อย่าให้มีใจหมายโทษ (เทศน์อบรมคณะทหารค่ายเจ้าพระยาสุรวงศ์วัฒนศักดิ์)
วันที่ 1 ตุลาคม 2552 เวลา 15:10 น.
สถานที่ : วัดป่าบ้านตาด
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :
ข้อมูลเสียงแบบ(Win)   ข้อมูลเสียงแบบ(MP3)

เทศน์อบรมคณะทหารค่ายเจ้าพระยาสุรวงศ์วัฒนศักดิ์ จ.อุดรธานี

ณ วัดป่าบ้านตาด

เมื่อวันที่ ๑ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๕๒ (๑๕.๑๐ น.)

อย่าให้มีใจหมายโทษ

         

          (วันนี้ลูกหลาน ค่ายเจ้าพระยาสุรวงศ์วัฒนศักดิ์ หนองสำโรง จะมาขอพรหลวงตาจะไปปฏิบัติหน้าที่ที่อำเภอเมืองปัตตานี ไป ๘๒๖ คนครับหลวงตา ต้องไปทำงานที่อำเภอเมืองปัตตานี ๑ ปี ๖ เดือน เลยมาขอพรหลวงตาให้มีโชค มีชัยชนะ แคล้วคลาดปลอดภัย ปราศจากอันตรายใดๆ ครับหลวงตา จะออกเดินทางวันที่ ๓ นี้ครับ)

          ให้นั่งสงบ นั่งสบายๆ เงียบๆ สัตว์นั้นน่ะ ไม่ว่าสัตว์น้ำ สัตว์บก สัตว์บนฟ้าอากาศ ใต้ดิน เหนือดิน รักชีวิตด้วยกัน ดังท่านทั้งหลายไปนี้ไม่ได้ตั้งอกตั้งใจฆ่าฟันรันแทง ไปก็เพื่อจะรักษาความเป็นอิสระแห่งชีวิตของตนๆ ตลอดส่วนรวม ไปก็ให้ไปมีอรรถมีธรรมติด ให้ระลึกถึงธรรมอยู่เสมอ ไปด้วยความจำเป็นเพื่อรักษาชีวิตจิตใจ

บ้านเมืองของใครใครก็รัก แม้ที่สุดมดอยู่ในรังมันมันก็รักเหมือนกัน มนุษย์ยิ่งมีความเฉลียวฉลาดกว่ามดมนุษย์เราก็จำเป็นต้องรัก แต่ไม่ได้มีความตั้งใจจะไปฆ่าฟันรันแทงใคร ไปตามหน้าที่แห่งความรักชาติของตน ไปด้วยความนิ่มนวลในจิตใจ สิ่งต่อต้านใดๆที่จะเป็นมาก็ไม่รุนแรง เพราะจิตใจไม่ตั้งหน้าตั้งตาจะไปฆ่าไปฟันรันแทง จะไปสังหารชีวิตผู้ใด เป็นเพียงว่าไปเพื่อรักษาชีวิตของสัตว์ทั่วโลกมันเป็นอย่างนี้ด้วยกัน เขาก็รักชีวิตเขา เราก็รักชีวิตเรา ไปด้วยความรักชีวิต แต่ไม่ได้ไปด้วยตั้งหน้าตั้งตาที่จะไปฆ่าฟันรันแทงอะไรกับใคร

นี่ละเป็นธรรม ท่านทั้งหลายไปอย่างนี้นะ ไปที่ไหนให้มีพุทโธ ธัมโม สังโฆติดตัว  พระพุทธเจ้าไม่ทำลายใคร พระธรรมไม่ทำลายใคร พระสงฆ์ไม่ทำลายใคร พุทโธ ธัมโม สังโฆ นี้องค์แห่งความเมตตาอย่างมากมายต่อสัตว์โลกทั้งหลาย ให้เรามีพุทโธ-ธัมโมติดจิตจิตใจ เรื่องราวทั้งหลายมันจะค่อยเบาลง แม้มีมากเบาลง มีน้อยค่อยหายไปจืดไปจางไป เพราะอำนาจแห่งความเมตตาธรรมของเราที่ได้มาจากพระพุทธเจ้า ไม่มีเมตตาใดที่จะเสมอเหมือนเมตตาธรรมของพระพุทธเจ้าละ

ไปก็ให้ไปรักศีลรักธรรม อย่าไปมีหมายโทษหมายกรรมจะฆ่าคนนั้นจะฟันคนนี้อย่างนี้ เจตนาอย่างนี้ไม่ให้มี ให้มีตามหน้าที่แห่งความรักชาติทั้งสัตว์ทุกประเภท สัตว์น้ำสัตว์บกเราก็ไปตามความรักชาติของสัตว์ โลกที่มีสัญชาตญาณรักตนเหมือนกันนั่นแหละ ไปก็อย่าให้มีใจหมายโทษ ไปตามเรื่องตามราวที่เรารักส่วนรวม เราไม่ได้ไปฆ่าเขา เราไปรักษาชาติของเขาของเราต่างหาก เราไม่ได้ตั้งเจตนาที่จะไปฆ่าคน แม้แต่สัตว์ตัวหนึ่งเขาก็รักชีวิตของเขา คนทั้งคนจะไม่รักชีวิตได้หรือ ชาติทั้งชาติจะไม่รักชีวิตของตนได้เหรอ มันก็จำเป็น ต้องไปด้วยความจำเป็นอย่างนี้แล้ว

ไปไหนให้มีธรรมติดตัวสิ่งที่แข็งจะอ่อนลงๆ ถ้ามีความคาดร้ายหมายโทษอย่างนั้นมันรับกันมันตอบกัน เวรต่อเวรแล้วกัดกันเหมือนหมา นั่นละถ้าต่างจะสู้แล้วเอากันละ ทั้งตัวแพ้ตัวชนะมันเจ็บด้วยกัน เสียหายด้วยกัน นี่เราก็ไปตามหน้าที่ของเรา มีความเมตตาสม่ำเสมอ เราไม่ได้ตั้งใจไปฆ่าฟันรันแทงไปทำลายใคร เราไปนี้คือชาตินี้เป็นชาติของเรา ชาติเขาเป็นชาติของเขา เราไปนี้ไปเพื่อรักชาติด้วยกัน เขาก็รักชาติเราก็รักชาติ ไม่ได้ตั้งใจไปทำลายหมายโทษผู้ใดๆ อย่างนี้ละเป็นธรรม การไปเป็นธรรม

พุทโธ ธัมโม สังโฆ อย่าได้ละในจิตใจ จิตใจอ่อน..ใจทางนี้อ่อนทางนู้นก็อ่อน จิตใจทางนี้แข็งทางนู้นก็แข็ง จิตใจทางนี้สู้ทางนู้นก็สู้ สุดท้ายก็แหลกลาญไปตามๆกัน ทั้งผู้แพ้ผู้ชนะไม่ดีเลย ให้มีจิตใจอ่อนโยนนิ่มนวล เมตตาต่อสัตว์โลกด้วยกัน เหมือนเราเมตตาเรารักเรา เขาก็รักเขาเหมือนกัน ให้ต่างคนต่างไปด้วยความเมตตา รักกัน  เป็นความจำเป็น อยู่เป็นกลุ่มเป็นเหล่าก็ต้องได้รักษากลุ่มรักษาเหล่า เราอยู่ในบ้านเราก็รักษาวงบ้านของเรา เราไปอยู่ที่ไหนก็ต้องได้รักษา เขาก็มีเหมือนกัน เราก็มีเหมือนกัน แต่เมื่อต่างคนต่างมีเท่านั้นไม่ได้ออกมาโอ้อวดต่อกันอย่างนั้น ถ้าเอามาอย่างนั้นเสียหาย ให้พากันจำเอานะลูกหลานนะ นั่นละอยู่ด้วยกันได้ละ

พูดก็พูดเท่านั้นละ หลวงตาไม่ได้พูดมากละ เหนื่อยนะ ไปก็ขอให้ท่านทั้งหลายไปด้วยความสงบร่มเย็น ไปด้วยความเป็นสุขๆ มีธรรมภายในใจแล้วจะเป็นความสุข ข้าศึกศัตรูทั้งหลายจะอ่อนลงๆๆ  ถ้าไปตั้งหน้าตั้งตาที่จะไปฆ่าฟันรันแทงอย่างนั้น..เขาก็แข็งเราก็แข็งแล้วในจิตใจ แล้วต่อไปกิริยาแสดงออกทำลายกันได้ ต่างคนต่างไปด้วยความมีความเมตตาๆ ไปด้วยความจำเป็น เพราะเขาก็มีชาติเราก็มีชาติ เขารักชาติเราก็รักชาติของเรา ไปด้วยความรักชาติต่างหาก ไม่ได้ไปเพื่อความแสลงแทงใจกับผู้ใด ให้จำเอานะ เท่านั้นละ วันนี้ไม่พูดมากอะไรมากละ หลวงตาเหนื่อย

ไปขอให้มีความสวัสดีเป็นสุขๆ ทั้งไปทั้งกลับมีความแคล้วคลาดปลอดภัย ตลอดชาติบ้านเมืองของเราให้ได้ความสงบร่มเย็น เพราะการไปของเราเท่านี้ก็เป็นที่พอใจของธรรมแล้วแหละนะ ขอความสวัสดีจงมีแก่ท่านทั้งหลายโดยทั่วหน้ากันเทอญ

(มีผ้าพันคอให้ทหารใส่คอครับ) มาจับแล้วก็พอแล้ว ห้อยคอนี้คือเครื่องหมายของผู้รักชาติ ไม่ใช่เครื่องหมายของผู้ทำลายใคร เป็นเครื่องหมายของผู้รักชาติบ้านเมืองมาประกาศความรักชาติเสมอกัน อย่าได้ทำลายติเตียน หรือทำร้ายอะไรก็ตาม   ให้ต่างคนได้เห็นว่า นี้คือเครื่องหมายแห่งความรักชาติของท่านของเราเหมือนกันหมดนะ ต่อจากนั้นไปก็จะมีความสงบร่มเย็นทั่วหน้ากัน  เอาละนะพอ

(ลูกหลานจะได้ลาหลวงตา ขอกราบอาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายได้ปกป้องคุ้มครองให้หลวงตามีสุขภาพพลานามัยที่แข็งแรง เป็นร่มโพธิ์ร่มไทรของพุทธศาสนาและลูกหลานประชาชนทุกคนครับ) สวัสดีทั้งไปทั้งกลับนะ ให้แคล้วคลาดปลอดภัย นำความเป็นมงคลแก่ชาติของเรา เท่านั้นหลวงตาก็พอใจ ธรรมก็พอใจ

(ท้ายเทศน์)

(หลวงตาท่านดูรูปครูบาอาจารย์เพชรน้ำหนึ่งที่ติดอยู่) ครูบาอาจารย์เหล่านี้มีแต่ประเภทน้ำหนึ่งนะ น้ำสองมีแทรกนิดหน่อย มีเพชรน้ำหนึ่ง ดูเอาพระอรหันต์ในสมัยปัจจุบันให้ดูเอา ไม่ต้องตีตรา พระภายในท่านรู้กันหมดนั่นละ ไม่รู้แต่ภายนอก เพราะถึงกันมีแต่อรรถแต่ธรรมถอดออกมาจากหัวใจ ถอดออกมาจากหัวใจมาสนทนากันเป็นชั่วโมงๆ มีแต่ประเภทเพชรน้ำหนึ่ง น้ำสองมีน้อยมาก น้ำสองก็คือจวนแล้วจวนจะเข้าแล้ว นี่ประเภทเข้าแล้ว เพชรน้ำหนึ่งเข้าเต็มสัดเต็มส่วน พระอรหันต์ในสมัยปัจจุบันดูเอา

ท่านรู้กันหมด การปฏิบัติวงภายในรู้กันละ แต่ภายนอกท่านไม่ออก เฉย ภายในท่านรู้กันหมด เพราะสนทนาธรรมใครจะสนทนาสนิทสนมยิ่งกว่าพระปฏิบัติสนทนาต่อพระปฏิบัติด้วยกัน มีเรื่องอะไรก็รู้กันหมด แต่รู้แล้วก็แล้วเลยเหมือนไม่รู้ไม่ชี้ นี่มีแต่เพชรน้ำหนึ่งเหล่านี้ ของเล่นเมื่อไรเหล่านี้ เพชรน้ำหนึ่งเข้าถึงวิมุตติหลุดพ้นแล้วเพชรน้ำหนึ่งเข้าใจไหม มีแต่องค์สำคัญๆ นี่ ไม่ว่าหนุ่มว่าแก่ จิตใจไม่มีวัยชำระได้เท่าไรก็บริสุทธิ์เท่านั้นๆ

เพชรน้ำหนึ่ง..น้ำสองมีน้อยมาก เพชรน้ำหนึ่งมีมาก อยากดูพระอรหันต์ในสมัยปัจจุบันให้ดูเอา ถอดออกมาจากหัวใจคุยกันพอแล้วเหล่านี้ ไม่ใช่มาโม้เฉยๆนะ มีแต่ประเภทเพชรน้ำหนึ่งละมาก อย่างท่านเจ้าคุณเขียนนั่นก็ดูซิเป็นเปรียญ ๙ ประโยค เขาให้เป็นเจ้าคณะจังหวัดไม่ยอมเป็น หนีออกมาอยู่บ้านโพน มาสงบเงียบภาวนาอยู่บ้านโพนคนเดียว เวลาท่านมรณภาพแล้วมีคนมาเล่าให้ฟังว่าอัฐิของท่านกลายเป็นพระธาตุหมดแล้ว เราก็เลยย้อนถาม..แต่ก่อนธรรมดาไม่สนใจอะไรนัก แต่พอทราบว่าอัฐิของท่านกลายเป็นพระธาตุนั่นตีตราพระอรหันต์แล้วนั่น อัฐิกลายเป็นพระธาตุนี่ละคืออรหันต์ ไม่มีใครบอกมันก็ออกมาอย่างโจ่งแจ้งต่อประชาชน อยู่ภายในไม่ค่อยรู้

ท่านมหาเขียนอัฐิท่านกลายเป็นพระธาตุเราสืบถามดู ที่ไหนได้ เห็นแต่ท่านเอาพระของท่านมาฝากเราแล้วขอองค์นั้นกลับคืน แล้วเอาองค์นั้นมาฝาก เอาองค์นี้กลับคืนอยู่อย่างนั้นตลอด เงียบๆ นะ ท่านทำเงียบๆ พระในวัดท่านละ อย่างท่านบุญมีออกจากนี้ท่านขอกลับไปเสียก่อน องค์นั้นกลับมาอีกมาอยู่กับเราอีกแล้วก็ไปอยู่ที่วัดถ้ำเต่าละท่านบุญมี ท่านทำเงียบๆนะ ถ้าว่าลงก็ลงเงียบๆ ลงกับเรา ลง แน่ใจว่าลงไม่สงสัย เพราะท่านเอาพระท่านมาฝากเรื่อยเลย ขอองค์นั้นกลับไปแล้วเอาองค์นี้มา

๙ ประโยค เปรียญ ๙ ประโยค อีตาบัวนี่นี่ ๓ ประโยคเท่านั้นละ ประถมก็ ๓ นักธรรมก็ ๓ ตรี โท เอก ๓ ๓ เป็น ๙ ใช่ไหมละ ประถมก็ ๓ นักธรรมก็ ๓ แล้วเปรียญก็ ๓ มีแต่ ๓ เวลาสืบทราบ โอ๋ เทปของเราเต็มอยู่ในห้องท่าน เทปที่เทศน์เผ็ดๆร้อนๆ อยู่นั้นหมดเลย จึงได้ทราบหมายหลังท่านสนใจลึกๆ มีแต่ให้พระมาขอไป แล้วให้พระมาอยู่นี้ ให้องค์นั้นมาอยู่นี้ ขอองค์นี้กลับไป ให้องค์นั้นมาอยู่ อยู่อย่างนั้นตลอด เงียบๆกับเรา

บทเวลาท่านมรณภาพไปอัฐิของท่านกลายเป็นพระธาตุหมดเลย จึงได้ทราบ อ๋อ เราจึงย้อนสืบถามที่หลัง ที่ไหนได้ในกุฏิของท่านมีแต่เทปของเราเต็มอยู่นั้น พอเข้ามานี้ท่านจะปิดประตูไม่รับแขกเลยนะ ฟังเสียงเทปอ็อดๆๆอยู่องค์เดียวท่านเป็นประจำ เพราะที่เทศน์สอนพระจะเทศน์แต่เด็ดๆทั้งนั้นละ กัณฑ์เทศน์เหล่านั้นเทศน์สอนพระนะ ท่านเอาไปไว้ที่กุฏิท่านเป็นประจำ พอตกค่ำเข้ามาไม่มีใครเข้าไปยุ่งท่านได้ ท่านจะฟังเทปตลอดเลย เทปมีแต่เทศน์เด็ดๆทั้งนั้นละเทศน์สอนพระเทศน์เด็ดๆ จึงได้รู้ อ๋อเป็นอย่างนี้ เปิดเผยออกมาด้วยอัฐิกลายเป็นพระธาตุ

มาเกี่ยวข้องกับเรามีทั้งพระทั้งเณรส่งมาเรื่อย แล้วขอองค์นี้กลับคืน ขอองค์นั้นส่งมา เงียบๆนะ เงียบๆ ไม่มีใครทราบละ ทราบแต่เรากับท่าน พอเวลานั้นแล้วจึงย้อนหลังถาม โอ๊ย มีแต่เทปเราอยู่กุฏิท่าน ว่าอย่างนั้น พอตกค่ำมานี่เงียบเลย เปิดเทปฟังอ็อดๆๆๆ อยู่นั้นละ ตอนท่านมาอยู่บ้านโพนแล้วเราพอญาติโยมไปทอดผ้าป่าวัดท่านหนหนึ่ง พวกญาติโยมขอให้เราเป็นหัวหน้าเราก็ไป วันนี้จะฟังเทศน์นักปฏิบัติด้วยกันลึกๆ นึกในใจ

พอไปก็ทอดผ้าป่าเรียบร้อยแล้วนิมนต์ท่านเทศน์ เราไม่เทศน์ เราจะฟังสำนวนพระเป็นเจ้าคณะจังหวัด เป็นเปรียญ ๙ ประโยคแล้วออกมาปฏิบัติ เทศน์ให้ฟังวันนี้ ตั้งใจฟังเทศน์ท่าน ฟังทุกกิทุกกีนะ นี่ก็กรรมฐานใหญ่ นั่นก็ปริยัติใหญ่ ๙ ประโยคเข้าใจไหม อันนี้กรรมฐานใหญ่ ๓ ประโยค เราก็ฟังท่านเทศน์ ยังไม่เท่าไรนะ แต่หลังจากนั้นมาเลยไม่ได้ฟังท่านอีกฟังท่านเทศน์

เทศน์ภาคปริยัติกับภาคปฏิบัติผิดกันคนละโลกนะ เราก็เป็นมหาเหมือนกัน ท่านเป็นมหา ๙ ประโยค เรา ๓ ประโยค ให้ท่านเทศน์ให้เราฟัง แต่เราจะฟังภาคปริยัติเราเรียนมาแล้ว เราจะฟังภาคปฏิบัติของท่านเป็นอย่างไร ให้ท่านเทศน์ให้ฟัง แต่ไม่รู้นะว่าเราจะไปฟังอย่างนั้น ใครๆ ทั้งนั้นละไม่รู้ความมุ่งหมายของเราเป็นอย่างไร คือสำนวนเทศน์ที่ออกมาจากหัวใจจริงๆจะเป็นอย่างนั้นๆ ออกมาจากความจดความจำ เช่นเราเรียนปริยัติอย่างนี้ความรู้ในแง่หนักเบาของธรรมจะเป็นอย่างนั้นๆ ถ้าปฏิบัติออกมาจากจิตจริงๆนี้จะเป็นอย่างนั้นๆ มันบอกในตัว พอแย็บออกมามันก็รู้ทันทีๆ

ท่านก็ตั้งใจเทศน์ดีเทศน์ แต่น้ำหนักทางปฏิบัติยังไม่เท่าไรละ จากนั้นก็ไม่นาน ตั้งแต่ท่านออกมาทีแรก จากนั้นนานมาแล้วเราก็เลยไม่ได้ฟังท่านเทศน์อีก ท่านนิสัยนิ่มนวลมากนะนิสัยท่านเจ้าคุณเขียน พรรษาเดียวกันกับเรา อ่อนกว่าเราเดือน อ่อนเดือน ท่านเป็นภันเตเราเป็นอาวุโส ท่านเคารพมากอยู่นะกับเราเคารพมาก

วันนี้เราไปเกษตรสมบูรณ์ เอาของไปให้โรงพยาบาลเกษตรสมบูรณ์ เอาไปให้อยู่เสมอ เห็นว่ามันอยู่ลึก เราก็เลยเอาของไปเต็มรถ เทให้

 

รับชมรับฟังพระธรรมเทศนาของหลวงตา ได้ที่

www.luangta.com หรือ www.luangta.or.th

และสถานีวิทยุเสียงธรรมเพื่อประชาชน FM103.25 MHz

พร้อมเครือข่ายทั่วประเทศ

 

 


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก