อยู่กับจอมปราชญ์
วันที่ 11 พฤษภาคม 2544 เวลา 7:30 น. ความยาว 26.31 นาที
สถานที่ : วัดป่าบ้านตาด
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :
ข้อมูลเสียงแบบ(Win)   วิดีโอแบบ(Win Narrow Band)   วิดีโอแบบ(Win High Band)

เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด

เมื่อวันที่ ๑๑ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๔๔

อยู่กับจอมปราชญ์

เมื่อวานนี้ไปภูวัว เรียกว่าเสียหวัง เมื่อวานนี้นะ เพราะนาน ๆ ไปภูวัวตั้งแต่เดือนพฤศจิกา ต้นเดือนพฤศจิกา จนกระทั่งบัดนี้ได้ ๖ เดือนแล้วเราไม่ได้ไป เพราะงานเรายุ่งมาก เมื่อวานนี้ไปเตรียมของไปเต็มที่ รถตู้สองคันเต็มเอี๊ยด ไม่ให้ไปเร็วให้ไปช้า ๆ เพราะอะไรก็อยากได้ ๆ ขนขึ้น ๆ เรื่อย ไปตามสายทางขนไปเรื่อยเลย ทีนี้พอไปถึงห้วยถึงคลองที่จะผ่านเข้าไปหน้าวัด พอดีฝนตกตั้งแต่ อ.สว่างฯ ไม่ใช่ตกธรรมดา ตกหนักเสียด้วย รถเราก็ค่อยไปเรื่อย ๆ แล้วหนักตั้งแต่เลยสว่างฯ ไปจนกระทั่งถึงภูวัวเลย ฝนไม่หยุด น้ำนี่ขาวเปรี๊ยะไปหมดเลย พอไปถึงคลองที่ลงจากภูเขามาจะข้ามไปวัด ไปไม่ได้เลย เขากำลังทำฝายน้ำล้นหรือเป็นอะไรอยู่ในนั้นเสร็จ ถ้ามันมากจริง ๆ ก็ให้ล้นไปเสีย ถ้าไม่มากเขาก็มีทางระบายน้ำออกสองฟาก ๆ น้ำไหลลงมาจากภูเขา

พอดีเมื่อวานนี้ดินที่เขาไถเขาขุดขึ้นมานี้เกลื่อน ถ้าธรรมดาวิ่งผ่านไปเลยเพราะมันแห้ง แต่เมื่อวานนี้ไม่ได้เลย ตั้งแต่คนก็เข้าไม่ได้ เลอะไปหมดเลยฝนตก รถของเราก็เลยจอดทางหน้าบ้านเขา ไปไม่ได้แล้วทำยังไง ให้เขาวิ่งเข้าไปข้างในติดต่อทางวัด พอดีทางวัดท่านเอารถมาได้ เหมือนกับรถจิ๊ปรถแลนซ์อะไรเราก็ไม่รู้ว่าเป็นรถอะไร ขนาดของมันเท่ากัน ทางโน้นเอารถมามันมาได้ รถมันเล็กมาได้ มันปีนมาได้ เอาของลงนั้นทั้งหมดเลยเพราะเราไปไม่ได้ ให้รถนี้มาขน เมื่อวานน่าจะขนทั้งวัน เพราะเราไปถึงโน้นตอนขนก็ตั้งบ่ายแล้ว โอ๋ย สมบุกสมบันกว่าจะข้ามได้แต่ละครั้ง ๆ ไม่ใช่เล่น ๆ นะเพราะน้ำ ขน ๓ เที่ยวก็ค่ำแล้ว รถเราไปสองคันรถวางกองพะเนินไม่ใช่เล่น ๆ นะ ทีนี้รถเวลาจะข้ามไปข้ามมาแต่ละเที่ยวมันลำบากมากนี่ เราก็สั่งเสียให้เรียบร้อยว่าเราไม่เข้าแหละเข้าไม่ได้

พอเขาเอารถมาแล้วเราเป็นคนสั่งเลย เพื่อความปลอดภัยถึงอาหารที่จำเป็น ๆ ที่สำคัญ ๆ เราเป็นคนสั่งเลยเชียว ให้ขนขึ้นรถเที่ยวแรกทั้งหมด ของที่สำคัญ ๆ ก็บอกให้เรียบร้อย ขนขึ้นรถนี้ นอกจากนั้นแล้วค่อยขนเป็นลำดับลำดาไปพวกผลไม้พวกอาหารก็ตาม แต่ว่าไม่เสียง่ายด้วย ไม่เป็นอันตรายต่ออาหารด้วย คำว่าไม่เป็นอันตรายต่ออาหาร หมาเยอะอยู่ตามนั้นเข้าใจไหมล่ะ เราจึงได้บอกนี่เสี่ยวหมู่เจ้าเต็มอยู่นี่ หมู่เจ้าฮู้จักบ่ นี่เสี่ยวหมู่เจ้ามันเข้ากันได้ดี พวกอาหารเข้าใจเหรอ บอกพวกนั้น เสี่ยวหมู่เจ้าเต็มอยู่นี่บ่เห็นบ่ ข้อยทำไมฮู้จัก แล้วให้เขาขนขึ้นรถทั้งหมดของที่เกี่ยวกับอันตรายของมัน มีเยอะ โอ๋ย ของไม่ใช่น้อย ๆ พวกกุนเชียงพวกอะไร ก็มีแต่จะเอา ๆ มีแต่จะเอาตลอด ตามทางนี่เอาเรื่อย ๆ สุดท้ายรถจะไปไม่ได้ เลยขนของขึ้นเต็มรถ ของเอาขึ้นให้หมด อันนี้พอจะหมดอยู่ ของที่จำเป็น ๆ

จากนั้นก็ให้เรียงลำดับค่อยขนไปทีหลังก็ได้ อาหารที่ไม่เป็นอันตรายไม่เสียหาย อาหารประเภทอื่น ๆ ผลไม้มากเต็มไปหมดเลย เป็นเข่ง ๆ พวกทุเรียน เงาะ มังคุด อะไรเหล่านี้ เป็นเข่ง ๆ เราก็ไม่ได้คิดว่ามันจะไปติดอยู่นี่ แต่ธรรมดาก็ไปมาได้ แต่พอดีเป็นจังหวะที่ฝนตก คือถ้าฝนไม่ตกในระยะนั้นก็ไปได้ธรรมดา เพราะทางเดินเขาก็ให้เดินอยู่เหมือนอย่างเขาสร้างถนน รถก็วิ่งผ่านไปมาเขาก็สร้างอยู่ข้างหนึ่ง เวลาเขาสร้างทางนี้ก็ให้รถไปนี้ ๆ อันนั้นก็แบบเดียวกัน เขาสร้างให้รถนี้ผ่านไปได้ เขาทำรอบ ๆ อยู่ พอดีฝนตกเลอะไปหมดเข้าไม่ได้เลย เราถึงไปไม่ได้ แต่รถคันนั้นมันปีนมาได้ มันปีนมาจนได้เอาของนี้ไป รถคันนี้ไม่ใหญ่โตนัก เหมือนรถแลนซ์เหมือนรถจิ๊ปอะไร ขนาดนั้นแหละ ของที่จำเป็น ๆ เอาไปได้หมดพอดี เต็มรถเลย ที่จำเป็น เราคอยดูอยู่นั่น อันไหนที่ไม่จำเป็นก็บอก อันนี้เรียงลำดับไปตามกันทีหลัง ๆ ไม่เป็นไรแหละ ไม่เสียหายเราบอก จากนั้นเราก็ไม่ไป

นี่ยังพูดอยู่ ไปที่ไหนมันมีแต่ขอนซุงทั้งบ้านซี ไปไหนมาขวาง โดนจนได้นั่นแหละมันเป็นยังไงก็ไม่รู้ ไม่ใช่เราไปหาดูถูกเหยียดหยามหมู่เพื่อนนะ หมู่เพื่อนเราสอนเพื่อความฉลาด พระพุทธเจ้าสอนเพื่อความฉลาด ครูบาอาจารย์สอนเพื่อความฉลาด เราเองถึงจะโง่ขนาดไหนเราก็สอนเพื่อความฉลาดเต็มภูมิของเรา พระก็คอยตั้งแต่จะเตรียมรับเราอยู่นั้น เอา ให้พากันอ้าปากอยู่นั้นนะ เราก็ว่าอย่างนั้นแหละ เรากลับไปแล้วอยากงับไม่งับให้แมลงวันและอีแร้งมันเข้าไปกินหมดนะตับ เราไม่เข้า จะออกมาสักองค์หนึ่งมาหาเราก็ไม่มา ก็บอกแล้วเรารออยู่ที่นี่ เราเข้าไม่ได้แล้วก็บอกไปแล้ว ยังไม่มาสักองค์เดียวพระตั้งเท่าไร

ทีนี้ย้อนมาถามพระในวัดนี้มีเท่าไร พระของพวกเราก็อีกแหละ อ้าปากอยู่ทางนี้ก็ดี ถามมาทางเราก็อ้าปาก ถามไปทางโน้นก็อ้าปาก มีตั้งแต่ความโง่ ถ้าอย่างนั้นจะต้องทราบทันที นี่พระในวัดนี้มีเท่าไรจะต้องสอบถามทันที เราเคยเป็นผู้น้อยมาแล้ว เพราะฉะนั้นถึงพูดได้เต็มปากล่ะซี ยิ่งกับพ่อแม่ครูจารย์มั่น เอาดูซิน่ะว่างั้นเลยนะ เพราะฉะนั้นเวลาอุปถัมภ์อุปัฏฐากท่านเวลาจำเป็นจริง ๆ แล้ว เราจึงไม่ให้ใครเข้าในมุ้งหาท่านเพราะเหตุใดฟังเอาซิ ก็อย่างนี้เอง โง่ฉลาดเราจะตัดคอรองท่านเลย ความคิดความอ่านหมุนติ้ว ๆ ตลอดเวลา กับพ่อแม่ครูจารย์มั่นจอมปราชญ์สมัยปัจจุบันยกนิ้วให้เลย เรายังไม่เคยเห็นองค์ไหนในกรุงสยามเรานี้ว่างั้นเลย พระที่เป็นจอมปราชญ์ฉลาดรอบทั้งภายนอกภายใน มิหนำซ้ำยังเอาภายในมาจี้ตับเราอีก ของเล่นเมื่อไรพ่อแม่ครูจารย์มั่น

เราเคยเป็นผู้น้อยมาแล้ว ปฏิบัติครูบาอาจารย์ก็เรียกว่าจอมปราชญ์แล้ว เราใช้สติปัญญาเต็มเหนี่ยวของเรา ทีนี้เวลามาสอนหมู่สอนเพื่อน ถามจุดไหนติดจุดนั้น ๆ น่ะซี ถ้าคิดไม่ติด นี่ซิมันน่าโมโหนะไปกับหมู่กับเพื่อน เราทนเอานะ เราอยู่นี้เราพูดจริง ๆ เราไม่ได้โอ้อวดนะ มองดูมันเหมือนกับขอนซุง ๆ จะว่าไง มันไม่ได้เรื่องได้ราวอะไรเลย ถามตรงไหนติดตรงนั้น ถ้าได้คิดไว้ไม่ติด เช่นอย่างเมื่อวานนี้ถามว่าพระในวัดนี้มีจำนวนเท่าไร อ้าปากอยู่งั้นงับปากหรือยัง หรืองับตั้งแต่กินข้าวตอนเช้า พอเสร็จแล้วอ้าปากต่อตลอดเหรอ ถามติดหมด คนในรถติดหมด ไม่ได้เรื่อง ถามมีพระเท่าไรเพราะเราเข้าไปไม่ได้ อย่างนี้มันก็ไม่คิด พระทางโน้นก็คอยแต่เราจะเข้าไป เราเข้าไม่ได้เราก็บอกแล้ว เราเข้าไม่ได้คือไม่เข้า ก็ยังรออยู่นั้น ป่านนี้ยังรออยู่งั้นมั้ง คงยังไม่ฉันจังหันลองไปถามดูซิน่ะ ฉันจังหันแล้วยังว่างั้น ฉันจังหันอะไรก็จะอ้าปากอีกนะ ก็รอหลวงตาตั้งแต่เมื่อวานนี้ได้งับปากฉันจังหันแล้วยังให้ว่างั้นเข้าใจไหม มันขนาดนั้นนะ

ไปไหนมาไหนมันอดคิดไม่ได้นะ มันหมุนอยู่ตลอดเวลาว่าไงโดยหลักธรรมชาติ แบบหลับตาดูเอาถึงดูได้ หูก็ปิดข้างหนึ่ง ฟังข้างหนึ่งฟังเข้าป่าเสียอย่าฟังเสียงคน มันจะเอาเซ่อ ๆ ออกมามาโดนหูเราแตกอีก เป็นอย่างนั้นนะ นี่ละท่านทั้งหลายฟังเสียธรรมพระพุทธเจ้าเป็นยังไง ที่เอามาพูดนี้ถอดออกมาจากหัวใจที่เป็นธรรมล้วน ๆ แล้วนะมาพูดนี่นะ มีแต่กิเลสเต็มตัวเป็นยังไง มีแต่อ้าปาก ๆ เห็นไหมกิเลส แล้วยังชมเชยว่าเป็นของดีอยู่เหรอ ถามจุดไหนอ้าปากจุดนั้น ๆ เอาธรรมถามล่ะซี ถามจุดไหนอ้าปากจุดนั้น ความโง่ ๆ นั่นเห็นไหม กิเลสมันฉลาด อ้าปากนี้ก็อ้าปากเพื่อจะหาแก้ตัว เพื่อจะถามว่าหลวงตาเข้าไม่ได้เหรอ ทางนี้ก็จะสวนปั๊บ ก็บอกว่าเราไปไม่ได้แล้วปั๊วะเสร็จแล้วกลับ นั่นหมัดที่สองสวนแล้ว มันอะไร โห โง่จริง ๆ นะเอาธรรมมาเทียบกับมนุษย์ของเรานี้เทียบไม่ได้นะ

เราไม่ได้คุยแต่ก่อนเราก็ไม่ได้เป็น นั่นฟังซิน่ะ พอมันเป็นแล้วจะให้ว่าไง นี่ที่พระพุทธเจ้าท่านท้อพระทัย นี้เพียงตัวเท่าหนูมันก็เป็นจะว่าไง ก็บอกแล้วตั้งแต่ต้น หือ สอนไปยังไง สอนโลกสอนไปทำไม โน่นฟังซิ ใครจะไปรู้ได้เห็นได้ สอนใครเขาจะว่าเป็นบ้ากันทั้งโลก เพราะโลกนี้มันโลกบ้าว่างั้นเลย พูดหาอะไรอย่างนี้น่ะ มันไม่กระเทือนใจอย่างขนาดนั้นแล้วจะมาพูดได้ยังไง มันกระเทือนถึงขนาดนั้น นี่ละธรรม นั่นละท่านเอามาสอนโลก ธรรมประเภทนี้มาสอนโลก โลกที่โง่เง่าเต่าตุ่นให้กิเลสขยี้ขยำขี้แตกเยี่ยวแตก ใครไม่ขี้แตกเยี่ยวแตกมีไหม เอ้า ปฏิเสธดูซิน่ะถ้าว่าเราพูดผิดไป ทั้งขี้ทั้งเยี่ยวดีไม่ดีราดถูกซิ่นถูกผ้าสบงจีวรไป สบงหลวงตานี้ไม่รู้กี่ครั้งละขี้มันราดใส่ เข้าห้องส้วมไม่ทันป้าดออกเลย เอา มึงออกกูจะเข้าห้องส้วม เหลือเท่าไรกูก็จะถ่ายเท่านั้น ออกจากนั้นจึงมาล้าง ขี้แตกแต่ยังไม่เข้าถึงห้องน้ำนะ ขี้ราดแล้ว ก็มาพูดให้ฟัง ความจริงมันอายเราเมื่อไร เราพูดตามเรื่องความจริงมันผิดไปไหน นี่ละธรรมฟังเอาซิน่ะ ภาษาธรรมเป็นอย่างนั้นนะ

กิเลสนี้อย่างนั้นอย่างนี้ มันบ้า มันสงวนท่าทีลวดลายของมัน ลวดลายมีแต่ขี้มันจะเอาลวดลายอะไรมา ลวดลายมีแต่ส้วมแต่ถานจะเอาอะไรมาอวดธรรมวะ ถึงทุเรศนะศาสนาพุทธของเรา พี่น้องชาวไทยเราตื่นแล้วยังเวลานี้ หรือตายกันอยู่ทั้งเป็นนี้หรือ อวดดิบอวดดีอวดรู้อวดฉลาด มิหนำซ้ำอวดแล้วก็ยังมาทำลายชาติตัวเองนี้ เป็นยังไงความอวดประเภทนี้น่ะ ทำลายตัวเอง ทำลายชาติตัวเองเป็นยังไง ความอวดของกิเลสเป็นยังไง ธรรมไม่ทำนะ ธรรมมีแต่เสริมขึ้นหนุนขึ้นตลอดเวลา กิเลสเหยียบตลอดเวลา จำให้ดีคำนี้น่ะ มันมีไหมในเมืองไทยของเราซึ่งเป็นเมืองพุทธเวลานี้ กำลังเป็นฟืนเป็นไฟเผาไหม้ทั่วโลกดินแดนในประเทศไทยของเรานี้ อะไรเผาถ้าไม่ใช่กิเลส ธรรมท่านไม่เผา มีแต่ลากขึ้นตลอดเวลา มันไม่อยากขึ้นนะ ลากขนาดไหนมันไม่อยากขึ้น ฟังซิน่ะ

โห ทุเรศนะ พระพุทธเจ้าสร้างบารมีมาแทบเป็นแทบตายสลบไสล บางทีถึงตายก็จะมีกว่าจะได้สำเร็จเป็นพระพุทธเจ้าขึ้นมาถึง ๔ อสงไขย ๘ อสงไขย ๑๖ อสงไขย ตายด้วยการสละชีพเพราะปรารถนาเป็นพระพุทธเจ้านี้มีไม่น้อยนะ มีไม่รู้กี่ครั้ง นั่นฟังซิ แล้วมาสอนโลกงุ่มง่ามต้วมเตี้ยมไม่ฟังเสียงนี่อีก แหมมันก็เข้ากันไม่ได้นะกับสละตายมาขนาดนั้นมาสอนโลก แล้วโลกก็ไม่ฟังเสียงเสียด้วย ไม่ฟังเสียงเลยละ แล้วที่ไม่ฟังเสียงนี่ก็คือมันเตรียมพร้อมที่จะจมลงในนรก ยังจะอวดพระพุทธเจ้าอีกว่านรกไม่มี นี้ละอันหนึ่งอันตัวสำคัญมาก คอมันจะขาดตรงนี้ละนะ

ใครจะเก่งเกินพระพุทธเจ้าไม่มี ในสามแดนโลกธาตุนี่ ไม่ว่าพระพุทธเจ้าพระองค์ใดตรัสรู้ขึ้นมาปึ๋งจ้าไปหมดเลย สิ่งเหล่านี้มีมากี่กัปกี่กัลป์ทำไมมาปฏิเสธได้ ตาบอด ๆ เหมือนพวกเราอวดเก่งกว่าพระพุทธเจ้าผู้หูแจ้งตาสว่างได้หรือ โลกวิทูคือใคร ถ้าไม่ใช่พระพุทธเจ้าคือใคร อาโลโก อุทปาทิคือใคร ไม่ใช่พระพุทธเจ้าคือใคร พวกเรามีอะไร มีแต่มืดดำกำตานี้ ทั้ง ๆ ที่ลืมตาอยู่มันก็หลับอยู่นี้หัวใจของมันอันนี้ นี่หรือจะไปอวดดีต่อพระพุทธเจ้า ว่าบาปไม่มีบุญไม่มี นรกไม่มี สวรรค์ไม่มี

แล้วพวกที่เก่ง ๆ นี้แหละพวกที่มันจะจม พระพุทธเจ้าไม่จม เห็นแล้วถึงมาบอกสัตวโลก พ้นไปแล้วถึงมาบอกสัตวโลกจมที่ไหน สัตวโลกที่มันเตรียมพร้อม ๆ ด้วยความดื้อด้านหาญทำทุกสิ่งทุกอย่าง ที่พระพุทธเจ้าห้ามมันไม่ยอมฟังเสียง พวกนี้พวกจะจม เราเขียนใบจมไว้เลยก็ได้ ไม่เขียนก็ไม่เป็นไรแหละมันจมอยู่ในตัว ถ้าไม่พลิกจิตเสียใหม่นะ ยังไงก็เราคนนี้ตัวเก่ง ๆ นี้ละตัวมันจะลง เราอย่าว่าพระพุทธเจ้าองค์ใดจะมารับเคราะห์กรรมแทนนะ ไม่มา มีแต่พวกเราตัวเก่ง ๆ นี้ จำให้ดีนะ เอาละวันนี้เทศน์เพียงเท่านี้พอ เหนื่อย วันไหนก็เทศน์ทุกวัน

เมื่อวานนี้ไปก็เห็นพวกเขาวิ่งมาจะมาช่วยทำครัว มีสี่ห้าหลังคาเรือนเขาวิ่งกันมา ปุบปับ ๆ มา เราก็ให้คนละห้าร้อย ๆ เรานานเราไม่ได้เคยให้เงินเขา เมื่อวานให้คนละห้าร้อย ๆ ตลอดไปเลย ผู้ใหญ่ ๆ ผู้หญิง ๆ ผู้ชายไม่ให้ ผู้ชายมันหากินได้ ไม่หากินก็เอาไปฆ่าเสีย ผู้ชายทั้งคนนี่วะ ให้แต่ผู้หญิง ผู้ชายก็อ้าปากดู ไม่ให้ ถ้าว่าไม่ให้-ไม่ให้เราไม่เหมือนใคร ให้แต่ผู้หญิง ดูเหมือนหมดไปสี่พันกว่าเมื่อวานนี้ ให้คนละห้าร้อย ๆ เขาก็ยิ้มแย้มแจ่มใส นั่นละธรรมไปที่ไหนยิ้มแย้มแจ่มใส เป็นอย่างนั้นละธรรม ไม่ตีบตันอั้นตู้ ธรรมไปที่ไหนเบิกกว้าง ๆ เย็นไปหมดเลย ธรรมพระพุทธเจ้าเป็นอย่างนั้น

โฮ้ ฝนพิลึกนะเมื่อวานนี้ ตั้งแต่สว่างฯ ไปถึงภูวัว ตกหนักจริง ๆ ไม่ใช่ธรรมดานะ จนรถต้องไปช้า ๆ ติดไฟหน้าแล้วก็ไป ทางเขามาก็เห็นติดไฟหน้า เราไปก็ติดไฟหน้าไปเรื่อย ๆ ฝนตกมากจริง ๆ พอมาถึงสว่างฯ มานี้ค่อย ๆ หาย หายมาเลย เอ้า มันหาย ๆ ฝนมันไม่ตกอย่าให้มันตก ไปบอกเจ้าเมฆเจ้าหมอกไว้ดี ๆ ให้นอนหลับครอก ๆ อยู่นี้ ทางอื่นเขาตกหมดแล้วทางแถวจังหวัดอุดรธานียังไม่ตก จะเอาไม้ไปแหย่ก้นมันหลงทิศไปเลย มันเป็นยังไง ระวังให้ดีเถอะอย่าเก่งนักพวกนี้

คุณมนัสเขามาถามลูกว่า พระปัญญาคุณ พระวิสุทธิคุณ แล้วพระอะไรอีกอย่างลูกไม่เข้าใจ ลูกอยากถามหลวงตาว่าคืออะไร

เอาละทางนี้จะตอบ นี่ก็ไม่เข้าใจ ก็อย่างนั้นซีเพราะถามไม่เข้าใจ ก็ต้องตอบกันอย่างนั้นซี เอาละพอ

สรุปทองคำและดอลลาร์วันที่ ๑๐ เมื่อวานนี้ ทองคำได้ ๒ กิโล ๓ บาท ๓๔ สตางค์ ดอลลาร์ได้ ๗๘ ดอลล์ ก็ได้เรื่อย ๆ อย่างนี้ละ มีสูงมีต่ำมีพักเครื่องติดเครื่องไปเรื่อย ๆ ไปเรื่อย ๆ อย่างนี้ ไม่มากก็น้อยมันจะถึงของมันเอง จะพ้นเงื้อมมือของชาติไทยเราได้เหรอ ทองคำที่ต้องการมอบเข้าคลังหลวง ๔ พันกิโล มอบเข้าคลังหลวงไว้แล้ว ๒,๐๖๒ กิโลครึ่ง ทองคำที่ได้หลังจากการมอบและฝากแล้ว เวลานี้ยังไม่ได้หลอมเป็นจำนวน ๔๐๓ กิโล ๑๐ บาท ๓๔ สตางค์ กรุณาทราบตามนี้นะ รวมทองคำทั้งหมดที่ได้แล้วเวลานี้เป็นจำนวน ๒,๔๖๕ กิโลครึ่ง ยังขาดอยู่เพียง ๑,๕๓๔ กิโลครึ่งจะครบจำนวน ๔ พันกิโล

เมื่อคืนนี้ฝนก็ไม่ตกนะ พอเดินได้สะดวกกลางคืน ยืดเส้นยืดสาย ไม่ยืดไม่ได้นะ ต้องยืดทุกวัน ๆ เออ ไอ้กี้มันเข้าท่าอยู่นะ มันเห่าสองสามคืนเรารำคาญ กลัวมันจะคอแหบ ประกอบกับพระก็ไล่แมวกลางคืน พระไล่จับแมวอยู่ตามนี้ หมามันก็เห่า มันเห่ามาได้สองสามคืนติด ๆ กัน เราสงสารมันคอจะแหบ เมื่อเช้าวานไปนี้ได้บอกเด็กเขา ให้สูเอาหมาสูกลับไปบ้านเสีย ไอ้กี้นั่นมันเห่าพิลึกกึกกือเหลือเกิน แต่มีข้อแม้ว่าถ้าเอาไปมันลักษณะท่าทางมันไม่อยากอยู่ก็ให้เอามันคืนมาเสีย ถ้ามันอยากอยู่ก็ให้มันอยู่ไปเรื่อย ๆ กูสงสารมันบอกเขา เห็นมันเห่ามากไป เขาก็มาเอาไปเมื่อวาน ดูว่าตอนบ่ายมาเอาไป เอาไอ้กี้ไป

พอตกตอนเย็นค่ำ ๆ เราด้อม ๆ ออกไปดูศาลา คือตามปรกติแล้วเราจะออกไปเวลาคนไม่มี ด้อม ๆ ออกไปตอนเย็น ๆ เงียบ ๆ ไปดูศาลา พอกลับเข้ามาเห็นไอ้กี้มันนอนจ้องเราอยู่ มันหันหน้าไปข้างนอก อ้าว ไอ้กี้มึงมายังไง มันเฉยเลย เราเอาไม้เล็ก ๆ ตีหลังมันก็เฉย เราก็เลยปล่อยไว้นั้นแล้วหนีมาถามพระ พระก็อ้าปากอีกนะ ไหนไอ้กี้มันมาได้ยังไง มาได้ยังไงก็เอาไปปล่อยแล้ว ให้ใครไปแล้วว่างั้น เอาไปยังไงนี่มันมาอยู่นี่ อยู่ไหนพระว่างั้น เลยไปหาอีก ไปเจอจริง ๆ มันอยู่นี่จริง ๆ พระก็อ้าปากเหมือนกัน เวลาเอามันไปแล้วขากลับมาเขาไม่บอกล่ะซี พระก็เลยเซ่อนึกว่าเอาไปแล้ว พอเราถามถึงเรื่องหมา ก็ว่าเอาไปแล้ว เอาไปที่ไหนมันอยู่นี่ พระเลยมาดู มันอยู่นั่นจริง ๆ เดี๋ยวนี้อยู่นั่น ขบขันดีไอ้กี้ เอาไม้เรียวตีหลังมันปั๊บ ๆ เฉยไม่สนใจเลย มันไม่เคยถูกไม้เรียว เอาไม้เรียวตีหลังมันปั๊บ ๆ เฉยเลย เหมือนกับเราหยอกมันเลยเฉยเลย

เปิดดูข้อมูล วันต่อวัน ทันต่อเหตุการณ์ หลวงตาเทศน์ถึงเรื่องอะไร www.luangta.com


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก