ความจริงจังของใจเป็นกำลังสำคัญมาก
วันที่ 13 มิถุนายน 2552 เวลา 7:40 น.
สถานที่ : วัดป่าบ้านตาด
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :
ข้อมูลเสียงแบบ(Win)   ข้อมูลเสียงแบบ(MP3)

เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด

เมื่อวันที่ ๑๓ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๕๒

ความจริงจังของใจเป็นกำลังสำคัญมาก

 

          (ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานีได้ปรึกษากับพระอาจารย์อินทร์ถวายว่า ลูกศิษย์ทั้งหลายจะมาถวายผ้าป่าเพื่อสร้างโรงพยาบาลร่วมกับหลวงตา ในวันที่ ๘ สิงหาคมก่อนวันเกิดหลวงตาครับ มากราบนิมนต์หลวงตารับผ้าป่าของเหล่าศิษยานุศิษย์ทั้งหลายครับ ตอนนี้โรงพยาบาลสร้างไปได้ ๑๒ เปอร์เซ็นต์ครับ ฐานรากข้างล่างใกล้จะเสร็จแล้วครับ งานเร็วกว่าแผนครับหลวงตา) (ยอดบริจาคผ้าป่า ๘๔,๐๐๐ สร้างตึกสงฆ์อาพาธ ๑๐ ชั้น โรงพยาบาลอุดรธานี ถึงวันที่ ๑๒ มิถุนายน ๒๕๕๒ รวมเงินผ่านธนาคารทั้ง ๓ แห่ง เป็นเงินทั้งสิ้น ๑๘๔,๓๖๙,๒๗๒ บาท คิดเป็นกอง ๙๒,๑๘๔ กองครับผม) จวนจะถึง ๒๐๐ ล้านแล้ว มีแต่สงเคราะห์โลกทั้งนั้นแหละ สงเคราะห์เจ้าของไม่มี สงเคราะห์เจ้าของมาตอนเช้าเต็มบาตร

          พี่น้องทั้งหลายให้พากันสนใจในอรรถในธรรมนะ ใครมีธรรมในใจแล้วคนนั้นจะเย็นนะ อะไรเข้าสู่ใจไม่เย็น แม้เงินทองกองเท่าภูเขาเข้าหัวใจก็ไม่เย็น แต่ธรรมเข้าสู่หัวใจนี้เย็นนะ อยู่ในป่าในเขาเย็นอยู่ในภูเขา นั่งบนกองเงินกองทองไม่เย็น ถ้าเอาธรรมเข้าสู่หัวใจแล้วเย็นนะ สบายมาก ให้พากันสนใจในธรรม เวลาจะหลับจะนอนอย่าลืมกราบพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ แล้วเราสวดมนต์มีอะไรให้สวดตามเกิดตามมี  ให้ดีที่สุดแล้วก่อนจะหลับจริงๆ ก็นั่งภาวนาเสียก่อนแล้วดีนะ ภาวนาพุทโธๆ ให้จิตอยู่กับพุทโธ สติอยู่กับพุทโธแล้วจะเย็นนะ เย็นมากทีเดียว จิตอยู่กับธรรมเย็น ถ้าอยู่กับโลกร้อน ร้อนเป็นฟืนเป็นไฟ ถ้าอยู่กับธรรมแล้วเย็นสบายๆ เท่านั้นละวันนี้ไม่มีอะไรมากนักนะ

          ๘ โมงกว่าแล้ว จะออกเดินทางละ เราไม่ค่อยได้อยู่ล่ะ วันหนึ่งไปที่หนึ่ง วันหนึ่งไปที่หนึ่ง เมื่อวานเอาของไปส่งโรงพยาบาลบึงกาฬ ของไปเต็มรถเลย เทลงโรงพยาบาลบึงกาฬ ไปทุกวันล่ะ แล้วให้โรงพยาบาลแต่ละโรงๆ ให้โรงละสองหมื่นๆ ถ้าได้ไปวันไหน ไปอย่างนั้นละ ทำเพื่อโลกเพื่อสงสาร เราพูดจริงๆ เกิดมาในชาตินี้เรียกว่าล้างป่าช้าสักทีหนึ่ง พูดให้พี่น้องทั้งหลายฟังเสีย

ตั้งแต่วันปฏิบัติมาเข้าวัดเข้าวา เข้าเป็นนาค บวชเป็นพระมา ฝึกหัดเจ้าของตั้งแต่วันเข้าไปเป็นนาคเลยนะ ฝึกหลับฝึกนอนฝึกทุกอย่าง แม่น่ะเป็นห่วงเรา เวลาจะไปไหนมาไหนบอกแม่ว่าให้ปลุกนะตอนเช้าจะไปอะไรแต่เช้า แล้วมีพี่ชายเป็นคู่แข่งกันอยู่นั้น พี่ชายเขาถึงเวลาแล้วยังไม่ได้ปลุกเขาไปแล้วนะ เรานี้ทุกครั้งแม่ต้องมาปลุก ว่าจะไปอะไรแต่เช้าตอนเช้าให้ปลุกหน่อยนะ พอแม่รับทราบแล้วทอดอาลัยแล้วนะนั่น แม่ไม่รู้ภายในของเรา รับทราบแล้วว่าแม่จะปลุก ถึงเวลาแม่จะปลุก นอนนี่เอาตายเข้าว่าเลย ไม่มีที่จะลุกด้วยตัวเอง แม่ไม่ปลุกไม่มี ส่วนพี่ชายแม่ยังไม่ปลุกไปแล้ว ตื่นไปแล้ว เรานี้แม่ต้องปลุกทุกครั้งๆ

เวลาจะไปเข้าไปบวชมานั่งปั๊บลง แม่จะบอกนะ นี่พูดให้ชัดเจนเสียนะลูกนะ การงานทุกสิ่งทุกอย่างแม่ไม่มีที่ต้องติ แต่การนอนนี้ตายเลยนะลูกนะ ถ้าลงว่าแม่ปลุกหน่อยนะวันพรุ่งนี้จะไปอะไรแต่เช้าแม่ต้องปลุกทุกครั้งๆ เวลาเข้าไปในวัดแล้วใครจะมาปลุก หมู่เพื่อนบิณฑบาตบ้านไหนเมืองไหนกลับมา แล้วไปปลุกท่านบัวมาฉันจังหันนี้อย่าให้แม่ได้ยินนะ แม่จะเอาหัวมุดลงดินนะ ว่าอย่างนั้น เราก็ฟังเฉยนะ ไม่พูดละเรื่องพูดไม่พูด เก็บไว้ในจิตๆ พอออกไปเท่านั้นทีนี้เราต้องเป็นตัวของเรานะ แม่ไม่ได้มาคอยปลุกคอยบอกคอยเตือนละนะ เป็นตายก็เป็นเรื่องของเรา ขายหน้าก็เป็นเรื่องของเราละ เราต้องเป็นเราเต็มตัวนะ ตั้งแต่บัดนั้นเลยการหลับการนอนการตื่นการไปไหนนี้ดีดผึงๆ เลย

นั่นละการฝึกตัวเอง ที่แม่หนักใจไม่ต้องหนัก มันเป็นของมันแล้วเรียบร้อย พอตื่นนอนก็ผึงๆเลยละ ๑๘ ปี ตั้งแต่ตื่นนอนแบบเนื้อมันตื่นนายพรานอะไรนี่มันกลัว แบบผึงเลยนะ อันนี้ก็เหมือนกันเวลาตื่นนอน ๑๘ ปีตื่นนอนดีดผึงๆ จนกระทั่ง ๑๘ ปีแล้วค่อยฝึกหัดใหม่ พอถึง ๑๘ ปีถ้าพูดถึงเรื่องเวทีก็จะพังแล้วละสู้กันกับกิเลสนะ ๑๘ ปีฟัดกับกิเลสได้เบาตัว เบากาย เบาใจ ในปี ๑๘ เวลาตื่นให้ลุก พอรู้ทิศทางเรียบร้อยแล้วค่อยลุก เตือนเจ้าของ แต่ก่อนมันไม่เป็น พอรู้สึกปั๊บดีดผึงๆเลย ทีนี้ให้เป็นอย่างนี้ ๑๘ ปีถึงได้ฝึกนอนใหม่ ไม่อย่างนั้นมันเป็นเหมือนแม่เนื้อตื่นนายพราน ตื่นปึ้งเลยไป ดีดผึงๆ เลยนะ

เราก็ไม่ลืม พรรษา ๑๘ ฝึกใหม่ ถึงเช่นนั้นมันก็ยังตื่นพับโดดเลยๆ เพราะการฝึกเจ้าของ ถึง ๑๘ ปีจึงได้ฝึกการนอนใหม่ การนอนให้ตื่นเรียบร้อยแล้วมองดูทิศทาง รู้แล้วค่อยลุกค่อยไป ธรรมดามันไม่เป็น พอรู้สึกดีดเลย ผึงๆ เพราะการฝึก ฝึกอย่างนั้นละเรื่อยมา นี่อุตส่าห์พยายามมาเป็นลำดับลำดา การประพฤติปฏิบัติเราพูดง่ายๆ พี่น้องลูกหลานฟังเสียนี่เราจวนจะตายแล้วนะ ชาตินี้เป็นชาติสุดท้ายของเราจะไม่กลับมาเกิดอีก รู้ชัดเจนภายในจิตใจ ขาดสะบั้นหมดในบรรดาสมมุติทั้งมวล ที่ติดอยู่กับจิตแต่ก่อนสลัดปัดทิ้งหมดเลย ยังเหลือแต่ทองคำทั้งแท่ง หรือทองทั้งแท่งอยู่ในจิต เรียกว่าเป็นธรรมธาตุ

นี่การฝึกเจ้าของฝึกอย่างนั้นละ เอาจริงเอาจังมาก ไม่ได้ฝึกธรรมดา แล้วการหลับการนอนการตื่นนี้ต้องดีดปึ๋งๆๆ ตลอดเลยทีเดียว จนกระทั่งพรรษา ๑๘ ถึงได้มาฝึกใหม่เรื่อยมา นั่นเรียกว่าลงเวทีแล้วนะ มันฟัดกันข้าศึกตกเวทีตั้งแต่พรรษา ๑๖ แล้ว ขาดสะบั้นลงไป ตกเวทีพรรษา ๑๖ พรรษา ๑๘ ฝึกการหลับการนอนใหม่ ไม่อย่างนั้นมันดีดผึงๆ เลย นี่ละการฝึกเจ้าของ แล้วเรื่อยมา

ทุกวันนี้มันตื่นแล้วพลิกทางนี้ ตื่นทางนี้พลิกทางนี้ ทุกวันนี้นะมันไม่ยอมลุกนะ ตื่นมันก็ไม่ลุก แต่ตอนที่ฝึกมันนี้ โห ดีดเลยๆ นี่เป็นเพราะใจ กำหนดเวลาไว้ว่าเราจะนอนนี่กำหนดไว้ดีๆ จะตื่นในเวลาเท่านั้นได้จริงๆ นะ ใครอย่าไปว่านะว่าไม่ได้ ได้ นี้ทำมาแล้วนะ ดีดผึงเลยถึงเวลา มันรู้ของมันเองนะ พอจะนอนนี่กำหนดไว้เราจะตื่นเวลาเท่านั้น ดีดผึงๆ เลย

นี่การฝึก ทุกอย่างฝึก การบวชฝึกฆ่ากิเลสนี้หนักมากนะ จากนั้นมาค่อยเบาค่อยสบาย ทุกวันนี้เรียกว่าไม่มีอะไรล่ะ ในจิตนี้หมด ทางกิริยาภายนอกมาอยู่ในสภาพแห่งความนินทาสรรเสริญของโลก มันเป็นสถานีหรือว่าเวทีโลกธรรมติได้ชมได้ ติกันนะ ทั้งเขาทั้งเราติได้ชมได้ แต่จิตนี้ไม่มี แต่กิริยาที่มันเคยมีเป็นธรรมดา พูดหยอกเล่นหัวเราะเฮฮาเหมือนคลังกิเลสก็ได้ แต่จิตไม่มี นี่ละการฝึก ฝึกกันให้ฝึกอย่างนั้นนะ

นี่ทุกอย่างได้ทำอย่างถึงใจทุกอย่าง ไม่ได้ทำเหลาะๆแหละๆนะ ทำอย่างถึงใจ ว่าเอาเอา ว่าสู้สู้เลย ที่จะให้ยกมือไหว้ยอมแล้วไม่มี บอกว่าหัวขาด ตกเวทีไปเลย ใครยัง ใครตายก็ตายไปเลย ใครไม่ตายให้อยู่บนเวที ผู้ชนะอยู่บนเวที ผู้แพ้ให้ตกเวทีไปเลย เอาถ้าแพ้ให้ตกเวที ที่จะให้ถอยไม่ถอยเลย อย่างนั้นละการฝึก คือจิตมันเด็ด เด็ดมากจริงๆละจิต นิสัยเราผาดโผนมาก แต่ไหนแต่เรามาเป็นนิสัยจริงจังมากทีเดียว ว่าอะไรขาดสะบั้นไปเลย ขาดสะบั้นไปเลย ถ้าลงได้ลั่นคำแล้วนั้นละเรียกว่าไม่มีเงื่อนต่อเลย เหมือนหินหักเอามาต่อก็เป็นรอยต่อเสีย อันนี้ไม่ให้มีต่อ

นี่การฝึกเจ้าของ ความจริงจังของใจเป็นกำลังสำคัญมากแล้วฝึกได้คนเรา ทุกคนออกมาจากการฝึกด้วยกัน การประพฤติปฏิบัติให้ฝึก ไม่ฝึกไม่ดี อยู่เฉยๆ ว่านา ดีนายอะไรก็ดีแต่ชื่อ ตัวมันเหมือนกองมูตรกองคูถ ถ้าได้ฝึกแล้วดีทั้งคนดีทั้งชื่อนะ จำเอานะ เท่านั้นละ จะให้พร

 

 

          รับชมรับฟังพระธรรมเทศนาของหลวงตา ได้ที่

www.luangta.com หรือ www.luangta.or.th

     และทางสถานีวิทยุเสียงธรรมเพื่อประชาชน FM 103.25 MHz

พร้อมเครือข่ายทั่วประเทศ

 

 

 

 

 


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก