ปฏิบัติแบบพระสมบูรณ์แบบ***
วันที่ 24 ตุลาคม 2552 เวลา 8:10 น.
สถานที่ : วัดป่าบ้านตาด
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :
ข้อมูลเสียงแบบ(Win)   ข้อมูลเสียงแบบ(MP3)

เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด

เมื่อวันที่  ๒๔ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๕๒

ปฏิบัติแบบพระสมบูรณ์แบบ

 

        (หลวงปู่มี ญาณมุนี วัดถ้ำซับมืด จ.นครราชสีมา) อยู่ทางสูงเนิน ที่แถวนั้นเป็นทำเลที่ท่านอยู่สะดวกสบาย เป็นป่าเป็นเขา เราไปบุกไปหาท่านถึงท่านเลยละ เอะอะมาได้อย่างไร ท่านรู้สึกว่าเมตตามากนะ กุลีกุจอทุกสิ่งทุกอย่าง ท่านวิ่งเองนะ ทำไมท่านมหามาได้อย่างนี้ละ ครูบาอาจารย์อยู่ที่ไหนผมมาได้อย่างไรละ คุยกันสนุกนะ อาจารย์มีนี้เป็นคนสูงเนิน เป็นลูกศิษย์หลวงปู่มั่นมาอยู่ทางนี้ ตั้งแต่ท่านศึกษาปฏิบัติอยู่ทางสามผงหนุ่มน้อยทางนี้ละ อยู่หลายองค์ พร้อมๆกันกับหลวงปู่ฝั้น พร้อมๆ กัน หลวงปู่ฝั้น หลวงปู่มีคือองค์นี้ละ ท่านอยู่สูงเนิน อันนี้ก็สำคัญเพชรน้ำหนึ่งเป็นลูกศิษย์ของหลวงปู่มั่นเรา คราวนั้นมีหลายองค์อยู่เราจำไม่ได้หมดละ คือรุ่นราวคราวเดียวกันก็คือหลวงปู่มี หลวงปู่อะไรน้า โอ้หลายองค์เราจำไม่ได้ ลูกศิษย์หลวงปู่มั่นทั้งหมด

          อาจารย์มีท่านอยู่สูงเนิน บ้านท่านอยู่สูงเนิน สีคิ้ว สูงเนิน ท่านเคยมาตอนที่เราเรียนหนังสืออยู่โคราช ท่านก็มาพักด้วยที่ศาลาใหญ่วัดสุทธจินดา ท่านมาพักที่ศาลาใหญ่ นั่นละเหตุที่รู้จักกับท่าน  ท่านเล่าให้ฟังว่าท่านเป็นลูกศิษย์หลวงปู่มั่น มาทีไรท่านมาจากสูงเนิน ท่านเข้ามาธุระอะไรในตัวเมืองโคราชท่านจะมาพักที่วัดสุทธจินดาศาลาใหญ่ทุกที เวลาเรามีธุระเราก็ไปสูงเนินไปค้างคืนที่นั่นนะที่สูงเนิน วัดท่านท่านรักษาสภาพดีนะ วัดอาจารย์มีรักษาสภาพดี คือเป็นป่า วัดป่า ท่านออกมาจากหลวงปู่มั่น ท่านอยู่ที่สูงเนิน ที่บ้านท่านละ ท่านก็รักษาสภาพป่าได้ดี เราไปดี โอ้เหลือเกิน กุฏิก็กระต๊อบๆ ๆ พอดีกัน ท่านรักษาสภาพไว้ดีนะ เราก็ไปอยู่พักกับท่าน ไปภาวนาค้างคืนที่นั่นนะ ท่านรู้สึกว่าท่านดีใจนะ ตอนออกปฏิบัติแล้วนะ เราไปธุระอะไรนะเราถึงได้เข้าไปวัดหลวงปู่มีสูงเนิน เราลืม เพราะงานเรามันมากต่อมาก หากไปพักกับท่าน ท่านดีใจ

          อาจารย์มีนี้องค์หนึ่งเป็นลูกศิษย์หลวงปู่มั่น อัฐิกลายเป็นพระธาตุ นั่นละขอให้ ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบเถอะ หลวงปู่มีนี้หลวงปู่มั่นไม่ให้ญัตตินะ หลายองค์ที่เคารพเลื่อมใสท่านถวายตัวเป็นลูกศิษย์ของท่านไปขอญัตติกับท่าน ไม่ต้องญัตติ ท่านว่าอย่างนั้น ท่านสั่งเองอย่างเด็ดขาดเลยนะ เพราะฉะนั้นหลวงปู่มีที่วัดสูงเนินท่านจึงไม่ได้ญัตติ ท่านสั่งเองนะ เอาเด็ดขาดเสียด้วยนะ อันนั้นตั้งขึ้นไปเป็นพิธีก็ยอมรับแล้ว สังคมยอมรับด้วยกันแล้วนี่นะ พระมหานิกาย-พระธรรมยุตต่างก็เป็นพระที่สังคมยอมรับแล้ว ลูกศิษย์ตถาคตเหมือนกันแล้ว มาญัตติหาอะไร ท่านพูดตรงๆอย่างนี้ละ ท่านตัดขาด ถ้าไม่อย่างนั้นท่านเหล่านี้ท่านญัตติหมดแล้ว หลวงปู่มั่นท่านห้ามขาดเลยไม่ให้ญัตติ ญัตติไปหาอะไร ญัตติมาแล้วก็เป็นพระสมบูรณ์แบบ สังคมยอมรับกันแล้ว นี่เป็นสมมุติ สังคมยอมรับกันแล้ว บอกอย่างนั้นเลย ห้ามไม่ให้ญัตติ

หลายองค์ที่ถวายตัวเป็นลูกศิษย์ท่าน ตอนท่านอยู่ทางสามผงทางไหนนะหลวงปู่มั่นเรา ลูกศิษย์ลูกหาของท่านเยอะนะฝ่ายมหานิกาย ท่านไม่ให้ญัตติ ญัตติหาอะไร เป็นสมบูรณ์แบบแล้ว พระสมบูรณ์แบบแล้ว ไปไหนท่านก็รู้ว่าเป็นพระ สมบูรณ์แบบ สังคมยอมรับแล้ว ท่านว่าอย่างนั้น มรรคผลนิพพานท่านไม่มีนิกายนั้นนิกายนี้ ขอให้ปฏิบัติดีก็แล้วกัน เอาธรรมวินัยเป็นทางเดินนะ ตามเสด็จพระพุทธเจ้าด้วยธรรมด้วยวินัย นี่ละพระแท้อยู่ตรงนี้นะ ไม่ได้อยู่ที่ธรรมยุต-มหานิกายอะไร ท่านว่า เมื่อมันมีมาแล้วก็มีไปตามประเพณี ยังไม่มีก็ไม่ต้องญัตติ ท่านว่านะ เพราะอย่างนั้นอาจารย์มีจึงไม่ได้ญัตตินะ อัฐิท่านกลายเป็นพระธาตุนะนั่น นั่นเห็นไหมละลูกศิษย์หลวงปู่มั่น ท่านอยู่กับท่านทางสามผงทางนู้น เยอะลูกศิษย์ของท่านเยอะ

อาจารย์มีสูงเนินนี่องค์หนึ่งเป็นลูกศิษย์มั่นตั้งแต่สมัยเรายังเรียนหนังสือ อู๊ยเรียนหรือยังไม่เรียนก็ไม่ทราบละ ท่านเป็นลูกศิษย์รุ่นก่อนๆนู้นละ ท่านไม่ให้ญัตตินะ เพราะฉะนั้นอาจารย์มีจึงไม่ได้ญัตติ ญัตติหาอะไรท่านว่าอย่างนั้น นี่สมบูรณ์แบบแล้วนี่ สังคมยอมรับกันแล้ว ไปทั่วประเทศเขตแดนรู้ว่าพระแล้วนี่ สังคมยอมรับแล้ว เป็นสมมุติตั้งขึ้นเฉยๆ มรรคผลนิพพานจริงๆ อยู่ที่ข้อปฏิบัติจะให้เดินตามทางของศาสดา นี่ละตามเสด็จพระพุทธเจ้าเสด็จตรงนี้นะ ท่านว่าอย่างนั้นละ ท่านไม่ได้ไปว่ามหานิกาย-ธรรมยุตอะไรนะ ท่านเด็ดขาดเลยเชียว ท่านไม่ให้ญัตติ เพราะอย่างนั้นอาจารย์มีจึงไม่ได้ญัตติ ท่านห้ามไม่ให้ญัตติ สังคมมีอย่างไรเราก็เดินตามสังคมเท่านั้นละ เพราะเป็นสมมุติท่านว่าอย่างนั้น

นี่ละลูกศิษย์หลวงปู่มั่น อัฐิของท่านกลายเป็นพระธาตุนะ ไปหาท่านนะเรา อยู่ในภูเขาอยู่องค์เดียวเงียบๆ ได้ทราบข่าวว่าท่านอยู่ในนั้นบุกเข้าไปเลยนะ ท่านมหามาได้อย่างไร ครูบาอาจารย์อยู่ที่ไหนไปที่นั่นแหละ เราว่าอย่างนั้นนะ อู๊ยท่านดีใจ ดีใจจริงๆนะ เราไปหาท่านรู้สึกว่าเมตตามากอยู่กับเรา เพราะคุ้นกันมาตั้งแต่นู้นเรียนหนังสือ ท่านไปพักวัดสุทธจินดาไปพักที่กุฏิใหญ่ที่เราพัก ท่านไปพักด้วยกันกับเรา คุ้นกันมากตั้งแต่นู้นตั้งแต่เรียนหนังสือ ท่านไม่จับเงินจับทองนะท่านมีไวยาวัจกรติดตามท่านไป ท่านดำเนินตามหลักธรรมหลักวินัย เวลาท่านมรณภาพแล้วอัฐิของท่านกลายเป็นพระธาตุ

เราบุกเข้าไปหาเลย ภูเขานะ ภูเขาดงพญาเย็น ภูเขาใหญ่ เราไปที่นั่น เราได้ทราบว่าท่านอยู่ที่นั่นบุกเข้าไปหาท่านเลยละ ท่านไม่อยากให้กลับง่ายๆนะ ท่านสนุกสนานคุย เรากรรมฐานแล้วละเรา กรรมฐานเต็มตัวแล้วนั่น ออกปฏิบัติแล้ว ท่านรู้สึกว่าเมตตามากกับเรา คุยกันนี้ท่านพอใจ ท่านคุยด้วยความพอใจ เห็นเป็นลูกศิษย์หลวงปู่มั่นเหมือนกัน อัฐิของท่านกลายเป็นพระธาตุนะหลวงปู่มีเป็นพระธาตุ เราไปพักกับท่านที่สูงเนิน ท่านอยู่สูงเนิน เป็นวัดป่า วัดของท่านก็กุฏิกระต๊อบเล็กๆๆๆ หมดเลย ไม่มีกุฏิใหญ่ มีเล็กๆ ท่านรักษาประเพณีของพ่อแม่ครูอาจารย์ไว้ ท่านปฏิบัติแบบเดียวกันเลยนะ

หลวงปู่มีท่านเป็นมหานิกาย ท่านไม่ให้ญัตติ ญัตติทำไม สังคมยอมรับกันแล้ว มหานิกาย-ธรรมยุตตั้งกันไว้อย่างนั้น แม้แต่ไก่เขายังมีชื่อท่านว่าอย่างนั้นนะ ไม่ต้องญัตติ ถ้าไม่อย่างนั้นท่านญัตติแล้วนะ พ่อแม่ครูอาจารย์มั่นไม่ให้ญัตติ อยู่ด้วยกันไปอย่างนี้ละ ขนบประเพณีอย่างไรก็ทำตามเขาไปอย่างนั้นละ หลักธรรมวินัยนั่นละ..ลูกศิษย์ตถาคตอยู่ที่ตรงนั้น ท่านว่า เวลาท่านมรณภาพแล้วอัฐิของท่านกลายเป็นพระธาตุนะหลวงปู่มี ท่านปฏิบัติเรียบเลย เราเข้าไปหาท่านอยู่ในภูเขานะ ท่านไม่อยากให้กลับง่ายๆ เราอยากพักกับท่านสักคืนหนึ่งก็ไม่พัก เรามีงาน ตกลงเลยได้คุยกันนานอยู่นะ ท่านพออกพอใจเห็นเราไป เพราะเราก็เป็นกรรมฐานใหญ่แล้วตอนนั้น ออกกรรมฐานเหมือนท่าน เพราะอย่างนั้นถึงเข้ากันได้ง่ายปุ๊บเดียวเลย..ท่านอาจาย์มี

นี่อัฐิของท่านกลายเป็นพระธาตุท่านอาจารย์มี  นี่ลูกศิษย์หลวงปู่มั่นละ มีหลายองค์รุ่นนั้นมีหลายองค์ เราจำไม่ได้ ทางโคราชสูงเนินก็มีหลวงปู่มี นอกนั้นจำไม่ได้ ไปหาท่านเลยนะท่านอยู่ในภูเขา เราบุกไปองค์เดียวเรานะไปหาท่าน ท่านเห็นแล้ววิ่งกุลีกุจอทุกอย่าง ท่านมหามาได้อย่างไร ครูบาอาจารย์อยู่ที่ไหนผมไปได้ทั้งนั้นละว่าอย่างนี้เลย คุยกันนาน ท่านไม่อยากให้กลับง่าย ท่านอยากให้พักกับท่าน เราก็จำเป็นไม่ได้พัก แต่คุยกันนาน คุยเรื่องภาวนาเอาดีนะเรื่องภาวนา เราก็นักภาวนาตอนนั้นเอาเต็มเหนี่ยวเหมือนกัน ท่านก็นั่งภาวนาเข้ากันได้ปุ๊บๆๆๆเลย ท่านอาจารย์มี..สนิทกัน

 หลวงปู่มั่นไม่ให้ญัตตินะ ไปหาหลวงปู่มั่นอยู่ทางสามผง ท่านห้ามไม่ให้ญัตติ สมบูรณ์แบบแล้วนี่ไม่ว่าธรรมยุต-มหานิกาย นี่สมบูรณ์แบบ สังคมยอมรับแล้ว มรรคผลนิพพานไม่ห้าม อยู่ในข้อปฏิบัติ ให้ปฏิบัติตามหลักธรรมหลักวินัยนะ ท่านว่า ท่านจึงไม่ได้ญัตตินะ ไม่อย่างนั้นท่านก็ญัตติ ท่านอาจารย์มีท่านไม่จับเงินนะ ท่านอาจารย์มีท่านเป็นมหานิกาย (ที่หลวงตาเล่าหลวงปู่ทองรัตน์ หลวงปู่กินนรี) เหล่านี้ละที่เป็นลูกศิษย์รุ่นของท่านละ คือท่านไม่ให้ญัตติเลย เคารพท่านเลยอยากญัตติกับท่าน ไม่ต้องญัตติ ท่านสั่งเลยไม่ให้ญัตติ เลยไม่ญัตติทุกองค์ สมมุตินิยมเขามีแล้วก็ให้มีไปอย่างนั้นละ ไม่ทำลาย แต่ที่จะมาพลิกเปลี่ยนไปไม่ต้อง ไม่ให้ญัตติ พลิกไปใหม่ ไม่ให้ญัตติ  ส่วนที่เป็นมาแล้วก็เป็นไปละ ส่วนที่เป็นอยู่แล้วก็ให้เป็นอยู่อย่างนั้น ไม่ได้ญัตติ ท่านอาจารย์มีไม่ได้ญัตติ

เวลาท่านมรณภาพแล้วอัฐิของท่านกลายเป็นพระธาตุนะ นี่ละลูกศิษย์หลวงปู่มั่น ท่านเคารพหลวงปู่มั่นมากที่สุด แล้วอาจาย์ทองรัตน์ อาจารย์ไหนบ้างละ (อาจารย์กินนรี) นี่ละฝ่ายมหานิกายที่ท่านไม่ให้ญัตติ อยู่ด้วยกันนั่นแหละท่านไม่ให้ญัตติ ประเพณีไหนก็ทำตามประเพณีก็แล้วกัน หลักธรรมหลักวินัยนั่นละหลักๆของพระคือธรรมวินัย ท่านไปส่วนมากท่านไปพักวัดสุทธจินดา อยู่ศาลาใหญ่ เราก็อยู่ที่ศาลา ท่านก็พักด้วยกัน

สมัยหลวงปู่มั่นลูกศิษย์หลวงปู่มั่นเอาจริงเอาจังมากนะ ปฏิบัติรักษาธรรมวินัยเป๋งๆ เลย  ท่านเหล่านี้ไม่จับเงินจับทองนะ ไม่เอา ถือแบบธรรมยุตเลย ไม่จับเงินจับทอง อย่างท่านหลวงปู่มีเหมือนกัน ลูกศิษย์ท่านรุ่นนั้นเหมือนกันหมด คือท่านไม่ให้ญัตติ อยากญัตติ ท่านไม่ให้ญัตติ ไม่ต้องญัตติ เอาตามหลักธรรมวินัยแล้วเป็นพระสมบูรณ์แบบ ท่านว่าอย่างนั้น เพราะฉะนั้นท่านจึงปฏิบัติแบบพระสมบูรณ์แบบ คือไม่จับเงินจับทอง เอาตามหลักธรรมวินัยพระพุทธเจ้า ท่านไม่เคยจับเงินจับทอง ไปพักวัดสุทธจินดาท่านมีไวยาวัจกรไปด้วย..ท่านอาจารย์มี คุ้นเราตั้งแต่นู้น จากนั้นมาแล้วก็คุ้นกันไปเรื่อย เราไปพักกับท่านวัดสูงเนินคืนหนึ่งนะ ท่านดีใจมากนะ เราไปพักกับท่านคืนหนึ่งที่วัดสูงเนิน ท่านอยู่วัดป่ากุฏิกระต๊อบๆๆ ท่านเอาแบบมาจากพ่อแม่ครูอาจารย์มั่น มีกุฏิกระต๊อบๆ ทั้งนั้นเลยละ

(ลากลับกรุงเทพเจ้าค่ะ) อย่าลืมพุทโธนะละ จากนี้ไปพุทโธติดใจไปเรื่อย อย่าให้รถว่าง ให้มีพุทโธอยู่ในนั้น สง่างาม

เรื่องภาวนาสำคัญมากนะ นักภาวนาจะเห็นความแปลกประหลาดอัศจรรย์นี้ขลังในตัวเองเห็นที่ภาวนา ภาวนาเวลาจิตสง่างาม แหม สว่างจ้า อำนาจของจิตตภาวนา มีแต่ชื่อกรรมฐานเฉยๆ ไม่ภาวนาไม่เหมาะ ให้ภาวนา เวลาภาวนาจิตสว่างไสวขึ้นมานี่ โอ๋อัศจรรย์ พูดอย่างนี้เราก็ได้พูดที่วัดดอยธรรมเจดีย์ เดินจงกรมอยู่..ยาวถึงนู่นต้นค้อนู่นน่ะ จากนี้ไป ทางมันตรงแน่ว เราไปเดินตอนตีสี่ตีห้า ตอนนั้นจิตของเรามันเข้าถึงขั้นว่างแล้ว อสุภะอสุภังมันข้ามหมดแล้ว มันไม่มีอสุภะอสุภัง มีแต่เกิดแล้วดับ เกิดแล้วดับ จิตของเรามันว่างตอนนั้น ได้ไปอัศจรรย์จิตตัวเอง มันน่าอัศจรรย์ก็อัศจรรย์ซิ

เดินจงกรมอยู่ตอนตีสี่ จิตตอนนั้นมันว่างนะ ไม่มีรูปไม่มีอะไร อะไรมีแต่เกิดพับดับพร้อมๆๆ จิตนี่ว่าง โอ้โหจิตของเราทำไมถึงเป็นอย่างนี้ ว่างอะไรนักหนา พระธรรมท่านกลัวเราหลงนะ คือเราอัศรรย์จิตของเราที่มันว่างๆหมดจริงๆ คือเรื่องอสุภะอสุภังไม่มี คือมันข้ามไปแล้วมันไม่เอา มีแต่เกิดดับๆๆ จากนั้นก็ว่าง ดับแล้วว่าง ดับแล้วว่าง พอเราอัศจรรย์จิตของเราไม่นานนักธรรมะก็เกิดขึ้นมาล่ะ ท่านเตือนภายในใจ ถ้ามีจุดมีต่อมแห่งผู้รู้อยู่ที่ไหนนั้นแลคือตัวภพ คือจุดแห่งความว่างเปล่าเต็มอยู่ที่หัวใจ  จิตมันว่างเต็มที่หัวใจ

ถ้ามีจุดมีต่อม จุดก็คือจุดผู้รู้ ต่อมคือต่อมผู้รู้ เป็นไวพจน์ของกันและกัน ถ้ามีจุดมีต่อมแห่งผู้รู้อยู่ที่ไหนนั้นแลคือตัวภพ มันยังมีตัวภพอยู่นั่น พระธรรมท่านเตือน จิตสะดุดกึ๊กเลยนะ เอ๊จุดต่อมมันต่อมอะไรน้า เอาอีกนะเป็นบ้าไปอีก บทเวลามันผ่านแล้วถึงรู้ ผ่านนะ เวลามันมีจุดมีต่อมของผู้รู้มันสง่างามอยู่กับผู้รู้นะ บทเวลามันว่างไปหมด ว่างทั้งข้างนอกว่างทั้งข้างในนั่นจึงได้เห็นฤทธิ์ของที่ว่าถ้ามีจุดมีต่อมของผู้รู้อยู่ไหนนั่นแลคือตัวภพ มีจุดอยู่ พอมันผ่านจากนั้นแล้วไม่มีจุดมีต่อม สว่างจ้าเลย ก็เราเป็นเองตอนมีจุดมีต่อม ตอนจิตว่างก็ตัวเราเอง ตอนที่ธรรมะท่านเตือนว่าถ้ามีจุดมีต่อมแห่งผู้รู้อยู่ที่ไหนนั้นแลคือตัวภพ จุดก็คือจุดผู้รู้ที่สว่างไสว เราเลยไม่ลืม

ครั้นเวลามันผ่านไปแล้วมันไม่มีนะ ที่จุดไหนต่อมไหนไม่มี สว่างจ้า กำหนดไม่ได้เลยตรงไหนเป็นจุดเป็นต่อมไม่มี มันสว่างไปหมดเลย นี่มันก็มาเข้ากันได้ อ๋อที่ท่านสอน แล้วพอมาถึงจุดนี้ได้ความแล้วยอมรับ แน่ะ พระธรรมท่านเตือน (พอว่างไปหมดแล้วผู้รู้อยู่ตรงไหน) ถ้ามีจุดมีต่อมแห่งผู้รู้อยู่ที่ไหนนั้นแลคือตัวภพ จุดก็คือจุดผู้รู้ผู้สว่างไสวนั่นละ นั่นละคือตัวภพ บทเวลาผ่านไปแล้วมันไม่มี จุดต่อมที่ว่านี่ไม่มี ก็ยอมรับละซิว่าท่านสอนถูกต้องแล้ว ธรรมะนะท่านสอนขึ้น สอนตรงนั้นละ แล้วมันไม่มีจุดมีต่อมนะ เหมือนว่าดวงสว่างไสวมันไม่มี มันว่างเป็นอันเดียวกันหมด (แต่ยังมีผู้รู้ไหมค่ะ) รู้หากจับไม่ได้นะ รู้จับไม่ได้ นี่ละท่านว่าอย่างนั้นแล้วเวลามาเป็นมาเป็นอย่างที่ท่านว่ามันลงเลย ยอมเลยนะ อ๋อเป็นอย่างนี้จุดต่อมแห่งผู้รู้ทั้งหลายเป็นอย่างนั้น รู้ แต่ก่อนไม่รู้ งง เอาละ

 

รับชมรับฟังพระธรรมเทศนาของหลวงตา ได้ที่

www.luangta.com หรือ www.luangta.or.th

และสถานีวิทยุเสียงธรรมเพื่อประชาชน FM103.25 MHz

พร้อมเครือข่ายทั่วประเทศ

 

 


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก