จิตเที่ยง นิพพานเที่ยง
วันที่ 2 ตุลาคม 2551 เวลา 8:10 น.
สถานที่ : วัดป่าบ้านตาด
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :
ข้อมูลเสียงแบบ(Win)   ข้อมูลเสียงแบบ(MP3)

เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด

เมื่อวันที่ ๒ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๕๑

จิตเที่ยง นิพพานเที่ยง

        วันนี้วันที่เท่าไร (๒ ตุลาเจ้าค่ะ) ที่ ๒ กุมภา (ตุลาค่ะ) ตุลาเหรอ นึกว่ากุมภา มันเป็นอย่างนั้นละ เฒ่าแก่มาแล้วมันเป็นอย่างนั้น ไปตามทางวันนี้จะไปที่นั่นพอเดินไปตามทางถึงกลางทาง เอ๊นี่เราจะไปไหนกันนี่ เป็นอย่างแล้วนะเดี๋ยวนี้นะ วันนี้เราจะไปไหนกันนะ คือเราเองเป็นคนสั่งว่าวันนี้จะไปธุระที่นั่น พอไปถึงครึ่งทาง เอ๊นี่เราจะไปที่ไหนกันนะวันนี้ เป็นแล้ว

          นี่กิริยาคืออาการของจิต อาการของจิตมันวิบแว็บๆ พลิกแพลงเปลี่ยนแปลง ที่ว่าหลงหน้าหลงหลังคืออาการข้างนอกมันหลง ส่วนภายในเป็นอีกอย่างหนึ่ง ภายในที่เป็นจิตแท้มันเป็นอย่างนี้ อาการของจิตมีหลงลืม ตัวจิตแท้ไม่มีกิริยาอันนี้ไม่มี ฝึกให้เต็มที่แล้วไม่มีอะไรจะเลิศเลอยิ่งกว่าจิตที่ฝึกเรียบร้อยแล้ว ไม่มีเรื่องวิตกวิจารณ์ว่าจะเป็นอะไรต่ออะไรไปอีก คงเส้นคงวาหนาแน่น นั่นละจิตที่ว่าธรรมชาติของจิตแท้ธรรมแท้เข้าเป็นอันเดียวกัน คือจิตกับธรรมเข้าเป็นอันเดียวกัน

          วันนี้เป็นวันอะไร (วันพฤหัสเจ้าค่ะ) อังคาร พุธ พฤหัส อ๋อ วันพฤหัสวันที่เท่าไร (วันที่ ๒ เจ้าค่ะ) หลงหน้าหลงหลังเดี๋ยวนี้นะ แต่ก่อนวัยหนุ่มวัยอะไรธรรมดาก็ไม่เห็นมีหลงหน้าหลงหลัง เดี๋ยวนี้หลงหน้าหลงหลังนะ คิดดูอย่างว่าเราจะไปที่นั่นพอไปถึงครึ่งทาง อ้าวนี่เราจะไปไหนกันนี่ ไม่รู้ทิศทางไป เป็นอย่างนั้นละ หลงหน้าหลงหลัง อาการของจิตเป็นอย่างนั้น จิตที่ได้ฝึกเต็มที่แล้วสง่างามไม่มีอะไรเสมอ

จะว่าจิตก็ได้ จะว่าธรรมก็ได้ จิตกับธรรมเป็นอันเดียวกัน นั่นละธรรมแท้ จิตแท้ อาการนี้ไม่แท้ เป็นกิ่งก้าน เหมือนอย่างต้นไม้ ใบนั้นล่วงใบนี้งอกขึ้นมา ใบนั้นแก่ใบนี้ล่วงลงไป เป็นอาการของต้นไม้ นี่อาการของจิตก็เหมือนกัน ฝึกให้เต็มที่พอเข้าถึงขั้นคงเส้นคงวาแล้วทีนี้ไม่มีวิตกวิจารณ์อะไรเข้ามารบกวน เสมอเลย จิตที่ฝึกเรียบร้อยแล้วเป็นอย่างนั้นละ คือเราอยากจะทราบเรื่องจิตของเรา นักภาวนาเอาให้ถึงขีดแล้วต้องพิจารณาย้อนหน้าย้อนหลัง อาการของเราเป็นอย่างไร ระยะนั้นๆจิตเป็นอย่างไร ระยะนั้นๆจิตเป็นอย่างไร การฝึกอบรมอยู่ไม่หยุดไม่ถอย  อาการของจิตจะเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงขั้นตายตัวแล้วไม่มีอาการเปลี่ยนแปลง

จิตแท้ ธรรมแท้ พูดได้ทั้งสองอย่าง อย่างจิตพระพุทธเจ้า-จิตพระอรหันต์ไม่มีอะไรจะเข้าไปทำลายหรือเปลี่ยนแปลงได้ คงเส้นคงวา ที่ท่านว่านิพพานเที่ยงคือจิตดวงนี้เที่ยงแล้ว หมดอาการอะไรๆ จะเข้ามารบกวน หมด จึงว่าจิตเที่ยง นิพพานเที่ยง จิตกับนิพพานก็เป็นไวพจน์ของกันและกัน เมื่อถึงขั้นนั้นแล้วจะว่านิพพานก็ได้ จะว่าจิตบริสุทธิ์ก็ได้ เป็นไวพจน์ใช้แทนกันได้

พยายามฝึกจิตมานี้ตั้งแต่พรรษา ๗ นะ หยุดจากเรียนพรรษา ๗ หยุดจากเรียนหยุดหมดละ ทีนี้จะตั้งหน้าปฏิบัติโดยถ่ายเดียว การเรียนเอาแค่นี้ก็ได้แค่นั้นแล้วหยุดเลย ทีนี้เข้าทางด้านปฏิบัติตั้งแต่บัดนั้นละตั้งแต่พรรษา ๗ เข้าด้านปฏิบัติ เข้าด้านปฏิบัตินี้อาศัยในป่าในเขา ตามถ้ำเงื้อมผาเป็นที่สะดวกสบายในการดูความเคลื่อนไหวของจิต จิตมันจะเคลื่อนไหวเป็นอาการอยู่เรื่อยๆ สติคอยจับๆ ชำระซักฟอกกันไป ค่อยสงบ สงบแล้วก็ผ่องใส ผ่องใสแล้วก็สง่างามเรื่อยๆ จนเข้าถึงเต็มที่เต็มภูมิของจิตแล้วจ้าไปหมดเลย นั่นละจิตสว่าง พระอาทิตย์สิบดวงสู้ไม่ได้ ความสว่างของจิต

อันนั้นไม่ได้ให้ความสุขความสบายแก่เรา..พระอาทิตย์ แต่จิตที่สว่างไสวนี้ให้เป็นความสุขความสบายเป็นความอัศจรรย์ได้โดยไม่ต้องสงสัยละ นี่ผู้ฝึกจิต จิตเป็นของฝึกได้นะ ฝึกถึงขั้นตายตัวแล้วท่านบอกว่านิพพานเที่ยง จิตฝึกตัวให้เรียบร้อยแล้วเที่ยงตรงนั้นละ ผู้ฝึกที่เป็นครูเอกของเราก็คือพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าท่านฝึกพระองค์มาก่อน..๖ ปีได้ตรัสรู้ธรรม จากนั้นมาก็สาวกเรื่อยๆ ฝึกจิตเข้าถึงขั้นคงเส้นคงวา ทีนี้หนาแน่นละ

วันนี้ก็สายไปหน่อย ฟ้าหญิงท่านก็มา เป็นไหมละเรื่องอรรถเรื่องธรรมถูกกับหัวใจของทุกดวงนั่นแหละ มีแต่กิเลสหนาแน่นมันขี้เกียจขี้คร้านภาวนาอบรมจิตใจ ถ้าจิตมีความรักใคร่ใกล้ชิด ต่อธรรมแล้วมันจะหมุนเข้าหาธรรมเรื่อยๆ จิตก็สว่างไสวออกไปเรื่อย จิตเป็นของฝึกได้ ฝึกจนกระทั่งถึงวันนิพพานเที่ยง นั้นละจิตที่ฝึกได้เต็มตัวแล้วจิตเที่ยงนิพพานเที่ยงอันเดียวกัน ไม่ผิดกันละ ฝึกให้เต็มตัว เป็นของฝึกได้

พระพุทธเจ้าแต่ก่อนก็ยังไม่เรียกว่าพระพุทธเจ้า พอตรัสรู้ผางขึ้นมาแล้วฝึกได้เต็มภูมิของศาสดาเอกแล้ว สอนโลกได้จนกระทั่งทุกวันนี้ เรายังได้ยึดแนวทางที่ท่านพาดำเนินเพื่อความพ้นทุกข์มาตลอดจนกระทั่งทุกวันนี้ เพราะอย่างนั้นจึงต้องให้ใกล้ชิดกับอรรถกับธรรม อย่ามาสุมแต่โลกสงสาร พวกมูตรพวกคูถ กำลงไปทีไรก็มีแต่มูตรแต่คูถเต็มไม้เต็มมือ ไม่ได้มีอรรถมีธรรมเข้าสู่หัวใจเลยใช้ไม่ได้นะ วันนี้เอาเท่านั้นละนะ จะให้พรแล้ว

วันนี้เจ้าฟ้าหญิงท่านก็มาก็ดีและ ไม่ได้เทศน์มากนะละ ให้อบรมจิตให้ดีนะ ให้จิตมีความสงบ จิตมีความสงบแล้วสบายๆ สงบเท่าไรผ่องใสเท่าไรยิ่งสบายเท่านั้น จิตถึงขั้นเต็มภูมิแล้วก็สบายตลอด ท่านว่านิพพานเที่ยงคือจิตเที่ยง นั่นละสุดท้ายของการฝึกจิต ถึงจิตบริสุทธิ์เต็มที่แล้ว เรียกว่าจิตเที่ยง นิพพานเที่ยง เอาตรงนี้ละนะ ให้พรนะ

 

รับชมรับฟังพระธรรมเทศนาของหลวงตา ได้ที่

www.luangta.com หรือ www.luangta.or.th

และสถานีวิทยุเสียงธรรมเพื่อประชาชน FM103.25MHz

พร้อมสถานีวิทยุเครือข่ายทั่วประเทศ

 


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก