เพลินในธรรมไม่เหมือนเพลินทางโลก
วันที่ 17 เมษายน 2552 เวลา 8:00 น.
สถานที่ : วัดป่าบ้านตาด
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :
ข้อมูลเสียงแบบ(Win)   ข้อมูลเสียงแบบ(MP3)

เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด

เมื่อวันที่ ๑๗ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๕๒

เพลินในธรรมไม่เหมือนเพลินทางโลก

         ออกจากนี้เราก็ไปละไปช่วยโลก ของนี้เต็มรถไปเลยไปให้โรงพยาบาลตามที่ต่างๆ ไปโรงนั้นๆ ไปได้วันละโรง..โรงพยาบาล แล้วให้เงินประจำโรงละสองหมื่นๆ  ตึกสงฆ์อาพาธหน้าศาลา ๓๑,๑๖๐ บาท ผ้าป่าหน้าศาลา ๑๒,๗๕๙ บาท มีแต่ช่วยโลกทั้งนั้น ออกมาอะไรๆ ออกช่วยโลกทั้งหมดเลย เราไม่เอาอะไร เราพูดจริงๆ มันจวนจะตายแล้ว พูดให้พี่น้องทั้งหลายฟังด้วยคุณค่าแห่งการปฏิบัติธรรมมาเป็นลำดับลำดา ตั้งแต่ออกจากเรียนหนังสือเข้าหาโรงงานใหญ่ คือพ่อแม่ครูจารย์มั่น รับโอวาทจากท่านอย่างถึงใจแล้วเข้าป่าเลย เที่ยวกรรมฐานองค์เดียวๆๆ ไม่เอาใครไปด้วย มันเป็นน้ำไหลบ่า ไม่รุนแรง ไปองค์เดียวตลอดนะเราเที่ยวกรรมฐาน ผิดกับพระทั้งหลายที่ท่านเที่ยวไปทีละสององค์สามองค์ เราไม่เคย ไปองค์เดียวๆ ตลอด

ตั้งแต่หยุดเรียนหนังสือก็เข้าหาโรงงานใหญ่หลวงปู่มั่น ท่านเทศน์ให้ฟังอย่างถึงใจ ออกมาก็ถามตัวเองว่าเป็นอย่างไรเทศน์ของท่านวันนี้ถึงใจไหม ต้องเอาตายสู้ ทางนี้ตอบรับกัน เอาตายสู้ สู้จริงๆ ฟัดกันตั้งแต่ออกปฏิบัติ ออกปฏิบัตินี้ ๗ พรรษา  หยุดเรียน เรียนหนังสือ ๗ ปี ไปถึง ๙ พรรษา ๑๖ ปี นั่นละตัดสินกันลงได้ ระหว่างกิเลสกับธรรมขาดสะบั้นลงไปในพรรษาที่ ๙ ปีที่ ๙ นั่นละกิเลสมันลำบากไหมล่ะ เราเรียนหนังสืออยู่ ๗ ปี เวลาออกปฏิบัติถึง ๙ ปี

คือการปฏิบัตินี้เอาจริงจังมากทีเดียว การเรียนหนังสือก็เหมือนท่านเหมือนเรา แต่เวลาออกปฏิบัตินี้เอาจริงเอาจัง เที่ยวกรรมฐานไปแต่องค์เดียวๆ ตลอดเลย ป่าช้าอยู่กับเราคนเดียว อยากกินก็กิน ไม่อยากกินก็ไม่กินกี่วันก็ตาม มันคนเดียวเรานี่ มันจะตายจริงๆ มันก็รู้ ก็ไปบิณฑบาตมากินเสียวันหนึ่ง นั่นละทุกข์ไหมพิจารณาซิ การเที่ยวกรรมฐานเพื่ออรรถเพื่อธรรมแก่ตัวเองแล้วก็กระจายออกไป ทุกข์ลำบากมากเวลาออกปฏิบัติ การเรียนหนังสือท่านเหมือนเรา เราเหมือนท่าน ไม่ค่อยมีหนักหน่วงถ่วงใจอะไรเหมือนการออกปฏิบัติ

การออกปฏิบัติเอาจริงเอาจังมากสำหรับเรา เป็นนิสัยผาดโผน ไปกรรมฐานก็ไปองค์เดียว ไม่เอาใครไปด้วยละตลอดเลย ไปองค์เดียวๆ พ่อแม่ครูจารย์มั่นก็เสริมด้วย ถ้าว่าจะไปที่ไหนทางไหนเราก็บอกท่าน เออดี ทางนั้นดี แล้วไปกี่องค์ ว่าไปองค์เดียว เออขึ้นทันทีเลย ท่านมหาไปองค์เดียวใครอย่าไปยุ่งท่านนะ ท่านเห็นความตั้งใจของเรา เอาจริงเอาจังมาก เวลาลงมาหาท่านนี่ตัวเหมือนทาขมิ้นหมดทั้งตัวเลย ดีๆ ธรรมดาเรานี้ละลงมาจนท่านร้องโก้กเลย โอ๊ย ทำไมเป็นอย่างนี้ คือมันเหมือนทาขมิ้น  ลงมาจากภูเขา ไม่ได้เจ็บไข้ได้ป่วยอะไรละ มันหากเป็นของมัน ท่านร้องโก้กขึ้นเลยทำไมเป็นอย่างนี้ล่ะ สักเดี๋ยวขึ้นรับ อย่างนี้จึงเรียกว่านักรบ นั่น ท่านกลัวเราจะอ่อนใจ

เอาขนาดนั้นละการปฏิบัติเพื่อฆ่ากิเลสหนักมากนะ เรียนหนังสือธรรมดาไม่หนักมากอะไรนัก แต่การออกปฏิบัติเพื่อจะฆ่ากิเลสนี้หนักมากจริงๆ ต้องเอาเป็นเอาตายเข้าว่าเลย ถึงอย่างนั้นมันก็ยังจะสู้กิเลสไม่ได้ละ แต่สู้ไม่ได้นี่ไม่ถอยนะ สมมุติว่าสู้ไม่ได้วันนี้นอนไม่หลับซัดกันอีกอยู่อย่างนั้นละ ถ้าลงได้ขึ้นเวทีแล้วแพ้ไม่มี ตกเวทีไปคนละฝ่ายไปเลย ใครไม่ดีตกเวที ใครดีอยู่ บางทีก็ตกเวทีทั้งสองฝ่ายเรียกว่าเสมอกัน เอาขนาดนั้นกว่าจะได้ธรรมมาครองใจ ถึงเวลาธรรมครองใจนี้ก็ผาง จ้าไปหมดนะ

นี่ละอำนาจแห่งความเอาจริงเอาจัง เวลากิเลสขาดสะบั้นลงไปนี้ โลกมันมืดไม่มืดเพราะอะไรนะ มืดเพราะกิเลสอย่างเดียวเท่านั้น ความโลภ ความโกรธ ความหลง ราคะตัณหา นี่ตัวมืดบอดปิดจิตใจให้มืดบอดไปตามๆ กันหมด พอฟาดอันนี้ขาดสะบั้นลงไปจิตจ้าเลย จิตมันสว่างอยู่แล้วเป็นแต่เพียงว่ามีอะไรมาปิดครอบ เหมือนอย่างไฟเรานี้ละมันสว่างอยู่แล้วดวงไฟ แต่มีแก้วครอบแก้วดำแก้วอะไรมันก็เป็นไปตามแก้วครอบ มันไม่สว่างไสวเต็มที่ กิเลสนั่นละเป็นสิ่งที่ครอบงำจิตใจ พอเอาอันนี้ออกแล้วจิตก็สว่างจ้าเลยอย่างนั้นละ ให้พากันตั้งอกตั้งใจนะ

เราก็จวนตัวเข้ามาทุกวันแล้ว เหนื่อย ทุกวันนี้ไปไหนมาไหนเหนื่อยมากนะ อยู่บนกุฏิเดินจงกรมนี้ชนลูกกรง ถ้าไม่มีลูกกรงตก กลางคืนเดินจงกรม เวลาจิตมันเข้าสู่จุดของมันมันจะไม่คิดเรื่องอะไร มันจะไปของมัน มันออกไปนู้นไม่รู้ ใส่ลูกกรงเป๋งเลย ไปโดนลูกกรงแล้วกลับเข้ามาเดินจงกรมกลางคืนกุฏิเรา เพราะฉะนั้นทางจงกรมเราจึงมีลูกกรงเอาไว้ ไม่อย่างนั้นตกกุฏิ เพราะเดินจงกรมจิตเวลามันแน่วของมันแล้วมันไม่ได้สนใจทางซ้ายทางขวานะ ไปโดนเอาลูกกรง นั่นละทำความเพียร

เฒ่าแก่ขนาดนี้เดินจงกรมคืนหนึ่งไม่ต่ำกว่าสองหนนะนั่น เดินจงกรมกลางคืนเงียบๆ ลงมาออกมาเดินเวลาเงียบๆ เป็นเวลาสงัดดี ตั้งแต่สี่ทุ่มไปละเดินจงกรม ก็ไม่ทราบว่าจะชำระอะไรนะ พูดให้มันชัดๆ อย่างนี้ กิเลสมันม้วนเสื่อไปหมดชำระอะไร แต่มันเพลินในธรรม ผลแห่งการชำระกิเลสได้แล้วมันเพลิน เดินจงกรมก็เพลินไป มันมีสิ่งที่พาให้เพลินนะ แต่เวลาฆ่ากับกิเลสนี้ก็ฟัดกับกิเลสตลอด ไม่มองหน้ามองหลัง พอกิเลสขาดสะบั้นลงไปแล้วทีนี้มันโล่ง ผลแห่งความโล่งเป็นความรื่นเริงบันเทิง ทีนี้เดินไม่รู้จักหยุดนะ ถ้าลงมันได้เพลินในผลของงานที่เราทำได้มาเป็นลำดับแล้วเพลิน เป็นอย่างนั้นนะ ไม่ใช่ว่าได้ผลแล้วมันจะหยุด มันไม่หยุดนะ มันเพลินในผลรายได้ของตัวเอง เพลินในธรรมทั้งหลายไม่เหมือนเพลินทางโลก  เพลินทางโลกเพลินแล้วเศร้าโศกไปด้วย เสียใจไปด้วย เพลินทางธรรมไม่มี มีแต่เพลินละเอียดลออไปเรื่อยเลย พากันจำเอานะ เอาละ วันนี้พูดเท่านี้

 

รับชมและรับฟังพระธรรมเทศนาของหลวงตา ได้ที่

www.luangta.com หรือ www.luangta.or.th

สถานีวิทยุเสียงธรรมเพื่อประชาชน  FM 103.25 MHz

และเครือข่ายทั่วประเทศ

 


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก