กิเลสเต็มหัวใจ คิดปกครองศาสนา
วันที่ 3 พฤศจิกายน 2543
สถานที่ : วัดป่าบ้านตาด
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :

เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด

เมื่อวันที่ ๓ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๔๓

กิเลสเต็มหัวใจ คิดปกครองศาสนา

สรุปทองคำวันที่ ๒ พฤศจิกา ทองคำได้ ๑ บาท ดอลลาร์ ๑๒๐ ดอลล์ รวมทองคำทั้งหมดได้ ๒,๒๕๘ กิโล นี่ที่เราได้แล้วทั้งที่ฝากและยังไม่ได้ฝาก ยังไม่ได้หลอม รวมกันทั้งหมด ยังขาดอยู่อีก ๑,๗๔๒ กิโลจะครบจำนวน ๔ พันกิโล กรุณาทราบไว้ทุกวัน ๆ ตอนไปกรุงเทพคราวนี้หากว่าทองคำได้ถึง ๔๐๐ กิโลเราก็หลอม ถ้าหากว่ายังขาดก็รอไปก่อน หลอมอย่างน้อยไม่ให้ต่ำกว่า ๔๐๐ กิโล เราเคยหลอมมาอย่างนั้น ได้ ๔๐๐ กิโลขึ้นไปแล้วเราก็หลอมทีนึง ๆ นี่ก็คิดว่าจะหลอมตอนไปกรุงเทพนี้ถ้าทองคำได้ถึง ๔๐๐ กิโล เวลานี้ก็ได้แล้ว ๑๙๕ กิโล เกือบจะ ๒๐๐ แล้วนะ อีก ๒๐๐ กิโลเราก็หลอมได้เลย

เมื่อวานนี้เอาของไปโรงพยาบาลเซกา ไปตามดูตึกที่จะช่วยอีกทีนึง คือตอนที่หนักมากเราก็ให้แต่ตึกเสียก่อน เพราะหนักไปข้างหน้าเรื่อย ๆ ข้างหลังค่อยเก็บไปตามหลัง เมื่อวานนี้ตามเก็บพวกอุปกรณ์ของตึก เช่น เตียง พวกที่นอนอะไรต่ออะไร ขอให้บรรดาพี่น้องทั้งหลายได้ทราบนะ หลวงตาที่ช่วยนี้ช่วยเต็มกำลัง เราเทียบก็เหมือนกับว่าเรานำอาหารไปแจก ทุกปากทุกท้องหิวโหยเต็มทนเหมือนกัน ทีนี้อาหารที่จะให้ผู้ใดผู้หนึ่งโดยเฉพาะ แล้วท้องเหล่านั้นแห้งหมด ต้องแบ่งปากหรือท้องละสองช้อนสามช้อนสี่ช้อน พอบรรเทาได้ แล้วแจกไปเรื่อย แล้วก็มาเพิ่มช้อนเข้าอีก คนละสองช้อนซ้ำเข้าไปเรื่อย ๆ อย่างนี้ พอบรรเทาไม่ตาย

ถ้าคนหนึ่งอิ่มเต็มที่ แต่คนนอกนั้นตาย ไม่สมควรอย่างยิ่ง ด้วยเหตุนี้เองที่เราช่วยโรงพยาบาลไม่ได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย ก็คือสถานที่เราจะช่วยนั้นมีมากต่อมาก แยกทางโน้นแยกทางนี้ จึงเหมือนกับว่าให้คนละสี่ช้อนห้าช้อนไปก่อน พอบรรเทาท้องว่างั้นเถอะ ทีนี้ก็ตามมาเก็บเพิ่มช้อนอีก วันนี้มาเพิ่มช้อนเราบอก เอ้า ทีนี้ในตึกนี้มีอะไรที่ยังขาดเหลือว่ามา เอาละนะที่นี่ คือก็บรรดาลูกศิษย์ของเรานั่นแหละ ส่วนมากก็ทางกรุงเทพให้เตียง ที่นอนอะไร ๆ ที่เราตามไปเก็บนี้ยังขาดที่นอน เตียงดูว่าครบแล้วนะ ผู้มีศรัทธาละบริจาค ส่วนมากก็เป็นลูกศิษย์ของหลวงตาแหละว่างั้น

ก็ลูกศิษย์ของหลวงตานั่นแล้ว อาจารย์ของหลวงตาไม่มีละที่จะมาทำอย่างนี้ เรามีแต่เป็นอาจารย์คน ไม่มีใครมาเป็นอาจารย์เราแหละ ที่นี่ขาดอะไรก็ให้บอก เมื่อวานนี้ก็ขาดที่นอน ๒๐ ที่ หมอน ๒๐ ลูก โต๊ะที่นั่งของคนไข้ ๖-๗ ตัว เราก็ให้หมดเลยเมื่อวานนี้ เป็นอันว่าให้หมดในตึกหลังนั้น คือไปตามเก็บตึกหลังนั้น ทีแรกให้ส่วนใหญ่ ๆ เสียก่อน ผ่านไป ๆ แล้วก็ตามมาเก็บ ๆ อย่างที่ว่าให้รอ ๆ ก็อย่างนี้ คือพอได้ช่องว่างแล้วก็ตามมาเก็บ ๆ

ส่วนตึกที่อากาศอำนวย อันนั้นก็ได้ติดต่อไว้แล้ว คือเวลาเขามาขอสร้างตึก เช่นเดียวกับตึกเซกา ๓๐ เตียงเหมือนกัน เรายังไม่ลั่นคำ ให้มาพิจารณาเรียบร้อยก่อนเดี๋ยวจะบอกทีหลัง มาไม่นานก็ไปตกลงให้ เพราะมันไปอยู่สถานที่สมควรจะทำยังไง สถานที่บางแห่งมันได้ขุดก็มี สูงต่ำ บางแห่งได้ถมก็มี ที่นี่เรียกว่าเรียบราบ แต่จะต่ำกว่าเพื่อนสักหน่อยหนึ่งที่สร้างไปแล้ว ตกลงก็ถม เราก็เป็นอันว่าให้ ทีนี้เขาก็ติดต่อ พอได้ทราบว่าเราให้แล้วเขาก็ติดต่อ คืออยากจะได้อุปกรณ์ พวกเตียงพวกอะไร ๆ เอ้อ อันนี้ค่อยพิจารณา เอาส่วนใหญ่ไปก่อนนะ คือตึกนั่นเป็นอันว่าให้แล้ว เดี๋ยวนี้ก็เริ่มแล้ว อันนี้ก็เป็นอารมณ์อยู่อย่างนั้นถ้าว่าค่อยพิจารณาทีหลัง คือหมายความว่าจะให้แล้ว แต่เวลานี้ยังลั่นคำให้ไม่ได้

เพราะที่หนักยังติดต่อกันเรื่อย ๆ ตามอยู่เรื่อยอย่างนั้นนะ ไม่หยุดไม่ถอย อันนี้ก็จะให้เหมือนกัน ส่วนเซกาเขาไม่กล้าขอด้วย เราก็ยังไม่สามารถจะให้ได้ด้วยเวลานั้น จึงไม่ได้พูดกันทั้งสองฝ่าย ขอเขาก็ไม่ขอ สำหรับเตียงอะไร พวกอุปกรณ์ของตึก ๓๐ เตียง ขอเขาก็ไม่กล้าขอ ให้เราก็ไม่ได้พูดว่าเราจะให้ ผ่านไปเสียก่อน จากนั้นค่อยตามเก็บ เราก็เคยทำอย่างนั้นนี่นะ ไปที่ไหน ๆ ก็เคยทำอย่างนั้น มีแต่โรงพยาบาลอุดรฯ ที่ว่าตึกเมตตามหาคุณ อันนี้พอเสร็จปั๊บก็บอกเลย ตึกดูเหมือน ๕๐ หรือ ๖๐ เตียง ๒ ชั้นนะ พอเริ่มเสร็จเราก็บอกเลย อุปกรณ์ทั้งหมดในตึกหลังนี้เราจะให้ทั้งนั้นเราบอกเลย อุปกรณ์ทั้งหมดฟังซิ

สมมุติว่าเตียงคนไข้คนหนึ่งมีเท่าไร ๆ ให้ครบเหมือนกันหมด ห้องยัง ๑๑ ห้องพิเศษอีก เรียกว่าเราให้หมด เพราะถือว่าเป็นโรงพยาบาลใหญ่ จากนั้นในบริเวณอันนี้มีความจำเป็นอะไรบอกมาเราจะให้ ระยะนี้เป็นระยะที่จะให้ เขาขออะไรเราให้หมด ๆ ทีนี้ก็มาติดตรงนั้นซิ เพราะตึกนี้เป็นตึกอุบัติเหตุ คนแน่น เขาก็เลยมาขอเพิ่มชั้นอีก แต่ก่อนแปลนเขามี ๒ ชั้นเราก็ให้ ๒ ชั้น ครั้นเวลาคนไข้มากเข้า ๆ จำเป็นเขาเลยมาขอต่อเป็น ๓ ชั้น เราก็ให้ไปถามพวกช่างวิศวะหรืออะไรที่เขาคำนวณน้ำหนักตึก ให้ไปติดต่อถามดูว่าเขาคำนวณไว้เท่าไร เขาบอกว่า ๒ ชั้น ตกลงก็เลยไม่ได้นะ ถ้าหากว่าเป็น ๓ ชั้นเราให้พร้อมแล้วนะ

ทีนี้เมื่อไม่ได้ ๓ ชั้นแล้วทำไง ก็ต่อเติมข้างนอกออกไปอีก เราก็ให้หมดอีกนะ คือเพิ่มชั้นบนไม่ได้ ให้ต่อเติมข้างนอกในบริเวณ มันมีบริเวณตึกหลังนี้นะ ในบริเวณนี้ทำอะไรทำเลยเราจะให้หมด เขาก็ต่อเติมนั้นต่อเติมนี้ เราให้หมดจ่ายให้หมดเลย มีหลังนี้เท่านั้นที่พูดตั้งแต่ต้นเลยว่าเราจะให้หมด นอกนั้นไม่หมด ผ่านแล้วก็ไปเรื่อย ผ่านก็ไปเรื่อย แล้วค่อยมาต่อ เมื่อวานนี้ก็ไปอันนี้เท่านั้น พอไปถามเรียบร้อยแล้วกลับเลยนะเมื่อวานนี้

วันหนึ่ง ๆ ส่วนมากเกี่ยวกับเรื่องโรงพยาบาลมากกว่าเพื่อนนะ เพราะเราเป็นห่วงมากห่วงโรงพยาบาล เพราะฉะนั้นเวลาสนทนาอะไร ๆ กับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่นั่งคุยไม่ใช่อะไรนะ ๙๐% เรื่องโรงพยาบาลล้วน ๆ เลย เราทูลถวายท่านด้วยเหตุด้วยผลทุกสิ่งทุกอย่าง ท่านทรงสดับฝ่ายเดียวเราเป็นคนทูล เรื่องราวอะไร ๆ ไล่เข้าไปเลย เหมือนหนึ่งว่าเป็นนักวิชาการใหญ่ ไม่ใช่เล่นนะ ท่านไม่รับสั่งอะไรละ ทรงยิ้ม ๆ เราก็ทูลท่านเป็นลำดับลำดา ๆ ขึ้นตลอดเลย ตบท้ายก็บอกว่าเราทุ่มเสียจริง ๆ กระทรวงทั่วประเทศไทยทุกกระทรวง ไม่มีกระทรวงใดที่มีความจำเป็นยิ่งกว่าสาธารณสุขเราบอก

กระทรวงสาธารณสุขนี้จำเป็นตั้งแต่สัตว์ขึ้นไปถึงเด็กเล็กเด็กน้อย แล้วก็คนทั่วไป จำเป็นทั่วหน้ากันหมดเลย กระทรวงเหล่านั้นไม่ใช่จำเป็นอย่างนี้ เพราะฉะนั้นจึงต้องได้อุตส่าห์พยายามตะเกียกตะกายช่วยเหลือตลอดมา โรงพยาบาลจึงรู้สึกว่ามากกว่าเพื่อนที่จะช่วยประเทศไทยเรา เราก็ว่าอย่างนั้น ช่วยโรงพยาบาลเป็นอันดับหนึ่ง โธ้ เวลาทูลท่านทูลเอาจริง ๆ จัง ๆ นี่ ตามความจำเป็นของเราที่มีอยู่ในใจต่อบรรดาประชาชนทั้งหลาย เฉพาะอย่างยิ่งคือโรงพยาบาล

เพราะก้าวเข้าไปตรงไหน ตามันสอด ๆ ตาไปด้วย หูไปด้วย ใจไปด้วยนั่นซิ พิจารณาทุกแง่ทุกมุม คิดดูตั้งแต่หมอ พยาบาล พวกบริการต่าง ๆ คนไข้ ญาติคนไข้เข้าไป สับสนปนเปยุ่งเหยิงวุ่นวาย ดูหมดอย่างนั้นนะ เราไม่ได้ไปธรรมดา ไม่ใช่ว่าไปสักแต่ว่าให้ ๆ ไปดูทุกอย่าง แล้วก็สอนหมอด้วย สอนพยาบาลด้วย เมื่อมีโอกาสแล้วก็สอนทั้งหมอทั้งนางพยาบาล มันเหมือนเอาอ้อยไปขายสวนนั่นแหละ

เวลาสอนหมอก็ไม่ใช่เล่นเหมือนกันนะ ฟาดนี้พลิกไปพลิกมา หมอเป็นหมาก็มี ซัดได้ทุกอย่าง นางพยาบงพยาบาลตีกันไปเรื่อย ต่อจากนั้นก็ตีคนไข้ล่ะซี มามีแต่ออดแอด ๆ ลมหายใจมีก็ไปมอบให้หมอหมด ฟาดเข้านั้นอีกนะ พวกนี้พวกออดแอด อ้อแอ้ ๆ ไม่ใช่คนไข้ก็อ้อแอ้ ๆ เหมือนกันหมด พวกญาติคนไข้มาด้วยกันหน้าห่อหน้าเหี่ยวมาด้วยกัน มันไม่เป็นไข้มันเป็นบ้ามันจึงหน้าห่อหน้าเหี่ยวด้วยกัน ซัดเอา นี่เวลาตีคนไข้ตีไปแบบนั้น ตีหมอตีพยาบาลตีไปแบบนี้ สอนทุกอย่าง

ธรรมครอบหมดนี่นะจะว่าอะไร พูดให้มันตรง ๆ อย่างนี้ละ ธรรมนี่ครอบหมด ความรู้ในวัฏจักรนี้ฟังให้ดีนะ ถอดมาจากหัวใจมาพูดไม่ได้มาพูดเล่น ๆ นะ เพราะความรู้ในวัฏจักรนี้คือความรู้ของนักโทษในเรือนจำ เอ้า ฟังให้ดีคำนี้ ความรู้แห่งธรรมทั้งหลายนี้ครอบโลกธาตุ จะไม่เหนือกันยังไง มันเข้าถึงหมด ซึมซาบไปหมด นอกจากพูดหรือไม่พูดเท่านั้น เรียนมาชั้นนั้นชั้นนี้ มีแต่เรียนวิชาของนักโทษในเรือนจำเท่านั้นเอง วิชาธรรมเหนือนั้นหมด เพราะฉะนั้นเวลาธรรมได้ออกนี้ออกครอบโลกธาตุ

เอ้า พูดจริง ๆ เวลานี้ เอ้า ถามมาว่างั้นเลยนะ ฟังซิ ท่านทั้งหลายเคยได้ยินไหมคำนี้ เราก็ไม่เคยคิดเคยคาดเอาไว้ แต่มันกระจ่างขึ้นในใจนี้แล้วจะไม่ให้พูดยังไง ของปลอมก็บอกของปลอม ของจริงบอกของจริง รู้บอกว่ารู้ เห็นบอกว่าเห็น ผิดไปไหนพิจารณาซิ เวลาไม่รู้ก็บอกไม่รู้ เวลารู้ก็บอกว่ารู้ ถามมาตรงไหนถ้าหากว่าจะเป็นประโยชน์แก่ผู้ถาม จะตอบให้ทันที ๆ ยกเมฆมาก็ยกเมฆใส่เลย นั่นฟังซิน่ะ ถ้าหากว่าไม่เกิดประโยชน์ ดึงก็ไม่ออกนะ ฟังแต่ว่าธรรม เป็นธรรมตลอด

อะไรจะเหนือธรรม ความรู้นี้เหนือหมด แทรกไปหมด อย่าว่าเม็ดหินเม็ดทราย เม็ดหินเม็ดทรายยังหยาบ ธรรมละเอียดเข้าไปกว่านั้น ตัวเม็ดหินเม็ดทรายยังแทรกเข้าไปตรงกลางเม็ดหินเม็ดทรายได้อีกธรรม ละเอียดไหมฟังซิ ความรู้ที่เรียนมาว่าชั้นนั้นชั้นนี้ มาพูดมาโอ้อวดกันเฉย ๆ โอ้อวดก็วิชาในเรือนจำนักโทษโอ้อวดนักโทษนั่นเอง ไอ้ผู้ที่เป็นนายคุมเขาฟังเขาดูอยู่ เข้าใจไหม นักโทษตั้งกฎหมายบังคับบัญชากันยุ่งเหยิงวุ่นวายอยู่ในเรือนจำ ผู้เหนือนั้นมองดูมันหัวเราะ เป็นอย่างนั้นนะ

นี้พูดจริง ๆ เรานำโลกเวลานี้ไม่ได้นำธรรมดา เราถอดหัวใจออกมานำจริง ๆ เพราะฉะนั้นธรรมะของเรามีเท่าไรถึงเปิดออกตลอด ๆ นี้จวนตายเท่าไรยิ่งเปิดออก ๆ เราอย่าเข้าใจว่าจะอ่อนลงนะธรรม ขอให้ผู้มีสารคุณพอเป็นประโยชน์บ้างให้มาผ่าน มันจะรับกันทันที ๆ ถ้าไม่ผ่าน มีแต่กองมูตรกองคูถ เดินเหยียบไปอย่างนี้เสีย ไม่เล่นด้วย เป็นอย่างนั้นนะธรรม นี่ราสอนเราถึงเปิดออกให้เห็นทุกอย่าง ธรรมที่รู้ที่เห็นอย่าเอามาเทียบ ในวัฏจักรสามแดนโลกธาตุนี้คือมูตรคือคูถทั้งนั้น ฟังเอาพี่น้องทั้งหลาย ธรรมพระพุทธเจ้าเป็นอย่างนั้นแหละ

ไม่มีใครรู้ใครเห็น ไม่มีใครหยิบยกออกมาแสดงกัน จึงเหมือนเป็นมูตรเป็นคูถไปตาม ๆ กันหมด ดีไม่ดีมูตรคูถเหยียบมูตรคูถ ธรรมเลยกลายเป็นมูตรคูถ ให้มูตรคูถอันนี้เหยียบลงไปอีก เหยียบธรรม ธรรมเลยอยู่ใต้ไปเสีย เวลานี้โลกมันถึงร้อนซิ เพราะมูตรคูถมันขึ้นเหยียบธรรม ธรรมคือความดีงาม ความประพฤติ หน้าที่การงานทุกอย่าง ที่จะออกจากจิตใจที่เป็นธรรมไม่มี เราไม่อยากบอกว่าไม่ค่อยมี เราอยากจะพูดให้เต็มเม็ดเต็มหน่วยว่าไม่มี เพราะส่วนใหญ่มันสกปรกมาก จะว่าไม่ค่อยมีได้ยังไง ส่วนใหญ่มันเหยียบอยู่นี่ที่สกปรกมาก จึงบอกไม่มี มีแต่ความสกปรก มีแต่ความเดือดร้อนเต็มบ้านเต็มเมือง

ผู้ใหญ่เท่าไรยิ่งสกปรกมากทีเดียวไม่ใช่ธรรมดานะ สกปรกโสมมที่สุดคือผู้ใหญ่ที่ไม่เป็นธรรม ผู้เป็นธรรมเรายกไว้ เราหาธรรมอยู่แล้ว หาคนดีอยู่แล้ว เราจะไปตำหนิติเตียนยังไง ไอ้ผู้ที่น่าตำหนินั่นซิจะให้ชมได้ยังไง ทำบ้านทำเมืองให้เดือดร้อนอยู่ทุกวันนี้คนดีหรือทำ คนดีเขาไม่ได้ทำ คนชั่วต่างหากทำ มีมากมีน้อยเท่าไรเป็นตัวภัย ๆ ต่อชาติบ้านเมือง เวลานี้ชาติไทยของเราจึงจะล่มจม เพราะความสกปรกโสมมของผู้ใหญ่ที่มีแต่มูตรแต่คูถเต็มส้วมเต็มถาน

มิหนำซ้ำยังได้ทราบข่าวว่า จะมาตั้งพระราชบัญญัติปกครองพระ ปกครองศาสนาอีก เอามา ว่างี้เลยนะ หลวงตาบัวยังไม่ตายบอกงี้เลย เราพูดตรง ๆ อย่างนี้นะ หลวงตาบัวรักศาสนาอยู่เต็มเหนี่ยว นี้ยังเกี่ยวข้องกับชาติบ้านเมืองซึ่งไม่ใช่เรื่องของศาสนาเลย เรายังอุตส่าห์ออกไปช่วยเหลือเต็มกำลัง มิหนำซ้ำยังจะมาโจมตีศาสนาอีกให้เป็นมูตรเป็นคูถไปด้วยกัน เอ้ามา ว่างั้นเลยถ้าเรายังไม่ตาย บอกตรง ๆ อย่างนี้เลย คราวนี้คราวจะยิ่งใหญ่ที่สุด โลกธาตุคือเมืองไทยเราจะถล่มคราวนี้ หลวงตาบัวจะออกสนามเอง บอกอย่างนี้เลย ให้ถอยไม่มีถอย

อะไรที่จะมาทำลายธรรมนี้ทำไม่ได้ เรารักษาสุดหัวใจเราแล้วรักษาธรรมนี้นะ ยังจะมาทำลายเหรอ โผล่ออกมาจากมูตรจากคูถจะมาตั้งราชบัญญัติปกครองทองคำทั้งแท่งมีอย่างเหรอ ฟังซิน่ะ นักโทษมาปกครองคนดีทั้งประเทศมีอย่างไหม ฟังซิ สกปรกโสมมที่สุดก็คือพวกนี้ พวกที่กิเลสเต็มหัวใจเหล่านี้ แล้วมันจะเอากิเลสเต็มหัวใจนี้มาปกครองศาสนาซึ่งเป็นของสะอาดสุดยอดแล้วเป็นไปได้ไหม พิจารณาซิ นี่เพียงแต่ได้ยินวี่แววเท่านี้ ทางนี้ขึ้นรับแล้วนะ เอ้ามา ว่างั้นเลย ถ้าเรายังไม่ตาย

นี่ละฟังซิ พี่น้องทั้งหลายฟังเสียงธรรมซิ เราไม่ได้พูดด้วยความโกรธความเคียดแค้นนะ พลังของธรรมจะออกทันทีเลย ผางทันทีเลย นี่ละฟังซิพลังของธรรม พลังของกิเลสหนาขนาดไหนพลังของธรรมต้องหนัก ไม่หนักแก้กันไม่ตก ของสกปรกมีมากเท่าไร น้ำที่สะอาดต้องเทลงปั๊วะ ๆ เลย ไม่งั้นแก้กันไม่ตก นี่เราก็พูดเพียงได้ยินวี่แววเท่านั้น เราก็พูดแบบวี่แวว เราไม่พูดแบบเป็นความสัตย์ความจริงจริง ๆ เพราะมันเพียงวี่แววมา ทางนี้ก็ตอบแบบวี่แวว ถ้าจริงมาก็จะเอากันเลย จริงมาจริงรับกันทันที

ฟังซิพวกสกปรกโสมมขึ้นมาจากส้วมจากถาน จะมาปกครองพระพุทธเจ้า ปกครองศาสนา ฟังซิ นักโทษในเรือนจำมาปกครองประชาชนคนดีทั้งหลายทั่วประเทศไทยเราเป็นไปได้ไหม พิจารณาซิ เอาเพียงประเทศไทยเท่านั้นนะ อันนี้โผล่ขึ้นมาจากส้วมจากถานขี้เต็มหัวมันอยู่ แล้วยังจะมาปกครองศาสนา ปกครองพระ บีบบังคับพระให้อยู่ในอำนาจของมัน ให้พระเป็นนักโทษ ให้มันเป็นนายคุมนักโทษ เป็นไปได้เหรอ พิจารณาซิ เด็กอมมือเขาก็ไม่กล้ามาทำอย่างนี้ พระสงฆ์ท่านมีความเสียหายตรงไหน จึงต้องมาตั้งพระราชบัญญัติปกครองท่าน ท่านเสียหายที่ตรงไหน

สมบัติเงินทองข้าวของได้มา มีตั้งแต่พวกประชาชนญาติโยมเขาถวายท่านด้วยความบริสุทธิ์ใจ ท่านไม่ได้ไปหาฉกหาลักหาปล้นหาจี้หาคดหาโกงรีดไถจากผู้หนึ่งผู้ใดเลย ได้มาเป็นสมบัติของพระของสงฆ์ก็ดี สงฆ์ท่านก็รักษาของสงฆ์ของท่าน ท่านรักษามาแต่ดั้งเดิม ไม่เห็นมีความเสียหายอะไร สมบัติที่ได้มาจากการบริจาคท่านเอาไปใช้ประโยชน์ของท่าน ไม่กระทบกระเทือนเสียหายอะไร แล้วท่านเสียหายอะไรถึงจะต้องมาควบคุมกับการเงินการทองพระเจ้าพระสงฆ์เหล่านี้ที่ท่านได้มา

ถ้าจะควบคุมนี้ไปควบคุมพวกคณะวงราชการที่มันสกปรกโสมมนั่นซิ ก่อนที่จะมาทำราชการงานเมืองมีเงินกี่บาท เอามาตั้งเป็นข้าราชการแล้วมีเงินกี่บาท เวลาเกษียณอายุไปแล้วมีเงินกี่บาท ไปตรวจตราเหล่านั้นเสียก่อน พุงไหนมันมีแต่พุงขี้ทั้งนั้น พุงสะอาดสะอ้านมีอยู่ที่ไหน แล้วจะมาปกครองพระ จะมาชะล้างพระ มาบีบบังคับพระได้ยังไง พระท่านไม่มีความผิด บิณฑบาตวันหนึ่ง ๆ อาศัยญาติโยมเขามากินเห็นไหมล่ะ ท่านไปหาฉกหาลักที่ไหน ท่านบริสุทธิ์มาเต็มที่ ๆ สงบเสงี่ยม ไม่เคยได้ยินเกิดเรื่องเกิดราวในวงพุทธจักรของเราทั่วประเทศไทยก็ไม่ได้ยิน พระสงฆ์องคเจ้าสำนักใดที่ก่อหวอด ก่อความวุ่นวายขึ้นมาให้ประชาชนเดือดร้อนวุ่นวาย ไม่เคยมี

แต่เรื่องของวงราชการนี้มีมาตลอด เอาจนกระทั่งบ้านเมืองของเราจะจม ทำไมไม่ตรวจตรา ทำไมไม่บัญญัติ ทำไมไม่บังคับ ไม่ชำระสะสางตรงนี้ ตรงมันสกปรกนี้ ไปชำระสะสางอะไรของสะอาดอยู่แล้ว ศาสนาท่านสะอาดเต็มองค์มาตั้งแต่พระพุทธเจ้ามาจนกระทั่งทุกวันนี้ พระสงฆ์แม้ท่านจะไม่ปฏิบัติได้เต็มเม็ดเต็มหน่วยอย่างพระพุทธเจ้า ท่านก็อยู่ในความสงบเรียบร้อยของท่านตลอดมา ในพุทธจักรของเราทั่วประเทศไทย มีพระสงฆ์ที่ไหน จังหวัดไหน อำเภอใด ภาคใด ที่ก่อความเสียหายวุ่นวายแก่ชาติบ้านเมือง เราไม่เคยเห็น

แต่เรื่องของวงราชการงานเมืองนี้ ก่อจนกระทั่งบ้านเมืองจะจมนี้เห็นหรือไม่เห็น ตาบอดเหรอ ดูซิ มันเป็นยังไง แล้วอวดดิบอวดดีอะไร อวดรู้อวดฉลาดอะไร จะไปปกครองพระสงฆ์ด้วยอำนาจวาสนาของส้วมของถานอย่างนี้ จะเอาขี้เอาถานไปโปะหัวพระเหรอ พระท่านไม่ใช่ถานจะไปโปะท่านยังไง มันน่านะ เพียงได้ยินวี่แวว นี่เราตอบออกมาเพียงวี่แววนะ ถ้าหนักกว่านี้ยังจะหนักกว่านี้อีก เพียงเท่านี้ โอ๋ย ฟังไม่ได้แล้วนะ

มันทำไมถึงได้สกปรกเอามากมาย ดื้อด้านเอานักหนา หน้าด้านเอาจริง ๆ พวกนี้น่ะ มันทำไมจะไปเที่ยวกลืนเที่ยวกินไปหมด จะทำลายทั้งชาติ ทำลายทั้งศาสนาไปพร้อมเวลาเดียวกันเลย จะไม่ให้มีเหลือชาติและศาสนาค้างอยู่ในเมืองไทยเลย พวกเปรตพวกผีพวกยักษ์พวกมาร พวกมหาภัย กำลังจะกลืนบ้านกลืนเมืองนี่ ฟังมันกระเทือนทั่วไปหมด ได้ยินทั่วประเทศไทยเรา เวลานี้หูใคร-ใครก็มีได้ยินวี่แววมา เราก็ตอบแบบวี่แววเสียก่อนนะ ถ้ามาจริงเราจะออกจริงเลย ให้หลวงตาบัวถอย-ถอยไม่ได้เลยนะ

เวลานี้เราก็ช่วยชาติบ้านเมือง เราก็ไม่ได้เคยคิดเกี่ยวกับเรื่องที่จะเกิดขึ้นในระหว่างที่เรากำลังนำชาติอยู่เวลานี้ ก็มากระเทือนต่อเรา เมื่อกระเทือนก็ต้องซัดกันล่ะซี เข้าใจไหม มิหนำซ้ำยังจะมาฟาดศาสนาของเราให้ล่มจมไปด้วยกันแล้ว ยังไงก็อย่างนั้นว่างั้นเลย พูดง่าย ๆ ยังไงก็ไม่ถอย คอขาด-ขาดไปเลย หัวกลิ้งชนเลย ไม่มีคำว่าถอย ถ้าลงจะมาทำลายศาสนาด้วยแล้ว ทำลายชาตินี้ก็กำลังจะจมกันหมดทั้งชาติไทยของเราอยู่แล้ว ยังจะมาทำลายศาสนาอีก มันก็หมดล่ะซีชาติไทยนี่ ก็มีแต่พวกเปรตพวกผีเท่านั้นเองครองบ้านครองเมือง มันเอาความสุขความเจริญมาให้ผู้ใด มันมีแต่ความฉิบหายวายปวงเต็มบ้านเต็มเมืองเวลานี้ เพราะความสกปรกของพวกนี้ พวกป่า ๆ เถื่อน ๆ ความรู้ป่า ๆ เถื่อน ๆ ความรู้นักโทษนี่ มันไม่ได้ทำคุณประโยชน์ให้แก่ใครนะ

ผู้ดีเราไม่ว่า เราว่าผู้ที่ก่อความเดือดร้อนวุ่นวาย จนกระทั่งถึงเมืองไทยจะล่มจมนี้ต่างหากนะ ต้องแยกแยะซิ ธรรมต้องพูดให้อย่างตรงไปตรงมา ไม่อย่างนั้นไม่เรียกว่าธรรม ธรรมต้องให้ตรงไปตรงมา จึงเรียกว่าธรรม พูดอ้อม ๆ แอ้ม ๆ ลูบหน้าปะจมูกไม่ใช่ธรรม เคารพนับถือไม่ได้ ตายใจไม่ได้ ธรรมต้องเป็นธรรม คอขาด-ขาดไปเลย อย่างหลวงตาบัวนี้ก็เหมือนกัน ที่ออกสนามเวลานี้เอาธรรมออกล้วน ๆ นะ การพูดอย่างนี้เราไม่มีคำว่าโกรธว่าเคียดว่าแค้นต่อผู้ใด แม้เม็ดหินเม็ดทรายก็ไม่มีในหัวใจ แต่เป็นพลังของธรรมที่จะออกรับกันกับความสกปรกต่างหาก ที่ได้พูดอย่างนี้นะ ให้พี่น้องทั้งหลายทราบเอานะ

นี้เราก็ได้ยินเพียงวี่แววว่าอย่างนั้น เราก็ตอบออกอย่างวี่แววก่อน ถามมาก็ให้ถามแบบวี่แววมา อย่าถามอันนั้นมา เราก็จะตอบแบบวี่แวว ถ้าจริงมาไม่มากละ ถ้าจริงมาปึ๋งทันทีเลย มันพวกเปรตนี่ มันจะทำลายทั้งชาติทั้งศาสนาให้จมไปด้วยกันหมดเลย เอาแบบหน้าด้านเสียด้วยนะ สมบัติเงินทองข้าวของ จะให้พวกเปรตพวกผีพวกยักษ์พวกมารพวกส้วมพวกถาน ไปรักษาสมบัติของพระ เคยมีเหรอ พิจารณาซิ ไม่เคยมี ตั้งแต่ตัวของมันเองรักษาชาติบ้านเมือง มันยังทำให้ชาติบ้านเมืองจมลงไปได้ มันจะเอาสมบัติของพระและพระไปรักษาได้ยังไง นอกจากจะให้จมไปด้วยกันทั้งชาติทั้งศาสนาโดยถ่ายเดียวเท่านั้น เป็นอย่างอื่นไปไม่ได้ว่างั้นเลย เอาละพูดเพียงเท่านี้ก่อน โหย เวลาขึ้นเวที มันหากเป็นของมันเองนะ คึกคัก ไม่ต้องยกครูแหละ ปึ๋งเลย

นี้ละเรื่องธรรม เราจึงพูดตามเรื่องของธรรม อย่ามาคาดนะคาดเรื่องธรรม ธรรมแท้เป็นอย่างนั้น ไม่มีใครนำออกมาก็ไม่เห็น ก็มีแต่ขี้แต่มูตรแต่คูถกลบธรรมไว้ไม่ให้ธรรมมี ธรรมออกมาตีมูตรตีคูถให้แตกกระจาย ฟาดติดหน้าเขานู่น หน้าพวกเอาขี้มาปานั่นแหละ ตีให้ไปติดหน้าผากมัน ความรู้อันใดที่เหนือธรรมไม่มีในโลกนี้ว่างั้นเลย ครอบโลกธาตุ ความรู้ของธรรม ความรู้นักโทษในเรือนจำก็อย่างที่เราเห็นนั่นแหละ ก่อแต่ฟืนแต่ไฟให้กัน ความรู้นักโทษในเรือนจำก่อแต่ฟืนแต่ไฟเผาไหม้กัน ความรู้ของธรรมแล้วเป็นน้ำดับไฟตลอดมาเลย เอาละครั้งที่สองแล้วนะ

วันนี้พูดประมาณถึง ๒๐ นาทีได้ละมั้ง (ได้ครับ) อยู่ในระยะนี้ พอพูดไป ๆ อันนี้มันจะเตือนภายใน มากกว่านั้นโรคหัวใจจะยิบแย็บออกมา พออันนี้ยิบแย็บหยุดทันที โรคหัวใจมันไม่ได้หายนะ เพียงสงบ ประหนึ่งว่าไม่มี ถ้าพูดธรรมดา ๆ นี้เหมือนไม่มี เวลาพูดหนักเข้า ๆ ใช้ลมมากเท่าไรมันก็ทำให้อันนั้นยิบแย็บออกมา พอยิบแย็บ ๆ หยุดทันที ไม่หยุดไม่ได้นะ ขึ้นทันที

เปิดดูข้อมูล วันต่อวัน ทันต่อเหตุการณ์ หลวงตาเทศน์ถึงเรื่องอะไรwww.luangta.com


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก