เหตุที่ธรรมสะอาดสูงสุดต้องมาคลุกเคล้ากับของสกปรก
วันที่ 19 พฤศจิกายน 2543 เวลา 8:10 น.
สถานที่ : วัดป่าบ้านตาด จ.อุดรธานี
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :
ข้อมูลเสียงแบบ(Win)   ข้อมูลเสียงแบบ(MP3)

เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด

เมื่อวันที่ ๑๙ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๔๓

เหตุที่ธรรมสะอาดสูงสุดต้องมาคลุกเคล้ากับของสกปรก

ก่อนจังหัน

พระหลั่งไหลเข้ามา ๆ ผู้แบกผู้หามจะตายแล้วนะ มาแล้วเก้ง ๆ ก้าง ๆ มาดูไม่ได้นะ มันเหมือนเอาลิงเอาค่างตัวหนึ่ง ๆ เข้ามา ไม่ได้เหมือนเอาพระเอาเณรเข้ามาให้ดูบ้างเลย มีธรรมมีวินัยด้วยกันแต่ดูกันไม่ได้ เพราะอะไร ก็คือมันไม่ดูนั่นเอง ทำสุ่มสี่สุ่มห้า โห ดูไม่ได้นะ พวกพระพวกเณรเรานี้ตัวสำคัญมาก ทำลายศาสนาอย่างลึกลับอยู่เวลานี้ ดูเอาวัดป่าบ้านตาด อย่าไปดูที่อื่น มองกันอยู่เห็นกันอยู่มันขวางอยู่ตลอดเวลานะ ให้แบกตลอด

มานี่ภูมิใจเสียด้วยนะ มาวัดป่าบ้านตาด เป็นลูกศิษย์หลวงตาบัว แต่ตัวหลวงตาบัวเองยังเอาตัวไปไม่รอดจะว่าไง แล้วใครที่จะมาให้หามให้แบกอีกล่ะ โถ พระเรานี้สำคัญนะ ไม่มีใครแตะใครต้องได้ เพราะเห็นแก่ผ้าเหลือง เขาก็อายบาปล่ะซิ ยิ่งสนุกสร้างบาปสร้างกรรมสร้างส้วมสร้างถานโปะหัวตัวเอง เผาไหม้หัวใจตลอดเวลา มีพระเณรอันแท้จริงที่ไหนเวลานี้ พูดให้ตรงตามศัพท์ตามแสงตำรับตำราศาสดาองค์เอกมีอยู่ ทำไมไม่ดู ตาบอดเหรอ ทำไมมันถึงขวางหูขวางตานักหนา

เพศพระเพศเณรเป็นเพศที่ตาใส หูดี คิดอ่านไตร่ตรองสุขุมคัมภีรภาพ อะไรจะเกินพระเกินศาสนาพระพุทธเจ้าของเราวะ แล้วทีนี้มันเทียบเข้ามาปั๊บ อะไรจะเกินพระเกินเณรที่ลูกศิษย์ตถาคตกลายเป็นเทวทัตเกลื่อนอยู่ในพุทธศาสนา มันกลายเป็นอย่างนั้นนะเวลานี้ เป็นยังไงพวกเราได้คิดแล้วยัง โห นี่มันอกจะแตกแล้วนะผู้แบกผู้หาม หลั่งไหลเข้ามา ๆ ไม่ทราบว่าทิศใดทางใด มาพอที่จะให้เบาใจบ้างไม่มีนะ มีแต่ให้แบกให้หามตลอดเวลา มันเป็นยังไง ตามีไหมพระเณรเรา มีตามีหูมีหัวใจบ้างไหม พระพุทธเจ้าสอนว่ายังไง สอนเพื่อลงนรก หรือสอนเพื่อกำจัดสิ่งที่จะลงนรก สิ่งเลวร้ายทั้งหลายนั่นน่ะ ดูบ้างซี มันเป็นยังไง

เรียนมาทำไม พระไตรปิฎก ๆ เรียนมาหาอะไร มาเป็นหนอนแทะกระดาษอยู่นั้นเหรอ ดูเอาซิทุกคน ใครจะเรียนคัมภีร์ใบลานได้มากยิ่งกว่าพระกว่าเณรเรา แล้วมันเป็นหนอนแทะกระดาษกันทั้งประเทศทั้งเขาทั้งเรา แล้วจะไปตำหนิใคร ก็เอาตำรามาตำหนิกันอยู่เวลานี้ หลวงตาบัวก็เหมือนหนอนตัวหนึ่งนั่นแหละ ก็เอาตำรามาเทิดทูน ให้ดูบ้างตำราท่านสอนว่ายังไง ตำราแบบแปลนแผนผังให้รู้บาปรู้บุญ ละโทษละกรรม สร้างความดีใส่ตัวเองจากตำราที่ท่านสอนไว้ ซึ่งเป็นแบบแปลนอันสำคัญ มันดูไหมตำรา หรือมีแต่หนอนแทะกระดาษเต็มบ้านเต็มเมืองนั้นเหรอเวลานี้ มันมีแต่หนอนแทะกระดาษนะพระเณรเราเต็มบ้านเต็มเมืองนี้

ดูเอาวัดป่าบ้านตาดเป็นจุดสำคัญจุดหนึ่ง อย่าไปดูจุดไหน ดูที่นี่กระจายออกไปมันเป็นเหมือนกันนั่นแหละ หัวโล้นเหมือนกัน ผ้าเหลืองเหมือนกัน หัวใจหยาบโลนเหมือนกัน ทำลายได้ด้วยกันทั้งนั้นแหละ อย่าเอาผ้าเหลืองพระพุทธเจ้าออกอวดหากินเลย มันอายเขานะ มันเป็นยังไง โถ วันหนึ่ง ๆ ดู ๆ จนลูกตาจะแตกมันดูไม่หวาดไม่ไหว ทนไม่ได้ก็ว้อก ๆ ออกเสียบ้างซิ จะว่าไง ให้พร

หลังจังหัน

เราไปจากนี้ถึงพิษณุโลกมันตั้ง ๔ ชั่วโมง ดูเหมือนจะร่วม ๔ ชั่วโมงครึ่งละมั้ง จากนี้ถึงนู้นเลย ครึ่งหนึ่งของเชียงใหม่-อุดรฯ เราไปสายพิษณุโลก แล้วก็สุโขทัยตัดตากออกนู้น อ.วังทองจวนจะถึงพิษณุโลก เชียงใหม่-อุดรฯ ไปครึ่งตรงนั้น เราดูทั้งเวลานาฬิกา ดูทั้งกิโลด้วย ทุกวันนี้ทางตัดเข้าไปเรื่อย ๆ นะเอาแน่นอนไม่ได้ เช่นออกจากนี้ปั๊บเข้าจังหวัดเลย ตัดออกนครไทย ชาติตระการ อุตรดิตถ์ทะลุถึงเชียงใหม่เลย ตัดไป โอ๋ย เกือบครึ่ง ย่นเข้าเยอะนะ

เพราะทางทุกวันนี้เขาตัดทั่วถึงกันไปหมดแล้ว เราจึงได้พูดถึงเรื่องทางของประเทศไทยนี้ ไม่ว่าจะเป็นภาคไหน ๆ ควรให้เสมอกันหมดเราว่างี้เลย ทำไมถึงต้องให้เสมอกันหมด การท่องเที่ยวไปมาหาสู่ การซื้อการขายติดต่อเรื่องราวต่าง ๆ จะขึ้นอยู่กับสายทางทั้งนั้น เพราะฉะนั้นสายทางทั่วประเทศนี้ไม่ว่าภาคไหน ต้องให้เป็นทางที่เหมาะที่ดีเสมอกันหมดแล้วเหมาะสม การไปมาหาสู่ การซื้อการขายติดต่อกันนี้สะดวกด้วยหนทางเป็นสำคัญ เราเคยพูดเสมอ

ทางไม่สะดวกเสียอย่างเดียว คิดดูซิอย่างพิษณุโลกกับอุดรฯนี้ มันเท่ากับคนละทวีปนะแต่ก่อน ยิ่งเชียงใหม่ด้วยแล้ว โธ้ ไม่อยากได้ยินเลยนะ เชียงใหม่-อุดรฯ นี้มันเลยทวีปไหนก็ไม่รู้ เดี๋ยวนี้เห็นไหมเขาไปปั๊บเดียวครู่เดียวถึงแล้ว เราออกจากนี้ไปถึงเชียงใหม่ วัดเข็มไมล์ได้ ๖๗๕ กิโลถึงเชียงใหม่ปึ๋งเลย จากนี้ไป ๙ ชั่วโมงกว่าเล็กน้อย ฟังซิมันตัดกันเข้าขนาดไหน ย่นขนาดไหนดูเอา นี่ก็ขึ้นอยู่กับหนทางนั่นเอง ที่ว่านี่นะ หนทางนี่ทำตัดลัดให้เป็นความสะดวกทั่วถึงกันหมด เราจึงได้พูดด้วยการพิจารณาว่า สายทางในเมืองไทยเรานี้ไม่ว่าภาคไหน ๆ ควรจะให้เป็นถนนหนทาง เช่น ทางรถยนต์ เป็นต้น ให้ดีเสมอกันหมด เพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสาร นี้สำคัญอันหนึ่ง

คำว่าดีก็ต้องปลอดภัย แต่อย่าไปแบบลูกศิษย์ของหลวงพ่อคูณก็แล้วกัน ฟาด ๑๔๐ หลวงพ่อคูณขึ้นเพียง ๙๐ โดดลงรถเอาตัวรอดไปแล้ว ลูกศิษย์มันเก่งฟาดเสีย ๑๔๐ รถตกคลองไปแล้วมาฟ้องท่าน จะฟ้องกูหาอะไร กูหนีตาย โดดลงตั้งแต่รถสูวิ่งถึง ๙๐ นั้นแล้ว แล้วสูจะมาหาเรื่องอะไร สูฟาด ๑๔๐ มันเกินไป กูโดดลงตั้งแต่ ๙๐ กูจะตามรักษาสูได้ยังไง ตั้งแต่กูเอาตัวรอดกูก็เกือบไม่รอด เราก็เลยเอามาพูดเรื่อยเพราะเป็นคติดี ที่ผู้เฒ่าพูดน่าฟังนะ ยังจะมาทวงหนี้ทวงสินกับกูอยู่เหรอ กูรอดตายมา เพราะสูนั่นเองวิ่งรถเกินไป กูไม่ไหวกูโดดลงมา สูยังจะมาทวงบุญทวงคุณกับกูอยู่เหรอ ผู้เฒ่าฟาดกลับไปซี มันเป็นคติ น่าฟังนะ เพราะฉะนั้นเราจึงเอามาพูด

นี่ละธรรมเป็นอย่างนี้ พี่น้องทั้งหลายทราบเอานะ เราจะพูดเปิดเรื่องธรรมให้ฟังเป็นระยะ ๆ ไป ภาษาของกิเลสเป็นภาษาที่นิ่มนวลอ่อนหวาน ไพเราะเพราะพริ้ง เคลือบน้ำตาลไว้ทุกกิริยาอาการทุกอย่าง นี้คือเรื่องของกิเลส ฟังให้ดี เรื่องของธรรมจะตรงไปตรงมา ๆ เลย ผู้ปฏิบัติธรรมเมื่อเข้าไปเจอถึงความจริงแล้ว กิริยาของธรรมจะออกทันที ๆ ความจอมปลอมนี้จะเปิดทางให้เลย เพราะธรรมมีกำลังมาก ไปตรงไหนตรงแน่ว ๆ ไปเลย

เพราะธรรมเป็นของจริง คือตรงไปตรงมา ตายใจได้เลย ใครเจอเข้าก็ตาม ความรู้ความเห็นความเป็นขึ้นมา กิริยาทุกอย่างจะขึ้นในทันที เป็นความจริงล้วน ๆ พุ่งเลย แต่ความจอมปลอมนี้มันหลบมันหลีกมันปลีกตัวทุกสิ่งทุกอย่าง เพื่อให้โลกตาบอดนี้เคลิบเคลิ้มหลงใหลไปตามมันตลอดเวลา เวลานี้ยังจะไม่มีฝั่งมีฝา โลกสมมุติสามแดนโลกธาตุเราขอเปิดอกพูดเราจวนจะตายแล้ว พูดให้มันเต็มหัวใจที่มันจ้าอยู่ตลอดเวลา ท่านทั้งหลายมาว่าหลวงตาโกหกเหรอ เมตตาจนอกจะแตกแล้ว ช่วยชาติไทยของเราแบกหามอยู่ทุกวันนี้ เราทุกข์เพราะอะไร ทุกข์เพราะเพื่อแบกชาติไทยของเรานั่นแหละ

มันจ้าไปหมดแล้ว ทีนี้มาเทียบข้ออุปมา นี่พระพุทธเจ้าทรงท้อพระทัย เอาตรงนี้นะมาเปิดเผยพี่น้องทั้งหลายทราบ เป็นภาพพจน์ขึ้นมา สามแดนโลกธาตุนี้เท่ากับคนตกน้ำในมหาสมุทร มหาสมุทรมีฝั่งมีฝาที่ไหน แล้วสัตวโลกเต็มอยู่ในมหาสมุทรนี้ ป๋อมแป๋ม ๆ ทั้งว่ายทั้งลอยหาเกาะหาดอนหาที่ยึดที่ถือไม่ได้ มีแต่ดิ้นป๋อมแป๋ม ๆ ทั่วกันไปหมด หาฝั่งหาแดนไม่ได้ เอาความหวังมาจากไหน นี่ป๋อมแป๋ม ๆ อยู่ในท่ามกลางมหาสมุทรแต่หาจุดที่หมายไม่ได้เลยเป็นยังไง

จุดที่หมายก็คือผู้มีคุณงามความดี มีคุณธรรมภายในใจ ผิดกันตรงนี้นะ พวกที่พูดนี้หมายถึงว่า การดิ้นตามกิเลสทั้งหมด เท่ากับตกน้ำในมหาสมุทรนี้ป๋อมแป๋ม ๆ โลกกว้างแสนกว้างสัตวโลกเต็มอยู่ในท้องมหาสมุทรมหาสมมุติมหานิยมนี้หมด ไม่มีฝั่งมีฝาจะไป เป็นมาแล้วกี่กัปกี่กัลป์ ป๋อมแป๋มอยู่นี้ ยังจะไปอีกกี่กัปกี่กัลป์ ถ้าไม่มีฝั่งมีฝาจะเป็นอย่างนี้ตลอดไป เสวยความทุกข์ความทรมานหนักเบามากน้อย ติดอยู่กับคนคนนั้นสัตว์ตัวนั้นตลอดไปไม่มีใครยกเว้นกันได้เลย เพราะกรรมเจ้าของสร้างทุกคน แล้วไม่มีจุดมีหมายปลายทางที่จะดิ้นจะดีดขึ้นไปได้

นี่เทียบกับว่าจิตที่มันดิ้นตั้งแต่ด้านวัตถุด้านภายนอก ด้วยความโลภ ความโกรธ ด้วยราคะตัณหาพาดิ้นพาดีด หาฝั่งหาฝาไม่ได้คือพวกนี้เอง พวกโลภ พวกโกรธ พวกราคะตัณหา มันพาสัตวโลกดิ้นดีด มันกำลังจะตาย เฉพาะอย่างยิ่งเมืองไทยเรานี้จะจมก็เพราะตัวนี้เอง เห็นแก่ได้ เห็นแก่ร่ำแก่รวย เป็นบ้ายศถาบรรดาศักดิ์ ไม่ได้คิดว่าความตายมันจะมี แล้วขอบฟ้าดินแดนมหาสมุทรที่มันจะจมนี้มีหรือไม่มีมันไม่คำนึง มันจะเอาให้ได้อย่างใจ ๆ พวกนี้พวกจมไม่มีวันฟื้นเลย นี่เรื่องของกิเลสตัณหามันพาโลกให้เป็นอย่างนี้

ทีนี้แทรกเข้ามาปั๊บ เมื่อมีธรรมมากน้อยแล้วมองโน้นมองนี้ พอมีฝั่งมีฝาธรรมในใจ คือมีที่พึ่งในใจ อันนี้ที่พึ่งในใจไม่มีนะ ที่ดิ้นดีดเหล่านี้มีแต่ดิ้นไปตามกิเลส หาที่พึ่งที่เกาะไม่ได้เลย จมไปตลอดตั้งกัปตั้งกัลป์และจะตลอดไปอีกด้วย ทีนี้เมื่อมีอรรถมีธรรมเข้าไปแทรกปั๊บเท่านั้น แล้วจะเริ่มมองโน้นมองนี้ มองดูทิศมองดูทาง มองดูความสุขความทุกข์ความเป็นความตาย มองดูความดีความชั่ว แล้วจะได้คัดได้เลือก ผู้นี้ก็เสาะแสวงหาที่เกาะ แสวงหาที่เกาะอะไร อะไรเป็นที่เกาะ ตายใจได้คืออะไร คือศีลคือธรรม นั่น พวกนี้เกาะพวกนี้จะไปได้ อยู่ในมหาสมุทรนี่ พวกที่เกาะนี้แล้วจะไปได้ พวกที่ไม่เกาะมีเท่าไรไม่มีความหมายอะไรเลย ให้จำเอาไว้ให้ดี เดี๋ยวหลวงตาจะตายก่อน ไม่นานนะ เราพูดตรง ๆ เปิดหัวอกให้พี่น้องทั้งหลายฟัง ถึงขนาดที่ว่าท้อใจ

พระพุทธเจ้าทรงสอนสัตวโลก ทั้ง ๆ ที่เป็นศาสดา ปรารถนาพุทธภูมิมากี่กัปกี่กัลป์กว่าจะได้สำเร็จเป็นพระพุทธเจ้าขึ้นมา พอมาเจอเรื่องอัศจรรย์เกินเหตุเกินผลเกินทุกสิ่งทุกอย่าง ประจักษ์ในพระทัย และความเลวร้ายทั้งหลายที่เป็นฟืนเป็นไฟ เคยเผาไหม้นับแต่พระองค์ลงมาถึงสัตว์ทั้งหลายนี้ มาประจักษ์กับพระทัยด้วยกันแล้วทรงท้อพระทัย โถ ขนาดนี้จะสอนได้ยังไง ฟังซิน่ะ มองดูแล้วมีแต่ฟืนแต่ไฟเผาไหม้ทั่วโลกดินแดน แล้วจะไปสอนกันได้ยังไง ๆ ทรงพิจารณาด้วยพระญาณของพระองค์ พิจารณาเล็งญาณดู มันจะจมกันไปหมดนี้เหรอ จะไม่มีตัวใดรายใดฟื้นขึ้นได้เหรอ จากขอบมหาสมมุติมหานิยมที่กำลังจมกันอยู่เวลานี้ มันจะมีบ้างไหม

สอดส่องพระญาณหยั่งทราบลงไป ๆ อ๋อ มี นั่นเห็นไหมล่ะ ไม่ใช่จมหมด ผู้ที่มีอุปนิสัยปัจจัยเป็นศีลเป็นธรรม หาที่เกาะที่ยึดยังมี ผู้ที่จะผ่านไปได้ยังมี ๆ แม้ไม่มากก็มี มี ปฏิเสธไม่ได้ว่าไม่มี ทีนี้พระองค์จึงปลงพระทัยที่จะสั่งสอนสัตวโลก ไปเที่ยวลากเที่ยวเข็นพวกที่มี ๆ ที่จมอยู่ในมหาสมมุติมหานิยมมหานรกอเวจีตั้งกัปตั้งกัลป์นี้ขึ้นมา ๆ นี่สั่งสอนโลก พี่น้องทั้งหลายเข้าใจไหม ท้อพระทัยซิ พระพุทธเจ้าท้อพระทัย

หัวอกนี้ก็เหมือนกัน หัวใจอันเดียวกัน รู้อย่างเดียวกัน ทำไมจะไม่ท้อ ถึงขนาดสะดุ้ง กายไหวไปแล้วเกิดความอัศจรรย์ มาเห็นธรรมชาตินี้ที่เจ้าของเคยผ่านมากี่กัปกี่กัลป์ เช่นเดียวกับโลกทั้งหลาย มันก็มาเจอเอาอย่างจัง ๆ นี้แล้ว โถ จะทำยังไง สอนใครใครจะไปรู้ได้เห็นได้ สอนที่ไหนเขาก็จะหาว่าบ้าไปหมด ๆ โอ๊ย อยู่ไปกินไปวันหนึ่ง ๆ พอถึงวันเท่านั้นก็ไปเสียเท่านั้น ไม่สามารถที่จะลากจะเข็นไปได้ มันพิลึกกึกกือเหลือประมาณ เกินกว่ากำลังวังชาที่จะรู้ ถ้าว่าตาของเรา เรามีตา นอกนั้นตาบอด พระพุทธเจ้ามีตา พระญาณหยั่งทราบทุกอย่าง ตารู้แจ้งแทงทะลุไปหมดมีพระองค์เดียว แล้วโลกนี้สักเท่าไร สามแดนโลกธาตุมีแต่โลกตาบอดทั้งหมด พระองค์จะไม่ท้อพระทัยยังไง

พอไปพูดว่าให้ออกช่องนี้ ๆ นี้คือเป็นที่ปลอดภัย มันจะโจมตีพระพุทธเจ้าแหลกไปหมด ทรงท้อพระทัย พูดที่ไหนเขาก็จะหาว่าบ้าไปหมด เพราะโลกนั้นมันโลกบ้าทั้งนั้นสามแดนโลกธาตุ โลกบ้ากิเลสตัณหา โลกบ้ามืดบ้าบอด ไม่มีทิศมีทางที่จะไปได้เลย พอมาสอนทิศทางนี้แล้วเขาปัดทันทีเลย เขาไม่เอา ธรรมดาหนอนก็ต้องสู้มูตรสู้คูถไม่ได้ อะไรก็สู้มูตรสู้คูถไม่ได้ หนอนชอบมูตรชอบคูถ กิเลสตัณหาชอบล่มชอบจมตลอดเวลา ชอบฟื้นฟูไม่มี

แต่ต้องการเสมอเรื่องความยกยอสรรเสริญ อยู่ในคูถก็อยากให้ยกว่า พวกนี้เขาเก่งนะเขากินคูถได้ มนุษย์กินไม่ได้ ให้ยอเข้าไปอย่างนั้นอีกนะพวกหนอนน่ะ เข้าใจไหม อันนี้พวกกิเลสตัณหาปัญญาหยาบ สิ่งใดที่ชั่วช้าลามกมันเห็นเป็นของดีไปหมด ของที่ดีมันเห็นว่าเป็นของชั่วเลวทราม นี้ที่พระพุทธเจ้าทรงท้อพระทัย แล้วจึงพิจารณาอย่างที่ว่า

อันนี้เวลามันจ้าขึ้นมามันก็เป็นอย่างนั้นเหมือนกันจะว่าไง สอนไปทำไม ๆ แล้วก็อย่างว่านั่นแหละ ก็มาทบทวนกันอีก หือ มันจะเป็นอย่างนี้ทั่วโลกดินแดนจะไม่มีพวกนั้นเลยเหรอ ทีแรกขึ้นตัวเอง สอนใครจะสอนยังไง รู้ได้ยังไง เห็นได้ยังไงธรรมประเภทนี้ รู้ได้ยังไง เห็นได้ยังไง ทั้งอัศจรรย์ธรรมชาตินั้น ทั้งอัศจรรย์เจ้าของผู้รู้ผู้เห็นขึ้นพร้อม ๆ กันเลย แล้วดูอันนี้มันก็เป็นฟืนเป็นไฟทั่วกันหมดมากี่กัปกี่กัลป์แล้ว พึ่งมารู้เดี๋ยวนี้เหรอ ความหมายว่างั้นนะ อันนี้ก็ท้อใจ แล้วรู้ได้ยังไง ๆ เห็นได้ยังไง แล้วพวกนี้ทำยังไงกันเป็นอย่างนี้แล้ว

สุดท้ายก็ย้อนเข้ามาหา ถ้าว่าโลกนี้เป็นโลกที่มืดบอดจนหาทิศหาทาง หาทางออกไม่ได้แล้ว รู้ไม่ได้เห็นไม่ได้แล้ว เราเป็นเทวดามาจากไหนทำไมรู้ได้เห็นได้ นั่นมันย้อนเข้ามานะ เราก็เป็นมนุษย์เหมือนกันกับโลกทั่วไป เราทำไมรู้ได้เห็นได้ เพราะเหตุใด คำว่าเพราะเหตุใดก็คือว่า ดูสายทางล่ะซี เรามาถึงที่นี่ ที่นี่มีสายทางมานี่ เช่น มาวัดป่าบ้านตาดนี่ มาได้ยังไงมาวัดป่าบ้านตาด อ๋อ มาตามสายทางมานี้ เมื่อมาตามสายทางนี้แล้วก็มาถึงได้ อ๋อ นั่น พอรู้ได้เห็นได้

สายทางก็คือโอวาทคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าที่สอนไว้นั้นแล เป็นสายทางที่แคล้วคลาดปลอดภัย ให้สัตว์ทั้งหลายเดินตามนั้น ยากลำบาก คดโค้ง ขรุขระก็ตาม ราบรื่นก็ตาม ให้เดินมาตามทางนี้จะพ้นภัย เมื่อเป็นอย่างนั้น อ๋อ พอรู้ได้ ขึ้นอ๋อเลยนะ อ๋อ พอรู้ได้ ไม่มากก็ได้ ไม่มากก็รู้ได้ เอาละ ก็ปลงใจที่จะสั่งสอนตามกำลังความสามารถและกำลังของโลกที่จะรับได้มากน้อยเพียงไร ก็ค่อยปลงใจเป็นลำดับลำดา เกี่ยวเนื่องเข้ามากับหมู่กับเพื่อนเข้ามารุม สุดท้ายฟาดจนถึงชาติไทยของเราทั้งชาติ แบกทั้งประเทศ หนักหรือไม่หนัก เหม็นหรือไม่เหม็น สกปรกหรือไม่สกปรก

โลกนี้โลกสกปรก ธรรมนั้นสกปรกได้ยังไง แต่ทำไมถึงเอาธรรมที่สะอาดสูงสุดยอดมาคลุกเคล้ากันกับของสกปรก เพราะของสกปรกอันนั้นมันยังมีชิ้นดีสับปนกันอยู่ในนั้น ถึงจะสกปรกเต็มเหนี่ยวก็ตาม แต่สิ่งที่ดีงามที่มีสารประโยชน์ คือคนที่มีอุปนิสัยปัจจัยที่ควรแก่มรรคผลนิพพานยังมีแทรกอยู่ในนี้เยอะ เออ เอาพวกนี้แหละ เมื่อเป็นอย่างนั้นแล้วก็คุ้ยเขี่ยขุดค้นตามมูตรตามคูถดึงขึ้นมา เหม็นบ้าง หอมบ้าง ทนทุกข์ทรมาน คนนั้นตำหนิคนนี้ชมเชย ไม่สนใจ มีแต่ค่อยลากค่อยเข็นกันไป เราทำอย่างนี้กับโลกทุกวันนี้นะ

เราไม่ได้หวังอะไรกับโลกนี่นะ เราพอทุกอย่างเราบอกแล้ว ท่านทั้งหลายจะฟังให้ฟังเอานะ โลกเมืองไทยเรานี้เป็นโลกชาวพุทธ จะพากันจมทั้งชาติบ้านเมืองเหรอ จะให้แต่กิเลสเหยียบหัวไปตลอดเวลาเหรอ มันสมควรแล้วเหรอกับโลกชาวไทยเราเป็นโลกชาวพุทธ ลูกศิษย์ตถาคตเป็นคนฉลาดนะ มีเหตุมีผล เอาตัวรอดได้ อย่าพากันเอาตัวจม ๆ ด้วยแบบที่ว่า เป็นเต่าหัวหดอยู่ในกระดอง ๆ ใช้ไม่ได้เลย เข้ากันไม่ได้กับชาวไทยเราซึ่งเป็นลูกชาวพุทธ ให้พากันตื่นเนื้อตื่นตัว อะไรผิดให้ยอมรับว่าผิด อะไรเป็นโทษให้ยอมรับว่าเป็นโทษ ให้เข็ดให้หลาบ อย่าไปคุ้นเคยสนิทสนมกับมัน มันจะกลืนกันลงหมดทั้งชาติดินแดนนะ ให้เอาธรรมเข้าจับกันดู นี่เอาธรรมมาสอนพี่น้องทั้งหลายให้ฟังอย่างชัดเจน

พูดถึงเรื่องความสกปรกโสมมเราพูดจริง ๆ เราก็เกิดอยู่ในเมืองไทยเรา เป็นมนุษย์เหมือนกัน แต่ทำไมหัวใจดวงนี้มันไม่เป็นอย่างนั้น ดูจนจะดูกันไม่ได้เลย ทำไมจึงต้องมาคลุกเคล้ามาทนเหม็น ทนทุกข์ทรมาน หยิบนั้นหยิบนี้ กระทบกระเทือนจากกิเลสตัณหาซึ่งเป็นมูตรเป็นคูถ กระเทือนอยู่ตลอดเวลา เราก็ทนเอาเราไม่สนใจ เราจะสนใจตั้งแต่ที่จะเป็นประโยชน์แก่โลก ดึงขึ้นมา ๆ ที่เราดิ้นอยู่ทุกวันนี้เราดิ้นเพราะเหตุนี้ต่างหากนะ เราไม่ได้ดิ้นเพื่ออะไร ดิ้นเพื่อไปดึงเอาของดีที่แทรกอยู่ในของสกปรกขึ้นมา ๆ ทนเอา เหม็นก็ทนเอา อะไร ๆ ก็ทนเอา มอมแมมขนาดไหนก็ทนเอา ขอให้ได้อันนี้ขึ้นมา ตามกำลังความสามารถของสัตวโลกและกำลังของเราที่จะดึงลากขึ้นมาเท่านั้น จึงได้อุตส่าห์พยายามดีดดิ้นนะ

วันนี้ทองคำได้เท่านั้น ทองคำได้เท่านี้ วันนั้นลบเป็นศูนย์ ๆ พูดเพื่ออะไร พูดเพื่อชาติไทยของเราทั้งนั้น เราไม่ได้พูดเพื่อเรานะ ให้พี่น้องทั้งหลายทราบเอาไว้ ทองคำไม่ทองคำก็ตาม ธรรมชาตินี้เลิศเลอเกินทุกสิ่งทุกอย่างแล้วในโลกวัฏวนนี้ แล้วจะเอามาเทียบกันได้ยังไง ทำไมจึงต้องมาพูด ทองคำเท่านั้น ดอลลาร์เท่านี้ ก็พวกเราอยู่ในสภาพอันนี้ที่จะต้องอาศัยอันนี้เป็นลมหายใจต่อไป สืบต่อชาติไทยของเราให้มีความแน่นหนามั่นคง ต้องอาศัยเหล่านี้ จึงต้องพูดเหล่านี้ขึ้นมาซี เข้าใจหรือเปล่าล่ะ

โฮ้ พูดแล้วมันโมโหนะ เราอยากฆ่าคนด้วย แต่อยากเฉยๆ ไม่ฆ่า ไม่เหมือนขนม ถ้าเป็นขนมฟาดวันนี้เหยียบ ๑๖๐ เห็นไหม หลวงพ่อคูณโดดลงทวีปไหนก็ไม่รู้นะ เพราะผู้เฒ่าได้เพียง ๙๐ ผู้เฒ่าโดดลงแล้วเรายังฟาดถึง ๑๖๐ วันนี้ ฉันจังหันถึง ๒๕ นาทียังไม่ยอมลง ยังจะขึ้น ๑๗๐ โอ๋ย มันจะเกินไปเราบอก หลวงตาคูณจะร้องไห้แล้ว เราก็เลยหยุด วันนี้เหยียบได้แค่ ๒๕ นาทีถึงหยุดฉัน เทียบกับเข็มไมล์แล้วได้ ๑๖๐ วันนี้นะ หลวงพ่อคูณเรานั้นโดดลงทวีปไหนไม่รู้ หาค้นเอาผู้เฒ่ากลับมา บอกว่าหลวงตาท่านหยุดแล้วนะ ท่านเหยียบเบรกแล้ว ท่านไปอยู่ที่ไหนให้ไปลากออกมานะ เอามาไว้ที่บ้านไร่ตามเดิม หลวงตาบัวอยู่ที่นี่ไม่ไปยุ่งกันละ ให้ว่างั้นเข้าใจไหม เอาละพอ

เป็นยังไงฟังเทศน์วันนี้ ปากน้ำ (วันนี้ก็...) ก้อ..มันยังไม่ค่อยดีนะ ฟังเสียงก้อ.. เรารู้ทันที พอก้อขึ้นมางั้นไม่เป็นท่าเลยละ (ตั๊กก้อ..ก้อ เจ้าค่ะหลวงตา) ตั๊กก้อ..ก้อเลย เมื่อวานลูกไปกราบสมเด็จพระนเรศวรที่ศาล พิษณุโลก ท่านก็พูดถึงชาติไทยที่ท่านกอบกู้เอาไว้ ท่านบอกว่าแผ่นดินนี้เป็นแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์ ใครมาทำอันตรายจะต้องสูญสิ้นชีวิตไป ท่านบอกว่าท่านจะสู้ ถึงแม้ท่านจะเสียไปแล้ววิญญาณท่านก็ยังอยู่คู่กับแผ่นดิน หากไม่มีใครสู้ วิญญาณท่านก็จะสู้องค์เดียว ลูกก็กราบเรียนท่านว่า กรุงศรีอยุธยาไม่สิ้นคนดี กรุงรัตนโกสินทร์ก็ไม่สิ้นพระดี ตอนนี้ก็มีพระหลวงตามากู้ชาติ

อย่าหาเรื่องนะ เราเตรียมพร้อมอยู่นี่ พอแย็บออกมา ก็ทางนี้เตรียมพร้อม พอแย็บออกมาก็ตีทันทีเลย เตรียมรับมันมีแล้ว

ต่อไปนี้จะอ่านนี้อีกแหละ ต้องอ่านประกาศทุกวัน ให้ฝังใจทุกคนนะ อ่านนี้ไม่ใช่อ่านธรรมดานะ อ่านให้ฝังใจทุกคน ให้ถึงใจดิ้นให้เต็มสุดขีด เราช่วยโลกของเรา เราต้องช่วยเต็มเหนี่ยวทุกคน สรุปทองคำและดอลลาร์วันที่ ๑๘ เมื่อวานนี้ ทองคำได้ ๑ กิโล ๔ บาท ๕๖ สตางค์ ดอลลาร์ได้ ๑๐ ดอลลาร์ ทองคำที่ต้องการมอบเข้าคลังหลวงคราวนี้ ๔ พันกิโลเป็นอย่างน้อย ที่มอบและฝากไว้แล้วเป็นสองรายการ จำนวนทองคำมีน้ำหนัก ๒,๐๖๒ กิโลครึ่ง ทองคำที่ได้หลังจากการฝากและมอบนี้แล้ว ๒๐๔ กิโล ๕๔ บาท ๑๖ สตางค์นี้ยังไม่ได้หลอม นี่ได้มาหลังจากการฝากและมอบแล้ว จำนวนนี้ยังไม่ได้หลอม

รวมทองคำทั้งหมด ได้ ๒,๒๖๗ กิโล ยังขาดทองคำอยู่อีก ๑,๗๓๓ กิโลจะครบจำนวน ๔ พันกิโลในการช่วยชาติคราวนี้เป็นอย่างน้อย ๔ พันกิโล กรุณาทราบไว้ทุกคน นี่หลวงตาได้ออกสนามแล้วนะ ๔ พันกิโลนี้ออกสนามแล้วขึ้นเวทีแล้ว เรียกว่าต่อยอย่างขาดสะบั้นไปเลย ขาดสตางค์หนึ่งไม่ได้ทองคำ ๔ พันกิโลนี้ ขาดเท่ากับหัวคนไทยของเรานับแต่หัวหลวงตาบัวลงไปขาดด้วยกันหมด มีแต่คนไทยหัวกุดหัวด้วน หลวงตาบัวหัวกุดหัวด้วน ศาสนาหัวกุดหัวด้วนไปหมด ขาดทองคำเพียงสตางค์เดียวเท่านั้น ทำชาติไทยของเราให้หัวกุดหัวด้วนทั้งชาติทั้งศาสนาสมควรแล้วเหรอ เอ้า ต่อให้ดีนะ อย่างน้อยต้องให้เต็มเหนี่ยวเลย ๔ พันกิโล จากนั้นเราก็คืบต่อไป อันนี้เป็นพื้นฐานของเรา เรียกว่าขาดไม่ได้เลย ถ้าเรายังสงวนคอของเราอยู่ทุกคนของชาติไทยเรา ๖๒ ล้านคน ให้รักษาทองคำขาดเพียงสตางค์หนึ่งนี้ให้ได้ สตางค์หนึ่งนี้แหละมันจะเป็นภัยต่อชาติของเราที่ขาดไป จำได้แล้วเหรอ เอาละที่นี่ให้พร

หลานจะลากลับกรุงเทพครับ

กูก็ให้อันนี้มึงแล้ว มึงจะลาอะไรกูอีก กูก็เหมือนหลวงพ่อคูณนั่นแหละ กูลงรถหนีตายมึงจะมาเอาอะไรกับกูอีก จะมาลาอะไรอีก กูหนีตาย อู๊ย นิทานหลวงพ่อคูณน่าฟังนะ มันแยกไปนู้นแยกไปนี้ ขบขันทุกอย่างนั่นแหละ เด็กมาลา มึงจะมาลาอะไรกูอีก กูก็หนีตาย ไป พากันกลับเสีย อู๊ย ขบขัน หลวงตากับหลานเอากันดีนะ ไปพากันกลับ ฟาดเสีย ๑๖๐ จนหลวงพ่อคูณตัวปลิวไปเลยเทียว

หลวงตาคะ หนูมาจากไต้หวัน ตอนนี้ไต้หวันแผ่นดินไหวเหลือเกินทำยังไงดีคะ หนูต้องกลับไปอีก

ไม่เป็นไรแหละ แผ่นดินไหวก็ไหวไปเถอะ ลงหมอนกับเสื่อไม่ไหวจากหัวเราแล้วใช้ได้ เข้าใจไหม อะไรจะไหวก็ไหวไปเถอะ เสื่อกับหมอนไม่ไหวจากหัวเราแล้วใช้ได้ทั้งนั้น ไป พากันไป

เออ พากันกลับเสียนะลูก ๆ หลาน ๆ มาจากที่ต่าง ๆ ให้กลับไปด้วยความสวัสดี มีสติในการขับรถขับราทุกอย่าง ระมัดระวัง อันนี้เป็นจุดสำคัญมาก การถึงช้าถึงเร็วไม่สำคัญยิ่งกว่าความปลอดภัย ปลอดภัยอยู่ที่ไหนปลอดภัยหมด ถ้าพลาดที่ไหนตายหมด เท่านั้นละ ไป

เปิดดูข้อมูล วันต่อวัน ทันต่อเหตุการณ์ หลวงตาเทศน์ถึงเรื่องอะไร www.luangta.com


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก