ถวายทองคำคู่โล่ เป็นรางวัลหลวงตา
วันที่ 8 พฤศจิกายน 2543 เวลา 8:00 น.
สถานที่ : วัดป่าบ้านตาด จ.อุดรธานี
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :
ข้อมูลเสียงแบบ(Win)   ข้อมูลเสียงแบบ(MP3)

เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด

เมื่อวันที่ ๘ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๔๓

ถวายทองคำคู่โล่ เป็นรางวัลหลวงตา

วัดป่าอุดมมงคล อ.นครไทย และวัดป่ากุสลธโร อ.ภูเรือ รวมกันถวายทองคำน้ำหนัก ๕ บาท เรากำลังจะเตรียมสั่งโยมให้ไปหานิมนต์พระตามกระต๊อบกระแต๊บที่อยู่ในบริเวณวัดนี้ ตามร่มไม้อยู่กระต๊อบ ๆ ออกมารวมกันนี้ กุสลา ธมฺมา มาติกาให้ทองคำ ทองคำสลบไปได้ ๓ วันแล้ว วันนี้ฟื้นขึ้นมา เป็นอันว่าให้หยุดนะ อย่าไปนิมนต์พระมา เรียกว่าทองคำฟื้นแล้ว ให้บอกงั้นนะ วันนี้ได้ ๕ บาท ขาดไปสองวัน ไม่มีสักสตางค์เลยนะ วันนี้ขึ้นมาแล้ว

พอพูดเรื่องนี้แล้วก็ทำให้เราคิด อันนี้ก็แว่ว ๆ เหมือนกันนะ ได้ยินมาแว่ว ๆ พวกคณะกรรมการอะไรที่เขาจะให้รางวัลหลวงพ่อว่าชนะอะไร(สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ) ว่าไป เอามาอ่านซี ทางโน้นก็จะเริ่ม ทางนี้ก็จะเริ่มรับกันวันนี้(สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ ร่วมกับหน่วยงานของรัฐและภาคเอกชน ได้พิจารณาคัดเลือกผู้สมควรได้รับรางวัลประเภทโครงการ คือ โครงการผ้าป่าช่วยชาติของ หลวงตามหาบัว จากการที่นำวัฒนธรรมไทยสู้ภัยเศรษฐกิจมาใช้ในการดำเนินกิจกรรม) อันนี้เป็นทางคณะกรรมการตะกี้นี้นะ เป็นความเห็นดีเห็นชอบให้เราได้รางวัล

ทีนี้คณะกรรมการนี้เป็นคณะกรรมการอยู่ในท่ามกลางประเทศไทยด้วย หลวงตาซึ่งเป็นผู้ชนะเลิศนี้ก็อยู่ในท่ามกลางประเทศไทยด้วย เพราะฉะนั้นหลวงตาจึงอยากจะขอเรียกร้องหรือขอบิณฑบาต รางวัลที่จะมาให้หลวงตานั้น อย่างอื่นอย่างใดเราก็ขอบคุณอนุโมทนา แต่ถ้าได้ทองคำมาเป็นชิ้นเป็นอัน มาให้เป็นรางวัลหลวงตา สมชื่อสมนามว่าชนะเลิศนี้ หลวงตาจะรับอย่างเลิศเลยว่า ได้ทองคำเป็นประวัติศาสตร์ เป็นรางวัลของหลวงตาบัวที่ชนะเลิศ แล้วครอบทั่วประเทศไทยของเรา ทองคำนี้เป็นเกียรติอย่างมากทีเดียว ประวัติศาสตร์ไม่เคยมีที่จะเอาทองคำมาให้เป็นเกียรตินะ

ทีนี้ชาติไทยของเราเวลานี้กำลังนำชาติ มีหลวงตาบัวเป็นผู้นำ อยู่ ๆ ก็ไม่นึกไม่ฝันว่าจะได้รับรางวัลชนะเลิศ เราเลยยินดีคว้าใส่ทองคำชนะเลิศมาเป็นรางวัลเลยนี้เหมาะสมมากที่สุด อันนี้เพียงแต่ว่าประกาศแถลงแว่ว ๆ ไปอย่างนั้นก่อน ถ้าได้ทองคำมาเป็นรางวัลของหลวงตาชนะเลิศแล้ว สมเกียรติชาติไทยของเราด้วย และชาติไทยของเราคราวนี้เป็นประวัติศาสตร์ด้วย หลวงตาซึ่งเป็นผู้นำพี่น้องทั้งหลายก็จะภาคภูมิใจเป็นอย่างมาก เกิดมาตั้งแต่พ่อแต่แม่หลวงตาบัว พ่อแม่หลวงตาบัวเองไม่เคยตั้งยศให้นะ แล้วเวลานี้เป็นชาติไทยของเราตั้งยศให้ด้วย จึงขอให้ได้ยศที่สูงสุดสมเจตนาของเราที่มุ่งต่อชาติบ้านเมืองอย่างเต็มใจว่า ขอให้ได้ทองคำเป็นรางวัลชนะเลิศ เอาละพอ

นี่เป็นเจตนาของหลวงตาจริง ๆ นะ พอได้ทราบว่าจะมอบอะไรให้เป็นที่ระลึกเป็นรางวัลนี้ เราในนามของการเป็นผู้นำแห่งชาติ เราจึงได้ระลึกถึงทองคำที่เป็นจุดหมายของคนทั้งชาติอยู่ในจุดนี้ เลิศเลออยู่จุดนี้ เราเป็นผู้นำก็นำเพื่อจุดนี้ จะยกเข้าสู่คลังหลวง ให้เลิศเลอในชาติไทยของเรา เพราะฉะนั้นเวลาจะมีรางวัลทั้งทีที่เกิดมาในชาตินี้ เราก็อยากได้รางวัลประเภทนี้ คือทองคำ เป็นโล่เลยเชียวนะ เคียงข้างโล่นั้นที่เขาให้รางวัลตามเกียรตินิยมทั่ว ๆ ไป แล้วทีนี้ก็เอาโล่ของเราทองคำขึ้นอีกทีหนึ่ง เหมาะมากทีเดียว อันนี้เราก็เสี่ยงบุญเสี่ยงกรรมเกียรติยศชื่อเสียงของชาติไทยเราด้วย เสี่ยงบุญเสี่ยงกรรมของหลวงตาบัวจะพอมียศกับเขา ได้ทองคำเป็นรางวัลอย่างไรหรือไม่ด้วย

เป็นอย่างนั้นจริง ๆ แล้ว โอ๊ย ดังนะ ดังทั่วโลกจะว่าอะไร ทั้งหลายเราก็ไม่ได้ประมาท เป็นธรรมดาเกียรตินิยมที่นิยมกัน เป็นเรื่องสากล แต่เรื่องทองคำมาเป็นรางวัลนี้ยังไม่เคยมี เราอยากจะได้สิ่งที่ไม่เคยมี ทั้ง ๆ ที่มันมีอยู่ในโลกนี้ อยากให้สิ่งที่มีอยู่ในโลกนี้ที่ใครว่าไม่เคยมีให้เป็นรางวัล เราอยากได้อันนี้มาเป็นรางวัลคือทองคำ ตรงนี้ จะเป็นจุดเด่นมากและกระเทือนทั่วโลกเสียด้วยนะ ชาติไทยของเราได้ยกรางวัลให้แก่ชาติของตน โดยมีศาสนาเป็นผู้นำ เป็นทองคำสง่างามขึ้นมาในท่ามกลางแห่งชาติไทย หลวงตาบัวจะสาธุตั้งแต่ยังไม่ได้รับรางวัลจะว่าอะไร

นี่ละที่เรียกว่าแปลกกว่าเขาบ้าง ก็ต้องให้แปลกจริง ๆ เอาทองคำออกหน้าเลย แปลกมาก ไม่เคยมีในประเทศไทยเรา เราพอใจอย่างมาก อันนี้เป็นความมุ่งหมายของเราที่เป็นผู้นำในการช่วยชาติ หากว่าได้สิ่งอะไรที่จะเป็นที่ระลึก เราก็อยากได้อันนี้ซึ่งเป็นหัวใจของชาติไทยเราขึ้นเด่นในท่ามกลางแห่งชาติไทยของเราแล้ว จะกระเทือนทั่วโลกนะ เราอยากได้อันนี้ เราไม่อยากได้ด้วยความโลภแบบโลกนะ อยากได้เป็นคุณธรรม จะประกาศก้องขึ้นเป็นเวลานานทองคำที่ว่านี้นะ จะได้มาเป็นรางวัลสำหรับหลวงตาบัวนี้ โอ๋ จะประกาศก้องกังวาน หลวงตาบัวนอนหลับดีไม่ดีใหลไปเลยก็ได้ ดีใจมากว่างั้นเลย

ถ้าหากว่าคณะกรรมการพิจารณากันอย่างที่หลวงตาบัวว่านี้แล้ว หลวงตาบัวจะขออนุโมทนาตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปเลย นี้เพียงเกริ่น ๆ เพียงเผดียงให้พี่น้องชาวไทยทั้งชาติเราได้ทราบทั่วหน้ากันว่า จุดไหนเป็นจุดเด่นในการมอบรางวัลคราวนี้ จุดเด่นก็คือพุทธศาสนาออก คู่เคียงหรือตามรอยพระบาทมาก็คือหลวงตาบัว นี่ที่เด่น อันที่สามก็ประเทศไทยเราทั้งประเทศ นำประเทศไทยของเราทั้งประเทศ จะได้อะไรเป็นเครื่องหมายที่เด่นสมชาติไทยของเราเป็นชาติที่มีเกียรติมาดั้งเดิม ก็คือทองคำว่างั้นเลย เอาลงนี้ ไปไหนก็ไม่ไป สนามอะไรไม่ลง ลงจุดทองคำ อันนี้เด่นมากทีเดียว

ขอเรียนให้พี่น้องชาวไทยเราทราบทั่วหน้ากัน จุดมุ่งหมายของหลวงตาบัวที่ได้รางวัลในคราวนี้ อยากได้ทองคำเป็นที่หนึ่ง ในคำที่ว่าอยากได้ทองคำเป็นที่หนึ่งนี้คือหัวใจของชาติ คำว่าทองคำเป็นที่หนึ่งนี้ ขอให้พี่น้องทั้งหลายได้คิดอย่างถึงใจทุกคน ๆ ด้วยกัน จะรวมมามากน้อยเพียงไรก็ตาม มาเป็นรางวัลเพื่อชาติไทยของเรานี้จะเป็นจุดเด่นมากที่สุด สมความมุ่งหมายของหลวงตาที่พยายามตะเกียกตะกายช่วยพี่น้องทั้งหลายมาอย่างสุดหัวใจเลย ถ้าได้ทองคำมาเป็นรางวัลแล้วหลวงตาบัวจะสุดยอดในหัวใจนี้ เรียกว่า สมความมุ่งหมายแล้วว่างั้นเถอะ

ที่เรียนให้ทราบนี้เรียนทั่วประเทศไทยนะ ไม่ใช่ผู้หนึ่งผู้ใด รวมตัวกันเข้ามา ได้ทองคำเป็นรางวัล อันนี้จะเด่นมากที่สุดเลยเทียว ให้พี่น้องชาวไทยเราทราบทั่วกัน หลวงตาบัวอยากได้รางวัลเป็นทองคำ ถ้าจะตามมาอันที่สองเราก็ไม่ว่านะ เราก็อนุโมทนาเป็นลำดับที่สองมา คือ ดอลลาร์ ได้ดอลลาร์มาแล้วไล่ไอ้นั่นมันออก มันป้วนเปี้ยนอยู่นี้มากนัก ไล่ขนาบมันเลย ไอ้นั่นไม่ว่าใคร ว่าไอ้นั่นเฉย ๆ ไล่มันออกมันป้วนเปี้ยน แต่พวกเรารู้กันดี ไอ้นั่นมันป้วนเปี้ยน

พาหลานเอาทองมาถวายเจ้าค่ะ

เอามา เท่าไร ๕ บาทเหรอ

๒ ค่ะ

เรานี่มันจิตด่วนเกินไป ต้องถอยละ เหยียบเบรกก่อน มันฟาดคันเร่งเลย ยังไม่ได้ติดเครื่องรถ เหยียบคันเร่งแล้ว มันพุ่งขึ้นไป ๑๐ บาท ๆ เลย เลยหนองกะปาดไป หนองกะปาดเขาเพียง ๕ บาทเท่านั้น นี่เราฟาดถึง ๑๐ บาท เหยียบหัวหนองกะปาดไปเลย

อันนี้เป็นการกระเทือนจริง ๆ นะ กระเทือนฝ่ายเป็นมหามงคลแก่ชาติไทยของเรา ที่ว่านี้นะ ว่าในจุดสำคัญแห่งชาติไทยของเรา แล้วก็จะมาให้รางวัลแก่ผู้นำเสียด้วย นี่ละที่มันต้องให้เด่นแล้วเหมาะสมมากนะ เอ้า รวบรวมนะทองคำที่จะมาให้เป็นรางวัลของหลวงตาบัว พี่น้องทั้งหลายทั่วประเทศไทย ให้รวบรวมทองคำได้คนละ ๙ บาท ๑๐ บาท ๒ กิโล ๓ กิโล เราเอาทั้งนั้นแหละ เราไม่ว่ามีน้อยไปมากไป เอาทั้งนั้นแหละว่างั้นเลย ๙ บาท ๑๐ บาท ๓ กิโล ๕ กิโล เอาทั้งนั้นว่างั้นเลย ให้มันเด่นซิ ทองคำเราคราวนี้จะมาเด่นที่จุดได้รางวัลซิ

จุดนี้เด่นมากนะ ถ้าทองคำเราเข้ามาสู่จุดนี้แล้ว เรียกว่าเด่นมากชาติไทยของเรา ไม่มีอะไรเด่นเท่านี้แหละ ในการช่วยชาติคราวนี้อันนี้จะเป็นจุดเด่นมาก กระเทือนทั่วประเทศไทย แต่ก่อนก็ออกแล้ว แต่อันนี้จะกระเทือนมากอยู่นะ เพื่อเทิดชาติไทยของเราให้เด่นขึ้น เราจึงต้องการอันนี้ให้เป็นจุดเด่นแห่งชาติไทยของเรา วันนี้ก็เอานี้เป็นกัณฑ์เลยละนะ ไม่ทราบจะเทศน์อะไร เพราะเทศน์นี้ก็เพื่อชาติบ้านเมืองของเรา เพื่ออรรถเพื่อธรรมต่อชาติบ้านเมืองของเรา วันนี้ก็เข้าจุดใหญ่เพื่อชาติไทยของเราทั้งชาติ ได้พากันพินิจพิจารณา ให้เห็นจุดอันสำคัญแห่งชาติไทยของเราในคราวนี้ คือคราวที่ได้ทราบแว่ว ๆ มาว่า หลวงตาจะได้รับรางวัลที่หนึ่งใช่ไหม ว่าชนะเลิศ ชนะเลิศก็มี ชนะไม่เลิศก็มี ชนะเพื่อแพ้ก็มี ชนะเลิศก็ต้องอย่างนี้แหละ เลิศ สมแล้วชนะเลิศของศาสนาเป็นผู้นำ ต้องเลิศอย่างนี้

ชนะธรรมดาก็ดังที่เราเห็นกันไป ชนะแต่ไม่เลิศนี้ก็เหมือนหมากัดกัน ตัวแพ้ตัวชนะไม่มีตัวไหนเลิศ คือหมากัดกัน อย่างนี้อย่าให้มีนะแพ้ชนะแบบหมากัดกัน ใช้ไม่ได้ เข้าใจเหรอ ชนะเพื่อแพ้ นี่เรียกว่าแพ้ หมากัดกันแพ้ทั้งนั้นละ ไม่มีตัวไหนชนะ มีแต่ตัวแพ้ทั้งนั้น ยิ่งให้ไปกัดกันที่รังต่อด้วยแล้ว โอ๋ย เสียงลั่นเลย เราไม่ลืมนะ หมามันยั้วเยี้ย ๆ อยู่นี้น่ะ เราเห็นด้วยตา เพราะฉะนั้นถึงได้มาพูดสด ๆ ร้อน ๆ ซิ กัดกันอึกทึก ฟาดกันแย่งอาหาร เพราะความโลภ ตะกละตะกลามในอาหาร ฟาดกันไปเข้าไปหารังต่อใหญ่ซี รังต่อใหญ่มันก็แตกออกมา ไล่ต่อยหมาเหล่านี้

โอ๋ย เสียงลั่น กัดกันไม่ทราบตัวไหนแพ้ชนะ ฟังเสียงร้องแง็กงัก ๆ เต็มวัดเต็มวา ไปอยู่ที่ไหนก็ตาม เงียบ ๆ นะ ร้องแง็ก ๆ ขึ้น เดี๋ยวตัวนี้ร้องแง็ก ๆ ขึ้น คือพิษมันขึ้น เข้าใจไหม เวลาพิษมันตีขึ้นมาตัวไหนอยู่ที่ไหนร้องแง็กงัก ๆ อยู่ทั่ววัดทั่ววา นั่นน่ะต่อฟาดหมา แพ้แบบนี้ อยากแพ้แบบต่อฟาดหมาเหรอ เอาละวันนี้ไม่พูดอะไรมากละ เอาอันนี้ให้เป็นคติแก่บรรดาพี่น้องชาวไทยเราทั่วหน้ากัน ต่างคนต่างเชิดนะ

คราวนี้เป็นคราวสำคัญคราวหนึ่งที่จะมอบรางวัลในจุดกลางแห่งชาติไทยของเรา ขอให้ได้สิ่งที่เป็นที่พึงใจ เป็นที่เด่นชัดประจักษ์ต่อชาติไทยของเราและทั่วโลก ให้ได้ประจักษ์ด้วยการมอบทองคำ เป็นคู่เคียงกับโล่ที่จะมามอบรางวัลชนะเลิศให้หลวงตาบัว หลวงตาบัวจะเป็นที่ภูมิใจเป็นอย่างมาก แล้วต่อไปนี้ก็จะให้ศีลให้พรอนุโมทนากับพี่น้องทั้งหลาย ที่จะมอบทองคำมาเป็นคู่เคียงกับโล่ ให้เป็นรางวัลแก่หลวงตาบัวในขณะเดียวกันนี้ด้วยนะ จะให้พร

เมื่อวานนี้ก็เอาอีกแล้ว วันที่ ๗ เมื่อวานนี้ทองคำได้ศูนย์ ติดศูนย์มาตลอดได้สามวัน วันนี้พึ่งมาฟื้น ได้ ๗ บาทแล้ววันนี้ ฟื้นแล้ว ดอลลาร์ได้ ๕๖ ดอลล์

มาเมื่อไรสารคามน่ะ

มาถวายทองหลวงตา

ไหนล่ะ เอามา ๆ ถวายทองเหรอ มา

ท่านเจ้าอาวาสวัดวังเลิงเจ้าค่ะ

วังเลิง เอามา

กำลังมาค่ะหลวงตา ตามกันมาอยู่เจ้าค่ะ

ได้ฟังบ่ประกาศเรื่องทองคำ

ได้ฟังน้อย ๆ ค่ะ

(เสียงหมาเห่ารบกวน) โอ๊ย ไปตีปากหมาสักหน่อย หมาเว้าบ่จบ ครั้นได้เว้าบ่ฮู้จักศัพท์จักแสง เว้าซะ ฟังเสียงอีกทึก กูจะเอาต่อมาวางไว้นี่ให้มันหลงเสียง มันคือโพดแท้หมาหมู่นี้ พูดอะไรไม่รู้เรื่อง แน่ะ มันเห่าขึ้นแล้ว (เสียงเห่าไม่ขาดระยะ) จั๊กมันเว้าอีหยังเลยจำบ่ได้

วังเลิงดูเราจะไปเทศน์สองเทื่อบ่ ไปเทศน์ในงานศพ แล้วก็ไปเทศน์ช่วยชาติ ไปที่ไหนหลวงตาบัวจะออกหน้าเลยนะ แม้ที่สุดเพียงเห็นรถเราผ่านมา เราไปในงานนั่นแหละ พอรถเราผ่านมา โอ้ ท่านอาจารย์มหาบัว มาแล้ว วันนี้พวกเราทั้งหลายจะได้ฟังเทศน์ นู่นน่ะ ขึ้นแล้ว จะได้ฟังเทศน์ ไม่ทราบว่าจะไปเทศน์หรือจะไปตีหน้าผากคนก็ไม่รู้ เป็นอย่างนั้นนะ เรื่องเทศน์นี่พิลึกจริง ๆ พูดถึงเรื่องเทศน์ไม่เคยได้เล่าให้พี่น้องทั้งหลายฟังนะ เราบวชมาในศาสนานี้เรามีจนตรอกเต็มเหนี่ยว ครั้งนั้นก็ไม่ลืม ฝังลึกมากนะ บ้านหนองแวงนี่ ไกลที่ไหน พอแยกจากดงเค็งนี้ ตัดไปทางบ้านหนองแวง ออกไปทางบ้านโพนทอง เขาเรียกบ้านหนองแวง บ้านนั้นละ

เราก็อยู่วัดโยธานิมิตร พึ่งบวชเสียด้วย ได้พรรษาเดียว เราไปอ่านดูทีแรกเรานึกว่าสองพรรษา ได้เป็นหัวหน้าไป คือธรรมดาไปสวดมนต์ในงานต่าง ๆ ก็ต้องมีหัวหน้า ๆ ใช่ไหมล่ะ ทีนี้พระก็ถูกนิมนต์ไปที่นู่นที่นี่หมด บ้านนี้ก็มาถูกเรา ท่านพระครูให้เราเป็นหัวหน้าไปสวดมนต์ทำบุญข้าวเปลือกเขา เราก็ อู๊ย ทำไงบวชได้พรรษาเดียว เป็นหัวหน้ายังไงกันน้า ก็ยังไม่หนักมากนะ คิดวิตก คิดแต่ว่าสวดมนต์แล้วก็เสร็จสิ้นไป เรามีหนังสือเล็ก ๆ เล่มหนึ่งเทศน์ประมาณ ๑ กัณฑ์จบพอดี ติดย่ามไป หากเวลาจำเป็นก็จะเอาอันนี้ออกแก้ปัญหาความจำเป็น

พอดีตอนเช้ามาเขาถวายทานอะไรเรียบร้อยแล้ว เขาก็นิมนต์เทศน์ เราก็งัดเอาหนังสือนี้ออกมาเทศน์ นึกว่าเสร็จสิ้นไปแล้ว ทีนี้ผ่านไปก็ไม่ค่อยหนักเท่าไร อ้าว เอาอีกแล้ว พวกหนึ่งแห่กันมาอีกแล้ว มาก็ว่า โอ๋ย ไม่ทัน ๆ ทำยังไง ท่านเทศน์จบแล้วเหรอ จบแล้ว พูดแปลกเสียด้วยนะ เหมือนว่าพูดตีหน้าผากเราอีกด้วยนะ โอ๊ย เทศน์จบแล้วก็ไม่ยากอะไร ให้ท่านฉันเพลเสียก่อนท่านก็เทศน์ให้ฟังเองยากอะไร ผู้พูดมันพูดง่ายน่ะซี ไอ้ผู้เทศน์นั่นซี พอว่ามันยากอะไรเท่านั้น เรา โอ๋ย หัวอกมันคับเลย จะได้เทศน์อีก หนังสือเล่มนี้มันก็หมดแล้วจะทำไง โอ๋ย ไม่ลืมนะ มันคับแค้นไปหมดในหัวอก ฉันขนม เข้าโขบ (ขนมทำจากข้าวเหนียวนึ่งตากแดดใช้ทอดด้วยน้ำมัน) เขาเรียกขนมนางเล็กนางแลดน่ะ เฮาอยากฟาดฮอดขนมพวกนี้ เวลามันเคียดพอ ๆ กันนะ เขาว่าให้ท่านฉันเพลเสียก่อนค่อยให้ท่านเทศน์ให้ฟังยากอะไร ไม่ยากซิผู้ไม่เทศน์ ไอ้ผู้เทศน์มันจะตายนั่นซิ มันตายหรือยังไม่รู้ เราอยากตามฆ่ามัน

ทีนี้พอเสร็จแล้วเขาก็ให้เทศน์จริง ๆ โอ๋ย มันคับแค้นในหัวใจ นี่ละคราวนี้เป็นครั้งที่หนึ่งเลยในชีวิตของพระ เราพูดให้ฟังเต็มบทเต็มบาทนะ ฉันขนมนางเล็กแผ่นเดียวนั่นครึ่งก็ไม่หมดนะ มันคับมันแค้นมันกลืนไม่ลง คิดหาตั้งแต่เทศน์ จะเทศน์อะไรให้เขาฟังก็พึ่งบวชได้พรรษาเดียว จะเอาอะไรเทศน์ให้เขาฟัง เราก็เป็นหัวหน้าเป็นหน้าที่โดยตรงเสียด้วยซี พอเสร็จแล้วเขาก็ให้เทศน์ นึกไม่ได้ เพราะตอนนั้นพรรษาเดียวยังไม่ได้นักธรรมตรีนี่นะ ยังไม่ได้เรียนนักธรรมตรี เรียนแต่สวดมนต์ ปาฏิโมกข์ให้จบเรียบร้อยอันนี้ ปีหลังต่อไปจะเรียนนักธรรมตรีเราว่าอย่างนั้น นี่ยังไม่ได้เรียนนักธรรมตรีจะไปได้ภาษิตมาจากไหนก็ไม่รู้ละ พอยกขึ้นเป็นกัณฑ์เทศน์ว่างั้นเถอะนะ

จิตฺเต สงฺกิลิฏฺเฐ ทุคฺคติ ปาฏิกงฺขา ไม่ลืมนะ โฮ้ ฝังลึกมากนะ จากนั้นเขาก็นิมนต์เทศน์ โอ๊ย บืนตายนะ เวลามันจนตรอกจริงมันก็บืนเหมือนกันนะ พอเทศน์จบแล้ว หน้าหนาวนะ เดือนพฤศจิกานี่ โอ๊ย เหงื่อแตกหมดเลย นี่ขายโง่ให้พี่น้องทั้งหลายฟัง นี่เป็นชีวิตของเรา ในชีวิตของพระเรามีครั้งนี้ที่ฝังลึกมากที่สุดเลยนะ พอขึ้นไปเทศน์เหงื่อไม่ทราบว่ามาจากไหน หนาว ๆ นะเปียกหมดเลย โถ มันจะตายมันเป็นอย่างนี้คนเรา พอเทศน์จบลงแล้ว เสร็จงานเขาแล้วก็ออกมา พวกที่รอเราก็พวกเพื่อนเดียวกัน พอออกมาแล้ว (โอ้ เทศน์ดีนะ) อยากตายซิเราว่าอย่างนั้น เราโมโห อยากตายอย่ามาพูดนะ (อีหลี) ฮ่วย ยังอยากตายอยู่เหรอ คนกำลังโมโหสุดขีด

พอออกมาก็มาค้นหนังสือท่านเจ้าคุณอุบาลี กัณฑ์เทศน์กัณฑ์หนึ่ง ค้นออกมาเอากัณฑ์ที่เราชอบใจ ท่องเหมือนปาฏิโมกข์ คล่องยิ่งกว่าปาฏิโมกข์อีก เอ้า ทีนี้ไปไหนไม่ตาย กูจะฟาดกัณฑ์นี้ขึ้นเลย เวทีไหนก็ตามกูจะเอากัณฑ์นี้กัณฑ์เดียว ทีนี้พอเรียนกัณฑ์เทศน์จบคล่องปากแล้วเลยไม่ได้เทศน์นะ ออกจากนั้นก็ออกหนีไปเลยจนกระทั่งป่านนี้กลับมา แล้วกลับมาเคียดแค้นยังไม่หายเวลานี้ เดินผ่านเข้าไปบ้านหนองแวง ดูเป็ดดูไก่ ดูหมูดูหมา ผู้คน เราจะเอาให้แหลกหมดเลย เราเคียดแค้น มันโมโหจนกระทั่งป่านนี้ยังไม่ได้หายนะ นี่ละมันขบขันเรื่องคนอกจะแตกเทศน์ไม่ได้ มันก็เทศน์ไปได้นะล่ะ ได้พรรษาเดียว โอ๊ย มันก็แปลกอยู่ หมู่เพื่อนมายอเล่นเสียด้วยนะ โอ้ เทศน์ดีนะ อยากตายซิ เราว่าอย่างนั้นเราโมโห

นี่ล่ะครั้งแรกนะ ในชีวิตของพระเรามีนี้เป็นครั้งแรกที่เราฝังลึกมาก อันนี้ก็ไม่ลืมจากนั้นมาแล้วก็ไม่มีอะไรแหละที่นี่ เรื่อย ๆ ธรรมดาไม่เห็นมีอะไรขัดข้อง การเทศนาว่าการมันก็มี เรียนหนังสืออยู่มันก็มี การเทศน์ก็เทศน์เรื่อยธรรมดา แต่เทศน์ทางด้านปริยัติ ๆ ไปธรรมดา พอออกปฏิบัตินี้ไม่เทศน์เลย แต่มันก็มีนะในภาคปฏิบัติก็ดี ไปพักอยู่ข้างบ้านเขา เขามีงานในบ้านเขาก็มานิมนต์เราไปเทศน์ ทีนี้ออกปฏิบัติมันเป็นมหาแล้วนี่ เราบอก โอ๊ย เทศน์ไม่เป็นเทศน์ไม่ได้ โอ๊ย อย่าพูดเลยลงว่ามหาเทศน์ไม่เป็นไม่มีใครเชื่อ เขามัดคอเราเอาตรงนี้ มหาก็มัดคอนะ ลงเป็นมหาแล้วเทศน์ไม่เป็นนี้ไม่มีใครเชื่อแหละ เขาก็มัดคอไปเทศน์จนได้ มันมีเป็นครั้งคราว มีนั้นละเป็นครั้งแรก

ทุกวันนี้ไปบ้านหนองแวงยังขบขัน ยังพูดแบบขบขันด้วย หมูหมาเป็ดไก่แถวนี้อย่ามาผ่านหน้านะ ยังโมโหไม่ถอยนะว่างั้น พูดสนุกไปอย่างนั้น มันขบขัน นี่พูดถึงเรื่องความจนตรอกในการเทศน์ ไม่ลืมนะจนกระทั่งป่านนี้ เราถึงได้เอามาพูดให้พี่น้องหลายฟัง ฟังซิเวลาเทศน์นี่ หน้าหนาวเดือนพฤศจิกา กำลังหนาวนี้เหงื่อแตกออกเลย คนมันจะตายเข้าใจไหม ไม่มีทางออก ไปเทศน์ ต่อจากนั้นไม่ปรากฏ ไม่เคยมีเลย จนกระทั่งมาถึงปัจจุบันนี้

แล้วก็ทบทวนดูจิตดวงนี้เอาที่นี่ ทบทวนย้อนหลังนะ เอ้า เปิดให้มันชัด เวลานั้นมันก็ธรรมดาของคนเรา ถ้าว่ามืดตื้อก็มืดตื้อ อรรถธรรมได้มานิด ๆ หน่อย ๆ เท่านั้นก็เอาออกมาเทศน์ จะได้เรื่องได้ราวอะไร ต่อจากนั้นก็ออกปฏิบัติ เรียนก็เทศน์ได้ไปได้ไปเรื่อย ๆ พอหลังจากนั้น ทีนี้ออกปฏิบัติ พูดให้ง่าย ๆ ทีนี้มันจ้าขึ้นมาแล้วกับคำว่ามืด ๆ มันเข้ากันไม่ได้เลย เดี๋ยวนี้บอกว่าจ้าว่างั้นเลยนะ ไม่มีอะไรในโลกธาตุนี้ที่เราจะผ่านมันไม่ได้ว่างั้นเลย

นี่เราพูดให้ฟังถึงเรื่องจิตดวงนี้ จิตดวงที่มันมืดตื้อนี่ เทศน์จนจะตายจะสลบไสลก็เทศน์ ครั้นเวลามันกระจ่างขึ้นมาก็อย่างที่พูดนี่แหละ จิตดวงเดียวนี่นะ มาพิจารณาย้อนหลัง โอ้ เป็นอย่างนั้น อย่างทุกวันนี้มันไม่มีจริง ๆ พูดจริง ๆ นะ สามแดนโลกธาตุไม่มีอะไรมาผ่านหัวใจได้เลย ขาดสะบั้นไปหมด โน่นฟังซิ ทีนี้เวลามันเป็นนะ ไม่มีอะไรขึ้นชื่อว่าสมมุติผ่านไม่ได้เลย ขาดสะบั้นไปหมด เป็นหลักธรรมชาติเอง มันจ้าทั้งวันทั้งคืน เพราะฉะนั้นการเทศนาว่าการจึงบอกตรง ๆ เลย ในหัวใจดวงนี้เป็นธรรมทั้งแท่งแล้วครอบโลกธาตุ จึงไม่มีคำว่าอัดว่าอั้น เอ้า ใครสงสัยอะไรให้ถามมา ผางทันทีเลย แล้วแต่จะออกมาหนักเบามากน้อยที่จะเป็นประโยชน์แก่ผู้ถามมา ทางนี้จะออกรับกันทันที ๆ

ยกเมฆมาก็ยกเมฆใส่เลย เป็นอย่างนั้นนะ ไม่ได้มีคำที่คิดแบบวิตกวิจารณ์แบบโลกไม่มี ธรรมล้วน ๆ แล้วไม่มี จ้าอยู่ตลอดเวลา อะไร ๆ ผ่านมาขาดสะบั้นไปเลย ๆ เวลานี้จิตเป็นอย่างนั้น ก็เล่าให้พี่น้องทั้งหลายฟัง กับที่ว่า จิตฺเต สงฺกิลิฏฺเฐ ทุคฺคติ ปาฏิกงฺขา มันต่างกัน เข้าใจเหรอ นี่ละการอบรมจิตเป็นอย่างนั้นละ จิตดวงนี้เมื่อได้ซักฟอกออกไปเรื่อย ๆ ค่อยกระจ่าง ๆ ก็เป็นอย่างที่ว่า กระจ่างเต็มที่ เรียกว่าเลยนี้ไม่มี เต็มที่แล้วเลยนี้ไม่มี ก็ไม่เคยเห็นมีอะไรเปลี่ยนแปลงแม้เม็ดหินเม็ดทรายให้เห็นเลย ตั้งแต่ขณะนั้นมาจนกระทั่งป่านนี้ ท่านจึงเรียกว่านิพพานเที่ยง ก็คือไม่มีอะไรจะมาแปรสภาพได้เลย นั่นหลักธรรมชาติเป็นอย่างนั้น

เราจึงได้สอนโลกสงสารด้วยความเป็นห่วงเป็นใย เพราะอันนี้เป็นพยานในหัวใจดวงเดียว ใครจะเชื่อไม่เชื่อก็ตามนะ อันนี้มันจ้าอยู่แล้วจะไปสนใจอะไรกับใครเชื่อไม่เชื่อ ตัวนี้มันจ้าอยู่แล้ว จะไปหาหลักฐานพยานที่ไหนมายืนยันกัน ใครจะเชื่อก็ตามไม่เชื่อก็ตาม ธรรมมียังไง ผู้คู่ควรจะได้รับประโยชน์มากน้อยเพียงไร เราจะออกตามที่ผู้ได้รับประโยชน์นั้น ถ้าไม่ได้ดึงก็ไม่ออก เป็นอย่างนั้นนะ ถ้าควรจะออกนี้ผางเลย เป็นอย่างนั้น ให้พี่น้องทั้งหลายจำเอาไว้นะ เรื่องจิตใจเป็นอย่างนี้

เป็นของฝึกได้นะจิตดวงนี้ เมื่อฝึกถึงสุดขีดแล้วตัดขาดสะบั้นลง วัฏวน ๆ คือความเกิดแก่เจ็บตายนี้เป็นการแบกหามกองทุกข์ไปทั้งนั้น นี่ขาดสะบั้นลงตาม ๆ กันหมดเลย นั่นฟังซิ นั่นละตามจิตถึงตัวจิตแล้ว อันใดเป็นเชื้อของจิตมันก็ฟาดขาดสะบั้นลงไป ไม่มีเชื้อของจิตที่จะพาเกิดตายก็พุ่ง เรียกว่าธรรมธาตุหรือนิพพานเท่านั้นเอง เอ้า เข้ามาที่นี่ โธ่ ไปใหญ่แล้ววันนี้ ว่าจะไม่เทศน์มากเลยไปใหญ่เลยนะวันนี้นะ

วัดป่าวังเลิง โอ๊ย เรากำลังจะให้เขาไปนิมนต์พระมามาติกา กุสลา ทองเราสลบไปสามวัน วันนี้ฟื้นแล้ว สลบไปสามวัน ติดศูนย์ ๆ มาสามวันตลอด เราซึ่งเป็นผู้นำต้องกระเทือนใจซิ เราเป็นผู้นำกระเทือนทั่วประเทศจะว่าอะไร เราจึงวิตกวิจารณ์ เพราะฉะนั้นเวลาเขาจะให้รางวัลชนะเลิศ เราจึงไม่เอาอะไร เราจะเอาแต่ทองคำ ว่าอย่างนั้นเลย ถ้าได้ทองคำแล้วใหล(ใช้ในความหมายแบบโรคใหลตาย) ไปเลยก็ได้ มีพระหลายปานใดวัดวังเลิง (มี ๙ องค์ ) ฟังจะอ่าน วัดป่าวังเลิง มีเจ้าอาวาสเป็นประธานพร้อมทั้งคณะลูกศิษย์ลูกหาคณะศัทธาทั้งหลายมารวมกันบริจาค ทองคำได้ ๑ กิโล ๒ บาท ๒ สลึง เงินสดได้ ๔๔๕๐ บาท เอาละ อนุโมทนาพร้อมกันนะ เอาละวันนี้ได้ทองคำ ๑ กิโลแล้ว ที่สลบไปสามวันด้วยกัน วันนี้ลบกันไปแล้ว

หลวงตาบัวก็มีแต่ดิ้นเพื่อชาติเท่านั้นแหละ เราไม่ได้ดิ้นเพื่อเรานะ ดิ้นจะเป็นจะตายมีแต่เพื่อชาติบ้านเมือง เราไม่มีอะไรแล้วเราบอกตรง ๆ คอยดูตั้งแต่ธาตุขันธ์มันจะไปเมื่อไรเท่านั้น เวลามันไม่ไปเราก็ซ่อมแซมมัน เช่น พาอยู่พากินพาหลับพานอน นี่คือซ่อมแซมธาตุขันธ์เพื่อทำประโยชน์ให้โลกเท่านั้น เมื่อหมดสภาพแล้ว ไม่เอาแล้วเหรอ ปัดปุ๊บเดียวเท่านั้น เรื่องของสมมุตินี้ขาดสะบั้นไปหมดไม่มีอะไรเหลือเลย เวลานี้ยังเหลืออยู่ธาตุขันธ์เท่านี้ ที่เป็นสมมุติติดกับธรรมธาตุ ติดกับธรรมจิตที่บริสุทธิ์ล้วน ๆ นั้น เป็นความรับผิดชอบ แต่ไม่มีได้เสียกับมัน หากรับผิดชอบมัน พาขับพาถ่ายพาหลับพานอน พาอยู่พากิน นี้คือธาตุขันธ์มันกวน มันบกพร่องต้องการตลอดเวลา มันจึงดีดดิ้นตลอดเวลาอยู่อย่างนี้ เราผู้รับผิดชอบคือหัวใจก็ต้องได้รับผิดชอบมัน

พออันนี้หมดสิ้นไปแล้ว คืออันนี้แหละพาทำงาน เมื่อได้ซ่อมแซมแล้วมันก็ทำการทำงานใด ๆ ได้ ทำประโยชน์ให้โลกได้ อย่างเทศน์เวลานี้ก็เทศน์ได้จากขันธ์อันนี้เอง พออันนี้ขาดลงไปปั๊บเท่านี้ นั้นละท่านเรียกว่า อนุปาทิเสสนิพพาน คือ สอุปาทิเสสนิพพาน นี้เป็นผู้ถึงวิมุตติหลุดพ้นได้นิพพานแล้ว แต่ยังมีชีวิตครองขันธ์อยู่ ท่านเรียกว่า สอุปาทิเสสนิพพาน เป็นผู้ถึงนิพพานแล้วด้วยทางจิตใจ แต่ยังครองธาตุครองขันธ์ซึ่งเป็นสมมุติอยู่เท่านั้นเอง พอธาตุขันธ์สลายปั๊บลงไปเท่านั้นละ เรียกว่า อนุปาทิเสสนิพพาน เป็นนิพพานล้วน ๆ แล้ว สมมุติแม้เม็ดหินเม็ดทรายไม่เข้าไปเจือปนเลย ถ้าพูดทางโลกก็เป็นคนละโลกล้วน ๆ ตั้งว่าโลกวิมุตติเสีย เรียกว่าขาดตั้งแต่บัดนั้นต่อไป ไม่มีอะไรเหลือแล้ว นั่นท่านเรียกว่า อนุปาทิเสสนิพพาน

นี่ก็พยายามเอาธาตุขันธ์อันนี้ออกใช้ พี่น้องทั้งหลายฟังเราพูดอย่างเปิดเผยเลย เราไม่มีอะไรสะทกสะท้านกับสามแดนโลกธาตุนี้ พอที่จะมาทำเราให้กระทบกระเทือน ไม่ว่าติฉินนินทา สรรเสริญ ว่าเราจะมีส่วนได้ส่วนเสีย เราไม่มีเราพอทุกอย่างแล้ว เราจึงพูดได้เต็มอรรถเต็มธรรมเท่าที่พอแล้วในหัวใจของเรา เอาละวันนี้ ให้พรนะ ดีละอนุโมทนา ต่างคนต่างหาอีกนะทองคำเราให้ได้มาก ๆ

เปิดดูข้อมูล วันต่อวัน ทันต่อเหตุการณ์ หลวงตาเทศน์ถึงเรื่องอะไร  www.luangta.com


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก