ไม่เชื่อบุญเชื่อกรรมไม่ได้ (ฟ้าหญิงจุฬาภรณฯ เสด็จ)
วันที่ 28 ธันวาคม 2551 เวลา 8:20 น.
สถานที่ : วัดป่าบ้านตาด
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :
ข้อมูลเสียงแบบ(Win)   ข้อมูลเสียงแบบ(MP3)

เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด

เนื่องในวโรกาสที่ ศ.ดร.สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์

อัครราชกุมารี

ทรงเข้ากราบนมัสการหลวงตา

เมื่อวันที่ ๒๘ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๕๑

ไม่เชื่อบุญเชื่อกรรมไม่ได้

       ทองคำที่พวกพี่น้องทั้งหลายทั่วประเทศไทยหามา รวมกันแล้วเวลานี้ได้ ๑๑,๘๘๑ กิโล ดอลลาร์ได้ ๑๐,๒๑๔,๖๐๐ ดอลล์ ได้เยอะนะ รวมเข้าคลังหลวง รวมเข้าๆ พาพี่น้องทั้งหลายหาเข้ามารวมกัน เราไม่ไปแตะส่วนรวม มีแต่หาเข้าๆๆ ทั้งนั้นละ ไม่ไปแตะ อะไรเป็นส่วนรวมเรารักสงวนมากทีเดียว ไม่ให้ใครไปแตะ ได้เอาเข้าส่วนรวมเราพอใจๆ

พี่น้องทั้งหลายสร้างบุญสร้างกุศลนี้ไม่ไปไหนนะ สร้างบุญสร้างกุศลมากน้อยนี้เอาออกไปปั๊บเข้าในหัวใจปุ๊บๆๆ เลย สมบัติภายนอกนี้เป็นกลางแห่งทาน เป็นกลางภายนอก ยื่นให้กันปั๊บส่วนที่เป็นทิพย์เข้าในหัวใจแล้ว คือส่วนบุญส่วนกุศลส่วนละเอียดเข้าแล้ว อย่างยื่นนี้ออกไปปั๊บส่วนละเอียดเข้าแล้วๆ เป็นอย่างนั้นนะ ท่านแสดงไว้หมด

ผู้ที่อดอยากขาดแคลนที่สุดก็มี พระเรานะ ไปบิณฑบาตไม่เคยฉันจังหันอิ่มเลย ไปบิณฑบาตถ้าไปข้างหน้าก็ดลบันดาลให้เขาไม่เห็นเสีย ไปท่ามกลางมันก็เป็นอีกแบบหนึ่ง ยิ่งสุดท้ายไม่ถึงเสียอย่างนั้น พระองค์นั้นฉันจังหันไม่อิ่มตั้งแต่วันบวชมา ไม่ใช่อะไรนะเพราะโทษแห่งความตระหนี่ถี่เหนียวมาปิดปากเจ้าของ กองพะเนินใครเอามาให้ ข้าวมาในบาตรนี้พอฉันไปๆ มันหากเป็นเองนะ ค่อยหมดไปๆ ยังไม่อิ่มข้าวหมดในบาตรแล้วๆ อย่างนี้มีในตำรา

นี่ละบุญกรรมใครจะไปมองเห็นเมื่อไร มองไม่เห็นนะ แต่มันก็ประจักษ์อยู่ พระองค์นั้นตั้งแต่เป็นพระมาแล้วบิณฑบาตฉันจังหันไม่เคยอิ่มเลย จนร่ำลือไปทุกแห่งทุกหน สุดท้ายพระสารีบุตร-โมคคัลลาน์ได้ยินข่าวคราวกระฉ่อนไปหมดทั่วดินแดน พระสารีบุตร-พระโมคคัลลาน์เตรียมอาหารไปเลยวันนั้นนะ เตรียมอาหารไปใส่บาตรท่าน ใส่บาตรให้พระองค์นั้น ไปถามเสียก่อน ได้ทราบว่าตั้งแต่ท่านบวชมาท่านฉันจังหันไม่อิ่มเลยเป็นความจริงหรือไม่ บอกว่าเป็นความจริง เพราะเหตุไร ไม่มีใครใส่บาตรให้ท่านเหรอ ไปบิณฑบาตท่านไม่ได้เหรอ หรือเพื่อนฝูงทั้งหลายใจจืดใจจางไม่ได้สงเคราะห์ท่านที่ยากจนเข็ญใจบ้างเหรอ ให้ ให้ทั้งนั้นแหละ ทางไหนก็ให้มา ครั้นให้มาพอเข้าไปในบาตรแล้วฉันไปฉันมาแล้วค่อยหมดไปๆ สุดท้ายไม่อิ่มอาหารหมดในบาตรก่อน เป็นอย่างนั้นละ

นี่ละอำนาจแห่งกรรมใครอย่าประมาทนะ นตฺถิ กมฺมสมํ พลํ สิ่งใดก็ตามจะมีอำนาจเสมอกรรมไม่มี กรรมมีอำนาจมากที่สุด มองไม่เห็น ท่านจึงบอกว่า นตฺถิ กมฺมสมํ พลํ สิ่งที่มีอำนาจมากไม่มีอะไรเหนือกรรมไปได้ กรรมดี-กรรมชั่วทำอยู่ที่แจ้งที่ลับไม่สำคัญ สำคัญอยู่ที่ผู้ทำ ทำลงไปแล้วเป็นอย่างนั้นละ ท่านจึงให้เชื่อบุญเชื่อกรรม  ผู้ที่มาสอนธรรมมีแต่ท่านผู้เลิศเลอ พระพุทธเจ้าสอนธรรม ไม่ใช่คนตาบอดหูหนวก เอามาสอนพวกเรา พวกเรามีแต่คนตาบอดหูหนวก ครั้นเวลาฟังแล้วไม่เชื่อท่านนะ ทำตามอำนาจแห่งความมืดบอดของตัวเองมันก็จมลงๆ ทั้งนั้นละ

ท่านถึงบอกว่าคนโง่ให้อาศัยคนฉลาด คนตาบอดให้อาศัยคนตาดีไป ไม่ใช่จูงกันไปๆ ไปตกเหวตกบ่อ คนโง่ต้องอาศัยคนฉลาดไป อันนี้ก็เหมือนกันพวกเราโง่อาศัยจอมปราชญ์ฉลาดแหลมคมคือพระพุทธเจ้า ให้ฟังเสียงท่าน อย่าฟังแต่เสียงตัวเอง เสียงตัวเองมีแต่เสียงมืดเสียงบอด ออกมาทางตาทางหูทางไหนมันมืดบอดทั้งหมด มันไม่เป็นความจริงมันหลอกเจ้าของทั้งนั้นละ แต่ท่านผู้จริงพระพุทธเจ้าท่านสอนอะไรเป็นอย่างนั้น ให้พากันจดจำเอา เชื่อบุญเชื่อกรรมเชื่ออย่างนั้น เราเชื่อเราเชื่อกิเลสตัณหามีเท่าไรมันกินหมดกิเลสตัณหา ไม่เหลือละ ถ้าเชื่อบุญเชื่อกรรมมีแบ่งรับแบ่งสู้แบ่งกินแบ่งทาน เป็นอย่างนั้น ให้พากันจดจำเอา

สัตว์โลกทั้งหลายเกิดมาด้วยอำนาจแห่งกรรมนะ ไม่ได้เหนือกรรมมาเกิด ไม่มีใครเหนือกรรมมาเกิด มีแต่คนอยู่ใต้อำนาจของกรรม กรรมคือการกระทำของตัวเองนั่นแหละ ถ้าทำลงไปแล้วอำนาจแห่งกรรมนั้นมาบังคับตัวเอง บังคับให้ขึ้นสูงลงต่ำได้ทั้งนั้น ให้สุขให้ทุกข์ได้ จากกรรมของตนที่ทำเรียบร้อยแล้วกลับมาเป็นสมบัติของตัวเอง ส่วนที่เป็นภัยก็เป็นภัย ส่วนที่เป็นคุณก็เป็น ให้พากันระมัดระวังนะ

จอมปราชญ์ที่มาสอนพวกเราเป็นคนโง่เมื่อไร ศาสดาองค์เอกมาสอนพวกเรา  พวกเรามีแต่คนโง่เต็มบ้านเต็มเมือง ไปที่ไหนมีแต่คนโง่ เราจะเอาความโง่ไปแข่งความฉลาดของพระพุทธเจ้าได้อย่างไร ต้องฟังเสียงพระพุทธเจ้า ฟังเสียงธรรม ธรรมออกมาจากท่านผู้ฉลาด ให้ปฏิบัติตามธรรมของท่านแล้วเราจะมีทางก้าวเดินไป ไม่ติดกับ กรรมชั่วเจ้าของทำไว้มันเป็นกับดัก ให้พากันจำไว้

เราเกิดมาด้วยกรรมทุกคน ไม่มีใครเหนือกรรมมาเกิดได้ ไม่มีในโลกธาตุนี่ สัตว์ก็เหมือนกัน ไม่ว่าสัตว์ว่าบุคคลที่ไหนอยู่ใต้อำนาจแห่งกรรมของตัวเอง ไปเป็นมดเป็นแมงสัตว์เล็กสัตว์น้อยอยู่ใต้อำนาจแห่งกรรมพาให้เกิดเป็นนั้นๆ ก็เป็นไปตามกรรมนั้นละ ไม่มีใครไปแต่งกรรมได้ละ กรรมแต่งคน ให้จำเอานะ ให้เชื่อบุญเชื่อกรรมพวกเรา ไม่เชื่อไม่ได้

ถึงวันพระวันเสาร์วันอาทิตย์ที่วันว่างให้หันหน้าเข้าสู่ศีลสู่ธรรม เอาอรรถเอาธรรมเข้าสู่ใจ ส่วนภายนอกมันมีแต่เรื่องธาตุเรื่องขันธ์การกินอยู่พูวาย กินเท่าไรก็ไม่พอ หมดๆ ส่วนที่จะบรรจุหัวใจให้มีความผาสุกเย็นใจในกาลต่อไปมันไม่มี อะไรก็ให้พุงหมดๆ ใจไม่ได้ ใจเลยขาดธรรม ขาดความดีงาม ใจก็เหือดแห้ง ไปที่ไหนก็ไปเกิดในที่จนตรอกจนมุมนั่นละ ให้เกิดในที่สมบูรณ์พูนผลด้วยอำนาจแห่งการทำดีของเรา ให้พากันจำเอานะ

วันนี้ก็ไม่พูดอะไรมากนัก เวลานี้ทองคำได้ ๑๑,๘๘๑ กิโล ดอลลาร์ได้ ๑๐,๒๑๔,๖๐๐ ดอลล์.ได้มานี้เข้าคลังหลวงทั้งนั้น ไม่ไปไหนให้เข้าคลังหลวงหมด เราอย่าลืมตัวนะ เป็นคนมั่งคนมีบัณฑิตนักปราชญ์ฉลาดแหลมคมไม่มีอะไรเหนือกรรมนะ มีขนาดไหนก็มีมาด้วยอำนาจแห่งกรรม ทุกข์จนขนาดไหนจนด้วยอำนาจแห่งกรรม ฉลาดแหลมคมเท่าไรก็ด้วยอำนาจแห่งกรรมดีของตัวเองที่สร้างมาทั้งนั้นละ เราอย่าลืมตัว ถ้าลืมตัวแล้วจมได้นะคนเรา ใครไม่ลืมตัวไม่จม ให้พากันจำเอา

แบ่งกินแบ่งทานอย่าตระหนี่ถี่เหนียว ไปที่ไหนตีบตันอั้นตู้หาทางออกไม่มี เพราะปิดทางตัวเองด้วยความตระหนี่ถี่เหนียว เห็นแก่ได้แก่เอา คดโกงรีดไถทุกแบบทุกฉบับ เอาของเขามาเป็นของเรามันก็เป็นตั้งแต่ชื่อเฉยๆ ของเขาก็เป็นของเขาอยู่อย่างนั้นละ ไม่เป็นของเราได้ละ ใครขโมยมาก็เป็นของเขาอยู่นั่นละ พากันระวังนะ เขาไม่เห็นเราก็เห็น ไปขโมยอะไรมาที่มืดที่แจ้งเราเห็นตลอดเวลา เขาไม่เห็นเราก็เห็น เขาไม่รู้เราก็รู้ การที่ทำก็คือเราทำเอง กรรมก็อยู่กับเราเอง ก็มาบีบบังคับหรือมาส่งเสริมเราเอง ให้พากันจำเอานะ พูดเท่านั้นละ

วันนี้ทูลกระหม่อมท่านก็มาเห็นไหมล่ะ ท่านอุตส่าห์มาบำเพ็ญกองการกุศล ท่านเชื่อบุญเชื่อกรรมท่านก็สูงส่งเป็นลำดับลำดาไป ใครไม่เชื่อบุญเชื่อกรรมไม่ได้นะ ใหญ่ยิ่งกว่ากรรมไม่ได้ กรรมเหนือทุกอย่าง ให้ต่างคนต่างเชื่อบุญเชื่อกรรม ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว ใครจะพบจะเห็นไม่พบไม่เห็นไม่สำคัญ นตฺถิ โลเก รโห นาม ที่ลับไม่มีในโลก ใครไม่เห็นเราก็เห็น ที่ลับที่แจ้งที่มืดเรารู้เราเห็นของเราตลอดเวลา ที่แจ้งอยู่กับเราผู้ทำ ที่มืดก็อยู่กับดินฟ้าอากาศ ผู้ทำอยู่กับเรา ทำที่ไหนรู้หมดๆ นั่นละ จึงเรียกว่าไม่มีที่แจ้งที่ลับ ทำที่ไหนเป็นทำดีเป็นทำชั่วด้วยกันทั้งนั้นละ ต่อไปนี้จะให้พร

 

รับชมรับฟังพระธรรมเทศนาของหลวงตา ได้ที่

www.luangta.com หรือ www.luangta.or.th

และทางสถานีวิทยุเสียงธรรมเพื่อประชาชน FM 103.25 MHz

พร้อมเครือข่ายทั่วประเทศ

 


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก