ให้มีคำสัตย์คำจริงบังคับตน
วันที่ 18 กรกฎาคม. 2551 เวลา 7:45 น.
สถานที่ : วัดป่าบ้านตาด
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :
ข้อมูลเสียงแบบ(Win)   ข้อมูลเสียงแบบ(MP3)

เทศน์อบรมฆราวาสเนื่องในวันเข้าพรรษา ณ วัดป่าบ้านตาด

เมื่อวันที่ ๑๘ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๕๑

ให้มีคำสัตย์คำจริงบังคับตน

         ทองคำ ๑๑,๗๖๐ กิโล คิดเป็นเงินบาท ๑๒,๒๒๗,๕๗๗,๖๐๐ บาท หลังจากมอบเข้าคลังหลวงแล้วได้ทองคำประเภทน้ำไหลซึม ๑๒๒ กิโล ๕๕ บาท ๖๒ สตางค์ รวมทองคำทั้งหมดที่มอบแล้วและยังไม่ได้มอบเป็นทองคำ ๑๑,๗๖๐ กิโล ๒๒ บาท ๗๓ สตางค์ กรุณาทราบตามนี้ นี่เราขนเข้าๆ ให้ได้มากๆ

         บัดนี้ต่อไปพระท่านก็ตั้งหน้าตั้งตาทำข้อวัตรปฏิบัติในพรรษา ๓ เดือน อย่างเข้มงวดกวดขัน บิณฑบาตท่านจะรับเฉพาะมาในนี้เท่านั้น ก็ดังที่เคยปฏิบัติมาทุกปี รับเฉพาะบิณฑบาต ได้แล้วก็หยุดๆ ธุดงควัตรท่านรับเฉพาะของที่ตกมาในบาตร จากนั้นท่านก็ไม่รับ ท่านผู้ที่จะใส่บาตรก็ให้มารอใส่ตามนี้ จุดสุดท้ายตรงนี้

         ให้พากันตั้งอกตั้งใจปฏิบัตินะ วันเข้าพรรษาจากนี้ไปสามเดือน เขาติดคุกติดตะรางมากกว่านี้เขายังติดได้ เราติดคุกเพื่อไปสวรรค์นิพพานทำไมจะไปไม่ได้วะ ต้องมีคำสัตย์คำจริง พี่น้องทั้งหลายอย่าเหลาะแหละ การปฏิบัติตัวอย่าเหลาะแหละ เวลาจริงจริงเต็มเหนี่ยวอย่างนั้นถึงถูกต้อง ทำอะไรเหลาะแหละๆ ขาดไปหลุดไปหายไปใช้ไม่ได้ ว่าอะไรเป็นอันนั้น ว่าอะไรเป็นนั้น ขาดสะบั้นไปเลย นั่นถูกต้อง

         วันนี้เป็นวันที่ท่านปฏิบัติต่อธุดงควัตร รับเฉพาะบิณฑบาตมาถึงนั้นแล้วหยุดๆ เท่านั้นเอง ทำอย่างนี้มาทุกปี เราเคยพาพระทำอย่างนี้มาตั้งแต่สมัยอยู่กับหลวงปู่มั่น บ้านโคกนามน หนองผือนาใน ก็ปฏิบัติอย่างนี้เรื่อยมาจนกระทั่งท่านนิพพาน เราก็สืบทอดมาเรื่อยๆ พอวันเข้าพรรษาพระสมาทานธุดงค์ทั้งหมด ไม่ได้รับสิ่งของที่ตามมา บิณฑบาตมาได้ในบาตรเท่าไรๆ เอาเท่านั้นๆ อย่างนั้นเรื่อยมา ปีนี้ก็เหมือนปีทั้งหลาย

         ในพรรษานี้ขอให้มีความสัตย์ความจริงติดตัวติดใจบ้างนะ เราจะทำอะไรในพรรษานี้ด้วยคำสัตย์คำจริงให้ทำอย่างจริงจัง เช่นใส่บาตรไม่ให้ขาดแม้วันหนึ่งไม่ให้ขาดเลยก็ให้เป็นอย่างนั้น จะกี่องค์ก็ตาม แม้ที่สุดวันละองค์ก็ไม่ขาด ความสัตย์ความจริงที่จะให้ทาน ให้มีคำสัตย์คำจริงบังคับตนๆ ถ้าไม่มีคำสัตย์คำจริงจิตใจมันเหลวไหล เพราะกิเลสตัวเหลวไหลนั้นแหละพาให้จิตใจเหลวไหล กิเลสตัวเดียวเท่านั้นที่ขวางหัวใจสัตว์โลกอยู่ ทำอะไรๆ ขึ้นชื่อว่าความดีไม่สะดวกเลย ถ้าเป็นความชั่วแล้วไหลเลยๆ ถ้าเป็นความดีไม่สะดวก คือกิเลสขวางหัวใจสัตว์โลกนั่นละ อย่าเอามาให้ขวางหัวใจเรา เราตั้งสัจจะอธิษฐานไว้อย่างไรให้ปฏิบัติตามนั้น ยากลำบากไม่สนใจ ให้เดินตามความสัตย์ความจริงที่ตั้งไว้แล้วโดยถูกต้อง ไม่ให้คลาดเคลื่อน นั่นถูกต้องดี

         พระปีนี้ดูว่าตั้ง ๖๐ นะ ธรรมดา ๕๘ ยืนตัวไว้ ๕๘ ปีนี้มันยันเข้าไปเท่าไร ฟังว่า ๖๑ นะ ปีนี้พระดูเหมือน ๖๑ องค์พระอยู่ในวัด สำหรับพระวัดนี้เราเข้มงวดกวดขันทางด้านจิตตภาวนามาดั้งเดิมไม่ให้เคลื่อนคลาด ให้เดินจงกรมนั่งสมาธิภาวนา ไม่ให้มีงานการอะไร หากจำเป็นเราจะขอร้องมาช่วยชั่วระยะแล้วหยุดกึ๊กไปเลย เรื่องภาวนาเป็นเรื่องสำคัญมากทีเดียว ไม่ให้ลดละ เราไม่เคยลดละ เรื่องการภาวนาของพระในวัดป่าบ้านตาดไม่เคยลดละเลย เข้มงวดกวดขันตลอดมา ไม่เช่นนั้นไปไม่รอดนะ

เรื่องการฆ่ากิเลสนี้แหม หนักมากที่สุด ใครยังไม่เคยฆ่ากิเลสอย่าอวดนะว่างานใดหนักๆ ไม่มีงานใดหนักยิ่งกว่างานฆ่ากิเลส พอฆ่าเสร็จเรียบร้อยแล้วท่านจึงเรียกว่า วุสิตํ พฺรหฺมจริยํ กตํ กรณียํ พรหมจรรย์ได้อยู่จบแล้ว พรหมจรรย์ก็คือการฆ่ากิเลส งานที่ควรทำก็คืองานถอดถอนกิเลสจากใจ งานอื่นที่ยิ่งไปกว่างานถอดถอนกิเลสไม่มีในโลกนี้ เพราะนี้เป็นตัวมหาภัยต่อใจสัตว์โลกมากทีเดียว

พากันตั้งอกตั้งใจ อยู่ที่ไหนก็อย่าไปมองเพ่งโทษคนนั้นคนนี้ ฟังให้ดี นั่งแล้วอย่าไปมองโทษคนนั้นโทษคนนี้ ตัวเรามันจะมีแต่โทษเต็มตัว ให้มองดูโทษตัวเอง มองดูใครก็ให้มองด้วยความเมตตา อย่ามองด้วยการยกโทษยกกรณ์กันไม่ถูก มองดูปั๊บมันจะเล็งดูความดีความชั่ว ส่วนมากยกโทษกันไม่ดี ดูเขาปั๊บให้ดูใจเจ้าของปั๊บพร้อมกัน ใจมันคึกมันคะนอง คิดเรื่องนั้นเรื่องนี้ยุ่งไปหมด มาภาวนาก็เลยไม่ได้เรื่องได้ราว มีแต่พวกปากเปราะๆ หาแต่เรื่องใส่กันตลอดเวลา กิเลสอยู่ในหัวใจหาเรื่องแต่กิเลส ฆ่ากิเลสให้มันมุดมอดไปจากหัวใจไม่ยอมสนใจ ให้พากันสนใจนะ

พระปีนี้ก็ดูเหมือน ๖๑ องค์ ทุกปีก็ ๕๘ ปีนี้มันยันเข้าดูว่า ๖๑ องค์ นี่พระท่านภาวนานะ พระวัดนี้ไม่ให้เหลวไหลการภาวนา เราถึงจะแก่ขนาดไหนก็ตามตาใจ สติปัญญาจะไม่แก่ จะสอดส่องตลอดเวลากับพระกับเณร ถึงจะไปแบบล้มลุกคลุกคลานแต่ใจไม่ล้ม ไปด้วยสติไปด้วยปัญญา สังเกตสังกาดูแลหมู่เพื่อน สมกับเราเป็นผู้รับผิดชอบหมู่เพื่อน หมู่เพื่อนก็ตั้งหน้าตั้งตาปฏิบัติด้วยดีตลอดมา

ทีนี้ผลที่ได้จากการปฏิบัติ ในครั้งพุทธกาลท่านบอกเป็นเครื่องรับรองยืนยันกันว่า องค์นี้สำเร็จพระโสดา องค์นี้สำเร็จพระสกิทาคา องค์นี้สำเร็จพระอนาคา องค์นี้สำเร็จเป็นพระอรหันต์ นี้คือผลเป็นเครื่องยืนยันสำหรับพระผู้ตั้งใจปฏิบัติดีปฏิบัติชอบเพื่อมรรคผลนิพพาน ธรรมทั้งหลายเหล่านี้ก็เข้ามาสนองหัวใจให้รื่นเริงบันเทิงอบอุ่นภายในตัวเองไม่บกพร่อง เราก็ให้ตั้งใจปฏิบัติอย่างนั้น

สำหรับหลวงตาเวลานี้มันอ่อนพอแล้วแหละ ร่างกายหมดสภาพแล้ว เวลานี้ร่างกายหมดสภาพ ไปไหนๆ ไม่ไหวแล้ว หมดจริงๆ นะหมดสภาพร่างกาย แต่ใจไม่หมด ใจไม่มีวัย คล่องตัวตลอดเวลา แต่ร่างกายหมดสภาพ เคลื่อนย้ายไปไหนล้มลุกคลุกคลานเราก็ทนเอา เพราะได้ใช้มันมานาน ได้ ๙๕ ปี จะเต็มวันที่ ๑๒ สิงหาข้างหน้านี้ ได้ปฏิบัติมันมาได้ ๗๓-๗๔ ปี นับตั้งแต่วันบวชมา รักษาศีลรักษาธรรมไม่ให้ด่างพร้อยทะลุขาด ให้มีความภาคภูมิใจในตัวเองตลอดมาจนกระทั่งป่านนี้

นี่ก็อายุจะ ๙๕ วันที่ ๑๒ สิงหา เรียกว่า ๙๕ ปี เวลานี้มันปล่อยไปหมดแล้วละ มันเป็นของมันเองนะในธาตุในขันธ์ ปล่อยข้างนอกปล่อยเข้ามาๆ ไม่ค่อยสนใจกับอะไร ดูแต่ธาตุแต่ขันธ์ความเคลื่อนไหวอันนี้ชำรุดทรุดโทรมตลอด เคลื่อนไหวที่ไหนมีแต่ผลลบๆ จะพาเจ้าของให้ลำบาก เช่นล้มลุกคลุกคลาน บางทีล้มก็มี ได้ระวัง ลุกขึ้นก็ต้องระวัง จะก้าวเดินเหินไปไหนต้องระวัง แต่ไม่เคยล้มละ เพราะสติมันดี สตินี้ดี ฝึกแล้วสติกับจิตเป็นอันเดียวกัน ไม่มีเผลอ เผลอเมื่อไรไม่มี นี่เรียกว่าฝึกตายตัว สติที่แย็บๆๆ เป็นสติประเภทหนึ่ง สติที่อยู่กับหัวใจนี้เป็นสติประเภทหนึ่ง สติประเภทนี้ไม่เผลอ แต่สติประเภทที่เผลออันนั้นไม่เผลออันนี้เป็นธรรมดา สติภายในไม่เผลอ ท่านว่าสติวินัย สตินั้นละเป็นเครื่องนำโทษนำภัยออก ไม่มีสติมีแต่โทษไหลเข้ามาๆ

นี่ดูเหมือน ๕๐ กว่าปีแล้วมังตั้งวัดนี้ พ.ศ.๒๔๙๘ จำพรรษาที่จันท์หรืออะไร ๒๔๙๙-๒๕๐๐ จำที่นี่เรื่อยมาจนกระทั่งป่านนี้ ดูเหมือนจะได้ ๕๑-๕๒ ปี มาอยู่นี้ได้ ๕๑-๕๒ ปี พาพระเณรมาอยู่นี่ พระในนี้มีทุกภาคไม่เคยขาด วัดป่าบ้านตาดพระมากทื่สุดต้องได้กดเอาไว้ๆ ตลอด นี่ก็ว่าจะให้ ๕๘ ตามเดิม ไม่อยู่ ฟาดถึง ๖๑ มันมาอย่างไรก็ไม่รู้นะ ๖๑ มามากมาน้อยก็ขอให้เป็นระเบียบเดียวกัน เช่นธนบัตรใบละ ๑๐ บาท ๑๐ เหมือนกันหมด ไม่ด้อยราคา ไม่เสียศักดิ์ศรีของเงิน มีจำนวนเท่าไรราคาเท่ากันหมด พระมีเท่าไรมีคุณค่าในศีลในธรรมด้วยกันหมดดี ถ้าศีลธรรมขาดไม่เป็นท่านะ ศีลธรรมเป็นของสำคัญ เป็นเครื่องประดับตน ศีลธรรมท่านถือสำคัญมากทีเดียว

เราจะเห็นได้ชัดเวลาไปอยู่ในป่าลึกๆ สติกับจิตติดกันอยู่ตลอดเวลาจะไม่กลัว เดินจงกรมนี้เสือกระหึ่มๆ เสือโคร่งใหญ่ เขาร้องไปตามประสาของเขา เราก็เดินจงกรม เขาก็ไปของเขาธรรมดา ไม่มีตื่นเต้นต่อกันนะ ทางนี้ก็ธรรมรักษาใจ ใจเมื่อธรรมรักษาไม่มีอะไรเข้ามาเกี่ยวข้องทำลายได้เลย เป็นใจที่อบอุ่นสม่ำเสมอ  เดินจงกรมอยู่ในท่ามกลางของเสือมันคำรามหรือมันร้องมันครางอยู่ตามประสาของมันได้อย่างสบาย นี่ละท่านภาวนา

คนเราเมื่อสละหมดทุกอย่าง คุณค่าราคานี่ละทำให้เกิดความกลัวความสะดุ้งหวาดเสียว พอสละอันนี้ออกหมดแล้วยังเหลือแต่ตัวล่อนจ้อน เดินอยู่ที่ไหนไม่มีกลัว พอว่าเจ้าของหมดราคาเท่านั้นไม่กลัวนะ หมด ทุกอย่างเดินได้สบายอยู่ได้สบาย ในท่ามกลางเสือกระหึ่มๆ ก็อยู่ได้สบาย ถ้าว่าตัวมีราคาเสียอย่างเดียวนั่นละมันสร้างฟืนสร้างไฟ ความสะดุ้งความกลัวมาในเวลาที่ว่าตัวมีราคา พอสละออกหมดเหลือแต่ธรรมกับใจให้อยู่ด้วยกันๆ แล้วไม่กลัว ไม่กลัวอะไรเลย อยู่สบายๆ

ตั้งแต่นี้ต่อไปพระท่านก็จะรับบาตร ที่เคยรับเป็นประจำไปจนกระทั่งออกพรรษา พี่น้องทั้งหลายอยากจะใส่บาตรก็ให้มารอใส่บาตรอยู่ที่สุดท้ายของท่าน ท่านจะรับแค่นั้นเป็นจุดสุดท้าย รับที่นั่น แล้วก็เข้าศาลาๆ เลย พระที่ตั้งใจต่ออรรถต่อธรรมแล้วท่านไม่ค่อยสนใจกับอาหารการกินนะ ท่านทำไปอย่างนั้น เช่นธุดงควัตรก็ให้อยู่ในขอบเขต ไม่ให้มันเลยนั้น อย่างมากไม่ให้เลย มากกว่านั้นพอยังชีวิตให้เป็นไปเท่านั้น ท่านไม่ได้สนใจอาหารการกินว่าอะไรเอร็ดอร่อย ไม่เอร็ดอร่อย ท่านไม่สนใจ ธรรมมีคุณค่าราคาและรสชาติสูงส่งยิ่งกว่าสิ่งใด จิตท่านมุ่งต่อธรรมเสียอย่างเดียวลบล้างการอยู่การกินการหลับการนอนที่เป็นเครื่องกังวลได้หมดเลย ไม่ยุ่งกับอะไร นั่นละท่านปฏิบัติธรรมท่านปฏิบัติอย่างนั้น

ในสายพ่อแม่ครูจารย์มั่นเรานี้ก็สืบสายต่อเนื่องกันมา บรรดาพระท่านผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบอัฐิของท่านกลายเป็นพระธาตุ เวลาท่านมรณภาพแล้วมีไม่น้อยนะ มีมาก องค์นั้นนิพพานที่นั่น องค์นี้มรณะที่นี่ที่นั่นๆ แล้วอัฐิของท่านกลายเป็นพระธาตุๆ ในสายหลวงปู่มั่นนี้มีมากทีเดียว ท่านรู้ของท่านเงียบๆ บรรดาครูบาอาจารย์อยู่ที่ไหนพระเณรล้อม ท่านจะรู้เรื่องของกันหมด แต่เป็นวงภายใน รู้เหมือนไม่รู้ รู้อยู่ภายใน องค์ไหนเป็นอย่างไรๆ ท่านรู้ก่อนแล้ว เพราะลูกศิษย์กับครูอาจารย์คุยกันก็ต้องเปิดเผยธรรมะต่อกันเพื่อเป็นคติเครื่องเตือนใจ ชักจูงจิตใจกันไปด้วยการพูดการจาให้มีกำลังใจ

เพราะฉะนั้นบรรดาพระทั้งหลายที่อยู่กับครูอาจารย์ ทราบเรื่องของอาจารย์ทั้งนั้น อาจารย์เป็นอย่างไร อาจารย์องค์ไหนเป็นอย่างไรๆ ทราบ คือจิตของท่านถอดออกมาสอนลูกศิษย์ลูกหา ถอดออกมาสอน บรรดาลูกศิษย์ที่อยู่วงใกล้ชิดรู้หมด แต่คนอื่นไม่รู้ ท่านไม่พูด อยู่วงภายใน รู้กันโดยเฉพาะ ทีนี้พอมรณภาพแล้วอัฐิองค์นี้กลายเป็นพระธาตุ องค์นั้นกลายเป็นพระธาตุ เป็นไปอย่างนั้นนะ นี่ละธรรมของพระพุทธเจ้าคงเส้นคงวาหนาแน่น ถ้าใครปฏิบัติตามนั้นแล้วมรรคผลนิพพานเป็นปัจจุบันตลอด ไม่มีอดีตอนาคต ใครปฏิบัติมรรคผลนิพพานจะมีอยู่ในผู้นั้น ใครทำบาปทำกรรม บาปกรรม-ความทุกข์ความทรมานก็จะมีอยู่ในผู้ทำบาปทำกรรม ผู้สร้างความดีก็จะอยู่ในความดีของตน ให้พากันจดจำเอาไว้

ศาสนาของพระพุทธเจ้าของเรานี้ เป็นศาสนาที่คงเส้นคงวาหนาแน่นไปด้วยมรรคผลนิพพาน หรือว่าพุทธศาสนาคือตลาดแห่งมรรคผลนิพพานก็ไม่ผิด ขอให้ตั้งใจปฏิบัติเถอะ ใครจะพูดที่ไหนอย่าไปเอนเอียง เรื่องกิเลสมันเป่าธรรม มันเขย่าธรรมให้ล้มเหลวไปได้ ถ้าธรรมแท้ไม่ยุ่งกับกิเลส กิเลสมันต่ำสุดยอด ธรรมสูงสุดยอด ไม่ต้องไปเอากิเลสมาเหยียบย่ำทำลายตัวเอง โดยกิเลสมันยุแหย่ก่อกวนอย่างนั้นๆ นี่ศาสนาล่วงมาแล้วเท่านั้นปีๆ นับแต่พระพุทธเจ้านิพพานมานี้ ๒๕๐๐ กว่าปี ผลของการทำดีไม่มี นั่นกิเลสมันหลอก ทำบาปไม่ได้บาป ทำบุญไม่ได้บุญ อยากทำอะไรทำอันนั้น นั่นละตัวมันได้คือกรรมอันหนักหนา กรรมชั่ว

ถ้าผู้ที่ระวังฟังเสียงพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าพูดเสียงเดียวเท่านั้นครอบโลกธาตุ ไม่มีใครจะแม่นยำยิ่งกว่าเสียงของพระพุทธเจ้าที่รับสั่งออกมา สฺวากฺขาโต ภควตา ธมฺโม พระธรรมตรัสไว้ชอบเรียบร้อยแล้ว ไม่มีใครตรัสชอบดียิ่งกว่าพระพุทธเจ้า ให้เอานี้เป็นหลักเป็นครูเป็นอาจารย์ คำพูดคำจาของใครก็ตามทั่วโลกมีแต่คำพูดเหลวไหลโลเล หาหลักหาเกณฑ์ไม่ได้ ไปที่ไหนก็ไขว่ก็คว้า ไม่มีหลักมีเกณฑ์ โลกนี้เราอย่าเข้าใจว่าเป็นโลกที่มีหลักมีเกณฑ์ ไม่มี สมบัติเงินทองข้าวของมีเป็นหมื่นๆแสนๆ กองเท่าภูเขามันก็เป็นกองอะไรไปเสีย ไม่ได้เป็นกองอรรถกองธรรมพอจะยังเจ้าของให้มีความสุขความเจริญ เหมือนธรรมมีในใจจากการประพฤติปฏิบัติบำเพ็ญธรรม ให้เอาตรงนี้ ถ้าการประพฤติปฏิบัติธรรมใจเข้าสู่ธรรม ธรรมกับใจเป็นอันเดียวกันแล้วอยู่ที่ไหนแน่นหนามั่นคงๆ ไม่สนใจว่าจะมีอะไร จะได้อะไร จะเสียอะไร ท่านไม่ยุ่ง มีแต่ธรรมกับใจสัมผัสสัมพันธ์กันอยู่ตลอดเวลา ไปที่ไหนท่านก็เย็นสบาย พากันจำเอานะ

วันนี้ก็ไม่พูดมากอะไรนักละ ตั้งแต่นี้ต่อไปก็ให้ทำหน้าที่ของตัวใครจะตั้งสัจจะอธิษฐาน มันมีหลายข้อนะที่จะดัดกิเลสตัวมันทำลายเรา เช่นการทำบุญให้ทานวันหนึ่งๆ จะไม่ให้ขาด แม้ที่สุดได้พระองค์นี้เดียวใส่บาตรพระองค์เดียวก็เป็นทาน แล้วใครจะงดเว้นข้อที่เป็นข้าศึกแก่ตนเอง ศีลห้ามีอะไรเป็นพิษทั้งนั้น ทั้งห้าข้อตัดขาดสะบั้นไปเลยก็ได้ ปาณาฯ ฆ่าใครก็เป็นภัย ฆ่าตัวไม่เป็นภัยได้อย่างไร อทินนาฯ ขโมยของใครๆ ก็เป็นภัย ยิ่งเจ้าของขโมยเจ้าของกระเป๋าหมดเป็นภัยหรือไม่เป็นภัย เที่ยวตลาดเที่ยวไปเที่ยวมากลับมา เวลาไปกระเป๋าเท่านี้นะ เวลาขากลับมาเหี่ยวแฟบเลย นี่เจ้าของขโมยเจ้าของ มีเท่าไรเอาไปหมด

ศีลห้ารักษาให้ดี ถ้าไม่เที่ยวเตร็ดเตร่เร่ร่อนเงินก็ไม่ค่อยสิ้นเปลือง ให้รักษา ปาณาฯ อทินนาฯ รักษาให้ดี ตั้งหน้าตั้งตารักษา สมบัตินี้เป็นของเรา ไม่ใช่เป็นของใคร เวลาจะเป็นจะตายจิตใจมันจะส่ายแส่ เวลาจะเป็นจะตายเจ็บมากปวดมากเท่าไรจิตมันไขว่มันคว้าหาที่พึ่ง ถ้าจิตมีอรรถมีธรรม-มีการทำบุญให้ทานอยู่ที่ใจของตัวเองแล้วมันจะวิ่งเข้ามาที่นี่ แล้วความเร่ร่อนหรือความไขว่คว้ามันปัดออกๆ หมด เหลือแต่ความแน่นหนามั่นคงของใจ นี่คือผู้สร้างความดีไว้เป็นสรณะของตัวเอง เวลาจะเป็นจะตายจิตจะวิ่งเข้าสู่ที่พึ่ง หาที่พึ่ง บุญเป็นที่พึ่ง ถ้าใครไม่มีบุญก็ร้อน เรียกว่าร้อนกระวนกระวายตายจมไปเลย ถ้าใครมีบุญมีกุศลแล้วก็ดีดก็ดิ้นเพื่อกุศลสูงขึ้นไปเรื่อยๆ ไปได้เลย จำเอานะ เอาละที่นี่จะให้พร

 

รับชมรับฟังพระธรรมเทศนาของหลวงตา ได้ที่

www.luangta.com หรือ www.luangta.or.th

และทางสถานีวิทยุเสียงธรรมเพื่อประชาชน FM 103.25 MHz

พร้อมเครือข่ายทั่วประเทศ

 


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก