เราตายไปแล้ว ธรรมะสำคัญ ๆ จะออกทีหลัง
วันที่ 8 มิถุนายน 2544
สถานที่ : วัดป่าบ้านตาด
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :
  วิดีโอแบบ(Win Narrow Band)   วิดีโอแบบ(Real)

เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด

เมื่อวันที่ ๘ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๔๔

เราตายไปแล้ว ธรรมะสำคัญ ๆ จะออกทีหลัง

        เออ ทำบุญวันเกิดดีแล้ว วันเกิดนี่มันสด ๆ ร้อน ๆ เจ้าของก็เห็น ทำบุญวันเกิดของเจ้าของก็เห็น ทำบุญวันตายไม่เห็น ถ้าอยู่ในฐานะที่รับ ทำบุญอุทิศส่วนบุญก็ได้รับ ถ้าไม่อยู่ในฐานะรับแล้วก็ไม่รับ ผู้ที่อุทิศไปนั้นเลยรวบเอาหมดเลย ผู้นั้นเลยไม่ได้ ในตำราท่านมีอย่างนั้น เพราะฉะนั้นถึงบอกว่าให้ทำเสียเวลาสด ๆ ร้อน ๆ นี้เป็นที่แน่ใจยิ่งกว่าเวลาตายแล้วค่อยทำ

          วันที่ ๗ มิถุนา ทองคำได้ ๑ บาท ๒๔ สตางค์ ดอลลาร์ได้ ๑๙ ดอลล์ เมื่อวานได้มาอีก ๑ กิโล คือเราไปธุระของเราเมื่อวาน เลยได้ทองมา ๑ กิโลกับสร้อยคอหนึ่งสาย เขาบอกอยู่แต่เสียงไม่ชัด น่าจะเป็น ๑ บาทหรืออะไรนี่แหละ แต่ยังไงก็ได้ ๑ กิโลแล้ว ไปต่อเลยกลายเป็นเรื่องต่อสายยาวเหยียดไปเมื่อวานนี้ ตั้งใจว่าจะเอาอันนี้ไปให้โรงพยาบาลห้วยเม็ก แล้วต่อไปทางร้อยเอ็ด จากร้อยเอ็ดก็มาหามหาสารคาม คือโทรศัพท์เขาต่อสายยาวเหยียด ลากเราไปนั้น ลากเราไปนี้ พอทราบว่าเราไปนะโทรศัพท์เขาโทรถึงกัน ๆ เมื่อวานนี้ร้อยเอ็ดก็ไป ไปโรงสีของสมหมาย เขาถวายทองคำมา ๑ แท่ง จากนั้นก็ต้องได้มาทางมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ทางนู้นลากมา โทรศัพท์ไปถึงกันลากมาที่มหาวิทยาลัย จึงได้กลับค่ำเมื่อวานนี้

          ไปไหนไม่ค่อยว่างนะเรา เมื่อวานนี้ได้เห็นแล้วอินเตอร์เน็ตน่ะ ไปเห็นที่มหาวิทยาลัยมหาสารคาม เขานิมนต์ให้ไปดู อินเตอร์เน็ตของหลวงตาที่เขาออก ๆ ที่นี่ดูกันทุกวัน นิมนต์เราไปดูเราก็เลยไปดู ให้เขาเปิดให้ดู โอ๋ย ชัดเจนมากนะ เห็นชัดเจน รูปเราก็เห็นตลอด ๆ เลย ต้องการอะไร ๆ นี้เขาจะเขียนไว้ในนั้นเสร็จเลย เช่น ประวัติหรือเทศน์อะไร ๆ มันมีลูกศรอยู่นั้น พอกดปั๊บก็ออกมา ๆ เอาละ เข้าใจแล้ว อย่างนี้ก็ออกได้ทั่วโลก ออกได้หมดเลยนะ มีอย่างนี้แล้วใครกดไปตรงไหนมันก็รู้ ทีนี้เขาก็กดได้สบาย ๆ กดอะไรมันก็ออกมา ๆ

          ธรรมะของเรานี้จะออกบั้นปลายนะ คือธรรมะบั้นต้นจะกลับกลายมาออกบั้นปลายอีกทีหนึ่ง เช่น ที่เราสอนพระสอนอะไรมาเป็นประจำ ๆ ต่อไปเขาจะเอาเหล่านี้มาแถมท้ายไปเรื่อย ๆ เลยว่าธรรมะที่ออกก่อน ๆ จะมาบั้นปลาย เทศน์อินเตอร์เน็ตไปก่อน ๆ เสร็จทางนี้แล้วเขาจะเอาตามหนังสือตามเทปอะไร ออกทางอินเตอร์เน็ตต่อกันไปเรื่อย ๆ เรียกว่าธรรมะเหล่านี้จะออกบั้นปลายไปตลอดยืดยาวนาน ธรรมะบั้นปลายจะเป็นธรรมะเรียกว่าสำคัญ ๆ เพราะเทศน์สอนพระ อัดเทปเอาไว้ ๆ ถอดออกมาที่เป็นเล่มแล้วก็มี ไม่เป็นเล่มก็มี ใครต้องการตรงไหนก็ไปเอานั้นออกมาใส่เข้าในอินเตอร์เน็ต ต่อไปก็เป็นอย่างนั้น

          ดีไม่ดีเรียกว่าเราตายไปแล้วธรรมะถึงจะออกมาทีหลัง ๆ ธรรมะที่สำคัญ ๆ จะออกทีหลัง เวลานี้ดูเหมือนจะมีแต่แกงหม้อใหญ่ออก แกงหม้อเล็กไม่ค่อยได้ออก เทศน์ที่ไหนก็สะเปะสะปะ ทั้งหมาทั้งหมูทั้งแมวไปด้วยกันเลย นี่ละแกงหม้อใหญ่ มีทั้งหมูทั้งหมาทั้งเป็ดทั้งไก่ทั้งแมวอยู่ในนี้หมด ในแกงหม้อใหญ่ แกงหม้อเล็กไม่มี ยิ่งแกงหม้อจิ๋วแล้วพุ่งเลยทันที นี่ละเข้าใจว่าจะออกทีหลังตอนท้าย เมื่อหมดเรื่องของเราที่เทศน์เหล่านี้ไปแล้ว อันนั้นจะแถมเข้ามาต่อท้ายเรื่อย ๆ คนจะได้ฟังธรรมะสำคัญ ๆ ตอนท้ายมากกว่าตอนที่เทศน์เวลานี้ เพราะเทศน์เวลานี้เป็นเทศน์ทั่ว ๆ ไปให้คนเข้าใจทั่วถึงกันตามขั้นภูมิของคนให้ได้ไปตาม ๆ กันหมด แต่ธรรมะขั้นสูงส่วนมากจะได้ผู้ปฏิบัติทางด้านจิตตภาวนา ขั้นแกงหม้อเล็กหม้อจิ๋ว จะมีแต่ธรรมะประเภทนั้นขึ้นเลย

          ได้เห็นแล้วเมื่อวานนี้เขาเปิดให้ดู อ๋อ อย่างนี้เอง อย่างนี้มันก็มีอยู่ทั่วไป ใครเอามาไว้ที่บ้านของใครก็ได้ใช่ไหมล่ะ มันไม่ใหญ่โต เห็นชัดเจนนะ ก็ไปยืนดูอยู่ใกล้ ๆ เขาเปิดแล้วก็ยืนดู เขาเปิดให้เราดู เขาชี้แจงให้ทราบ แล้วเขากดให้เราดูด้วย มันมีลูกศรเล็ก ๆ จะเอาช่องไหนเปิดปั๊บตามลูกศรออกเรื่อย ๆ เราดู อ๋อ อย่างนี้เองอินเตอร์เน็ต รูปเราเห็นชัดเจนมากนะอยู่ในนั้น คิดว่าจะออกไปนานอยู่ เทศน์ประจำวันก็ออกจากนี้ไปเรื่อย ๆ พอหลังจากนี้แล้วอันนั้นก็จะตามมา ๆ เรื่อย ๆ ตามมาทีหลังจะเป็นธรรมะประเภทสำคัญ ๆ เด็ดเดี่ยวเฉียบขาด ฟาดกิเลสขาดสะบั้น ๆ แกงหม้อเล็กแกงหม้อจิ๋วน่ะ

          พิจารณา โอ๊ย เสียดายชาวพุทธเรา ธรรมะพระพุทธเจ้าล้นตลาด แต่กิเลสมันเอาผ้า พวกจอกพวกแหนเป็นคล้ายกับผ้าพลาสติกคลุมไว้หมด แล้วมันเอาขี้หมูราขี้หมาแห้งไปเกลื่อนไว้หน้าตลาด เอาทองคำปิดไว้ กิเลสมันพวกส้วมพวกถานเกลื่อน คนก็ตะครุบกันอยู่นี้ละ พวกส้วมพวกถานด้วยกันมันตะครุบง่าย ตะครุบกันน่ะซี ธรรมอยู่นั้นไม่เห็น เลิกอันนี้ออกปั๊บจ้าขึ้นมานี้มันก็รับกัน ทีนี้ก็ต่อยกันล่ะซี อันนั้นกับอันนี้เป็นยังไง ๆ เมื่อเห็นอันเดียวไม่มีคู่แข่งก็ไม่ทราบจะไปหาอะไร คัดเลือกอะไร ๆ ก็มีอันเดียว ๆ ถ้ามีสองเข้ามา อันนี้ดีหรืออันนี้ดีมันก็เห็นทันที พอเปิดนี้ออกปั๊บทางนี้จ้านี้ล้มระนาวไปเลย

          อันนี้มีแต่พวกจอกพวกแหนปกคลุมหุ้มห่อ น้ำที่ใสสะอาดไม่ปรากฏตัวเลย อยู่ในสระเดียวกันนั้นแหละ สระก็คือหัวใจ ธรรมก็อยู่ที่หัวใจ กิเลสปกคลุมเอาไว้ไม่ให้มองเห็นธรรมก็วิ่งไปตามกิเลสไปเสีย โห น่าเสียดายนะเราพิจารณา เราพิจารณาย้อนหลังตอนที่มันหลงก็หลงจริง ๆ พวกชาวพุทธเราทั้งพระทั้งฆราวาส พิจารณาย้อนหลังตามเรื่องเหตุการณ์ต่าง ๆ มา มาในระยะนี้ค่อยปรากฏขึ้นบ้างก็คือหลวงปู่มั่นนั่นเอง ขึ้นมาตรงนี้นะ แต่ก่อนไม่มี กรรมฐานนี้เหมือนกับเป็นของแปลกของปลอม สัญจรมาจากที่ต่าง ๆ พวกเจ้าถิ่นก็คือประเพณีบ้านเมืองที่ลูบคลำกันไปไม่มีหลักมีเกณฑ์มีเหตุมีผลอะไร อันนี้เป็นหลักใหญ่ขึ้นมา กลายเป็นประเพณีบ้านเมือง เมื่อเห็นของแปลกประหลาดขึ้นมาซึ่งเป็นของจริง ไอ้พวกนี้ก็เห็นอันนั้นเป็นของปลอมไปเสีย ฟัดกันนะ นี่เราพิจารณาย้อนหลัง

          หลวงปู่มั่นสมบุกสมบันมากทีเดียว ถูกรบถูกราทุกแบบทุกฉบับ ถูกขับถูกไล่หาว่าเป็นพระป่าพระรกมาจากทิศใดแดนใด ว่าไปอย่างนั้นนะ ที่บ้านมันได้ส้วมได้ถานแน่นหนามั่นคงแล้วว่างั้นเถอะ มันขับไล่ข้างนอกว่าเป็นของแปลกของปลอม ถูกขับถูกไล่ โหย ไปที่ไหน ท่านสมบุกสมบันมาก นั่นแหละเริ่ม พอธรรมท่านปรากฏขึ้นแล้ว ออกมาชี้แจงแสดงกับบรรดาลูกศิษย์ทั้งหลายฝ่ายพระปฏิบัติ ก็ค่อยเริ่มปฏิบัติมาค่อยกระจายออกไป คนเริ่มหายสงสัย ๆ ทีนี้ก็เริ่มเห็นเป็นความจริงขึ้นมาอย่างเต็มส่วนตามความจริงที่มีอยู่แล้วนั้นโดยลำดับ ๆ มา จึงมีเกาะมีดอนให้เลือกได้ ก็อย่างนั้นแล้ว เราจะเลือกอะไรก็ได้ ถ้าไม่เลือกก็จมไปเลย เพราะไม่มีอะไรจะเลือกก็จม

          ทั้ง ๆ ที่ถือศาสนาพุทธ มันก็เป็นแบบกิเลสไปเสียทั้งหมด พุทธที่แท้จริงของพระพุทธเจ้าไม่มี พุทธที่แท้จริงก็อย่างที่หลวงปู่มั่นเอาออกมา นั่นแท้จริง แต่ก็เป็นของปลอมไปในขั้นเริ่มแรก ครั้นต่อมาก็ค่อยเข้าอกเข้าใจ ก็ค่อยยอมรับกันไป ๆ ทุกวันนี้เรียกว่ายอมรับมากแล้ว เรียกว่าฟื้นขึ้นมาในหัวใจของชาวพุทธเรา การพูดทั้งนี้เราไม่ได้ติฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดนะ เราพูดตามเรื่องราวที่เป็นมา มันเป็นมาอย่างนั้น เวลานี้ก็ค่อยรู้เรื่องรู้ราวกันขึ้นพอสมควร พอคัดพอเลือกได้

          อำนาจของหลวงปู่มั่นของเล่นเมื่อไร ท่านทำประโยชน์ให้โลกอย่างเงียบ ๆ ตลอดมา สมท่านเป็นผู้สงบงบเงียบทุกสิ่งทุกอย่าง ไม่มีเรื่องมีราวกับใคร หลวงปู่มั่นไม่มี ถูกขับถูกไล่ไปไหนก็ถูก แต่ท่านไม่มีกับใครท่านก็ไปของท่านสบาย ๆ อย่างนี้ นี่เราทราบเรื่องราวมานะ ได้พิจารณาด้านหลังของท่านที่ผ่านมา โอ๋ย ท่านสมบุกสมบัน ถูกขับไล่ไสส่ง ไปที่ไหนเขาเรียกเป็นพระจรจัด ตลอดเสือเย็น นี้พวกป่าว่าให้ท่าน พวกบ้านว่าอีกแบบหนึ่งไล่ขับหนีนะ แม้ที่สุดพวกคณะเดียวกันก็ยังขนาบกันว่ากัน หลงยศ นี่เราเห็นทั้งหมดเรื่องราวเป็นมา ๆ คือเราพิจารณาย้อนหลัง ฟังเรื่องราวอะไรย้อนหลัง ๆ ท่านสมบุกสมบันมากจริง ๆ

          ถูกขับไล่นี้มากต่อมาก ท่านไม่เอาเรื่องกับใคร สำคัญนะ นั่นละธรรมเป็นธรรมไม่เอาเรื่องเอาราวกับใคร ท่านทำประโยชน์อย่างลึกลับ พอได้ประโยชน์เป็นที่พอใจท่านแล้วประกาศลั่นออกมาจากหัวใจทองทั้งแท่งออกมา บรรดาคนที่มีอุปนิสัยปัจจัยก็ต้องยอมรับ ๆ คือค่อยมีผู้เข้าไปอบรมศึกษากับท่านเรื่อย ๆ ฝ่ายพระ นั่นละท่านผลิตพระ พูดให้เต็มยศคือประเภทเพชรน้ำหนึ่ง ออกมาจากสำนักพ่อแม่ครูจารย์มั่น เราอยากจะว่าทั้งนั้น ไม่ว่าแต่ว่าแทบทั้งนั้น คำว่าแทบที่ตรงไหนบ้างไม่เห็นมี ถ้าว่าลูกศิษย์หลวงปู่มั่นองค์ไหน ๆ อยู่ที่ไหน ๆ มันก็รู้ชัดเจน จึงว่าทั้งนั้นไปเลย ชื่อเสียงโด่งดังไม่ใช่โด่งดังแต่ชื่อ ตัวจริงโด่งดังมาแล้วจึงมาออกเป็นชื่อเป็นเสียง นี่ละท่านทำประโยชน์อยู่ลึก ๆ นะ

          ใครหาทราบไม่ว่า ครูบาอาจารย์ทั้งหลายที่ประกาศธรรมสอนพี่น้องชาวไทยอยู่ทั่วประเทศไทยในทุกภาคว่าเป็นลูกศิษย์ของใคร เป็นลูกศิษย์ของหลวงปู่มั่นทั้งนั้นนะ นั่นฟังซิ นี่ท่านทำประโยชน์อย่างลึก ๆ องค์ท่านก็นิพพานไปแล้ว ลูกศิษย์ลูกหาของท่านทำประโยชน์ให้โลกมากมาย ภาคไหนมีทุกภาคนะประเทศไทยเรา มีหมดทุกภาค ภาคเหนือ ภาคใต้ ภาคกลาง ภาคตะวันออก เรียกว่าทุกภาคเลยพระกรรมฐานสายหลวงปู่มั่นเรานี้ ออกไปเทศนาว่าการสั่งสอนมีมากมาย เพราะฉะนั้นคนจึงค่อยรู้เรื่องรู้ราวขึ้นบ้าง เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยมีเรื่องราวอะไรเกี่ยวกับกรรมฐาน เรียกว่าพระบ้านพระป่า ไม่มีเดี๋ยวนี้นะ ไม่ทะเลาะกัน

          แต่ก่อนพระบ้านกับพระป่า พระป่าเป็นพระที่ถูกขับไล่ เดี๋ยวนี้ไม่มี เข้าใจกันก็เป็นอย่างนั้น ไม่ติใครนะ เมื่อไม่เข้าใจก็สงสัยซิคนเรา สงสัยไม่แน่ใจก็ยังไม่ให้เข้าบ้าน ไม่ทราบเป็นโจรผู้ร้ายหรือเป็นมิตรเป็นสหายมาจากที่ไหน จนเป็นที่เข้าใจกันแล้วก็ยอมรับกัน ๆ นี่ก็แบบเดียวกัน เราตำหนิบ้านก็ไม่ได้ตำหนิใครก็ไม่ได้ เรื่องราวเมื่อไม่เข้าใจก็ต้องเป็นอย่างนั้น ท่านทำประโยชน์ได้มากมายจริง ๆ ท่านก็นิพพานไปแล้ว ชื่อเสียงท่านเดี๋ยวนี้สะท้อนกลับมาดังทั่วประเทศไทยแล้วใช่ไหมล่ะ ตอนหลังที่ท่านไปแล้วค่อยดังทีหลัง

          สมมุติที่เป็นมหามงคลแก่ชาวพุทธเรานี้ดังขึ้นทีหลังจากหลวงปู่มั่น ส่วนวิมุตติท่านไปแล้ว วางสมมุติที่เป็นมหามงคลไว้แก่พี่น้องชาวไทยเรา แล้วครูบาอาจารย์ทั้งหลายก็ล่วงไป ๆ จนแทบจะไม่มีแล้วเวลานี้ ลูกศิษย์ผู้ใหญ่ ๆ ของหลวงปู่มั่น ว่าจะไม่มีก็ไม่น่าจะผิดไปแล้ว แต่ครูบาอาจารย์ทั้งหลายเหล่านี้ก็ได้ประสิทธิ์ประสาทอรรถธรรมความรู้วิชาทางด้านปฏิบัติธรรมไว้ สำหรับกุลบุตรสุดท้ายภายหลังก็ค่อยกระจายออกไป ลูกศิษย์ลูกหาจึงค่อยมีมากอยู่ ถึงครูบาอาจารย์ท่านล่วงลับไปมรดกท่านก็มอบไว้แล้ว พอเป็นร่องรอยเดินตามท่านไปบ้างเวลานี้

          นี่ก็ดูเหมือนถึง ๕๒ ปีแล้วที่ท่านล่วงไป ปี ๙๒ เดือนพฤศจิกา วันที่ ๑๐ ท่านล่วงลับ ถ้าจำไม่ผิดนะ เผาศพท่านเดือนมกรา ปี ๙๓ เวลาท่านจะสิ้นลมนี้แหม สด ๆ ร้อน ๆ นะเรา คือดูจนตาไม่กะพริบเลยนะเวลาท่านจะนิพพาน พอไปถึงที่แล้วที่ท่านเร่ง คืนนั้นคืนสุดท้าย คืนสุดท้ายท่านไม่นอน เราก็ไม่ได้นอน นั่งติดกับท่านอยู่ตลอดในมุ้ง เร่งใหญ่เลยนะ เรายังเสียดาย คือถ้าท่านแย็บออกนิดหนึ่งเท่านั้น คืนวันนั้นยังไงวัดบ้านภู่ต้องแตกเลยเทียว ถ้าท่านแย็บออกมานิดหนึ่ง แต่เราก็ไม่รู้ วิ่งไปหาครูบาอาจารย์องค์ใดที่มีอายุพรรษาแก่กว่าเรา ก็เราพรรษาน้อยกว่าแต่เป็นผู้ใกล้ชิดติดพันกับท่านตลอดเวลา รอฟังเหตุการณ์ท่านตลอดใช่ไหมล่ะ เรื่องราวก็อยู่ในเราหมด

          ครั้นวิ่งเอาเรื่องราวไปกราบเรียนปรึกษาครูบาอาจารย์หรือเล่าอะไร ๆ ให้ท่านฟัง องค์นั้นก็อย่างนั้น องค์นี้ก็อย่างนี้ โอ้โห เราโมโหจริง ๆ นะ โมโหนี่ถ้ามีเครื่องมาเสริมปั๊บมันจะพุ่งเลยนะ วัดนั้นจะแตกในคืนวันนั้น ทำไมว่าอย่างนั้น คือท่านเร่งให้เอาไปในคืนวันนี้อย่ารอ ๆ อยู่อย่างนี้นะ ท่านเอาขนาดนั้น คือท่านรั้งเอาไว้เต็มเหนี่ยวแล้วยังไม่ให้ไป ทีนี้ท่านก็เร่งทางนี้เข้าใจไหม ให้ไปทันกับเวลาของท่านที่ท่านจะรั้งไว้อยู่แค่ไหน เมื่อรั้งไม่อยู่พระพุทธเจ้าก็ยังตายใช่ไหม นี่ท่านไม่ได้บอกว่าที่เร่งให้ไปเดี๋ยวนี้น่ะ นี่ผมรั้งเอาไว้นะ คำว่ารั้งไว้เท่านั้นเราจะพังเลยวัดนั้น เตรียมเดี๋ยวนี้ออกเดี๋ยวนี้เลย โทรศัพท์บึ่งไปสกลนครให้เอารถมาเดี๋ยวนี้เลย เราจะออกเองนะ แต่มันไม่ได้คำนี้

          ไปหาปรึกษาครูบาอาจารย์องค์ใด ๆ เราก็อดโมโหครูบาอาจารย์ไม่ได้นะ เราพูดเป็นบาปก็เป็น เป็นกรรมก็เป็นในเรา มันโมโห คนหนึ่งรับเหตุการณ์หัวอกจะแตก ครั้นเวลาไปเล่าให้ครูบาอาจารย์ฟัง องค์นั้นก็ลักษณะนั้น องค์นี้ลักษณะนี้ ลักษณะที่ว่าไม่ขึงขังตึงตังน่ะ กับผู้รับเหตุการณ์มันเข้ากันไม่ได้นี้มันอกจะแตกแล้วนี่ ก็อยู่กับท่าน ท่านสั่งอะไร ๆ ก็อยู่นี้หมด พอได้จังหวะปั๊บวิ่งออกหาครูบาอาจารย์ เรื่องราวเป็นอย่างนั้น ๆ วันนี้ท่านเร่งใหญ่นะ ๆ ท่านบอกท่านไม่นอน นั่งก็ให้หันหน้าไปสกลฯ นู่นน่ะฟังซิน่ะ ท่านทำเป็นปัญหาทั้งนั้น นั่ง เอ้า หันหน้าไปสกล เราก็อยู่ข้างหลังท่านหนุนท่านอยู่ข้างหลังหันหน้าไปสกล เร่งแล้วก็บอกอย่างนั้น ท่านไม่นอน คือท่านนอนกลัวจะไปเลย

          เราเทียบเหมือนนักมวย จะเป็นแชมเปี้ยนไหนก็ตาม จะเก่งกล้าสามารถขนาดไหนก็ตาม เวลาขึ้นเวทีนี้เกรียงไกร แต่เวลามานอนหลับครอกๆ อยู่แล้ว ใครก็ตามผู้หญิงผู้ชายเอาไม้ไปตีหัวแชมเปี้ยนตายทิ้งเปล่าๆ ไม่มีท่าต่อสู้ใช่ไหม นี่เวลาท่านปล่อยให้หลับ นั่นละเรียกว่าแชมเปี้ยนนอนเข้าใจไหม ขันธ์มันไม่ได้หลับมันอยากตายเมื่อไรมันก็ตาย พักขันธ์ก็จริงแต่ความตายมันไม่ได้พักด้วย พอผึงขึ้นมาเวลานั้นรั้งไม่อยู่รับไม่ทัน ตายตอนนั้น เข้าใจไหม เพราะฉะนั้นท่านจึงไม่ยอมหลับ ถ้าหลับตอนนั้นก็เหมือนแชมเปี้ยนนอน ใครจะไปทุบไปตีอะไรก็ตายทิ้งเปล่าๆ นี้ธาตุขันธ์หลับ พอมันตื่น ธาตุขันธ์นั่นละปลุก ธาตุขันธ์จะก้าวเดินเพื่อความตาย ดีดขึ้นมาผางอันนี้มีอำนาจมากกว่า การหลับก็ไม่มีความหมายอะไรการตายมีความหมายมากกว่า เอาไว้ไม่อยู่รั้งไม่ได้ไปเลย เข้าใจไหม

          นี่เรามารู้ทีหลัง พูดตรงอย่างนี้นะ มันรู้จริงๆ จึงได้มาคิดเอาตอนนี้ ท่านไม่พูดนะ มีแต่ให้เร่งๆ ตลอดเวลา ให้ไปเดี๋ยวนี้ๆ อย่ารอๆ นะ เรามันฟังเหตุการณ์ตลอดเวลา ไปหาครูบาอาจารย์องค์ใดองค์นั้นว่างั้นๆ นี้ อู๊ย มันโมโหนะ จะว่าเป็นบาปก็เป็นละเรา ยกโทษครูบาอาจารย์เรื่อย เป็นยังไงครูบาอาจารย์นี้ เป็นผู้ใหญ่ขนาดนี้ทำไมไม่คิดไม่อ่านบ้าง ผู้หนึ่งรับเหตุการณ์เป็นฟืนเป็นไฟมาทำไมจึงเฉยๆ อยู่อย่างเฉื่อยชาได้ สมมุติท่านบอกว่า นี่ผมรั้งเอาไว้นะเดี๋ยวนี้ พอผมปล่อยนี้มันจะไปเดี๋ยวนี้นะ ว่าเท่านั้นละ เราเรียกว่าวัดนั้นแตกเลย เตรียมเดี๋ยวนั้นเลย โทรศัพท์ผึงถึงสกลนครให้มาเดี๋ยวนี้เลย

          ใครจะให้ไปไม่ไปก็ตาม เพราะครูบาอาจารย์เหล่านั้นยังไม่ยินยอมให้ไปที่มันขวางกับเราน่ะ เรานี้ถูกเร่งจากท่านให้ไปเดี๋ยวนี้ ๆ นำอันนี้เข้าไปท่านยังไม่ยินยอมให้ไป ให้รอไปอะไรก็ไม่รู้ละ นี่ละที่เราโมโหมากนะ พอมาได้พยานว่าผมรั้งเอาไว้นะเดี๋ยวนี้เท่านั้นแหละ แตกหมดเลยเหล่านั้นไม่มีอยู่ละ เตรียมเดี๋ยวนี้เลยออกทันที

          พอตื่นเช้ามามันคงจะบันดลบันดาล เราแน่ใจว่าต้องเป็นพวกเทพแหละ เพราะท่านเร่ง พอตื่นเช้ามายังไม่ถึง ๗ โมงเช้ารถมาแล้ว ไม่มีใครไปบอกนะ เราสืบถามหมดแล้วไม่มี เป็นเรื่องของเขาเอง ก็โยมนุ่มนี่ละ ลูกศิษย์ก้นกุฏิของท่านมาตั้งแต่คุณนายนกเทศซึ่งเป็นแม่ของคุณโยมนุ่มนี่ เป็นลูกศิษย์ของท่านมาตั้งแต่นู้น ทีนี้อยู่ๆ เขาก็สั่งให้รถแขวงทางมาตอนเช้าให้มารับพ่อแม่ครูจารย์มั่น มาก็มาถามเรา ก็ว่ามารับท่านอาจารย์มั่น ใครบอกให้มารับ คุณแม่นุ่มว่างั้น เราก็ไม่ถามต่อไปอีกแหละ พอว่าอย่างนั้นเขาก็เข้าหาท่านเลย เพราะเรารออยู่แล้วนี่ พอไปก็ไปพูด

          ท่านมีลักษณะเป็นห่วงหรือเป็นมารยาทอันหนึ่งเอาไว้ว่า เขามาขอนิมนต์ท่านกลับไปสกลฯ เดี๋ยวนี้แหละว่างั้น ท่านก็ไม่ว่าอะไรเพราะท่านจะไปอยู่แล้ว มีแต่ท่านตอบออกมาเป็นคำสุภาพเรียบร้อยเป็นการห่วงใยบรรดาลูกศิษย์ลูกหา รถมาพอกับพระเณรไหมล่ะ นี่พระเณรมีมากนะ รถที่มารับพอกับพระเณรไหม เขาก็ให้ข้อยืนยันทันที รับไม่หมดจะรับทั้งหมด พระเณรมีเท่าไรจะรับไปทั้งหมด แต่เวลานี้ขอท่านอาจารย์ไปก่อนว่างี้นะ เราก็ลงใจปึ๋งเลยทันที ท่านไม่ว่ายังไงนิ่งเลย นี่แสดงว่าท่านรับแล้ว ทีนี้หมอเขาก็เอามาพร้อม หมอฉีดยานอนหลับ

          มาก็พูดกันซุบซิบๆ สองสามคำระหว่างเรากับหมอ ก็คอยกราบเรียนท่านเวลานี้เขาจะขอฉีดยาพ่อแม่ครูอาจารย์เพื่อนอนหลับ จะได้พักสบาย ๆ เวลาเดินทางไปสกลนครเราว่างั้นนะ จะไม่กระทบกระเทือน ท่านก็นิ่งไม่ว่าอะไร เราก็ทราบแล้ว แล้วก็โบกมือให้เขาเข้ามาได้เลยเขาก็มาฉีดยา ฉีดยาแล้วก็ยกท่านขึ้นแคร่แล้วก็หามไปเลยนั่นเห็นไหม โหย โล่งใจเลยนะเรา แหมหัวอกจะแตกจริงๆ นะ เวลาคนหนึ่งได้ฟืนได้ไฟ ท่านจี้เอา คิดดูซิท่านไม่นอนเราก็ไม่ได้นอน ไล่ให้ไปสกลนครเดี๋ยวนี้ ๆ อย่ารอ ๆ ขนาดนั้นนะ อย่างเด็ดเสียด้วย อย่ารอนะๆ แต่มันยังไงมันมารมาดลใจอะไรก็ไม่รู้นะ ท่านไม่แย็บออกมา คือเราก็โง่มากว่างั้นเถอะ นี่ผมรั้งเอาไว้นะ เท่านั้นแหละมันจะผางทันทีเลย

          เหตุที่ว่าผมรั้งเอาไว้นะ เราเป็นในเราเองพูดให้มันชัดๆ อย่างนี้ละ โรคหัวใจมันจะไปไม่รู้กี่ครั้งนะ ถ้าพอรั้งได้รั้งอย่างนี้ จึงเอาอันนี้จับอันนี้ปั๊บเลยวิ่งเข้าหาพ่อแม่ครูจารย์มั่นท่านรั้งเอาไว้อย่างนี้เอง เมื่อสุดวิสัยแล้วแม้แต่พระพุทธเจ้าก็ตายใช่ไหม เวลานี้ยังอยู่ในฐานะที่จะรั้งไว้ได้ ท่านจึงบอกให้เร่งๆ ไป เราก็เหมือนกันเวลาโรคหัวใจมันขึ้นเต็มเหนี่ยว เรารั้งกันไว้เต็มเหนี่ยวมันก็เห็นชัดๆ มันก็อยู่ เวลากำลังมันไม่มากยิ่งกว่านี้รั้งก็อยู่ นี่กำลังของท่านยังพอดีกับการรั้งได้อยู่ ท่านจึงบอกให้เร่งมาๆ มันมาโดนนี่แล้วมันก็รู้เอง อ๋อ เป็นอย่างนี้เอง

          ทีนี้เราก็ได้จากนี้ละ ที่ว่าผมรั้งเอาไว้นะนั่น คือมาเป็นของเราเอง เรารั้งของเราไว้ความหมายว่างั้นนะ ไม่งั้นไปแล้ว มันหมดสภาพทุกอย่างแล้ว ร่างกายนี้เป็นท่อนไม้ท่อนฟืนไปหมด จิตพึบเข้าแล้ว รวมกับกิริยาของสมมุติทั้งหมดเข้าในจุดจิตดวงเดียวแล้วเหลือแต่รู้ ลมหายใจร่างกายหมดไม่มีอะไรเหลือเลย ลมหายใจก็หมด ร่างกายทุกส่วนเป็นท่อนไม้ท่อนฟืน จิตหดเข้าไป กระแสของจิตที่ออกไปสู่ร่างกาย เช่น ประสาทส่วนต่าง ๆ นี้เป็นกระแสของจิตที่ไปรับรู้รับทราบเป็นเจ้าอำนาจบังคับบัญชา ให้ทราบเรื่องนั้นอันนั้นอันนี้จากการสัมผัส พอความรู้นี้ถอนปุ๊บเข้าไปแล้วเหล่านี้ไม่มีความหมายอะไรเลยนะ

          เหมือนมีดของเราเราฟันอะไรโป๊ก ๆ นี้ พอทิ้งปั๊บมีดไม่มีความหมาย มันมีความหมายกับเจ้าของใช่ไหมล่ะ อันนี้ก็เหมือนกันอวัยวะส่วนต่างๆ มันก็มีความหมายอยู่กับความรู้ที่แทรกไปตามประสาทส่วนต่างๆ ทั่วร่างกาย พอความรู้นี้หดตัวพึบเข้ามาเท่านั้น เหล่านี้ไม่มีความหมายเลย เหมือนกับเราปล่อยเครื่องมือ แล้วก็มาเหลืออยู่แต่ความรู้อันนี้ นี่ก็รั้งตรงนี้เอาไว้ยังไม่ให้เคลื่อน เอา ลมหายใจจะหมดอะไรจะหมดไปก็ตาม อันนี้บังคับเอาไว้ไม่ให้เคลื่อน ให้อยู่ในนั้นนิ่งเลย พอนานเข้า ๆ ทีนี้ต่อไปลมหายใจก็ค่อยแผ่วเบาขึ้นมาๆ มีขึ้นมาๆ ความรู้นี้ที่มันรวมตัวแล้วมันก็ค่อยซ่านออกไป ก็รับทราบหมดทุกอย่าง พอความรู้นี้กระจายออกไปรับทราบตามประสาทส่วนต่าง ๆ ทั่วถึงกันหมด นี่เรียกว่าอยู่ ถ้าหากปล่อยนี้ผึงเลยไปเลย

          ด้วยเหตุนี้เองเราถึงได้มาทราบทีหลังที่ว่ารั้งเอาไว้นี้ ตอนนั้นเราก็ไม่ทราบ ท่านก็ไม่บอกมันถึงไม่รู้ แต่เวลามาเจอเราเข้าเองถึงทราบ อ๋อ รั้ง คือการรั้งนี้รั้งอยู่ในฐานะที่จะรั้งได้ ถ้าอยู่ในวิสัยที่จะรั้งได้ก็รั้งได้ ถ้าเลยนี้แล้วแม้แต่พระพุทธเจ้าก็นิพพานหรือก็ตาย อันนี้ถ้าเลยนี้ไปแล้วใครจะมารั้งก็ไม่ได้ ไปเลย นี่อยู่ในฐานะรั้งได้ นี่ท่านสั่งให้รีบด่วน คือรีบด่วนอยู่ในฐานะที่กำลังท่านรั้งได้ว่างั้นเถอะนะ นี่เราถึงมาทราบทีหลัง โอ้โห เป็นอย่างนี้เอง เรานี้เป็นหลายหนแล้วไม่ใช่หนเดียวนะ โรคหัวใจนี้แหละตัวสำคัญ รั้งได้ อยู่ในฐานะที่ควรรั้งได้เรียกว่าให้รอเสียก่อน เช่น อีก ๕ นาทีนี้ขออีกสัก ๓ นาทีได้ไหมความหมายว่างั้นนะ เอา เอาเสีย ๓ นาที แล้วขออีก ๒ นาทีได้ไหม ได้ พอรั้งได้ ขออีก ๑ นาทีได้ไหม ได้ ขออีก ๕ นาทีไม่ได้ สันพร้านี่จะว่างั้นเข้าใจไหม ขอถึง ๕ นาทีฟาดปั๊วะเลย เดี๋ยวก็ผึงเลยเข้าใจไหม นั่นมันต้องมีหลายแยกหลายนัยซิ

          นี่เราพูดถึงเรื่องพ่อแม่ครูจารย์มั่นที่ทำประโยชน์ต่อโลก เรื่องเทวบุตรเทวดาไม่ต้องพูดเลย ไม่มีใครถ้าในสมัยปัจจุบันที่ทำประโยชน์ให้แก่พวกเทวบุตรเทวดาอินทร์พรหมมากยิ่งกว่ามนุษย์เราเป็นหลายร้อยเท่าเลย เราอย่าว่าร้อยเท่านะ หลายร้อยเท่า เทวดาชั้นเดียวเท่านั้นมากกว่ามนุษย์เรานี้ทั่วโลก มนุษย์ทั่วโลกมีกี่พันล้าน เทวดาเพียงชั้นเดียวเท่านั้นอยู่ในชั้นจาตุมเท่านี้ก็มากกว่าแล้ว จาตุม ดาวดึงส์ ยามา ดุสิต นิมมานรดี ปรนิมมิตวสวัตดี ๖ ชั้นนี้มีมากขนาดไหน นี่ฟังเทศน์ท่านหมด แล้วจากนั้นพรหม ๑๖ ชั้นมากขนาดไหน นี่เรียกว่าท่านทำประโยชน์อย่างลึกลับทุกอย่าง ทำให้ประชาชนเรานี้ท่านก็ทำอย่างลึกลับ

          ท่านเป็นโรงงานใหญ่สอนบรรดาลูกศิษย์ลูกหาให้ได้เข้าอกเข้าใจในธรรม กระจายธรรมของท่านออกไป นี่ก็เป็นเงียบ ๆ ท่านสอนอยู่ในป่า ลูกศิษย์ลูกหาออกมาทำประโยชน์แก่โลกก็จากธรรมของท่าน ทีนี้สอนเทวบุตรเทวดามากขนาดไหน นั่นฟังซิ ใครจะได้ทำประโยชน์มากยิ่งกว่าหลวงปู่มั่น

          โห เราพูดแล้วเราสลดสังเวชนะ ที่ความโง่ของมนุษย์มันลบล้างบาปบุญนรกสวรรค์พรหมโลกอะไรไม่มี ด้วยความตาบอดของมัน แล้วความลบล้างนี้ก็ไม่เห็นคุณค่าอะไรมีแต่โทษ ทำความล่มจมให้เจ้าของตลอดมา ด้วยความลบล้างความดี เอาความชั่วขึ้นไปแทนก็เท่ากับเอาฟืนเอาไฟเข้าไปแทน เผาตลอดเวลา โลกนี้โลกไหนรายใดที่มีความสุขยิ่งกว่าธรรม แล้วก็เอานำมาแข่งกันกับธรรมไม่มี ขนาดนั้นมันก็ยังไม่ยอมนะ มันไม่ยอมรับธรรม ยังบืนไปตามกิเลสตัณหาตัวหลอกลวง ปากฉีกหูขาดก็ช่างหัวมัน วิ่งตาม วันนี้พอสมควรแล้วมั้ง เทศน์ไปเทศน์มาเหนื่อย (เรื่องยังไม่จบดี กำลังเพลินอยู่เจ้าค่ะ) ให้จบยังไงถึงเรียกว่าจบดี มันจะตามย้อนหลังนะ ปั๊วะเดียวเลย ยังไม่จบดี ทำยังไงถึงจบดี มันจะปั๊วะเลยตรงนั้น หากไม่ออกเฉยเสีย ไหนนิดมาเหรอ เราพึ่งทราบตะกี้นี้ว่ามา แล้วเป็นยังไงอาการของโรคน่ะ

          อาจารย์นิด เขาฉีดสารเคมีเข้าไปแล้วก็ให้ทานยานิดหน่อยก็แข็งแรงขึ้นค่ะ แต่หนูว่าที่รอดมาได้นี่เป็นด้วยอานิสงส์ของทาน ศีล ภาวนา ที่อบรมสั่งสอนนะคะ ไม่ใช่เพราะยาหมออย่างเดียว แล้วก็มีเรื่องอัศจรรย์คือผ่าตัดขนาดนี้ หมอบอกว่ารอดมาได้ยังไง ไม่เรียกยาแก้ปวดแม้แต่เม็ดเดียว นอนนิ่งแล้วก็ขอประทานอนุญาต เล่าเรื่องที่ได้ยินตอนกลางคืนวันพฤหัสฯ ได้ไหมคะ ได้ยินคนมาพูดคืนวันวิสาขะน่ะค่ะ

          หลวงตา คืนไหน อ๋อวันวิสาขะ เอาว่ามา

          อาจารย์นิด หนูสวดมนต์เสร็จก็จะนอน ก็เข้าใจว่าหนูมองไม่เห็นแต่มีคนเข้ามาเยอะ เป็นกลุ่มผู้ชายเข้ามาน่ะค่ะ บอกว่ามาขออโหสิกรรมให้ จะไม่ทำให้บาดเจ็บอีก เพราะว่าผู้คุมเปิดกองบุญให้ดู บุญที่ทำไว้มากมาย ที่เมตตาพาอบรมสั่งสอนนี้ ได้พาให้หนูรอดขวากหนามมาจนถึงได้เห็นหน้าหลวงพ่อนี้ค่ะ

หลวงตา เออ เอาละเรายอมรับ อันนี้เรียกว่าเปิดออกมาเป็นพยานของธรรม นั่นคือความจริงล้วนๆ ไม่มีอะไรเป็นข้อขัดแย้ง กระรอกมันก็เลยเสียงร้องห่มร้องไห้อึกทึกครึกโครม (หลวงพ่อขาหนูแจ้งแล้วว่าขอให้ทางวัดจัดคนซื้อผลไม้เองแล้วค่ะ) ไม่ทราบนี่ เราเดินเข้าไปทีไรไม่เห็นสับปะรดสักลูกหนึ่งแขวนอยู่นั้นเลย ตรงนี้ละซี ที่ว่ากระรอกร้องห่มร้องไห้ก็ตอนนี้แหละ ขาดสับปะรด ไปทีไรไม่เห็นสักที เราก็เลยจะปลอบโยนกระรอกว่า สูกินกล้วยไปก่อนเถอะ อาจารย์สูมาแล้วสูค่อยกินทีหลัง

          นี่อาจารย์เขามาแล้วเขาทราบหรือยังไม่รู้นะ มีแต่ปลอบโยนเขา บอกว่าสูกินกล้วยไปเสียก่อนเถอะ อาจารย์สูมาสูค่อยกินสับปะรด ก็มันชอบสับปะรดมากกว่ากล้วย ถ้าสับปะรดมีเท่าไรเอาหมดๆ นอกจากไม่มีสับปะรดแล้วมันก็มากินกล้วย ถึงได้พูดปลอบโยนเขา เวลาเราไปไหนมาเราก็เห็นสับปะรด แต่เราไม่แน่ใจว่าเป็นสับปะรดหวานหรือเปรี้ยว ส่วนมากเขาบอกไม่ค่อยหวานเราก็ถอนจิตนะ ถ้าว่าหวานนี้เอาเลย ฟาดใส่รถเต็มมาเทปั๊วะเลยให้พวกสัตว์ ประการหนึ่งก็คือกล้วยเป็นพื้นฐานอยู่แล้วไม่เคยอดอยากเลยสำหรับกล้วยนะ อันนี้มันก็พอกินพอเป็นพอไป เอาละ เราว่างั้นนะ

          เมื่อเช้าหลวงตาว่าหลวงตาฉันยาแก้แพ้แล้วเพราะน้ำมูกมากหรือเจ้าค่ะ

          เออน้ำมูกมากพอฉันยาแก้แพ้แล้วมันก็ระงับลง เราก็ไม่รู้ว่าน้ำมูกมาจากอะไร มาจากยาหรือมาจากอะไร(ยาจีนจะขับออกมาค่ะ) อันนี้มันน้ำมูกหวัดด้วยนะ ถ้าน้ำมูกธรรมดาก็พอสังเกตได้ พอยับยั้งกันได้ แต่นี่น้ำมูกหวัดมันฟาดมาทั้งโคตรทั้งแซ่มัน เราก็ต้องเอายาเข้าสู้กันซิ เข้าใจหรือเปล่า ก็มันเป็นอย่างนั้นจริงๆ ไอเสียจน โถ เมื่อเช้าพอตื่นขึ้นมาตี ๓ เริ่มไอทันที ไอไม่หยุดไม่ถอยเลยทำไง ก็เลยไปคว้าเอายานั่นมาระงับ พอฉันยานี้ลงไปแล้วเงียบเลย จนกระทั่ง ๖ โมงกว่าๆ มันถึงแสดงขึ้นมาอีก ไอก็ไม่มากนัก นี่แสดงว่ายานี้ก็ได้ผลก็เท่านั้นแหละ มันไม่ได้เป็นเพราะยาอันนั้นขับถ่ายเดียวนะ มันเป็นหวัดขับด้วย เพราะฉะนั้นเราถึงฉันยาแก้แพ้เข้าไป เข้าใจแล้วนะ

          เปิดดูข้อมูล วันต่อวัน ทันต่อเหตุการณ์ หลวงตาเทศน์ถึงเรื่องอะไร

 

 


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก