ความสบายอยู่ที่จิต
วันที่ 18 กรกฎาคม. 2553 เวลา 7:45 น.
สถานที่ : วัดป่าบ้านตาด อ.เมือง จ.อุดรธานี
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :
ข้อมูลเสียงแบบ(Win)   ข้อมูลเสียงแบบ(MP3)

เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด

เมื่อวันที่ ๑๘ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๕๓

ความสบายอยู่ที่จิต

          (หนูมาจากเวียงจันทน์ค่ะ ถวายดอลลาร์ ๑๐๐ ดอลล์) ดีแล้วมาจากเวียงจันทน์ หลวงตาเคยไปแล้ว เวียงจันทน์เราเคยไป อันนั้นก็น่าจะมีเขาเรียกว่าอะไรไข้หวัดนกเหรอ เราไปนั้นว่าจะช่วยอะไรๆ ไปดูสภาพกลับมาแล้วมาคิดเรื่องเราจะไปสร้างอะไรให้ เป็นตึกเป็นอะไรสำหรับคนไข้ แล้วกำลังเป็นไข้หวัดนกว่าอย่างนั้น ยังไม่หาย ทางนี้ก็เลยไม่ถาม ไม่ทราบว่าตายหรือยัง ไข้หวัดนก มันเป็นอย่างนั้นละกรรมของคน ที่ควรจะได้รับการสงเคราะห์ไม่ยอมรับ มันกรรมของสัตว์ คือไปไหนเราไปด้วยความเมตตาครอบโลก ธรรมดาเมื่อไร ไปที่ไหนดูทุกแห่งทุกหน

          ในบาลีท่านแสดงไว้ว่า วุสิตํ พฺรหฺมจริยํ กตํ กรณียํ นาปรํ อิตฺถตฺตายาติ ปชานาติ พรหมจรรย์ได้อยู่จบแล้ว กิจที่ควรทำได้แก่การอบรมจิตใจให้บริสุทธิ์เต็มที่แล้วกิจอื่นที่จะให้ยิ่งกว่านี้ไม่มี ไม่มีอะไรที่จะสำคัญยิ่งกว่าการชำระจิตใจ ถ้าจิตใจดีแล้วไปที่ไหนดีหมด ถ้าจิตใจขุ่นมัวมัวหมองแล้วไปไหนก็ไม่สบาย ขึ้นอยู่บนต้นไม้ไม่สบาย ขึ้นดาวเทียมก็ไม่สบาย ถ้าใจสบายแล้วอยู่ไหนสบายหมด สำคัญที่ใจ ให้พากันอบรมใจนะ ถ้าใจสบายอยู่ที่ไหนอยู่ได้หมด ไม่เลือกสถานที่อะไรๆว่าสูงว่าต่ำอะไรไม่มี ใจได้ประดับตัวเต็มที่แล้วสบายหมด วางใจให้เหมาะสมกับธรรม ธรรมกับใจเป็นอันเดียวกันแล้วสบายหมด ถ้าใจยังปีนเกลียวกับธรรมอยู่แล้วเรียกว่ากิเลสกับธรรมรบกันยังหาความสบายไม่ได้นะ

          ความสบายอยู่ที่จิต ซักฟอกเสร็จเรียบร้อยแล้วสว่างไสว จ้าทั้งกลางวันกลางคืนหลับตื่นเหมือนกันหมด ท่านผู้จิตบริสุทธิ์เป็นอย่างนั้น ยืนก็บริสุทธิ์ นั่งนอนบริสุทธิ์ หลับตื่นบริสุทธิ์ อยู่แสนสบาย นั่นละผู้สบายอยู่ที่นั่นละ ผู้เป็นทุกข์คือกิเลสมันเป็นเสี้ยนเป็นหนาม เสียดแทงจิตใจ ไปอยู่ที่ไหนหาความสุขไม่ได้นะ ท่านจึงสอนให้ชำระจิตใจ ให้ชำระจิตใจมันไม่อยากมอง มองนู่นหาฟืนหาไฟมาเผาหัวใจ หาอยู่อย่างนั้นละแต่ไม่เคยพอ ไฟเผาหัวใจ ผู้ชำระจิตใจออกหมดแล้ววางหมด แสนสบาย

          พูดอะไรให้มีตัวพยานซิ พูดเฉยๆ ลมๆ แล้งๆ หาหลักเกณฑ์ไม่ได้ ไม่มีความหมาย พูดไม่มีหลักเกณฑ์ มีที่ยึดที่เกาะ มีเป็นเครื่องยืนยันแล้วอยู่ที่ไหนสบาย ลงสุดท้ายก็มาที่ใจ สุขทั่วโลกทุกข์ทั่วโลกก็มาอยู่ที่ใจ พอชำระใจได้แล้วสุขหมด อะไรจะเป็นฟืนเป็นไฟใจไม่เป็น สบาย ท่านจึงสอนให้อบรมภาวนาให้เข้าศีลเข้าธรรม จิตนี้มีเสี้ยนมีหนามคือกิเลสเสียดแทงมันอยู่ตลอดเวลาหาความสุขไม่ได้นะ ไปอยู่ที่ไหนไม่มีความสุข พอเอาเสี้ยนเอาหนามกิเลสออกจากใจหมดแล้วสว่างจ้าเลย ไม่มีอะไร จิตของพระอรหันต์ไม่มีทุกข์ตลอดไปเลย จิตของคนมีกิเลสทั่วโลกดินแดนเป็นทุกข์ทั้งนั้น ดิ้นกัน จิตของท่านผู้สิ้นกิเลสแล้วไม่ดิ้น ยืนเดินนั่งนอนด้วยความสงบเงียบ ไม่มีอะไรเป็นข้าศึก นั่นคือจิตที่บริสุทธิ์ จิตทรงความสุขได้เต็มที่ อยู่ที่ตรงนั้น

          (วันนี้ทองคำได้ ๔ บาท ๑๕ สตางค์เจ้าค่ะ) ได้เยอะนะ ทองคำเอาเข้าคลังหลวงนี่ได้เยอะนะทองคำ เราพาพี่น้องหาทองคำเข้าคลังหลวงได้เยอะ มีแต่หาเข้าๆ เราไม่เอาออก มีแต่เอาเข้า ได้เยอะนะ เราพาพี่น้องหาสมบัติเข้าหัวใจของชาติคือคลังหลวงของเราได้เยอะ

          พระท่านอยู่ในวัดตั้งภาวนา ท่านไม่มีการมีงาน มีแต่ภาวนา สำหรับฆราวาสยังวิ่งนู้นวิ่งนี้ ทั้งจะวิ่งใส่อรรถใส่ธรรม ทั้งจะวิ่งเพื่อโลกเพื่อสงสารเพื่อปากเพื่อท้อง ได้เปรียบกัน พระอยู่ในวัดไม่ได้ทำงาน จะให้ภาวนาอย่างเดียว แม้เช่นนั้นมันก็ถือโอกาส ความขี้เกียจเข้าไปเหยียบหมด ภาวนาหรือไม่ภาวนาก็ไม่รู้ พระวัดป่าบ้านตาดน่าจะมีแต่พระขี้เกียจภาวนา

คำว่าภาวนาใครยังไม่เห็นเข้าถึงตัวจริงขององค์ภาวนาแท้คือใจ ว่าภาวนาๆ มีแต่คว้าหาอารมณ์มาโปะเข้าๆเป็นฟืนเป็นไฟ การภาวนาชำระอารมณ์ออกให้มีแต่จิตสงบผ่องใส นั่นละสบาย สบายจากการภาวนาเป็นอย่างนั้น สบายจากการกินอยู่หลับนอนไม่เท่าไรกวนเรื่อย  ตอนี้สบายหน่อยเดี๋ยวกวนแล้วๆ สบายทางจิตตภาวนาไม่กวน มีแต่ความสงบ

วันนี้น่าจะไปไกลอยู่วันนี้ อย่างหนึ่งอาจไม่ไป นอนจมอยู่ในกุฏิก็ได้ ถ้าวันไหนไม่สบายไม่ไป นอนในกุฏิเลย ถ้าวันไหนสบายไม่ต้องบอกดีดผึงเลยไป เป็นอย่างนั้นละ วันนี้ไม่มีอะไรพูดละ มีเท่านั้นละพูดให้พี่น้องทั้งหลายฟัง

ผู้ฟังก็ให้ฟังด้วยความสง่างามภายในจิต ผู้พูดพูดด้วยความสง่างามภายในใจ ให้รับกันบ้างซิ พระพุทธเจ้าพูดสอนโลกสง่างามหมดทั่วแดนโลกธาตุ พระอรหันต์ท่านพูดกับโลกแสดงธรรมแก่โลกก็สง่างามหมด พวกเราผู้ฟังมีแต่มูตรแต่คูถเต็มหัวใจมันเข้ากันไม่ได้ เข้าใจเหรอ ชำระใจให้สง่างามซิมันถึงน่าดู ใจสง่างามอะไรจะเหมือนไม่เหมือน วันคืนปีเดือนอย่าเอามาเทียบ เทียบไม่ได้ เที่ยงตรงคือพระนิพพาน นี่เทียบแล้ว คือจิตที่บริสุทธิ์เต็มที่แล้วคือพระนิพพาน ไม่ไปหาที่ไหนหานิพพาน จิตที่กิเลสถูกถอดถอนออกหมดเหลือแต่จิตล้วนๆ นั่นละพระนิพพานทั้งเป็น ถ้าจิตมีแต่ฟืนแต่ไฟนั่นนรกทั้งเป็น พากันจำเอา อย่าไปหาที่ไหน หาที่หัวใจ ดูหัวใจก็รู้

ทำอะไรถ้าทำจริงผลก็เห็นจริงๆ นะ ถ้าทำเหลาะๆ แหละๆ อะไรไม่ก็เป็นชิ้นเป็นอัน ถ้าทำอะไรให้จริงแล้วจริง เห็นผลประจักษ์ใจ ยกตัวอย่างเช่นการภาวนาฟาดกิเลสขาดสะบั้นไปจากใจหมดแล้วสง่างาม จ้า หลับตื่นลืมตาสว่างจ้าคือจิตสิ้นกิเลส อย่างจิตพระอรหันต์ท่าน ท่านสิ้นกิเลสท่านเอาความจริงออกมาพูด ไม่ใช่พูดลมๆ แล้งๆ ไม่มีตนมีตัว ของท่านมีตัว  พระพุทธเจ้าสว่างจ้า-พระอรหันต์สว่างจ้ามาสอนโลกที่มืดบอดให้สว่างไสวขึ้นบ้างพอเห็นศีลเห็นธรรม พากันจำเอานะ ทีนี้ให้พรแล้วจะไป

 

รับชมรับฟังพระธรรมเทศนาของหลวงตา ได้ที่

www.luangta.com หรือ www.luangta.or.th

และสถานีวิทยุเสียงธรรมเพื่อประชาชน FM103.25 MHz

            พร้อมเครือข่ายทั่วประเทศ

 

 


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก