หาของดีไม่ใช่หรือ
วันที่ 22 พฤษภาคม 2544
สถานที่ : วัดป่าบ้านตาด
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :

อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด

เมื่อวันที่ ๒๒ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๔๔

หาของดีไม่ใช่หรือ

คนนี้ชื่อว่ายังไงนี่ ตัวแสบ ๆ อยู่ข้างในวัดนี้คนหนึ่ง ที่ไปทำอะไรกีดขวางอยู่ในหมู่เพื่อน หมู่เพื่อนบอกก็ไม่ฟัง แล้วท่านปัญญาไปบอกอีกไม่ฟัง ขุดส้วมขุดถานบอกไม่ฟัง คนนั้นต้องออกจากวัด อยู่ไม่ได้นะ นี่ก็ออก เคยไล่ออกจากวัดหลายหนแล้วนี่ ไปอยู่นาคูณทางนาคูณก็ไล่ออก อยู่ทางนี้ก็ไล่ออก ชื่อน้อยว่างั้นนะ นี่คนนี้ก็ออก มาอยู่ทำไมนี่ มันเคยมาขวางวัดหลายหน ไปที่ไหนขวางที่นั่น นี่เราจำได้แล้วนะ แล้วก็คนที่ว่าแป๋วหรือคนไหนที่ขุดส้วมนั่นน่ะ คนนั้นก็ออก ไม่ออกไม่ได้เลยมาขวางหมู่เพื่อน เป็นก้างขวางคอ ศาสนาดูไม่ได้นะกับคนประเภทนี้ พวกเปรตพวกผีมาอยู่ในวัดในวา

ตั้งแต่อยู่ในเมืองไทยก็จะทำให้เมืองไทยจมอยู่เวลานี้เห็นไหม พวกเปรตพวกผีพวกยักษ์พวกมาร กินไม่พอ ไม่ฟังเสียงใคร หน้าด้านหน้ามึน นี่ตัวนี้ตัวแสบ ไปในบ้านขวางบ้าน ไปคบค้าสมาคมกับใครขวางตลอด ขวางบ้านขวางเมือง นี้ก็เหมือนกัน นี้ออกนะนี่มาอยู่ทำไม เราเคยไล่ออกหลายหนแล้วนะ โผล่มาทำไมก็ไล่ออกแล้ว มาหาอะไร แล้วคนนั้นคนหนึ่งนะได้ยินหรือยัง ชื่อแป๋วหรือไง นั่นละคนนั้นคนหนึ่งตัวสำคัญ ให้หนี อยู่ไม่ได้นะ คนเอาแต่ใจตัว ใจตัวมันไม่ใช่ใจธรรมนี่ คนที่เอาแต่ใจตัวแล้วนั้นละคือยาพิษอยู่ในตัวนั้น ถ้ามองหน้ามองหลังเรียกว่าธรรม ธรรมนี้กระจายคัดเลือกผิดถูกดีชั่วประการใด คัดเลือก ถ้าเป็นเรื่องของความสกปรกของกิเลสแล้วพุ่งเลย ต้องการอะไรจะเอาอันนั้น ๆ ขวางโลกไปเลยนะ

อยู่ในครัวนี้มันก็มีหลายแบบหลายฉบับ ทั้งหึงทั้งหวงอำนาจ หึงหวงแบบแปลก ๆ แบบพิสดารก็มีในวัดนี่น่ะ มันกีดมันขวางกันว่าไม่รู้เหรอ ให้หนีนะคนประเภทอย่างนี้อย่ามาอยู่ มันกีดมันกันมันขัดมันขวางด้วยวิธีการต่าง ๆ มันหึงมันหวงด้วยวิธีการต่าง ๆ นะ มีทุกแบบอยู่ในนี้น่ะ เราอกจะแตกแล้วนะแบกตลอด ในวัดนี้ก็ทั้งสองภาคก็แบก จากนี้ก็แบกทั่วประเทศไทยจะว่าไง ไปที่ไหนเห็นแต่เรื่องขวางหูขวางตาตลอดเวลา เข้ามาในวัดก็มาเป็นอยู่ในวัด ลองเอาความคิดอย่างนี้ย้อนเข้าไปดูหัวใจเจ้าของไหม ลองดูซิมันขัดมันขวางหัวใจเจ้าของไหม สิ่งที่มันกีดขวาง ๆ ที่ว่ามานี้น่ะ ไปดูในเจ้าของมันขวางไหม มันมีไหม

มันแน่นอยู่นั้นละข้างในนี่ ไม่มีแบบไม่มีฉบับเลย ต่างคนต่างทำตามชอบใจ ๆ อะไรทำทิ้งไว้กีดขวางถนนหนทางที่พักที่อยู่ของใครก็ตาม ขอให้ได้อย่างใจเจ้าของพอ นี่ละเวลานี้มันกีดขวางอยู่นี่ เรื่องก่อเรื่องสร้างไปก่อสร้างหาอะไร เราไม่ทราบนะมันไปทำอยู่ข้างใน มีทุกแบบทุกฉบับนะเวลานี้ ตามธรรมดาต้องหัวหน้าทราบเรื่องราวดีชั่วประการใดมันถึงจะผ่านไป ต้องได้พิจารณาไตร่ตรองเสียก่อน เห็นชอบไม่เห็นชอบเรียบร้อยแล้วพิจารณาปฏิบัติตามนั้น อันนี้อยู่ข้างในดูเหมือนเป็นโรงงานใหญ่กระมังเดี๋ยวนี้อยู่ข้างใน ใครมาก็ปลูกก็สร้างอะไรต่ออะไร กีดขวางไปหมดนะเวลานี้

เลอะเทอะมากที่สุดคือวัดป่าบ้านตาด ทางครัวนี่เลอะเทอะมาก ทางพระเราก็ยังไม่ค่อยเห็น พระนี้ยิ่งเด็ดนะ เห็นไม่ได้ว่างั้นเลยพระ พระที่เราดูมาแล้วเราไม่ได้ชมพระไปเที่ยวเหยียบย่ำทำลายคนอื่น เราชมตามเหตุตามผล สำหรับพระของเรานี้เท่าที่ดูมาแล้ว เห็นดีกัน สงบเรียบร้อย นอกจากความโง่ มันโง่ตั้งแต่หลวงตาบัวลงไปก็ไม่ทราบจะตำหนิใคร ถ้าตำหนิก็ต้องฟาดแต่หลวงตาบัวลงไป เอาแตกกระจายไปทั้งวัด มันเหมือนกัน ถ้าตำหนิทางไม่ดีนี้ ในวัดนี้เราดูแล้วรู้สึกว่างามตาอยู่ตลอดมา ทางในครัวไม่เป็นท่านะ มันมีไหมสิ่งที่น่าตำหนิหรือสิ่งที่ควรตำหนิมีไหมอยู่ในครัว ยั้วเยี้ย ๆ อยู่นั่นน่ะ

เลอะเทอะมากเวลานี้ ไม่มีแบบมีฉบับนะในครัว เลอะเทอะว่างั้นเลย แบบของในครัวคือเลอะเทอะ จะไม่มีขื่อมีแปไม่มีหัวหน้านะ ใครอยากทำอะไรก็ทำ ทำตามความชอบใจ ไปที่ไหนกีดขวาง ทำนั้นทำเพื่อความสะดวกอันนั้นทำเพื่อความสะดวกอันนี้ มันเอากิเลสเข้ามาตีตลาดในวัดนะ เพื่อความสะดวกนั้น ในหัวใจเพื่ออรรถเพื่อธรรมมันไม่เห็นสนใจว่ะ ไอ้เรื่องความสะดวกภายนอกมันเสาะแสวงจริง ๆ ไปไหนกองทัพกิเลสความสะดวกเพื่อกิเลสนี้เต็มไปหมดเลย อยู่ที่ไหนหาตั้งแต่นั้นสะดวกนี้สบายนะ หัวใจมันกีดขวางตนเองตลอดเวลาทำไมไม่ดูบ้าง มันขวางหรือไม่ขวาง มันสบายหรือไม่สบายไม่เห็นดูกันบ้างว่ะ เลอะเทอะไปเรื่อย ๆ จนดูไม่ได้นะ

วัดนี้ปรกติก็บอกแล้วว่าเราไม่ได้รับเป็นประจำ รับไว้ให้มาพักชั่วคราวถ่ายทอดกันไป เพื่อให้ได้ผลประโยชน์ทั่วหน้ากัน มาอยู่พอสมควรแล้วผ่านออก คนนี้เข้าคนนี้ออกไปเรื่อย ๆ ไม่ได้มาทำให้เป็นการกีดขวางเป็นเจ้าอำนาจบาตรหลวงขวางหมู่ขวางเพื่อนอย่างนี้นะ มันมีนะ อวดอำนาจอยู่ใน ๆ ลึก ๆ นั่น มันมีนะ แผ่รัศมีบ้ามัน รัศมีรัศหมาอะไรเราก็ไม่รู้ เราเรียนน้อย ส่วนมากมันมีแต่รัศหมาเต็มอยู่ในครัว รัศมีไม่ค่อยมี ถ้ารัศมีก็มีแต่ไอ้หมีมันด้อม ๆ คอยโปรดเสียทีหนึ่ง ไอ้หมีหางสั้นแค่สองฝ่ามือมันเคยผ่านเข้าไปในครัว ไอ้หมีหนึ่ง ไอ้ปุ๊กกี้หนึ่ง ไอ้หยองหนึ่ง สามตัวมันไปโปรดพวกในครัว รัศมีก็คือรัศมีไอ้หมีหางกุดนี่แหละ นอกจากนั้นก็มีแต่รัศหมาไปหมด โฮ้ น่าทุเรศ

พอพูดอย่างนี้ก็ทำให้ระลึกถึงท่านอาจารย์ลีของเรา เรารักเราเคารพท่านมากตลอดท่านอาจารย์ลี เป็นพระที่ละเอียด พ่อแม่ครูจารย์ก็ชม เวลาพูดให้หมู่ให้เพื่อนฟัง ท่านพูดถึงเรื่องความเด็ดเดี่ยวความจริงจังต่อหลักธรรมหลักวินัย ต่อหน้าที่การงานทุกอย่างท่านลีนี้เก่ง ท่านว่างั้นนะ เราไม่ได้ลืม แล้วตอนนี้ก็มาประสานกันกับนั้นแหละ จะว่าแม่ชีก็ไม่ใช่แม่ชี อะไรก็ไม่ทราบแหละ คือข้างบนผมแกเต็มหัวหมาขี้เรื้อนนี้วิ่งหนีหมด คือแกมีผมหนา หมาขี้เรื้อนไม่มีขนเข้าใจไหม แล้วทางนี้แกก็นุ่งดำบ้างนุ่งขาวบ้าง แกเป็นนักภาวนา แกภาวนาดีนะ

ทีนี้มาเห็นท่านอาจารย์ลีเรามาซี โฮ้ มองดูท่านพ่อรัศมีจ้ามาเลยเต็มหน้า รัศมีรัศหมาอะไรท่านว่า ท่านตอกเอา รัศมีรัศหมาอะไรท่านว่างั้นเราก็ไม่ลืม ท่านพ่อมองดูหน้าตารัศมีออกรอบตัวเลย ท่านว่ารัศมีรัศหมาอะไร เราก็เลยไม่ลืม นี่มองไปมันเห็นแต่รัศหมาละข้างในครัว เวลาไอ้หมีเราเข้าไปก็จะเป็นรัศมีบ้างเข้าใจไหม มันผ่านไปกึ๊ก ๆ มันท่าใหญ่นะ มันไปท่าใหญ่มันไม่สนใจกับใคร กึ๊ก ๆ ๆ ผ่านไปแล้วมา บางทีเราเดินจงกรมมันผ่านมาทางจงกรมเรา มึงไปไหนมาไอ้หมี เราเห็นมันออกมาจากในครัวเราเดินจงกรมอยู่นั้น มันผ่านมาสระน้ำมันเคยผ่านมาตรงทางจงกรมเรา มันอาจจะอยากคิดอยากเล่นกับเรา มันเล่นกับเราแบบลึก ๆ นะแบบท่าใหญ่นะไอ้นี่

พอกึ๊ก ๆ มา มึงไปไหนมาไอ้หมี มาก็เดินผ่านมาทางจงกรม เรายืนอยู่นั้นมันเดินมานี้ มึงไปไหนมาไอ้หมี มันเดินเฉยเลย มาเราตบหลังปึ๊งเดียวมันก็ไปเลย มันไม่สนใจกับเรานะไปเลยไอ้หมีน่ะ นี่ถ้ามีก็มีตัวนี้ตัวรัศมีมันไปผ่านทางโน้น เข้าใจไหม พวกนั้นเห็นไอ้รัศมีหางจิ้นเราไหม หางกุดเราไหม มันไปโปรดท่า มันมีแต่รัศหมาเต็มวัดเอารัศมีไปแข่งเขาบ้าง คือรัศหมามันมีสองตัวเข้าไป ไอ้ปุ๊กกี้กับไอ้หยอง ไอ้นี่เป็นรัศมีมันผ่านเข้าไปตรงนั้นไปชะล้างกัน เข้าใจไหมล่ะ

เฮ้อ ดูไม่ได้นะเวลานี้ เลอะเทอะมากนะวัดป่าบ้านตาด เราไม่เคยปฏิบัติมา เราทนแสนทนนะ เพราะเห็นว่าเราช่วยบ้านช่วยเมืองนี้ยิ่งหนักเข้า เลยประหนึ่งว่าเป็นการอนุโลมลงไปอีก ๆ เยอะนะ มาอยู่ทีแรกพระที่ติดตามเรามานี้มี ๑๔-๑๕ องค์ ครั้นขยับออกมาก็รับแค่ ๑๘ องค์เท่านั้นยันตัวเลยไม่มากกว่านั้น เพราะครูบาอาจารย์ทั้งหลายมีมาก บรรดาพระเณรจะไปอาศัยครูบาอาจารย์องค์ใดก็ได้ เราก็ปิดทางของเรา เพื่อความสะดวกแก่การบำเพ็ญของพระเณรเรา สำหรับเณรปกติไม่มี มีแต่พระล้วน ๆ ครั้นนานมา ๆ นี้ก็ครูบาอาจารย์ร่วงโรยไป ๆ หาที่เกาะที่ยึดไม่ได้ วิ่งเพ่นพ่าน ๆ เราก็เลย ถ้าว่าประตูก็แย้มออกนิดหนึ่ง รับจาก ๑๘ ขึ้นไป ๒๑ จากนั้นมา โอ๋ย ไหลเลยทีเดียว

เดี๋ยวนี้ไม่ทราบว่ากี่ร้อยเต็มอยู่ในวัด ตะกี้นี้มาฉันจังหันสองสามองค์ รวมแล้วเป็น ๔๓ องค์วันนี้ อยู่ในวัดนี้ก็เต็มเห็นไหม ตีเอาไว้นะไม่งั้นจะมากเกินไป มันหนักพอแล้วเรา แล้วยังมาทำเลอะเทอะเกะกะให้เห็นอีกเหรอพวกนี้น่ะ มันไม่มีอะไรเป็นความจริงความจังในหัวใจของมัน มันจะมีอะไรเป็นของดีในจิตล่ะ ถ้าไม่มีสัตย์มีจริงในตัวเอง เหลวไหลทั้งนั้นคนเรา ต้องมีสัตย์มีจริง

นี่เราอนุโลมเต็มที่แล้ว สุดขีดแล้วนะ ไปไหนก็แบบหูหนวกตาบอดไป ไม่ดูไม่ฟัง ถ้าดูมันดูไม่ได้ ฟัง-ฟังไม่ได้ ไปไหนก็แบบหลับหูหลับตาไป เราไม่ได้ยกว่าเราฉลาดนะ ที่มันโง่กว่านี้ยังมีอีกเยอะนี่จะไม่ให้ตำหนิยังไง ที่ฉลาดควรที่จะยกขึ้นมาบ้างมันไม่ค่อยมี แล้วจะให้เอาอะไรมายก มันมีแต่อันเดียวก็ต้องยกแต่อันเดียวนี้ขึ้นมาซิ ถ้าตีอันนี้ออกไปแล้วของดีก็ขึ้น ไม่ต้องบอกมันก็รู้เองทุกคนนั่นแหละ เราหาของดีไม่ใช่หรือ ไม่ใช่มาหาของเลว ๆ เลว ๆ ที่ไหนมันก็มี

อย่างศาสนาพระพุทธเจ้าเราไม่ต้องเทียบที่อื่นละ เทียบกับชาวพุทธเรานี้ พูดเปิดอกเลยนะ ปฏิบัติมาอย่างนี้รู้เห็นอย่างนี้จะให้ว่าไง เวลามืดมันก็มืดเต็มที่เต็มแดนก็ดังเคยพูดให้ฟังแล้ว ขึ้นไปเดินจงกรมนั่งสมาธิภาวนาบนภูเขาองค์เดียว จะฟัดกับกิเลสให้หงายหมาลงไป มันฟาดเราหงายหมาก่อนแล้ว ๆ จนกระทั่งน้ำตาร่วงสู้มันไม่ได้ เราก็เอามาพูด โง่ขนาดไหนสู้กิเลสไม่ได้ ตั้งสติไม่อยู่เลยก็มาพูด พูดทั้งดีทั้งชั่วเพื่อเป็นคติแก่ผู้ฟังทั้งหลาย ไม่ได้พูดเพื่อโอ้อวด เราไม่มีเรื่องโอ้อวดเราไม่มี เราบอกตรง ๆ ไม่มี

ใครจะมายอก็ดี จะมาตำหนิติเตียนก็ดี ก็เท่ากับน้ำหนักของอิฐก้อนหนึ่งหนักสิบกิโล ทองคำแท่งหนึ่งหนักสิบกิโล มายกมันก็หนักเท่ากัน จะว่าอะไรดีอะไรชั่วเราก็ไปว่าเฉย ๆ นี่ทองคำ นั่นก้อนอิฐ ครั้นเวลามายกแล้วน้ำหนักมันเท่ากัน ความสรรเสริญก็เหมือนกัน นินทาก็เหมือนกัน มีน้ำหนักเท่ากัน ยกมันหาอะไร ไม่ยกมันไม่หนัก ยกอิฐก้อนหนึ่งขึ้นมาก็หนักสิบกิโล ยกทองคำขึ้นมาก็หนักสิบกิโล ไม่ยกแล้วไม่หนัก

ความสรรเสริญก็ดี ความนินทาก็ดี นี้เป็นของเศษของเดน บรรดาท่านผู้เลิศเลอทั้งหลายเป็นของเศษของเดนส่วนเกินทั้งนั้น ท่านไม่ยกมันหนัก ชมเชย สรรเสริญ นินทาอะไร เท่ากับทองคำกับอิฐหนักสิบกิโลด้วยกัน หนักด้วยกัน จึงไม่ยก ปล่อยไปตามเรื่องของมัน ทองคำก็ไปตามทองคำ อิฐก็ไปตามอิฐ เราไม่ยกเราก็ไม่หนัก ใครอยากตายก็ยกซิ นั่นละท่านพอท่านเป็นอย่างนั้น ไม่มีอะไรเกินคำว่าพอ ธรรมแท้เราเรียกได้คำเดียวว่าพอเท่านั้น นอกนั้นเรียกไม่ถูก ห่างไกลกันมากกับสมมุติ ถ้าว่าพอแล้วอะไรก็พอหมด เหมือนน้ำเต็มแก้ว เอาน้ำอะไรมาเทก็ล้นออกหมด เอาน้ำมหาสมุทรทะเลหลวงมาเท ก็ล้นออกเหมือนกันกับน้ำในที่ทั้งหลายที่เอามาเทนั้น เพราะมันเต็มแก้วแล้ว

นี่น้ำอรรถน้ำธรรมกับใจเป็นอันเดียวกันแล้ว ก็เท่ากับน้ำเต็มแก้ว ใครจะนินทาก็แล้ว สรรเสริญก็คือน้ำล้นแก้วนั้นเอง ล้นไปหมด ทั้งคำนินทา ทั้งคำสรรเสริญ ล้นไปด้วยกันหมด อยู่เฉพาะที่พอดีขอบปากแก้วเท่านั้น นั่นละธรรม เทียบกับขอบปากแก้วพอดีกับน้ำแล้ว ไม่เลยนั้น นั่นละธรรมพระพุทธเจ้า พระอรหันต์ทั้งหลายท่านครอง แล้วจึงมาดูพวกเราจนจะดูไม่ได้ คือมันขวางไปหมด มันมีแต่เรื่องของกิเลสซึ่งเป็นเรื่องขวางธรรมทั้งนั้น แล้วจะไม่ให้มันขวางได้ยังไง ออกมากิริยาใดมีแต่กิเลสบังคับออกมา ๆ บังคับออกมาเพื่อขวางธรรมก็ไม่ผิด ออกมามันก็ขวางล่ะซี เมื่อเป็นเช่นนั้นจะไม่ขวางยังไง ไปที่ไหนมันมีแต่สิ่งที่ขวางเต็มบ้านเต็มเมือง มองไปที่ไหนมันก็ขวางหมด ฟังอะไรก็ขวางหมด เพราะสิ่งที่เห็นที่ฟังมีแต่เรื่องขวางทั้งนั้น แล้วมันจะไม่ขวางได้ยังไง

นี่ละพิจารณาซิพวกเรา พุทธศาสนาเลิศเลอขนาดไหน เรายังมาถือเป็นตุ๊กตาเครื่องเล่นของเด็กอยู่เหรอ ว่าถือศาสนาพุทธ ๆ บทกิริยาเหมือนหมาไม่ได้เหมือนพุทธนะ มองไปที่ไหน โถ ถ้าว่าความโลภ ภูเขาห้าลูกสู้ไม่ได้นะในบุคคลคนเดียวตัวเท่าอึ่งนี่ ความโลภมันเท่าภูเขาสามลูก ความโกรธราคะตัณหานี้ยิ่งมากทีเดียว ล้นภูเขาไปอีกพวกนี้ นี้ละตัวสำคัญตัวทำลายบ้านเมืองอยู่เวลานี้ แต่ต่างคนต่างเสริมนะ เวลานี้เสริมหมด เด็กเกิดมาแต่ในท้องจัดเครื่องแต่งตัวให้เรียบร้อยแล้ว ออกมาจากท้องแม่ยังไม่ได้ล้างก็ตามเถอะ พอตกคลอดออกมาเครื่องแต่งตัวสดสวยงดงามเพื่อราคะตัณหานี้แต่งออกมาพร้อมแล้ว ๆ เห็นไหมกิเลสตัณหามันเก่งไหม รู้ไหม

ไปที่ไหนมันจึงเหมือนเปรตเหมือนผี การแต่งเนื้อแต่งตัวจึงเป็นเหมือนเปรตเหมือนผี เพราะกิเลสตัณหาพาให้แต่ง ถ้าธรรมพาให้แต่งจะรู้จักความพอเหมาะพอดีสวยงาม ยิ่งเราเป็นชาวพุทธด้วยแล้ว ระเบียบกฎประเพณีอันดีงามสำหรับธรรมประจำพื้นเพของชาวพุทธควรจะมีติดตัว ๆ นี้มันไม่ได้มีนะ มีแต่พวกเปรตพวกผีเอาส้วมเอาถานมาอวดกัน ถือว่าเป็นทองคำทั้งแท่ง ๆ มันไม่รู้หรือว่าส้วมถาน พระพุทธเจ้าพระสาวกท่านสาปแช่งมันพอแล้ว ฟาดมันขาดสะบั้นลงไปไม่มีโลกไหนเหลืออยู่แล้วในหัวใจของท่าน แล้วพวกเรายังมาเสกมาสรรปั้นยอว่าเป็นทองคำทั้งแท่งแข่งธรรมพระพุทธเจ้าอยู่เหรอ มันโง่ขนาดไหนมนุษย์เรา พิจารณาให้ดีนะ

นี่มันจวนจะตายแล้วเปิดให้เห็น มันจ้าอยู่ในหัวใจจะให้ว่าไง นี่ก็บอกแล้วเวลามันโง่ก็เคยพูดให้ฟังแล้ว มืดก็พูดให้ฟังแล้ว ตั้งแต่ไปนั่งภาวนาอยู่บนภูเขาฟัดกับกิเลสน้ำตาร่วงสู้กิเลสไม่ได้ก็เอามาพูด กลับไปฟิตใหม่ กลับมาอีกฟาดอีกหงายหมาลงไปอีก สู้มันไม่ได้ เอากลับไปอีก ถึงขั้นออกอุทานนะ อุทานในใจไม่ได้พูดด้วยปาก โถ มึงเก่งขนาดนี้เทียวเหรอ คือมันเอาเราจนน้ำตาร่วง ๆ กูมาทำความเพียร ความเพียรมันอยู่ที่ไหนนี่ มันมีแต่เรื่องของกิเลสขยี้ขย้ำอยู่ตลอดเวลา เอาละมึงต้องพังวันหนึ่ง ให้กูถอยกูไม่ถอยแหละ นี่คืออุทานซัดกันนะ เคียดแค้นจริงๆ ไม่ได้ธรรมดา

กลับมาก็ฝึกซ้อมกับครูบาอาจารย์ ขึ้นไปอีกฟัดอีก หงายหมาลงมาอีก กลับไปอีกเอาอีกอยู่อย่างนั้นไม่ถอย ฟัดไปฟัดมาก็พอฟัดพอเหวี่ยง หงายหมาแล้วก็หงายเป็นหงายแมว พอหงายแมวมันตบได้นี่ แมว หมามันมีแต่ร้องแง้ๆ มันตบไม่เป็น แต่แมวมันตบได้นะ นี่ก็เริ่มเป็นหงายแมว ล้มลงไปหงายแมวตบได้ ต่อไปก็หงายเสือ ก็เป็นเสือโคร่งละซีฟาดกันๆ เต็มเหนี่ยวเลย นี่เวลามันฉลาดธรรม เราฝึกซ้อมไม่หยุดไม่ถอยในหัวใจดวงนี้ละ เอาธรรมพระพุทธเจ้าไปฝึก มันจะเก่งขนาดไหนกิเลส พังทั้งนั้นแหละ

ถ้าเราตั้งหน้าตั้งตาฝึกเพื่อความเป็นคนดี อยู่ที่ไหนก็ดีคนเรานะ ยืนเดินนั่งนอนหลับตื่นลืมตาดีทั้งนั้น ถ้ามีธรรมเข้าแทรกอยู่ในหัวใจ ปฏิบัติตัวเองตลอดเวลาด้วยธรรมแล้วจะดีทั้งนั้น ถ้าไม่มีธรรมแล้วอยู่ท่าไหน ถ้าเป็นหมาร้องแหง็กๆ ทั้งนั้นละ สู้กิเลสไม่ได้มีแต่ร้องแหง็กๆ นี่ฟังไปที่ไหนดูไปที่ไหนได้ยินแต่เสียงแหง็กๆ หงักๆ อยู่ทุกแห่งทุกหนนับตั้งแต่กุฏิหลวงตาบัวไป แหง็กๆ อยู่นั่น มองไปดูกุฏิพระก็เสียงดังแหง็กๆ หงักๆ มองไปที่ครัวก็แหง็กๆ หงักๆ มันเสียงอะไรนั่นเสียงแหง็กๆ เสียงไม่เป็นท่าหรือเสียงอะไรไม่รู้ ร้องแหง็กๆ แล้วออกไปข้างนอกนี่ร้องแหง็กๆ มองไปกว้างเท่าไรทั่วประเทศไทยมีแต่พวกแหง็กๆ ทั้งนั้นมันร้องเข้าใจไหม เอา ฟังประเทศไทยฟังไว้บ้างทุกคน

หลวงตาบัวอวดหรืออวดโลกเวลานี้น่ะ สอนโลกอย่างเปิดเผยนี้ ๓ ปีกว่าแล้วนะ ตั้งแต่สอนอยู่ใต้ดินมาได้ ๕๑-๕๒ ปีนี้แล้ว สอนธรรมะนี้เด็ดเดี่ยวเฉียบขาดสอนแต่พระทั้งนั้น อยู่ในป่าในเขาแต่ก่อนไม่ค่อยมีใครไปยุ่ง สอนแต่พระมีแต่แกงหม้อเล็กแกงหม้อจิ๋ว ๆ พุ่งๆ ตลอดเลย ทีนี้เวลาออกมาสู่ชาวบ้านชาวเมืองก็เลยเอาแกงหม้อใหญ่ออกมา มาก็เทศน์แกงหม้อใหญ่สะเปะสะปะตีนั้นตีนี้ไป ถ้าจะตีแรงก็จะถูกหัวเด็กหัวคนแก่ ทีนี้ไอ้หัวอันธพาลมันก็อยู่ข้างหลังนั่นซีมันตีไม่ถูก

เพราะฉะนั้นการเทศนาว่าการ ใครจะว่าเทศน์ดีไม่ดีก็ตามเรารู้ในตัวของเราเอง แบบตีเด็กตีคนแก่นั่นแหละ สะเปะสะปะตีโน้นตีนี้ไปอย่างนั้นละ ไอ้หัวอันธพาลมันสนุกเล่นตัวมันล่ะซิ ตีไม่ถูกหัวมัน มันอาศัยหัวเด็กเป็นที่กำบัง เป็นอย่างนั้นนะ ตั้งแต่ก่อนเทศน์อยู่ในป่าในเขากับพระกับเณร กับพระนั้นมากส่วนเณรไม่ค่อยมี มีแต่พระแหละฟาดเปรี้ยงๆ เลย นี่เทศน์อยู่ใต้ดิน ในเทปมีเทปเทศน์เหล่านี้ แต่ก่อนๆ จริงๆ ไม่มี เราออกมาเกี่ยวข้องมาตั้งวัดป่าบ้านตาดประมาณ ๒๕๐๔ ก็มีเทปขึ้นมา จึงได้เทปจากนั้นมา ก่อนหน้านั้นไม่มี นั่นละตอนเด็ดเดี่ยวเฉียบขาดคือก่อนหน้านั้น เพราะโรคหัวใจยังไม่เกิด พุ่งๆๆ เลยละเทศน์

ไม่ได้คุย เอ้า ถามมาว่างั้นเลย เมื่อมันจ้าในหัวใจมันจะติดข้องอะไร ไม่ติดเราเสียอย่างเดียวไม่ติดทั้งสามแดนโลกธาตุนี้คนเรา ถ้าติดเราเสียคนเดียวเท่านั้นติดหมด อะไรติดหมด เราไม่ติดเราเสียอย่างเดียวไม่ติดอะไรนั้น นี่พระพุทธเจ้าไม่ติดพระองค์ สาวกทั้งหลายท่านไม่ติดท่าน ท่านจึงไม่ติดอะไรในสามแดนโลกธาตุ การพูดการจาทุกสิ่งทุกอย่างท่านพูดได้อย่างเต็มปากตามหลักความจริง ท่านไม่ได้ว่าอย่างนั้นอย่างนี้ลูบหน้าปะจมูก ไม่มีในธรรมทั้งหลาย ผิดบอกว่าผิด ถูกบอกว่าถูก จึงเรียกว่าธรรมเป็นสรณะของโลก ตายใจได้นะ

ไอ้เรื่องกิเลสเป็นไม่ได้นะ พูดประจบประแจงเลียแข้งเลียขา ข้างในมันมีแต่พิษแต่ภัยเต็มหัวใจมัน มันเอากิริยามารยาทหวานปากหวานคอมาประดับร้านอย่างนั้นอย่างนี้สวยงาม พูดแก้วเจ้าขา ใครมาก็เจริญพรๆ ไปอย่างนั้น เห็นหมาตัวนึงก็เจริญพรเข้าไปละซี หนักเข้าไปสุดท้ายเห็นไอ้หมีไอ้ปุ๊กกี้เราก็เจริญพร เดี๋ยวมันจะไล่งับเอาหลงทิศนะ หมาวัดป่าบ้านตาดอย่ามาเจริญพรกับมัน หัวหน้าของมันคือหลวงตาบัวใหญ่นี้ ไม่ได้ไปเจริญพรกับใครง่ายๆ นะ เข้าใจไหม แล้วมาเจริญพรกับไอ้หมีไอ้หยองไอ้ปุ๊กกี้เราไม่ได้นะ เดี๋ยวมันไล่กัดเอาเราไม่ช่วยจะว่าไม่บอก เตือนแล้วนะ กลัวหมาจะฟาดคนมาเจริญพรกับมันเข้าใจเหรอ

เรื่องศาสนากับโลก แหม จะเข้ากันไม่ได้จริงๆ นะ คือมันมีเลอะๆ เทอะๆ ด้วยกองมูตรกองคูถเสียทั้งนั้นว่างี้เลย เอา เราพูดนี้ใครว่าผิดว่ามา เอาสิ่งที่ว่าเลิศๆ เอามาแข่งกับหัวใจเรา หัวใจเราเป็นยังไงเวลานี้น่ะ สอนโลกมาสอนด้วยความหลอกลวงต้มตุ๋นเหรอ เราสอนมาเต็มเม็ดเต็มหน่วยแทบจะเป็นจะตายเพื่อโลกเพื่อสงสารยังไม่เห็นว่าเป็นของดี ดีตั้งแต่ส้วมแต่ถานนั้นเหรอ เอามาแข่งกันดูหน่อยน่ะ มันเป็นยังไง เอาละเหนื่อยแล้วพอ เวลาขึ้นเวทีก็ฟัดเลย ลงจากเวทีแล้วก็เป็นคนธรรมดา

ลูกศิษย์ หลวงตาเจ้าขาคณะอาจารย์นิดถวายทองคำ ๓ บาทเจ้าค่ะ

หลวงตา เออ ๓ บาทโฮ่ ได้แล้วนี่ได้กัณฑ์เทศน์แล้ว ๓ บาทแล้วทองคำ เป็นยังไงฟังเทศน์วันนี้

ลูกศิษย์ เข้มข้น ยังไม่เคยเจอเจ้าค่ะ

หลวงตา ยังไม่เคยเจอ ก็มันโมโหเพราะดูมาตลอด ตาหูจมูกลิ้นกายมีแต่สัมผัสสัมพันธ์พวกมูตรพวกคูถทั้งนั้น ตัวนี้ก็มูตรคูถตัวนั้นก็มูตรคูถสัมผัสสัมพันธ์ตลอดเวลา หัวใจมูตรคูถหรือไม่มูตรคูถ นั่นตัวนั้นตัวสำคัญ แต่ส่วนขันธ์นี้มันก็เหมือนกันกับโลก มันก็คลุกเคล้ากันตลอดเวลาอย่างนั้น ธรรมชาตินี้คืออะไรนั่นซิ ที่โลกไม่เห็น มันเป็นบ้ากับเรื่องมูตรเรื่องคูถอยู่เวลานี้น่ะ ลงธรรมาสน์แล้วยังลากขึ้นอีก ลงเวทีแล้วยังจะลากขึ้นอีกเหรอไม่ขึ้น มีเท่าไรเอามา เราจะเอาอันนี้ต่างหาก

ใครเห็นแมวทางนู้นหรือเปล่า (เมื่อคืนนี้เห็นตัวหนึ่งเจ้าค่ะตีสอง) แน่ะมันมายังไง เห็นตัวหนึ่งเหรอ สียังไง (สีเทาอ่อนค่ะ) มันขึ้นได้ยังไงนะ เห็นตัวหนึ่งแล้วเหรอมันขึ้นทางไหนนะ วันนี้ให้พระเราหรือพวกญาติโยมลองไปหาตามล่าแมวตัวนี้ดูหน่อยนะ ทั้งวันนี้ เอา ค้นหาทั้งวัดเลย ให้ทราบทั่วกันวันนี้พระจะค้นหาแมว ไม่ได้ถ้ามีแมวตัวหนึ่งมาสัตว์นี้ตายหมดเลยไม่มีเหลือ เราสงวนสัตว์มากรักสัตว์มากนะ เต็มวัดเรานี้มีแต่สัตว์ นี่แมวมันยังขึ้นมาได้อีกแล้ว แสดงว่ามันลบลายความฉลาดของพระวัดป่าบ้านตาด ญาติโยมลูกศิษย์วัดป่าบ้านตาดหมดเลย แมวตัวนี้ลบลายหมด มันเข้ามาได้แล้ว ไปลบลายแมวนะวันนี้

ยกทัพกันทั้งหมด พวกนี้ไปไม่ต้องกินข้าว ไปไล่แมวเสียก่อนแล้วค่อยมากิน กินเมื่อไรก็ได้กินข้าวขอให้ได้แมวมา ให้หลวงตาได้ให้รางวัลเข้าใจไหม ขอให้ได้แมวมา หลวงตาจะยกรางวัลให้ เอา แมวตัวนั้นยกให้เลยทีเดียว มันมาได้ยังไง โห มันเก่ง (ตามไม่ทันมันวิ่งเร็ว) โอ๋ย อยากให้มันวิ่งเร็วอยากให้มันเป็นจรวด พระเรานี้มีแต่อาจารย์จรวดทั้งนั้นอยู่ในวัดนี้เข้าใจเหรอ ให้มันยกโคตรมามึงมีเท่าไรแข้งขามึงมา พระกูมีเพียง ๒ ขานี้ ๒ องค์ก็ ๔ ขาแล้ว บอกงั้นนะ โห มันมายังไงมันมาได้ โธ่ มันยังเก่งอยู่นะ เอาวันนี้ลองดูซิน่ะ เอา ตามให้ได้นะวันนี้ ถ้ามันอยู่ในวัดนี้เอาให้ได้เลยเทียว มันขึ้นมายังไง

เอา ตามจับนะพระเราก็ดี ประชาชนก็ดีให้ตามจับ แต่คนสุ่มสี่สุ่มห้าเข้าไปในวัดนี้ไม่ได้นะ ไอ้พวกเปรตพวกผีมันมีนะในวัดนี้ คนไม่เคยคุ้นหน้ากันอย่าให้เข้าไปในบริเวณวัดนี้นะ ให้ไปเฉพาะคนของเราเท่านั้นที่ไปตามหาแมวนะ เดี๋ยวมันจะมีข้อแม้เข้ามานี้จนได้ ให้เป็นคนของเรานะ ไม่ใช่คนสุ่มสี่สุ่มห้าเข้าไปหาแมวในวัดนะ พากันเข้าใจ พระเราเหมือนกัน พระเราจะไปได้ทั่วไปหมดละ ส่วนญาติโยมก็แฝงกันเข้าไป ผู้ที่เป็นคนของวัดนั้นแหละ คนสุ่มสี่สุ่มห้าไม่ให้เข้าวัดนี้นะ โฮ้ มันมาได้ยังไง เรายังไม่แน่ใจว่ามันอาจอยู่ข้างในก่อนนะ

ถ้ามันเข้ามาได้ มันเข้ามาได้ยังไง เพราะเราไปเที่ยวหาดูหมดแล้ว เรียกว่าแน่ใจเลยว่ามันจะขึ้นไม่ได้ เพราะวิ่งขึ้นไปนี้ก็สังกะสีเกาะอยู่นี้ โดดขึ้นเกาะพับตกเลยๆ แต่ตัวนั้นมันผึงขึ้นเลย ไอ้ด่าง นู่น เอาไปทรมานไว้วัดถ้ำผาปู่ ให้อีตาเผยผูกมัดคอเป็นเสี่ยวกันแล้วก็ทรมานกันเข้าใจไหม อีตาเผยวัดถ้ำผาปู่ ท่านเผยเราเรียกเป็นอีตาเผย นี่เอาเสี่ยวมาให้แล้วนะวันนี้ เราบอกอีตาเผยแล้ว ไปมัดคอติดกันเป็นเสี่ยวกันเสียนะ เราเบื่อมันพอแล้วแมวตัวนี้ มันลบลายพระทั้งวัดหมดเลย เอาไปปล่อยนู้น มีแต่ลบลายแมว แมวลบลายพระไม่รู้ โห มันเก่งมาก โธ่ๆๆ ถ้าหากว่ามีแมวอยู่ในวัดนี้จะผาสุกไม่ได้นะสัตว์ในวัด จะตายไปวันละไม่ทราบว่ากี่ตัวละนะ เราสงสารสัตว์มากนะ

พี่น้องทั้งหลายเห็นไหม ที่หลวงตาบัวพูดอย่างเปิดอย่างเผยไม่มีสะทกสะท้านนั้น บอกว่าถือหนังสะติ๊กไปยิง อย่างนี้มันเป็นเสนียดจัญไรหูของโลกกิเลสเข้าใจไหม แต่หลวงตาถือหนังสะติ๊กไปนี้ เหมือนกับครูบาอาจารย์แบกคัมภีร์ไปฟาดหัวลูกศิษย์ลูกหาเข้าใจไหม คนไหนมันประมาทนอนใจเอาคัมภีร์ฟาดหัวมันเลย ให้มันหลบคัมภีร์แล้วมันก็ขยันหมั่นเพียร อันนี้ตัวไหนมันประมาทก็เอาหนังสะติ๊กฟาดหัวมันเลย ยิงหนังสะติ๊กเปรี๊ยะใส่กำแพงแล้วมันตื่นนะ เราไม่ได้ยิงใส่ตัวมันแหละ จึงเรียกว่าคัมภีร์ใหญ่ นี่คัมภีร์สอนสัตว์ ถือหนังสะติ๊กไปด้วยนะ มันเล่นกัน หนังสะติ๊กเราฟาดใส่กำแพงเปรี้ยงนี้มันตื่นวิ่งเลย ไปมึงไปไหน ทำท่ายิงไล่อีก โอ๋ย ไปใหญ่เลย นี่ละคัมภีร์ใหญ่สอนสัตว์ คัมภีร์ใหญ่สอนพระก็พระไตรปิฏกเข้าใจไหม คัมภีร์หนังสะติ๊กเรานี้สอนสัตว์ พากันเข้าใจแล้วนะ

บางคนยังไม่รู้เรื่องรู้ราว ท่านไปนี้ท่านแบกคัมภีร์ไปตอนเช้าๆ อันนี้คัมภีร์สอนสัตว์ ถือหนังสะติ๊กไป สัตว์ตัวไหนมันเซ่อซ่าเอาเลย มันก็กลัวละซิ วิ่งหัวซุกหัวซุนนะ พอได้ยินเสียงหนังสะติ๊กแป๊ก แป๊กกำแพงนะ โอ๋ย วิ่งหัวซุกหัวซุน คือเขาเคยมาแล้ว ไปที่อื่นๆ เขาเคยหนังสะติ๊กนี้แล้ว พอได้ยินแป๊กเท่านั้น โอ๋ย วิ่งใหญ่เลย นี่ละอาจารย์ใหญ่ของสัตว์

เปิดดูข้อมูล วันต่อวัน ทันต่อเหตุการณ์ หลวงตาเทศน์ถึงเรื่องอะไร www.luangta.com


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก