ท่านอาจารย์เกิ่ง
วันที่ 12 ตุลาคม 2543 เวลา 8:00 น.
สถานที่ : วัดป่าบ้านตาด จ.อุดรธานี
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :
ข้อมูลเสียงแบบ(Win)   ข้อมูลเสียงแบบ(MP3)

เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด

เมื่อวันที่ ๑๒ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๔๓

ท่านอาจารย์เกิ่ง

รวมทองคำกฐินถึงวันที่ ๑๑ ตุลา ได้ทองคำ ๑ กิโล ๓๔ บาท ๗๘ สตางค์ สรุปทองคำและดอลลาร์เฉพาะวันที่ ๑๑ เมื่อวานนี้ ทองคำได้ ๑ บาท ๒๕ สตางค์ ดอลลาร์ได้ ๑๐ ดอลล์

กฐินคราวนี้จะหนักไปเรื่องทองคำ คือจะได้ทองคำโดยตรงก็ตาม เงินสดก็ตาม เราจะหมุนเข้าสู่ทองคำ คือจะซื้อทองคำเป็นส่วนมาก ส่วนที่จะแยกออกนั้น เอาส่วนปลีกย่อยอะไร ๆ นี้ หลักใหญ่จะหมุนเข้าซื้อทองคำ เช่น บัญชีกฐินทองคำ เงินสดมีเท่าไรจะหมุนเข้านั้นหมดเลย เข้าทองคำหมด เพราะเราตั้งจุดไว้สูงสำหรับทองคำ คิดดูซิสี่พันกิโลนี้เป็นพื้นฐานเลยขาดไม่ได้ นอกจากนั้นยังเงินสดเราที่จะซื้อทองคำเข้าอีก อันนี้ก็ตั้งไว้เรียบร้อยแล้ว ๘๐๐ ล้าน รอจะเข้าอยู่แล้ว

ส่วน ๕๐ กว่าล้านนั้น ดังที่เคยเรียนให้ทราบแล้วว่ามันก้ำกึ่งกัน ระหว่างเงินหมุนเวียนเพื่อชาติไทยของเราทั่วประเทศ กับจะซื้อทองคำเข้าคลังหลวง ๕๐ กว่าล้านนี้จึงยังไม่แน่ อันนี้เราก็เรียนให้ทราบไว้แล้วว่า แล้วแต่อันไหนที่มีความจำเป็นหนักเบาต่างกัน ซึ่งควรจะเอาเงินจำนวนนี้ไปหนุนเข้า เราก็จะเอาไปทำอย่างนั้น แต่ที่หนักหน่วงอยู่เวลานี้ ที่จิตมันพุ่ง ๆ อยู่นั้นก็คือจะเอาเข้าคลังหลวง ซื้อทองคำ ๆ แต่เมื่อมีความจำเป็นอยู่รอบประเทศไทยของเรา ก็ต้องได้แยกเผื่อเอาไว้ จึงเรียกว่าก้ำกึ่ง จะไปทางไหนต่อทางไหนเราจะเป็นผู้พิจารณาเอง

เมื่อวานนี้ก็มา ๔ โรงพยาบาล เข้ามารับของจากโกดังของเรานี้ เว้นนี้ดูเหมือนมีน้อยมาก อยากจะว่าทุกวัน ๆ เลย วันมากวันน้อย ตั้งแต่หนึ่งขึ้นไป อย่างเมื่อวานนี้ก็ ๔ โรง เวลาเราไปก็ตามแต่เราจะเห็นสมควรไปโรงพยาบาลไหน กำหนดเวลาพอสมควร เพราะเราแยกไปโรงพยาบาลนู้น ไปโรงพยาบาลนี้ ไปให้สม่ำเสมอ เฉพาะอย่างยิ่งพวกที่อยู่ในที่ลำบากลำบน ถ้าใกล้เคียงกับถนนหนทางตลาดลาดเล เราก็เห็นว่าพอถูไถกันไปได้ เราก็ไม่ค่อยหนักแน่นมากนัก ถ้าเป็นโรงพยาบาลอยู่ลึก ๆ อย่างนี้มักจะไปอยู่ตลอด

เช่นอย่างพวกภูหลวงนี้เข้าลึกในหุบเขา นี่เราก็ซอกแซกเข้าไป ภูเรืออยู่ในกลางเขา เราก็ซอกแซกไปเป็นประจำเดือนนะ แล้วก็ให้ค่าอาหารครัวคนไข้อีกเดือนละหนึ่งหมื่นเป็นประจำ นายูง ก็อยู่ในหุบเขาเหมือนกัน หุบเขากว้าง ๆ เข้าไปอยู่ลึก ๆ นู้น อันนี้เราก็ให้ค่าอาหารครัวคนไข้ สองหมื่นเป็นประจำ ส่วนหนองวัวซอใกล้กับถนน อาจจะมีวาสนาอันหนึ่ง ทีแรกให้เดือนละห้าหมื่น เพราะเกี่ยวกับไฟฟ้าด้วยสามหมื่น ให้ค่าอาหารสองหมื่น ทีนี้เห็นว่าค่าไฟฟ้าไม่มีความจำเป็นแล้ว ตัดสามหมื่นออก ยังเหลือให้เดือนละสองหมื่น นี่ก็ใกล้ถนนเหมือนกันแต่ให้เดือนละสองหมื่น รู้สึกจะเอารัดเอาเปรียบโรงพยาบาลอื่น ๆ มากไป อาจจะถูกตัดวันใดก็ได้ แล้วแต่เหตุผลของเราที่จะพิจารณา เพราะเราพิจารณาอยู่ตลอดแล้วนี่ หนักเบาแง่ไหน ๆ อันนี้ให้เป็นประจำ ที่ซอกแซกเรามักไป ซอกแซก ๆ

(ขอกราบเรียนเวลา ๑๐.๐๐ น.วันนี้จะมีแขกมาพบ) โห จะให้เรารออย่างนี้ก็ไม่ได้นะ มา พระอยู่ที่นี่รับแทนก็ได้นี่ ๑๐ โมงเป็นเวลาที่เราเลิกจากนี้แล้วเราทำงานอย่างอื่น นี่เขาจะคงมาจากทางโน้นสาย ๆ นายอาบนี่เป็นคน (อยู่ จ. นนทบุรี ) กว่าจะมาถึงนี่เขาก็คงกะประมาณ ๔ โมงเช้า เขาจะไปเยี่ยมญาติเยี่ยมอะไรเขา นายอาบนี้เป็นคนบ้านสามผง เขาเป็นลูกศิษย์ท่านอาจารย์เกิ่ง

ท่านอาจารย์เกิ่งนี้ก็เป็นคนสามผง ลูกศิษย์องค์สำคัญองค์หนึ่งของหลวงปู่มั่น ท่านอาจารย์เกิ่งนี้แต่ก่อนท่านเป็นอุปัชฌาย์ ท่านอาจารย์เกิ่ง อาจารย์สีลา นี้ล้วนแล้วแต่เคยเป็นอุปัชฌาย์มาก่อนในฝ่ายมหานิกาย แล้วเกิดความเคารพเลื่อมใสเมื่อได้ยินได้ฟังธรรมจากหลวงปู่มั่นเราแล้ว เลยยกวัดญัตติใหม่หมดเลย อุปัชฌาย์ท่านอาจารย์เกิ่งนี้องค์หนึ่ง ท่านอาจารย์สีลา บ้านวา อากาศอำนวยนี้องค์หนึ่ง

ท่านอาจารย์เกิ่งนี้อยู่บ้านสามผง ยกขบวนไปญัตติเลย ญัตติทั้งวัด ๆ อุปัชฌาย์เกิ่งหมดทั้งวัด อุปัชฌาย์สีลาก็ยกหมดทั้งวัด ญัตติใหม่ นี่เป็นลูกศิษย์องค์สำคัญของท่านองค์หนึ่ง ก็คงเป็นนิสัยวาสนาจะเกี่ยวโยงอะไรกันมากับท่านนั่นแหละ นี่ละสายบุญสายกรรมหากเป็นมาเองนะ ท่านได้รับการอบรมกับหลวงปู่มั่นมาเต็มที่แล้ว จากนี้ท่านก็แยกออกไปนู่น ลงชลฯ ไปทางชลฯ เลยท่านไปตั้งวัดอะไรบางพระ นั่นท่านอาจารย์เกิ่งนะนั่น เหตุที่ท่านเหล่านั้นจะเข้าอกเข้าใจทางด้านธรรมปฏิบัติ ก็ท่านอาจารย์เกิ่งไปพักที่นั่นตั้งที่นั่น ไปอยู่หลายปีนะ บางพระ ท่านไปพักที่นั่นหลายปี แล้วแถวนั้นท่านตั้งสำนักไว้ในที่ต่าง ๆ ตามประชาชนเขาขอร้องให้สร้างวัด

ท่านเป็นพระที่จริงจังมากนะ เด็ดเดี่ยว ท่านอาจารย์เกิ่ง เราก็คุ้นกับท่านอยู่แล้ว อันนี้เราไม่ได้เห็นด้วยตาตัวเอง ได้ทราบว่าอัฐิของท่านกลายเป็นพระธาตุนะ เราเชื่อไว้ก่อนแล้วแหละ เพราะท่านจริงจังมาก ข้อวัตรปฏิบัติเคร่งครัดทางธรรมวินัย แต่เรายังไม่ได้ไปเห็นจริง ๆ ที่ว่าเป็นพระธาตุแล้วนะ เรายังไม่ไปเห็น แต่เราก็เชื่อไว้ล่วงหน้าอยู่แล้ว เพราะเชื่อปฏิปทาการดำเนิน ความสัตย์ความจริงของท่าน เคร่งครัดในธรรมวินัยมาก ลูกศิษย์ลูกหาอยู่ทางจังหวัดชลฯ น้อยเมื่อไร ลูกศิษย์ลูกหาท่านอาจารย์เกิ่งนี่ ทั้งพระทั้งอะไรนะ ประชาชนก็เยอะ พระก็เยอะ แล้วจากนั้นก็ต่อเนื่องกันไปเรื่อย ๆ

พระกรรมฐานเราเกี่ยวโยงกันตั้งแต่โน้นละ ตั้งแต่ท่านอาจารย์เกิ่งไปเป็น รู้สึกจะเป็นครั้งแรกเลย ทางฝ่ายกรรมฐานสายหลวงปู่มั่นลงไปทางเมืองชลฯ นะ มีท่านอาจารย์เกิ่ง จากนี้ก็องค์นั้นไป องค์นี้ไป ท่านอาจารย์เกิ่งเป็นหลักอยู่นั้นนาน โอ๊ย หลายปีนะ เราไปพบกันอยู่ที่สกลนคร ที่ท่านมาเยี่ยมหลวงปู่มั่น พบกันกับเราที่สกลนคร

ตอนนั้นท่านอยู่จังหวัดชลฯ อยู่นะ ท่านยังไม่มา ท่านมาเยี่ยมบ้านของท่านด้วยความจำเป็น แล้วก็มากราบพ่อแม่ครูจารย์มั่นเรา ก็ได้พบกันกับเราที่สกลนคร จากนั้นท่านก็กลับไปเมืองชลฯ คือตอนนั้นท่านยังอยู่โน้น ท่านยังไม่มา ตอนแก่นี่ท่านถึงได้ย้ายมาทางสามผง ก็มามรณภาพทางนี้ โห ท่านเป็นพระเด็ดเดี่ยวมากนะ แต่เรายังไม่ได้เข้าไปดูที่สำนักของท่านบางพระ ว่าอยู่บางพระว่างั้นนะ จังหวัดชลฯ ผ่านไปผ่านมาหากไม่ได้เข้า ท่านอยู่จริง ๆ สำนักนั้นอยู่ที่ตรงไหน บอกแต่ว่าบางพระเท่านั้นแหละ ท่านอยู่นาน แล้วแถวรอบ ๆ นั้นยังมีนะ แตกสาขาออกไป

พวกพระพวกอะไรที่มารับการศึกษาจากท่าน เป็นลูกศิษย์ลูกหาของท่านกระจายออกไป ตามเกาะตามอะไรก็มีอยู่ทางนั้นนะ เราไปอะไรเขาเลยบอก นี่สำนักนี้เราลืมแล้วแหละเราไปเห็นสำนัก นี้ก็ท่านอาจารย์เกิ่งท่านมาสร้าง พาลูกศิษย์มาสร้างที่นี่ ไม่ใช่บางพระนะ แถวนั้นแหละเป็นเกาะอะไรไม่รู้ เราก็ไปซอกแซก มันก็ดื้อเหมือนกันนั่นแหละ ไปที่นั่นที่นี่เห็นหมด ท่านเป็นพระที่น่าเคารพมาก

นี่มหาอาบนี่ แต่ก่อนเป็นมหานะ เป็นลูกศิษย์ท่านอาจารย์เกิ่ง แล้วท่านถวายกับสมเด็จมหาวีรวงศ์ ไปเป็นลูกศิษย์สมเด็จมหาวีรวงศ์เรา ลูกศิษย์อันเดียวกัน อาบนี่ก็เป็นน้องชาย ลูกอยู่ทางกรุงเทพฯ เรามาเที่ยวทางนี้ เราไปเที่ยวทางบ้านสามผง พ่อของมหาอาบนี่มาเห็น จะถูกชะตากันยังไงไม่ทราบนะ เราก็แบบเดียวกันนี้แหละ เราก็ไปองค์เดียวของเราเที่ยวกรรมฐาน ไปแวะพักที่วัดป่าสามผงนี้เป็นวัดท่านอาจารย์มั่นสร้างขึ้น วัดสามผงนี่วัดป่า เดี๋ยวนี้มันก็ลุกลามเข้าไปแหละบ้านถึงแล้ว แต่ก่อนห่างตั้งกิโล อยู่ในดงเสือนะนั่นน่ะ เสือเข้ามาในวัด ในตอนที่เราไปนั้นก็ยังมี เพราะมันเป็นดงต่อกับดงใหญ่โน้น ยังไม่ได้ถูกทำลาย

ตอนที่เราไปเที่ยว พ.ศ.๘๗-๘๘ มั้ง เราไปเที่ยวแถวนั้น นี่แหละพ่อเลยมาถูกชะตากันยังไงไม่ทราบกับเรานะ เลยขอลูกชายทางโน้น พ่ออยู่ทางนี้ ขอถวายลูกอยู่กรุงเทพฯอยู่ทางโน้นให้เป็นน้องชาย ว่างั้นนะ มหาอาบถึงได้เป็นน้องชายมานี่ เข้าใจไหม พ่อนะถวายลูกอยู่กรุงเทพฯ พ่อถวายเป็นน้องชาย เราไปพักอยู่ที่นั่น

แต่ก่อนมันเป็นดงใหญ่ตรงนั้น ตอนที่เราไปป่ายังไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรเลยนะ พ.ศ.๘๗-๘๘ เป็นดงธรรมชาติ ๑๐๐% วัดป่าก็เป็นวัดป่าจริง ๆ เป็นดงเสือ มันอยู่ข้าง ๆ มากัดหมูในวัดก็มี พอพูดเรื่องนี้ก็มีอีตาคนหนึ่ง แกเรียนวิชาจับเสือมา เขามาเล่าให้ฟัง แกชื่อหอม เป็นลูกศิษย์ท่านเจ้าคุณอุบาลี(พระอุบาลีคุณูปมาจารย์ (สิริจนฺโท จันทร์) วัดบรมนิวาส กทม.) ตอนนั้นแกสึกแล้วแหละ แกมีครอบครัวอยู่ทางสามผง เขาเล่าให้ฟัง พอดีแกก็มาวัด ก็แกลูกศิษย์พระนี่ ก็ลูกศิษย์ลูกศิษย์ท่านเจ้าคุณอุบาลี มาก็เลยถาม ทราบว่าเรียนวิชาจับเสือได้จริง ๆ เหรอ ? ก็จับบ้างแหละครับ แกก็ปิดตามหลักวิชาของเขา เขาไม่เปิดเผย

คือ วิชาถ้าพูดเปิดเผยนักเป็นการโอ้อวด วิชาไม่ขลัง เขาก็ต้องรักษาตามหลักวิชาของเขา เราก็ซอกแซกถาม นี่ละที่ว่าแกมาไล่เสือในนี้ เสือโคร่งใหญ่มันมาอยู่ข้างวัดนั้นนะ มันไม่หนี วัวปล่อยเข้าไปทีไร มันกัดเอา ๆ แกก็เข้าไปไล่เสือ มันกลัวมากนะเสือ ๆ กลัวแกมากนะ แกเคยจับได้เสือดาวตัวหนึ่ง แกเล่าให้ฟัง ไล่เสือดาวได้เสือดาวตัวหนึ่ง แกจับได้จริง ๆ นะ กัดแกไม่เข้า นี่เรียกว่าเสือกลัวมาก อย่างนั้นแหละวิชา นี่พูดต่อหน้ากันเลย เราก็เป็นนิสัยอย่างนี้ ซอกแซก เรื่องถามนี้ละเอียดไปเลยแหละ ไม่ว่าอะไรถามแกละเอียดลออ แกบอกว่าแกจับจริง ๆ แหละ เสือโคร่งแกจับได้ไหม ? ถ้าเจอก็คิดว่าจะจับได้ นั่น

แกว่าคิดว่าจะจับได้ ความจริงคือจับได้ว่างั้นเถอะน่ะ เพราะฉะนั้นแกจึงไปไล่เสือในนั้นออกหมดเลยนะ ถ้าแกไปไหนเสือแตกฮือ ๆ เลยกลัวแกมากนะ กลัวอีตาคนนี้ ไม่ทราบเป็นยังไง นี่ละวิชา เขาเรียกวิชา เข้าดงนั้นเสือแตกหนีหมดเลย ถ้าเวลาเสือมันมากัดวัวแล้วก็บอกแก แกก็มาเข้าไปหาเลย แกไม่มีปืนผาหน้าไม้แหละ เข้าไปเฉย ๆ แต่เสือแตกฮือเลย กลัว นี่วิชาเสือ มันเหมือนกับวิชาขี่เสือ

วิชาขี่เสือนี่ขี่ได้จริง ๆ บ้านหนองแวงนี่ พวกพ่อพวกแม่ตอนเราเกิดใหม่ ๆ แกก็ยังอยู่นะ ชื่ออีตาเขาเรียกพรานป้อพรานแป้ แกเพิ่งเสีย นี่คนนี้แกเก่ง ขี่เสือเก่ง ดงนี้แกขี่เสือทั้งนั้น เขาเห็นกันทั้งบ้าน นี่แหละถ้าพูดถึงเรื่องขี่เสือแล้ว ไปที่ไหนเสือติดเหมือนหมา แปลกนะ ไปนอนอยู่กลางค่ำกลางคืน พอตื่นขึ้นมานอนในดงนะ เสือมานอนอยู่แล้วนอนอยู่ข้างคน มันเหมือนหมากับคน เสือคุ้น พวกวิชาขี่เสือ ๆ คุ้น วิชาไล่จับเสือนี่เสือกลัว อีตาคนนั้นเสือกลัวมาก อีตาคนนี้กับอีตาที่บ้านอะไร อันโน้นก็ขี่เสือได้สองคน อันนี้ก็ไปที่ไหนนอนที่ไหน เสือมานอนด้วย นอนอยู่ข้างเหมือนหมา พอตื่นขึ้นมาเสือนอนอยู่แล้ว มันมานอนอยู่แต่เมื่อไร นั่นเป็นอย่างนั้น นี่เขาเรียกวิชาไสยศาสตร์ มีอยู่อย่างนั้น ใครจะไปลบล้างไม่ได้ อันนี้ก็เห็นประจักษ์อยู่

นี่พูดถึงเรื่อง นายอาบนี่เขามีครอบครัวอยู่ทางกรุงเทพฯ เขาเป็นอาจารย์สอนทางเกษตรศาสตร์ นาน ๆ เขาก็มาเยี่ยมบ้านทีนึง พาครอบครัวมาเยี่ยมบ้านทีนึง นี่คงจะไปทางสามผงแล้วกลับมา มาวัดนี้เขาก็จะกลับบ้านเขาละ ศรัทธาดี ตบหัว มาถามเรื่องภาวนา มันสอบเปรียญได้ถึง ๖ ประโยค พ่อแก่ว่างั้นแหละเราเรียกว่าพ่อแก่เรียนได้ ๓ ประโยค มันจะมาให้เราสอนอะไรนี่ โอ๊ย สอนด้วยเถอะ หมอบเข้ามา มาตบหัวให้ ลงสุดยอดแหละ ลงกับเราสุดขีดเลย ลงทางภาคปฏิบัตินะ เพราะภาคปริยัติก็เคยอยู่ด้วยกัน เวลาภาคปฏิบัติแกไม่รู้ เรากลับเป็นครูเป็นอาจารย์ แกจึงมารู้ทีหลัง แต่แกเป็นน้องมาตั้งแต่โน้นแล้วแหละ

พูดถึงเรื่องท่านอาจารย์เกิ่ง ท่านไปทำประโยชน์ทางเขตเมืองชลฯ เมืองชลฯนี้มากที่สุด ดูว่าไม่ได้ไปทางระยองนะ ทราบว่าอยู่เขตเมืองชลฯ กว้างขวาง สำนักต่าง ๆ ออกจากท่านองค์เดียว มีลูกศิษย์ลูกหาไปตั้งสำนัก มีความเคารพเลื่อมใสบวชอยู่กับท่านแล้วก็แยกออกไปตั้งหลายแห่ง จนกระทั่งทุกวันนี้ นี่ท่านอาจารย์เกิ่ง ทราบว่าอัฐิของท่านกลายเป็นพระธาตุแล้วแต่เรายังไม่ได้ไปเห็น

แต่เราค่อนข้างจะเชื่อไว้แล้ว ถึงยังไม่เห็นก็ตาม เพราะเชื่อปฏิปทาของท่าน เป็นคนเด็ดเดี่ยวจริงจังมากทุกอย่าง คล้ายคลึงกับนิสัยพ่อแม่ครูจารย์มั่นเรา นิสัยเด็ดเดี่ยวจริง ๆ ว่าอะไรเป็นอันนั้นเลยเทียว นี่ละหลวงปู่มั่นเราเป็นอย่างนั้น เด็ดเดี่ยว ว่าอะไรเป็นอันนั้น ท่านอาจารย์เกิ่งก็เหมือนกัน นิสัยแบบเดียวกัน มาพบก็คุยกัน สนิทสนมกันอยู่ กับท่านนะ

ตอนที่ได้คุยกันพอสมควรก็คือ ตอนที่ท่านมากราบเยี่ยมพ่อแม่ครูจารย์มั่นอยู่สกลนคร ท่านมาจากเมืองชลฯ มีลูกศิษย์ตาผ้าขาวมาคนหนึ่ง แล้วมีพระติดตามองค์เดียว เพราะท่านบอกท่านมาชั่วคราวแล้วท่านจะกลับท่านว่างั้น กลับเมืองชลฯ ก็ได้คุยกันตรงนั้นแหละ ดูลักษณะท่าทางของท่านสำคัญอยู่ จากนั้นก็ได้พบกันทางสามผงอีกทีนึงนะ ตอนท่านย้ายมาแล้ว ท่านแก่แล้ว ได้พบกันทีหนึ่ง ปีท่านอยู่สามผงเป็นอุปัชฌาย์ ญัตติมาอยู่นั้น ท่านอาจารย์สีลาก็เสียแล้ว ท่านก็เสียแล้วแหละ

ลูกศิษย์หลวงปู่มั่นนี้ โถ มีแต่องค์สำคัญ ๆ นะ ที่พวกเราทั้งหลายได้เห็นเป็นขวัญตาขวัญใจกราบไหว้บูชาอยู่ทุกวันนี้อย่างกว้างขวางก็คือ ออกจากพ่อแม่ครูจารย์มั่นทั้งนั้นเลย องค์ไหนปรากฏชื่อลือนาม ไม่ค่อยผิดพลาด ถ้าออกจากหลวงปู่มั่นจริง ๆ นะ ไม่ค่อยผิดพลาดทางด้านปฏิบัติ ข้อวัตรปฏิบัติภายนอกภายในดี เพราะท่านเอาไปจากหลักใหญ่คือพ่อแม่ครูจารย์มั่น ทุกสิ่งทุกอย่างหาที่ต้องติไม่ได้ เราพูดจริง ๆ เรามอบถวายหมด ไม่มีอะไรเหลือแม้เม็ดหินเม็ดทรายในหัวใจของเราที่จะไม่ลงท่านนะ เราลงถึงสุดขีดเลย เพราะไปอยู่กับท่านถึง ๘ ปี ตั้งแต่วันไปอยู่ทีแรกจนกระทั่งท่านมรณภาพ หาที่ต้องติไม่ได้เลย ไม่ว่าธรรมไม่ว่าวินัย

เพราะเราก็เรียนไปเหมือนกัน ท่านปฏิบัติไปในแง่ใดภูมิใด ผิดถูกประการใดมันก็รู้ตามหลักธรรมหลักวินัย ท่านเก็บหอมรอมริบไม่มีที่เรี่ยราดสาดกระจายไปไหนเลย คือหลวงปู่มั่นเรา หลักธรรมหลักวินัยตรงเป๋ง ๆ เลย นี่ละทีนี้ลูกศิษย์ลูกหาเข้ามาอบรมกับท่าน ก็หลักใหญ่ดีอย่างนี้แล้ว ส่วนเล็กส่วนย่อยไปก็ต้องเอาจากหลักใหญ่ออกไป ๆ เวลาไปเป็นครูเป็นอาจารย์สอนใครที่ไหนจึงไม่ค่อยผิดพลาด เป็นที่แน่ใจ ๆ

ยกตัวอย่างอย่างเด่น ๆ ก็อย่างหลวงปู่แหวน ฟังซิ หลวงปู่ขาว หลวงปู่คำดี หลวงปู่พรหม เหล่านี้มีแต่เพชรน้ำหนึ่งทั้งนั้นนะ อัฐิเป็นพระธาตุ ๆ แล้วทั้งนั้นเลย ท่านอาจารย์กงมา องค์หนึ่งที่ปรากฏเด่นชัด หลวงปู่ตื้อองค์หนึ่ง หลวงปู่ตื้อนี้พระธาตุท่านสวยงามมากจริง ๆ หลวงปู่ตื้อนี่ก็บ้านข่า บ้านข่าใกล้กับบ้านสามผง นี่ก็ลูกศิษย์หลวงปู่เรา ไปอยู่ที่เชียงใหม่ นี้ล้วนแล้วตั้งแต่เพชรน้ำหนึ่งนะ ที่บอกมานี้ ไปอยู่ที่ไหน ๆ ก็เป็นหลักเป็นเกณฑ์ได้ทั้งนั้น ๆ เพราะฉะนั้นหลักใหญ่จึงสำคัญมากทีเดียว

หลักใหญ่เช่นอย่างหัวหน้าคืออาจารย์ เป็นพระประเภทใด ลูกศิษย์ลูกหาออกจากนี้ก็จะมีลวดลายอันดีงามต่อไป ถ้าเหลว ๆ ไหล ๆ ไปไหนก็เหลวไหลไปตาม ๆ กันหมด ถ้าว่าดีก็ขลังทางนั้นขลังทางนี้ไปเสีย แบบกิเลสตัณหาแบบส้วมแบบถานไปเสีย ไม่ได้แบบทองคำทั้งแท่ง ๆ เหมือนครูอาจารย์ที่มีหลักเกณฑ์สอนไว้นะ อย่างหลวงปู่มั่นนี้ทองคำทั้งแท่งละนี่ สอนตรงเป๋ง ๆ เลย

นี่ละให้พี่น้องทั้งหลายฟังเอา เรื่องมรรคผลนิพพานมีคงเส้นคงวาหนาแน่นมาตลอดเช่นเดียวกับกิเลสที่มันคงเส้นคงวาหนาแน่นมาตลอดในหัวใจสัตว์ ผู้ที่มีความรักใคร่ใฝ่ใจทางอรรถทางธรรมก็สร้างคุณงามความดี ความดีทั้งหลายก็หนาแน่นขึ้นภายในใจ เช่นเดียวกับผู้ที่ใฝ่ใจในทางกิเลสความชั่วช้าลามก กิเลสก็หนาแน่นขึ้นภายในใจคนนั้นก็เลวลง ๆ โดยลำดับ จนกระทั่งหาสาระไม่ได้เลย เป็นเศษเป็นเดนของสัตวโลกไปเลย ลงจมอยู่ในนรก นี่ก็คืออำนาจแห่งผลของการทำชั่วของตัวเอง ทีนี้ผู้ไปถึงนิพพานก็คือผลแห่งการทำดีของตัวเอง นี่มีผลเสมอกันตลอดมา ระหว่างธรรมกับโลกไม่มีทางใดยิ่งหย่อนกว่ากันในทางผลที่จะให้ ที่จะได้รับจากผู้ปฏิบัติเสมอกันตลอดมาอย่างนี้แหละ

ที่พูดเหล่านี้ก็คือ ท่านเหล่านี้เสาะแสวงหามรรคหาผล ก็เจอมรรคเจอผลให้เห็นอย่างงั้นแหละ ครูบาอาจารย์ทั้งหลายพาหา เจอมาแล้วมาสอนลูกศิษย์ ลูกศิษย์ก็ดำเนินตามสด ๆ ร้อน ๆ ก็ปรากฏเป็นความดีขึ้นมาจนกระทั่งเด่น

เวลานี้ลูกศิษย์หลวงปู่มั่นนี้ที่อัฐิกลายเป็นพระธาตุไม่ต่ำกว่า ๑๐ องค์นะ นู่นน่ะเห็นไหม อย่างนี้ละ นี่ละหาทางใดก็เห็นอย่างนี้ละ ถ้าไม่หาก็ไม่เห็น มีอยู่เหมือนกัน ดีชั่วมีอยู่เหมือนกัน แล้วแต่ผู้จะไปหาเอาดีหรือเอาชั่ว ใครหาชั่วได้ชั่ววันยังค่ำ ถ้าทำความชั่ววันยังค่ำ ได้ความชั่ววันยังค่ำ ผู้หาความดี หาความดีวันยังค่ำ ก็ได้ความดีวันยังค่ำ ไม่มีอะไรที่จะมาตัดสิทธิ์ ไม่มีอะไรที่จะมากีดกั้นทำลายผลที่จะพึงได้รับจากการปฏิบัติดีและชั่วของตนได้ ทำชั่ว-ชั่วออกตลอดเวลา ทำดี-ดีออกตลอดเวลา ดีและชั่วออกจากการกระทำของเรา การกระทำเป็นสิ่งสำคัญมากทีเดียว

ท่านจึงสอน อันใดไม่ควรทำอย่าทำ บอกอย่างนั้นเลย ถ้าทำลงไปปั๊บ ผลก็ขึ้นทันที ไม่ได้ขึ้นอยู่กับใครจะลบล้างว่ามีหรือไม่มี ขึ้นอยู่กับการกระทำดีและชั่วของผู้นั้นเอง สำคัญอยู่ตรงนี้

ให้พากันยึดหลักนี้ไว้นะศาสนา เราอย่าไปตื่นข่าวที่กิเลสมันมาหลอกโฆษณา โปรประกันดาว่าศาสนาหมดมรรคหมดผล ไม่มีอะไร ๆ มีแต่คนชั่วช้าลามกมาประกาศแบบนี้นะ พระพุทธเจ้า พระสาวกอรหันต์ทั้งหลาย ประกาศตั้งแต่เรื่องดีเรื่องมรรคผลทั้งนั้น ไอ้พวกกิเลสประกาศแต่เรื่องนรกอเวจีทั้งนั้น เชื่อทางไหนก็เอา เอาไปปฏิบัติ ศาสดาองค์เอกทุกองค์สอนแบบเดียวกัน สอนเพื่อมรรคผลนิพพาน แล้วก็ไปตามแถวของท่าน พ้นทุกข์ไปได้ เรื่องของกิเลสเสี้ยมสอนตั้งแต่ให้ทำความชั่วช้าลามก ให้เหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าในการสร้างความดี แล้วขนสัตว์ลงนรกไม่มีอัดมีอั้นเช่นเดียวกัน ให้พากันจำไว้ในหัวใจของเรา

เรารับผิดชอบในหัวใจของเราทุกคนนะ ไม่มีใครรับผิดชอบได้ เทวบุตรเทวดาอินทร์พรหมท้องฟ้ามหาสมุทรทะเลหลวงอะไร ไม่มีทางที่จะมารับผิดชอบดีชั่วของเราได้ นอกจากการกระทำของเรา เราทำอะไร นั้นละเป็นหลัก หลักชั่วหลักดีอยู่ตรงนั้น ถ้าทำชั่ว-ชั่วขึ้นแล้ว ทำดี-ดีขึ้นแล้ว ไม่มีอะไรมากีดกันได้เลย ท่านจึงว่ากรรมเป็นสำคัญมาก ไม่มีอะไรเหนือกรรม กรรมคือการกระทำ ผลของกรรมจะติดกันมาพร้อมกันเลย ๆ

เราพูดเกี่ยวกับท่านอาจารย์เกิ่ง นี่เป็นลูกศิษย์องค์สำคัญของท่าน แล้วก็เกี่ยวโยงมาถึงครูบาอาจารย์ทั้งหลาย นี่ละการเสาะหาแสวงหาความดี ธรรมเป็นพื้นฐานแห่งความดีอยู่แล้ว กิเลสเป็นพื้นฐานแห่งความชั่วอยู่แล้ว ให้คัดให้เลือก เราเป็นผู้รับผิดชอบจิตใจของเราเอง อย่าให้ลมปากของกิเลสมาเป่า มีแต่ส้วมแต่ถานเต็มหัวใจใช้ไม่ได้นะ ให้เอาธรรมเข้าชะเข้าล้างมัน ให้ทำความดี ต้องทนนะ การจะทำความดีต้องได้สู้กิเลสทุกระยะไปเลย ยิ่งขั้นเริ่มแรกด้วยแล้วยิ่งหนัก จะทำความดีนี้เหมือนจะลากลงนรกอเวจีทั้งเป็น ถ้าทำความชั่วแล้วไหลเลยๆ เพราะกิเลสเปิดทางให้โล่งแล้ว

ทีนี้เวลาเราขัดเราฝืนมันหลายครั้งหลายหน ทางความดีก็ค่อยราบรื่นขึ้นมา ครั้นต่อไปนี้ไม่ได้ทำความดีอยู่ไม่ได้นะ ทางความดีราบรื่นแล้ว วันหนึ่ง ๆ จะทำความชั่วทำไม่ได้ ทำไม่ลง นี่เวลาหนักเข้าไปเป็นอย่างนั้นนะ ความดีนี้โล่ง ๆ เลย นี่คือความดีเปิดทางให้เรียบร้อยแล้ว ก้าวใหญ่เลย พากันจำเอา วันนี้พูดเพียงเท่านี้แหละ ว่าจะไม่พูดมากมันก็มากอยู่โดยดีแหละ เอ้า ให้พร

ลูกศิษย์ หลวงตาเจ้าคะ ตอนที่ลูกจิตเสื่อมตอนก่อน ฟังเทปหลวงตาทั้งวันทั้งคืน ตอนนี้ค่อย ๆ ดีขึ้น

หลวงตา ก็อย่างนั้นซี ก็สอนเพื่อให้ดีขึ้น

ลูกศิษย์ ต่อไปขออนุญาตฟังเทปต่อ

หลวงตา จะมาขออนุญาตอะไรเราไสให้ฟังอยู่ตลอดแล้วนี่นะ มาขออนุญาตอะไร เป็นบ้าเหรอ ฟังมันฟังไม่ได้เรื่องนะ คนหนึ่งไสให้ฟังเทป ให้ทำภาวนา ยังมาขออนุญาต (หัวเราะ) มันยังไงกัน ไปขออนุญาตใครอีกก็ไป ไปขออนุญาตความขี้เกียจหรือยัง

โยม มาถวายทองร่วมทำบุญกฐินกับหลวงตาค่ะ ๒ บาทค่ะ

หลวงตา มาเรื่อย ๆ ๒-๓ บาท เอาวางตรงนั้นเลย มาจากไหนกันบ้างล่ะ มาจากทางไหนบ้าง

โยม พาคณะมาจากจังหวัด เชียงใหม่ ครับหลวงตา

หลวงตา เชียงใหม่ อำเภออะไร

โยม อำเภอสารภีครับ ครูบาเชียงใหม่ที่อยู่ที่นี่ มาจากอำเภอสารภี

หลวงตา ครูบามาจากเชียงใหม่ มาอยู่ที่นี่ ว่าอยู่อำเภอสารภี ก็ทั่วประเทศไทยมาอยู่วัดนี้ทั้งนั้นนี่นะ เราจึงไม่กำหนดว่าเป็นพระภาคไหน ๆ แหละอยู่นี้ทั้งนั้น ทุกภาคอยู่วัดป่าบ้านตาด

ลูกศิษย์ ขอโอกาสค่ะ ที่พ่อแม่ครูจารย์ พูดถึงท่านพระอาจารย์เกิ่ง ว่าลงไปที่บางพระเมืองชลนะคะ คือป่าช้าบางพระอยู่ตรงที่สามเณร ประมัย ไปภาวนา

หลวงตา สามเณร ประมัย คงจะอยู่กับท่านละมั้ง

ลูกศิษย์ จะเป็นที่เดียวกันกับวัดของท่านอาจารย์ ไช่ หรือเปล่า

หลวงตา ไม่ทราบอย่ามาถาม ถ้าเก่งบอกมามันถึงถูก ยังมาถามเราอีก มันอะไร เราคอยจะเอาความรู้ นี้จะมาถามเรา ให้ความรู้อีก มันฟังไม่ได้ เราจำได้แต่บางพระเท่านั้นแหละเราไม่ได้ไปดูสำนักท่าน เราก็บอกอย่างนั้นนี่นะ คือท่านอยู่บางพระท่านอยู่ที่นั่น แต่เราไม่ได้เคยเข้าไปดูสำนักท่าน ว่าท่านอยู่ตรงไหนในบางพระนั่น มีเท่านั้นแหละถวายกันหมดแล้ว เรียบร้อยหมดแล้วนะ

เปิดดูข้อมูล วันต่อวัน ทันต่อเหตุการณ์ หลวงตาเทศน์ถึงเรื่องอะไร www.luangta.com


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก