ล้างสมมุติทั้งมวล
วันที่ 6 สิงหาคม 2551 เวลา 7:45 น.
สถานที่ : วัดป่าบ้านตาด
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :
ข้อมูลเสียงแบบ(Win)   ข้อมูลเสียงแบบ(MP3)   วิดีโอแบบ(Win Narrow Band)   วิดีโอแบบ(Win High Band)

เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด

เมื่อวันที่ ๖ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๕๑

ล้างสมมุติทั้งมวล

วัวเต็มอยู่ข้างนอก ยังจะมาอีกนะวัว ดูว่าประมาณ ๕๐๐ ตัววัวอยู่ข้างนอก เดี๋ยวนี้กำลังมายังไม่ครบ เขาว่าจะถึง ๕๐๐ ตัววัว นี่ก็ไม่ใช่เรื่องเล็กเหมือนกัน ใหญ่โต วัวเหล่านี้ก็จะตายทั้งหมดนะ วัวที่เอามานี้จะตายทั้งหมด ถ้าเราไม่ไปไถ่ถอนออกมาแล้วตายหมดเลย วัวที่เต็มอยู่นั้นมีแต่พวกจะตายหมด นี่เขาไปไถ่ถอนมาๆ แล้วก็ปล่อย มอบให้ประชาชนผู้เข็ญใจให้แจกกันไปๆ ทีนี้คนมีจำนวนมากก็เลยให้จับฉลากเอา ถ้าไม่เอามานี้ตายหมดวัว วัวนี่น่าจะถึง ๕๐๐ ตัวฟังว่า

         เมื่อวานไปไหน (โรงพยาบาลภูพานครับ) อย่างนั้นละไปมาแล้วจำไม่ได้ เมื่อวานนี้ไปส่งอาหารที่โรงพยาบาลภูพาน ไปมาแล้วลืมแล้ว วันนี้ต้องถามขึ้นอีก เมื่อวานไปไหนน้า อย่างนั้นละ คือหดเข้ามา ย่นเข้ามาๆ ความจำ สังเกตดูตัวเองถ้าเป็นแหตากไว้ก็เหมือนว่าจับจอมดึงเข้ามาเรื่อย หดเข้ามาๆ ความจำมันหดเข้ามาสู่จุดรวมคือจิต ความจำที่มันซ่านออกไป เหมือนเขาตากแหไว้ มันค่อยหดเข้ามาๆ

เราพูดตามความจริงเลยละ สมเหตุสมผลที่มาสั่งสอนบรรดาพี่น้องทั้งหลายนี้ไม่มีอะไรบกพร่องในหัวใจ สมบูรณ์แบบทุกอย่างแล้ว ที่เราพูดถึงเรื่องความบกพร่อง ของธาตุของขันธ์ที่มันเปลี่ยนตัวของมัน ส่วนจิตไม่มีเปลี่ยน เมื่อถึงที่แล้วไม่มีเปลี่ยน ท่านว่านิพพานเที่ยง ก็คือจิตเที่ยงนั้นเอง จิตเที่ยงนั้นมันกลายเป็นธรรมธาตุไปแล้วนะ  ไม่ได้เป็นจิต เมื่อเข้าถึงขั้นตายตัวจริงๆ แล้วเป็นธรรมธาตุ จะเรียกว่าจิตอะไรๆ นี้เรียกได้ตั้งแต่เวลามีธาตุมีขันธ์ จิตนี้ครองตัวอยู่เท่านั้น พอออกจากนี้แล้วก็เป็นธรรมธาตุไปเลย

ให้มันชัดอย่างนั้นซิการปฏิบัติ นี่พูดออกมาด้วยความชัดเจนในจิตใจ หายสงสัยในโลกนี้ เรียกว่าล้างป่าช้าก็ไม่ผิด พูดให้ฟังชัดเจน ชาตินี้เป็นชาติสุดท้ายของเราที่เราล้างป่าช้า การเกิดตายมากี่กัปกี่กัลป์ ตายทับถมกันมาตลอดเวลา ภพใดชาติใดสูงๆ ต่ำๆ ลุ่มๆ ดอนๆ ประมวลลงมาล้างกันหมดในชาตินี้ให้เรียบร้อยไปเลย นี่ละคุณค่าแห่งการปฏิบัติธรรม

เวลาปฏิบัตินี้เหมือนจะตายนะ จะเข้าขั้นสลบไสลก็มี แต่ไม่เคยสลบก็บอกไม่สลบ แต่เรื่องหนักนั้นหนักมากทีเดียวการปฏิบัติธรรม ใครยังไม่ได้ฆ่ากิเลส รบกับกิเลสเสียก่อนอย่าว่างานนั้นหนักนี้หนักนะ อย่าเอามาพูด งานหนักมากที่สุดคือกิเลส แหลมคมครอบโลกธาตุด้วยความฉลาดของมัน เวลารื้อออกจากใจจึงไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย หนักมากทีเดียว

นี่ก็เป็นอันว่าสุดสิ้นละ ชาตินี้เป็นชาติสุดสิ้น ล้างหมดเลยบรรดาสมมุติทั้งมวล ในสามแดนโลกธาตุจะไม่เกาะไม่แวะที่ไหนเลย พูดให้ชัดเจน ผลของการปฏิบัติธรรมเป็นอย่างนี้ละ ธรรมพระพุทธเจ้าคือตลาดแห่งมรรคผลนิพพาน ขอให้ปฏิบัติเถอะน่ะ สวากขาตธรรมตรัสไว้ชอบแล้วๆ สฺวากฺขาโต ภควตา ธมฺโม นั่นประกาศป้างๆ อยู่ทุกวันทุกคืนเราสวดมนต์อยู่ แต่เรามันไม่ชอบละซิ ท่านตรัสไว้ชอบ แต่เราดำเนินตามท่านมันไม่ชอบ ออกนอกลู่นอกทางไปเรื่อยๆ อย่างนั้นละ มันถึงผิดๆ พลาดๆ ไปเรื่อย เอาให้มันตรงแน่วๆ แล้วแน่วเลยเรื่อยมา

นี่ก้าวเดินมาถึง ๙ ปีเต็มนะ ฟัดกับกิเลส ๙ ปีนี้เหมือนตกนรกทั้งเป็น ทุกข์มากเรา คือทำอะไรมันจริงจังทุกอย่าง ไม่ได้เหลาะแหละนะทำอะไร จริงจังทุกอย่าง ถ้าลงได้ทำกับกิเลสนี้กิเลสไม่ตายเราตายเท่านั้น ซัดกันเลยอย่างนั้นตลอด ๙ ปี ผ่านได้ ตั้งแต่พรรษา ๗ ออก ถึงพรรษา ๑๖ วันที่ ๑๕ พฤษภา ๒๔๙๓ นั่นละเป็นวันล้างป่าช้าเกิดแก่เจ็บตายหมดโดยสิ้นเชิงจากหัวใจ ตั้งแต่วันนั้นมาจนกระทั่งป่านนี้ละ

นี่ก็อ่อนลงทุกวันนะ อ่อน อ่อนลงทุกวัน แทนที่จะมาเป็นห่วงธาตุขันธ์เจ้าของ กลับไม่เป็นห่วง กลับห่วงโลกที่ไม่เอาไหน ไม่ได้เรื่องได้ราวอะไร ธรรมเป็นธรรมล้วนๆ มีคุณค่ามีราคามาเท่าไร ไอ้เราก็เลวล้วนๆ มาเรื่อย มาขัดกันอยู่อย่างนี้แหละ ความเลวของกิเลสตัณหานี่ละมันเข้าไปลบธรรม ธรรมเลยตั้งตัวไม่ได้ เอาให้มันหงายลงไปหมดแล้วไม่มีอะไรมากวนใจ นั่นแหละแสนสบาย ท่านว่า นิพฺพานํ ปรมํ สุขํ นิพพานเป็นสุขอย่างยิ่ง ไม่มีอะไรเสมอเหมือนเลยก็คือนิพพานของท่านผู้บริสุทธิ์นั้นแหละ จิตบริสุทธิ์แล้วไม่ต้องถามหานิพพาน ถามหาอะไร พระพุทธเจ้าทุกๆ พระองค์เป็นอันเดียวกันหมดเลย ฟังซิ

คำพูดคำนี้เอามาจากไหนนี่ คำพูดอย่างนี้ อุตริเอามาเหรอ ถอดออกมาจากหัวใจนี่ เป็นอันเดียวกันหมดเลย เหมือนน้ำมหาสมุทรทะเลหลวง ฝนจะตกมาจากเมฆก้อนใดๆ ลงนั้นเป็นน้ำมหาสมุทรหมด อันนี้บรรดาผู้ปฏิบัติศีลธรรมสร้างบารมีของตนก็เหมือนฝนตกลงมา เมื่อเข้าถึงที่แล้วก็เป็นมหาวิมุตติมหานิพพานเหมือนกันหมด

ธาตุขันธ์ก็อ่อนลงทุกวัน ไปไหนมาไหนอ่อน ลำบาก อ่อนมาก ความห่วงใยโลกสงสารก็ห่วงมาก แทนที่จะห่วงเจ้าของที่ล้มลุกคลุกคลานนี้กลับไม่ห่วงนะ ไปห่วงข้างนอกนู่น เป็นอย่างนั้นละ ห่วงนั้นห่วงนี้เรื่อยไป ภาวนาให้จริงให้จังบ้างใครก็ดี กิเลสมันหนักมากนะ ไม่เอาจริงๆ จังๆ ไม่ถึงมันละ ต้องเอาให้หนักกับกิเลส หนักกับกิเลสนี้เราไปเกี่ยวกับเรื่องการอดข้าวนะ คืออดอาหารมันดี ไม่มีใครบอกใครสอนมันก็ไม่รู้แหละ ทำโดยความสมัครใจของตัวเอง เห็นว่าการอดอาหารนี้ภาวนาดีก็มีแต่อดๆ จนกระทั่งท้องเสีย ก็ไปได้ยาหมอเติ้งมา

เราไม่รู้ว่าจะตายกี่หนนะ แต่ก็ฟื้นมาได้ๆ เรื่อยๆ ครั้งสุดท้ายนี้ก็เป็นยาหมอเติ้ง คือท้องนี้เสียหมดแล้ว ตั้งแต่นู้นละตั้งแต่อดอาหารมา ไม่ฉันจังหันๆ ทีนี้ท้องมันก็เสีย ทีนี้พอกลับมาฉันจังหันแล้วท้องมันก็เลยเสียมาเรื่อยๆ จนวาระสุดท้ายมันจะไปจริงๆ ได้ยาหมอเติ้งละมาฉันเข้าไป ยานี้สำคัญมากนะ มันจะตายหลายหนแล้วละ แต่มันก็ไม่ยอมตาย ฟื้นขึ้นมาได้ ครั้งสุดท้ายนี่ก็ยาหมอเติ้ง เราไม่ลืมคุณของหมอเติ้งนะ

มันจะชนพรรษาที่เท่าไรนะ ๘๔ หรือ ๘๕ ตอนนั้นรู้สึกว่าหนักมาก เรานี่ถ้าไม่มียาเข้ามาแก้ไขแล้วให้ทำเมรุไว้เลยละนั่น ถึงได้ให้เขาทำเมรุไว้ พอดียาหมอเติ้งปุ๊บเข้ามา เมรุก็พังไป เผาคนอื่นไปเรื่อยๆ เลยเผาท่านปัญญา ตกลงเลยไม่ได้เผาเรา นี่ยาหมอเติ้งมาฟื้นขึ้นมาได้ มันจะตายหลายหน แต่ไม่ยอมตาย มีตั้งแต่เรื่องความเพียรนะที่ทำให้ท้องเสีย เหล่านี้มีแต่ความเพียรทั้งนั้นละ คือไม่สนใจกับการฉัน เราไม่เคยคิดเคยนึกว่าท้องมันจะเสียเพราะการอดอาหาร แต่มันเสียได้ จึงได้มาเตือนหมู่เพื่อน การ อดให้รู้จักเวล่ำเวลาพอดิบพอดี อย่าอดจนเกินไป เรานี่มันเกินไป ทุกอย่างเกินไป ไม่ค่อยฉันจังหันๆ บทเวลาตั้งหลักได้แล้วทีนี้ท้องจะพังละ ร่างกายจะพังที่นี่ พอจิตใจตั้งหลักได้ปุ๊บร่างกายก็จะพัง ก็ได้ยาหมอเติ้งละมาฉัน ค่อยฟื้นขึ้นมาทุกวันนี้ จึงได้สั่งสอนโลกทุกวันนี้ มันฟื้นขึ้นมา เอาละให้พร

 

รับชมและรับฟังพระธรรมเทศนาของหลวงตา ได้ที่

www.luangta.com หรือ www.luangta.or.th

และสถานีวิทยุเสียงธรรมเพื่อประชาชน  FM 103.25 MHz

พร้อมเครือข่ายทั่วประเทศ

 


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก