มหาโจรปล้นชาติ
วันที่ 9 มิถุนายน 2543
สถานที่ : วัดป่าบ้านตาด
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :

เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด

เมื่อวันที่ ๙ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๔๓

มหาโจรปล้นชาติ

(วันนี้มีผู้มาฟังธรรมประมาณ ๒๐๐ คน)

วันนี้ก็จะไปเทศน์ที่วิทยาลัยพลศึกษา อุดรฯ วันที่ ๙ วันที่ ๑๐ พัก วันที่ ๑๑ ไปเทศน์วัดใหม่(วัดป่ากกสะทอน) เจ้าฟ้าหญิงเล็กจะเสด็จวันนั้นตอนบ่าย ดูเหมือนบ่าย ๒ โมง วันที่ ๑๒ พัก วันที่ ๑๓ ไปเทศน์ที่ ต.ช.ด.ขอนแก่น

ทองคำที่จะเข้าคลังหลวงครั้งนี้หนึ่งพันกิโล ก็ขยับมาเรื่อย ๆ พอได้หนึ่งพันกิโลแล้ว ทีนี้หดไม่ก้าวนะ พอได้หนึ่งพันกิโลแล้วไม่ก้าวมาได้ ๓ เดือน ถึงได้ ๙ กิโลนี่จากหนึ่งพันกิโล แต่ก่อนยังไม่ถึงหนึ่งพันเก้า เร่งมา ๆ พอถึงหนึ่งพันแล้วไม่อยากก้าว ได้ ๙ กิโล คือทองคำหนึ่งพันกิโล เวลาหลอมแล้วมันลด เราต้องเผื่อเอาไว้กว่าหนึ่งพันไป หากว่าเป็นทองแท่งก็ไม่เป็นไร แต่นี้มันทองหลายประเภท เวลาหลอมแล้วต้องลดทีเดียว น่าจะไม่ต่ำกว่า ๒๐ กิโลเวลาหลอมเรียบร้อยแล้วนะ ลดลง อันนี้ขึ้นอยู่กับทองแท่ง ทองหลายประเภท ทีแรกลดตั้ง ๒๐ ยี่สิบกว่ากระมัง หลอมคราวนั้นดูเหมือน ๔๐๐ กิโลหรือไง ที่เราหลอมแล้วฝากไว้คลังหลวง ยังไม่ได้เข้านะ ๔๐๐ กิโลนี้ยังฝากอยู่ในคลังหลวง ส่วน ๑,๐๓๗ กิโลครึ่งนั้น มอบเข้าคลังหลวงแล้ว สำหรับสี่ร้อยที่หลอมทีหลังนี้ฝากคลังหลวงไว้ยังไม่เข้า จะไปเข้ารวมกันนี้รวมกันแล้วเป็นหนึ่งพันกิโล กับที่หลอมใหม่ จะหลอมใหม่เร็ว ๆ นี้ ไปกรุงเทพฯ คราวนี้ก็จะหลอมทอง

เมื่อวานนี้ก็เอาของไปส่งโรงพยาบาลนายูง พร้อมกับมอบเงินสดให้ เป็นอาหารครัวคนไข้ ๓๐,๐๐๐ คือการให้เงินสดนี้เราให้ประจำก็มี ให้แบบเป็นครั้งคราวก็มี แล้วแต่จำเป็นจะควรให้ให้ ถ้าควรจะให้เป็นประจำเดือนเราก็ให้ เช่นอย่างหนองวัวซอ นายูง ภูเรือ หนองหาน นี้ให้เป็นประจำมาเลย ประจำมานานแล้ว หนองหาน ๒๐,๐๐๐ กว่า ทางนายูงรวมแล้วเดือนละ ๒๐,๐๐๐ หนองวัวซอให้มาเดือนละ ๕๐,๐๐๐ เกี่ยวกับไฟฟ้า ๓๐,๐๐๐ ทีนี้ทราบว่าไฟฟ้าสะดวกขึ้นแล้ว เดือนกรกฎา นี้เราจะตัด ๓๐,๐๐๐ นั้นออกให้เหลือเพียง ๒๐,๐๐๐ เป็นค่าอาหารครัวคนไข้ ภูเรือ ๑๐,๐๐๐ นี่ให้เป็นประจำเดือนไม่ขาด ประจำตลอด อันนี้เราทำหน้าที่เอง เราต้องไปส่งเอง ๆ

อันไหนที่ให้เป็นหน้าที่ของคนอื่นเขา ถึงวันเวลาเขาก็ไปของเขาเอง เราไม่ถามซ้ำ ๆ ซาก ๆ เขาจะไปตามวันเวลาของเขาที่กำหนดไว้ เช่นจวนสิ้นเดือน ๆ ทางหนองหานมอบให้เขาทำแทน สำหรับภูเรือ นายูง อันนี้เราทำเอง ส่วนหนองวัวซอดูว่ารับที่นี่เลย กับโรงร่ำโรงเรียนอยู่ทั่ว ๆ ไปนี้ ให้คนทุกข์คนจน ให้พวกเด็กยากจนมาเรียนหนังสือมีอาหารกินตอนกลางวัน เราก็ให้ประมวลเด็กทั้งหมดที่ยากจนมารวม คนหนึ่งกี่บาท รวมแล้วมีกี่คน เดือนหนึ่งคนละเท่านั้นเท่านี้ รวมกันแล้วเป็นเท่าไร เราก็จ่ายให้รวมเลย บางแห่งเดือนละหมื่นก็มี หมื่นกว่าก็มี แปดพัน เก้าพันก็มี มีอยู่ทั่ว ๆ ไป

อย่างนี้ละหลวงตาทำประโยชน์ให้โลก พรรณนาไม่ได้จริง ๆ เราเองก็พรรณนาไม่ได้ เพราะมันมากต่อมาก รอบด้านเลยตลอดเวลา แม้แต่เครื่องมือแพทย์จากโรงพยาบาลต่าง ๆ นี้เรายังพรรณนาไม่ได้ ต้องคอยดูบิลเข้ามา พอบิลเข้ามานี้ โรงพยาบาลไหนดู อ๋อ โรงพยาบาลนั้น แล้วจ่าย ๆ คือมันมากต่อมาก เลยไม่ทราบจะกำหนดกฎเกณฑ์โรงพยาบาลไหนบ้าง นี่เป็นประจำ สำหรับวัดนี้ช่วย ช่วยอยู่อย่างนี้

เงินที่พี่น้องทั้งหลายบริจาค สำหรับเงินสดก็ดังที่เราเคยประกาศไว้แล้วตั้งแต่เบื้องต้น ไม่เคลื่อนนะ เราพูดอะไรเราพิจารณาเรียบร้อยแล้วปฏิบัติตามนั้น แล้วพูดออกมาตามนั้น จึงไม่เคลื่อนคลาด หากว่าเคลื่อนคลาดด้วยเหตุผลกลไกอะไร ก็จะประกาศให้พี่น้องทั้งหลายทราบ ถ้าไม่มีอะไรประกาศก็เรียกว่าเดินตามปกติของโครงการ เช่น เงินสดนี้ ในเบื้องต้นเราก็บอกว่าเงินสดนี้จะไม่เข้าคลังหลวง คลังหลวงจะเข้าพวก ดอลลาร์ ทองคำ สำหรับเงินสดนี้จะแยกออกช่วยทั่วประเทศไทย จังหวัดไหนมีความขัดสนจำเป็นมากน้อยเพียงไรแล้ว เราจะเอาเงินสดนี้แบ่งเป็นเงินก้อน ๆ ไปมอบให้ทางจังหวัดนั้น ๆ นี่เราคิดและพูดในเบื้องต้น

ทีนี้ครั้นเวลาคราวหลังมานี้เราพิจารณาถึงเรื่องการจะมอบเงินก้อนนี้ เราไม่ได้แน่ใจ เพราะเงินก้อนนี้ต้องหัวหน้ามารับ หัวหน้ามารับหัวหน้ามากินมากลืนก็ได้ มาประกาศตนว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ มหาโจรก็มาประกาศตนได้ว่าบริสุทธิ์ เมื่อรับไปแล้วไปถลุงเรียบ เราไม่ได้ติดตามดูจะรู้ได้ยังไง นี่เราไม่แน่ใจ เลยพักเงินก้อนนี้ไว้ไม่ออกแบบนั้น แล้วย้อนมาหาเราเอง เราเป็นผู้ทำหน้าที่เงินกองนี้ ย้อนออกมาที่ว่าช่วยเหล่านี้ เราย้อนออกมาช่วยทางนี้ เราทำเอง บริสุทธิ์ทุกอย่าง ๆ ไม่ผิดพลาด ไม่รั่วไหลแตกซึมไปไหนเลย เพราะฉะนั้นเงินก้อนนี้จึงไม่ได้ไปตามจังหวัดต่าง ๆ ที่ว่านั้น โดยเงินก้อน ๆ ไม่ไป ก็ออกอย่างที่เราออก จังหวัดไหนก็เราเป็นคนจัดเองสั่งเองจ่ายเองทั้งหมดเลย

ในเงินก้อน ๘๕๐ ล้านกว่านี้ ใน ๘๐๐ นั้นทั้ง ๆ ที่เราจะออกช่วยประเทศชาติทั่ว ๆ ไปไม่ได้เข้าคลังหลวง แต่ก็ยังต้องยักเอาเงินจำนวน ๘๐๐ ล้านนี้ไว้ เงิน ๘๐๐ ล้านนี้เราจะซื้อทองคำเข้าคลังหลวง เพราะเป็นห่วงคลังหลวงมากยิ่งกว่าภายนอกเสียอีก เพราะคลังหลวงเป็นหัวใจของชาติ เป็นเรื่องใหญ่โตมาก หัวใจของชาติสูดลมหายใจจากคลังหลวงนี้ทั้งนั้นเลย เราเป็นห่วง จึงพักเงินจำนวน ๘๐๐ ล้านนี้ไว้ อย่างน้อย ๘๐๐ ล้านเลย อาจจะเกินก็ได้แล้วแต่เราจะพิจารณาเห็นสมควรยังไง เพราะเราจะปฏิบัติเองเพื่อชาติบ้านเมืองของเรา ด้วยความบริสุทธิ์และเมตตาครอบไว้หมดเลย เราจึงไม่แน่นักจาก ๘๐๐ ล้านไป เวลานี้ยังอยู่ในธนาคาร จาก ๘๐๐ ล้านไปก็ ๕๐ กว่าล้าน อันนี้ก็ให้อยู่ด้วยกัน

เงินจำนวนเหล่านี้เรายังไม่เคยถอนแม้สตางค์หนึ่ง เราไม่เคยถอนออกมาเลย ส่วนใหญ่ฝากประจำเอาไว้ เพราะเราจะไม่ได้จ่ายง่าย ถึงดอกจะมีเล็กน้อยมันก็มี เพื่อให้มันเพิ่มในตัวของมันเอง เมื่อถึงกาลเวลาอันสมควรแล้ว เราถึงจะโยกย้ายเงินจำนวนนี้ไปซื้อทองคำเข้าสู่คลังหลวงของเรา นั่นละตอนนั้นเป็นตอนที่เรียกว่าสุดท้ายเราจะทำ เวลานี้ยังก้าวเดินอยู่ เหล่านี้จึงยังไม่แตะต้อง ให้พี่น้องทั้งหลายทราบตามนี้ จะไม่เคลื่อนคลาด เราพูดอะไรออกมาแล้วไม่มีเคลื่อนคลาดนะ ถ้าเคลื่อนคลาดด้วยเหตุผลกลไกอะไร จะประกาศให้พี่น้องทั้งหลายทราบทันที ๆ

สำหรับเงินที่ว่า ๘๐๐ ล้านที่จะเอาไปซื้อทองคำนี้ คงไม่ต่ำกว่า ๒ ตัน ถ้าอย่างเงินสมัยปัจจุบันประมาณ ๔๐ บาทต่อหนึ่งดอลลาร์ก็จะได้ทองคำ ๒ ตันกว่า ๆ ทองคำ ๒ ตันใครอย่ามาหวังจะบวกเข้าไปใน ๔,๐๐๐ กิโลนะ ๔,๐๐๐ กิโลคือ ๔ ตันนี้เราจะบิณฑบาตจากพี่น้องชาวไทยเราทั่วประเทศ มารวมกันแล้วเป็นทองคำอย่างน้อย ๔,๐๐๐ กิโล เท่ากับ ๔ ตัน อันนี้ให้เป็นเนื้อเป็นหนังเป็นโครงกระดูก เนื้อหนังโปะเข้าไป ๆ ทีนี้เงิน ๘๐๐ ล้านที่เราจะซื้อทองคำ จะได้ประมาณสัก ๒ ตันหรือเท่าไรก็แล้วแต่ อันนี้เราจะต่อให้เป็นยอดของทองคำ ๔,๐๐๐ กิโลนี้ เราจะต่อยอดจากทองคำ ๔,๐๐๐ กิโลขึ้นไปข้างบน ใครจึงมานับเข้านี้ไม่ได้ อันนี้เราไม่ให้มาแตะต้อง เราจะต่อยอดต่างหาก เราบอกไว้เป็นระยะ ๆ อย่างนี้ ให้พากันทราบไว้ตามนี้

เราจะออกเป็นพัก ๆ ประกาศให้พี่น้องทั้งหลายทราบเป็นพัก ๆ ในนามของเราเป็นศูนย์กลางของพี่น้องชาวไทยทั้งชาติ เพื่ออุ้มชูชาติไทยของเรา โดยที่เราเป็นหัวหน้า เพราะฉะนั้นอะไรที่มาเป็นมลทินต่อความแน่นหนามั่นคงของชาติไทยเรา เราจึงต้องออกหน้า ๆ เสมอ เพราะเราเป็นผู้นำ เพื่อการเชิดชูรักษาความมั่นคงแห่งชาติบ้านเมืองของเรา ด้วยเหตุนี้อะไรก็ตามมาผ่าน ถึงกาลเวลาที่เราจะพูดแล้วเราจะพูด โดยความเป็นธรรมตลอดไปเลย เราเป็นพระเราจะนำธรรมมาพูด ผิดถูกชั่วดีอะไร ๆ ธรรมจะไปตามนั้นเลย ไม่มีคำว่าลูบหน้าปะจมูก พูดอย่างตรงไปตรงมา เรียกว่า ธรรม สอนได้สามแดนโลกธาตุนี้คือธรรม ธรรมเหนือทุกอย่าง เพราะฉะนั้นธรรมจึงสอนได้

ในเวลานี้ก็ในนามเราเป็นอาจารย์ของพี่น้องชาวไทยเราทั้งชาติ แม้แต่รัฐบาลก็เป็นลูกชาวพุทธ ซึ่งควรจะฟังเสียงของธรรม ไม่อย่างนั้นชาติไทยเราแตก เวลานี้เราพูดตรง ๆ สายธรรมจับดู ระหว่างพี่น้องชาวไทยกับรัฐบาลนี้ เคยฝากเป็นฝากตายกันมาตั้งแต่รัฐบาลไหน ตั้งแต่ พ.ศ.เท่าไรที่ตั้งเป็นประชาธิปไตยขึ้นมานี้ ก็รู้สึกว่ากลมกลืน ถึงจะกินกันบ้างก็เป็นธรรมดา เนื้อกับลิ้นก็อยู่ด้วยกันนั่นแหละ อาหารกับลิ้นกับผู้ทำครัวมันก็ต้องชิมบ้าง จิ๊บ ๆ แจ๊บ ๆ เป็นธรรมดา ไม่ถึงกับว่ากินหมดจนกระทั่งไม่ให้คนอื่นกินเลย เจ้าของต้องชิม อย่างน้อยชิมเสียก่อน อาหารนี่เผ็ดเกินไปหรือเค็มเกินไปหรือเป็นยังไง ต้องชิมเสียก่อน มากกว่านั้น เอ๊ย วันนี้หิว เอามาใส่สักคำ อย่างนี้ก็ยังไม่ค่อยเป็นไรนะ ไอ้ที่ว่างาบหมดทั้งหม้อนี้ แหม ฟังไม่ได้นะ ฟังให้ดี

นี่รัฐบาลเราก็ตั้งกันมาอย่างนี้ ก็เป็นลักษณะทั้งชิมทั้งกิน พี่น้องชาวไทยก็ไม่ถือสีถือสา ทราบด้วยกัน เรื่องทราบทำไมจะไม่ทราบคนด้วยกัน จะไปตั้งเป็นรัฐบาลไหน ออกจากประชาชนทั้งนั้น ทำไมจะไม่ทราบเรื่องราวความเคลื่อนไหวของรัฐบาล นอกจากไม่พูดเท่านั้นเอง นี้เป็นหลักความจริงที่พี่น้องชาวไทยทราบความเคลื่อนไหวของรัฐบาล เพราะนักกฎหมายบ้านเมืองมีขนาดไหนที่ไม่เข้าอยู่ในวงรัฐบาล แต่ปิดความรู้ของเขาได้เหรอ ที่จะไม่ให้เขารู้ในสิ่งเหล่านี้ เขารู้ได้ แต่ไม่ค่อยถือสีถือสากันอะไรเรื่อย ๆ มา มาระยะนี้ที่เป็นความจำเป็นของชาติไทยเราซึ่งเอนเอียงมากถึงขั้นจะล่มจมได้ กระเทือนถึงศาสนา

เราซึ่งมีความเมตตาสงเคราะห์โลกมาเป็นเวลานานนี้ ก็มากระเทือนอย่างหนัก ถึงกับได้ออกเป็นผู้นำพี่น้องทั้งหลาย ด้วยการประกาศวันที่ ๑๒ เมษายน ๒๕๔๑ เป็นเวลา ๒ ปีนี้แล้วที่มาเป็นผู้นำ เพื่อกู้ชาติบ้านเมืองของเรา ด้วยกำลังวังชาของพี่น้องชาวไทยทั่วหน้ากัน ซึ่งจะรวมกำลังกันช่วยชาติบ้านเมืองของเรา ได้มามากน้อยเพียงไรจะขนเข้าคลังหลวง ซึ่งเป็นคู่ควรกันกับพี่น้องชาวไทยเรา เป็นชาติไทยทั้งนั้น

สมบัติของชาติไทยทุกชิ้นทุกอัน ควรแก่คลังหลวงทุกบาททุกสตางค์นับแต่ทองคำลงมา ครั้นแล้วความเคลื่อนไหวของรัฐบาล รู้สึกว่าแสดงความเป็นภัย ๆ ต่อพี่น้องชาวไทย เรียกว่า ต่อชาติขึ้นมาเป็นลำดับ ทีแรกก็มีนิด ๆ หน่อย ๆ แต่ที่หลักใหญ่ก็คือว่า ต้มหลวงตาบัว เงินนี้จะเอาเข้าคลังหลวงในจุดที่เราต้องการ ก็มาพูดเบี่ยงบ่ายหลอกต้มเราว่า เข้าจุดนั้นแล้ว ฟังให้ดีนะ นี้ละพระพูดพูดอย่างตรงไปตรงมา ผิดถูกประการใดความจริงมีอย่างนี้ เราก็หลงกล เพราะเราไม่ทราบว่าธนาคารมีกี่แผนก ๆ เรารวมมาเลย เพราะธนาคารไม่รู้ใครจะรู้คำพูดอย่างนี้ว่า คลังหลวง คือเป็นหัวใจของชาติ ซึ่งเป็นหลักฐานมรดกมาดั้งเดิม ฟังซิชัดไหม เราจะเอาสมบัติเหล่านี้เข้าสู่คลังหลวงจุดนี้

ครั้นเวลามาบอกเราก็บอกแบบต้ม เราไม่รู้ธนาคารว่ามีกี่แผนก ๆ ก็จับได้ตรงนี้ เขาก็ยอมรับตามนี้ ว่าเข้าสู่คลังหลวงจุดที่หลวงพ่อต้องการแล้ว เราก็ตายใจเชื่อ แล้วก็มาให้เราเซ็นว่าเข้าคลังหลวง เราก็เซ็นด้วยความตายใจ ความเชื่อไม่เชื่อรัฐบาลเชื่อใคร ไม่เชื่อธนาคารเชื่อใคร เพราะพวกนี้เป็นผู้ที่ชำนิชำนาญ ความได้ความเสียของสมบัติ ทั้งส่วนย่อยส่วนใหญ่ ไม่มีใครเกินพวกนี้ เมื่อบอกอย่างนั้นแล้ว เราตายใจเราก็เซ็น เมื่อเซ็นแล้วทีนี้มันก็แย็บออกมาล่ะซิ ความต้องการ พูดให้ตรงไปตรงมาก็หมายความว่า รัฐบาลจะเอาเงินของเรานี้ไปเป็นกำแพงกั้นตัวเอง ประกาศให้พี่น้องชาวไทยทั้งหลายทราบว่า เงินหลวงตาบัวไม่แตะ ๆ อยู่อย่างนี้นะ ส่วนก้อนใหญ่ ๆ นั้นไม่เคยพูดถึงเลย ก้อนใหญ่ ๆ ก้อนที่จะกินหรือจะงาบอะไรเราก็ไม่รู้แหละ อันนี้ปิดไว้สนิท ๆ เลย

เอาเงินหลวงตาบัวนี้ไปก่อเป็นกำแพงล้อมความปลอดภัย พร้อมกันกับประกาศลูบจมูกพี่น้องชาวไทยเราว่า เงินหลวงตาบัวนี้ไม่แตะ ๆ เมื่อเราฟังแล้วมันสะดุดใจกึ๊กทันทีเลย ทั้ง ๆ ที่เขาจะเอาเงินของเรานี้ไปเป็นกำแพงล้อมกันมลทินของเขา ให้เป็นความบริสุทธิ์ พอให้พี่น้องทั้งหลายชาวไทยเราตายใจ พูดง่าย ๆ นะ ว่าเงินหลวงตาบัวนี้ไม่แตะ ๆ พี่น้องชาวไทยเราก็มีแต่ตัวเซ่อ ๆ โง่ ๆ คงจะตายใจด้วยก็มี ว่าเงินหลวงตาบัวไม่แตะ ก็เลยตายใจไปหมด เงินกองอื่นกองใดก็เลยไม่ทันคำนึง เมื่อเราได้ยินอย่างนี้ เงินหลวงตาบัวไม่แตะ ๆ นี้ เงินหลวงตาบัวไปอยู่ที่ไหน นั่นมันสวนเข้าไปแล้วนะ มันถึงออกมาประกาศอย่างนี้ แล้วเงินหลวงตาบัวไปอยู่ที่ไหน ถึงบอกว่าเงินหลวงตาบัวไม่แตะ

เราไปกรุงเทพฯ คราวนี้จึงไปสืบ ตามสืบด้วยคำพูดที่ล้อมรั้วตัวเองนั่นแหละ แต่ด้านหลังมันไม่ล้อมล่ะซี ธรรมะเข้าได้หมด ทราบแล้วก็ตามไป จึงไปทราบเรื่องราวต่าง ๆ มา ถึงฟัดกันใหญ่ พูดตรง ๆ นี่นะ เอากันหนักคราวที่แล้วนี้ ต้องเข้าไม่เข้านี้ไม่ได้เลย ทำไมมาต้มเรา นี้ยังไม่แล้วนะ ต้มครั้งที่หนึ่งนี้ยังไม่แล้ว เอาอีกครั้งที่สอง ที่เอาลายเซ็นของเรานั่นน่ะ ที่ถูกต้มไปแล้วนั้น เรียกว่าเราเซ็นด้วยการถูกต้ม ทางรัฐบาลทางธนาคาร จะเป็นใครไปถ้าไม่ใช่สองจำพวกนี้ คนตาสีตาสาเขาไม่มาหลอกเราอย่างนี้ แต่สองก๊กนี้เกี่ยวโยงกัน บอกทั้งสองเลยก็ได้ว่า รัฐบาลหรือธนาคารมาต้มเราให้เซ็น เมื่อเราเซ็นแล้ว พอเราทราบทีหลัง ตามลายเซ็นของเรานี้ก็เป็นโมฆะทันทีเลย เพราะนี้เซ็นปลอม เซ็นด้วยความถูกต้ม เมื่อเรารู้ตัวแล้วการเซ็นของเรานี้ก็เป็นโมฆะในทันทีทันใด เราก็หมุนเข้าไปจุดนี้เลย ทีนี้ก็เอาลายเซ็นของเรานี้แลมาเป็นอำนาจ บีบบังคับเราให้ปฏิบัติตามลายเซ็น

ปฏิบัติว่ายังไง ประกาศมาว่ายังไง ว่าคณะรัฐบาลได้ประชุมตกลงกันเรียบร้อยแล้วว่า หลวงตาต้องปฏิบัติตามที่หลวงตาเซ็นไว้แล้ว คือเงินนี้จะไม่เข้าคลังหลวง ต้องเข้าตามที่หลวงตาเซ็นไว้แล้ว เขาต้มมาอีกสองนะเข้าใจไหม เขาไม่รู้ว่าเขาต้มเรานะ ทางนี้ก็สวนทันทีบอกตรง ๆ เลย ก็ลายเซ็นอันนี้เป็นลายเซ็นที่ถูกต้ม ไม่ใช่ลายเซ็นที่แท้จริง ต้มก็รัฐบาลและธนาคารต้มเสียเอง ยังดีที่เราไม่ได้เอาผิดกับพวกต้มเรานะ ขอให้ได้ผลประโยชน์เท่านั้นเราพอ ลายเซ็นนี้จึงเป็นลายเซ็นที่ถูกต้ม จึงเป็นลายเซ็นที่เป็นโมฆะร้อยเปอร์เซ็นต์ไปเรียบร้อยแล้ว แม้คณะรัฐมนตรีจะมาประชุมตกลงกัน บังคับให้เราปฏิบัติตามนั้น อย่าว่าแต่คณะรัฐมนตรีเลย ให้โคตรคณะรัฐมนตรีมาประชุมตกลง ก็เป็นโมฆะไปด้วยกันหมด เพราะลายเซ็นนี้เป็นลายเซ็นที่เป็นโมฆะ จากการถูกต้มของรัฐบาล นี่เป็นครั้งที่สองต้มเรามา เห็นไหมแง่งอน

เวลานี้รัฐบาลกำลังจะตั้งตัวเป็นภัย เป็นมหาโจร ปล้นบ้านปล้นเมืองปล้นชาติไทยของเรา ให้พี่น้องทั้งหลายทราบเอาไว้นะ ออกทุกแง่ทุกมุม มีแต่แง่กันแง่กีด สมบัติของชาติที่พี่น้องชาวไทยนำมาบริจาคนี้ เป็นสิ่งที่เป็นสง่าราศีในนามของชาติ และเป็นสมบัติที่คู่ควรกับการเข้าคลังหลวงได้อย่างคล่องตัว ดีไม่ดีทางรัฐบาล วงราชการต่าง ๆ ควรจะมาอนุโมทนาเงินก้อนนี้ที่เข้าสู่คลังหลวง โดยที่ว่ารัฐบาลหามาไม่ได้ หรือวงราชการหามาไม่ได้ แต่ประชาชนเขาหามาได้ ทางรัฐบาลควรจะมาอนุโมทนาสาธุการในเงินจำนวนที่จะเข้าสู่คลังหลวงนี้ แต่เหตุใดจึงต้องมีแง่กีดกันมาตลอด กีดกันมาตลอดเลย จับได้มาตลอด ๆ นี้ภาษาธรรม ทำไมจะจับไม่ได้

เรื่องคลังกิเลสกับธรรมต่างกันยังไง พิจารณาซิ ออกมาแง่ไหนจับได้หมด นอกจากไม่พูดเฉย ๆ ทีนี้เมื่อถึงคราวที่จะออกแสดงก็ต้องออกแสดงบ้างอย่างนี้ซิ ไม่อย่างนั้นพี่น้องชาวไทยจะไม่รู้เนื้อรู้ตัว จะถูกต้มอย่างแหลกเหลวหมด เมื่อรู้เนื้อรู้ตัวแล้วถูกต้มก็เป็นกรรมของสัตว์เท่านั้นเอง กีดกันทุกแง่ทุกมุม เงินนี้จะเข้าก็ไม่ให้เข้า เอาอันนั้นมากีด เอาอันนี้มากัน มาตลอดเวลาไม่มีความสะดวกสบายเลย แล้วพวกนี้เอาอำนาจมาจากไหนมากีดกันเงินสมบัติของชาติ ไม่ให้เข้าคลังหลวง อันนี้เป็นคู่ควรกันแล้ว แล้วการกีดกันมันคู่ควรกับอะไร ถ้าไม่คู่ควรกับ เพื่อการต้มการตุ๋นการกลืนเงินของชาติ ด้วยความเป็นภัยต่อชาติจากมหาโจรเท่านั้นจะเป็นอะไรไป พิจารณาให้ชัดนะ นี้ละความจริงของธรรมออกอย่างนี้เลย

เวลานี้เราจับได้ชัดเจนแล้ว พูดออกมาจากความเข้าใจในความกีดกันทั้งหลายนี้ เป็นความเป็นภัย ๆ ต่อชาติทั้งนั้น ๆ จะไม่ให้พูดได้ยังไง ผู้ทำออกมา ผู้กีดกันออกมา ทำได้กีดกันได้ ผู้พูดตามเรื่องกีดกันทำไมจะพูดกันไม่ได้ ก็เรื่องมันเป็นอย่างนั้น นี่ละที่ว่ารัฐบาลชุดนี้จะกลายมาเป็นภัยต่อพี่น้องชาวไทยเราเวลานี้ ถ้าลงกีดกันเป็นข้าศึกต่อชาติทั้งชาติแล้วจะว่าเป็นคู่มิตรกันได้ยังไง นี่ละเรียกว่าเป็นแล้ว เริ่มเป็นแล้ว แก้แง่นั้น แก้แง่นี้ แถลงอย่างนั้น แถลงอย่างนี้ แถลงเพื่อรักษาตัวเอง แล้วก็เพื่อจะกลืนเงินในคลังหลวงเท่านั้นไม่เป็นอย่างอื่น แปลเป็นอย่างอื่นไปไม่ได้ เด็กตาสีตาสาเขาก็รู้ ทำไมผู้ใหญ่ทั้งหลายเราจะไม่รู้ แล้วธรรมจะไม่รู้มีเหรอ ธรรมสอนโลกแท้ ๆ จะไม่รู้มีเหรอ นี่ละให้เข้าใจ

อุบายวิธีการใดที่ออกหาวิธีการต้มตุ๋นหลอกลวงประชาชน และตลอดถึงการใช้อำนาจมืด ๆ ไปในแง่ต่าง ๆ ตามวงราชการ ไปทางผู้ว่าฯ ไปทางอำเภอ ไปทางไหน ที่กีดกันต่าง ๆ นี้เราจับได้หมดเรื่องเหล่านี้ ประชาชนเขามาร้องเรียนเรา เอาความจริงมาร้องเรียน เช่นอย่างจับกลุ่มกันจะเซ็นชื่อเซ็นนาม ขับคนสกปรกออกจากบ้านเมืองนั่นเอง พูดง่าย ๆ มันบีบบังคับแล้วหาชี้หน้าชี้ตา จดชื่อจดเสียง เขาก็มาร้องเรียนเรา ตัวการมันมาเขาก็บอก ตัวการคือใคร เราจับได้ขนาดนั้นแล้ว แล้วทีนี้มาแก้ตัวว่า ไม่ได้ประกาศ ๆ ไม่ได้ประกาศยังไงซัดกันเลย ตัวหลักฐานพยานมี นี่ละมันมาออกแบบอำนาจมืด ๆ ทุกอย่าง มันออกมาทุกแบบทุกอย่าง ล้วนแล้วตั้งแต่เป็นแบบฉบับมหาภัยที่จะทำลายชาติของเราทั้งนั้น ให้พี่น้องทั้งหลายทราบเอาไว้นะ รัฐบาลนี้จะตั้งตัวเป็นภัยเพราะกิริยาบอกหมดทุกอย่าง เพื่อความตั้งตัวเป็นภัย

ถ้ารัฐบาลเป็นลูกของประชาชน เป็นลูกชาวพุทธ ควรจะยอมรับเหตุผลสิ่งเหล่านี้ แล้วปฏิบัติต่อชาติบ้านเมืองด้วยความร่มรื่น และด้วยความมีเหตุผล จะสมชื่อสมนามว่ารัฐบาลนี้เป็นลูกชาวพุทธ ไม่ใช่ลูกชาวผี ไม่ใช่ลูกยักษ์ ลูกเปรตลูกผี กินไม่อิ่มไม่พอ กลืนไปเรื่อย ๆ เป็นยังไง

เรื่องราวมันเป็นขนาดไหนใครเป็นคนก่อขึ้น เงินกองนี้ไปก่อเรื่องราวขึ้นมาที่ไหนไม่เคยมีนะ เงินกองนี้รักษากันมาตั้งแต่บรรพบุรุษ เป็นสง่าราศีและความแน่นหนามั่นคงแก่ชาติไทยของเรามาจากบรรพบุรุษ นานขนาดไหน ไปก่อการร้ายให้ผู้ใด ไปทำความเสียหายแก่ผู้ใด ไอ้เรื่องยุ่งเหยิงวุ่นวายภายนอกไม่ใช่พวกรัฐบาลจะเป็นใคร เป็นผู้ถือบังเหียน เป็นผู้ก้าวเดิน ติดหนี้ติดสินเขามามากน้อยไม่ใช่รัฐบาลจะเป็นใคร ตาสีตาสาไปติดไม่ได้ไปกู้มาไม่ได้ ต้องเป็นเรื่องของรัฐบาลไปกู้มา ๆ ครั้นกู้มาแล้วก็มาบีบบี้สีไฟภาษีจากพี่น้องชาวไทย แล้วก็ผ่านไปอย่างสบาย เหยียบหัวประชาชนไปได้อย่างสบาย ๆ เวลาเงินเบาในกระเป๋านี้ก็ไปกู้ยืมเขามาก็ได้ ไปกู้ยืมเขามาแล้ว ทีนี้ก็มาบีบบี้สีไฟเอาดอกเบี้ย

ตั้งแต่ดอกเบี้ยที่พี่น้องชาวไทยใช้อยู่เวลานี้จนจะเป็นจะตายแล้วยังไม่พอ ยังไปกู้ยืมเขามาอีก เวลานี้ก็ทราบว่าสองแสนล้านฟังซิน่ะ มันกู้มาหาอะไร ถ้าไม่ตั้งใจกู้มากินมากลืน มาบีบบี้สีไฟ มาเผาบ้านเผาเมืองเรา กู้มาหาอะไร เหตุผลมันไม่มีที่จะกู้มาอย่างนี้ ตั้งแต่ติดหนี้เขามันก็พอแล้วนี่นะ แล้วไปกู้มาอะไรอีก แล้วกู้มาแล้วเอาไปที่ไหน ยังจะมาโกยเอาเงินในคลังหลวงนี้อีก เงินก้อนนี้ไปไหน เงินก้อนใหญ่ที่เป็นคลังหลวงนี้ว่าจะเอาไปฟื้นฟู ๆ เงินเหล่านั้นเอาไปไหนไม่ฟื้นฟูเหรอ จะฟื้นฟูตั้งแต่เงินก้อนที่กำลังจะฉิบหายทั้งชาตินี้เหรอ มันน่าคิดนะ พิจารณาให้ดี อันนี้ละที่มันเสียหายมาก

เวลานี้พูดได้ตรง ๆ เลยในนามของธรรม แสดงออกตามความสัตย์ความจริงว่า รัฐบาลกีดกันทุกแง่ทุกมุมที่จะเป็นสาระมั่นคงแก่พี่น้อง และเป็นสิริมงคลแก่พี่น้องชาวไทยของเรา โดยที่นำเงินของชาติทั้งชาตินี้เข้าสู่คลังหลวง ถูกกีดกันไว้หมดทุกแง่ทุกมุม นี่ก็กฤษฎีกาอะไร ๆ เขากำลังตีความหมาย มันตีความหมายไปถึงไหนกฤษฎีกานั่น ถ้าเป็นความมุ่งหวังที่จะร่วมมือร่วมใจกันอุ้มชูชาติบ้านเมืองแล้ว กฤษฎีกาใครเป็นคนแต่งขึ้นมา ก็แต่งขึ้นมาเพื่อความแน่นหนามั่นคงของชาติ แล้วไปตีความหมายอะไรตั้ง ๓ ปี ๔ เดือน ยังไม่เห็นได้เรื่องได้ราวอะไร ๓ ชั่วโมงเท่านั้นก็เสร็จถ้าจะตั้งใจพิจารณาจริง ๆ ถ้าไม่ตั้งใจจะทำเป็นแง่ต่าง ๆ ถ่วงเวล่ำเวลากันไว้ เพื่อจะกลืนได้ง่าย ๆ เปิดทางเพื่อความกลืนเข้าไปโดยลำดับ ๆ ด้วยวิธีการต่าง ๆ พอกีดกัน ๆ พอเปิด ๆ เพื่อให้ประชาชนหลง เปิดก็คือว่า แถลงที่นั่น แถลงที่นี่ ไปเปิดที่นั่นที่นี่ เพื่อให้ประชาชนหลงกล แล้วปิดก็ปิดไม่ให้เข้ามายุ่งอันนี้ เงินก้อนนี้จะกลืนเท่านั้น จะให้ว่าอะไรถ้าไม่ว่าอย่างนั้น

เงินก้อนนี้กลืนไปไม่ได้นะ ประชาชนจมทั้งชาติเลยถ้ากลืนก้อนนี้ แล้วประเทศนอกเขาก็จะดูถูกเหยียดหยามหมดทั้งประชาชนและรัฐบาล ไม่มีชิ้นดีเลย ถ้าเงินก้อนนี้ได้เคลื่อนไหวออกจากหลักสมบัติของชาติมาดั้งเดิมแล้ว จะเป็นอย่างอื่นไปไม่ได้ หาความเป็นสิริมงคลไม่ได้ เงินก้อนนี้อย่าเข้าใจว่าจะเป็นสิริมงคลแก่ผู้ใด จะเอาไปกินท้องป่องท้องแตกก็แตกเฉย ๆ บาปกรรมยังจะตามไปอีก ถ้าพูดถึงเรื่องบาปเรื่องกรรมในนามของเราเป็นชาวพุทธ ผู้ที่ไม่กลัวบาปกลัวกรรมก็ให้ดูตาประชาชนพี่น้องทั้งหลายเรานี้ เป็นตาของคนไม่ใช่ตาหมูตาหมาไม่ใช่ตาไม้ไผ่ รู้ได้ทุกคน ขอให้นำไปพินิจพิจารณา ไม่อย่างนั้นจะเหลวแหลกแหวกแนวไปกันใหญ่

ดีไม่ดีรัฐบาลกับประชาชนจะเกิดข้าศึกกัน ถ้าลงทะลึ่งเข้ามาจริง ๆ แล้วจะเกิด จะไม่เป็นอื่น เพราะรัฐบาลเป็นมหาโจร เงินก้อนนี้มีความผิดอะไร รัฐบาลเป็นผู้ผิดต่างหาก แต่ละชุด ๆ ไปก่อกรรมทำเข็ญมาจากที่ต่าง ๆ มาเป็นหนี้เป็นสินให้พี่น้องชาวไทยได้แบกหาม จนจะเป็นจะตายอยู่แล้วเวลานี้ แล้วยังจะมากลืนเงินกองนี้ไปอีก นั่นน่ะฟังซิมันเป็นข้าศึกขนาดไหน ๆ เงินก้อนนี้เป็นข้าศึกแก่ใคร บรรพบุรุษต้องเทิดทูนท่านซิถึงถูก ท่านรักษาเงินก้อนนี้มาแน่นหนามั่นคง ให้เป็นสง่าราศีแก่พี่น้องชาวไทยเรา แต่เหตุใดรัฐบาลก็เป็นลูกของบรรพบุรุษ ทำไมจึงต้องสังหารพ่อแม่ ปู่ย่า ตายาย ซึ่งเป็นบรรพบุรุษที่น่าบูชาได้ลงคอ เอ้า ให้พิจารณาทุกคน

นี้ละเวลานี้กำลังกีดกันทุกแง่ทุกมุม ให้ฟังเสียงทุกอย่างนะ มีแต่อุบายวิธีกีดกันที่จะกลืนเงินก้อนนี้ พูดให้ตรง ๆ อย่างนี้เลย กีดกันไว้ เงินก้อนนี้ไม่แตะ เงินก้อนนี้ไม่พูดถึง พูดอย่างงาม ๆ ว่ารวมบัญชี ๆ รวมหัวคนไทยทั้งชาติเข้ามามัดคอติดกัน เอาไฟเผามันเลย ด้วยการเอาเงินกองนี้ไปถลุง นั่นถูกต้อง ถ้าไม่อยากเป็นอย่างนั้นอย่ามาแตะเงินก้อนนี้ หัวใจของชาติ คอของชาติ อยู่ที่นี้หมด ถ้าหากว่ายังทะลึ่งเข้ามาอีก ดื้อด้านหาญทำเข้ามาอีก ประชาชนกับรัฐบาลอาจจะเป็นข้าศึกกันในกลางเมืองกลางกรุงสยามนี้ก็ได้

จะให้กลืนไปง่าย ๆ นี่น่าจะเป็นไปไม่ได้ เพราะเป็นหัวใจคนทุกคน ๆ และมีสิทธิ์เต็มที่ด้วย มีสิทธิ์โดยธรรมด้วย สมบัติก้อนนี้ประชาชนรักษาโดยธรรม มีสิทธิเต็มเหนี่ยวด้วย ผู้ที่จะมารุกล้ำเอาสิทธิมาจากไหน เอาเหตุผลกลไกมาจากไหนถึงจะมาล่วงล้ำเอาได้อย่างง่ายดาย เอาเหตุผลจับกันซิ นี้ละหลักธรรมต้องพูดตามหลักเหตุผลอย่างนี้ พูดอย่างอื่นไม่ถูก

เราในนามเป็นครูเป็นอาจารย์ เป็นผู้นำพี่น้องทั้งหลาย ทั้งในการบริจาค ทั้งการแนะนำสั่งสอน อุบายวิธีการที่จะทำบ้านเมืองของเราให้เจริญรุ่งเรืองแน่นหนามั่นคง เราก็ต้องสอนตามหลักธรรม อันใดที่มาแตะต้องทำลาย ที่จะทำส่วนใหญ่ให้เสียหายหรือเอนเอียง ตลอดล่มจมไป ตำหนิทันที ดีไม่ดีปัดออกทันที สอนวิธีการให้ทุกอย่าง วันนี้พูดเพียงเท่านี้ก่อน

(ลูกศิษย์กราบลากลับแปดริ้ว พร้อมทั้งถวายปัจจัย)

หลวงตา นั่นเห็นไหมล่ะ อยู่ไหนก็คนไทย ๆ นี่ขนเข้ามาคลังหลวงเพื่อชาติไทย เห็นไหมล่ะ มันก็เห็นกันอยู่อย่างนี้ ประชาชนทั้งชาติเขาทำความเป็นสิริมงคล เหตุใดเราจึงจะมาเป็นยักษ์เป็นผีเลวร้ายต่อชาติไทยมีเหรอ ไม่สมควรอย่างยิ่งนะ คนไทยทั้งชาติชี้หน้าก็จะผิดไปไหน ว่า มหาโจร ว่างั้นเลย ถ้าทำอย่างนั้นนะ ถ้าไม่ทำก็ไม่ว่า

วันนี้ฟังเทศน์เข้าใจชัดเจนไม่ใช่หรือ(ชัดเจนเจ้าค่ะ) ก็อย่างนั้นซี มันโง่ก็ต้องเปิดออก ๆ ไม่อย่างนั้นจมจริง ๆ ผู้นำจึงต้องเบิกให้รู้ เปิดทางให้คิดให้อ่าน เปิดอุบายวิธีการให้

เปิดดูข้อมูล วันต่อวันทันต่อเหตุการณ์ หลวงตาเทศน์อะไร ทาง internet

www.luangta.com


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก