ถ้าเข้ามาบุกพุทธศาสนาแล้วให้มา
วันที่ 9 พฤศจิกายน 2543 เวลา 8:00 น.
สถานที่ : วัดป่าบ้านตาด จ.อุดรธานี
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :
ข้อมูลเสียงแบบ(Win)   ข้อมูลเสียงแบบ(MP3)

เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด

เมื่อวันที่ ๙ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๔๓

ถ้าเข้ามาบุกพุทธศาสนาแล้วให้มา

ก่อนจังหัน

วัดธรรมเพียร หนองกอง ถวายทองคำ ๒ กิโล มูลค่า ๗๐๙,๐๐๐ บาท ได้แล้ววันนี้ มาเป่าทองคำสลบไปสามวัน นี่ได้เป่าคืนเมื่อวานนี้ ตอนเช้าวานนี้เป่าฟู่ ๆ วันนี้เป่าอีกสองฟู่ได้อีก ๒ กิโล วันฟื้นหรือยังทองคำที่สลบไปสามวันเมื่อวานนี้ ฟื้นหรือยัง ถ้ายังไม่ฟื้น เอามาเป่าอีกพวกนี้ ๒ กิโลแล้ว ได้เรื่อย ๆ นะ เดี๋ยวต่อไปนี้เขาจะให้ทองคำหลวงตาบัวชนะเลิศ เลิศไหนเราก็ไม่เอาถ้าไม่ใช่ทองคำเราว่างี้ ทองคำเลิศไม่เลิศก็ตามให้เอามาว่างี้เลย

นี่มาอีกแล้วทองคำ ๑๖ บาท ดอลลาร์ ๓๐๐ ดอลล์ เช็คเงินสดอีก ๑๐๒,๐๐๐ บาท โน่นน่ะกองพะเนินเทินทึก โอ๊ย ที่สลบไปเมื่อสามวันนี้ วันนี้วิ่งขึ้นแท่นแล้วนะ ทองคำสลบไปสามวัน ติดศูนย์ ๆ มาสามวันแล้ว เราจนได้ถามปัญหาขึ้นทันทีเลย เป็นยังไงชาติไทยของเรา ๖๒ ล้านคนสลบมาสามวันฟังได้ไหม ทองคำผ่านไปถึงสามวัน ๆ ติดศูนย์ ๆ เมื่อวานนี้กับวันนี้มาฟื้นกันแล้ว กุสลายังไม่มา ทองคำมาก่อน กุสลา เผ่นกลับ เอ้า รวมได้เท่าไรตะกี้นี้ (ทองคำ ๑๖ บาท ดอลลาร์ ๓๐๐ ดอลล์ เช็คเงินสดอีก ๑๐๒,๐๐๐ บาท)

เอาละหลวงตาพอใจ ทองคำก็มา ดอลลาร์ก็มา เช็คก็มา เงินสดก็มา ที่สลบไปสามวันนั้นฟื้นแล้ว ช่วยกันซี ได้ทราบว่าเขาจะให้รางวัลชนะเลิศหลวงตาบัวช่วยชาติ ว่างั้น เอาอะไรมาให้เราล่ะ ถ้าเป็นทองคำแล้วเอามาเราว่างี้นะ อย่างอื่นเราไม่ค่อยสนใจเราบอก ถ้าเป็นทองคำ..มา ยอดของชาติไทยอยู่ทองคำนา ไม่ได้อยู่กับโล่นั่นโล่นี่ อันนั้นทำโก้ ๆ อย่างนั้นละ ที่ไม่โก้แต่ความดีสุดยอด เลิศสุดยอดนี้คือทองคำในระยะนี้ เราว่างั้นนะ คอยฟังนะ เสี่ยงวาสนาชาติไทยเรา แล้วก็เสี่ยงวาสนาหลวงตาบัว เวลาได้รางวัลชนะเลิศจะได้อันไหนมาคอยดูนะ เอ้า วัดป่าบูรพาราม บ้านหนองไฮ ต.หนองไฮ อ.เมือง จ.อุดรธานี ถวายทองคำน้ำหนัก ๒ บาท ๒ สลึง มาอีกเพิ่มเข้าอีก มาเรื่อย ๆ โน่นต้นนั้นมาอีก เอามา เราจะเอาต้นนั้นเสียก่อนเราถึงจะกินข้าว เราจะทนหิวเอา

(กฐินตกค้างค่ะ) กฐินตกค้างเหรอ มีตกค้างที่ไหนบ้างล่ะ ไปเอามา จะให้พรละสายแล้ว…ธรรมเพียร หนองกอง ก็ดูเอามาสองหนแล้วนะ ทองคำเอามาสองหนแล้ว วัดป่าแถวนี้เอามาเรื่อย ๆ เอามาเป็นกิโล ๆ นู่นน่ะ ไม่ใช่น้อย ๆ นะ ใครทอดกฐินที่ไหน ๆ ก็เอามานี้แหละ พอทอดกฐินเสร็จแล้วก็เป็นทองคำมาเลย พระน่ะล้นหลาม ๆ เข้ามานะ มองไม่ทันนะพระน่ะ มาเก้ ๆ กัง ๆ นี่ละที่เราเบื่อจริง ๆ มาไม่มีหลักธรรมหลักวินัย ความเลอะ ๆ เทอะ ๆ ติดนิสัยสันดานมา มานี้ก็มาประกาศนิสัยอันนั้นละ ดูไม่ได้นะ

หลังจังหัน

(มีผู้ถวายบาตรทองเหลืองโบราณ) นี่บาตรอะไร ต้องเอาไปใช้อย่างอื่นนะ อันนี้เอาไปใช้เป็นบาตรไม่ได้ ผิดพระวินัย ทองเหลือง ทองแดง ดีบุก ทองคำอะไรไม่ได้ทั้งนั้น ทรงอนุญาตไว้สองอย่าง บาตรดิน บาตรเหล็ก มีสองอย่างเท่านั้น เหล่านี้ไม่ได้ พวกทองพวกอะไร ตั้งแต่ทองคำลงมา ไม่ได้ทั้งนั้น ได้เฉพาะบาตรดิน บาตรเหล็ก นอกนั้นห้ามหมด อันนี้เป็นทองใช่ไหม (ทองเหลืองครับ) ยกออกไปนู้น พระท่านรู้เอง วินัยท่านรู้เอง ไปทำภาชนะใช้สอยอย่างอื่น สำหรับบาตรทรงอนุญาตไว้สองอย่าง บาตรดิน บาตรเหล็ก พวกบาตรดีบุกนี้ไม่ได้ทั้งนั้น ห้ามหมด

มาหรือปากน้ำ(เจ้าค่ะ) ได้อะไรมาฝากหลวงตาล่ะ (ปีใหม่จะเตรียมถวายโล่ทองคำเจ้าค่ะ) เหอ (ตอนปีใหม่ลูกจะเตรียมถวายโล่ทองคำเจ้าค่ะ) นี่ก็ฝันมาแล้วตั้งแต่เมื่อวานนี้นะ ออกทางนี้ด้วย ไม่ทราบว่าทางคณะกรรมการที่ไหนในกรุงเทพเรานี่ (สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ) เออ วัฒนธรรมแห่งชาติ เขาจะให้รางวัลใครต่อใคร แต่สำหรับหลวงตาบัวแล้ว ชนะเลิศเขาก็จะให้รางวัลเหมือนกัน ถ้ารางวัลชนะเลิศแล้วเอารางวัลมาให้เรา เราก็จะเอารางวัลชนะเลิศ เราก็ว่าอย่างนี้ คือทองคำ จึงเรียกว่าชนะเลิศใช่ไหมล่ะ

เมื่อวานนี้ประกาศแล้ว ออกแล้วเมื่อวานนี้ เมื่อคืนคงได้ฟังกันทั่วถึงหมด พูดถึงเรื่องที่จะมาให้เป็นรางวัลอย่างที่เขาแจกทั่ว ๆ ไปนั้น ทีนี้ถ้าเราจะรับแบบธรรมดาทั่ว ๆ ไป คนจะไม่ได้คิด พี่น้องชาวไทยเราจะไม่ได้สะดุดใจเกี่ยวกับชาติไทยเราเป็นชาติที่สำคัญมากที่สุด เรียกว่าชาติไทยเต็มตัว เวลานี้กำลังอยู่ในภาวะคับขัน โดยทางศาสนาเป็นผู้นำพี่น้องทั้งหลาย มีหลวงตาบัวเป็นผู้นำพระโอวาทของพระพุทธเจ้ามาแจกจ่ายแก่พี่น้องทั้งหลาย โดยความเป็นผู้นำ แล้วทีนี้ทางพี่น้องชาวไทยเรา เช่น คณะกรรมการอันนี้จะให้รางวัลชนะเลิศ ทีนี้พอทางโน้นจะให้รางวัลชนะเลิศ เราก็อยากได้รางวัลที่ชนะเลิศเหมือนกัน คืออะไร คือทองคำ นี่ชนะเลิศหมดเลย เป็นหัวใจของชาติไทยเรา

ถ้าได้ทองคำเป็นเครื่องหมายรางวัลแห่งชาติไทยของเราแล้ว กระเทือนทั่วเมืองนอกนะ ธรรมดา ๆ นี้ก็ทั่ว ๆ ไป แล้วการทำที่จะมาให้หลวงตานี้ หลวงตาทำประโยชน์แก่พี่น้องชาวไทยทั่วประเทศเลย สิ่งที่จะเป็นที่ระลึกนั้นควรจะเป็นสิ่งสำคัญให้เป็นของคู่ควรกันกับการช่วยชาติใช่ไหมล่ะ อะไรที่เป็นของคู่ควรกัน ก็คือทองคำ นี่เรียกว่าชนะเลิศ เราบอกงั้น เราพูดถึงเรื่องชนะเลิศเมื่อวานนี้ ดูว่าเราได้อธิบายเป็นชนะ ๓ ชนะ ชนะเลิศก็คือได้รางวัลเป็นทองคำ แล้วชนะอะไรเมื่อวานอันที่สอง มัน ๓ ขั้น ชนะถึงขั้นหมากัดกัน ชนะอันนี้ใช้ไม่ได้เลยเราบอก

ชนะแบบหมากัดกันใช้ไม่ได้ เช่น มันกัดกันใส่รังต่อ รังต่อฟาดเอาแหลกเลย เสียงร้องแง็กงัก ๆ ทั่ววัด ชนะแบบนี้ชนะใช้ไม่ได้ พูดอะไรมันต้องให้มีแง่คิดไว้ ๆ เราลืมแล้วแหละ คือพูดนี้พับ ๆ พูดสด ๆ ร้อน ๆ จบแล้วหายพร้อม ๆ ออกไปเรื่อย ไปเรื่อย หายพร้อมเลยนะ เราไม่ได้จดจารึกในคัมภีร์นั้นคัมภีร์นี้ ออกจากคัมภีร์นี้อย่างเดียว พูดตรง ๆ อย่างนี้นะ สอนพี่น้องทั้งหลายเราถอดออกจากหัวใจสอน ไม่ได้สอนเล่น ๆ เพราะฉะนั้นจึงพูดอย่างถ้าแบบโลกเขาว่าท้าทาย แต่ธรรมไม่มีคำว่าท้าทาย เพราะไม่มีคำว่ากล้าว่ากลัว คำว่าแพ้ว่าชนะไม่มี ธรรมคือธรรมเท่านั้นเอง เราก็นำอย่างนั้นออกไปให้เป็นที่ระลึก

อย่างที่ว่าจะให้รางวัลเราเกี่ยวกับเรื่องการช่วยชาติ รางวัลชนะเลิศนี้ ถ้าจะให้เป็นธรรมดาเหมือนทั่ว ๆ ไปนี้ ดูแล้วไม่ค่อยเหมาะสมกับชาติไทยของเรา ซึ่งเวลานี้เรากำลังเป็นผู้นำ แล้วได้รางวัลนี้ก็ได้รางวัลในการเป็นผู้นำ จึงควรจะได้เป็นที่ระลึกอันสำคัญแก่ชาติไทยของเรา ดีไม่ดีกระเทือนออกเมืองนอก เรามุ่งหมายอย่างนั้น เราจึงบอกว่าหลวงตาบัวไม่เอาอะไรแหละ ถ้าได้ทองคำเราพอใจ เราว่างี้ เป็นรางวัล เราว่างั้นแหละ สมเจตนาที่เรามุ่งต่อทองคำเป็นอันดับหนึ่งเลย

แต่ยังไงก็จะได้แหละ คราวนี้ต้องให้ได้ ชนะเลิศคราวนี้ต้องให้เป็นเครื่องหมายของการชนะเลิศแห่งชาติไทยของเรา ชนะธรรมดา ๆ นี้มีอยู่ทั่วไปแล้ว ชนะแบบนี้ไม่มี แล้วชนะนี้ก็เป็นชนะการช่วยชาติเสียด้วย ได้รับชัยชนะนี่ เพราะฉะนั้นรางวัลที่ชนะด้วยการช่วยชาติคราวนี้ จึงควรเป็นรางวัลพิเศษ ให้ผิดแปลกจากรางวัลทั้งหลาย เราคิดอย่างนั้นเราถึงแย็บออกมา ให้พี่น้องชาวไทยเรารู้สึกทั่วหน้ากันทั่วประเทศไทยของเราว่า เป็นเครื่องสะดุดใจ รางวัลนี้ไม่เหมือนรางวัลอะไร นั่น เอาตรงนี้นะ

เมื่อวานนี้วันที่ ๘ ทองคำได้ ๑ กิโล ๙ บาท ๘๒ สตางค์ ดอลลาร์ได้ ๔๕ ดอลล์ รวมทองคำที่ได้ทั้งหมดทั้งที่หลอมแล้วและยังไม่ได้หลอมเป็นทองคำ ๒,๒๖๐ กิโล ยังขาดอยู่อีก ๑,๗๔๐ กิโลจะครบจำนวน ๔,๐๐๐ กิโล กรุณาทราบไว้ทั่วหน้ากัน นี่ประกาศเกือบทุกวันเพื่อเตือนพี่น้องชาวไทยเราอย่าได้นอนใจ จุดนี้เป็นจุดตายตัวของเราที่จะยกชาติของเรา อย่างน้อย ๔,๐๐๐ กิโล

ใน ๔,๐๐๐ กิโลนี้เราวางไว้เป็นพื้นฐาน เวลานี้ประกาศออกมาแล้ว ๔,๐๐๐ กิโล นี้เป็นพื้นฐาน ขาดสตางค์หนึ่งไม่ได้เลย ถ้าทองคำได้ขาด ๔,๐๐๐ กิโลไปหนึ่งสตางค์นี้ เรียกว่าคอของชาติไทยเราทั้งชาตินี้ คอหลวงตาบัวเป็นหัวหน้าขาดไปพร้อมกันหมด ชาติไทยของเราไม่มีหัว หัวขาดไปแล้ว ต้องให้ได้ ๔,๐๐๐ กิโลเป็นอย่างน้อย ต่อจากนั้นเราก็จะเพิ่มเติมขึ้นไปเรื่อย ๆ

เช่นอย่างเงิน ๘๐๐ ล้านนี้ เราก็เคยประกาศให้ทราบแล้วว่า ๘๐๐ ล้านนี้เราเจียดไว้เรียบร้อยแล้ว ทั้งหมดนี้เราจะซื้อทองคำเข้าสู่คลังหลวง แล้วเพิ่มเติมมาจากทางไหน ๆ เราจะหมุนเข้าสู่ทองคำ ๆ ส่วนเงินหมุนเวียนนี้เราตะเกียกตะกายไปอย่างนั้นแหละ ได้แค่ไหนก็เป็นไปตามนั้น แต่เรื่องทองคำนี้เราหมุนจี๋เลยเทียว เงินทางไหน ๆ มาเราก็จะหมุนเข้าทองคำ

เช่น เงินกฐินที่เขาถวายในงานกฐินมีบัญชีสองบัญชี บัญชีธนาคารไทยพาณิชย์ทั้งสองแห่ง กรุงเทพแห่งหนึ่ง อุดรแห่งหนึ่ง เงินที่เขาโอนเข้ามาเป็นบัญชีกฐินนี้ คิดว่าจะไม่ต่ำกว่า ๖ ล้าน คืออยู่ที่นี่ ๓ ล้านแล้ว ทางโน้นก็ ๓ ล้าน อ่านดูบัญชีเมื่อสองสามวัน ก็คงจะในราว ๖ ล้าน เงินจำนวนนี้เราก็จะหมุนเข้าทองคำทั้งหมดเลย ในบัญชีนี้นะ ไม่แยกไปไหนเลย เราจะหมุนเข้าทองคำ ๆ เรื่อย ๆ ๘๐๐ ล้านนี้เข้าทองคำ แล้วอันนี้ก็เข้าทองคำ ปลีกย่อยอะไรจะค่อยพยายามหมุนเข้าเรื่อย ออกทางเงินหมุนเวียนก็ออกเท่าที่จำเป็น ๆ อันนี้จำเป็นมากอยู่แล้ว เราจะพยายามเข้าทางนี้เรื่อย ๆ นะ

เพราะฉะนั้นเวลาได้รับรางวัล ควรจะเป็นรางวัลทองคำ ที่เป็นที่ต้องใจของคนทั้งชาติ เราเป็นหัวหน้าออกความคิดในเรื่องนี้ นี่กะกันไว้ว่าถ้าหากว่าเขาถวายรางวัล เช่น โล่อย่างนี้ เราก็จะเอาโล่เป็นจุดศูนย์กลางไว้ที่กรุงเทพ ไม่เอามานะ จะเอาโล่ไปตั้งไว้ที่กรุงเทพเลย โล่อันนี้เรียกร้องเป็นเครื่องดึงดูดทองคำทั้งหมดเข้ามาหาโล่นี้ทั้งนั้น เรากะไว้อย่างนั้น แต่จะได้แค่ไหนอันนี้ก็ต้องเสี่ยง

เสี่ยงอันดับแรกคือเสี่ยงวาสนาหลวงตาบัว เสี่ยงที่สองก็เสี่ยงของพี่น้องชาวไทยทั้งชาติ จะได้ทองคำมาสักกี่บาทกี่สตางค์ ก็เสี่ยงเอาตอนนี้ นี่ประกาศให้ทราบเอาไว้ว่า ถ้าเขาถวายเป็นโล่มานี้ เราจะเอานั้นตั้งเป็นจุดศูนย์กลาง ให้ทองคำโอบล้อมไว้หมดเลย ต่อไปจะมีแต่ทองคำ โล่มองไม่เห็นแหละ ทองคำเหยียบไปหมดเลย หาทองคำมาเหยียบโล่นะ อันอื่นเหยียบไม่ได้ไม่ชนะ ต้องเอาทองคำเหยียบโล่ หงายเลย โล่สู้ไม่ได้ อย่างอื่นโล่สู้ได้ เอาอันนี้ละ

กะว่าไปกรุงเทพคราวนี้ ถ้าเขามอบรางวัล ก็จะไปตั้งไว้จุดศูนย์กลาง ให้พี่น้องทั้งหลายรวมทองคำเข้ามาเป็นเกียรติแก่ชาติไทยของเรา โดยมีโล่เป็นหลักประกันว่าได้รับรางวัล คืออะไร คือนี้ ชี้เข้าไปในโล่ มีแต่ทองคำเต็มหมด เข้าใจไหมล่ะ

วันนี้พอสาย ๆ หน่อยก็จะไปหนองผือ ไปค้างที่นั่นคืนนึง ตอนค่ำวันนี้คงจะเทศน์แหละ พรุ่งนี้เช้าถวายอาหารบิณฑบาต ผ้าป่าเสร็จเรียบร้อยแล้วก็เลยไปบ้านกุดไห นั่นเขาก็นิมนต์รับผ้าป่า บ้านนี้เราก็เคยไปอยู่กับเขา รับผ้าป่าเสร็จแล้ว ถนนผ่านหน้าวัด ผ้าป่าเขาคงจะไปไว้ที่วัด เราไปก็เข้าไปวัดเลย พอถวายผ้าป่าเสร็จ ออกจากนั้นก็เดินทางกลับ กลับคราวนี้ผ่านมาทางวาริชภูมิ ออกมาสว่างฯ นี่เลย วันพรุ่งนี้นะ วันนี้ไปค้างที่หนองผือเสียก่อน

หนาวก็ไม่ค่อยเท่าไร เมื่อคืนก็ลง ๑๘ ครึ่ง เมื่อวาน ๑๘ ครึ่งนะ เมื่อเช้านี้ก็ ๑๘ ครึ่ง เท่าเดิม..ลง เมื่อคืนไม่ค่อยหนาวละ โอ้ เดินจงกรมได้ตั้งชั่วโมงกว่านะออกจากนี้ไป มันไม่หนาวนะ เพราะเมื่อวานนี้ไม่ค่อยได้เดิน พอไปธุระมาก็แขกตลอดเลยไม่ได้เปลี่ยนอิริยาบถ ได้มาเปลี่ยนเอาตอนกลางคืนเมื่อคืนนี้ เดินสะดวกสบายตั้งชั่วโมงกว่า เพราะไม่หนาวมาก เดินจนกระทั่งร่างกายอ่อนนิ่มทุกสัดทุกส่วนแล้วขึ้นไปพัก ขึ้นไปมันก็ห้าทุ่มกว่าแล้ว ขึ้นไปกุฏิ กว่าจะได้พักก็เที่ยงคืนกว่าเมื่อคืนนี้

เราพยายามมากทีเดียว ทองคำพยายามมากเป็นอันดับหนึ่ง อันดับหนึ่งอย่างยอดเลยนะ เพราะฉะนั้นอะไร ๆ จึงตีเข้าทองคำ ๆ เรื่อย ๆ ทองคำต้องเป็นอันดับหนึ่งตลอดไป เงินหมุนเวียนนี้ก็ช่วย ช่วยตลอด เวลานี้ตึกก็สามหลังแล้ว ตึกโรงพยาบาล โรงเรียนหลังหนึ่ง เป็นสี่ เสร็จไปแล้วหลังหนึ่ง หลังที่ห้าเสร็จไปแล้ว ยังอีกสี่หลังเวลานี้กำลัง หลังหนึ่งตั้งหลาย ๆ ล้านนะ อันนี้เป็นเงินหมุนเวียน เรายังไม่ถือว่าหนักมากยิ่งกว่าทองคำนะ ทองคำเราถือจริง ๆ น้ำหนักอยู่ทองคำทั้งหมด อันนี้ก็คิดดูซิ ตึกตั้งสามสี่หลังว่ายังไม่หนักนะ คิดดูซิ เพราะไปหนักที่ทองคำ

เมื่อวานนี้ก็จ่ายพวกเอกซเรย์ อย่างนี้ละทางเครื่องมือก็มา ทางตึกก็มา บรรดาโรงพยาบาลทั้งหลายมาเรื่อย ๆ อย่างนั้น เราจึงช่วยทุกแบบเลย โกดังใหญ่นั่นเห็นไหมล่ะ นั่นของเต็มเอี๊ยดนะ บกบางไม่ได้ เอาไว้เต็มเอี๊ยดตลอดเลย มาวันละสองโรงสามโรง เมื่อวานนี้ก็สองโรง โรงพยาบาล เอาของให้เต็มรถ ๆ ตบท้ายเติมน้ำมันให้ทุกคันรถ ๆ เลย เราช่วยโลกเราช่วยอย่างนั้น ช่วยจริง ๆ ไม่ได้ช่วยธรรมดา มีเท่าไรทุ่มเลย ๆ เทียว

นี่กำลังมุ่งทองคำหนักเข้าไปเรื่อย ๆ เราคิดว่าอย่างน้อยเวลานี้ ทั้ง ๘๐๐ ล้านและ ๔,๐๐๐ กิโล ก็คงไม่ต่ำกว่า ๖,๐๐๐ กิโลแหละ แต่เรายังไม่ต้องการจุดนี้นะ เราจะพูดไปเป็นระยะ ๆ คือระยะแรกตายตัวแล้วแก้ไขอย่างอื่นไม่ได้ ก็คือว่าทองคำเราในการช่วยชาติคราวนี้ให้ได้ ๔,๐๐๐ กิโล ขาดสตางค์หนึ่งไม่ได้ นี้เรียกว่าเด็ดขาดแล้ว จากนั้นไปก็เพิ่มเรื่อย ๆ แล้วก็ยังมีหวังอีกที่เงินสดของเรา ๘๐๐ ล้านนี้ก็จะเข้าทองคำทั้งหมด แล้วอย่างน้อย ๖ ล้านอยู่ในธนาคารก็จะเข้ากันเป็น ๘๐๖ ล้านแล้วเข้า ส่วน ๕๐ กว่าล้านนี้เราทั้งจะแยกออกไปทางช่วยชาติเป็นเงินหมุนเวียน ทั้งจะหมุนเข้ามาทางทองคำ อันนี้จึงก้ำกึ่งกัน ไม่แน่นัก เราจะเล็งดูอันไหนหนักมาก จำเป็นขนาดไหน เราก็จะค่อยพิจารณาไปตามนั้น

(หลวงตาเจ้าขา ถ้าเป็นทองคำแล้ว เขาจะแก้กฎหมาย อย่างไรเขาก็จะมาแตะทองคำ) อย่าไปวินิจฉัยเขา เราจะแก้กฎหมายของเราอย่างไร เช่น เรามีทองคำ ๕ กิโลนี้ เราจะให้ทานสัก ๑ กิโลนี้เราตระหนี่ไหม ฟาดกันลงตรงนี้ เข้าใจไหม วินิจฉัยตรงนี้ อย่าไปหาเขาแก้กฎหมายกฎหมอยที่ไหน เราไม่อยากฟังนะ มา หลวงตาบัวยังไม่ตาย ว่างั้นเลย ตะกี้นี้ก็เริ่มออกแล้วใช่ไหมล่ะ ที่จะไปตั้งข้อบังคับมาบีบบังคับพระน่ะ นี่เริ่มออกแล้วนะ บอกตรง ๆ เลย ตั้งแต่ชาติบ้านเมืองเราไม่เคยจะไปเกี่ยวข้องเลย มันก็จำเป็นมันยังต้องอยู่ในสนามรบจนได้ นี้ลงถ้าเข้ามาบุกพุทธศาสนาของเราแล้วให้มา บอกงี้เลยเรา ถ้าหลวงตาบัวไม่ตายให้มาว่างั้นเลย นู้นน่ะฟังซิ เราได้โบกมือหนักขนาดไหน ถ้าหลวงตาบัวยังไม่ตายให้มา ถ้าลงมาบุกพุทธศาสนาซึ่งเป็นของเลิศเลอ

ไอ้พวกจมอยู่ในส้วมในถาน โผล่หน้าขึ้นมาขี้เต็มหัวมัน มันจะเอาขี้มาโปะพุทธศาสนาซึ่งเป็นของเลิศเลอ สมควรไหม พิจารณาซิ มันฟังไม่ได้เลยนะ เพียงเท่านั้นก็ฟังไม่ได้ เราก็เคยพูดถึงเรื่องพุทธศาสนาเรา ให้ความร่มเย็นแก่โลกมานานสักเท่าไร แต่เรื่องวัฏจักรนี้ให้ความเดือดร้อนแก่โลกเรา เฉพาะอย่างยิ่งชาติไทยเรามานานเท่าไร ตั้งใครขึ้นมา ๆ มีแต่กินแต่กลืน ก่อความเดือดร้อนให้ประชาชนทั้งชาติ ๆ ตลอดมา ทำไมไม่คำนึงกันบ้าง ไม่พิจารณากันบ้าง แล้วไปยุ่งอะไรกับเรื่องพระ ท่านทำประโยชน์ให้แก่ประชาชนมากเท่าไร ตั้งแต่พระพุทธเจ้าลงมาโดยลำดับ เช่นอย่างเมืองไทยของเรานี้ พระทั่วประเทศไทยท่านไปก่อความเดือดร้อนเสียหายให้แก่ผู้ใด ไม่มี ไม่ปรากฏที่ตรงไหน

อยู่ที่ไหนท่านก็อยู่ตามสภาพแห่งความเป็นผู้มีศีลมีธรรมของท่าน ท่านไม่เห็นเกิดความเดือดร้อนอะไร แล้วไปตั้งกฎหมายกฎหมอยยุ่งท่านทำไม ถ้าเป็นเรา ตั้งมาฟาดหน้าผากทันทีเลย เอ้า จริง ๆ ไม่เล่นนะนี่ ถ้าอะไรขัดธรรมแล้วจะไม่ถอยเลย ถ้าเรื่องธรรมแล้วคอขาดไปเลย เพราะฉะนั้นเราถึงบอกว่า เอ้า มา ถ้าหลวงตาบัวยังไม่ตายให้เข้ามา เพราะวงศาสนาเป็นวงของหลวงตาบัวรับผิดชอบอยู่แล้ว ตั้งแต่ทางโลกทางสงสารเราไม่เคยยุ่งเกี่ยวข้องอะไร เราก็ช่วยชาติธรรมดา มันก็มาประจัญบานกันจนได้ใช่ไหม มันก็ต้องได้สู้กันอย่างนี้ แล้วยิ่งจะเข้ามาบุกพุทธศาสนาโดยตรงหาเหตุผลไม่ได้แล้ว บอกว่าให้มา ว่างั้นเลย

หลวงตาบัวเพียงคนเดียวเท่านี้แหละจะเอาให้คอขาดเลย คอเขาหรือคอเรามันมีคอด้วยกันนั่นแหละ คอเขาไม่ขาดคอเราก็ขาด มีสองอย่าง ให้ถอยเป็นไม่ถอย เอ้า จริง ๆ นั่นแหละ มันสมบัติอะไร พุทธศาสนาให้ความร่มเย็นแก่โลกมานานเท่าไร เฉพาะเมืองไทยเราสงบร่มเย็นทุกวันนี้เพราะอะไร ไม่ใช่เพราะพุทธศาสนาจะเพราะอะไร ถ้าเป็นเพราะแบบหมากัดกันอยู่ทุกวันนี้ นั่นเป็นมานานเท่าไร มันก่อความเดือดร้อนให้โลกได้รับความวุ่นวาย ทุกวันนี้เมืองไทยจะจมก็เพราะพวกนี้ก่อความวุ่นวายไม่ใช่เหรอ ศาสนาไปก่อที่ไหน เห็นไหมล่ะ แล้วจะเอาอะไรมาบังคับศาสนา กฎหมายกฎหมอยที่ไหนจะมาบังคับศาสนา ว่าอย่างนี้เลยนะ

มันเด็ดมาทางนี้ต้องเด็ดไป กิเลสเด็ดธรรมต้องเด็ด ไม่เด็ดไม่ทันกัน เข้าใจไหม นี่เรียกว่าเด็ดดี เด็ดเท่าไรยิ่งดี เด็ดชั่วเด็ดเท่าไรยิ่งเลว นี่เด็ดดีเด็ดเท่าไรยิ่งแก้กัน เข้าใจไหม กำลังความชั่วมีมาก กำลังความดีต้องมีมาก ไม่งั้นไม่ทันกัน ต้องฟัดกันเลย พากันจำเอานะ นี่ละหลวงตาบัวที่โบกมือให้มา นี้ละคือเด็ดทางดี เข้าใจไหม ให้มาว่างั้นเลย

พุทธศาสนานี้เองเป็นผู้รักษาชาติไทยของเราให้มีความสงบเยือกเย็นตลอด เหมือนไม่มีหูมีตานะ พวกนี้กัดพวกนี้กินกันจุ๊บๆ จั๊บๆ โหย ต้องว่าให้มันตรงๆ เลยเรามีลูกศิษย์ทุกกระทรวง เราเปิดได้อย่างเต็มเหนี่ยวเลย ลูกศิษย์ของเราคนไหนมีแต่คนดีๆ มาเล่าให้ฟังเราสลดสังเวชๆ เก็บไว้ลิ้นชักๆ เราไม่เคยปริปากออกมาพูดนะ นานเท่าไรแล้ว จนกระทั่งเราออกมาช่วยชาติเราก็ไม่เคยสนใจกับสิ่งเหล่านี้ จนกระทั่งมาประจัญบานต่อเรานี้ซิถึงได้ออก ทีนี้ออกมันก็ออกไปเรื่อยๆ นี่ยังจะออกอีก ถ้ามีเหตุการณ์อีกยังจะออกอีก ละเอียดกว่านี้ไปอีก เราเก็บไว้มากขนาดไหน เรื่องสกปรกโสมมของทางบ้านเมืองที่มันกัดมันกลืน กินตับกินปอดประชาชน ก่อความเดือดร้อนวุ่นวายแต่เขาก็เหมือนไม่มีหูมีตา เขาอยู่ด้วยความสงบ อยู่เพราะพุทธศาสนา

ไม่อยากจะพูดเกรงอกเกรงใจกัน อยู่อย่างสงบดีกว่าที่จะเกิดเรื่องเกิดราว เขาคิดอย่างงั้นเสียเขาก็เงียบกันไป ทั้งๆ ที่เขาก็รู้อยู่ มิหนำซ้ำยังจะมากลืนพระเข้าอีก เอากินเลี้ยงกันมีโต๊ะ ๓-๔ โต๊ะ มากินเลี้ยงกัน มาว่างั้นเลยนะหลวงตาบัวไม่ธรรมดา เอามาว่างั้นเลย หลวงตาบัวยังไม่ตาย เอาจริงๆ ถ้าลงศาสนาได้ขาดจากเมืองไทยแล้วหมดว่างี้เลย เรารักษาอันนี้ไว้เองเพื่อไม่ให้หมด นั่นถึงบอกว่าเอาให้มาว่างั้นเลย อะไรจะเลิศยิ่งกว่าศาสนาปกครองชาติไทยเราอยู่เวลานี้ เราเป็นลูกชาวพุทธ สงบร่มเย็นทั่วหน้ากันพระสงฆ์ท่านก็สงบร่มเย็นของท่าน ท่านไปก่อหวอดก่อความยุ่งเหยิงวุ่นวายให้แก่ผู้ใด พอที่จะมาตั้งกฎเกณฑ์ข้อบังคับบีบบี้ท่านวะ

ฟังว่าเงินสงฆ์เงินพระอะไรเวลาจะบวชนั่น เรายังไม่ได้อ่านนะ เขาอ่านแล้วมาเล่าให้เราฟัง เท่านั้นเราก็คันฟันแล้วนะ เพียงเราได้ยินเท่านั้นเราคันฟันแล้ว ถ้าได้อ่านแล้วจะเป็นยังไงไม่รู้นะ ฟันนี้กลัวมันจะขาดเสียก่อนยังไม่ได้เคี้ยวหัวคน เข้าใจไหม เพียงอ่านเท่านั้นเราก็คันฟันขึ้นแล้ว ว่าพระที่จะมาบวช ตามที่เขาเล่าแว่วๆ นะ เราก็พูดตามเรื่องเขาเล่าให้ฟัง เรายังไม่ถือเป็นความจริงนัก เราก็พูดตามเรื่องที่ผ่านเข้ามาหูของเราว่า พระที่จะมาบวชต้องตรวจตราพาชี เงินทองข้าวของมีเท่าไรก่อนที่จะมาบวชแน่ะ แล้วมาบวชแล้วเวลาจะสึกไปต้องตรวจตราพาชี เงินทองข้าวของมีเท่าไรๆ

มาตรวจท่านอะไร เงินเป็นสมบัติของแต่ละคน ๆ ที่เขารักษา มีสิทธิ์เต็มที่ของเขา มาตรวจเขาหาอะไร พระพุทธเจ้าบวชองค์ไหนไม่เห็นไปตรวจตราเงินทองข้าวของกับพระเจ้าพระสงฆ์องค์ใดที่มาบวช ไม่เคยมีในพระวินัย ในหลักศาสนาไม่มี มันอุตริอะไรมาบีบบังคับพระ ถ้าจะตรวจจริง ๆ ก็ต้องให้มันทันกันซิ เอ้า ต้องตรวจเสียก่อนในวงราชการ ใครจะมาเป็นข้าราชการมีเงินกี่บาท เวลาไปทำราชการแล้วมันโกยเข้ามากี่พุงๆ ตรวจมันให้เรียบร้อยเสียก่อน เวลามันทำงานมันไปหาโกยเอาที่ไหนบ้าง ดูให้มันดีเวลามันจะเกษียณอายุ เอามาหมดทั้งโคตรมาตรวจหมด อย่างนั้นถึงจะถูกเข้าใจไหม พวกนี้พวกทุจริตพวกสกปรก ศาสนาท่านไม่สกปรกไปตรวจท่านหาอะไร

เอาเพียงเท่านี้เสียก่อนนะ เบาะๆ เข้าใจไหม ยังไม่หนักนะนี่ ถ้ามาหนักกว่านี้ยังจะหนักกว่านี้อีก นี่อยากมี ๕ ปากนู่นจะว่าไง ฟาดมันทั้ง ๕ ปาก ๑๐ ปากฟาดหมดเลย ไม่เอาไว้เลยละ ถ้าลงมาโค่นพุทธศาสนา เอา มาว่างั้นเลย จริงๆ นะ โห ศาสนาให้ความเลิศเลอ ให้ความสงบร่มเย็น แก่ชาติไทยเรามานานเท่าไรไม่มองดูบ้าง มองดูแต่พุงของตัวที่ก่อความยุ่งเหยิงวุ่นวายให้แก่คนทั้งชาติ จนจะล่มจมกันทั้งชาติ มันไม่มองดูพุงเจ้าของนี้ซิ มันเสียตรงนี้ เสียเอามากทีเดียวจะว่าไง เป็นกัณฑ์ที่สองแล้วเหรอ เอะอะ ๒ กัณฑ์ ๓ กัณฑ์เข้าแล้วนี่นะ

ใครจะมาตรวจเงินหลวงตาบัวให้มาพวกนี้ เอาตัวเราเป็นตัวกั้นเสียก่อน ที่จะไปซัดกับใครก็ให้ซัดหลวงตาบัวให้หงายหมาไปเสียก่อน หลวงตาบัวไม่เป็นท่า สู้เขาไม่ได้หงายหมาลงไปแล้ว เอ้า เงินหลวงตาบัวเท่าไรโกยเอาไป จะไปกินไปกลืนกันเท่าไร ก็เอาไปเถอะเราไม่ว่า เข้าใจไหม ถ้าลงเราได้หงายหมา เรียกว่าหงายไม่เป็นท่าแล้วนะ สู้เขาไม่ได้หงายไม่เป็นท่า เขาเรียกหงายหมา หงายเป็นท่าคือหงายแมว มามันตะปบได้แมวเข้าใจไหม แมวมันนอนหงายก็จริงแต่มันตะปบได้ แต่หงายหมานี่ แงกๆ เข้าใจ ให้มันเห็นดูซิว่ะ เอา มาตรวจ ตรวจเงินหลวงตาบัว ใครเก่งให้มาตรวจว่างั้นเลย

จะไล่เบี้ยมันหมดทั้งโคตรเลย จะยังไม่ให้ตรวจนะ เอาโคตรมึงมาหมดเสียก่อน มึงจะตรวจเงินกู เข้าใจไหม ให้เอามาทั้งโคตรมึงเสียก่อน แล้ววินิจฉัยใคร่ครวญกัน เดี๋ยวมันจะหงายหมาก่อนยังไม่ได้ตรวจของเรานะ มันจะหงายหมาก่อนเราหงายหมาเข้าใจไหม ไม่ทราบใครจะหงายหมาละ มาว่างั้นเลย โธ้ พุทธศาสนาเป็นของเลิศเลอ เป็นทองทั้งแท่งครอบประเทศไทยมานานเท่าไรแล้ว ให้ความร่มเย็นทั่วประเทศไทย ไม่ใช่ศาสนาจะเป็นอะไร

พวกนี้มันให้ความสงบร่มเย็นแก่ชาติไทยอะไร ยุ่งเหยิงเวลานี้กำลังจะเป็นหมากัดกัน ตั้งสภาวันที่เท่าไร กำลังจะเป็นหมากัดกัน มันจะฟาดกัน เอารังต่อไว้นะเข้าใจไหม ไปหารังต่อมาไปเตรียมไว้ บนที่เขาจะหย่อนบัตรสภานะ เอาต่อไปไว้นั้นให้มันฟาดมันเสียงร้องแหงกหงักๆ เข้าใจไหมต่อ จะพูดเรื่องต่อให้ฟัง คือไม่มีต้นมันจับเงื่อนไม่ได้ แต่ก่อนมันเป็นดง มีต่อมันไปทำรังอยู่ที่นั่น ทำรังเตี้ย ๆ ขนาดหัวหมาพอดี พระก็ไม่รู้เขามาทำรัง โฮ้ รังใหญ่นะ เขาทำรังอยู่ในพุ่ม ทีนี้พระฉันจังหันเสร็จแล้ว พระก็เคยเลี้ยงหมานี่ว่าไง ข้าวเศษเหลือก็สาดไป มันก็มาเก็บกิน ๆ เก็บไปเก็บมา สาดโน้นสาดนี้

พระก็ไม่รู้ว่านี้มีรังต่อนะ ไม่รู้ สาดไปตรงนั้น หมาก็ไปแย่งกัดกันกินอยู่นั้น เพราะความตะกละตะกลามของมันนั่นแหละ แย่งกันกัดกันใส่รังต่อล่ะซี โดนรังต่อ ต่อแตกออกมานี้ฟาดหมา ฟังเสียงหมาร้องคับวัดเลย อ้าวเป็นจริง ๆ นะเราเห็นด้วยตาของเรานี่ หมาตัวไหนไม่ตัวไหนเข้าไปก็ตาม เวลามันได้ออกจากรังแล้วมันฟัดหมดเลย หมาเสียงร้องแหงกหงัก ๆ อยู่ทุกทิศทุกทาง จากนั้นแล้วนึกว่าจะแล้วนะ อยู่ ๆ แง็ก ๆ ขึ้นนู่น เดี๋ยวแง็ก ๆ ขึ้นนี่ คือพิษมันขึ้น พิษรังต่อมันต่อย ตัวไหนอยู่ที่ไหนพอพิษมันขึ้นก็แง็ก ๆ ตัวนี้ก็แง็ก ๆ ทางนี้ ทั้งวัดมีแต่เสียงหมาแง็ก ๆ ๆ นั่นเห็นไหม มาเอาซิรังต่อถ้าอยากหลงเสียงไป เข้าใจไหม หลงเสียงเป็นยังไง เหมือนเสียงหมานั่นน่ะ มันหลงเสียง เอาละให้พร

เปิดดูข้อมูล วันต่อวัน ทันต่อเหตุการณ์ หลวงตาเทศน์ถึงเรื่องอะไร www.luangta.com


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก