เป็นไปตามนิสัย
วันที่ 18 สิงหาคม 2551 เวลา 8:00 น.
สถานที่ : วัดป่าบ้านตาด
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :
ข้อมูลเสียงแบบ(Win)   ข้อมูลเสียงแบบ(MP3)   วิดีโอแบบ(Win Narrow Band)   วิดีโอแบบ(Win High Band)

เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด

เมื่อวันที่ ๑๘ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๕๑

เป็นไปตามนิสัย

         ท่านอาจารย์ฝั้นท่านเก่งทางกระแสจิต ดูพวกผีพวกอะไร เห็นเหมือนกันกับเราดูคน ท่านเห็น..ท่านอาจารย์ฝั้น บางทีมาดูนอกๆ นี้ก็เห็นอีก ดูต้นไม้ดูผลไม้อะไรจิตรวมอยู่ข้างใน พอจิตรวมแล้วมันสว่างจ้าเปิดเผยหมดเลย ท่านเล่าให้ฟังเองนะอยู่ที่วัดธาตุนาเวง ไปกรรมฐานท่านพักอยู่ที่นั่น ท่านนั่งภาวนาตาใจไปเห็นเรียบร้อยแล้ว ตาเนื้อยังเซ่อซ่ายังไม่ยอมรับ คือนั่งกลางคืนท่านว่า มันสว่างไปหมด ผลหมากรากไม้ที่ไหนอะไรๆ มันจะเห็นเหมือนตาเนื้อ นี่เห็นแบบโลกๆ ท่านว่าอย่างนั้น เห็นแบบธรรมยังละเอียดกว่านี้ไปอีก

         ทีนี้พอจิตรวมสงบลงไปแล้วท่านก็ดูรอบๆ วัด เหมือนเอาตาเนื้อไปดู เอาตาใจละดู ไปเห็นมะละกอต้นหนึ่งมันสุกอยู่ข้างศาลา มองไปเห็น โอ๋ สุกสวยงามมาก ดูกลางคืนนะ ตื่นเช้าท่านไม่เชื่อตาท่าน เลยเอาตาฝ้าๆ ไปดู ไปดูมีจริงๆ โอ้ ชัดเจนมากท่านว่า ท่านเล่าเองนะ ไปดูมะละกอลูกนั้นสุกสวยงามมาก ท่านว่าอย่างนั้น นี่ละท่านอาจารย์ฝั้นรู้สึกว่าแปลกๆ อยู่ มันเป็นไปตามนิสัย อันนี้ไม่มีใครบอกใคร แต่เมื่อเป็นขึ้นตามนิสัยแล้วนิสัยอันนี้มันก็เบิกกว้างของมันไปเอง สนใจไปเอง พิจารณาไปเอง รู้ไปเองเรื่อยๆ เป็นตามนิสัย ถ้าหากว่านิสัยไม่มีมันก็ไม่ไป

         พระพุทธเจ้าท่านก็ทรงแสดงไว้ว่า ให้เป็นไปตามอัธยาศัยของนิสัยแต่ละรายๆ นิสัยไหนที่เชี่ยวชาญทางไหนก็ให้สืบต่อเรื่องราวอะไรๆ รู้ได้ตามนั้น ถ้านิสัยไม่ออกไปเกี่ยวก็ไม่ไปยุ่ง ท่านว่าอย่างนั้น ท่านเปิดโอกาสให้ตามนิสัย ไม่มีการบังคับ อย่างที่ท่านว่าตื่นเช้ามาท่านไปดูมะละกอ ท่านว่า ท่านพูดเองนะ ไปดูเอง อู๊ย สุกจริงๆ ท่านว่า กลางคืนไปเห็นหมด ตอนเช้าเลยไปดูมะละกอสุก ลูกสวยงาม

         ทีนี้ย่นเข้ามาท่านไปพักอยู่ที่เขาใหญ่ ท่านไปเที่ยวทางเขาใหญ่ก็มีพระองค์หนึ่ง ดูว่ามีเณรหรือตาปะขาว กับพระองค์หนึ่ง เขานิมนต์ท่านไปพักอยู่ที่นั่น อยู่ในเขาใหญ่ ท่านก็เลยพัก นี่ละตาใจเป็นอย่างนั้นละ ปฏิเสธไม่ได้นะตาใจ ปั๊บนี่แม่นยำเลยๆ พอไปพักอยู่ที่นั่นเขามาหาท่านตอนเย็นๆ ไม่ใช่มากลางคืน มาตอนเย็นๆ เขามาหาท่าน อยู่ที่เขาใหญ่ ทางขึ้นเขาใหญ่ ท่านไปภาวนาที่นั่น เห็นว่าสะดวกสบายดี กับตาปะขาวกับพระองค์หนึ่ง ดูว่าอย่างนั้นละ

ท่านพิจารณาอยู่นะท่านอาจารย์ฝั้น เขาเล่าให้ฟังว่าที่นี่ยังมีผีกองกอยนะ เขาว่าอย่างนั้น มันเป็นตัวอย่างไรก็ไม่รู้ แต่มันร้องเสียงกองกอยๆ กลางคืนเงียบๆ ว่าอย่างนั้น ท่านก็ฟังไว้ ท่านนิ่งๆ คอยฟัง แถวนี้มีเขาบอกอย่างนั้น ท่านไปพักอยู่ที่นั่น บอกว่าแถวนี้มีผีกองกอย ท่านก็ถามผีกองกอยเป็นอย่างไร พูดรูปร่างของมันไม่รู้ละ แต่เสียงมันร้องกองกอยๆ ท่านก็ฟัง พอตกกลางคืนก็มาจริงๆ นี่ละตาธรรมกับตาโลกีย์ตาโลก ผีเป็นโลก ใจของท่านเป็นธรรม ไปดูกัน

พอตกกลางคืนก็มาจริงๆ เขาบอกว่ามันมีผีกองกอยแถวนี้ มันถึงชัดอย่างนั้น ใครจะไปค้านท่านได้ท่านลงเห็นขนาดนั้นแล้ว ท่านก็นั่งภาวนาเงียบๆ เสียงกองกอยๆ เพราะตาท่านเป็นตาสำคัญ ตาธรรม ท่านเห็นไปหมดท่านอาจารย์ฝั้น กองกอยๆ มา ท่านก็นั่งภาวนาเตรียมรับดูมันจะเป็นอย่างไรผีกองกอย ท่านว่าอย่างนั้น จะดูผีกองกอย ดูด้วยตาใจ มันจะปิดอยู่ได้อย่างไร ร้องกองกอยๆ อย่างเขาว่าจริงๆ เสียงร้องกองกอยๆ กลางคืนดึกๆ ท่านก็นั่งอยู่ มาหาดูว่าพระองค์หนึ่ง ตาปะขาวคนหนึ่ง มาทางด้านนั้น ท่านนั่งอยู่

ทีนี้พอมันเข้ามาทางด้านของพระพอสมควรที่ท่านจะดูแล้ว ท่านก็หมุนจิตไปดู  อู๊ย กลัวมากนะ ท่านว่าอย่างนั้น ผีกองกอยนี่กลัวธรรมมาก กลัวเอาจริงๆ เหมือนหมากลัวเสือ ป่าราบไปเลยทีเดียว กลัว พอตาธรรมท่านสอดมองดูปั๊บ เรียกว่าสายตารับกันปั๊วะทีเดียวไปเลย เรียกว่าป่าเลิกไปเลย กลัวขนาดนั้นละท่านว่าอย่างนั้น โอ๊ย เห็นแล้วผีกองกอย เห็นตัวมันแล้ว มันเหมือนลิงนะ ท่านว่าอย่างนั้น เห็นรูปร่างมัน รูปร่างในนามธรรม ไม่ใช่รูปร่างอย่างนี้ คือจิตท่านดูมันเหมือนลิง พอตามันกับตาเราสบกัน ตามันก็เป็นตานามธรรม ตาจิตท่านเป็นตานามธรรม พอสบกันปั๊บปุ๊บทีเดียวเลยล้มระนาวไปเลย กลัวมาก กลัวท่านนั่นละ นี่ท่านเล่าให้ฟัง

ท่านอาจารย์มั่นก็มีอะไรต่างๆ เหมือนกัน นั่นละมันเป็นไปตามนิสัย เหล่านี้มันเป็นไปตามนิสัย ถ้าไม่มีก็ไม่ต้องสนใจ ท่านก็บอกไว้ในธรรม ถ้ามีแล้วใครจะสนใจให้แยกไปทางไหนๆ ในสิ่งที่รู้ปลีกย่อยก็ขยายกันออกไป ถ้าไม่มีอย่างนั้นก็ไม่ต้องสนใจ ท่านว่า ท่านแสดงไว้ในธรรม

อย่างท่านอาจารย์ฝั้นนี่สำคัญอยู่ กองกอยๆ มา พอตามาสบท่านเท่านั้นละ โหย กลัวเหมือนหมากลัวเสือ กลัวขนาดนั้นละ ปั๊วะทีเดียวไปเลยทีเดียว กลัวมาก พอตาสอบกัน ตาธรรมกับตาผีสบกัน ไปเลย โธ่ ฤทธิ์ของท่านไม่ใช่เล่นนะ ท่านจะเอาเราไปที่ท่านมรณภาพ ตอนนั้นเราไปพักอยู่ที่วัดดงศรีชมภู ไปพักอยู่หลายวัน ทีนี้เราจะกลับ พอดีตกกลางคืนตอน ๖ โมง ๕๐ นาที ท่านสิ้นใจ ตอนเช้ามาดลบันดาลท่านจะไม่ให้เรากลับอุดร  ท่านจะให้เราไปนู้น

จนเราออกปากพูดดังโก้กๆ เลย มันจะเกิดเหตุวันนี้มีแน่ๆ คอยดูนะ มันสะเทือนจิตสามหนแล้ว หนนี้แรงมาก เราบอกอย่างนั้น จะมีคอยดูมีแน่ๆ  พูดป้างๆ เหมือนบ้าละเราก็ดี เพราะมันกระเทือนจิตถึงสามหน หนที่สามนี่กระเทือนมากทีเดียว ความจริงท่านเสียกลางคืน ตอน ๖ โมง ๕๐ นาที พอดีท่านเอียนมาจากกรุงเทพ มาฉันจังหันที่บ้านตังล้ง พอมาฉันแล้วมาทราบข่าวว่าท่านอาจารย์ฝั้นมรณภาพเมื่อคืนนื้ดูว่า ๖ ทุ่ม ๕๐ นาที ดูว่าอย่างนั้น เล่าให้ท่านเอียนฟัง ท่านเอียนเลยเอาข่าวนี้ไป

ทีนี้รถของเราจะมาอุดรมาไม่ได้ ติดขัดตลอด จนกระทั่งร้องโก้กๆ วันนี้มันจะมีเรื่องอะไรนะ เหมือนกลั่นเหมือนแกล้งกัน เหมือนโลกๆ กลั่นแกล้งเราอยู่อย่างนั้นตลอดเวลาไม่ให้เรามา เราก็ได้พูดมันจะเกิดเรื่องวันนี้ คอยดูก็แล้วกัน พูดออกมาเลย กระเทือนจิตถึงสามหน พอดีท่านเอียนไปลงรถปั๊บรถติดเครื่องมันไม่ติด ติดปุบๆๆ ดับ ติดปุบๆ ดับ จะออกออกไม่ได้ ท่านอาจารย์ฝั้นไม่ให้ไป เห็นไหม

พอท่านเอียนลงรถปั๊บวิ่งมาเลยมากระซิบ ท่านอาจารย์ฝั้นเสียเมื่อคืนนี้ตอน ๖ โมง ๕๐ นาที ว่าอย่างนั้น เออ เอาละที่นี่รถไม่ต้องติดเครื่อง เหยียบคันเร่งเลย อันนี้เองที่ว่ามันจะเกิดเรื่อง มันเกิดจริงๆ นะ เหมือนกลั่นเหมือนแกล้งกันอยู่ตลอดเวลา ไม่ให้เรามาอุดร กลั่นแกล้งเราจะให้เราไปนู้น เป็นอย่างนั้นละธรรม เวลากลั่นแกล้งก็กลั่นแกล้งจริงๆ จนร้องโก้กเลยเรา วันนี้จะเกิดเรื่องละคอยดู เกิดจริงๆ เรื่องท่านอาจารย์ฝั้นห้ามไม่ให้เรามาทางนี้ ให้เราไปหาท่านก่อน พอทราบแล้วไม่ต้องติดเครื่อง เหยียบคันเร่งเลย ไปผึงเลย

ไปพรรณา พระเณรรอกันอยู่แล้ว รอเราองค์เดียว ท่านเสียในคืนวันนี้ ตอนเย็นเราก็ไป พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวท่านเสด็จไปประทับที่ภูพาน ท่านเสด็จมาเยี่ยม ท่านก็ถามถึงว่าท่านอาจารย์มาหรือยัง ว่ายัง ไปหาท่านเสียก่อนไปค้างนั้นคืนหนึ่งตื่นเช้าถึงได้มา อย่างนี้ละเรื่องราว มันกลั่นมันแกล้งกันอยู่ไม่ให้ไป ท่านอาจารย์ฝั้นกับเรา

มันก็เข้ากันได้ท่านอาจารย์ฝั้นกับเรา เจดีย์ใหญ่ๆ นี่ใครเป็นคนสร้างขึ้น ๑๒ ล้าน เราหาเงินให้หมด สร้างให้หมดเลย ๑๒ ล้าน เหลือเงินอยู่ ๘ แสน พอสร้างเจดีย์เสร็จเรียบร้อยแล้วเราก็มอบให้วัดอุดมสมพรทั้งหมดเลย ๘ แสนที่เหลือจากสร้างเจดีย์ ๑๒ ล้านเสร็จเรียบร้อยแล้ว เงินมันก็มาเองละปุ๊บปั๊บๆ เพราะทราบว่าเราเป็นหัวหน้า พากันมาขอ ประชุมกันไม่รู้กี่ปี สามปีไม่สำเร็จ ที่จะสร้างเจดีย์ท่านอาจารย์ฝั้นเราปัดไว้ตั้งแต่ต้น อย่าให้เราสร้างเลย เราสร้างเจดีย์พิพิธภัณฑ์พ่อแม่ครูจารย์มั่นแล้วอย่าให้เราสร้าง ให้พากันพิจารณากันเสีย เราว่าอย่างนั้น เราก็ปล่อยไป แล้วประชุมอยู่สามปีไม่ได้เรื่องเลย

พอปีที่สามมีคณะกรรมการมาประชุมห้าคน สุดท้ายก็ยกขบวนมาเลย ผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้กำกับการตำรวจสกลนคร กับประชาชนญาติโยมเต็มมานี่ หลั่งไหลกันไป มาพูดถึงเรื่องความสุดๆ สิ้นๆ ให้ฟังว่าเจดีย์ของท่านอาจารย์ฝั้นนี้จะขึ้นไม่ได้แล้ว หมดแล้ว เมื่อเช้านี้มาประชุมห้าคนคณะกรรมการ หมดหวังแล้วจึงพากันมาขอท่านอาจารย์ ทีนี้เราก็เคารพท่านอาจารย์ฝั้นมาแต่ไหนแต่ไรด้วย ก็คงไม่มีทางไปแล้ว เราก็เลยรับให้ นั่นละเรื่องราว รับไว้ก็รับหมดเลย เจดีย์ทั้งหมดเราสร้างให้หมดเลย ๑๒ ล้าน เหลือเงินอยู่ ๘ แสนเราก็เลยมอบให้ท่านแปลงหรืออะไรอยู่ที่นั่น เราไม่ลืม ตกลงเราสร้างให้หมดนะเจดีย์หลังนั้น ท่านอาจารย์ฝั้นกับเราเป็นอย่างนั้นละ เจดีย์ ๑๒ ล้านก็เราสร้างให้หมดเลย เหลือเงินอยู่ ๘ แสนก็เลยมอบเงินนี้ให้ท่านแปลงในวัดนั้น วัดนี้รับพึ่งเป็นพึ่งตายจริงๆ นะ เศษเหลืออะไรควรจะให้วัดนี้เลยมอบให้วัดนี้ทั้งหมด เหลือเงินอยู่ ๘ แสน วัดอุดมสมพร

 

รับชมรับฟังพระธรรมเทศนาของหลวงตา ได้ที่

www.luangta.com หรือ www.luangta.or.th

และทางสถานีวิทยุเสียงธรรมเพื่อประชาชน FM 103.25 MHz

พร้อมเครือข่ายทั่วประเทศ

 


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก