งามด้วยน้ำใจ
วันที่ 22 กันยายน 2551 เวลา 8:10 น.
สถานที่ : วัดป่าบ้านตาด
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :
ข้อมูลเสียงแบบ(Win)   ข้อมูลเสียงแบบ(MP3)

เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด

เมื่อวันที่ ๒๒ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๕๑

งามด้วยน้ำใจ

วันนี้ฉันจังหันได้ดีมากนะ เวลามันจะเป็นมีสัมผัสนิดเท่านั้นก็ฉันได้มาก คือธรรมดามันเฉย ๑ ฝืน ๑ มีแต่เฉยกับฝืนละฉันมาโดยลำดับ วันนี้รู้สึกยิบแย็บ ฉันได้มาก แต่ก็จะมีเท่านั้นละ คนแก่มันเป็นอย่างนั้นละ ถ้าวันไหนมันยิบแย็บนิดหนึ่งวันนั้นฉันได้มาก

       หาทองคำเข้าคลังหลวงคราวนี้รู้สึกว่าได้มาก ๑๑,๘๒๔ กิโล ได้เยอะ อันนี้ละที่จะไปเป็นหัวใจของชาติไทยและออกโชว์ตัวได้ ไม่เสียศักดิ์ศรีดีงามของเมืองไทย ซึ่งมีจำนวนพลเมืองตั้ง ๖๒ ล้านคนขึ้นไป มีทองคำเป็นเครื่องประดับ บ้านทั้งบ้าน เมืองทั้งเมือง ชาติทั้งชาติ ควรจะมีเครื่องประดับในชาติของตน

         รวมทั้งหมดตั้งแต่เราเริ่มหาทองคำมาถึงวันนี้ได้ทองคำ ๑๑,๘๒๔ กิโล ได้เยอะ ดอลลาร์ที่เข้าคลังหลวงแล้ว ๑๐ ล้าน ๒ แสนกว่าดอลลาร์ รู้สึกว่าเด่นอยู่นะที่พี่น้องชาวไทยเราหาสมบัติเข้าคลังหลวงของตน รู้สึกว่าเด่นมากอยู่ ทองคำได้ ๑๑,๘๒๔ กิโล ไม่ใช่ของเล่นนะ แล้วดอลลาร์ก็ ๑๐,๒๑๔,๖๐๐ ดอลลาร์ สมบัติอันนี้ละเข้าเป็นหัวใจของชาติ ทั้งเป็นกิ่งเป็นก้านสาขาดอกใบหอมหวนชวนชมอยู่ในนี้หมด ถ้ามีแต่ตัวคนล่อนจ้อนเขาไม่มองหน้านะ ต้องมีเครื่องประดับ เหมือนต้นไม้ที่เป็นหัวตออยู่กลางทุ่งนาใครไม่มอง ถ้ามีใบเขียวชะอุ่มแล้วแม้แต่สัตว์ก็ไปเต็มอยู่ใต้ร่มไม้ อย่าว่าแต่คนเลย เป็นอย่างนั้นละ

ทีนี้ย่นเข้ามาในหัวใจ ใครมีแต่เพศของมนุษย์เฉยๆ ไม่มีธรรมสู้สัตว์ไม่ได้ มนุษย์นี้ฉลาด ทำลายกันเก่ง ทำลายทั่วๆ ไป พอมีธรรมเท่านั้นก็ประดับตัวทันทีมนุษย์เรา ยิ่งเข้ามาบวชเป็นพระตั้งหน้าตั้งตาปฏิบัติเพื่อศีลเพื่อธรรมล้วนๆ แล้วงามตลอด  พระไม่ได้งามด้วยอะไรนะ ไม่ได้งามด้วยหัวโล้นโกนคิ้ว งามด้วยน้ำใจที่มีต่อธรรม แล้วกระจายออกไปจากน้ำใจที่มีแต่ธรรมก็เป็นมารยาทที่สวยงาม

อย่างที่ท่านพูดถึงพระสันตกาย พระสันตกายนี้แต่ก่อนท่านเคยเป็นราชสีห์ มีผู้นำสักขีพยานมาสาธก เป็นพยานกันอย่างจังๆ เลย คือพระพุทธเจ้ายังทรงพระชนม์อยู่ พระสันตกายนี้พระเข้าใจกันเป็นส่วนมากว่าท่านเป็นพระอรหันต์ คงจะเอากิริยาวัดกันนะ ไม่เอาน้ำใจวัดกัน เห็นพระสันตกายนี้สงสัยๆ คือสงสัยมากต่อมาก สงสัยกันทั้งวัด และกว้างขวางออกไปว่าพระสันตกายนี้เด่นมากทางมารยาท กิริยาเหลือบซ้ายมองขวาเหมือนมีสติอยู่ตลอดเวลา เคลื่อนไหวไปมานี้งามตลอด จึงเรียกว่าพระสันตกาย ผู้มีกายอันสวยงามในการประพฤติเคลื่อนไหวไปมาของตัวเอง แปลออกว่าอย่างนั้น

ต้นเหตุก็เพราะพระสันตกายท่านมีมารยาทที่สวยงามมาก ใครดูก็ว่าท่านเป็นพระอรหันต์ทั้งนั้น ไปทูลถามพระพุทธเจ้า ก่อนที่จะเกิดเหตุขึ้นมา ไปทูลถามพระพุทธเจ้าว่าพระองค์นี้ทำไมถึงสวยงามเอานักหนา พระทั้งวัดสู้ไม่ได้ ว่าอย่างนั้นละ กิริยมารยาท  ท่านเป็นพระอรหันต์แล้วเหรอ ยัง ว่าอย่างนั้น แล้วทำไมกิริยาของท่านจึงเป็นอย่างนั้น

พระพุทธเจ้าสาธกมาเลยทีนี้ เอาอดีตชาติของท่านมา ท่านเคยเป็นราชสีห์ ราชสีห์มีกิริยาสวยงามเหมือนแมวเหมือนเสือ ไปที่ไหนมีสติสตังรอบตัวๆ พวกเสือพวกแมวเป็นอย่างนั้น ราชสีห์ก็แบบเดียวกัน เลยยกอดีตชาติของท่านมาท่านเคยเป็นราชสีห์มาแต่ก่อน มีกิริยามารยาทสติสตังสวยงามมาตั้งแต่ดั้งเดิม เพราะฉะนั้นท่านมาเกิดเป็นมนุษย์นี้ท่านจึงมีมารยาทอันสวยงาม

จากนั้นท่านก็ประชุมเทศน์ สนฺตกาโย สนฺตวาโจ สนฺตมโน สุสมาหิโต วนฺตโลกามิโส ภิกฺขุ, อุปสนฺโตติ วุจฺจติ ผู้มีกายอันสงบ มีวาจามีใจอันสงบ คายโลกามิสเสียได้หมดโดยประการทั้งปวง นั้นแลคือผู้เห็นภัยโดยแท้ ภิกฺขุ แปลว่าผู้เห็นภัย เป็นผู้เห็นภัยโดยแท้ร้อยเปอร์เซ็นต์ ท่านว่าไว้ มันเป็นมาตามนิสัย คือถึงจะเป็นพระอรหันต์แล้วก็ตามนิสัยอันนั้นมันติดตัวมา เป็นเอง ไม่ต้องตั้งหน้าตั้งตาทำ มันหากเป็นเอง บางทีตั้งหน้าตั้งตาทำ กิริยาธรรมดาไม่ตั้งหน้าตั้งตามันก็เป็นนิสัยอยู่อย่างนั้น

อย่างนิสัยแมวนิสัยเสือระวังตลอด ยกเท้าขึ้นจะเหยียบอะไรพอมีเสียงอะไรแปลกๆ ยังไม่เหยียบนะ ยังยกไว้ก่อน ฟังละเอียดลออแล้วค่อยก้าวไป..เสือระวังตัวเอง เป็นอย่างนั้น มีพระพุทธเจ้าเป็นสักขีพยานสาธกออกมาเลยทันที แต่ก่อนท่านเคยเป็นนั้นๆๆ มาเป็นลำดับ อย่างพระสันตกายเคยเป็นพระราชสีห์ ราชสีห์นี้เป็นผู้มีสติดี ดีมากในประเภทสัตว์ทั้งหลาย ราชสีห์เป็นผู้มีสติดีมาก อย่างมาทุกวันนี้ก็พวกแมวพวกเสือสติดี ระวัง

เออ พอพูดถึงเรื่องเสือแล้วนะมันก็ไปสัมผัส สมัยปัจจุบันนี้เขาขี่เสือได้นะ ที่บ้านธรรมลีอยู่นี้มีคนหนึ่ง เขาเรียกพรานป้อตัวเตี้ยๆ ขี่เสือมา คนร่ำลือกันทั้งบ้าน ทีนี้ไปทางบ้านดงหญ้านาง ไปอำเภอ.. นั้นก็ขี่เสือ แล้วก็มาเป็นลูกศิษย์พระ เพราะฉะนั้นท่านถึงได้ไล่เบี้ยเอาขี้แตกหมด ไม่มีเหลือขี้ติดตัวเลยถูกท่านไล่เบี้ยเอาหมด ขี่เสือจริงๆ ใช่ไหม เขาร่ำลือกันทั้งบ้านว่าอย่างนั้น ว่าคุณนี้ขี่เสือใช่ไหม ใช่ แล้วทำไมถึงได้ขี่เสือล่ะ ก็คิดคึกคิดคะนองนั้นแหละ ไปเรียนวิชามาจากทางฝั่งนู้นพวกโซ่พวกข่า เขามีวิชาขี่เสือ ไปเรียนวิชาขี่เสือกับเขามา

ส่วนผาแดงนี้ไม่ทราบมาจากไหน หากขี่เสือได้เหมือนกัน นี่เขาเรียกพรานป้อคนเตี้ยๆ ขี่เสือไปได้สบาย คนที่อยู่บ้านมายนั้นเขาขี่เสือได้สบาย ทีนี้มาเป็นลูกศิษย์พระ อุปถัมภ์อุปัฏฐากพระกรรมฐานท่านเลยซักถามเรียบร้อยจนเข้าใจหมด ว่าท่านไปเรียนวิชาฝั่งนู้นมา วิชาขี่เสือ ไปด้วยกันสี่คน ไปเรียนวิชาขี่เสือ ครูเขามีทางนู้น ครั้นเวลาไปแล้วครูเขาก็พาไป ใครจะกล้าอย่างไรๆ ก็รู้กันตอนนี้ละ ครูก็ไปนั่งร่ายมนต์ นั่นละเก่งไหมครู ร่ายมนต์เรียกเสือมา

พอไปนั่งแล้วก็เตรียมตัวนะ บอกเลยให้เตรียมตัวไว้เสือจะมา ตัวไหนอยู่ใกล้มาก่อน ตัวไหนอยู่ไกลก็มาทีหลัง พอเขานั่งทำพิธีสวดมนต์ไม่นานเสือก็มา มาก็มานอนเอ๊ะๆ อยู่ตามนี้เหมือนสัตว์บ้าน ไม่ได้กลัวคน แต่คนที่ไปกับหมอนั้นตัวสั่นเลย ขี้ราด แถวนั้นขี้คงออกหมด ขี้ราด ไปก็ร่ายมนต์ให้มันมา พอมันมาแล้วทีนี้ก็เอาถ้าอยากจะทดลองอยากขี่เสือ เอา ใครกล้าไปขี่เสือตัวนั้น มันนอนอยู่ตามนี้ ถ้าอยู่บริเวณใกล้มีเสือมากมันก็มาหลายตัว สี่ตัวห้าตัวมา

พอร่ายมนต์ เอาทีนี้ขั้นฝึกเบื้องต้นฝึกกัน ให้ครูนั่งทางนี้แล้วก็ร่ายมนต์เรียกเสือมา เสือก็มานอนอยู่เหมือนสัตว์บ้าน คนนี้ร่ายมนต์แล้วให้ขี่เสือมา ไปไม่ได้ สี่คนเหลวหมดไปไม่ได้กลัวเสือ เสือมันก็นอนธรรมดา คนหนึ่งเพราะเชื่อครู เอา ตายเพราะครู มอบให้ครูทั้งหมด เชื่อครู ไปเลยขึ้นขี่เสือมาหาครู ครูนั่งอยู่ตรงนี้เสือมันมานอน นั่นละคาถาไสยศาสตร์

พอไปก็ไปขี่เสือมาจริงๆ มาหาครู นอกนั้นไปไม่ได้เลย สามคนไปไม่ได้ คนที่สี่เชื่อครู ตายก็ตายเพราะครู เอาตาย เสียสละไปเลยขี่เสือมาได้ มีสี่ตัวขี่มา จากนั้นก็ฝึกกันละที่นี่ คนนี้ได้คนเดียวขี่เสือได้ ฝึกขั้นนี้แล้วทีนี้ก็ให้ไปนั่งอยู่ตรงนั้น ครูจะนั่งที่นี่ ให้ร่ายมนต์เรียกเสือมา มาหาแล้วก็ให้ขี่เสือตัวนั้นมาหาครูเป็นระยะๆๆ จนตายใจแน่ใจแล้วว่าขี่ได้ไม่กลัวแล้วก็ปล่อย ก็ได้วิชาขี่เสือ เรื่องราวเป็นอย่างนั้น

นี่เรียกว่าไสยศาสตร์ วิชาขี่เสือขี่ได้ อย่างอีตาพรานป้อแกขี่เสือได้ ได้เห็นชัดๆต่อหน้าต่อตาคนทั้งบ้าน เห็นก็ไม่ว่าแกว่า แต่อย่ากระโตกกระตาก อย่าร้อง ถ้าร้องมันตบเจ้าของ พอร้องมันตบเจ้าของโดดไป เจ็บว่าอย่างนั้นนะ ถ้าคนไม่ร้องก็ขี่ไปได้ธรรมดา นี่อยู่บ้านหนองแวงบ้านธรรมลี เขาเรียกพรานป้อ นี่ก็ขี่เสือได้ แกพึ่งตาย ขี่เสือได้ อย่างนั้นละวิชาไสยศาสตร์ขี่เสืออะไรๆ ได้  เอาละวันนี้พูดเท่านั้น ขี่เสือก็ได้ ขี่ช้างช้างอยู่ข้างหลังไปขี่เอานะ ไม่พูดละ ช้างอยู่ข้างหลังวัดนี้ มีช้างตัวหนึ่ง จะให้พร

 

รับชมและรับฟังพระธรรมเทศนาของหลวงตา ได้ที่

www.luangta.com หรือ www.luangta.or.th

และสถานีวิทยุเสียงธรรมเพื่อประชาชน  FM 103.25 MHz

พร้อมเครือข่ายทั่วประเทศ

 


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก