เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด
วันที่ 13 มิถุนายน 2544
สถานที่ : วัดป่าบ้านตาด
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :

เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด

เมื่อวันที่ ๑๓ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๔๔

ยึดท่านผู้เลิศเลอเป็นแบบฉบับ

สรุปทองคำและดอลลาร์เมื่อวันที่ ๑๒ คือวานนี้ ทองคำได้ ๗ บาท ๙๙ สตางค์ ดอลลาร์ได้ ๑๒๓ ดอลล์ ทองคำที่มอบเข้าคลังหลวงแล้วเวลานี้ ๒,๐๖๒ กิโลครึ่ง ทองคำที่ได้หลังจากการมอบแต่ยังไม่ได้หลอมนั้นเป็นจำนวน ๔๒๐ กิโล ๑๘ บาท ๘๕ สตางค์ รวมทองคำทั้งหมดได้ ๒,๔๘๒ กิโลครึ่ง กว่าจะถึง ๔,๐๐๐ กิโล อันนี้นับไปเรื่อยขึ้นเรื่อย อย่างน้อยต้อง ๔,๐๐๐ กิโลแล้วก็ต่อยอด อันนั้นแล้วแต่จะได้มากน้อยเพียงไรต่อยอด จะต่อไปเรื่อย ๆ ต่อยอดทองคำเรา ยอดทองคำเราสูงเมืองไทยก็สูง ยอดทองคำเราต่ำเมืองไทยก็จม เพราะทองคำเป็นหัวใจของชาติประกันชาติ หรือแก่นหรือรากแก้วอยู่ในนั้นหมด เพราะฉะนั้นเราจึงสงวนและเสาะแสวงหามาก เพื่อหัวใจของชาติไทยเราจะได้แน่นหนามั่นคง สูดลมหายใจเต็มปอด ๆ

จากนั้นมารวมแหล่งแห่งพุทธศาสนา คือธรรมเต็มปอด ธรรมเต็มหัวใจ บรมสุขยอดเยี่ยมตลอดอนันตกาล พระพุทธเจ้าพระอรหันต์ท่านธรรมเต็มหัวใจ ภาษาเราเรียกว่าธรรมเต็มปอด ยอดของโลกอยู่ตรงนั้นหมดเลย ธรรมเต็มหัวใจอัศจรรย์เกินคาดเกินหมายนะ ใจดวงนี้ดวงที่อยู่กับมูตรกับคูถกับถังขยะ คืออยู่ในร่างของสัตวโลกทั่ว ๆ ไป เรียกว่าถังขยะทั้งนั้น จิตเข้าไปอยู่ในนั้น เข้าไปอยู่ในถังขยะ ๆ แล้วเปลี่ยนเรื่อย เปลี่ยนร่างคือถังขยะนั้น เปลี่ยนไปทางดีทางชั่วเรื่อย ๆ ถ้าทางชั่วจากถังขยะก็ลงเป็นถังขี้ ลงไปลึกไป ๆ ถึงนรกอเวจีนี้สุดขีดเลย

ใจดวงนี้จึงไม่เคยตาย เวลามีผู้ถามว่าใจมาจากไหน พระพุทธเจ้ารับสั่งทันที คือจะไม่เกิดประโยชน์อะไรเลยทั้ง ๆ ที่พระพุทธเจ้าทรงทราบเต็มพระทัย แต่เวลามาชี้แจงให้สัตวโลกทราบนี้จะวุ่นกันไปหมดเลย ไม่เกิดประโยชน์ เพราะฉะนั้นท่านถึงรับสั่งตัดบททีเดียวเลยว่า สิ่งนี้เป็นอจินไตย ไม่ควรคิดให้เสียเวล่ำเวลาและเหนื่อยเปล่า ไม่เกิดประโยชน์ ทีนี้จะเกิดประโยชน์ก็คือพยายามอบรมจิตดวงนี้ให้ดี ท่านเทียบปั๊บเข้ามา เหมือนหนามยอกเท้าเรา ให้รีบถอนหัวหนามออก อย่าไปถามถึงหนามนี้ชื่อว่ายังไง สกุลหนามนี้มาจากสกุลไหน ๆ มาจากโคตรจากแซ่ไหน อย่าไปถาม ให้รีบถอนหัวหนาม ถ้ามัวตั้งแต่ถามชื่อหนามสกุลหนามอยู่แล้ว เท้านี้เน่าเฟะ ไม่เกิดประโยชน์อะไรเลย เพราะฉะนั้นจึงรีบถอนหัวหนาม เอายาใส่เข้าไป ส่วนหนามจะมีโคตรมีแซ่กี่โคตรกี่แซ่ มันหลุดออกจากฝ่าเท้าของเราแล้วเป็นพอ ไม่ต้องไปถามหามัน

เทียบถึงเรื่องจิตใจของเราที่กิเลสเป็นเหมือนหัวหนามมันแทรก ๆ เลยมารวมว่าจิตนี้เกิดมาแต่เมื่อไร ๆ ท่านจึงตัดทันทีเลย ตั้งแต่กิเลสท่านยังไม่ให้รับสั่งถาม กิเลสเท่ากับหัวหนามก็ไม่ให้ถาม แล้วจิตนี้เกิดมาจากไหน เกิดมาแต่เมื่อไร คือไม่เกิดประโยชน์อะไรเลย ท่านจึงรับสั่งห้าม อันนี้ไม่มีใครเกินศาสดาองค์เอก อันใดที่ไม่เป็นประโยชน์ตัดออกทันที นำสิ่งที่เป็นประโยชน์ออกมาใช้แทนกัน เช่นอย่างหนามยอกเอาหนามบ่ง หนามยอกเท้าถอนออกทันที แล้วหายามาใส่ เป็นวิสัยที่ถูกต้องดีงามและเท้าก็หาย เรื่องหนามก็ไม่มีปัญหาอะไรแหละ มันหลุดออกจากฝ่าเท้าแล้วเป็นพอ

อันนี้กิเลสมันมาแต่เมื่อไร ๆ กับจิตดวงนี้มาแต่เมื่อไร ไม่ต้องถาม เวลานี้มันยอกอยู่ในหัวใจเรา ให้ถอนหัวหนามคือกิเลสนี้ออกโดยลำดับลำดา ออกมากออกน้อยมันจะหมดไป ๆ ภัยของมันจะหมดไป ๆ ถอนออกหมดแล้วบริสุทธิ์เต็มที่ นี่ก็ไม่ต้องถามว่านิพพานกว้างแคบขนาดไหน อย่างที่เขาเขียนไว้เราไปอ่าน เราสลดสังเวชนะ ตัวเท่าหนูก็ตามมันกระเทือนใจทันที อ่านในตำราที่เขาเขียนแต่งใหม่ ๆ นี่ หนังสือเล่มบาง ๆ มีแม่ชีคนหนึ่งแกภาวนา แกไปเรียนมาจากที่ไหนเราไม่ต้องพูดถึงแหละ อันนี้ก็เหมือนหัวหนามนั่นแหละ

เขาว่า นิพพานวัดผ่าศูนย์กลางเท่านั้น ๆ ว่าไปเป็นคุ้งเป็นแควเลยนะ วัดผ่าศูนย์กลางนิพพานเท่านั้น ๆ มิหนำซ้ำยังเอาโวหารนี้ไปทูลสมเด็จพระสังฆราช กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ ฟังแต่ว่าท่านเป็นพระสังฆราชท่านจะไปโง่หรือ ท่านก็หาอุบายหลีกเลี่ยงไปเสียไม่ให้กระทบกระเทือน เรียกว่าท่านไม่ยอมรับพูดให้เต็มศัพท์ แต่ท่านไม่ได้พูดเป็นเชิงไม่ยอมรับ ท่านยังละเอียดกว่านั้นไปอีก ท่านชมผู้ปฏิบัติ ท่านไม่ได้ชมนิพพานวัดผ่าศูนย์กลางนะ ท่านชมผู้ปฏิบัติอรรถปฏิบัติธรรมจะรู้เห็นไปแปลก ๆ ต่าง ๆ กัน ท่านก็ว่าไปอย่างนั้นเสีย ส่วนแปลกต่างผิดถูกอะไรท่านก็ไม่พูดอีก

ฟังเสียงสมเด็จพระสังฆราชท่านรับสั่ง เขาก็พิมพ์ในนั้นแหละเราได้อ่าน ดูเรื่องความลึกตื้นของสมเด็จพระสังฆราชด้วย เราจะลึกตื้นขนาดไหนก็จมอยู่ในวัฏจักรนั่นแหละ เหมือนกับเรานั่งอยู่นี้มองขึ้นฟ้าเราก็เห่าฟ้าได้ใช่ไหม เราเห็นฟ้าแต่ฟ้าจริง ๆ อยู่ไหนไม่รู้ อันนี้เราก็ว่าอย่างนั้นแหละ เราก็ดูด้วย ฟังเสียงแม่ชีอธิบายนิพพานวัดผ่าศูนย์กลางเท่านั้นเท่านี้ แปลกอยู่ สมเด็จพระสังฆราชท่านรับสั่งนิ่มนวล สมเด็จพระสังฆราชท่านนิ่มนวลสมพระยศพระเกียรติท่าน ท่านชมเชยเป็นกลาง ๆ ไปท่านไม่ได้แยกโน้นแยกนี้ จับไม่ได้ ว่าปฏิบัติดี จะได้ส่วนไหนก็แล้วแต่ให้เป็นของดีท่านว่า

จิตดวงนี้วัดที่ตรงไหนก็มันเลยทุกอย่างแล้ว นักรู้คือจิตดวงนั้นเองรู้ แต่เวลาจะแยกมานี้ผิดหมดเห็นไหมล่ะ ท่านจึงไม่แยก ท่านจะแยกออกมาแต่สิ่งเป็นวิสัยของสัตวโลกที่จะปฏิบัติให้เป็นผลเป็นประโยชน์ อันใดที่จะไม่เกิดผลเกิดประโยชน์นั้นท่านไม่พูด มอบให้ผู้ปฏิบัติรู้เองก็ไม่ต้องถามใครอีกเหมือนกัน ไม่ต้องไปพูดให้ใครฟังเมื่อไม่สมควรจะพูด ท่านก็รู้เองของท่าน ท่านมอบไว้จุดศูนย์กลางนั้นเสีย

การปฏิบัติธรรมของพระพุทธเจ้าขอให้ปฏิบัติเถิด คงเส้นคงวาหนาแน่นเป็น อกาลิโก ตลอดมา นี้คือพระวาจาของพระพุทธเจ้ารับสั่งออกมา เห็นไหมสวดธรรมคุณ สวดไปหาอะไร สนฺทิฏฺฐิโก อกาลิโก นั่นว่าไงธรรมของพระพุทธเจ้า สนฺทิฏฺฐิโก คือผู้ปฏิบัติจะพึงรู้เองเห็นเองจากการปฏิบัติของตัวเอง หนักเบา ลึกตื้น หยาบละเอียดแค่ไหน จะเป็นผู้รู้เองจากการปฏิบัติของตน เรียกว่า สนฺทิฏฺฐิโก อกาลิโก นี้คือว่าธรรมนี้เป็นพื้นฐานตลอดเลย สมกับว่านิพพานเที่ยงนั่นเอง ฟังเอา นิพพานเที่ยงหรือธรรมเที่ยง ไม่พูดก็เข้ากันได้ ไม่จำเป็นต้องมาพูด แยกออกมา คำว่านิพพาน ผู้ปฏิบัติเข้าไปถึงนิพพานเป็นสมมุติต่อกันไป ท่านก็แยกออกไปว่าถึงนิพพานแล้วเที่ยง ส่วนธรรมที่เป็นพื้นฐานของนิพพานจริง ๆ คืออะไรท่านไม่พูด บรรดาผู้ถึงนิพพานด้วยจิตที่บริสุทธิ์แล้วไม่สงสัยธรรมอันนั้น ก็อย่างนั้นละ ท่านก็ไม่พูดเสีย ท่านพูดตั้งแต่สิ่งที่จะเข้าถึง

ถ้ายังมีผู้ปฏิบัติตามหลักธรรมของพระพุทธเจ้าอยู่แล้ว ผลที่ได้รับในทางความดีงามนี้ก็เช่นเดียวกับผู้วิ่งตามกิเลส อันเดียวกันเลย คนละฝั่ง ไปคนละฝั่ง ฝั่งกิเลสก็สุดเหวี่ยงเหมือนกัน ไปสุดเหวี่ยง ฝั่งนิพพานก็สุดเหวี่ยง สุดเหวี่ยงด้วยความหลุดพ้น ฝั่งกิเลสสุดเหวี่ยงด้วยมหันตทุกข์ เอาสุดเหวี่ยงเลย เป็นอย่างนั้น เป็น อกาลิโก เสมอกันตั้งแต่ไหนแต่ไรมา ไม่มีใครจะเหยียบย่ำทำลายว่าธรรมนี้สูญสิ้นไปจากโลกได้ ไม่มี ธรรมไม่สูญสิ้นไปจากโลก เช่นเดียวกับกิเลสไม่สูญสิ้นไปจากโลกในหัวใจของสัตว์ ถ้านอกจากหัวใจของสัตว์แล้ว ไม่พูดว่ากิเลส ๆ อะไรละ เมื่อเข้ามาถึงหัวใจของสัตว์ก็เรียกว่ากิเลส ออกจากอันนี้ละ หัวใจเป็นผู้สัมผัสธรรมและสัมผัสกิเลส ธรรมที่อยู่ทั่วไปท่านก็ไม่ค่อยพูดถึง ธรรมที่ผู้ปฏิบัติจะเข้าสัมผัสในจิตใจของตนนี้เอง จะเป็นเครื่องวัดกันไปได้โดยลำดับ

ถ้าได้ปฏิบัติตามอยู่แล้ว ไม่ว่าทางดีทางชั่วก็เป็นไปด้วยกัน เพราะพร้อมที่จะให้ผลแก่ผู้ปฏิบัติแก่ผู้ทำตาม ทำตามฝ่ายชั่วก็เป็นชั่วเรื่อยไป จะว่าดีสักเท่าไรก็มีแต่ลมปาก ความชั่วอยู่กับการกระทำ ๆ ตลอดไปเลย ทีนี้ความดีใครจะว่ามีผลอะไรไม่มีผลอะไรก็ไม่มีความหมาย มันมีความหมายอยู่กับการกระทำ ๆ ทำดีเท่าไรดีไปเรื่อย ๆ นี่ อกาลิโก เป็นอย่างนั้น ธรรมเป็น อกาลิโก ให้ผลตลอดเวลาสำหรับผู้ทำ

พวกเราให้พากันตื่นเนื้อตื่นตัวนะ ศาสนาพุทธเป็นศาสนาที่เลิศเลอสุดยอดแล้ว เกิดมาพบพระพุทธศาสนาก็ตามแต่ไม่มีความเคารพเลื่อมใสก็ไม่มีความหมายอะไร สำคัญที่ความเคารพเลื่อมใส ปฏิบัติตามธรรม บึกบึนกันไปเถอะ ธรรมดาที่เราจะก้าวเดินตามธรรมต้องมีขวากมีหนามคือกิเลสเป็นข้าศึก กีดกั้นหักห้ามต้านทานตลอดเวลาที่เราบำเพ็ญธรรม เมื่อกิเลสยังมีอยู่ในใจมากน้อย มันจะกีดจะขวางไปเรื่อย ๆ ของมันอย่างนั้น จนกระทั่งสุดขีด กิเลสสิ้นซากแล้วก็ไม่มีอะไรกีดขวาง ภายในใจของพระอรหันต์ท่าน จึงไม่เคยปรากฏว่ามีสมมุติใดแม้เท่าเม็ดหินเม็ดทรายเข้าไปแทรกจิตท่านเลย เพราะเหล่านี้เป็นสมมุติทั้งหมด ไม่มีเข้าแทรก เพราะนั้นเป็นวิมุตติล้วน ๆ แล้ว นั่นเรียกว่านิพพาน นิพพานของผู้ทรงธาตุทรงขันธ์อยู่ พระพุทธเจ้าพระอรหันต์ท่าน พอพ้นจากนั้นแล้วก็เรียกธรรมธาตุไปเลย จะเรียกก็ได้ ไม่เรียกก็ไม่เห็นมีอะไร หมดปัญหาแล้วตั้งแต่กิเลสสิ้นซากลงไปเท่านั้นเอง

ใจดวงนี้ละที่ว่าเกิดมาจากไหน ๆ เวลาสิ้นสุดแล้วไปที่ไหนอีกนี้ก็พูดไม่ได้เหมือนกัน พูดไม่ได้ทั้งต้นทั้งปลาย ถึงธรรมธาตุแล้วก็พูดไม่ได้ เราพูดได้แต่ธรรมธาตุ ๆ เท่านั้น หลักธรรมชาติของธรรมธาตุจริง ๆ ก็รู้ได้ตั้งแต่ความถึงขั้นอรหันต์ตูมเท่านั้นก็รู้กันเลย ไม่ต้องไปถามใคร

ให้พากันฟิตเนื้อฟิตตัว ให้รู้เนื้อรู้ตัวตั้งแต่บัดนี้นะ ธรรมนี้ประกาศก้องมาเฉพาะพระพุทธเจ้าของเรานี้ ๒,๕๐๐ กว่าปี ประกาศก้องมาด้วยคุณสมบัติล้นโลก ๆ มาตลอดเวลา แล้วพวกเราจะเลวเกินโลกไปแล้วหรือจึงรับธรรมของพระพุทธเจ้าไม่ได้ ให้ถามตัวเองนะอย่าไปถามคนอื่นคนใด เป็นการกระทบกระเทือนทั้งตนและผู้อื่น ถามตัวเองนั้นเพื่อแก้เพื่อถอดถอน ตำหนิตัวเองไม่เป็นไรอย่าไปตำหนิคนอื่น ตำหนิแล้วก็ไม่เกิดประโยชน์อะไรการตำหนิเขา ถ้าเขาไม่เชื่อฟังเสียอย่างเดียว ถ้าผู้ที่คอยเชื่อฟังอยู่แล้วจะตำหนิหรือชมอะไรก็ดีทั้งนั้น ผู้ไม่สนใจจะฟังแล้วธรรมพระพุทธเจ้าก็แบบเดียวกัน เลิศขนาดไหนก็เลิศแต่ธรรม คนเลวก็เลวอยู่อย่างนั้น ให้เรานำธรรมเข้ามาปฏิบัติตัวของเราให้ดี

นี้เกิดมาในท่ามกลางพุทธศาสนา คำว่าพุทธศาสนาคือคำสอนของพระพุทธเจ้า นี้แลคือองค์ศาสดาแทนพระพุทธเจ้าเรา ก็เคยพูดให้ฟังหลายครั้งแล้วว่า อานนท์ ธรรมและวินัยนี้แล จะเป็นศาสดาของเธอทั้งหลายแทนเราตถาคต เมื่อเราตายไปแล้ว อานนท์ เมื่อมีผู้ปฏิบัติตามหลักธรรมวินัยที่เราสอนไว้แล้วนี้อยู่ พระอรหันต์ไม่สูญจากโลกนะอานนท์ นั่นย้ำเข้าอีก คือเป็นคู่เคียงกัน มรรคกับผลเป็นคู่เคียงกันไป มรรคคือการปฏิบัติตาม ผลคือพระอรหันต์ไม่สูญจากโลก นั่นผลที่ได้รับ

ให้ตั้งใจปฏิบัตินะ อย่าง่อนแง่นคลอนแคลน อย่าเอาใครเป็นแบบฉบับ ให้ระลึกถึงท่านผู้เลิศเลอเป็นแบบฉบับ ให้กิเลสเป็นแบบฉบับของกันและกันไม่ต้องมีครูสอน มันเป็นมาตั้งแต่หลักธรรมชาติของมันภายในหัวใจแต่ละคน ๆ และสัตว์ ทีนี้ยิ่งได้มีการเสี้ยมสอนในทางที่ชั่วเพิ่มเข้าไปอีก มันยิ่งเพิ่มได้อย่างรวดเร็วนะ แต่ส่วนดีนั้นส่วนมากต้องได้สอนกัน ต้องได้สอน ๆ แม้ผู้มีอุปนิสัยสามารถที่จะบรรลุถึงอรหัตภูมิอยู่ก็ต้องได้สอนกัน ไม่สอนก็เป็นไปได้ยากเหมือนกัน สำคัญตรงนี้ จึงต้องให้ปฏิบัติ

ฝืนกันนะไม่ฝืนไม่ได้ ดูไหมล่ะพระท่านมานี่ เราเข้ามาวัดป่าบ้านตาดทุกวัน ๆ ดูพระก็รู้ซี เป็นยังไงท่านมาปฏิบัติธรรม มาจากต่างถิ่นต่างฐานทั่วประเทศไทยรวมอยู่ในวัดป่าบ้านตาด ไม่ว่าภาคใดมีหมดในวันนี้ ไม่มีเว้นคำว่าภาคใดต่อภาคใด ทั่วประเทศไทยอยู่นี้หมด มากน้อยตามลำดับลำดา ตามกาลตามเวลา มีมากบ้างน้อยบ้างในภาคต่าง ๆ แต่ไม่เคยขาดสำหรับวัดนี้ มีทุกภาคเต็มอยู่นี่ ท่านมาหาอะไร ถิ่นฐานบ้านเรือนท่านก็เหมือนถิ่นฐานบ้านเรือนของเรา ใครอยู่ที่ไหนก็มีเหมือนกัน อดอยากขาดแคลนสมบูรณ์พูนผลบ้างเป็นบางกาลเหมือนกัน แต่ท่านทำไมถึงต้องมา เพราะท่านมาเสาะแสวงหาอรรถหาธรรม แล้วท่านปฏิบัติตัวยังไงก็ดูท่านซิ

ตามีให้เป็นประโยชน์ ดูให้เป็นคติเครื่องเตือนใจ หูมีฟังแล้วให้เกิดประโยชน์ จมูก ลิ้น กาย สัมผัสสัมพันธ์อะไรให้เกิดประโยชน์ ๆ ชื่อว่าเป็นผู้มาเสาะแสวงหาผลประโยชน์แก่ตัวเอง อยู่ไปแบบเซ่อ ๆ ซ่า ๆ ใช้ไม่ได้นะ ต้องฝึกฝนอบรมเจ้าของ ใจเป็นสิ่งที่ฝึกได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ พระพุทธเจ้าเป็นพระองค์เอกที่ฝึกใจมาก่อนแล้วเป็นศาสดาของพวกเรา ถ้าพระองค์ฝึกสอนไม่ได้ไม่นำมาสอนโลก นี่ฝึกได้แล้วมาสอนโลกด้วยวิธีการต่าง ๆ ตามแนวทางที่จะเป็นไปเพื่อความสุขความเจริญเป็นลำดับ จนกระทั่งวิมุตติหลุดพ้น ออกจากวิธีการที่พระพุทธเจ้าที่ประสบมาแล้วได้ผลมาแล้วนี้ทั้งนั้น ให้เรานำมาปฏิบัติ ไม่อย่างนั้นมันจะตายจมกันอยู่เฉย ๆ นะ

โลกเวลานี้กำลังตื่นบ้ากัน โหย อันนั้นก็ดีอันนี้ก็ดี มีแต่ฟืนแต่ไฟนะมองดูแล้ว ในสายตาของธรรมดูแพล็บเดียวไม่ต้องดูมากละ มันมีแต่ฟืนแต่ไฟหลอกสัตวโลก อันนั้นมาประดับอันนี้มาประดา หัวใจมันเป็นไฟอยู่ทั้งกอง ๆ ด้วยกันหมด ทั้งคนจนคนมีคนโง่คนฉลาดซึ่งอยู่ในอำนาจของกิเลสเป็นแบบเดียวกันหมด จะต้องถูกฟืนถูกไฟเผาอยู่ตลอดเวลาภายในหัวใจ แต่ผู้มีธรรมนี้มีน้ำดับไฟมียาแก้โรคมีหวังหายได้นะ เบาบางลง อย่างน้อยเบาบาง มากกว่านั้นหายได้ ๆ นอกจากโรค ไอซียู อย่างคนที่ปทปรมะไม่ฟังเสียงอะไรเลย ดีชั่วมีอยู่ประจำโลกมันก็บอกว่าไม่มีเสีย แล้วผู้ที่จะโดนชั่วที่สุดก็คือตัวที่มันปฏิเสธความดีทั้งหลายว่าไม่มีนั่นแหละ ผู้นี้ผู้ที่จะโดนชั่วที่สุด

ความชั่วมีหรือไม่มีก็ตามก็มันทำอยู่แล้ว อยากอะไรมีแต่อยากทำความชั่วไม่อยากทำความดี ถ้าลงได้ปฏิเสธบุญบาปกุศลมรรคผลนิพพานแล้วมีแต่อยากทำความชั่วทั้งนั้นละคนเรา ถ้าคนยังมีระเวียงระวังมีเชื่อบ้างไม่เชื่อบ้าง จะทำอะไรก็ไม่ค่อยเต็มเม็ดเต็มหน่วย จะทำบาปก็ เอ๊ะ นี่ท่านว่าเป็นบาปนะ มันก็ไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย ถ้าว่าบาปไม่มีแล้วใส่ตูมเลยจมเลย นั่น ถ้าว่าบาปมีบุญมีนี้ขยะแขยงต่อความชั่วช้าลามก ดีไม่ดีไม่ทำ ถึงขั้นสุดยอดแล้วว่าคอขาดก็ไม่ทำ-ทำบาปนั่นฟังซิ ถึงขั้นสุดยอดแล้วตายก็ยอมตายแต่การจะทำบาปไม่ยอมทำ นี่ละธรรมสุดยอดมันมีน้ำหนักไปคนละทาง ๆ อย่างนี้ พากันไปปฏิบัตินะ

นี่หลวงตาก็แก่แล้ว แก่ลงทุกวัน ๆ สอนโลกก็สอนเต็มเม็ดเต็มหน่วย ไม่มีครั้งใดที่จะสอนโลกมากยิ่งกว่าครั้งที่ช่วยชาติบ้านเมืองเวลานี้ ธรรมะประเภทต่าง ๆ ออกหมดจนไม่มีอะไรเหลือในไส้ในพุงเลย ท่านทั้งหลายจะเชื่อจะยึดถือก็แล้วแต่ ไม่เชื่อก็เป็นกรรมของสัตว์ เราบอกได้เท่านั้น เพราะเราไม่มีได้มีเสียในการสั่งสอนโลก แพ้ชนะเราก็ไม่มี ได้เสียก็ไม่มี กล้าก็ไม่มี กลัวก็ไม่มี มีแต่ธรรมล้วน ๆ ครอบโลกธาตุ สอนโลกไปด้วยความเมตตาเท่านั้น ใครจะเอาก็เอาไม่เอาก็สุดกำลังแล้วกรรมของสัตว์เท่านั้น เวลานี้ให้ฟังเสียให้ถึงใจนะ

การปฏิบัติตัวเองเพื่อความเป็นคนดี ไม่ขาดทุนสูญดอก ไม่ล่มจม คนปฏิบัติตัวดี แต่คนทำความชั่วนั้นจะลือโลกด้วยความสรรเสริญเยินยอของปากกิเลสก็ตาม แต่ตัวจมก็คือมันนั่นเอง ผู้ทำชั่วนั้นน่ะ ไม่ใช่ผู้ใดนะ ผู้ทำชั่วนั้นแหละมันจะลง ผู้ทำดีจะไปดีทั้งนั้น วันนี้พูดเท่านั้นละ เอาละไม่พูดมากนักละ เหนื่อย พูดทุกวัน ๆ เหนื่อยนะ

มาจากวิทยาลัยอาชีวศึกษานครสวรรค์เจ้าค่ะ

นครสวรรค์เหรอ โห ตั้งแต่ชื่อเราก็อยากไปแล้วไปนครสวรรค์ทั้ง ๆ ที่เราเคยไปแล้วนะ ได้ยินแต่ชื่อยังอยากไปอีกนครสวรรค์นะ

ท่านเคยไปดุที่โรงยิมแล้วค่ะ

มันมีคนน่าดุไหมล่ะแถวนั้น หรือหลวงตาอุตริเหรอ

คุยกันเยอะ มีแต่เด็กนักเรียนค่ะ

ก็แสดงว่ายอมรับ ที่อื่นเขาไม่คุยกัน มีนครสวรรค์เก่งมากว่างั้นเถอะพูดง่าย ๆ

ท่านพ่อคะ ขออนุญาตถ่ายรูปหลวงพ่อ

ถ่ายหาอะไร ดูเอานี่ นี่ซิมันน่าดุมันก็ดุอย่างนี้ เขานั่งกันอยู่เต็มนี้เขาไม่ได้ขอถ่ายรูป นี่ปั๊บเข้ามาขอถ่ายรูป ปั๊วะละซีจะว่ายังไง

หนูมาไกลค่ะ

มาไกลมาใกล้มาจากกรุงเทพฯ ก็มี มาว่านครสวรรค์เหรอนี่ สู้ไม่ได้ให้ยอมเสียดีกว่า โทษจะไม่หนักเข้า ถ้ายอมแล้วลดโทษ ถ้ายังไม่ยอมแล้วโทษขึ้นเรื่อย วันนี้ก็ดีแล้ว เทศน์จบลงแล้วค่อยมา วาสนาของหลวงตานี้น้อย มาทอดผ้าป่าแล้วก็เอาละ เสร็จแล้วนะทีนี้เลิกกัน ได้บุญได้กุศลแล้ว

เปิดดูข้อมูล วันต่อวัน ทันต่อเหตุการณ์ หลวงตาเทศน์ถึงเรื่องอะไร

www.luangta.com


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก