สละเป็นสละตายต่อท่าน
วันที่ 21 กันยายน 2553 เวลา 7:50 น.
สถานที่ : วัดป่าบ้านตาด อ.เมือง จ.อุดรธานี
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :
ข้อมูลเสียงแบบ(Win)   ข้อมูลเสียงแบบ(MP3)

เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด

เมื่อเช้าวันที่ ๒๑ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๕๓

สละเป็นสละตายต่อท่าน

          มะเร็งรู้สึกว่าออกหน้าออกตาเหลือเกินนะปัจจุบันนี้ แต่ก่อนอะไรวัณโรคเหรอ วัณโรค ปัจจุบันนี้มาเป็นมะเร็ง มะเร็งรุนแรงมากแก้ไม่ตก วัณโรคพอแก้ได้ต่อมา ทีแรกก็ติด ใครว่าเป็นวัณโรคหมดค่าหมดราคาในตัวเอง แก้ไม่ได้ ครั้นต่อมาก็แก้ตก เดี๋ยวนี้มันมีอะไรมะเร็ง

          อัศจรรย์น่ะล่ะ พ่อแม่ครูอาจารย์มั่นท่านเป็นวัณโรค เราเป็นผู้รักษาท่าน ธรรมดาใครว่าเป็นวัณโรคผู้ไม่เป็นเพื่อนฝูงไม่เข้าใกล้ มันติดได้ว่าอย่างนั้น แต่ก็มาเป็นเราเสียเองกับพ่อแม่ครูอาจารย์มั่น ไม่สนใจเลยเรื่องวัณโรคณเลิกอะไรไม่สนใจ เรากับท่านปากคอเคลียกันตลอดเวลา ก็เดชะนะไม่มีไม่เป็นไม่ติด ความรักความเคารพนับถือความเลื่อมใสมันเหนือวัณโรคเป็นไหนๆ วัณโรคยกมาหมดทั้งโคตรเราก็ไม่ได้นับถือมันละ เรานับถือพ่อแม่ครูอาจารย์มั่นต่างหาก เพราะอย่างนั้นจึงแบบคลอเคลียกันเลย จำได้ว่าเป็นวัณโรคนะ ไม่เป็นอะไรนะ คลอเคลียจริงๆ เพราะขากเสลดเสลดเหนียว บางทีเอาผ้ากว้านออก กว้านออก

ไม่มีใครทำ มีเราคนเดียว พระเหล่านั้นก็ไม่ว่านะ ท่านอาจไม่กล้าทำเพราะเห็นเราทำจริงจังทุกอย่างๆ พระเหล่านั้นท่านไม่เข้ามายุ่ง แต่ท่านก็อยากทำเหมือนกัน แต่เราอายุพรรษาแก่กว่าและเคยปฏิบัติต่อท่านมาเป็นประจำ ไม่เป็นไม่ติดเรากับพ่อแม่ครูอาจารย์มั่นเป็นวัณโรค ไม่ติด ติดก็ติดว่าอย่างนี้นะเรา ไม่ได้กลัวมันละวัณโรค ยกมาหมดทั้งโคตรวัณโรคเราก็ไม่กลัว กลัวแต่พ่อแม่ครูอาจารย์ที่เรารักเคารพเลื่อมใสสุดหัวใจพรัดพรากจากไปตายไปเท่านั้นละ เรากลัวเท่านี้ละ ว่าอย่างนี้เลยเรา พระเณรท่านก็ดีแต่ท่านเห็นเราพันอยู่กับพ่อแม่ครูอาจารย์ท่านไม่อาจจะเข้ามาทะลึ่งนะ ไม่มากวน ให้เราทำ

เอาจริงนะเราทำอะไร พอได้เวลาอันนั้นลืมตาขึ้นมา “ท่านมหาไปไหน” พ่อแม่ครูอาจารย์มั่น เพราะเห็นเราเอาจริงเอาจังทุกอย่างกับท่าน ท่านไม่นอนเราก็ไม่นอน ติดกับท่านอยู่เลยนะ คงคิดไว้ในใจท่านบ้างนะ พอลืมตาขึ้นมาแล้ว “ท่านมหาไปไหน” บอกเดินจงกรมอยู่ตรงไหนๆ สั่งพระไว้หมด เวลาท่านเคลิ้มหลับไปเราก็บอกว่าเราเดินจงกรมอยู่ตรงนั้นๆ ให้ไปบอกทันทีนะ พอท่านตื่นขึ้นมาท่านจะถามหาเลยละ ว่า“ท่านมหาไปไหน” ท่านรู้ของท่านว่าท่านหวังพึ่งเราในเรื่องธาตุเรื่องขันธ์ เราก็เอาเต็มเหนี่ยวเลยเป็นก็เป็นตายก็ตายเรา พอลืมตาขึ้นมาท่านถามละ “ท่านมหาไปไหน”

ไม่ติดละวัณโรคไม่ติดกับเรากับพ่อแม่ครูอาจารย์มั่นเป็นวัณโรค เราไม่สนใจ พูดออกมาตามกำลังใจที่มีต่อท่านต่างหาก เขาว่าวัณโรคมันติดให้มันยกโคตรวัณโรคมาก็มาซิ เราไม่ได้รักเหมือนพ่อแม่ครูอาจารย์เรานะ เราเอาอย่างนั้นละ พ่อแม่ครูอาจารย์เราตายแทนได้นี่น่ะ วัณโรคณเลิกอะไรเราไม่ตายแทนมัน มันเป็นอย่างนั้นจริงๆ กลัวติดเรา ส่วนมากพระท่านหรือใครต่อใครกลัวโรคท่านติดเรา ไม่สนใจเลย ติดก็ติด ว่าอย่างนั้นแหละ

มันเอาจริงเอาจังละเรา ถอยเข้าถอยออกไม่มี เป็นก็เป็นตายก็ตายใส่กันตูมเลย เพราะความเคารพท่าน เราเคารพมากพ่อแม่ครูอาจารย์มั่นนี่เคารพสุดหัวใจ เพราะฉะนั้นเวลาท่านเจ็บไข้ได้ป่วยเป็นอะไรนะกลางคืนมาไอ กลางคืนไอ อากาศเย็นหนาว ท่านไม่ได้นอนเราก็ไม่ได้นอน ขากเสลดก็ไม่ออก เราหาสำลีใส่กาละมังไว้เลยหยิบง่าย รักษาพ่อแม่ครูอาจารย์มั่น เรามันเอาจริงเอาจังนะ พระเณรองค์ไหนท่านก็พอใจที่จะปฏิบัติรักษาครูอาจารย์เหมือนกันกับเรานั่นละ แต่เราอายุพรรษาแก่กว่าท่านเหล่านั้น และการปฏิบัติเกี่ยวข้องกับท่านก็ใกล้ชิดติดพันกว่าเพื่อน เพราะอย่างนั้นเวลาพ่อแม่ครูอาจารย์มั่นไม่สบายเป็นอะไรนี้เราละจะอยู่ที่นั่นเลย

ท่านเป็นวัณโรคหรือะไร วัณโรคหรือพ่อแม่ครูอาจารย์มั่น ที่ไอ ขากเสลด ไอ กลางคืนไม่ได้นอน ตอนท่านไม่ได้นอนเราก็ไม่ได้นอน เพราะติดกับท่านอยู่ตลอด ใครก็ว่ากลัววัณโรคกลัวติด ใครพูดปรารภกันภายนอก เราหรือไม่มีละใส่ปั๊วะเลย  ให้มันยกมาทั้งโคตรวัณโรคให้มันยกมากูไม่สนใจกับมันเหมือนพ่อแม่ครูอาจารย์ นี่กูตายแทนได้ ว่าอย่างนี้เลย เราเอาอย่างนี้ละ เรามันจริงมันจังเอาทุกอย่าง ถ้าลงว่าอะไรแล้วขาดเลยเรา ไม่เสียดาย นี่พ่อแม่ครูอาจารย์มั่นทั้งองค์เราเคารพสุดหัวใจเรา เราจะไปสนใจมากยิ่งกว่าสนใจพ่อแม่ครูอาจารย์มั่นนะ เอาจริงเอาจังมาก

เวลาดึกไอ หนาว หนาวเข้ามาไอ เอาสำลีใส่กาละมังแล้ววางหยิบ เราห่อกว้าน ๆ เสลดกว้านออกจากปากท่าน เอาสำลีมาไว้นี่เลย เราเป็นผู้ปฏิบัติ พระองค์ไหนๆ เราก็ไม่ได้ประมาทท่านก็ไม่กล้าจะทำ เห็นเราทำด้วยความตั้งใจ พระก็รออยู่ข้างนอก แต่เราเป็นวงในเอาเป็นเอาตายเข้าว่าละ วัณโรคไอ..พ่อแม่ครูอาจารย์มั่น เป็นวัณโรค เขาว่ามันติดได้ นี่เห็นเราคลอเคลียกับพ่อแม่ครูอาจารย์มั่นอยู่ มีคนนอกๆ เขามาถามแต่พระเณรไม่กล้าพูดเพราะเคารพใช่ไหมล่ะ มีแต่ญาติโยมนอกๆ เขามาถาม ไอ้โรคอันนี้เขาว่ามันติดกันแล้วท่านอาจารย์เกี่ยวข้องกับหลวงปู่มั่นอยู่ตลอดเวลามันจะไม่ติดเหรอ ให้มันยกโคตรมาเราก็ไม่กลัวมัน ว่าอย่างนี้ เราไม่ได้รักวัณโรคณเลิกอะไรยิ่งกว่ารักพ่อแม่ครูอาจารย์ เอาอย่างนี้ละเรา เรามันเป็นคนขวานผ่าซาก ว่าอย่างไรเอาจริงๆ เป็นอย่างนั้นจริงๆ ด้วย พูดหาอะไรว่ากลัวจะติดอย่างนั้นกลัวจะติดอย่างนี้ เอาตายเข้าว่าเลยเรา

กลางคืนท่านไม่นอนเราก็ไม่นอนติดอยู่นั้นเลย ตลอดรุ่งก็ตลอดรุ่ง ท่านเชื่อใจบ้าง เราก็บอกเวลาท่านเคลิ้มหลับไปเราไปอยู่ข้างๆ เดินจงกรม เวลาท่านตื่นขึ้นให้ไปบอกผมนะ เดินจงกรมอยู่ท่านนอนป่วยอยู่นี่ ท่านก็เป็นจริงๆ พอตื่นลืมตาขึ้นมา “ท่านมหาไปไหน” นั่นละท่านไว้ใจ เพราะเราเอาจริงเอาจังทุกอย่างกับท่าน เป็นอย่างนั้นละ ความรักความเคารพเลื่อมใสความพึ่งเป็นพึ่งตายอยู่กับท่านทั้งหมดเลย

นิสัยอย่างนี้นี่มันจริงทุกอย่าง ว่าอะไรจริงทุกอย่าง คอขาดขาดเลย เรื่องพ่อแม่ครูอาจารย์นี่ยิ่งแล้ว อย่างพ่อแม่ครูอาจารย์มั่นนี่ แหม เรารักเราสงวนเทิดทูนสุดหัวใจ เพราะอย่างนั้นการปฏิบัติรักษาท่านเราจึงไม่ได้อยู่ห่าง ติดกับท่านตลอด ยิ่งกลางคืนท่านไอเราก็ไม่นอน นี่ละเขาว่าวัณโรคมันติดกัน มีคนภายนอกเขามาถาม พระท่านไม่อาจหาญละ “ท่านคลอเคลียกันอยู่กับท่านอาจารย์มั่นไม่กลัวติดวัณโรค” ให้โคตรมันมาเราก็ไม่กลัว เราไม่ได้กลัวเราไม่ได้รักมันเหมือนพ่อแม่ครูอาจารย์มั่น เราว่าอย่างนี้ อันนี้เป็นตายแทนได้เลย มันเป็นจริงๆ นะเรา เป็นอย่างนั้นละ ถ้าว่าอะไรขาดสะบั้นไปเลย ไม่ได้มีเหยาะๆ แหยะๆ นะ อะไรก็ตามเวลาท่านป่วยเราก็ต้องอยู่กับท่านตลอด ท่านไม่นอนเราก็ไม่นอน หลวงปู่มั่น

ไปสุทธาวาสก็เสียที่นั่นเลยนะ พักบ้านภู่ ท่านไม่ให้ท่านออกไปข้างนอก “ทางนี้ไม่เหมาะ เพราะไม่มีตลาดตเล” ท่านบอกหมด “แล้วสัตว์ทั้งหลายจะตายเพราะเราคนเดียวนี้มากมาย ออกไปข้างนอกมีตลาดพอแบ่งเบากันบ้าง” ท่านว่า หากแบ่งเบาบ้าง เมื่อมันหลีกไม่ได้เอาหนักเป็นเบา ท่านให้ไปตายสุทธาวาสท่านสั่งขาดเลย ที่อื่นไม่ได้ ที่นี่เขาไม่มีตลาดสัตว์จะตายจำนวนมากมายเท่าไร ท่านว่าอย่างนั้น ท่านสั่งไว้นะ เราก็ปฏิบัติตามนั้นนะ

อันนี้ก็เหมือนกันเราอยู่กับท่านติดเลยหลวงปู่มั่น จนกระทั่งท่านเคยชินต่อจิตใจท่า เพราะเอะอะอะไรก็เรา เอะอะอะไรก็เรา ติดกับท่านอยู่ตลอดเวลา เวลาลืมตาท่านนอนอยู่ท่านลืมตาขึ้นมา “ท่านมหาไปไหน” นั่นท่านถามนะ เพราะอย่างนั้นท่านไม่ถามใคร ถามว่า “ท่านมหาไปไหน” ก็เราอยู่ข้าง ๆ เราสั่งเสียหมดแล้วเราจะเดินจงกรมอยู่ตรงนี้ ๆ เวลาท่านตื่นแล้วให้ไปบอกเรา ไม่จำเป็นต้องท่านถามถึงล่ะ พอท่านตื่นแล้วไปบอกเรา เรารออยู่ตลอด ภาวนาจิตก็มาอยู่ที่นี่ ภาวนาเดินจงกรมเดินแต่ขาจิตมันอยู่ที่นั่น มันจ่ออยู่นั้นละ

สุดหัวใจการปฏิบัติต่อครูบาอาจารย์ เราพอใจในการกระทำของเราด้วยความเคารพเลื่อมใสศรัทธา สละเป็นสละตายต่อท่านจริงๆ อย่างพ่อแม่ครูอาจารย์มั่นนั่นละสละเลย ที่มันติดต่อวัณโรคณเลิกอะไรนี่ใคร ๆ ก็ถามเห็นเราคลอเคลียอยู่กับท่านเกี่ยวกับวัณโรคกลัวจะติด จะไม่ติดเหรอ ให้ยกโคตรมาก็มาเถอะน่ะ กูไม่ได้สนใจกับวัณโรคณเลิกอะไร กูสนใจกับพ่อแม่ครูอาจารย์องค์เดียว ว่าอย่างนั้นนะเรา คนแบบขวานผ่าซากพูดอะไรผึงๆ กำลังใจไม่ใช่อะไรนะ คือกำลังใจมันรุนแรง กำลังใจเรารุนแรง ว่าอะไรจริงทุกอย่าง ไม่เหลาะแหละ

เราก็ไม่ลืมเวลาอยู่เงียบๆ ท่านป่วยหนักอยู่เงียบๆ เป็นลักษณะเอะใจ “เออ นี่เวลาผมตายแล้วพวกท่านจะพึ่งใคร” พระเณรก็นั่ง พระเณรเงียบ อยู่ด้วยกันสองสามองค์รักษาท่าน เราออกไปเป็นบางเวลา เวลาจำเป็นเราต้องเข้าอยู่กับท่าน “นี่เวลาผมตายจะทำอย่างไร ท่านจึงพึ่งใคร ให้พึ่งท่านมหานะ ท่านมหาสำคัญอยู่นะทั้งภายนอกภายใน” แต่เราก็เก็บส่วนตัวของเราไม่เคยพูดให้ใครฟังเลยนะ อย่างนี้ไม่พูด ท่านพูดเวลานอกจากใครต่อใครแล้วท่านพูด

ให้พร ...

(ผู้กำกับ : หลวงตาเล่าเรื่องวัณโรคหลวงปู่มั่นน่ากลัวกว่ามะเร็งสมัยนี้อีก) อันนี้เราว่ามันเป็นปาฏิหาริย์นะของเรา ใครก็ว่าเหมือนกัน ถ้าลงเป็นอย่างหลวงตาพัวพันกับพ่อแม่ครูอาจารย์มั่นอยู่ตลอดเวลาโดยไม่คำนึงถึงวัณโรคณเลิก ก็ไม่เป็น อำนาจบุญเรา อำนาจบุญของท่านแล้วจะเป็นบุญของเราด้วย เพราะปฏิบัติอุปัฏฐากท่านเรียกว่าเอาตายเข้าว่า ไม่ใช่ธรรมดา หลวงปู่มั่น..วัณโรคก็เป็นอะไร เราคลอเคลียกับท่านอยู่ตลอด คือไม่ได้คำนึงถึงเลยว่าเป็นวัณโรคเป็นเชื้ออะไรๆ ยิ่งกว่าความเคารพความรักหลวงปู่มั่นเรา มันอยู่ที่นี่ทั้งหมด เป็นตายสละหมด ใครจะเอาอะไรเอาเถอะ แต่พ่อแม่ครูอาจารย์มั่นนี่จะเอาไม่ได้ ความหมายว่าอย่างนั้น นี่ละปฏิบัติอุปัฏฐาก

ใครจะว่ากลัวเราจะเป็นวัณโรคหรืออะไร ติดพันกับพ่อแม่ครูอาจารย์มั่น ไม่เป็นนะ เรียบมาเลยไม่เป็น มันก็น่าติดจริง ๆ นะ ไอนี่ก็เหมือนกัน ปากท่านกับปากเรามันอยู่ด้วยกัน มันน่าติด ว่าอย่างนั้นพูดง่ายๆ ใครก็บอกว่าน่าติดทั้งนั้นละ แต่เราผ่านได้ ก็บุญนี่นะ เราสละกับท่านหมดแล้ว สละหมดเลย เราไม่เสียดาย ขอให้ท่านยังมีชีวิตอยู่เราพอใจ

พ่อแม่ครูอาจารย์มั่นเหมือนว่าท่านมอบให้เราหมด การอุปถัมภ์อุปัฏฐากดูแล ท่านไม่ว่าอะไร เฉย เราทำหน้าที่ของเราเต็มเหนี่ยวแต่ไม่ให้ใครเข้าไปยุ่งนะ เราทำคนเดียว พระเณรจะเข้าไปยุ่งไม่ได้ เพราะเราเคารพท่าน คุณธรรมท่านสูงสุด แต่ร่างกายมันเป็นธรรมดาของโลกมันห้ามไม่ได้มันก็เป็น เราปฏิบัติอุปัฏฐากท่านเอาตายเข้าว่าเลย ท่านก็ปล่อยให้เราทำทุกอย่าง ถ่ายหนักถ่ายเบาเราทำ ถ่ายหนักถ่ายเบาท่านก็ปล่อยเลย เราก็ทำเต็มกำลังของเราเป็นแต่เพียงว่าไม่ให้ใครเข้าไปใกล้องค์ท่านนะ ให้มีแต่เราองค์เดียว เรียกว่าการปฏิบัติตัวของเราให้เป็นเรื่องเฉพาะเราเท่านั้น คนอื่นเข้ามายุ่งไม่ได้ เราปฏิบัติกับท่านเท่านั้น ห้ามไม่ให้พระเณรเข้าไป เราทำคนเดียวเราเพราะความเคารพท่านสงวนท่าน ไม่ให้ใครเข้าไป

การถ่ายหนักถ่ายเบาเราทั้งหมดเลย ถ่ายหนักถ่ายเบาเราทำหมด ท่านก็ปล่อยให้เราทำ เราจะยื่นออกมา ยื่นมาพระเณรรอรับปุ๊บไป รับปุ๊บไป ส่วนทำภายในนี้ระหว่างองค์ท่านกับเราเป็นอันเดียวกันเลย เราก็เก็บรักษาสงวนกับเรา ปฏิบัติต่อตัวของเรา ไม่ให้แพร่งพรายไปไหนเลย ปฏิบัติอย่างนั้นละ ทำด้วยความพอใจ ถ่ายหนักถ่ายเบานี่สำคัญ อันนี้ไม่ให้ใครเข้าไปยุ่งนะ เราทำคนเดียหมดเลย เรารักเราสงวนท่าน เช่นอย่างถ่ายหนักถ่ายเบาเราทำหน้าที่คนเดียว ไม่ให้ใครเข้าไปยุ่ง ที่จะส่งออก ๆ พระท่านก็รอรับปุ๊บ ๆ เป็นแต่เพียงอยู่ภายในกับท่านมีแต่เราองค์เดียว คือเราเองก็ไม่ได้บอกว่าไม่ให้ใครเข้าไปยุ่ง แต่พระเณรดูการกระทำของเรากับท่านจริงจังมากเกินกว่าใครจะเข้าไปทะลึ่ง ว่าอย่างนั้นเลย ใครจะไปทะลึ่งได้ เราทำขนาดนั้น เคารพกันอย่างนั้นละ

เราทำต่อท่านผู้ใดก็ตามครูบาอาจารย์ได้ทำหลายองค์ เราจะทำเหมือนว่าทำกับเราเท่านั้น ให้รู้เฉพาะเรากับท่าน นอกนั้นไม่มีใครรู้เรื่องการกระทำของเรา เรียกว่าเราทำกับเราว่าอย่างนั้น ไม่มีใครรู้ เพราะเราสงวนท่าน เรารักเราสงวนทุกอย่าง ไม่ให้ใครเข้าไปยุ่ง เอาละนะไป

 

รับชมรับฟังพระธรรมเทศนาของหลวงตา ได้ที่

www.luangta.com หรือ www.luangta.or.th

และสถานีวิทยุเสียงธรรมเพื่อประชาชน FM103.25 MHz

            พร้อมเครือข่ายทั่วประเทศ

 

 


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก