หลักธรรมชาติของการสร้างบุญสร้างบาป
วันที่ 23 ตุลาคม 2543 เวลา 8:00 น.
สถานที่ : วัดป่าบ้านตาด จ.อุดรธานี
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :
ข้อมูลเสียงแบบ(Win)   ข้อมูลเสียงแบบ(MP3)

เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด

เมื่อวันที่ ๒๓ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๔๓

หลักธรรมชาติของการสร้างบุญสร้างบาป

(มีผู้ฟังธรรมประมาณ ๑,๐๐๐ คน)

..เมื่อวานนี้ สรุปทองคำและดอลลาร์ วันที่ ๒๒ ตุลา ทองคำได้ ๓ กิโล ๕๙ บาท ๙๘ สตางค์ ดอลลาร์ได้ ๖๗๒ ดอลล์ ทองคำที่ต้องการมอบเข้าคลังหลวงคราวนี้ ๔ พันกิโลนั้น เวลานี้ได้มอบและฝากคลังหลวงไว้แล้ว ๒,๐๖๒ กิโลครึ่ง แล้วทองคำที่ได้หลังจากฝากและมอบแล้วนั้น เวลานี้ได้ ๑๘๔ กิโล นี่ ๑๘๔ กิโล ๒๙ บาท ๖๐ สตางค์ อันนี้ยังไม่ได้หลอม และยังไม่ฝากไม่ได้มอบ มันก็ได้ถึง ๒๖๒ กิโล ไปกรุงเทพฯ คราวต่อไปนี้ อาจจะได้หลอม มันอาจจะถึง ๔๐๐ กิโล ถ้าถึง ๔๐๐ กิโลขึ้นไปแล้วเราก็หลอม เราเคยหลอมประมาณ ๔๐๐ กิโล เราหลอมแต่ละครั้งๆ นะ อันนื้มันก็ได้ ๒๖๒ กิโลแล้วนั่น เราไปกรุงเทพคราวหน้านี้จะได้หลอม คอยฟังเสียก่อน จังหวะไหนพอเหมาะพอดีเราก็ลงตอนนั้น ทีนี้ทองคำที่ได้ทีหลังนี่ ๑๘๔ กิโล ๒๙ บาท ๖๐ สตางค์ รวมทองคำทั้งหมด ทั้งหลอมและยังไม่หลอมได้ ๒,๒๔๖ กิโลครึ่ง ยังขาด ๑,๗๕๓ กิโลครึ่ง จะครบจำนวน ๔ พันกิโล เราก็อ่านเป็นประจำวันๆ มาอย่างนี้ เฉพาะกฐินเลยไม่ทราบ ว่าจะแยกออกมาอ่านนะ มันก็อยู่ด้วยกันนี้หมดเลย ดอลลาร์ก็ดูเหมือนจะได้ ๔ พันกว่าดอลล์นะ (๔,๗๐๐ ครับ) ๔,๗๐๐ เหรอ เราก็อ่านแล้วก็ลืมไปแล้วอย่างนั้นนะ ดูเหมือน ๔ พัน คิดว่าจำได้แต่ต้นว่าเป็น ๔ พัน นี่ดอลลาร์ สำหรับเงินสดวันกฐิน ที่นับเสร็จเรียบร้อยแล้ว ได้ ๖ ล้าน ๗ แสน เท่าไรอีก เฉพาะที่นับแล้วตอนถึงเที่ยงที่นับเสร็จเรียบร้อยแล้ว เอารายการนั้นมาอ่าน หลังจากนั้นมาก็ไม่ได้นับ

แต่ยังไงก็ตาม กรุณาพี่น้องทั้งหลายทราบไว้ ตามที่เราประกาศไว้ไม่เคลื่อนคลาดตั้งแต่ต้นมานะ คือเงินสดนี้เราประกาศไว้แล้วแต่ต้นว่า เราจะไม่เอาเข้าคลังหลวง เราจะกระจายให้เป็นเงินหมุนเวียนช่วยทั่วประเทศไทย เงินจำนวนนี้นะ นี่เราประกาศไว้แต่ต้นแล้ว ส่วนทองคำกับดอลลาร์นั้นเข้าร้อยเปอร์เซ็นต์เลย เข้าหมด ส่วนเงินสดนี้เราจะแยกไว้ช่วยทั่วประเทศไทยจังหวัดต่างๆ เราคิดว่าอย่างนั้นในเบื้องต้นนะ เราก็ประกาศออกมาด้วยว่าเราจะมอบตามจุด จังหวัดไหนที่มีความจำเป็นมากน้อยเพียงไร ก็จะยกเงินก้อนไปมอบให้ๆ ให้หัวหน้ามารับ

ทีนี้เมื่อเราเห็นหัวหน้าสกปรก แล้วเราสะเทือนใจมาก เช่นหัวหน้าประเทศไทยเราเวลานี้สกปรกมากที่สุด จนเป็นประวัติศาสตร์ในเมืองไทยเรา เมื่อเป็นเช่นนั้นเราจะนอนตายใจได้อย่างไร ธรรมเป็นของสะอาดสุดยอดนี่ อะไรมาแปดเปื้อนนิดหน่อย อย่างผ้าขาวเรานี้รู้ทันที ถ้าเป็นหลังหมีดำแล้วเท่าไรมันก็ไม่รู้ อันนี้พวกหลังหมีดำ ฟาดเข้ามาในผ้าขาวมันก็แหลกไปหมดละซี เพราะฉะนั้นเราจึงหักเงินจำนวนนี้ ทีแรกว่าจะมอบอย่างนั้น เมื่อมอบไปแล้วเขาก็บอกว่าบริสุทธิ์นั่นแหละ มหาโจรก็ต้องบอกว่าบริสุทธิ์ ปากหวานเกินคาดไม่มีใครเกินมหาโจรนะ เวลาไปมอบแล้วมันจะไปถลุงหมดเลย เราไม่ไว้ใจตรงนี้ เราเลยไม่มอบอย่างนั้น ที่จะมอบต่างจังหวัดดังที่ว่า ไม่ไว้ใจในการมอบ เพราะเราไม่ได้ติดตามดูนี่ เราเลยหักเงินจำนวนนื้คืนมาหาเราทั้งหมด เราจะเป็นผู้ควบคุมเองในการเงินหมุนเวียนทั้งหมดนี้ ออกที่ไหนเราเป็นคนสั่งการเอง ๆ แน่นอนร้อยเปอร์เซ็นต์ๆ เลย เราจึงย้อนเข้ามาจุดนี้แหละ

ขอให้พี่น้องทั้งหลายทราบ ในเงินจำนวนนี้เราได้ประกาศแล้ว จะไม่เข้าคลังหลวง แต่ครั้นแล้วความห่วงใยในคลังหลวงมีมาก เราจึงหักเงินจำนวนนี้ ซึ่งมีอยู่แล้วเวลานี้ ๘๕๐ กว่าล้านนะ เราเลยหักเอา ๘๐๐ ล้านนี้ เข้ามาซื้อทองคำ เวลานี้รอจังหวะที่จะซื้อทองคำ คอยดู เงินดอลลาร์ เงินบาทไทยขนาดไหนๆ ถ้าควรจะรีบซื้อก็รีบซื้อเสีย ถ้ายังไม่อย่างนั้นก็คอยดูกันอยู่อย่างนี้ เราดูไปตลอดนะ สังเกตไปตลอด ถามเรื่อยๆ เงินบาทไทยกับดอลลาร์เป็นยังไงๆ ถ้าเขาเหยียบเงินบาทไทยเรามาก ก็จะเสียท่าไปอีกนะ เราหมุนเข้าทองคำเสีย เราว่างั้น รอจังหวะอยู่ตลอดมานะ

เงินไทยที่ว่า ๘๐๐ ล้านนี้จึงยังไม่ซื้อทองคำเวลานี้ รอจังหวะ ส่วน ๕๐ กว่าล้านนั้น เราจะแยกไปอย่างที่ว่านี้ แต่ก็ยังก้ำกึ่งอยู่อีกในเงิน ๕๐ กว่าล้านนี้ อาจจะแยกเข้ามาดังที่เราเคยแยกมา ๑๕ กิโลนี่ ออกจาก ๕๐ กว่าล้าน ไม่ได้เข้าไปแตะนะ ๘๐๐ ล้านไม่แตะ อันนี้ใครแตะไม่ได้เลย เราเอาเศษนี้ไป ต่อไปอาจเอาเศษเรื่อยๆ ไปอย่างนี้ จึงว่ามันก้ำกึ่งอยู่อันนี้ อยู่ในการพิจารณาของเราเอง ที่ดูแลทั่วประเทศไทยด้วยความเมตตาล้วนๆ อันไหนควรหนัก อันไหนควรเบา เราจะพิจารณาของเราเอง แล้วสั่งตามนั้น แล้วเป็นที่แน่ใจไปตลอด ไม่มีมลทินมัวหมองในการดำเนินงานของเรา เรียกว่าดำเนินด้วยความพินิจพิจารณาเต็มที่และเมตตาครอบๆ ตลอดเวลา

ดูเหมือนวันกฐินได้ ๖ ล้านกว่านะ ( ๖ ล้าน ๗ แสนกว่า) พี่น้องทั้งหลายทราบเอาไว้ เงินเหล่านี้เราจะแยกออกมาช่วยพี่น้องชาวไทยเราทั่วประเทศไทยดังที่เคยปฏิบัติมาแล้ว เช่น โรงพยาบาล โรงเรียน เป็นต้น นี่เป็นพื้นฐานที่เราช่วยตลอดมา เงินจำนวนนี้เราจะแยกออกมาทางนี้แหละ โรงร่ำโรงเรียน สถานสงเคราะห์ ที่ราชการต่างๆ จะอยู่ในเงินจำนวนหมุนเวียนนี้ทั้งนั้นแหละ ที่เราช่วยตลอดมาและจะช่วยตลอดไปจากเงินหมุนเวียนเหล่านี้ เพราะฉะนั้นเงินเหล่านี้จึงจะไม่เข้าคลังหลวง

กรุณาทราบไว้ทั่วกัน เราจะแยกออกมาช่วย เพราะเวลานี้เมื่อเทียบกับสมบัติที่เข้าคลังหลวงคราวนี้ก็ ทองคำคราวนี้ได้ไม่ต่ำกว่า ๑๒๕ กิโลนะ นี่ก็เข้าคลังหลวงล้วนๆ แล้วดอลลาร์เท่าไรก็จะเข้าคลังหลวงทั้งหมด แล้วทีนี้ก็ บัญชีกฐินที่เขาโอนมาทางกฐินแล้ว นี่ก็จะเข้าทองคำทั้งหมด เราไม่แยกเลยจำนวนนี้นะ ๒ บัญชี คือที่อุดร บัญชีหนึ่ง ไทยพาณิชย์ แล้วกรุงเทพฯ บัญชีหนึ่ง ไทยพาณิชย์ คิดว่าคงไม่ต่ำกว่า ๕ ล้านนะ ทางนี้ดูว่าไม่ต่ำกว่า ๒ ล้าน อย่างน้อย ๒ ล้าน ทางโน้นทราบจากชายปั๋มว่า ๓ ล้านเหรอ ที่ว่าเงินนี้อย่างน้อยจะไม่ต่ำกว่า ๕ ล้าน ใน ๒ บัญชีนี้ เราพูดอย่างน้อยเอาไว้นะ แล้วเงินจำนวนนี้เราจะไม่แตะ จะไม่ออกทางเงินหมุนเวียน จะหมุนเข้าทองคำทั้งหมด

รวมแล้ว ทองคำ ดอลลาร์ กับเงินสด เข้าดังที่กล่าวนี้ เข้าคลังหลวงหมด แต่ส่วนเศษเหลือจากนั้น เราจะออกเป็นเงินหมุนเวียน ซึ่งก็มีจำนวนน้อยมากนะ เพราะอะไรเงินหมุนเวียนทำไมถึงน้อยมาก ก็เพราะเราเป็นห่วงใยในคลังหลวงมากกว่าอย่างอื่น พี่น้องชาวไทยเรายังพอถูพอไถ ขอให้หลักเกณฑ์แห่งชาติไทย หัวใจของชาติไทยได้มีความแน่นหนามั่นคง เราเป็นที่พอใจในจุดนั้น เพราะฉะนั้นเราถึงหมุนเข้าไปสู่ทองคำเรื่อยๆ กรุณาทราบตามนี้นะ

เงินเหล่านี้ เราจะแยกเป็นเงินหมุนเวียนไปละที่นี่ เพราะมีจำนวนน้อยมาก ได้ในวันกฐินตั้ง ๖ ล้านกว่า คิดดูซิ หนองบัวลำภู(ร.พ.) ฟาดไป ๓ ล้านแล้ว ก็ยังเหลืออยู่ ๓ ล้านใช่ไหมล่ะ แล้วตึกอีกเท่าไร เวลานี้ตึก ๒ หลัง อย่างน้อยไม่ต่ำกว่า ๕ ล้าน เดี๋ยวนี้นะ แล้วโรงเรียนอีกหลังหนึ่ง อย่างน้อยไม่ต่ำกว่า ๒ ล้าน เพราะเป็นโรงเรียน ๒ ชั้น ทำเป็น ๒ ชั้นเลย ให้สมบูรณ์แบบ แล้วก็กำลังต่อโรงพยาบาลน้ำอูนอีก อันนี้ไม่เรียกว่าสร้างตึก ต่อตึกไป เวลานี้ก็ตึก ๒ หลัง โรงพยาบาลบุ่งคล้า โรงพยาบาลอากาศอำนวย อันนี้มาก อากาศอำนวยนี้ ๓๐ เตียง แล้วเครื่องอุปกรณ์เราจะให้หมดอีกนะนั่นน่ะ ไม่เพียงแต่ว่าจะสร้างตึกให้เฉยๆ เครื่องอุปกรณ์เขาก็ขอไว้แล้ว เราก็บอกว่าให้รอเสียก่อน ดูจังหวะนี้ไปก่อน คำว่ารอก็คือเราจะให้นั่นเอง นี่ให้ทั้งอุปกรณ์ ๓๐ เตียงนี้ อุปกรณ์อะไรเราจะให้หมด นอกจากราคาของตึกแล้วยังจะให้อันนี้อีก ส่วนบุ่งคล้าเป็นบ้านพักของเจ้าหน้าที่ ๔ ชั้น ส่วนทาง(น้ำอูน) นี้มี ๒ ห้อง แต่นี้ไม่มากนักหรอก คือจะไม่ถึงล้านตึกนี้นะ จะอยู่ในย่านนั้นแหละ อย่างมากดูว่าจะไม่เลยล้านไปทางน้ำอูน นี่ละจะอาศัยเงินหมุนเวียนนี้แหละออก ออกไปเรื่อยๆ

ไม่ว่าทิศทางใดๆ จ่ายอะไรๆ รอบด้านเหล่านี้ มีแต่เงินหมุนเวียนนะจ่าย นี่เราพูดส่วนใหญ่นะ ส่วนย่อยที่จะจ่ายไปทุกทิศทุกทางนี้ โอ๋ย นับประมาณไม่ได้นะ จากเงินเหล่านี้ทั้งนั้นแหละ เพราะฉะนั้นเงินที่ได้มาคราวหลังนี้ เราจึงได้แยกออกมาเป็นเงินหมุนเวียน กรุณาทราบไว้ทั่วกันอย่างนี้นะ

ยอดรวมทองคำและดอลลาร์งานกฐินวัดป่าบ้านตาด ถึงวันที่ ๒๒ เมื่อวานนี้ ทองคำได้ ๑๒๑ กิโล ๕๗ บาท ๖๗ สตางค์ ดอลลาร์ได้ ๑๑,๘๕๑ ดอลล์ ตั้งแต่วันที่ ๒๑ ถึงวันที่ ๒๒ เงินสดได้ ๗,๒๙๕,๗๑๙ บาท ในวงกฐินนะ ให้พวกเราทราบตามนี้ ทองคำได้ ๑๒๑ กิโล ๕๗ บาท ๖๗ สตางค์ ดอลลาร์ได้ ๑๑,๘๕๑ ดอลล์ นับว่าได้มากพอสมควรนะ นี่ถ้าคิดเป็นเงินไทยทั้งหมด ทั้งทองคำทั้งดอลลาร์รวมแล้วมันจะเป็นเท่าไรเราก็ไม่ได้บวก ทั้งหมดนี้น่าจะไม่ต่ำกว่า ๕๐ ล้านนะ งานกฐินคราวนี้นะ ทองคำ ๑๒๑ กิโล ๕๗ บาทนี้จะคิดเป็นเงินไทยเท่าไร ลองคิดดูซิ แล้วดอลลาร์อีก

หลวงพ่อเจ้าขาขอถวายบัญชีกฐินของคณะผู้ร่วมบุญเพื่อได้อนุโมทนา พร้อมกับเงินกฐินก้อนสุดท้าย อีก ๑๒,๗๐๐ บาท อันนี้เป็นเงินสดที่ได้รับทั้งหมดเป็นสาย ๆ บุญแล้วก็จัดซื้อเครื่องกฐิน ซื้อทองพร้อมกับต้นผ้าป่า ส่วนทองอีก ๕ กิโลกว่า

ไหนอ่านซ้ำอีกทีหนึ่งน่ะ ว่าอีก ไม่ชัด อ่านซ้ำ

บัญชีนี้เป็นบัญชีเงินสดทั้งหมดที่เข้ามา ใช้จัดซื้อเครื่องกฐิน ทำต้นผ้าป่าใหญ่และน้อยอีก ๖ ต้นที่เป็นขบวนเจ้าค่ะ แล้วก็ซื้อทองด้วยเงินสดอีก ๕๒ บาทจากเงินยอดนี้ ๔ แสนกว่านี้เจ้าค่ะ ส่วนทองอีก ๕ กิโลเศษนั้น หนูไม่ได้ลงบัญชีเพราะผู้ร่วมบุญท่านซื้อมาเองเลยค่ะ แล้วก็มีเงินสดเหลือถวายก้อนสุดท้าย ๑๒,๗๐๐ บาท เจ้าค่ะ แต่ในตู้ ปณ.ไม่รู้จะมีมาอีกหรือเปล่านะเจ้าคะ

ไปตรวจดูซิแล้วค่อยมาประกาศ (หัวเราะ) มันหากมีอยู่งั้นละ ที่จะแทรกหมัดเข้าใจไหม นี้อะไรนี่ ซองอะไรเหรอ มันอะไรอยู่ในนี้ อ๋อ ซองรายการ รายชื่อกฐินผู้ร่วมบุญ ได้เท่าไรก็เท่านั้นล่ะนะ และต่อไปนี้ก็จะได้เรื่อย ๆ จะพยายาม งานอะไรก็ตามเราพยายามโอนอ่อนลงไปทุกอย่างนั้น วัดป่าบ้านตาดจะมีงานมากที่สุด ซึ่งแต่ก่อนไม่เคยมีเลย ตัดขาดสะบั้นไปเลย เรื่องงานอย่ามายุ่งทันที ชี้เข้าทางจงกรม พระเณรทั้งวัดไม่ให้ยุ่งกับงานใดทั้งนั้น เพราะฉะนั้นงานต่าง ๆ ที่จะให้มายุ่งเหยิงวุ่นวาย จะเป็นการกระทบกระเทือนกับพระกับเณรในทางความพากเพียรนี้ เราตัดหมดไม่ให้มายุ่ง แต่นี้เราก็โอนอ่อนลงขนาดนั้นน่ะ เดี๋ยวงานวัดป่าบ้านตาดๆ งานช่วยชาติๆ ทุกอย่างในวัดป่าบ้านตาดเลยเป็นงานใหญ่โตตลอด โหไม่มีที่ไหนสู้วัดป่าบ้านตาด ไอ้งาน งานมากที่สุดน่ะ เดี๋ยวนี้เป็นอย่างนั้นนะ เราก็โอนอ่อนลงขนาดนั้นละ เพราะเห็นแก่ชาติบ้านเมือง

ทางพระเณรเราก็ระวังรักษาเอาไว้ ไม่ให้เข้ามากระทบกระเทือนมากนัก หากจำเป็นก็ออกมาช่วยชั่วระยะกาล แล้วก็ให้เข้าทำความเพียร เพราะฉะนั้นจึงไม่ให้ใครเข้าไปยุ่งแถวนั้น เป็นสถานที่ทำความเพียร ซึ่งเข้มงวดกวดขันตลอดมานะวัดนี้ ไม่เคยหย่อนยานทางความพากเพียรนะ นี้ก็เรียกว่าหย่อนยานลงมา บางทีก็ต้องใช้พระใช้เณรให้ช่วยกันอะไร ๆ มีเป็นบางกาล แต่สำหรับองค์ที่ท่านอดอาหารนั้นไม่แตะเลยจะกี่องค์ก็ตาม ไม่ให้มายุ่งกับงานนี้เลย ให้ท่านทำความเพียรเต็มความสามารถของท่านทุก ๆ องค์ไป องค์ที่ท่านฉันอยู่ก็ให้มาช่วย ถ้าองค์ที่ท่านฉันนั้นท่านก็คงจะพิจารณากันละ แยกแยะฉันบ้างไม่ฉันบ้าง ผู้ที่ฉันก็ให้ได้มาช่วยทางงานนี้บ้าง ผู้ที่ไม่ฉันก็ให้อยู่ เพราะเราได้เคยเตือนไว้อย่างนั้น เคยพูดให้ฟังเสมอ

วัดนี้จึงเรียกว่าโอนอ่อนลงมากที่สุด สำหรับพระเณรให้ประกอบความเพียรดังที่กล่าวแล้วนี้ล่ะ แต่ก่อนไม่ให้มีนะงานวัดนี้ ไม่ให้มีเลยเรื่องงาน เพราะเรื่องงานทางด้านธรรมะนี้ไม่มีอะไรเลิศเลอกว่านะ เราจึงสงวนมาก เอาอันนี้ยันออกเลย พูดง่าย ๆ ว่างี้เลยนะ ถอดอันนี้ออกยันแล้วมาเทียบกันหมดเลย มันเข้ากันไม่ได้เลย เพราะฉะนั้นจึงต้องสงวนธรรมสำหรับพระทั้งหลายให้ก้าวเดิน ๆ ให้เห็นธรรมทั้งหลายที่เป็นของอัศจรรย์ในหัวใจตัวเอง สิ่งเหล่านั้นไม่ได้อัศจรรย์อะไรนี่ อาศัยกันไปอย่างงั้น แต่โลกกิเลสมันถืออันนี้เลิศเลอกว่าธรรมไปเสีย แล้วเหยียบย่ำทำลายธรรม ธรรมเลยเป็นของไม่แปลกประหลาดอะไรเลย สิ่งที่แปลกประหลาดก็คือเหล่านี้ วัตถุต่างๆ ยุ่งไปหมดเลย

เรานี่พูดด้วยความสลดสังเวชนะ เกี่ยวกับเรื่องมาคลุกเคล้ากับโลกกับสงสาร ธรรมเป็นอย่างไรก็เห็นอยู่ประจักษ์ในหัวใจนี่ มันคุ้นอะไรเมื่อไร ธรรมนี้ไม่ได้คุ้นใครนะ ถึงเวลาโอนอ่อนก็อ่อน อ่อนด้วยความดีดพับๆ อยู่ตลอด ไม่ใช่ว่าอ่อนลงไปจนจะจม ธรรมแท้ไม่เป็นอย่างนั้นนะ อ่อนลงไปก็อ่อนด้วยความระวังตลอดเวลา อะไรกระเทือนแย็บปัดออกๆ อยู่เรื่อยๆ ตลอด เป็นอย่างนั้นนะ

เราอยากให้พี่น้องชาวพุทธเรา ตลาดแห่งมรรคผลนิพพานคือพุทธศาสนาเรา จะให้เสาะแสวงหาคุณงามความดีเข้าสู่ทางด้านจิตใจให้มากนะ เราจะได้มีหลักมีเกณฑ์ เดี๋ยวนี้โลกอันนี้โลเลไปทั่วโลกนะ ไม่มีอะไรเป็นหลักเกณฑ์เลย ไปเกาะอิฐ เกาะปูน เกาะหิน เกาะทราย เกาะเงิน เกาะกระดาษ เกาะแร่ธาตุต่าง ๆ ทองคำนั้น ทองคำนี้ วัตถุต่างๆ จิตมันไม่มีที่เกาะ มันไปหาเกาะๆๆ แล้วก็เหลวไหลทั้งนั้นนะ ทั่วโลกเหลวไหลด้วยกัน เกาะธรรมที่จะเป็นหลักเกณฑ์ต่อใจนี้เราอยากว่าไม่มี นอกจากประเทศไทยและประเทศที่มีพุทธศาสนาจะมีแฝงอยู่บ้างเล็กน้อย นี่ผู้เกาะเป็นสาระสำคัญ มีเท่านั้นนะ นอกนั้นเหลวไหลทั้งหมดทั่วโลก

เราอย่าเป็นบ้าว่าโลกนั้นเจริญ โลกนี้เจริญ มันเจริญด้วยฟืนด้วยไฟเผาหัวอกมันทั้งนั้นแหละ ดูเข้าไปหัวใจสัตว์ซี จะมาดูอะไรวัตถุนี้เขามีมาดั้งเดิม ตั้งแต่เรายังไม่เกิดเขาก็มีอยู่แล้ว ดูเขาอะไร เขาวิเศษวิโสอะไร ก็ดูซิ ทำเป็นตึกก็ว่าตึกไป มันก็ออกจากอิฐ จากปูน จากหิน จากทรายทั้งนั้น ดูซิมันออกมาจากไหน แล้วมันวิเศษวิโสอะไร ไปขึ้นอยู่ชั้นดาวดึงส์มันก็อิฐปูนหินทรายนี่แหละ ไปแข่งชั้นฟ้ามันก็อิฐทรายนี่แหละ ไม่ได้เลิศกว่านี้นะ แต่ธรรมอยู่ที่ไหนเลิศ อยู่ที่ไหนเลิศหมดธรรม ไม่ว่าจะอยู่ใต้ดิน เหนือดิน อยู่สูงอยู่ต่ำเลิศตลอด ไปที่ไหนเลิศที่นั่นนะธรรม ไม่ได้เหมือนโลกกิเลสสกปรกโสมมนี้นะ

เราถึงได้เตือนพี่น้องทั้งหลายอยู่เสมอว่า หลักใจเป็นสำคัญนะ การสร้างคุณงามความดีสร้างไปเถอะไม่จม ร้อยเปอร์เซ็นต์ ล้านเปอร์เซ็นต์ไม่มีจม ออกไปเท่าไรมันจะหมด ทางโน้นเข้ามาบรรจุแล้ว เข้ามาแล้ว หมดไปเท่าไรยิ่งเต็มเข้ามาๆ ให้ปั๊บประสานกันทันที ๆ นี้เป็นหลักธรรมชาติของการสร้างบุญสร้างบาป เป็นอย่างนั้นนะ

เรื่องสร้างบาปก็เหมือนกัน ใครจะว่าบาปไม่มีก็ตามเถอะ เอ้า สร้างลงไปว่างั้นเลย ถ้าหากว่าจับหางดึงไว้ไม่อยู่แล้วก็ปล่อยเลย อย่างหนึ่งหางขาดมันยังไม่อยู่ ก็ไสมันไปเลยเข้าใจไหม เอ้า ๆ สร้างถ้าเก่งจริง เอาไปแข่งพระพุทธเจ้าดูซิน่ะ พระพุทธเจ้าทุกพระองค์ไม่เคยค้านกันนะ เราเองก็ไม่เคยค้าน กราบพระพุทธเจ้าราบหมดในสิ่งที่ทรงแสดงไว้ว่าบาป บุญ นรก สวรรค์ เหล่านี้ หาที่ค้านไม่ได้ ประจักษ์อยู่ในหัวใจนี้แล้ว จะให้พูดว่ายังไง ถ้าเป็นวัตถุก็จะเอานี้ฟาดหน้าผากมันหมด ศาลาหลังนี้หน้าผากแตกทุกคน พวกจะกลับกรุงเทพฯก็หน้าผากแตกติดกระดาษไว้ เอาเรื่องสวรรค์นิพพาน เรื่องนรกอเวจีมาตีเอาล่ะซี นี่เห็นไหม ๆ ปั๊วะ ๆ เลยเข้าใจไหม แต่นี้มันทำอย่างนั้นไม่ได้ก็มีแต่ วอก ๆ อยู่อย่างนี้ซิจะว่าไง

ใครจะจริงยิ่งกว่าพระพุทธเจ้า เลิศเลอ ฝั่งนี้เป็นฝั่งที่เลิศเลอคือธรรม ฝั่งนี้เป็นฝั่งที่สกปรกมาก เดือดร้อนมากที่สุด คือฝั่งกิเลส มันคนละฝั่งตลอดมาอย่างนี้นะ ไม่มีอะไรยิ่งหย่อนกว่ากัน ฝั่งนี้คือฝั่งธรรม เพื่อยกสัตว์ทั้งหลายให้หลุดพ้นจากทุกข์เป็นลำดับลำดาไป ฝั่งนี้เป็นฝั่งกิเลสที่จะลากสัตว์ทั้งหลายให้จมลงเป็นลำดับลำดาเช่นเดียวกัน ใครหมุนไปทางฝั่งกิเลสก็จมๆ ใครหมุนไปทางฝั่งธรรมก็ฟื้นๆ นี่ละมีสองฝั่งอยู่นี้ตลอดมากี่กัปกี่กัลป์ ไม่มีอะไรยิ่งหย่อนกว่ากัน มีกี่กัปกี่กัลป์มาอย่างนี้ตลอด

เพราะฉะนั้นจึงไม่มีอันใดครึล้าสมัย มันครึล้าสมัยอยู่กับคน เช่น กิเลสมันหลอกว่า ทำบุญให้ทานไม่ได้บุญได้กุศล มรรคผลนิพพานไม่มีอย่างนี้ มีแต่กิเลสเข้ามากลบมาลบๆ ฝั่งนี้ๆ เข้าใจไหม ฝั่งนี้ตีปั๊วะลงไปเกิดมาตั้งแต่พ่อแต่แม่มึงเคยเห็นนิพพานหรือ มันก็หงายหมาไปเลยเข้าใจไหม นี้ไม่มีใครไปตีมัน มีแต่มันฟาดเอาพวกเราหงายหมาไปเลยมันใช้ไม่ได้นะ ลูกศิษย์หลวงตาบัวนี่พวกหงายหมาทั้งนั้นแหละ พูดแล้วมันโมโหนะ พูด มันเห็นประจักษ์อยู่ในหัวใจนี้นะ สดๆ ร้อนๆ เพราะฉะนั้นถึงได้ประกาศไว้ตั้งแต่นี้ เราจวนจะตายแล้วนะ ให้รีบนะ เราไม่ได้มาโกหกโลกนะ

เราไม่เคยโกหกเราตั้งแต่วันออกปฏิบัติมาจนกระทั่งบัดนี้ หาที่ตำหนิติเตียนศีลธรรมของตัวเองไม่ได้เลยฟังซิ ที่จะให้ทำความลามกด้วยเจตนาไม่มี นั่นฟังซิ นอกจากผิดพลาดด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ มันมีได้ด้วยกันนั่นแหละ อันนี้ไม่ค่อยหยาบโลนนัก ถ้ามีด้วยเจตนานี้หยาบมากที่สุด ท่านว่า อลัชชิตา หาความละอายบาปไม่ได้ คนนั้นหยาบที่สุดนะ ถ้าคนยังมีหิริโอตตัปปะในธรรมอยู่แล้ว ขยะแขยงในสิ่งชั่วช้าลามกที่ผิดอะไร การรักษาศีลรักษาธรรมจะเข้มงวดกวดขันตลอดไป เพราะมีหิริโอตตัปปะความสะดุ้งตัวด้วยสติอยู่เสมอ นี่เราก็ได้พยายามมาจนกระทั่งป่านนี้ ธรรมที่เราได้รู้ได้เห็นไม่เคยปรากฏว่า ธรรมบทใดบาทใดที่มาโกหกเรา ไม่เคยมี จนกระทั่งปัจจุบันนี้ สว่างจ้าครอบโลกธาตุมาได้ ๕๐ ปีนี้ ไม่ปรากฏว่าธรรมเหล่านี้มาโกหกเราขณะนอนหลับเหรอ ไม่เคยเห็น หลับก็หลับด้วยธรรมธาตุ ตื่นก็ตื่นด้วยธรรมธาตุอยู่ตลอดเวลา อยู่ที่ไหนเป็นธรรมธาตุด้วยความบริสุทธิ์ล้วน ๆ ตลอดเวลา

นี่เราก็ประจักษ์ในหัวใจเราแล้วไม่เคยโกหกเรา ตั้งแต่การปฏิบัติเราก็ไม่เคยโกหกตัวเอง คือโกหกตัวเองว่าวันนี้จะทำอย่างนั้นๆ แล้วลบล้างการกระทำนั้นเสียให้เป็นความขี้เกียจขี้คร้านอ่อนแอ ทำลายความสัตย์ความจริงที่ตั้งไว้ไปหมดๆ นี้เราไม่มี เช่นวันไหนประกอบความเพียรรู้สึกว่าเป็นการแพ้กิเลส วันนั้นมันเป็นอยู่ภายในใจนะ อย่างที่สู้กับกิเลสไม่ได้ น้ำตาร่วง กูจะเอามึง นั่นน่ะเห็นไหม ทีนี้เวลาเจ้าของมีอะไร ความเพียรเจ้าของอ่อนข้อ วันนี้รู้สึกว่าแพ้กิเลส ตัวขี้เกียจหรือตัวอ่อนแออะไรหากรู้อยู่ในนั้น ขยับอีกนะ จะแก้มือกัน แก้อยู่ในตัวนั่นแหละ นี้เราก็ไม่เคยพูดให้ใครฟัง นิสัยเรามันก็เป็นอย่างนั้น ถ้าได้แพ้ตัวเองตรงไหนแล้วจะพยายามแก้ตัวเองอยู่ตรงนั้นแหละ แพ้ตรงไหนตามแก้กันๆ ตลอดมา แล้วผลก็ได้ขึ้นจากการแก้ตัวๆ ที่บกพร่องตรงไหนแก้ หนุนขึ้นๆ จนกระทั่งมาถึงปัจจุบันนี้ ไม่ปรากฏว่าอะไรเป็นความเสียหายแก่ตนเองได้ตำหนิติเตียนไม่มี

จนกระทั่งได้มาแสดงให้พี่น้องทั้งหลายฟัง นี้เรียกว่าธรรมแท้เป็นอย่างนี้ ไม่มีโกหก ตรงแน่วๆ อยู่ตลอดเวลา แล้วธรรมพระพุทธเจ้าทุกๆ พระองค์สอน มีแต่ธรรมตรงแน่วทั้งนั้น ไม่ได้ผิดแปลกต่างกันเลยนะ ขอให้พี่น้องทั้งหลายจดจำเอาให้ดี ว่าบาปมีเท่านั้นพอแล้ว คำเดียวเท่านั้นไม่ต้องซ้ำอีก มีมาตั้งกัปตั้งกัลป์ พระพุทธเจ้าองค์ไหนสอนบอกว่ามีเหมือนกันหมด ถ้าว่าครอบออกไปเป็นอย่างนั้นนะ บุญมีเหมือนกัน สดๆ ร้อนๆ เหมือนกัน แล้วแต่ความเคลื่อนย้ายกิริยาของสัตว์ เคลื่อนไปทางดีเป็นดีทันที เคลื่อนไปทางชั่ว ชั่วทันที นี้เป็นหลักธรรมชาติ ไม่ต้องใครแต่งตั้ง เจ้าของแต่งตั้งเอง แต่งตั้งคือความคิด การกระทำ การพูดการจาของเจ้าของนี้เรียกว่าการแต่งตั้ง ไปทางชั่วเป็นชั่วเลย ไปทางดีเป็นดีเลย ไปทางไหนเป็นทางนั้นเสมอมาตลอด คงเส้นคงวา พี่น้องทั้งหลายให้จำเอาไว้

พุทธศาสนาของเราคือตลาดแห่งมรรคผลนิพพานตั้งกัปตั้งกัลป์ตลอดมา แล้วเรื่องของกิเลสก็เป็นบ่อนรกอเวจีตลอดมาเช่นเดียวกัน พากันจำเอานะ วันพูดเพียงเท่านี้แหละ พูดไปพูดมาเหนื่อย อย่างเมื่อวานนี้ก็เหนื่อย

เป็นยังไงเมื่อวานนี้ฟังเทศน์ ชะอำน่ะ ได้ฟังเทศน์ถ้ำกลองเพลเมื่อวานเป็นยังไง มันมาเสียตอนหนึ่ง นี่ละเห็นไหมความสำคัญคือความจำมันขาดปุดไปเลย กำลังจะยกข้อเทียบเคียงกัน จะเอาให้เต็มเม็ดเต็มหน่วย พอดีสัญญาความจำมันขาดสะบั้นไปเลย ต้องถามข้างหลัง ได้มาเลยไม่ติดไม่ต่อกัน ทีนี้เลยไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย ยังเสียใจอยู่ ยังจะไปฟาดสำมะโนหมาอยู่นะ มันเสียท่าเมื่อวานนี้น่ะ กำลังยกสำมะโนครัวหมามาทดสอบ มาซัดกันกับพวกมนุษย์ มนุษย์อะไรก็ไม่รู้แหละฟังเอาก็แล้วกัน มันก็ออกแล้วเมื่อวานนี้ใช่ไหมล่ะ (หัวเราะ)

ผ้าป่าหลังศาลาเจ้าค่ะ

ไหน หลังศาลา โถพวกหน้าศาลาตายละ สู้พวกนี้ไม่ได้ มีแต่ใบแดงๆ ทองคำมาด้วย พวกหน้าศาลามันเปิดประตูให้กันหรือยังพวกนั้นน่ะ มันจะวิ่งชนกำแพงนะ มันสู้พวกนี้ไม่ได้

วันนี้เป็นวันที่ ๒๓ ตุลา วันปิยะมหาราชเจ้าค่ะ ขออุทิศอานิสงส์อันนี้ถวายแด่ พระปิยะมหาราชเจ้าคะ

ดีแล้วพอใจ วันนี้ตรงกับวันปิยะมหาราชนะ นั่นละท่านทรงบำเพ็ญประโยชน์ให้โลกได้รับความร่มเย็น คำว่าปิยะมหาราช หมายถึงพระราชาเป็นที่รักของของประชาชน แปลแล้วนะ ปิยะเป็นที่รักสนิทสนมกลมกลืนทุกอย่าง เทิดทูน ปิยะมหาราช พระราชาผู้ใหญ่ ซึ่งเป็นที่เคารพรักของคนทั่วประเทศ เฉพาะอย่างยิ่งทั่วประเทศไทยเรา จึงเรียกว่า วันปิยะๆ ดีละวันนี้ นี่พวกเราก็สร้างคุณงามความดีเข้าบูชาท่านนะ ด้วยความรักชาติความเสียสละของเรา เพราะเป็นที่รักของเราทุกคนๆ ชาติไทยของเรา ไม่มีใครจะรักชาติไทยของเรายิ่งกว่าเรารักชาติไทยของเรานะ ลูกของเราเรารัก พ่อแม่ของเราเรารัก ชาติของเราเราก็ต้องรักอย่างนั้น ถ้าไม่รักอันนี้แล้วเหลวไหลเลยนะ เสีย นี่จะเป็นกัณฑ์ที่สองแล้วนะ เอาละพอ มันจะเริ่มขึ้นอีกแล้ว(หัวเราะ)

ลูกขอถวาย ๑๐๐ ดอลลาร์เจ้าค่ะ

โถ นี่ก็ไม่ใช่เล่นนะนี่ เป็น ๑๐๐ ดอลล์หรือนี่ ให้มาทุกวันๆ เมื่อวานนี้ ๒๐๐ ดอลล์ ดอลลาร์ยังไงก็ต้องเข้าคลังหลวง กฐินหรือไม่กฐินไม่สนใจ เข้าใจ เอาเลย เข้าเป็นกฐินกันทั้งนั้นแหละ คราวนี้เป็นคราวกฐิน มานี้มาในงานกฐิน ใครให้มานี้เข้ากฐินหมด เออมาอีกแล้วนะ เอาวางนั่น มาจากทางไหนกันบ้างล่ะ

จากกรุงเทพ ฯ ค่ะ

เออมาจากกรุงเทพ ฯ เอามา พอเสร็จเรียบร้อยแล้วก็จะให้พร เราก็พอใจ งานกฐินคราวนี้ได้มากพอสมควรไม่น้อยหน้าแหละ จะกลับวันนี้เหรอ ใครมันเป็นอะไรมันไม่ดูหน้าดูหลัง คนมานี้เต็มศาลาใครลืมกระเป๋าคนนี้มันเป็นบ้าแหวกแนวมาจากไหน มาลืมกระเป๋าๆ กระเป๋าของใครลืม โธ่ โมโห เสียชื่อของวัดป่าบ้านตาด มีคนลืมกระเป๋านี่เสียชื่อวัด รีบๆ เอาไปอย่าให้เสียชื่อวัดนะ โธ่ (หัวเราะ)

ใครลืมกระเป๋าสีดำ ๆ น่ะ กระเป๋าของใคร เก็บไว้นานคิดดอกนะจะว่าไม่บอก (หัวเราะ) เอ้า สมัยทุกวันนี้ใครก็หาแต่รายได้ พระก็มาจากคน ว่างั้นเลย มันก็หารายได้เหมือนกันละ

เวลากลับบ้านกลับเรือนก็ให้พากันระมัดระวังนะ เวลานี้รถขาเข้าทางกรุงเทพ ฯ จะมากนะ ต่างจังหวัดนี้ วันนี้หลั่งไหลกันไปทอดกฐินในที่ต่าง ๆ ซึ่งมาจากภาคกลาง นั้นละเป็นส่วนใหญ่ วันนี้เป็นวันปิยะมหาราชเป็นวันกษัตริย์ เพราะฉะนั้นจึงขอให้พากันระมัดระวัง อย่าขับสุ่มสี่สุ่มห้าแบบคึกคะนองและรีบด่วน อยากถึงบ้านถึงเรือนเร็วๆ ไม่ถูกนะ ให้รักษาความปลอดภัยด้วยความมีสติในการขับรถขับรา เวล่ำเวลาไม่สำคัญยิ่งกว่าความปลอดภัย ความปลอดภัยสำคัญมาก ถึงเวลาไหนก็ปลอดภัย ช้าก็ปลอดภัย เร็วก็ปลอดภัย อันนี้สำคัญมาก ให้พากันระมัดระวัง วันนี้รถเข้ากรุงเทพฯจะมากนะ ทางยิ่งฝนตกด้วยแล้วอย่าวิ่งเร็ว ลื่นได้ง่าย ถ้ามีฝนแล้วรถต้องช้า นี่ฝนก็ตกอยู่อย่างนี้เรื่อยๆ บางแห่งอาจจะหนักกว่านี้ก็ได้ ให้พากับขับไปด้วยความระมัดระวังทุกคนๆ หลวงตาเป็นห่วงจึงต้องได้เตือนไว้ให้พากันระมัดระวัง เอ้ามาเสร็จเรียบร้อยแล้วก็จะได้ให้พร ๓ โมงแล้ว ต่อไปเราก็ตั้งใหม่ละ ตั้งเพื่อชาติของเรา ตั้งจนขึ้นได้ ยังขึ้นไม่ได้ไม่ถอย ตั้งตลอด

ลูกมากับคณะจากกรุงเทพ ฯ

มาหลายคนอยู่เหรอ

๒๘ คนเจ้าค่ะ

อยู่พัทยาไม่ใช่เหรอ

อยู่พัทยาเจ้าค่ะ

ตอนนั้นหลวงตาไปเทศน์พัทยาได้ฟังหรือเปล่า

ฟังเจ้าค่ะ

วันนั้นแถวพัทยาหมาตัวผู้ตัวเมียมันนอนหงายอยู่ อยู่ชายทะเลตามนั้น เวลาเราไปเทศน์ใครก็จดจ่อ ท่านจะฟาดตรงนี้ ๆ เราเฉยไม่ไปเลยนะ ไปทางอื่นเลยเหมือนกับไม่เคยเห็นพัทยาเลย นั่นเห็นไหมล่ะ ว่าจะลงหินไม่ลง (หัวเราะ) คือจะเทศน์เรื่องนี้ความหมายนะ ว่าท่านจะเอาตรงนี้ ไม่เข้าเลย บทเวลาจะเข้า ไปเข้าโต๊ะละหมื่นละแสน โต๊ะละล้าน มันเลี้ยงหาพ่อหาแม่อะไรขึ้นเลยตรงนั้น ไปขึ้นตรงนั้นนะ นี่พัทยาเรายังจำได้ ไม่ลงชายทะเล มันฟาดขึ้นโต๊ะละหมื่นละแสน โต๊ะละล้านละล้านเลี้ยงกัน มันเลี้ยงหาพ่อหาแม่อะไร ตั้งแต่โคตรหลวงตาบัวก็ไม่เคยเลี้ยงอย่างนี้ ยกโคตรเจ้าของขึ้นใส่กันเลยเชียวไปงั้นเสีย เสร็จแล้วนะ ทีนี้จะให้พรแล้วนะ

เปิดดูข้อมูล วันต่อวัน ทันต่อเหตุการณ์ หลวงตาเทศน์ถึงเรื่องอะไร www.luangta.com


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก