การฆ่ากิเลสได้เสร็จสิ้น
วันที่ 10 ตุลาคม 2552 เวลา 17:30 น. ความยาว 36.12 นาที
สถานที่ : วัดป่าบ้านตาด
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :
ข้อมูลเสียงแบบ(Win)   ข้อมูลเสียงแบบ(MP3)

เทศน์อบรมพระสงฆ์ ณ วัดป่าบ้านตาด

เมื่อวันที่ ๑๐ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๕๒

เวลาประมาณ ๑๗.๓๐ น.

การฆ่ากิเลสได้เสร็จสิ้น

          ใครจะตั้งหน้าตั้งตาปฏิบัติกรรมฐานของตัวก็ให้ตั้งอกตั้งใจปฏิบัติ เกสา โลมา นขา ทันตา ตโจ อันนี้เรียนไม่จบนะ ไม่มีใครเรียนจบกรรมฐานห้านี่ เกสา โลมา นขา ทันตา ตโจ ถ้าเรียนจบนี้แล้วโลกนี้เบิกกว้างเลย นี้มันเรียนไม่จบ กรรมฐานห้าเท่านี้เรียนไม่จบ พวกเรานี่พวกกรรมฐานขี้ล้าละ เรียนไม่จบ ใครเรียนก็เรียนให้มันจบกรรมฐาน แผ่กระจายออกหมดทั่วโลกธาตุถ้าเรียนจบอันนี้แล้ว ไปไหนสบายหมดเลย ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องเลย มีแต่นี่ละห้า เกสา โลมา นขา ทันตา ตโจ อันนี้มันพันสัตว์โลกอยู่เวลานี้ ไปถึงตโจท่านก็หยุด เพราะมันรอบหมดแล้ว ตโจ ไปถึงตโจ

          พระพุทธเจ้าท่านสอนตรงไหนตรงเป๋งๆ เลย ไอ้เรามีแต่จะเถลไถลๆ ไม่ไปตามร่องรอยท่าน แล้วผลที่ได้ก็ไม่ค่อยมี เหลวไหลไปหมด เวลาเรียนให้จบจริงๆภายในหัวใจนี้โอ๋ยสว่างจ้าเลยนะ ไม่มีติดอะไรในโลกอันนี้ เรียนกรรมฐานห้าจบแล้วไม่ติดอะไรเลยละ ไปที่ไหนสว่างจ้าจิตใจ อยู่เหนือโลกๆไปตลอด เรียกว่าโลกุตรธรรมคือธรรมเหนือโลก ใครเรียนกรรมฐานห้านี้จบเสียก็เป็นธรรมเหนือโลกขึ้นมา

           วันนี้พูดอะไรไม่ค่อยได้ละ เหนื่อยนะ ผมเหนื่อยมากวันนี้ พูดอะไรไม่ค่อยได้ ให้พากันตั้งอกตั้งใจปฏิบัติกรรมฐาน เรื่องขัดๆข้องๆระหว่างเพื่อนฝูงเดียวกันอย่าให้มีเป็นอันขาดนะ พระต้องสละทิฐิมานะทุกสิ่งทุกอย่าง มีแต่ธรรมครองใจ ถ้าเอากิเลสมาครองแล้วทะเลาะกัน ไม่ลงกันอยู่ลึกๆก็เป็น นี่ละถ้ากิเลสได้เข้าตรงไหนขวางลงตรงนั้นละ ถ้าธรรมไปตรงไหนโล่งไปหมด โล่งไปหมด ฟังเสียงกันและกัน อย่าถือทิฐิมานะว่าเราแก่เราอ่อน หรือเราเรียนมากเรียนน้อยไม่ได้ กิเลสเหยียบไปหมดเลยละ ถ้าสำคัญอย่างนั้นเท่าไรกิเลสยิ่งหนาแน่นนะ ถ้าไม่มีความสำคัญอย่างนั้นก็ค่อยยังชั่วหน่อย ถ้าสำคัญตนอย่างที่ว่านี้ไม่เป็นท่าละ

            พากันตั้งอกตั้งใจ ในวัดนี้ผมเปิดโอกาสให้หมด ไม่ให้มีการมีงานอะไรเลยสำหรับพระเณรในวัดนี้ มีแต่เรื่องของผม ผมก็ไม่ไปเกี่ยวกับใคร ผมก็ทำของผมไป พวกพระมีแต่หน้าที่เดินจงกรมนั่งสมาธิภาวนา เอาให้มันเห็นหัวใจกรรมฐาน ลองดูซิน่ะมันจะเป็นอย่างไร เรียนก็สักแต่ว่าเรียนมันก็เป็นท่า ผู้สอนท่านไม่ได้สอนสักแต่ว่าสอนนะ ท่านสอนจริงๆ พวกเราก็ให้ปฏิบัติจริงๆนะ

            นี่พูดจริงๆ สุดท้ายล่ะ ได้พูดให้หมู่เพื่อนฟัง ชาตินี้เป็นชาติสุดท้ายของเรา ในเรื่องที่จะมาเกิดมาตายซ้ำๆซากๆอยู่หมดในหัวใจ เปิดโล่งหมดแล้ว หายสงสัย ไม่มี เรียกว่า วุสิตํ พฺรหฺมจริยํ กตํ กรณียํ พรหมจรรย์ได้อยู่จบแล้ว กิจที่ควรทำก็คือการแก้กิเลส ฆ่ากิเลสได้ทำเสร็จแล้ว กิจอื่นที่จะยิ่งกว่าการแก้กิเลสนี้ไม่มี ถ้าลงถึงที่นี่แล้วสบาย ไม่มีอะไรมาขัดข้องหัวใจ ใจไม่มีอารมณ์กับอะไร อยู่สะดวกสบายไปเลย

        นี้ก็เดชะนะได้มาเป็นครูเป็นอาจารย์ของหมู่ของเพื่อนให้ได้อาศัย เพราะภายในนี้มันเปิดโล่งหมดแล้ว เราหายสงสัยหมด ไม่มีอะไรที่จะติดในหัวใจ โล่งหมดเลย โลกวิทู โลกนอกโลกใน โลกผีโลกคน โลกนรกอเวจีตลอดถึงนิพพานมันแจ้งอยู่ในหัวใจนี้แล้วสบาย ไม่มีอะไรข้องใจ นี่เรียกว่าจิตว่างงาน ถ้าฆ่ากิเลสหมดแล้วจิตก็ว่างงาน ไม่มีงานทำ ไปที่ไหนก็โล่งตลอด ไม่คิดเลยว่าจะมีงานนั้นมาทำงานนี้มาทำไม่มี งานอันนี้เป็นงานโล่งหมดเลย ฆ่ากิเลสให้สิ้นซากไปหมดแล้วโล่ง ไม่มีอะไรเลยละ

            ให้พากันตั้งอกตั้งใจนะ นี่เอาจริงเอาจัง นี้สอนหมู่สอนเพื่อนมานี้ก็สอนด้วยความรู้จริงเห็นจริงจริงๆ ไม่ใช่สุ่มสี่สุ่มห้านะมาสอนหมู่เพื่อน สอนด้วยความรู้ความจริงจริงๆตามที่เราปฏิบัติจริง ไม่มีอะไรด่างพร้อยภายในจิตใจ สว่างกระจ่างแจ้งอยู่อย่างนั้นตลอดเวลา เพราะอย่างนั้นขอให้หมู่เพื่อนตั้งอกตั้งใจประพฤติปฏิบัตินะ กิเลสตัวเดียวเท่านี้ละขาดออกจากใจแล้วหมดงาน งานก็มีงานฆ่ากิเลสอย่างเดียว ท่านว่า    วุสิตํ พฺรหฺมจริยํ กตํ กรณียํ พรหมจรรย์ได้อยู่จบแล้ว งานที่ควรทำคือการแก้กิเลสได้สิ้นซากลงไปแล้ว อยู่สบายๆ ไม่ได้หมายป่าช้าอยู่นะ ผู้ที่ถึงขั้นนี้แล้วไม่หมายป่าช้าที่ไหนๆ อีก

  ให้พากันจำเอานะหมู่เพื่อน   ผมเทศนาว่าการไม่ได้ทุกวันนี้ เพราะฉะนั้นจึงไม่ได้อบรมหมู่เพื่อน ประคับประคองแต่ร่างกายอันเดียวนี่ก็โซซัดโซเซ หาความสะดวกสบายไม่ได้ วันหนึ่งต้องได้ล้มเป็นประจำ ตอนลุกจากที่นอนนั่นละมักล้ม ล้มเสมอ เราเรียกว่างานล้มเป็นประจำ พยายามขนาดไหนมันก็ล้มจนได้ เพราะกำลังไม่มี คอยแต่จะหกจะล้มอยู่นั่นละ ทีนี้ไม่มีธุระอะไรละ

   ต่างองค์ต่างตั้งหน้าตั้งภาวนา จิตใจที่มันไปขวางหมู่ขวางเพื่อนว่าคนนั้นไม่ดี คนนี้ไม่ดีจิตดวงนั้นละเป็นภัยแก่ตัวเองนะ ใครดีไม่ดีก็ตามเราบวชมาเพื่อชำระเรา เราไม่ได้ไปชำระใคร เอาเราตรงนี้เราก็สบาย มี้เท่านั้นละวันนี้ เทศน์มากไม่ได้ เหนื่อย

    วัดป่าบ้านตาดรวมยอดกฐินวันที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๕๒ ทองคำวันนี้ได้ ๑๑ กิโล ๔๕ บาท ๑ สตางค์ ดอลลาร์ ๖,๓๙๖ ดอลล์ เงินบาทได้ ๑๕,๑๐๐,๖๓๕ บาท วันนี้นะ

   ไม่อยากพูดอะไรละมันหมดกำลัง อย่างพระก็ไม่สอน มันหมดกำลัง พูดนิดหน่อย ลำบากการพูด วันเช่นนี้จึงพูดยากพูดลำบากมากนะ ให้ภาวนาต่อไปนะ ออกพรรษากิเลสไม่ได้ออกนะ ลากมันออก มันเหนียวนะกิเลส ไม่มีอะไรเหนียวยิ่งกว่ากิเลสกิเลสในหัวใจคน หัวใจเราใจท่าน พูดเสียหมดเปลือกละ ปีนี้ปีพูดหมดเปลือกเลย ทำความพากความเพียรมาตั้งแต่วันบวชเรื่อยมาจนกระทั่งปัจจุบัน เรียกว่าฆ่ากิเลส ฆ่าไม่หยุดไม่ถอยทั้งวันทั้งคืน ตื่นขึ้นฆ่าแล้วๆ แต่กิเลสฆ่าเราฆ่าเท่าไรเราไม่นับ เรานับแต่เวลาเราฆ่ากิเลส กิเลสตายไปหนึ่งตัวโคตรแซ่ของกิเลสเป็นหมื่นๆเราไม่นับที่ยังเหลืออยู่ไม่ได้ฆ่า เป็นอย่างนั้นละ ว่าฆ่ากิเลสมันมีแต่กิเลสฆ่าเราแล้วเดี๋ยวนี้

    นี่เริ่มฆ่ากิเลสตั้งแต่วันบวช หากยังไม่หนักแน่นนะ ตอนที่ปฏิบัติกรรมฐานเป็นเวลาฆ่ากิเลสทั้งนั้นเรื่อย..ฆ่ากิเลสภายในใจไม่หยุดไม่ถอย เอาเสียจนกิเลสขาดสะบั้นลงจากหัวใจ ใจสว่างจ้าขึ้นมา นั่นละ วุสิตํ พฺรหฺมจริยํ กตํ กรณียํ นาปรํ อิตฺถตฺตายาติ ปชานาติ พรหมจรรย์ได้อยู่จบแล้ว คือการฆ่ากิเลสได้ฆ่าสิ้นเสร็จ ไม่มีงานใดที่จะยิ่งกว่างานนี้ไป จึงเรียกงานยากงานลำบากคือการฆ่ากิเลสได้เสร็จสิ้นลงไปแล้ว นี่ก็อยู่สบายเท่านั้นละ นิพพานเที่ยงท่านว่า นิพพานหมายถึงของผู้สิ้นกิเลส ธรรมชาติกับนิพพานเที่ยงเป็นงานที่เที่ยงตรงตลอดตั้งกัปตั้งกัลป์ ไม่มีเปลี่ยนแปลง กฎอนิจฺจํ ทุกฺขํ อนตฺตา เข้าไม่ถึง หากมาถึงขั้นนี้แล้วไม่มีกิเลสตัวใดไปขัดไปแย้งละ สบาย

   เราทำสุดขีดละเรื่องศาสนา การบังคับเจ้าของไม่เคยบังคับอะไร เช่นอย่างเป็นฆราวาสยิ่งแล้วนะไม่สนใจฆ่ากิเลส ตอนเข้ามาบวชเริ่มละบวช จากนั้นมาพอออกปฏิบัติทีนี้เอาใหญ่ละฆ่ากิเลส ซัดกันทั้งวันทั้งคืน เอาจนกิเลสขาดสะบั้นลงไม่มีอะไรเหลือ หมด วุสิตํ พฺรหฺมจริยํ กตํ กรณียํ พรหมจรรย์คือการฆ่ากิเลสได้สิ้นเสร็จลงไปแล้ว กิจที่ควรทำคือการฆ่ากิเลสได้ทำลงไปเสร็จเรียบร้อยแล้ว กิจอื่นยิ่งไปกว่าการฆ่ากิเลสไม่มี ทีนี้โล่งหมดจิตใจ โล่ง

    รามาสอนหมู่สอนเพื่อน สอนญาติสอนโยม สอนใครต่อใคร เรียกว่าถอดออกมาจากหัวใจที่อุตส่าห์แสวงหามาเต็มเม็ดเต็มหน่วย เต็มกำลังหัวใจจนหายสงสัยเรื่องหัวใจ นี่ละเอาอันนี้ละมาสอนโลกทุกวันนี้นะ ไม่ได้สอนแบบลูบๆคลำๆ นี้ไม่สอน เอาตัวที่เราอุตส่าห์พยายามแทบเป็นแทบตายเอามาสอน เมื่อได้รู้ได้เห็นแล้วหายสงสัย โลกกับธรรมหายหมดเลย จะตายเมื่อไรจะเป็นเมื่อไรไม่เป็นกังวล หมดกังวล ไปวันไหนก็ได้ เราไม่หมายป่าช้า ในชาตินี้เป็นชาติไม่หมายป่าช้าของเรา หมดโดยสิ้นเชิง ไม่มีอะไรเหลือ

   คอยแต่วันที่ธาตุขันธ์มันจะเปลี่ยนไปๆ ถึงที่สุดของมันแล้วก็ปล่อยไป ความรับผิดชอบในธาตุขันธ์หมด ไปหมดตอนนั้น ความรับผิดชอบเกี่ยวกับเรื่องกิเลสก็ฟัดกันให้มันสิ้นซากไป ทีนี้ไม่มีแล้วรับผิดชอบอะไร ยังเหลือธาตุขันธ์ ธาตุขันธ์หมดสภาพเมื่อไรก็ไป เท่านั้นละ พี่น้องทั้งหลายให้จำไว้นะ เราเกิดมาในชาตินี้เป็นชาติสุดท้ายของเรา ไม่มีอะไรเงื่อนต่อที่จะให้ไปเกิดเป็นอินทร์เป็นพรหม เป็นเทวบุตรเทวดา หรือเป็นยักษ์เป็นผีต่อไปไม่มี หมด

   ว่านิพฺพานํ ปรมํ สุขํ อยู่ที่ไหน อยู่ที่การสิ้นกิเลส กิเลสเป็นภัยกีดขวางทางเดินให้ไม่สะดวกตลอดเวลา พอกิเลสขาดลงไปแล้วก็โล่งหมดเลย ไม่มีอะไรติดจิตติดใจ พูดง่ายๆ เรียกว่าอยู่กับโลกก็อยู่ไปอย่างนี้ เขาว่าอะไรก็ว่าไปตามเขา เขาพาไปอะไรก็ไป ทำตามเขาเฉยๆ ทำตามเด็ก ตัวเราไม่มีอะไร หากทำตามเขาอยู่ในขั้นนั้นให้ได้รับความอบอุ่น ดีอกดีใจ เขาก็พอใจ เราก็ไปสงเคราะห์เขา สงเคราะห์ตามที่จะสงเคราะห์ได้

   สำหรับเรานี้ไม่มีงาน หมด งานหมด งานฆ่ากิเลสเป็นงานสำคัญขาดสะบั้นลงไปแล้วหมดแล้ว ไม่มีงานในตัวของเรา เรียกว่าหมดงาน จะทำอะไรก็ตามมันเป็นงานภายนอก ไม่ใช่งานวัฏวนเหมือนกิเลส ภายในหัวใจเราฆ่ากิเลสนี้เสร็จแล้วก็เป็นอันว่าเสร็จงาน ไม่มีงานไหนอีกแล้ว อยู่ไปวันหนึ่งๆ

  ผลของการปฏิบัติเต็มในหัวใจแล้วไม่มี จะว่าคิดหาอะไรต่อไปไม่มี สิ้นเสร็จในหัวใจ พอในหัวใจแล้วใจนี้กลายเป็นธรรมธาตุไปแล้ว หรือนิพพานเที่ยงก็ไม่ผิด ธรรมธาตุก็ไม่ผิด เป็นไปแล้ว นี่การปฏิบัติธรรมเอาจริงเอาจังทุกอย่าง จนถึงจุดหมายปลายทางหาที่สงสัยไม่ได้ อย่างทุกวันนี้หายหมดแล้วที่สงสัยว่าตายแล้วจะไปเกิดที่ไหนๆ หมด ไม่มี การก้าวหน้าก็ไม่มี การถอยหลังก็ไม่มี คำที่ว่าธรรมธาตุมี นิพพานเที่ยงมี ไปถึงจุดได้

  การปฏิบัติเต็มเม็ดเต็มหน่วย เวลานี้รอแต่ขันธ์ว่าจะแตกเมื่อไร เอาแตกไป ไม่เสียดาย แตกไป ยังอยู่ก็รักษากันไป มาม้วนเสื่อลงในชาตินี้ทั้งหมดเลย เกิดมากี่ภพกี่ชาติ ชาติใดก็ตามมาม้วนเสื่อลงในชาตินี้เป็นชาติสุดท้าย ก้าวไปข้างหน้าก็ไม่ไป ถอยหลังก็ไม่ถอย อยู่ในธรรมธาตุหรือนิพพานเที่ยง ไม่สงสัยอันนี้

  เขาพาทำอะไรก็ทำไปกับเขา เขานิมนต์ก็ไปกับเขา เหมือนเล่นกับเด็กเอาพูดง่ายๆว่าอย่างนั้น เราไม่มีอะไรแล้ว เล่นกับเด็ก เด็กเขาอยู่ในขั้นนั้น ทำให้เขาดีใจอบอุ่นในขั้นนั้นเท่านั้นพอ ส่วนเราเราไม่ได้คำนึง มันพอ พอในทุกอย่าง ชาตินี้เป็นชาติที่พอละ ไม่มีอะไรสงสัย บกพร่องในหัวใจหมดเลย ที่จะต่อยอดไปไหนอีกไม่ปรากฏ ไม่มีในใจ ไม่มี ขาดสะบั้นออกจากสมมุติ สามโลกธาตุขาดออกจากกันหมด ไม่มีเหลือ เหลือแต่ธรรมธาตุเท่านั้นเอง ธรรมธาตุคือใจที่บริสุทธิ์เรียบร้อยแล้ว หรือเรียกว่าธรรมธาตุเหลือเท่านั้น จะไปเป็นปัญหาอะไรกับธรรมชาติสมบูรณ์แบบแล้วเท่านั้นละ พูดเท่านั้นละ

  

 

รับชมรับฟังพระธรรมเทศนาของหลวงตา ได้ที่

www.luangta.com หรือ www.luangta.or.th

และสถานีวิทยุเสียงธรรมเพื่อประชาชน FM103.25 MHz

พร้อมเครือข่ายทั่วประเทศ

 

 

 


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก