ทำอะไรขอให้ใช้ความพิจารณา
วันที่ 15 สิงหาคม 2551 เวลา 7:45 น.
สถานที่ : วัดป่าบ้านตาด
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :
ข้อมูลเสียงแบบ(Win)   ข้อมูลเสียงแบบ(MP3)   วิดีโอแบบ(Win Narrow Band)   วิดีโอแบบ(Win High Band)

เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด

เมื่อวันที่ ๑๕ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๕๑

ทำอะไรขอให้ใช้ความพิจารณา

         (ปัญหาในการภาวนาว่า ถ้าเคยจิตรวมแบบลมหายใจเข้าพุท ออกโธ จะให้ภาวนาแบบเดิมต่อ หรือเป็นแบบใหม่ เพราะแบบเดิมเคยรวมมาตั้งแต่เดือนพฤษภาปีที่แล้ว จนถึงตอนนี้ยังไม่เคยรวมอีกเลยครับ) เรื่องเปลี่ยนแปลงธรรมพระพุทธเจ้าก็ให้เปลี่ยนแปลงได้ถ้าเปลี่ยนแปลงด้วยความมีสติสตัง ถ้าเปลี่ยนแปลงด้วยหลักลอย อยากได้สมใจๆ แล้วเปลี่ยนเรื่อยใช้ไม่ได้

         สติเป็นสำคัญ จะเป็นธรรมบทใดก็ตามสติแม่นยำมาก หนีสติไปไม่ได้ จะเปลี่ยนเป็นอะไรก็ตามคำบริกรรมนั้นกับสติให้ติดกันอยู่กับหัวใจเรา...ได้ไม่สงสัย สติสำคัญมาก ท่านจึงบอกว่า สติ สพฺพตฺถ ปตฺถิยา สติจำต้องปรารถนาในที่ทั้งปวง คือไม่มีเว้นที่สติจะไม่เข้าแทรก สติต้องติดแนบตลอด หน้าที่การงานทางโลกทางธรรมสติต้องติดแนบตามส่วนของงานของฆราวาสของพระ ยิ่งงานภาวนานี้ด้วยแล้วติดตลอดเลย สติสำคัญ ความเพียรจะก้าวก็สติ ความเพียรถอยก็สติเผลอ

สติสำคัญมาก ทำอะไรถ้าใช้ความพินิจพิจารณาแล้วเราแน่ใจว่าได้ผลๆ อันนี้ทำไปสักแต่ว่าทำๆ ไม่เล็งผลของงานและเหตุการณ์ของงานที่ทำมาทำอย่างไร อันนี้ละเสีย  สติสำคัญมาก จะเป็นธรรมบทใดก็ตามสติเป็นสำคัญมากทีเดียว ถ้าเผลอสติแล้วนั่นแหละหยุดงาน งานขาดตอนนั้น ถ้าสติติดแนบกันอยู่แล้วไม่ขาด เป็นความเพียรตลอด ถึงจะไม่เดินจงกรมแบบพิธีกรรมก็ตาม สตินั้นละคือความเพียร ไม่มีอันอื่นที่จะเรียกว่าความเพียรได้สนิทใจนอกจากสติ

พุทธศาสนานี่สอนถูกต้องแม่นยำ คือหาที่ค้านไม่ได้เลยพระพุทธเจ้าสอนโลก สมกับในพระนามท่านว่าพระพุทธเจ้าเป็นผู้สิ้นกิเลส สอนธรรมด้วยความสิ้นกิเลส จึงไม่มีที่สงสัย สอนด้วยความมีกิเลสเอาศาสนาไปสอนหรือเป็นเจ้าของศาสนา เจ้าของมีกิเลสกิเลสก็ติดตาม สอนกิเลสต้องไปด้วยๆ ถ้าสอนด้วยความไม่มีกิเลสเช่นพระพุทธเจ้าสอนนี้สอนถูกต้องแม่นยำ สวากขาตธรรมตรัสไว้ชอบๆๆ ตลอดไปเลย

ทำอะไรขอให้ใช้ความพิจารณาเถอะ ทดสอบ อย่าสักแต่ว่าได้ทำแล้วก็ทำไปไม่เหมาะ ไม่ถูก ต้องใช้ความพินิจพิจารณาสังเกตสังกางานของตัวเอง ผลของงานเป็นอย่างไร เหตุเป็นอย่างไรผลจึงเป็นอย่างนี้ ให้ย้อนหน้าย้อนหลัง อันนี้ก็ทำให้เราระลึกได้ ออกทีแรกนั่นละ ออกจากกรุงเทพก็มาจำพรรษาที่จักราช จิตก็เริ่มเจริญมาตั้งแต่นั้น มาทำกลดหลังเดียวจิตเข้าได้บ้างไม่ได้บ้าง คือจิตเข้าได้ทุกทีแนบสนิทๆ

ทีนี้พอทำกลดหลังหนึ่งยังไม่เสร็จจิตเข้าได้บ้างไม่ได้บ้าง รีบร้อยกลดปุบปับๆ เสร็จแล้วออกเลย ฟาดเสียเสื่อมปีห้าเดือน เห็นไหมล่ะ ที่มันเสื่อมปีห้าเดือนก็คือเรากำหนดเอาแต่จิตเฉยๆ กำหนดดูจิตด้วยสติมันเผลอได้ คำบริกรรมปั๊บเข้าไปสติอยู่กับคำบริกรรมติดแนบเลย นั่นถูกต้อง  พลิกใหม่เอาใหม่ได้ อย่างนั้นละ ใช้ความพิจารณาทำอะไร ศาสนาพระพุทธเจ้าเป็นศาสนาที่สุขุมมาก ละเอียดลออมาก ใครใช้ความพินิจพิจารณามากเท่าไรยิ่งดี สติปัญญานี่สำคัญ

วันพระวันโยมก็ให้มี วันพระก็ ๗ ค่ำ ๘ ค่ำ ๑๔ ค่ำ ๑๕ ค่ำ เกี่ยวกับศีลกับธรรม อบรมทางใจ จากนั้นก็ประกอบหน้าที่การงาน มีธรรมแทรกไปด้วยๆ ทีนี้เวลาทำงานทางด้านจิตตภาวนาก็รักษาจิตให้ดี อย่าให้คิดส่ายแส่ไปภายนอกไม่ดี

หมดแล้ว วัวก็หมดละ ทีนี้หมดละภาระเรา วัวเต็มอยู่นี่ออกหมดแล้ว ไปหมดแล้ว โล่ง ทุ่งนานี่โล่ง ทีนี้ให้พร

 

รับชมรับฟังพระธรรมเทศนาของหลวงตา ได้ที่

www.luangta.com หรือ www.luangta.or.th

และทางสถานีวิทยุเสียงธรรมเพื่อประชาชน FM 103.25 MHz

พร้อมเครือข่ายทั่วประเทศ

 


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก