เจ็บแล้วต้องเข็ดต้องหลาบ
วันที่ 25 ตุลาคม 2543 เวลา 8:00 น.
สถานที่ : วัดป่าบ้านตาด จ.อุดรธานี
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :
ข้อมูลเสียงแบบ(Win)   ข้อมูลเสียงแบบ(MP3)

เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด

เมื่อวันที่ ๒๕ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๔๓

เจ็บแล้วต้องเข็ดต้องหลาบ

วัดป่าภูสังโฆถวายทองคำ ๓ กิโล ๓๓ บาท ๒๑ สตางค์ ดอลลาร์ ๕๕๔ ดอลล์ เงินไทย ๖๐,๐๐๐ บาท ถวายหลวงพ่อใช้จ่ายตามวัตถุประสงค์ ประสงค์ของเราก็คลังหลวงนั่นแหละ มาที่ไหนก็ลงนั้นหมดนั่นแหละ อนุโมทนาทุกคนนะ (สาธุ)

สรุปทองคำ ดอลลาร์ วันที่ ๒๔ เมื่อวานนี้ ทองคำได้ ๕ บาท ๙๒ สตางค์ ดอลลาร์ได้ ๒๒๖ ดอลล์ รวมทองคำทั้งหมดได้ ๒,๒๔๗ กิโล ยังขาดอีก ๑,๗๕๓ กิโลจะครบจำนวน ๔ พันกิโล คำว่า ๔ พันกิโลนี้ได้ออกประกาศแล้วนะ เราคิดทบทวนหมด กำลังวังชาความสามารถของพี่น้องชาวไทยเรา เราบวกลบคูณหารหมดในหัวใจของเราว่าไม่เหลือบ่ากว่าแรง ในคราวช่วยชาติคราวนี้ควรจะให้ได้ อย่างน้อยทองคำต้องได้ ๔ พันกิโล และ ๔ พันกิโลนี้จากพี่น้องทั้งหลายทั้งนั้นแหละ ให้ได้ ๔ พันกิโล

และยังอีกพิเศษก็คือเงิน ๘๐๐ ล้านนั้นเราก็เคยประกาศดูว่าแทบทุกวันนะ คือ ๘๐๐ ล้านไม่ให้มานับในจำนวนนี้ ๘๐๐ ล้านนี้เราจะเอาซื้อทองคำทั้งหมดเข้าสู่คลังหลวง ไม่ให้มาบวกเข้าใน ๔ พันกิโล อันนี้พี่น้องทั้งหลายหาเองทุกคน ๆ ให้ได้ ๔ พันกิโล แล้วเงินสด ๘๐๐ ล้านนั้นจะซื้อทองคำต่อยอด ๆ ต่อไปเรื่อย ๆ ไม่เอามาบวกที่นี่นะ คำว่าต่อยอด เช่นอย่างเงินเศษเหลือจาก ๘๐๐ ล้านนั้นซึ่งเป็นเงินก้ำกึ่งอยู่ ที่จะออกเป็นเงินหมุนเวียนช่วยชาติ หรือจะเข้าทองคำ อาจจะเอาอันนี้แยกเข้าไป ๆ ก็ได้ เฉพาะอย่างยิ่งคือเงินสดที่เข้าธนาคารเพื่อกฐินนั้น สองบัญชี ๕ ล้านกว่า อันนี้จะเข้าทองคำล้วน ๆ จะซื้อทองคำทั้งหมด เข้าซื้อทองคำไปเรื่อย ๆ กรุณาทราบตามนี้

กฐินวัดป่าบ้านตาดรวมทั้งหมด ได้ทองคำ ๑๒๑ กิโล เงินสดนั้นประมาณ ๗ ล้าน แต่บวกทั้งเช็คทั้งอะไรที่เข้าธนาคารแล้วประมาณ ๑๐ ล้านกว่า เงินสดนะ แล้วอีกเงินสด ๕ ล้านอยู่ในสองบัญชีที่จะซื้อทองคำนั้นไม่นับนะ อันนั้นประมาณ ๕ ล้าน ถ้าคิดธรรมดาเงินสดไม่ต่ำกว่า ๑๖ ล้านนะ กะว่าประมาณ ๑๖ ล้าน ไม่ต่ำกว่านั้นละ เรียกว่าพูดย่อม ๆ เอาไว้ ประมาณ ๑๖ ล้านสำหรับเงินสด จากนั้นก็เป็นดอลลาร์ เป็นทองคำ ไม่ได้แปรออกไปเป็นเงินสด รวมทั้งหมดถ้าแปรออกเป็นเงินสดแล้ว ก็คิดว่าอย่างน้อยไม่ต่ำกว่า ๕๐ ล้าน อย่างน้อย ๕๐ ล้าน ดอลลาร์เขาไปเข้าเมื่อวานเขาเอามาให้เราดูเมื่อเช้านี้ คิดเป็นเงินไทยแล้ว ๖ แสนกว่า

เราพยายามหารายได้อุดหนุนชาติไทยของเรานะ พูดทุกวัน ๆ เกี่ยวกับเรื่องหนุนชาติไทยของเรา แล้วเข้มข้นไปเรื่อย ๆ นะ เพราะจิตใจเราไม่ได้อ่อนแอกับเรื่องความเสียหายที่เกิดแก่ชาติไทยของเรานี่ รู้สึกมันกระเทือนตลอดเวลา เพราะฉะนั้นจึงเตือนพี่น้องทั้งหลายด้วยความเข้มข้น ที่จะยกชาติไทยหนุนชาติไทยของเราขึ้น อย่างน้อยให้พอเป็นไป อย่าให้แหลกเหลวอย่างที่เป็นมานี้ โอ๊ย สลดสังเวชนะ

นี่มองดูหนังสือพิมพ์รูปร่างนั่นเห็นไหม เราดูเราสลดสังเวชนะ ไม่พูดเฉย ๆ แต่งเนื้อแต่งตัวโก้หรูเป็นเจ้าหน้าที่วางอำนาจบาตรหลวง เป็นเจ้ากฎหมายบ้านเมือง กิริยาท่าทางแสดงออกผึ่งผายสง่า มันสะแตกบ้านเมืองไปเท่าไร เราอยากพูดอย่างนี้นะ ตัวนี้ตัวสำคัญพวกนี้น่ะ พวกสะแตกบ้านเมืองของเรา คนไทยทั้งประเทศเป็นอาหารโอชารสของมันทั้งนั้น กินโต๊ะอยู่ด้วยกันสองสามรายเท่านั้น ไม่ได้มากอะไรนะ ตัวเสนียดจัญไร นี่ตัวทำลาย เราถึง โอ๊ย สลดสังเวชนะ

ธรรมที่เป็นของสะอาดสุดยอด แล้วก็มาดูของสกปรกเลวร้ายที่สุด สุดขีดของมันนี้ เข้ากันไม่ได้เลย กระเทือนใจตลอด ๆ เราพูดจริง ๆ อย่างนี้ หัวใจเป็นอย่างนั้น หัวใจเป็นธรรมทั้งแท่ง และเอานั้นมาเทียบกับความสกปรกโสมมในมูตรในคูถในส้วมในถาน ซึ่งมีแต่ฟืนแต่ไฟเต็มมูตรเต็มคูถนั่นอีกด้วยนะ นี่ละมันเข้ากันไม่ได้เลย เพราะฉะนั้นจึงได้ปลุกพี่น้องทั้งหลาย ให้พากันตื่นเนื้อตื่นตัวนะ ถ้าชาติไทยเราไม่รู้ตัวคราวนี้จะจม บอกตรง ๆ นะ ถ้าศาสนาเอาขึ้นไม่ได้แล้วจะจมแน่ ๆ เลย

ต้องต่างคนต่างรู้เนื้อรู้ตัว อย่างที่กล่าวแล้ว ประหยัดมัธยัสถ์ เป็นของสำคัญมากนะ อย่าลืมเนื้อลืมตัว ฟุ้งเฟ้อเห่อเหิม นี่ประกาศ เมื่อวานนี้ก็ได้พูด ก็เพราะมันสด ๆ ร้อน ๆ อยู่ตลอดเวลาในชาติไทยของเรา และในบุคคลทุกคนแห่งชาติไทยของเรา ซึ่งเป็นความเหลวไหล ๆ โลเล จึงต้องได้เตือนตลอดเวลา ไม่เตือนไม่ได้ เอาศาสนาเท่านั้นมาชะมาล้าง นอกนั้นไม่มีทาง

อดทนเอานะ ฟังเสียงธรรมนะ ฟังเสียงกิเลสนี้จมูกไม่มีเหลือแหละ มันลากไปจมูกขาด ๆ แล้วต่อจากนั้นก็ลากคอชาวไทยทั้งชาติของเรานี้ลงทะเลหลวง จมไปเลย ด้วยความลืมเนื้อลืมตัวเห่อเหิมกัน ต้องเอาธรรมฉุดลากเข้าไปให้รู้เนื้อรู้ตัว เจ็บแล้วต้องเข็ดต้องหลาบ อย่าชินกับมันเป็นอันขาด อย่างนั้นเรียกว่าธรรม ปรับเนื้อปรับตัวเข้าทุกคน ๆ ไม่งั้นจะจมได้นะ เราก็พยายามอุตส่าห์เต็มกำลังความสามารถ คิดออกในแง่ไหน ๆ มีแต่คิดเพื่อชาติบ้านเมืองทั้งนั้น จะคิดหาเรื่องของตัวเองมีวิตกวิจารณ์ตรงไหน ไม่มีก็บอกไม่มี

เราไม่มีอะไรแล้วในสามแดนโลกธาตุนี้ ก็มีแต่ความเมตตาที่ครอบโลกอยู่เท่านั้น เฉพาะอย่างยิ่งเข้ามาครอบเมืองไทยของเรา กิริยาอาการทุกอย่างที่คิดออกมาแย็บครอบเมืองไทย ๆ ตลอดเวลานะ จึงขอให้พี่น้องทั้งหลายตั้งเนื้อตั้งตัว รู้เนื้อรู้ตัว ให้เข็ดนะ เรื่องความสกปรกโสมม ความชั่วช้าลามก ไม่ต้องมีมากอย่างที่ว่าแหละ มันจะเอาเมืองไทยเราให้จมได้อย่างที่เห็นอยู่นี้น่ะ ต้องเอาศาสนามาชะมาล้างมาช่วย ศาสนาก็ต้องพี่น้องชาวไทยของเราซึ่งเป็นลูกชาวพุทธนี้แหละ จะเป็นผู้ปฏิบัติตามศาสนา แล้วก็เป็นการรื้อฟื้นตัวเองและชาติไทยขึ้นพร้อมกันเลย

เราเป็นห่วงขนาดนั้นนะไม่ใช่ธรรมดา ห่วงพี่น้องชาวไทย อะไร ๆ ก็ต้องมีแต่เรื่องเด็ด ๆ คือออกมาจากพลังใจที่เต็มไปด้วยเมตตาต่อชาติบ้านเมืองของเรา พลังของธรรมออกมาถึงเด็ดทุกอย่าง อ่อนแอไม่ได้ว่างั้นเลย ต้องเด็ด กิเลสมันเด็ดจะเอาให้บ้านเมืองล่มจมจริง ๆ ธรรมต้องเด็ด เอาขึ้นให้ได้ มันจะจมมันยังจมได้ ทำไมจะเอาขึ้นไม่ได้วะ นั่น ต้องเด็ดด้วยกัน

โฮ้ ศาสนาพุทธของเรานี้เป็นศาสนาที่เรียกว่าเลิศเลอสุดยอดแล้ว ใครเกิดมาไม่ได้พบ เรียกว่าเป็นสัตว์ที่อาภัพ คนที่อาภัพ พบแล้วไม่สนใจยิ่งอาภัพเข้าอีก แล้วมาปฏิบัติถือเป็นลูกชาวพุทธ ๆ เหลวแหลกนี้ยิ่งเลวเข้าไปอีกนะ แล้วรวมมาจุดสุดท้ายนี้ ลูกชาวพุทธเหลวแหลกได้แก่พวกไหน ๆ พวกที่นั่งฟังอยู่เวลานี้ละ อย่าเหลวแหลกเข้าใจไหมล่ะ ตั้งเนื้อตั้งตัวให้ดี ผิดตรงไหนแก้ทันที ๆ ไม่แก้ไม่ได้นะ

นี่ทองคำที่ว่านี้ก็จะให้ได้ตามนั้นเลย ได้ประกาศให้พี่น้องทั้งหลาย ออกมาด้วยคำพูดด้วยวาจาเราแล้วว่า ๔ พันกิโลนี้จะขาดไปไม่ได้ เพราะคุณค่าของชาติไทยของเราจะอยู่ในจุดนี้เป็นอย่างน้อย ๔ พันกิโล ในการช่วยชาติคราวนี้ อันนี้ขาดไปไม่ได้บอกเลย ถ้าทองคำขาด ๔ พันกิโลไป ๑ สตางค์ เท่ากับเมืองไทยของเรา อวัยวะจะใหญ่จะโตขนาดไหนก็ตาม คอขาดอันเดียวเท่านั้นฉิบหายหมด นี่ทองคำขาด ๔ พันกิโลไป ๑ สตางค์เท่านั้น เท่ากับพี่น้องชาวไทยเราคอขาดไปหมดทั้งชาติ หลวงตาบัวคอขาดไปก่อนเพื่อนด้วย เราอยากคอขาดไหมล่ะ ไม่อยากคอขาด เอา ปักลงให้ดี เอาให้ได้ทีเดียว

ชาติไทยของเราก็เป็นชาติที่สง่างามมาดั้งเดิมอยู่แล้ว สงบร่มเย็นก็คือเมืองไทยเรา เวลานี้จะช่วยชาติของเรา ก็ให้มันเด่นในความเป็นลูกศิษย์ตถาคต คือเราเป็นลูกชาวพุทธทุกคน ให้ตั้งหน้าตั้งตาทำ แล้วเมืองนอกเมืองนาเขา ตาเขามีทุกคนนะ เขาจะดูเมืองไทยเราเป็นยังไง ว่าช่วยตัวเอง ๆ เอาพุทธศาสนามาช่วยแล้วเป็นยังไง นี่เขายิ่งจะจ้องนะ เราเป็นลูกชาวพุทธต้องวางตัวให้เด่นในทางความดี อุตส่าห์พยายาม เอาให้จริงจังทุกอย่าง แล้วสิ่งทั้งหลายจะค่อยมีขึ้นมา ๆ

ใครจะชมจะติอย่าไปสนใจกับเขา ยิ่งกว่าเห็นความบกพร่องกระเทือนตัวของเราอยู่ทั้งชาติไทยของเรา อันนี้หนักมากนะ ความบกพร่อง ๆ มองดูที่ไหนมีแต่ความบกพร่อง เด็กบกพร่อง ผู้ใหญ่บกพร่อง คนทั้งชาติบกพร่อง แม้หมูหมาเป็ดไก่บกพร่องไปตาม ๆ กันหมด ดูได้เหรอ พิจารณาซิ ต้องไม่ให้บกพร่อง ซ่อมแซมกันขึ้น ๆ ทุกคน

คราวนี้เป็นคราวสำคัญมากนะ ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย เป็นคราวที่สำคัญมาก ถึงไม่เขียนในประวัติศาสตร์ จะเขียน เพราะมันเป็นแล้ว เรื่องราวเป็นไปแล้ว ที่ควรจะจารึกในชาติไทยของเราทุกหัวใจแห่งคนไทยเราว่า เมืองไทยเราที่จะล่มจมไปนี้เพราะความสกปรกโสมม เพราะความเลวร้ายแห่งกิเลสที่มันสิงในหัวใจ เป็นเจ้าอำนาจบาตรหลวง ป่า ๆ เถื่อน ๆ มากลืนชาติไทยของเรา จำให้ดีข้อนี้ แล้วทีนี้จะเอาน้ำที่สะอาดคือธรรมชะล้างลงไป ด้วยการพลิกแพลงเปลี่ยนแปลงแก้ไขเพื่อความเป็นคนดีทุกคน ๆ อันนี้สำคัญมากนะ ให้เป็นคนดีทุกคน

จิตใจถ้ารู้สึกตัวมีความเข้มแข็งแล้ว ทุกอย่างจะดีไปตามหมดนะ ถ้าหากว่าจิตใจอ่อนเสียอย่างเดียว จิตใจเหลวไหล จมทั้งชาติเลย จากจมชาติไทยแล้วยังจมในนรกอีกด้วยนะ เรายังมาอวดพระพุทธเจ้าทุก ๆ พระองค์อยู่เหรอว่านรกไม่มี เดี๋ยวนี้ก็นรกเมืองไทยเรากำลังเผาชาติไทยเราอยู่ ดูนรกเมืองมนุษย์เราเสียก่อน ก่อนที่ไปดูนรกในเมืองผีน่ะ มันเป็นยังไง เราลำบากลำบนไหม ทุกสิ่งทุกอย่างร่อยหรอไปหมด ๆ เอนลง ๆ มีแต่จะล่มจม

เพราะฉะนั้นจึงต้องช่วยกันฉุดกระชากด้วยอำนาจแห่งศาสนาดึงลากขึ้นมา นี่พวกเรายังไม่เห็นเหรอ นี่นรกในเมืองไทยเรา ความเลวร้ายมันเต็มอยู่ในบ้านในเมืองเพราะความสกปรก ๆ ของเปรตของผีกินบ้านกินเมือง ตะกละตะกลามไม่อิ่มไม่พอนั่นเอง จึงต้องให้รู้เนื้อรู้ตัว ทีนี้นำเอาศาสนามาให้รู้ว่าพวกนั้นเป็นพิษ การทำอย่างนั้นเป็นพิษ การพยุงตัวของเราด้วยการปรับเนื้อปรับตัวของเรานี้เป็นคุณ ให้แก้กันตรงนี้นะ นี่ละเอาศาสนามาแก้-แก้อย่างนี้

เจ็บเราต้องเข็ดต้องหลาบซิ ไม่เข็ดไม่หลาบไม่ได้นะจะจม มนุษย์ก็เห็นกันอยู่นี่ เห็นไหมเดือดร้อนกันทั่วประเทศ ทุกสิ่งทุกอย่างดูซิ เงินทองข้าวของเวลานี้ หลวงตาไม่ได้เป็นพ่อค้า แต่หูมีตามีใจมี มันอดดูอดฟังอดคิดไม่ได้นะ ดูซิเงินทองข้าวของเวลานี้ร่อยหรอมากนะเมืองไทยเรา ไปที่ไหนมีแต่สินค้าเต็มบ้านเต็มเมือง ตลาดลาดเลมีแต่สินค้าผลิตออกมาจากโรงงานไหน ๆ เต็มไปหมด ๆ หาผู้จะซื้อนี้ไม่ค่อยมี ๆ นี่เห็นไหม ถ้าหากว่าเงินมีมันก็ซื้อกันซิ เขาเอามาเพื่อขาย ทางนี้มีเงินก็เพื่อซื้อ มันไม่มีเงินจะว่าไง

ขายเกลื่อนตามตลาดตเลถนนหนทางไปที่ไหน มองดูแล้วสลดสังเวชนะเรา เขาขายอยู่ตามสายทาง ไม่ค่อยมีใครซื้อ ของนี้เกลื่อน สินค้านี้เกลื่อนตลาด เกลื่อนทุกแห่งทุกหน หาคนที่จะเข้าร้านเข้าซื้อสิ่งของไม่ค่อยมี นี่แสดงให้เห็นชัดว่าเงินร่อยหรอมากทีเดียว แล้วเมื่อเงินร่อยหรอ หัวใจของเราก็อาศัยสิ่งเหล่านี้ พวกเราจะไม่เดือดร้อนยังไง ต้องเดือดร้อนไปตาม ๆ กัน จึงต้องให้พากันฟิตเนื้อฟิตตัวให้ดี อะไรจะร่อยหรอไปก็ตาม จิตใจที่เต็มไปด้วยอรรถด้วยธรรม ซึ่งสมนามกับว่าเราเป็นลูกชาวพุทธ อย่าให้ร่อยหรอนะ ให้ซ่อมแซมทางด้านจิตใจ ทำใจให้เข้มแข็งขึ้นนะ ไม่เข้มแข็งไม่ได้ จมแน่ ๆ

นี่เพียงนรกเมืองมนุษย์เราก็เห็น สะเทือนกันทั่วประเทศไทย ในระยะสองสามปีมานี้เดือดร้อนมากทีเดียว หลวงตาก็ได้พลอยเดือดร้อนกับพี่น้องทั้งหลายมาจนกระทั่งป่านนี้ ไปที่ไหนเขาว่าหลวงตาบัวนี้เป็นผี เขาว่าดุแต่คน ก็คนเป็นผีจะไม่ให้ดุได้ยังไง หลวงตาก็เลยกลายเป็นผีไปด้วย ผีดุผีฟาดเข้าไปซิ หัว-หัวผี กำปั้น-กำปั้นของผี ฟาดกันลงไปซิ กำปั้นหลวงตาบัวกำปั้นของธรรมฟาดหัวผี หัวลืมเนื้อลืมตัว จะพาหัวของตัวให้ล่มจมก็ฟาดกันบ้างซิ

ไปที่ไหนหลวงตาบัวแทนที่จะเป็นความสง่างามดังที่ความคิดของเราด้วยความเมตตากระจ่างไปหมดครอบแดนโลกธาตุ กลับเป็นหลวงตาบัวนี้เป็นตัวดุร้ายที่สุดทีเดียว เขาว่าหลวงตาบัวนี้ดุร้ายมาก ว่าก็ช่างหัวเขาเถอะ ให้เขาว่าอยู่ในถังขยะนั่นแหละ ให้มันเห่าฟ่อ ๆ อยู่ในถังขยะ ธรรมไม่ใช่ถังขยะไม่สนใจกับสิ่งเหล่านี้ อันใดที่จะเป็นประโยชน์แก่ชาติของเราลากขึ้นฉุดขึ้น ๆ นี้คือเรื่องของธรรม เด็ดก็เด็ดแบบนี้ พี่น้องทั้งหลายให้ดูเอานะ เด็ดเพื่อฉุดเพื่อลาก ไม่ได้เด็ดเพื่อทำความฉิบหายล่มจมแก่ชาติไทยของเรา เพราะฉะนั้นเราจึงเฉยเหมือนหมาปล่อยหำนั่นแหละ เข้าใจไหม หมาปล่อยหำ หมาปล่อยหำใครเขาไม่สนใจ ถ้าคนปล่อยหำไม่ได้นะ เราจะยกนิทานหนองกะปาดมาให้ฟัง เอานิทานเข้ามาแทรกมันถึงน่าฟัง เข้าใจไหม

วันนั้นพวกหนองกะปาดเขาก็มาทำบุญนี้ เราก็ถามอีก อยู่หนองกะปาดที่ไหน หนองกะปาดที่นั่น โอ๋ ตรงบ้านนั้นเอง บ้านนิทาน เข้าใจไหม บ้านนิทานเราเลยไม่ได้พูดถึงเลยนะ พอตัวกระดานมันมาจริง ๆ เราไม่พูดถึงนะ ประเภทหนึ่งนะ อยู่บ้านนั้นเขาว่า แล้วบ้านนั้นอยู่ตรงไหน บ้านนั้นอยู่ตรงนั้น ตัวนั้นเลยทีเดียวตัวบ้านนั้นแหละ บ้านที่ว่า ทีนี้เราไม่พูดถึงเลย เฉย อย่างนั้นแหละ เวลาเข้าถึงกระดานจริง ๆ แทนที่จะพูดไม่พูด เพราะเป็นการประจานกันพูดหาอะไร มันก็รู้อยู่นี่

นั่นละที่นี่ อีตาคนนั้นแกขายวัวฝูง เขามาซื้อวัวฝูง เราสรุปเลยวัวมันต่าง ๆ กัน เขาจะมาซื้อวัว เจ้าของเขาจะขายตัวละ ๔ บาท พวกพ่อค้าเขาก็ให้ตัวละ ๓ บาท ต่อกันไปต่อกันมา นั่งก็นั่งฟังเถ่ออย่างนี้ละ มันปล่อยหำล่ะซี ไม่ได้ชันเข่าแบบหลวงตาบัว หลวงตาบัวไม่ได้ปล่อยหำนะ ปิดไว้ ทีนี้ก็นั่งชันเข่าล่ะซี ต่อรองกันอยู่กับพวกพ่อค้าที่มาซื้อ แล้วก็ปล่อยหำอย่างสบาย เฉย เหมือนหมาปล่อยหำ ทีนี้เมียก็ขึ้นมาจากพื้นดินขึ้นมาบนบ้าน เพราะมันบ้านสูงนี่ มีวัวมีควายเลี้ยงอยู่ใต้ถุน บ้านแต่ก่อนมีวัวมีควาย ต้องปลูกบ้านสูง วัวควายอยู่ข้างล่าง คนนอนอยู่ข้างบน

ทีนี้เมียขึ้นมาจากข้างล่างมามองเห็นหำผัวล่ะซี อายเขา พอมองเห็นผัวก็เลยขยิบตาใส่ผัว ผัวมองเห็นเมียขยิบตาใส่ พอเมียขยิบตาแล้วเมียก็เข้าห้อง ผัวนึกว่าเมียขยิบตาให้ขึ้นราคา ทีแรกก็ ๔ บาท เจ้าของจะเอา ๔ บาท เขาจะให้ ๓ บาท พอเมียขยิบตาใส่เท่านั้น โห ได้ใจใหญ่ก็ฟาด ๕ บาท ๆ ขึ้นซี อู๊ย ตั้งแต่เก่า ๓ บาท ๔ บาทก็ยังลงกันไม่ได้ ทำไมจึงขึ้น ๕ บาท ๖ บาท โอ๊ย ไม่เอาแล้ว เขาก็ลงจากเรือนไปเลย สักเดี๋ยวเมียก็ออกมา ก็ที่เขาต่อขนาด ๓ บาทนั้นก็ควรจะให้เขาแล้ว ทำไมไม่ให้เขาล่ะ ก็แกขยิบตาใส่ฉัน ฉันนึกว่าให้ขึ้นราคา ฉันก็ขึ้นราคา ๕ บาทล่ะซี ไม่ขยิบยังไงก็ปล่อยหำให้เขาดู มันอายเขาจะตาย อู๊ย ตายเขาไปแล้วพ่อค้า ทางนั้นยังปล่อยหำอยู่ จนกระทั่งป่านนี้มันปิดหรือยังบักห่านั่น เข้าใจบ่ ไปเบิ่งดูมันปิดหำหรือยังบักนั่น มีเท่านั้นจบแล้ว

นี่พูดถึงเรื่องหลวงตาดุ แต่เราเฉยเหมือนหมาปล่อยหำ ประสาถังขยะ มาเห่าฟ่อ ๆ อยู่ในถังขยะ ธรรมไม่ใช่ถังขยะฟังซิ ธรรมออกตามเรื่องของธรรมเรื่อย ๆ ผิดบอกว่าผิด ถูกบอกว่าถูก ควรดุ-ดุ ควรดี-ดี ควรเบา-เบา ควรหนัก-หนัก เป็นเรื่องของธรรมล้วน ๆ ไปเลย ไม่ได้สนใจกับถังขยะแขยะอะไร เราพูดอย่างนั้นละ เพราะฉะนั้นเราถึงพูดได้เต็มอรรถเต็มธรรม ใครจะว่าอะไรเราไม่สนใจ เพราะจิตใจเราไม่ได้เป็นถังขยะ จิตใจเป็นธรรมล้วน ๆ แสดงออกมาเป็นธรรมล้วน ๆ เราจึงไม่สนใจกับถังขยะ ด้วยเหตุนี้เองเราจึงแสดงได้เต็มเหนี่ยวต่อโลกสงสาร ด้วยความเมตตาของเรา พี่น้องทั้งหลายจำเอานะ วันนี้ก็พูดเพียงเท่านี้ละ ไม่พูดมาก มันมากมาแล้วแหละ

เวลานี้เงินดอลลาร์ของเราที่เก็บไว้ตามธนาคารต่าง ๆ ได้ล้านกว่าแล้วนะเวลานี้ นี่ละมันเข้าไม่ได้อย่างนี้ ทำให้เสียการเสียเวลาขนาดไหน ก้างขวางคอของคนทั้งชาติ ก้างอะไรฟังซิ มันเป็นยังไงก้างอันนี้ มันกระเทือนคนทั้งชาติไหมล่ะ ตั้งแต่วงศ์กษัตริย์ลงมา นี่ละก้างที่มาขวางคอของคนทั้งชาติเรา เอาเข้าไม่ได้ก็อยู่อย่างนั้นละจะว่าไง ทองคำเอาเข้าไม่ได้ก็อยู่อย่างนั้น เห็นไหม กระเทือนมากไหมพวกเลวร้ายทั้งหลายมันทำลายชาติไทยของเรานี้ สะเทือนมากไหมพิจารณาซิ พี่น้องทั้งหลายมีหัวใจทุกคน คิดให้ได้ทุกคน เรื่องเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยพอที่จะมานอนใจนะ

คนทั้งชาติกระเทือนไปหมดเป็นของเล็กน้อยเมื่อไร พวกเปรตพวกผีมันทำลายชาติขนาดนี้ อย่างโจ่งแจ้งทีเดียว เรียกว่าลามกจกเปรตที่สุดไม่มีใครเกินพวกนี้ พวกทำลายชาติโดยตรงเลย กีดขวางกั้นกางทุกแบบทุกฉบับ ตั้งแต่ต้นมาจนกระทั่งป่านนี้ กระเทือนถึงศาสนา เราเป็นหัวหน้าเป็นผู้นำก็กระเทือนซิ นี่ละพิจารณาซิ เสียการเสียเวลาไปขนาดไหนแล้ว ทองคำที่จะเข้าคลังหลวงนั้นเดี๋ยวนี้ก็ยังเข้าไม่ได้ แล้วดอลลาร์ก็ยังอีกตั้งล้านกว่าไม่ใช่เล่น ๆ ยังเข้าไม่ได้

ที่เขาบอกมาคราวหลังดูว่าจะเข้าทั้งสองแล้ว เขาเข้าตามความมุ่งหมายของเราแล้ว เพราะเราชี้ขาดเลยเทียวไม่ใช่เล่น ๆ นะ ต้องเข้าไม่เข้าไม่ได้ว่างี้เลย เมืองไทยต้องถล่มคราวนี้ เราจะเป็นหัวหน้าเอง นู่นน่ะฟังซิของเล่นเมื่อไร บอกเราจะเป็นหัวหน้าเองมันของเล่นหรือ นี่เข้าแล้ว เขาบอกมาแล้ว เราก็บอกแต่เพียงว่าเราเพียงรับทราบ เราว่างี้ เรายังไม่รับรอง จนกว่าเราได้เข้าไปดูละเอียดถี่ถ้วนทุกอย่าง มีสักขีพยานลูกศิษย์ลูกหาเอาบัญชีมากางดูให้เรียบร้อยหมด เป็นที่แน่ใจแล้ว เราถึงจะรับรองว่าเข้าแล้ว คราวก่อนเราก็ต้มพี่น้องชาวไทยเรามาร่วมสองสามปีแล้วใช่ไหมล่ะ เขามาต้มเราว่าเข้าแล้ว เราก็บอกว่าเข้าแล้วล่ะซี เลยต้มไปหมด ทีนี้พอเราทราบเราก็บอกว่าเราถูกต้ม

คราวนี้เวลาเขาเข้าแล้วตามจุดมุ่งหมายของเรานี้ เขาบอกมา เราก็บอกไปเพียงว่าเราเพียงรับทราบ เราบอกงั้น เรายังไม่รับรอง จนกว่าเราไปดูเอง กลับไปกรุงเทพคราวนี้จะละเอียด รู้หมด เพราะเราไปทีไรไปกรุงเทพ ไปอะไร ไปเรื่องเหล่านี้ทั้งนั้น ซอกแซกซิกแซ็กให้รู้หมด เอานักกฎหมาย ๆ หัวกะทิ ๆ มาทดสอบกันทุกอย่าง ๆ เป็นที่ลงใจเมื่อไรแล้วเราถึงจะยอมรับ ถ้าไม่เป็นที่ลงใจเราไม่ยอมรับ เอาละให้พร

เราก็หวังว่าจะอาศัยท่านวันชัยนี่องค์หนึ่ง ก็ไปหาเที่ยวแบกภูเขาให้หลังหักหลังโค่นมานี่ มันจึงโมโห จึงบอกอีกว่าไปหาแบกอีก มันมีกี่ลูกอยู่นั้น เราโมโหก็ว่างั้นซิ ทีแรกก็อาศัยท่านสิงห์ทอง ว่าท่านสิงห์ทององค์หนึ่งที่จะพอทำประโยชน์ เราจึงได้มอบศพให้ เราไม่ลืมนะ นี่เวลาผมตายท่านสิงห์ทองเผาศพผมนะ ให้ท่านเป็นหัวหน้าเผาทีเดียวไม่ยุ่งยาก ถ้าท่านตายผมจะเผาศพให้ท่าน สุดท้ายท่านสิงห์ทองตายก่อน เราก็เลยเผาศพให้ท่านสิงห์ทอง ถ้าท่านไม่ตายเราก็พอที่จะอาศัยท่านสิงห์ทองทำประโยชน์ให้โลกได้มาก อันนี้ก็มาอาศัยท่านวันชัย แต่นี้ก็อวดเก่งไปแบกภูเขาหลังโค่นมา เราก็เลยซ้ำเข้าไปอีกว่า มันมีกี่ลูกภูเขาแถวนั้น ให้ไปแบกให้หมด เราก็ว่าอย่างนั้น มันโมโหสุดขีดก็ต้องอย่างนั้นซิใช่ไหม ก็มีเท่านั้นละ

เปิดดูข้อมูล วันต่อวัน ทันต่อเหตุการณ์ หลวงตาเทศน์ถึงเรื่องอะไร www.luangta.com


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก