 38 นาที
สถานที่ : วัดป่าบ้านตาด
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :
ข้อมูลเสียงแบบ(Win)   ข้อมูลเสียงแบบ(MP3)   วิดีโอแบบ(Win Narrow Band)   วิดีโอแบบ(Win High Band)

เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด

เมื่อวันที่ ๒๓ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๕๑

กิเลสเท่านั้นสร้างอารมณ์

ก่อนจังหัน

         สำหรับวัดป่าบ้านตาดเรานี้การฝึกภาวนาของพระจะลำบากนะ คืออาหารการกินเข้าไปเหยียบลิ้นเหยียบปากแหลกเลย ผู้ที่เอาตัวรอดได้ในเวลาเช่นนี้ยากอยู่นะ มันเหลือเฟือๆ ในท้องแต่ใจแห้งผาก เป็นอย่างนั้น ผู้ที่มีธรรมครองใจส่วนมากมีแต่อยู่ในที่อดๆ อยากๆ ทั้งนั้น อยู่ในป่าในเขาก็พวกคนป่า พวกโซ่พวกข่าแห่งละสามสี่หลังคาเรือนอยู่ในป่า เรามองไปภูเขามันมีบ้านอยู่นะ เขาก็อยู่ของเขาอย่างนั้นแหละ นั่นละไปบิณฑบาตกับเขามาฉัน เพราะเราไม่ได้ฉันทุกวัน วันไหนจะฉันก็บิณฑบาตได้มาเท่านี้พอๆ นี่ละธรรมเจริญๆ

         การฝึกภาวนาไม่ใช้สติปัญญาไม่ได้นะ ที่จะให้เหลือเฟือแล้วพาจิตใจให้เจริญด้วยธรรมนี้ยากจะเป็นไปได้นะ ต้องเหือดแห้งๆ หรือพอยังชีพๆ ให้เป็นไปวันหนึ่งๆ แล้วธรรมได้เจริญภายในใจ กำลังของธรรมขึ้นยาก กำลังของร่างกายขึ้นง่าย เช่นเราเดินมาจนจะไม่ถึงหมู่บ้านเขา มาพักตามทางเป็นระยะๆ ตอนอดอาหารมากๆ บิณฑบาตในหมู่บ้านเขาต้องได้พักกลางทางมาเรื่อยๆ ทีนี้พอฉันเสร็จแล้วเหมือนม้าแข่ง คือกำลังมันเร็ว กำลังทางร่างกายเร็ว ทางจิตใจขึ้นช้ามาก จึงต้องได้พยุงทางด้านจิตใจโดยการอดพวกอาหาร ตัดทอนๆ ไม่เช่นนั้นไม่ได้

         พอพูดอย่างนี้เราก็ระลึกถึงพ่อแม่ครูจารย์มั่นสมัยท่านยังเป็นเณร ท่านว่าอย่างนั้น พวกเณรเป็นแถวเณรไหนได้ ปฏิสงฺขา โยนิโส ปิณฺฑปาตํ คนนี้ก็เสกคาถาเป่าคำข้าวแล้วก็ยื่นให้กันๆ นี่ท่านพูดนะสมัยท่านเป็นเณร เสกคาถาปฏิสังขาแล้วก็ยื่นให้ องค์ไหนที่บวชใหม่ยังไม่ได้ปฏิสังขา ก็ต้องอาศัยองค์ที่บวชเก่าเรียนได้แล้วก็เสกคาถาเป่าคำข้าวปฏิสังขา ท่านเล่าให้ฟังขบขันจะตาย คือท่านเล่าตามหลักธรรมชาติ แต่เรามันจะตายมันคอยแต่หัวเราะ ท่านเล่าไปธรรมดา ถ้าใครยังไม่ได้ปฏิสังขาก็ให้เณรองค์ที่ได้แล้วเป่าเสกคำข้าวแล้วยื่นให้กันๆ ทำเข้าท่าดี ท่านว่าอย่างนั้น ทำด้วยใจบริสุทธิ์ รู้อย่างไรก็ทำอย่างนั้นด้วยความบริสุทธิ์ใจ ท่านว่าอย่างนั้น ดีกว่าพวกที่ไปเชี่ยวชาญทางกิเลสเป็นไหนๆ ท่านบอกว่าดีกว่าพวกเชี่ยวชาญทางกิเลส มันไม่มีปฏิสังขาพวกเชี่ยวชาญเข้าใจไหม มีอะไรมาฟาดหมดๆ ปฏิสังขาไม่สนใจ นี่พวกเชี่ยวชาญ ท่านเล่าตั้งแต่สมัยท่านบวชเป็นเณรอยู่นั้น

 

 

หลังจังหัน

         ไปที่ไหนช่วยที่นั่น เพราะความเมตตา หมด-ยังไม่สนใจขอให้ได้ช่วยเรา นอกจากมันไม่มีจริงๆ ก็ยอมรับ พักไปเป็นระยะ ถ้ามีพอถูพอไถเอาเลย ไม่รอละ นี่ไปบ่อยตอนสร้างตึกโรงพยาบาล จนสร้างตึกเสร็จเรียบร้อยแล้ว จากนั้นมาก็ยังไปส่งของให้ตามด่านนะ เพราะเห็นใจสงสารเขา ตามด่านๆ เอาของใส่รถไปเต็มๆ มีสองแห่งหรือสามแห่ง เอาของไปเต็มรถๆ ไปแบ่งให้ๆ พวกข้าวสารพวกอาหารเป็นประจำ ทีนี้เวลาหนักเข้าๆ เราก็ไปลำบาก ก็เลยได้สั่งเขา ทีนี้จะไม่ได้มาส่งอีก ตั้งแต่นั้นมาก็เลยไม่ได้ไป มันลำบาก ความสงสารสงสารแต่ลำบากมาก ธาตุขันธ์มันอ่อนลงๆ ทีนี้เลยไม่ได้ไปอีกนะจนกระทั่งป่านนี้ หล่มสักสร้างตึกให้หลังหนึ่ง ถมสระทั้งสระ แล้วสร้างตึกใหญ่ให้ด้วย

         เดี๋ยวนี้ไปไหนลำบาก ไม่เหมือนแต่ก่อน แต่ก่อนมันคล่องตัวอยู่พอสมควร ถึงจะแก่ก็ยังดีอยู่ เดี๋ยวนี้ไปไหนไม่ค่อยได้ เดินโซซัดโซมานี้ก็เหนื่อยแล้ว เดินมานี้เพียงออกไปศาลานอกวัดเข้ามาถึงวัดนี้ก็จะไม่ไหวแล้ว คือมันอ่อนลงทุกวันๆ ธาตุขันธ์เวลาอ่อนมีแต่อ่อนเรื่อยนะ อ่อนลงๆ เดินไปไหนมาไหนโซซัดโซเซ ทางวัดในลึกๆ นั้นไม่ได้ไปนะเดี๋ยวนี้ ไปอย่างมากถึงแค่กุฏิท่านสุดใจเท่านั้นละแล้วก็กลับมา แต่ก่อนไปตระเวนหมดกลางคืนเงียบๆ ไป กลางวันไม่ค่อยไปละ ไปกลางคืนเอา ไปดูสภาพพระเดินจงกรมหรืออะไรต่ออะไรดู

เพราะฉะนั้นพระจึงระวังยากระวังเรานะ ไปมักจะไปกลางคืนซี ตอนพระขี้เกียจพระนอนหลับ ไปออกมาขนาบเลย บางองค์ไล่หนีจากวัดเลย มานอน ถ้าเห็นนอนเพียงสองทุ่มหลับแล้ว สองทุ่มสามทุ่มนอนแล้วเงียบแล้ว เราจะไปดู จะเอาจริงในรายไหนต้องไปดู เราก็ไม่ได้นอนแต่ก่อนไปดู ระยะนั้นไปอีกๆ ตกลงเราสละทั้งคืนไม่ได้นอน ไปดูได้ความชัดเจนแล้วมาไล่เลย ไม่พูดพล่ามทำเพลง ไม่หาหลักฐานพยาน เราเป็นเอง เพราะฉะนั้นพระถึงกลัวเรื่องความเพียร แต่ก่อนเป็นอย่างนั้นนะเรา ทุกวันนี้ไปไหนไม่ได้แหละ

แต่ก่อนเรื่องความเพียรกลางคืนนี้ไปเที่ยวดูพระ เอาจริงเอาจังมากนะ เรื่องอรรถเรื่องธรรมเอาจริงๆ ไม่ได้ทำเหลาะแหละๆ นะ พระจึงไม่ค่อยรับมาก ๑๗-๑๘ องค์เท่านั้น ไม่ให้มากกว่านั้นแต่ก่อน ทีนี้ครูบาอาจารย์ก็ค่อยล่วงลับไปๆ ทีนี้พระหาที่อยู่ไม่ได้ต้องวิ่งเข้ามาหาเราแล้วก็เพิ่ม เดี๋ยวนี้เลยไม่มีกำหนดฟาดถึง ๕๐ ห้าสิบกว่าแล้วเดี๋ยวนี้ แต่ก่อนรับแค่ ๑๘ องค์ไม่มากกว่านั้น ทีนี้ครูบาอาจารย์ล่วงไปแต่ละองค์นี้ขาดที่พึ่งมากทีเดียว ขาดที่ไหนก็วิ่งเข้ามาๆ เราก็รับไว้ รับไว้รายไหนก็เรียกว่าเป็นภาระของเราจะดูแล แต่ก่อนไปไหนมาไหนสะดวกสบาย ไม่เหมือนทุกวัน ทุกวันนี้ไม่ไหวนะ กลางค่ำกลางคืนเดี๋ยวนี้ก็เหมือนกัน ไปไหนเดินไปโซซัดโซเซ ลำบาก

         ศาสนามันจะหมดแล้ว พระป่านั่นละพูดไม่ได้ยกยอปอปั้น เหยียบย่ำทำลายผู้ใด เอาความจริงมาพูด ส่วนมากพระป่าละจะเป็นผู้ทรงศาสนาได้ดีกว่าทางบ้าน ทางบ้านมันจุ้นจ้านวุ่นวาย ดีไม่ดีพระกับโยม วัดกับส้วมกับถานเป็นอันเดียวกัน วัดก็เป็นส้วมเป็นถาน พระเณรก็เป็นมูตรเป็นคูถเสีย  ไม่ได้ตั้งใจปฏิบัติ เลยกลายเป็นโลกไปหมด วัดแต่ละวัดกลายเป็นส้วมเป็นถาน พระเณรแต่ละองค์กลายเป็นมูตรเป็นคูถไปในวัดนั้นๆ มีมากต่อมาก มันเลอะเทอะ

ทีนี้อยู่ในป่าท่านไม่ได้เป็นอย่างนั้น ท่านตั้งใจภาวนาจริงๆ องค์ไหนมองดูอากัปกิริยามีสติ คือมองดูด้วยความมีความเพียรมีสติสตัง ไม่ใช่แบบโกโรโสไปไม่ได้นะ ทีนี้ทางบ้านมันไม่เป็นอย่างนั้น ไม่มี วันหนึ่งมีสติสักครั้งหรือไม่มีก็ไม่ทราบ แต่ทางในป่าเป็นประจำ ท่านรักษาท่าน นั่นละท่านภาวนา ได้ธรรมมาสั่งสอนพวกเรา ครูบาอาจารย์ทั้งหลาย ตั้งแต่หลวงปู่แหวนลงมา มีหลวงปู่มั่นเราเป็นหัวหน้า หลวงปู่แหวนลงมา หลวงปู่ขาว มีแต่ผู้ตั้งใจปฏิบัติอย่างนั้นละได้ธรรมมาสอนพวกเรา ไม่ได้ไปแบบโกโรโกโสนะ ทุกวันนี้มันร่อยหรอลงไป จึงได้ส่งเสริมพระปฏิบัติให้มากขึ้นๆ ไม่เช่นนั้นก็จะไม่ได้เรื่องได้ราวอะไร

เรื่องการภาวนานี้หนักมากอยู่นะ นี่หมายถึงผู้ตั้งใจต่ออรรถต่อธรรมจริงๆ อดอยากขาดแคลนอยู่นั้นหมด อยู่กับนักภาวนา อาหารการกินในที่มีบ้านเรือนที่ไหนไม่ไป ไปหาที่อดอยากขาดแคลนไปดัดสันดานเจ้าของ อาหารก็น้อยแต่การภาวนาดีๆ เอาตรงนั้นนะ ถ้าอาหารดีแล้วธรรมะจะไม่มีในใจ ผู้ตั้งใจอรรถธรรมต้องขาดแคลน ยอมอดอยากขาดแคลนทุกอย่าง พอยังชีวิตให้เป็นไปวันหนึ่งๆ เท่านั้นพอ ไปอยู่ในป่าในเขาตามถ้ำเงื้อมผา ไปอยู่อย่างนั้น ทั้งวันไม่มีเผลอ ความเพียรตลอด เดินจากหมู่บ้านนี้ไปหมู่บ้านนั้นก็เป็นการเดินจงกรมไปตลอด สติไม่ให้เผลอ ไปที่ไหนให้เป็นความเพียรตลอดไป ไม่ใช่ว่าจากนี้ไปนู้นเสียเวลานี่ไม่มี ไปใกล้ไปไกลความเพียรคือเดินจงกรมไปนั้นตลอดเลย

นี่ก็ทุกข์มากการประกอบความเพียร สำหรับเราเองนี้ทรมานอยู่ถึง ๙ ปี พรรษา ๗ ออก พรรษา ๑๖ ตัดสินกันลงได้ แต่มันเอาจริงเอาจังนะ เหมือนติดคุกติดตะรางหรือเหมือนนักโทษในเรือนจำ นักโทษเขาได้กินข้าววันหนึ่งกี่หน แต่นักภาวนานี้หลายๆ วันกินทีหนึ่ง เป็นอย่างนั้น สี่วันห้าวันฉันเสียทีหนึ่ง สามวันสี่วันฉันเสียทีหนึ่ง คือความสมัครใจ อดอยากขาดแคลนแต่จิตใจมันสง่างาม ก็ทนเอาๆ เป็นอย่างนั้นละ เราไปอยู่ที่ไหนที่ธรรมจะเจริญ เจริญเพราะความขาดแคลนต่างหาก ถ้ากินมากมันขี้เกียจ การภาวนาสติไม่ค่อยดี ไม่ค่อยสืบต่อ ถ้าอดอยากขาดแคลนๆ แล้วสติดีๆ ความเพียรเป็นที่สตินะ ถ้าสติไม่ดีความเพียรไม่เป็นท่า ถ้าสติดีเท่าไรความเพียรดีไปตลอด ตื่นนอนขึ้นมาจนกระทั่งหลับไม่ให้เผลอไปไหน เอากันอยู่อย่างนั้น อาหารตัดลงๆ ถ้าอาหารมากสติไม่ดี ท่านประกอบความเพียรทำอย่างนั้น

สำหรับเรานี้เป็นเวลา ๙ ปีเต็ม ตั้งแต่พรรษา ๗ ถึงพรรษา ๑๖ ตัดสินกันลงได้ นี่ละผลงาน  ตัดสินกันลงได้ ตั้งแต่นั้นมาแล้วไม่ปรากฏว่ามีกิเลสตัวใดมากวนใจเลย นั่นเห็นไหม กิเลสเท่านั้นเป็นตัวยุแหย่ก่อกวนมากที่สุด ในสามแดนโลกธาตุนี้ไม่มีอะไรเหนือกิเลสที่เป็นเจ้าครองโลกครองวัฏจักร อันนี้ทุกข์ ทำให้สัตว์ทั้งหลายหมุนเป็นกังหันไปเลย พอกิเลสตัวนี้ขาดสะบั้นลงไป ตั้งแต่มันเริ่มเบาลงจิตก็ค่อยสว่างไสว ความเพียรก็กล้าแข็งขึ้นเรื่อยๆ ทีนี้กิเลสอ่อนเท่าไรความเพียรยิ่งแข็ง ต่อไปกิเลสม้วนเสื่อแล้วสว่างจ้า อยู่ไหนสบายหมด

วุสิตํ พฺรหฺมจริยํ กตํ กรณียํ เสร็จกิจในการประพฤติพรหมจรรย์ได้สำเร็จลงไปแล้ว แต่นี้ต่อไปงานที่ควรทำได้ทำเสร็จเรียบร้อยแล้ว คืองานฆ่ากิเลส งานอื่นที่จะยิ่งไปกว่านี้ไม่มี งานฆ่ากิเลสเป็นงานที่หนักมากทีเดียว พอสิ้นนี้แล้วก็หมดปัญหา อยู่ไหนอยู่สบายหมด สบาย ธาตุขันธ์มีเจ็บไข้ได้ป่วยเป็นธรรมดาแต่จิตใจไม่วุ่นวาย มันก็สบายอยู่ที่หัวใจ เมื่อเวลาใจพอตัวแล้วอยู่ไหนอยู่ได้หมด การอยู่การกินการหลับการนอนกุฏิกุต่างกระต๊อบกระแต๊บอยู่ได้หมด

นี่ก็พระหรือใครจะมายุ่งทำกุฏิให้เราขนาบกันหนหนึ่ง กุฏิใหญ่โตแล้วนั่น พอเราไปซ่อมกุฏิให้เรามันเลยซ่อมไปแล้วนะนั่น นี่ก็จะมาทำเอากันใหญ่แล้วนะ ถ้าทำเราหนีเลยเราบอกอย่างนั้น เราไม่ได้มาหรูหราฟู่ฟ่าวิเศษวิโสกับวัตถุการก่อสร้างหรูหราฟู่ฟ่า พระพุทธเจ้าลงมาโดยลำดับมีแต่ผู้ที่อยู่กระต๊อบกระแต๊บลำบากลำบนทั้งนั้น เราจะไปเหยียบหัวพระพุทธเจ้าอยู่ด้วยความเหลือเฟือไม่ได้นะ ต้องบังคับ ขอให้จิตพอดีเถอะน่ะ ถ้าลงจิตพอดีอยู่ไหนสบายหมด การอยู่การกินการหลับการนอนไม่ได้มีอะไรเป็นอารมณ์ กิเลสเท่านั้นสร้างอารมณ์ขึ้น พอกิเลสม้วนเสื่อลงไปแล้วไม่มีอะไรเป็นอารมณ์ อยู่ได้อย่างสะดวกสบาย อยู่ไหนอยู่ได้ทั้งนั้น

มันสำคัญอยู่ที่กิเลส เอาให้มันหมดไปแล้วภพชาตินี่ขาดกระเด็นไปจากใจมันก็รู้ มันเป็นคนละวรรคละตอน  นี่ฝั่งนี้เป็นฝั่งวัฏวนหมุนสัตว์ให้จมดิ่งๆ ฝั่งนี้เป็นฝั่งนิพพาน นิพพานเที่ยง เห็นทั้งสองฝั่งขาดจากกันชัดเจน นั่นละการประกอบความพากเพียร ท่านผู้ทรงอรรถทรงธรรมเต็มเม็ดเต็มหน่วยก็คือท่านผู้ถึงฝั่งแห่งพระนิพพานแล้ว ผู้ที่ยังจมอยู่ทางนี้ก็หมุนกันไป หมุนได้ขนาดไหนเอาหมุนไปๆ ก็จะเข้าฝั่งนั้น ถ้าไม่หมุนก็จมลงไปอีก เอาละที่นี่นะ ๘ โมงแล้ว เราจะไปธุระของเรา ต่อไปนี้จะให้พร

 

รับชมรับฟังพระธรรมเทศนาของหลวงตา ได้ที่

www.luangta.com หรือ www.luangta.or.th

และทางสถานีวิทยุเสียงธรรมเพื่อประชาชน FM 103.25 MHz

พร้อมเครือข่ายทั่วประเทศ

 


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก