พุทธศาสนาสอนถึงนิพพาน
วันที่ 27 มิถุนายน 2551 เวลา 7:45 น. ความยาว 23 นาที
สถานที่ : วัดป่าบ้านตาด
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :
ข้อมูลเสียงแบบ(Win)   ข้อมูลเสียงแบบ(MP3)   วิดีโอแบบ(Win Narrow Band)   วิดีโอแบบ(Win High Band)

เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด

เมื่อวันที่ ๒๗ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๕๑

พุทธศาสนาสอนถึงนิพพาน

(ลูกศิษย์จากชลบุรีได้ไถ่ชีวิตกระบือ ๒๐ ตัวถวายพ่อแม่ครูอาจารย์ใหญ่ เพศผู้ ๙ ตัว เพศเมีย ๑๑ ตัว กำลังท้องแก่ ๒ ตัว รถจะบรรทุกมาถึงเช้าวันที่ ๒๗ นี้) รถมาเราค่อยพิจารณาจะแยกไปทางไหน เวลานี้กำลังปล่อยสัตว์ สัตว์ถูกฆ่ามาเป็นประจำเป็นกัปเป็นกัลป์แล้ว เวลานี้กำลังปล่อย ระยะนี้เป็นระยะปล่อยสัตว์ เรานี้อยากให้ปล่อยเหลือเกิน สัตว์เอาเข้าไปฆ่าๆ ถอนออกมาพ้นภัยๆ อย่างพวกวัวนี่น้ำตาไหลนะ เอาลงจากรถเขาไม่อยากลง เขานึกว่าจะเอาเขาไปฆ่า เขาไม่อยากลงน้ำตาไหล ความจริงจะเอาลงไปปล่อย น่าสงสารมากนะ ใครจะอยากตาย...สัตว์ ไม่มีใครอยากตาย แม้แต่สัตว์ตัวเล็กตัวน้อยเขามากินเราเช่นยุงเขาก็ไม่อยากตาย แล้วใครๆ จะอยากตายล่ะ

         จิตใจท่านถึงบอกว่าต้องมีการอบรม นี้ถูกต้องเลย ที่ว่ามีครูมีอาจารย์อะไรสอนนั้นก็สอนใจนะ คือใจนี่มันด้านมันหนา มันไม่รู้จักผิดจักถูกดีชั่วบาปบุญประการใดละ มีแต่อยากได้อยากเอาอย่างเดียว บาปบุญไม่คำนึง เวลาได้รับการอบรมเข้ารู้สึกตัวๆ เปลี่ยนๆ อันนี้เราก็เคยพูดให้บรรดาลูกหลานฟังมาแล้วหลายครั้งหลายหน เอาตัวเราออกยืนเป็นพยานเลย คือตั้งแต่เป็นฆราวาสยังเล็กยังน้อยมันไม่รู้จักบาปจักบุญ ได้เท่าไรยิ่งดีๆ บาปบุญไม่คำนึง เป็นในหัวใจ เพราะไม่มีใครอบรมมันไม่รู้จักบาป ไม่รู้จักบุญ แต่ความอยากเต็มตัวๆ ทำได้หมด ลงความอยากได้เข้าตรงไหนแล้วไม่มีอัดมีอั้น ไม่พอ ได้เท่าไรไม่พอความอยาก บาปบุญไม่มีเสียอย่างเดียว ถ้าบาปบุญมีมันเป็นเบรกห้ามล้อ มันสะดุ้ง

ศาสนาเช่นพุทธศาสนานี้จึงเป็นศาสนาที่เลิศเลอสุดยอดแล้ว พุทธศาสนาเป็นศาสนาของท่านผู้สิ้นกิเลสจริงๆ ทรงโลกวิทูคือรู้แจ้งโลกนอกโลกใน โลกคนโลกผี โลกนรกอเวจี สวรรค์-พรหมโลกถึงนิพพาน คือพุทธศาสนา ออกจากพระพุทธเจ้าผู้รู้แจ้งแทงทะลุ ศาสนานั้นๆ เป็นศาสนาที่มีกิเลส เราไม่ประมาท เอาความจริงมาพูดกัน ศาสนาของผู้มีกิเลสเป็นศาสดาสอนโลกมันก็ต้องสอนไปตามแนวแถวของกิเลส ผู้มีแต่ธรรมล้วนๆ ภายในใจ ใจที่บริสุทธิ์ก็สอนถูกต้องโดยธรรมล้วนๆ ไม่มีผิดมีพลาด เรียกว่าสวากขาตธรรม ตรัสไว้ชอบแล้ว

คำว่าตรัสไว้ชอบ คือชอบออกมาจากใจ ใจได้รับการซักฟอกถูกต้องแล้ว เช่นพระพุทธเจ้ามาสอนโลกนี่ได้ตรัสรู้แล้ว บริสุทธิ์เต็มที่แล้วมาสอนโลก ธรรมจึงกลายเป็นสวากขาตธรรมตรัสไว้ชอบหมด ไม่มีธรรมขั้นใดจะผิดจะพลาด บอกตรงไหนๆ ถูกต้องหมด คือเห็นแล้วด้วยความชอบธรรมๆ ไม่สงสัย เช่นเราเห็นด้วยตาของเรา ไปได้ยินด้วยหูของเรา เราเชื่อหูเชื่อตาเราเป็นความแน่นอน เขาว่าอย่างไรๆ หรือไปเห็นรูปนั้นๆ ประจักษ์แล้วเราหายสงสัย ใครมาโกหกเราไม่ได้ ได้ยินว่าอย่างไรๆ โกหกไม่ได้

อันนี้ก็เหมือนกันลงได้ประจักษ์ในใจแล้ว..พระพุทธเจ้า มาเป็นพระพุทธเจ้าก็ไม่ใช่เล่น ปรารถนาเป็นศาสดาสอนโลกมากี่กัปกี่กัลป์ นู่นน่ะฟังซิ ไม่ใช่น้อยๆ พยายามสั่งสมความดีงามมาเพื่อความเพิ่มพูนให้เต็มภูมิของศาสดา กว่าจะได้มาเป็นศาสดาจึงนานแสนนาน ดังที่ท่านตรัสไว้ท่านได้ทรงทำนายใครอะไรอย่างนี้ ถ้าทรงทำนายแล้วแม่นยำๆ เช่นอย่างคนนี้จะปรารถนาเป็นพระพุทธเจ้า เมื่อได้รับลัทธพยากรณ์จากพระพุทธเจ้าองค์ใดองค์หนึ่งแล้วว่าจะได้เป็นไม่เป็น ถ้าพระพุทธเจ้าองค์นั้นๆ ได้พยากรณ์ว่าอย่างนั้นๆ แล้วแก้ไม่ตก คือแน่วแล้ว ถูกต้องแล้ว ถ้ายังไม่ได้พยากรณ์ยังพลิกได้เปลี่ยนได้ ถ้าลงได้รับลัทธพยากรณ์แน่นอน เป็นอื่นไปไม่ได้ คือทายออกมาจากความจริง ความจอมปลอมไปแฝงไปลบไม่ได้

การได้ยินได้ฟังเรื่องอรรถเรื่องธรรมเรื่องศาสนา เฉพาะพุทธศาสนานี้เป็นศาสนาที่ตายใจได้ทุกตัวสัตว์ ไม่มีศาสนาใด เราไม่เหยียบย่ำทำลายศาสนาใด เอาความจริงมาพูด ที่จะเสมอพุทธศาสนาซึ่งเป็นศาสนาของท่านผู้สิ้นกิเลสโดยตรง สิ้นกิเลสก็โลกวิทูรู้แจ้งหมดแล้ว เห็นทุกสิ่งทุกอย่างเรียบร้อยแล้วมาพูดจะผิดไปไหน ไม่เห็นมันก็งูๆ ปลาๆ แต่เสกตัวเป็นศาสดาพวกนี้พวกจอมปลอม สอนคนให้ผิดพลาดไปมากมายจมอยู่ในนรกเยอะนะ แม้แต่พระพุทธเจ้าของเราที่ถูกต้องแม่นยำที่สุดแล้วในพระทัย นำธรรมมาสอนโลกซึ่งเป็นสวากขาตธรรมตรัสไว้ชอบแล้ว โลกยังไม่ยอมฟังเสียง ผิดพลาดไปได้ไม่ยอมฟัง

ท่านสอนอย่างนั้นจริงๆ เพราะฉะนั้นพุทธบริษัทเราควรให้รู้เรื่องรู้ราวนะ ให้ตื่นตัว เกิดมาพบพุทธศาสนานี้อายุเรากี่ปีๆ เกิดมากับพ่อกับแม่ พ่อแม่นับถือพุทธศาสนา จนกระทั่งมาถึงเราเดี๋ยวนี้นานเท่าไร ศาสนานี้เป็นศาสนาที่แน่ใจแล้ว สอนคนให้เป็นคนดิบคนดีจริงๆ จนกระทั่งถึงความพ้นทุกข์เพราะการปฏิบัติตามคำสอนของท่าน ไม่สงสัย พุทธศาสนาสอนถึงนิพพาน ตั้งแต่พื้นๆ ของสัตว์ที่เกิดตายกองกันอยู่นี้ รื้อออกๆ พอสูงขึ้นๆ ถึงพระนิพพาน ไม่มีศาสนาใดสอนถึงนิพพานได้เหมือนพุทธศาสนา เพราะไม่มีใครรู้นิพพาน พระพุทธเจ้าทรงรู้นิพพาน สอนนิพพานได้

พอพูดถึงเรื่องนิพพานเราก็เคยเล่า คือมันฟังด้วยใจนะ มันเป็นเครื่องปักใจ พอบวชเข้าไปก็อ่านหนังสือในพุทธศาสนา ตรงไหนผิดๆ พยายามแก้ตัวเรื่อย  เอ๊ะนี่เราผิดมาแล้วๆ แก้ตามไปเรื่อยๆ ทีแรกอยากไปสวรรค์ เบื้องต้นเราได้ยินแต่สวรรค์ติดปากติดใจ ทีนี้อยากไปพรหมโลก แต่นี้ยังกลับมาเกิดอีกว่างั้น พอไปถึงนิพพานแล้วไม่ต้องกลับมาเกิดอีก ทีนี้จิตเลยปักนิพพานเลย ทีนี้อยากไปถึงนิพพานอย่างเดียว จิตปักนิพพาน

อ่านหนังสือไปเท่าไรความสงสัยมันขัดแย้งๆ ไปตามหนังสือที่อ่าน หนังสือท่านถูกต้องแต่กิเลสเข้าขวางๆ ให้ไม่เชื่อเต็มเม็ดเต็มหน่วย เชื่อบ้างไม่เชื่อบ้าง ดีไม่ดีไม่เชื่อ มันหนามันไม่เชื่อ ไม่เชื่อความจริง เวลาอ่านไปๆ ความอยากไปพ้นทุกข์นี่ก็อยากพ้นเต็มกำลังๆ จนกระทั่งถึงได้ไขว่คว้าหาครูอาจารย์ มีท่านผู้ใดที่สามารถมาสั่งสอนเราอย่างถูกต้องแม่นยำว่ามรรคผลนิพพานมีอยู่ เราจะมอบกายถวายตัวแก่ท่านผู้นั้น  แล้วเราจะเอาตายเข้าว่าเลย คือมันคาราคาซังมันไม่ลง ความเพียรก็ไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย

ทีนี้พอไปถึงพ่อแม่ครูจารย์มั่นนี่ใส่ป้างเลย หมดทุกอย่างเลย หายสงสัยมรรคผลนิพพาน ทั้งๆ ที่มีกิเลสอยู่ แต่ความหายสงสัยในมรรคผลนิพพานนี้หมด ปรากฏว่าหมดโดยสิ้นเชิง ความสงสัยนะ กิเลสหากมีอยู่ มาสงสัยไม่ได้เพราะตั้งทัพตีเอา จากนั้นก็เอาเลย พอได้รับจากท่านแล้วพรรษา ๗ ไปหาท่าน ออกปฏิบัติพรรษา ๗ พรรษา ๘ ไปถึงท่านนั่นละ ทีนี้ก็ซัดใหญ่เลย เกาะติดเลยไม่ถอย จนกระทั่งได้สมมักสมหมายสมหัวใจจริงๆ ตามความปรารถนา หมด ความอยากเหล่านั้นหมดโดยสิ้นเชิง ปล่อยหมด สิ่งสงสัยทั้งหลายปล่อยหมด มีแต่ความจริงล้วนๆ เต็มหัวใจ ธรรมกับใจเป็นอันเดียวกันแล้วไม่ต้องถามใคร ธรรมก็อยู่ที่ใจ ใจก็อยู่ที่ธรรม เป็นอันเดียวกัน มรรคผลนิพพานก็อยู่ที่นั่นเป็นผู้รับ

นั่นละการมีผู้แนะนำสั่งสอนเป็นอย่างนั้นละ ไม่มีผู้แนะนำสั่งสอนมันเป็นไปไม่ได้ งูๆ ปลาๆ ไป เดี๋ยวก็ล้มเหลวๆ มีครูมีอาจารย์สอนอย่างแม่นยำเราตั้งใจฟังจริงๆ จับได้ปุ๊บแล้วไปตามนั้นเลย อย่างพ่อแม่ครูจารย์มั่นสอนนี้ไม่ผิดเลย ไม่มีผิด สอนอย่างถูกต้องแม่นยำ ฟาดเสียจนกระทั่งถึงหนองอ้อ เรายังไม่ลืมนะ ที่ไปน้ำตาร่วงอยู่บนภูเขาวัดดอยธรรมเจดีย์เรายังไม่ลืม กิเลสขาดสะบั้นออกจากใจนี้จ้าเลยเชียว

โถ ใจดวงนี้มีอะไรปิดมัน ก็มีแต่กิเลสตัวแก้วครอบดำๆ ปิดหัวใจที่สว่างจ้า คอยรับสิ่งทั้งหลายนี้ พอเอาแก้วครอบดำๆ นี้ออก เปิดเท่านี้มันจ้าเลย กิเลสปิดใจปิดอย่างนั้น ให้สัตว์ทั้งหลายได้รับความทุกข์ทรมาน ปิดใจแล้วยังหลอกใจไว้ทั้งๆ ที่ผิดอีก คนจึงมักจะทำผิดมากกว่าทำความดีนะ ทำผิดละมาก ใครๆ ก็ผิดมาก่อนนะ ที่จะแก้ตัวนี้น้อยมาก ที่จะให้แก้ตัวนี้ดีภายหลัง ตโมโชติปรายโน ทีแรกก็มืดบอด ครั้นต่อมาก็โชติสว่างไสวไปข้างหน้า พูดเท่านั้นละ

 

รับชมรับฟังพระธรรมเทศนาของหลวงตา ได้ที่

www.luangta.com หรือ www.luangta.or.th

และทางสถานีวิทยุเสียงธรรมเพื่อประชาชน FM 103.25 MHz

พร้อมเครือข่ายทั่วประเทศ

 


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก