เด็ดขาดตลอดดัดเจ้าของ
วันที่ 30 พฤศจิกายน 2551 เวลา 8:20 น.
สถานที่ : วัดป่าบ้านตาด
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :
ข้อมูลเสียงแบบ(Win)   ข้อมูลเสียงแบบ(MP3)   วิดีโอแบบ(Win Narrow Band)   วิดีโอแบบ(Win High Band)

เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด

เมื่อวันที่ ๓๐ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๕๑

เด็ดขาดตลอดดัดเจ้าของ

          ทองคำยังอยู่เลขห้าหลายวันแล้วนะ มาอยู่เลขห้าหลายวัน ได้ทองคำ ๑๑,๘๗๕ กิโล ทองคำเข้าคลังหลวงเรา ได้เยอะอยู่นะ ๑๑,๘๗๕ กิโล นับว่ามากอยู่ทองคำ

         หนาวๆ อย่างนี้เวลาอยู่ในภูเขา โอ้ หนาวจริงๆ นะ นอนไม่ได้เลย ตลอดรุ่งนอนไม่หลับเลย หนาวขนาดนั้น แต่มันจะเป็นเพราะว่าเราไม่มีผ้าห่มแหละ เราไม่ได้ใช้ผ้าห่มนะแต่ก่อน ผ้าห่มนอนมีจีวร-สังฆาฏิพับใส่กันห่มเท่านั้นเอง จนพ่อแม่ครูจารย์ท่านสงสาร ท่านเอาผ้าห่มท่านไปบังสุกุลให้ พ่อแม่ครูจารย์มั่นนะ เอาผ้าห่มของท่านละ ถ้าเป็นผ้าห่มใหม่มันก็ไม่อดอยู่ในวัด เราไม่ใช้เฉยๆ ท่านเลยเอาผ้าห่มของท่านละห่มอยู่ทุกวันไปบังสุกุลให้เรา..พ่อแม่ครูจารย์มั่น เพราะมันหนาวอยู่หนองผือ หน้าหนาวหนาวมาก ทีนี้เราไม่เคยใช้ผ้าห่ม ไม่ใช้เลย ให้ผ้าจีวรกับสังฆาฏิพับแล้วก็นอนเท่านั้น นอนได้ก็ได้ ไม่ได้ก็ไม่ได้ อย่างนั้นละวิธีดัดเจ้าของ ทุกข์มากนะ

จนพ่อแม่ครูจารย์มั่นเอาผ้าห่มไปบังสุกุลให้ คือท่านสงสารนะ ความหมายว่าท่านสงสาร เพราะผ้าห่มมันเต็มวัดอยู่แต่เราไม่เอา เราเอาจีวร-สังฆาฏิพับกันนอน นอนได้ก็ได้ ไม่ได้ก็ไม่เอา เอาอย่างนั้นละ โธ่ การฝึกทรมานนี้หนักมากอยู่นะ จะเป็นเพราะนิสัยก็ไม่ทราบ คือนิสัยเรามันเอาจริงเอาจังทุกอย่าง ถ้าว่าขึ้นเวทีแล้วต่อยเลย ไม่ถอยละ ท่านก็เอาผ้าห่มไปบังสุกุลให้..พ่อแม่ครูจารย์มั่น ท่านเห็นเราไม่ใช้ผ้าห่ม ผ้าห่มก็เต็มอยู่ในวัดเราไม่เอา มีผ้าจีวรกับสังฆาฏิพับใส่กันแล้วห่มนอน

วันไหนมันหนาวมากๆ นอนไม่หลับตลอดรุ่งเลย ไม่ยอมเอาผ้าห่มมา เราไม่ใช้ผ้าห่ม เวลาฝึกหัดดัดแปลงตนเองตอนปฏิบัติธรรมเป็นอย่างนั้นทั้งนั้น มีแต่ดัดตลอดเลย ท่านจนเอาผ้าห่มท่าน ถ้าผ้าห่มใหม่ๆ มันก็ไม่อดอยู่ในวัด ท่านเลยเอาผ้าห่มของท่านที่ห่มอยู่ทุกวันไปบังสุกุลให้เรา เราก็ห่มนะล่ะ ก็จะไม่ห่มอย่างไร ท่านจอมปราชญ์เราจอมโง่มันต่างกันอย่างไร ถ้าพ่อแม่ครูจารย์มาทำกับเรานี่ต้องได้รับทุกอย่างเลย

ตาแหลมคมมากทีเดียวพ่อแม่ครูจารย์มั่น อะไรเห็นหมด เห็นหมดเลย เราทำอยู่ลับๆ ลี้ๆ ท่านก็เห็น ท่านก็รู้ บิณฑบาตเราเอาเฉพาะของในบาตร มีเท่านั้นให้เท่านั้น เอานิดหน่อยพอเสร็จแล้วก็เอาฝาปิดแล้วเอาผ้าปิด แล้วไปวางแอบไว้กับฝากับต้นเสา จากนั้นก็ไปจัดอาหารถวายท่าน ท่านไปรู้ได้อย่างไร คือของเราจะเอาเฉพาะบิณฑบาตได้มาเท่านั้น เราไม่เอามากด้วย ก็เราฝึกเราดัดเรา ท่านก็สงสารบางทีมาขอใส่บาตรเรา อะไรๆ ทุกอย่างท่านเห็นหมด

อย่างนมอย่างนี้ไม่เอาเลยเชียว เขามาถวายนม แม้แต่เรียนหนังสืออยู่ก็ไม่เอา ทีนี้เวลาออกเรียนหนังสือแล้วยิ่งตัดขาดสะบั้นเลย ไม่เอา มีแต่ดัดเจ้าของๆ นั่นละ ท่านคอยสอดแทรกดูตลอดนะ บาตรเรามาแล้วจัดอะไรใส่นิดหน่อยเข้าในฝาวาง ฝาปิด ผ้าอาบน้ำปิด แล้วก็ไปจัด เราเป็นคนจัดอาหารถวายท่าน อาหารชนิดใดมันก็รู้หมดในบาตรเพราะเราเป็นคนจัดเอง เสร็จแล้วเวลาท่านจะใส่บาตรปุ๊บปั๊บเลยละ จับฝาบาตรงัดขึ้นเลยละ ปุ๊บปั๊บขอใส่บาตรหน่อยๆ ท่านใส่บาตรเรา อย่างนั้นละพ่อแม่ครูจารย์มั่น

ถ้าอะไรที่ท่านทำเราต้องได้ปฏิบัติตามนั้น เพราะท่านเป็นจอมปราชญ์ เราเป็นจอมโง่จอมเซ่อ ท่านเคยทำเสมอละ คือบิณฑบาตอย่างนี้ก็ไม่เอา ของเขาตามมาอะไรนี้ไม่เอาๆ ทั้งนั้น มีอะไรเท่าไรบิณฑบาตได้มาตามบ้านนอกบ้านนาในป่าในเขาได้อะไรมาก็ฉันเท่านั้น แต่ท่านสอดแทรกเห็นจนได้นั่นละพ่อแม่ครูจารย์มั่น อย่างนมนี่เรียกว่าไม่แตะเลยแต่ไหนแต่ไร ตั้งแต่เรียนหนังสือก็ไม่เอา ยิ่งออกปฏิบัติแล้วตัดขาดหมด อะไรจะเสริมธาตุขันธ์ให้มีกำลังตัดออกๆ เสริมใจขึ้นๆ อย่างนั้นละ

โธ่ การฝึกทรมานนี้ต้องเป็นเรื่องของเจ้าของแต่ละคนจะฝึกตัวเอง อย่างเข้าพรรษาสมาทานธุดงค์ ฉันแต่ของที่ได้มาในบาตรอย่างนี้ นี่ละจึงได้เห็นนิสัยของพระของเณรหมู่เพื่อน ทางนั้นหย่อนยานเท่าไรทางนี้ยิ่งเด็ดขึ้น เป็นอย่างนั้นนะ ที่จะให้เป็นไปตามนั้นไม่เอา ไม่เอาทั้งนั้น ต้องเด็ดขาดตลอดดัดเจ้าของ เด็ดอยู่ตลอดเวลา ของเอามาเฉพาะบิณฑบาตมาเท่านั้น มันจะได้หรือไม่ได้ก็แล้วแต่ เท่านั้น ไม่เอาของตามส่งไม่เอาเลย นี่เป็นปรกติฝึกเจ้าของ

จนพ่อแม่ครูจารย์ท่านสงสาร ท่านมาใส่บาตรให้ แต่ท่านก็ไม่ใส่ซ้ำๆ ซากๆ ละ ห่างๆ ใส่ทีหนึ่ง ถ้าท่านใส่แล้วเราก็ต้องได้รับ ถ้าคนอื่นไม่ได้นะ พระเณรกลัวอยู่นะกลัวหลวงตา คือไปอยู่ที่ไหนมักจะเป็นเราละดูแลหมู่เพื่อน พระเณรเลยกลัวเรามาก อย่างครูบาอาจารย์ท่านอยู่กุฏิ ไอ้เรานี่อยู่ทุกแห่งทุกหน พระเณรเห็นนี่เหมือนหนูเห็นแมว กลัว กลัวมากนะกลัวเรา เพราะมันจริงทุกอย่างเรา ไม่ได้มาเหลาะแหละนะทำอะไรก็ตาม จริงทุกอย่างเลย เด็ดขาดตลอด คำเจ้าของเอาเป็นอันดับหนึ่ง หมู่เพื่อนนี้เป็นอันดับสองไป เราคอยดูแลหมู่เพื่อน ดุด่าว่ากล่าวหมู่เพื่อนตลอด สุดท้ายพระนั่นละกลัวเรามากกว่าพ่อแม่ครูจารย์

ท่านอยู่กุฏิใครไม่ไปเห็น แต่เรานี้อยู่ทุกแห่งทุกหน สอดแทรกอยู่ทุกแห่ง ดูพระดูเณร เพราะฉะนั้นไปที่ไหนจึงลำบากอยู่นะ คอยดูแลหมู่เพื่อน ไม่ได้เป็นลำพังเจ้าของเอง ถ้าไปกับเจ้าของเองเป็นอย่างหนึ่ง ไปเที่ยวอย่างนั้นอยากฉันก็ฉัน ไม่ฉันก็เฉยเลย กี่วันช่างมันอดอาหาร จนท้องเสียละเรา อดอาหารนี่อดนานๆ เสียนะท้อง ไม่ค่อยฉัน คือเวลาฉันจังหันแล้วเป็นอย่างไร มันเหมือนรถบรรทุกของหนัก ถ้าฉันจังหันแล้วการภาวนาอืดอาด ไม่คล่องตัว เหมือนรถบรรทุกของหนักอืดอาด อันนี้ก็ต้องทำอย่างนั้นละ

ฝึกหัด โอ๊ย หนักมากนะ กว่าจะได้มาแนะนำสั่งสอนเพื่อนฝูงมันหนักมาก ตาปั๊บไปมองเห็นจับได้แล้ว ความเผลอไผลอะไรเหล่านี้พระเณร เจ้าของไม่รู้นะ พอมองเห็นพับนี่จับได้แล้วๆ คือใช้ปัญญาใช้อะไร ใช้สติกับปัญญาไปด้วยกันอยู่อย่างนั้น เห็นพระเณรเดินมาเซ่อๆ ซ่าๆ มองดูพับมันจับได้แล้วๆ นี่ละการฝึกเจ้าของ ต้องตื่นตัวตลอดเวลา อืดอาดเนือยนายไม่ได้ ต้องเอาให้สุดกำลังเจ้าของ ทุกอย่างต้องเอาให้สุดกำลังเลย ที่จะให้อืดอาดๆ ไม่ มีแต่ดัดตลอดๆ อยู่อย่างนั้น

กิเลสมันเร็วมองไม่ทันละ ปุ๊บปั๊บมันเอาไปกินก่อนแล้ว ธรรมะยังนอนไม่ตื่น กิเลสเอาไปกินแล้ว อันนี้สำคัญมาก การฝึกหัดสติเป็นสำคัญ อะไรก็ตามขึ้นอยู่กับสติ สติต้องติดแนบอยู่กับตัว เวลาอะไรเข้ามาสัมผัสมันจะรู้ทันทีๆ ถ้าไม่มีสติเหมือนคนตายเคลื่อนที่นั่นแหละ ไม่ได้เรื่องได้ราวการฝึกหัด วันนี้ไม่ทำอะไรมีแต่จะไปธุระเท่านั้น ให้พร

 

รับชมรับฟังพระธรรมเทศนาของหลวงตา ได้ที่

www.luangta.com หรือ www.luangta.or.th

และทางสถานีวิทยุเสียงธรรมเพื่อประชาชน FM 103.25 MHz

พร้อมเครือข่ายทั่วประเทศ

 


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก