ขอให้เชื่อพระพุทธเจ้าเถิด
วันที่ 4 กรกฎาคม. 2552 เวลา 13:00 น. ความยาว 90 นาที
สถานที่ : วัดป่าหนองกอง อ.บ้านผือ จ.อุดรธาน

ดู ภาพและเสียง (Flash) 4 ก.ค. 2552

เทศน์อบรมฆราวาส

เนื่องในพิธีประชุมเพลิงศพ หลวงปู่เพียร วิริโย 

วัดป่าหนองกอง อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี

เมื่อวันที่ ๔ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๕๒

(เวลา ๑๓.๐๐ น.)

ขอให้เชื่อพระพุทธเจ้าเถิด

 

          วันนี้เป็นวันสำคัญของทุกๆท่านที่มารวมอยู่ในสถานที่นี่ แม้จะไม่มาที่นี่ก็ตามแต่ก็เป็นความสำคัญสำหรับทุกท่านที่ไม่ได้มา ได้แก่วันนี้ความตายของท่านอาจารย์เพียรได้ประกาศให้เราทั้งหลายได้ทราบว่าทุกท่านจะเป็นแบบเดียวกันนี้ ไม่มีแบบอื่นมาทำหน้าที่แทน การเกิดกับการตายเป็นของคู่เคียงกัน เวลามีชีวิตอยู่ให้พยายามสนใจในศีลในธรรม การรักษาตัวนั้นแหละโดยธรรมเรียกว่าเป็นธรรม การรักษาตัวด้วยการกินเหล้าเมาสุยา สูบกัญชายาเมาอะไร มีเมียสี่คนห้าคนไม่พออย่างนี้ใช้ไม่ได้นะ

ต้องปฏิบัติเอาท่านผู้ล่วงลับไปนี้มาเป็นสักขีพยาน ว่าพวกเราทั้งหลายที่มาอยู่ที่นี่ทุกคนไม่มีเว้นแต่คนเดียวที่จะเล็ดลอดตาข่ายของพญามัจจุราชไปได้ ต้องตายด้วยกันหมด เวลายังไม่ตายให้ได้คิดอ่านตัวเอง อ่านตัวเองนั้นละสำคัญมาก อาศัยคนอื่นมาเป็นหินลับปัญญา เห็นคนดีก็เอามาคิด คนชั่วก็เอามาคิด เพื่อดัดแปลงแก้ไขตน อย่างนี้เป็นความถูกต้อง แล้วสุดท้ายของพวกเราทั้งหลายก็จะมาลงในจุดเดียวกัน อย่างศพของอาจารย์เพียรก็ประกาศอยู่แล้ววันนี้ อย่าได้พากันนอนใจ

เวลามีชีวิตอยู่ก็ให้ทำประโยชน์ในทางที่ถูกที่ดีต่อตนเองและสังคม จะได้เป็นประโยชน์ สังคมจะเป็นสุข ถ้าต่างคนต่างแหวกแนวๆ อย่างนี้แล้วโลกนี้ก็เป็นโลกร้างว่างเปล่าจากคนดี จะมีแต่คนชั่วครองบ้านครองเมือง ไปที่ไหนจะมีแต่ฟืนแต่ไฟเผาไหมกัน แม้ที่สุดผัวเมียซึ่งรักกันมาตั้งแต่วันได้กันเป็นผัวเป็นเมียก็กลายเป็นข้าศึก เป็นหมากัดกัน อย่าให้มีนะ สิ่งเหล่านี้ไม่เป็นธรรม หมากัดกันเป็นอย่างไร ถ้าให้รู้หมากัดกันกลับไปบ้านนี้พ่อบ้านกับแม่บ้านก็ให้ไปทะเลาะกัน เถียงกันให้เด็กตาดำๆได้ดูได้หัวเราะสักทีหนึ่งว่าพ่อกับแม่เราเราก็ถือว่าเป็นพ่อเป็นแม่เรามานาน ทำไมวันนี้จึงมาแสดงลวดลายหมากัดกันให้เราเห็นอย่างนี้ ถ้าลูกเขาตำหนิอย่างนี้อย่าไปว่าให้ลูกเขาได้ไหม ก็เราเรียนวิชาหมากัดกันมากัดต่อหน้าลูก ลูกก็สลดสังเวชละซี ให้พากันจำให้ดีนะ

วันนี้เป็นวันประกาศเรื่องความตายของเราทุกคนที่มาอยู่นี้ ว่าจะมีด้วยกันทั้งนั้นแหละ เวลามีชีวิตอยู่ให้เสาะแสวงหาความดีงาม ปลูกบ้านสร้างเรือนทำมาหาเลี้ยงชีพก็ให้เป็นความดีงาม อย่าให้ไปกระทบกระเทือนคนอื่น สร้างความมั่งมีแก่ตนแต่ไปฉกไปลักขโมยปล้นจี้เขามาอย่างนี้เรียกว่าใช้ไม่ได้ เอาฟืนเอาไฟมาเผาตน จากนี้แล้วก็จะไปเผาที่นรกอเวจี คำว่านรกอเวจีนี้ใครเป็นผู้สอนไว้ ศาสดาองค์เอกผู้สิ้นกิเลสเป็นโลกวิทู รู้แจ้งโลกนอกโลกในตลอดทั่วถึง โลกผีโลกคน โลกเทวบุตรเทวดา พระพุทธเจ้าทรงทราบหมดเรียบร้อยแล้ว จึงมาแสดงให้พวกเราฟังด้วยสวากขาตธรรม คือตรัสไว้ชอบแล้ว

เราอย่าคัดค้านเสียงอรรถเสียงธรรมที่พระพุทธเจ้าผู้สิ้นกิเลส รู้ทั้งโลกนอกโลกในมาสอนเรา ให้เราอุตส่าห์พยายามปฏิบัติ อุตส่าห์ทำความดีงาม ถ้าความดีงามมีอยู่ในสถานที่ใดในครอบครัวเหย้าเรือน ผัวเมียลูกเต้าหลานเหลนก็เย็นใจเป็นสุข ในบ้านเราสังคมใดถ้ามีแต่ความดีมาพบเห็นกัน สนทนากันเรื่องความดิบความดีแล้วก็เป็นมงคล วันนี้ความตายได้ประกาศให้เห็นแล้ว ทุกคนจะเป็นคนชั่วก็ดี จะเป็นคนดีก็ดี มันตายด้วยกันนั้นแหละ แต่การตายนี้ไม่แน่นอน เวลาเรามานี้ก็เป็นมนุษย์มาด้วยกัน เกิดเป็นมนุษย์มาทั้งคนๆด้วยกันทั้งหญิงทั้งชาย แต่เวลาตายลงไปแล้วนี้มันจะไปที่ไหน อันนี้ขึ้นอยู่กับกรรม

กรรมแปลว่าการกระทำ ทำดีจะได้ดีไปดีเป็นสุข ทำชั่วได้ชั่วไปสู่ทุคติเป็นทุกข์จมอยู่ในนรก นรกนี้ใครเป็นผู้แสดงไว้ พระพุทธเจ้าเป็นผู้แสดงไว้ด้วยสวากขาตธรรมคือตรัสไว้ชอบแล้ว อย่าคัดค้านว่าความดีที่ท่านสอนให้ทำนั้นเป็นของไม่ดี ความชั่วที่ท่านสอนให้ละว่าเป็นของดิบของดีแล้วจะขัดต่อธรรมของพระพุทธเจ้า จะเป็นคนขวางตน ขวางตนแล้วก็ไปขวางอยู่ในนรกอเวจี ท่านทั้งหลายยังไม่เห็นเหรอนรกอเวจี คนตาบอดไม่ว่าใครๆหูหนวกนี้ไม่เห็นด้วยกันทั้งนั้น แต่ผู้ที่มาชี้แจงบาปบุญนรกสวรรค์นิพพานนี้คือศาสดาองค์เอก ซึ่งรู้เห็นทุกสิ่งทุกอย่างแล้วจึงนำธรรมเหล่านี้มาสอนพวกเรา

ขอให้เชื่อพระพุทธเจ้าเถิด เช่นเดียวกับคนตาบอดเชื่อคนตาดีจูงไปไหนก็ต้องไป อย่าเอาคนตาบอดมาจูงคนตาบอดมันจะพากันลงเหวลงบ่อ ตกนรกหมกไหม้ไม่มีวันขึ้นมาได้แหละ ให้เชื่อคนดี ศาสดาองค์เอกไม่มีใครเสมอ สอนคำใดไว้แล้วคำนั้นเป็นอันว่าไม่ผิด เรียกว่าสวากขาตธรรมตรัสไว้ชอบแล้ว พวกเรานี้มันไม่ชอบ มันโกโรโกโส ประพฤติปฏิบัติเป็นข้าศึกต่อตนตลอดมาด้วยการทำชั่วช้าลามกนี้ไม่ดี มันขัดกับธรรม ท่านสอนว่าให้ปฏิบัติตัวให้ดีก็ต้องปฏิบัติตนให้ดี นี่จึงเรียกว่าปฏิบัติตามธรรมก็จะเป็นมงคลแก่ตัวของเราเอง อย่าให้ได้ขัดตัวเอง

ในเวลามีชีวิตอยู่นี้สร้างตั้งแต่ความชั่วช้าลามกด้วยความสมัครใจ ว่าสิ่งนี้ไม่มีบาป สิ่งนี้ไม่เป็นบาป นรกไม่มี สวรรค์ไม่มี มีแต่ความอยากทะเยอทะยานไม่รู้จักประมาณมันเหยียบหัวใจคนอยู่ตลอดเวลา เพราะฉะนั้นมันจึงไม่มีใครอยากจะทำความดีงามยิ่งกว่าอยากทำความชั่ว เพราะความชั่วนี้ถ้าเป็นอาหารก็ทั้งหวานทั้งหอมของสัตว์นรกผู้ที่จะไปนรก ของชั่วเห็นว่าเป็นของดี ของดีเห็นว่าเป็นของชั่ว นี่พวกแหวกแนวคำสอนของพระพุทธเจ้า อย่าพากันทำอย่างนี้

เราเป็นลูกศิษย์มีครู ศาสดาเอกเป็นสรณะของพวกเรา ในเมืองไทยมากต่อมาก ถือพุทธศาสนา พุทธศาสนาไม่ได้สอนคนให้ทำชั่วช้าลามกแล้วไปตกนรกหมกไหม้ จมอยู่นั้นไม่มีวันขึ้นมา สอนให้คนละชั่วทำดีเพื่อจะได้หลีกทางนรก ไปตั้งแต่ไปสวรรค์ –พรหมโลก-นิพพานอย่างเดียว ท่านสอนให้ไปทางดีทั้งนั้น พวกเราทั้งหลายให้พากันจดจำนะ ไม่จดจำไม่ได้

อะไรก็ว่าเราเป็นใหญ่ๆ ทำความชั่วขนาดไหนก็เราเป็นใหญ่ๆ บทเวลาไปตกนรกแล้วใครเป็นใหญ่ ก็มีแต่จ่านรกนั่นละ ยมบาลเขาละเป็นใหญ่ บีบหัวลงไปหลุมไหนก็ได้ตามแต่กรรมของผู้ทำชั่ว ผู้ทำชั่วที่หนักมากที่สุดก็ไม่มีวันฟื้นขึ้นมาได้ง่ายๆ  ตกเป็นกัปเป็นกัลป์ก็ไม่ฟื้นคือคนประเภทใดที่ไปทำกรรมหนักขนาดนั้น ที่บุญกุศลนี้ช่วยไม่ได้คืออะไร ฆ่ามารดาหนึ่ง ฆ่าบิดาหนึ่ง ฆ่าพระอรหันต์หนึ่ง สังฆเภทยุยงให้สงฆ์ที่มีความพร้อมเพรียงสามัคคีด้วยศีลด้วยธรรม ปฏิบัติต่อกันอยู่โดยดีให้แตกร้าวสามัคคีกันไป แล้วอะไรอีกลืม (ฆ่าพระพุทธเจ้าแม้ไม่ตายก็ตามหนึ่ง) งานเหล่านี้เป็นงานที่หนักมาก ตกนรกนี้ไม่มีวันฟื้นขึ้นมาได้ง่ายๆ นี่ท่านเรียกว่าอนันตริยกรรม กรรมที่มีแต่ความทุกข์ล้วนๆ แม้แสงหิ่งห้อยมาแย็บหนึ่งพอเป็นความสว่างในกองทุกข์ของคนนั้นไม่มีเลย นี่เรียกว่าอนันตริยกรรม กรรมที่เป็นทุกข์ล้วนๆ แล้วไม่ฟื้นขึ้นมาอย่างง่ายดาย

นี่ท่านผู้เป็นจอมปราชญ์เป็นผู้สอนไว้ เราเป็นคนโง่แล้วจะเป็นจอมโง่เข้าไปอีก ไม่เชื่อคำสั่งสอนของท่านแล้วจะจมลงไปนะ ให้จำเอา บาปเป็นของที่จอมปราชญ์ทั้งหลายมาดั้งเดิมกลัวกกันทั้งนั้น แต่คนชั่วช้าลามกคนอันธพาลชอบกันทั้งนั้น เราจะเป็นฝ่ายคนอันธพาล หรือจะเป็นฝ่ายคนมีศาสนาประจำตนให้เลือกเอา ถ้าคนเอาศาสนาเป็นครูประจำตนแล้วก็จะสร้างตั้งแต่ความดีงาม สิ่งใดไม่ดีไม่งามไม่ทำ ทำตั้งแต่ความดีงาม นี่เป็นทางถูก

เวลาตายไปนี้ท่านทั้งหลายยังภูมิใจอยู่เหรอว่า เวลานี้เรามีชีวิตยอมรับว่ามีชีวิต เพราะยังไม่ตาย แต่เวลาตายลงไปแล้วใครจะไปประกันท่านละ ไม่มีใครประกันนอกจากบุญและบาปเท่านั้นเป็นเคื่องประกันท่านเอง ถ้าใครทำบุญทำกุศลทำแต่ความดีงามทั้งหลายบุญกุศลก็จะเป็นเครื่องประกันให้เราไปสู่สถานทีดีคติที่เหมาะสม ถ้าเราชอบทำตั้งแต่บาปแต่กรรมชั่วช้าลามกถือว่าเป็นของดี อันนั้นละจะมาเป็นข้าศึก ผันหัวเราลงนรก นรกศาสดาทั้งหลายท่านสอนไว้แล้วว่ามีมาตั้งกัปตั้งกัลป์เราอย่าไปลลบล้าง การไปลบล้างนรกก็เท่ากับมีความกล้าหาญชาญชัยต่อการทำบาปทำกรรม แล้วใจจะกำเริบเสิบสานขึ้นไป สร้างแต่บาปตายแล้วจมลงนรกไปเลย คำว่าสวรรค์-นิพพานโกทั้งหลายเขาไปกันมาก แต่เราแหวกแนวไปลงนรกแต่คนเดียวมันไม่น่าอายโลกเขาบ้างเหรอ ให้พิจารณาอย่างนี้

คำที่สอนเหล่านี้เป็นคำสอนที่ถูกต้องทั้งนั้น คนฝ่ายผิดนี้คือพวกเราทั้งหลายผิดมาเรื่อยๆ ตั้งแต่วันเกิดมาจนวันตายทำแต่ความผิดก็มีเยอะ ท่านเรียกว่าตโมตมปรายโน เกิดมาก็มืดบอด เวลาตายไปแล้วก็มืดบอด มืดบอดตั้งแต่วันต้นถึงวันสุดท้ายแห่งชีวิต มืดบอด จากนั้นก็ไปลงหลุมนรกที่มืดบอดให้ไฟนรกเผาอยู่ไม่มีประมาณเลย นี่เรียกว่ากรรมชั่ว ถ้ากรรมดีแล้วเราทำแต่สิ่งที่ดีตามทางของศาสดาสอนไว้ เราก็จะเป็นคนดีเรื่อยไป

สถานที่ว่านรกใครจะไปตกนรก ถ้าใครสมัครอยากไปตกนรกแล้วให้ทำแต่ความชั่วช้าลามก ไม่ต้องบอกว่าทางนรกไปทางไหน คือทางการกระทำของเรานั่นแหละเป็นการเบิกทางไปสู่แดนนรก ทางสวรรค์-พรหมโลก-นิพพานอยู่ทางไหนคือทางความดีของเราที่สร้างมานั่นแหละ เป็นการเบิกทางพากเราไปสู่สวรรค์-พรหมโลกและนิพพานได้ ให้พากันจำเอา คำสอนเหล่านี้เป็นคำสอนของศาสดาเอกผู้ไม่มีกิเลสภายในตัวเลยสอนพวกเรา เราเป็นผู้มีกิเลสภายในตัวก็คือคนตาบอดอาศัยคนตาดี ให้ตามคนตาดี  อย่าไปอวดดีอวดเก่งว่าเราตาบอดไปไหนไปได้ทั้งนั้น ไปได้ ลงนรกก็ได้ ตกเหวตกบ่อก็คนตาบอดที่อวดดิบอวดดีนั้นแหละ ถ้าคนตาดีแล้วเขาไม่ตก เห็นอะไรที่ควรหลีกเขาหลีกไป ถ้าคนอวดดีนั้นละมันทำแต่ความชั่วตกนรกหมกไหม้ทั้งเป็น ตายแล้วก็จมในนรกอีก ให้พากันจำเอานะพี่น้องทั้งหลาย

วันนี้ไม่เทศน์อะไรมากนักละ นานๆท่านทั้งหลายจะมาได้ยินเสียงธรรมทีหนึ่ง เสียงดุเสียงด่า เสียงทะเลาะเบาะแว้ง เสียงการฆ่าฟันรันแทงมันเป็นข้าศึกทั่วโลกดินแดนไม่มีทางสงบ แต่เสียงอรรถเสียงธรรมนี้จะมีได้บ้างเป็นบางครั้งบางคราว ดังวันนี้ท่านทั้งหลายมาเผาศพท่านเพียร ก็มาได้ยินเสียงอรรถเสียงธรรมดังที่ท่านกำลังแสดงอยู่เวลานี้ ให้เราไปเป็นคติเครื่องเตือนใจตัวเอง ต่อไปก็ให้สร้างตั้งแต่ความดีงาม ความสุขความเจริญจะเป็นสมบัติของท่านเอง

เอาล่ะ การแสดงธรรมก็เห็นว่าสมควรแก่ธาตุแก่ขันธ์ จึงขอยุติเพียงเท่านี้  ขอความสวัสดีจงมีแก่พี่น้องทั้งหลายโดยทั่วกันเทอญ   

 

  รับชมรับฟังพระธรรมเทศนาของหลวงตา ได้ที่

www.luangta.com หรือ www.luangta.or.th

     และทางสถานีวิทยุเสียงธรรมเพื่อประชาชน FM 103.25 MHz

พร้อมเครือข่ายทั่วประเทศ

 

 


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก