ทางเดินของจอมปราชญ์
วันที่ 3 มีนาคม 2552 เวลา 8:20 น.
สถานที่ : วัดป่าบ้านตาด
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :
ข้อมูลเสียงแบบ(Win)   ข้อมูลเสียงแบบ(MP3)

เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด

เมื่อวันที่ ๓ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๕๒

ทางเดินของจอมปราชญ์

          การทำบุญให้ทานนี้เป็นทางเดินของจอมปราชญ์มาแต่กาลไหนๆ เป็นแบบเป็นฉบับมาตั้งแต่กาลไหนๆ นับไม่ได้ว่ากัปไหนกัลป์ใด ท่านเดินตามร่องรอยของจอมปราชญ์มา คือจอมปราชญ์ก็เดินไปตามทางจอมปราชญ์ อย่างศาสนาพุทธอย่างนี้ก็คือศาสนาของจอมปราชญ์ไม่ผิด เพราะฉะนั้นเราทั้งหลายควรพินิจพิจารณา อย่าเอาตั้งแต่ความโลภมาเหยียบเอาๆ ได้เท่าไรๆ ไม่พอๆ เหมือนไฟได้เชื้อ ไฟไม่เคยดับด้วยเชื้อนะ ดับด้วยน้ำ น้ำคือธรรม น้ำเทลงไปตรงไหนไฟจะดับๆ แต่ไฟไม่เคยดับด้วยเชื้อ ความโลภนั่นละคือตัวไฟมันเผาตลอดเวลา มีเท่าไรเผาเรื่อยๆ พอได้อันนี้ขึ้นมาปั๊บแสดงว่าได้เชื้อไฟเข้ามาเพิ่มแล้ว  ได้อันนี้ปั๊บเข้ามานี้เชื้อไฟเข้ามาเพิ่มแล้ว เมื่อมันได้เชื้อแล้วมันจะลุกลามไปเรื่อยๆ

         ทุกวันนี้ไม่ได้พิจารณาอะไร คือแต่ก่อนพิจารณาเรื่องแก้ตัวเอง เอาจริงเอาจังมากนะพิจารณาแก้ตัวเอง เรื่องกิเลสเป็นเรื่องทำลายตัวเราเอง เรื่องธรรมเป็นน้ำดับไฟแก้กันๆ นี่ทางของจอมปราชญ์ท่านดำเนินมา เราอย่าฝืนจอมปราชญ์ เหยียบหัวจอมปราชญ์คือพระพุทธเจ้าเป็นองค์สำคัญมาก เราอย่าไปเหยียบ ความโลภนี่มันเหยียบได้หมด มันไม่เลือก พอได้อันนี้มาปั๊บแล้วเหมือนว่าได้เชื้อไฟมาแล้ว มันจะแสดงเปลวเข้ามาเพิ่มอีกไปอีก เพิ่มอีกไปอีก

         ใครจะมีความสุขความสบายได้ด้วยความโลภ ความได้มาโดยไม่มีธรรมเข้าไประงับดับกันเลยแล้วอย่าหวัง ไม่มีหวัง ได้เท่าไรก็เหมือนไฟได้เชื้อ เชื้อไม่เคยทำไฟให้ดับ แต่เป็นเครื่องเสริมไฟ ความโลภอย่าโลภจนเกินไป ใครอยู่ก็อยู่ได้ด้วยการได้มา หาอยู่หากินได้มา แต่ให้พอเหมาะพอสม ให้มีธรรมระงับไว้ อย่าให้เลยเถิด ถ้าเลยเถิดได้มาเท่าไรลุกลามๆ นั่นละมันเลยเถิด กิเลสได้อาหารไปใหญ่แล้ว ให้ระวัง

         เดี๋ยวนี้พิจารณาแต่เรื่องเหล่านี้ละ คือมันไม่มีทางพิจารณา เพราะพิจารณาไปไหนๆ ก็มีตั้งแต่ตัวนี้ละตัวทำลายสัตว์โลก ความโลภนี้โลภไม่หยุดไม่ถอย โลภจะเอาให้ตายเลย สำคัญตัวนี้ละ เอาธรรมไปดับไว้บ้าง ใครจะโลภมากโลภน้อยป่าช้านั่นละเป็นที่ระงับดับตัวสำคัญ แต่ตัวจิตมันไม่ได้ถูกไฟเผานะ มันออกอีกไปอีก เผาเจ้าของนั่นละ ให้พากันพิจารณา

ท่านบอกว่าโลภไม่มีความพอ มีแต่โลภเรื่อย โลภไม่มีประมาณ เป็นโลภไปหมดเลย ธรรมมีประมาณ พอได้มากน้อยเพียงไรแล้วธรรมจะมีความอบอุ่นเรื่อยๆ เสาะแสวงหาขยันหมั่นเพียรก็เพื่อความอบอุ่นๆ พอได้เต็มที่แล้วเลิก ไม่หาอะไรอีกแล้ว ธรรมกับใจเป็นอันเดียวกันไม่ทราบจะหามาให้อะไร คือกิเลสมันอยู่ในหัวใจ เมื่อธรรมเข้าไปแทรกแล้วก็เป็นน้ำดับไฟ ดับลงไปๆ ก็อยู่สบายๆ

ธรรมพระพุทธเจ้าเป็นของเล่นเมื่อไร เป็นธรรมจอมปราชญ์มาสอนพวกเรา ควรจะได้ฟังเอามาพินิจพิจารณาบ้าง อย่าให้ตั้งแต่กิเลสคือความโลภเป็นต้นออกหน้าออกตา มีมากเท่าไรให้เป็นสุขไม่มี ถ้าธรรมเข้าไปรักษาแล้วมี แยกนู้นแยกนี้แบ่งสันปันส่วนพอดีๆ ธรรมท่านเป็นอย่างนั้น แต่กิเลสไม่พอดี เจ้าของจะตายก็ตามขอให้ได้มา ถ้าอดอยากขาดแคลนก็อดอยาก คือเศรษฐีละมันอดอยาก ได้มากเท่าไรยิ่งดิ้นยิ่งดีดนั่นละกิเลส

ถ้าผู้มีธรรมแล้วรู้จักประมาณ พอดิบพอดีไปตลอดๆ จึงว่าธรรมมีความพอ กิเลสไม่มีคำว่าพอ ตายทิ้งเปล่าๆ ถ้าลงให้กิเลสได้จูงจมูกแล้วตายทิ้งเปล่าๆ ถ้าให้ธรรมชักจูงแล้วไปสงบร่มเย็น ถึงขั้นพอๆๆ ท่านว่า วุสิตํ พฺรหฺมจริยํ กตํ กรณียํ การประพฤติพรหมจรรย์คือการฆ่ากิเลส กิเลสเป็นข้าศึกใหญ่ของวัฏวน ของวัฏจักร วัฏจิต ฆ่ากิเลสตัวนี้แล้วเป็นสุข นั่นท่านว่า วุสิตํ พฺรหฺมจริยํ กตํ กรณียํ พรหมจรรย์ได้อยู่จบแล้ว การงานที่ควรทำคือการฆ่ากิเลสนั้นแหละได้ฆ่าเสร็จเรียบร้อยแล้ว ความสุขไม่มีอะไรเกินผู้ฆ่ากิเลสสิ้นซากไปแล้ว ดังพระพุทธเจ้า-พระอรหันต์ ท่านผู้นี้ผู้ทรงความสุขความเจริญตลอด นอกนั้นไม่มีใครได้ทรง

ให้พากันจำเอานะ อย่าพากันดีดกันดิ้นจนลืมเนื้อลืมตัว มันอดไม่ได้นะเดินไปตามถนนหนทางมองเห็นทุกสิ่งทุกอย่าง มันอดไม่ได้คือธรรมมันแทรกไปด้วยๆ แต่ก่อนไม่ได้คิด เห็นอะไรก็ โอ้ ดีใจเพลิดเพลินไปตามเขาๆ ไม่ได้มองย้อนหน้าย้อนหลัง ทีนี้เวลาธรรมมีพอได้พิจารณาไตร่ตรองต่างๆ แล้วมันจะวิ่งตามกันไป อันนี้บวกอันนี้ลบๆ กันไปแล้วเข้าใจ อยู่ได้มนุษย์เรา ถ้ามีแต่จะหาบวก ลบถ่ายเดียวเท่านั้นละ ที่จะหาว่าบวกๆ ว่าได้มาๆ มีแต่เสียไปๆ ถ้ามีว่าเสียไปแล้วจะได้มามันตามลบกันอยู่นั้น ให้พากันจำเอานะ

ป่าช้ามีกับทุกคนนะนี่ไม่ได้เว้น สัตว์ตัวเล็กขนาดไหนป่าช้าก็เล็กขนาดนั้น ตัวเท่าช้างป่าช้าก็เท่าช้าง ได้พิจารณา ถ้าเอาธรรมไปจับแล้วจะเข้าใจ ถ้าไม่มีธรรมไม่มีทางเข้าใจเลยละ ตายทิ้งเปล่าๆ พวกเราทั้งหลาย คำสอนเหล่านี้เป็นคำสอนของจอมปราชญ์ ท่านฉลาดเหนือมนุษย์ทั้งหลายแล้ว ท่านเปลื้องตนของท่านด้วยบรมสุขแล้วท่านจึงเอาอุบายวิธีการที่แก้ตนผ่านพ้นไปแล้วนี้มาสอนโลก เพราะโลกมันพัวพัน เหมือนลิงกับแหพันกันนั่นละ ให้พากันจำเอา ทีนี้จะให้พร

 

รับชมรับฟังพระธรรมเทศนาของหลวงตา ได้ที่

www.luangta.com หรือ www.luangta.or.th

และทางสถานีวิทยุเสียงธรรมเพื่อประชาชน FM 103.25 MHz

พร้อมเครือข่ายทั่วประเทศ

 


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก