ชั่วได้ต้องดีได้
วันที่ 16 ตุลาคม 2544
สถานที่ : วัดป่าบ้านตาด
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :
ข้อมูลเสียงแบบ(Win)   ข้อมูลเสียงแบบ(Real)   วิดีโอแบบ(Win Narrow Band)   วิดีโอแบบ(Win High Band)   วิดีโอแบบ(Real)

เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด

เมื่อวันที่ ๑๖ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๔๔

ชั่วได้ต้องดีได้

เมื่อวานนี้ตั้งใจไปโรงพยาบาลบ้านแท่น นู้นติดกับภูเขียว ชัยภูมิ คือมันเป็นแย็บ ๆ อยู่ในจิตชอบกลอยู่ ยังไม่สนิทใจ จึงไปดู ก็พอดีได้คำตอบรับมาเหมาะกันเลย ของที่ตกลงให้เรียบร้อยแล้วนั้นตามไปดูว่ามาครบแล้วยัง มีลักษณะไม่สนิทใจเลยต้องติดตามไปดู ไปก็ไปเจอจริง ๆ ยังอีกเครื่องหนึ่ง อุลตราซาวด์มาถึงนานพอสมควรแล้ว ที่ควรจะมาถึงด้วยกันเครื่องกระตุ้นหัวใจแต่กลับยังไม่มา เราเลยบอกเดี๋ยวนั้นให้โทรไปหาหมอที่โรงพยาบาลโนนสะอาดเดี๋ยวนี้ บอกหลวงตาท่านมาที่นี่มาถามถึงเรื่องเครื่องไม้เครื่องมือที่ตอบรับกันเรียบร้อยแล้วนั้น เวลานี้เครื่องกระตุ้นหัวใจยังไม่มา ซึ่งควรจะมาถึงพร้อมกันกับอุลตราซาวด์แล้ว ท่านจึงให้โทรมาถามเดี๋ยวนี้ บอกงั้นเลย ขัดข้องด้วยเหตุผลกลไกอะไรก็ให้บอกมาทางโรงพยาบาลบ้านแท่น

เราบอกแล้วก็ออกเดินทางมาเลย มันนานแล้วนี่ มันควรจะมาถึงพร้อมกันกับอุลตราซาวด์ มาไม่เห็น เลยทำให้ไม่สบายใจ จึงให้โทรเดี๋ยวนั้นเลย บอกว่าเราให้โทร หลวงตาท่านนั่งอยู่โรงพยาบาลนี้ว่างั้น เพราะมันนาน เขาไม่กล้าทวงแหละพวกนี้ เราผู้ตั้งใจให้แล้วต้องเป็นผู้ติดตามเอง เขาไม่กล้าทวง เราจึงต้องทวงเอง ไปบ้านแท่นนี่ ๒ ชั่วโมง ๑๐ นาที มาจากบ้านแท่น มาทางศรีบุญเรือง หนองบัวลำภู ถึงวัด ๒ ชั่วโมง ๑๐ นาที ไปทางเขาสวนกวาง พอจะเข้าขอนแก่นก็ตัดไปชุมแพ บ้านแท่น ระยะทางทางนู้นไกลกว่าทางนี้ ๘-๙ กิโล คือตั้งเข็มไมล์ ไปที่ไหนทำข้อสังเกตเอาไว้ ไปคราวหน้าคราวหลังจะได้สะดวก ไปเมื่อวานบอกตั้งแต่ต้นทางให้ทดสอบดู เวลาไป-ไปทางสายนี้ ขากลับเราจะกลับทางนั้น ทางสายนี้ไปบ้านแท่นกี่กิโล จากนั้นมาทางสายนั้นมานี่กี่กิโล

โรงพยาบาลที่เราให้เป็นพิเศษเวลานี้ก็ ๓ โรง นอกนั้นให้เสมอกันหมด โรงพยาบาล ๓ โรงนี้ไกลมากนะน่าสงสาร ภักดีชุมพล ไกลกว่าโคราชนะ จากนี้ถึงโคราช ๓๑๕ กิโล ถึงกลางเมืองโคราช จากนี้ไปถึงภักดีชุมพล ๓๒๒ กิโล ผิดกัน ๗ กิโล เราจึงให้เป็นพิเศษ เขายังอุตส่าห์มานี้ มาไม่ว่าโรงพยาบาลใดเราจะต้องให้เต็มอัตรา ๆ ที่กำหนดไว้เรียบร้อยแล้วทุกโรง แต่ ๓ โรงนี้เราให้เป็นกรณีพิเศษเพราะเห็นว่าไกล บุณฑริก โขงเจียม จ.อุบลฯ นี่ไกลด้วยกัน แล้วทางชัยภูมิ ภักดีชุมพล อันนี้ก็ไกลพอ ๆ กัน จึงให้เป็นพิเศษ ๓ โรงนี้สั่งพระไว้เรียบร้อย ท่านก็เขียนไว้เรียบร้อย

พระที่เข้าเวรศาลาหลังนี้มีเป็นประจำ หนึ่งอาทิตย์ต่อองค์อยู่นี้เป็นประจำ เพราะเกี่ยวข้องกับประชาชนญาติโยม ท่านต้องสละเวล่ำเวลามาเกี่ยวข้องกับญาติโยมเพื่อประโยชน์ส่วนรวม จึงต้องมีประจำ รายหนึ่ง ๑ อาทิตย์ เราก็สั่งอะไรกับพระเวร เวลาองค์นี้จะเปลี่ยนไปก็สั่งองค์นั้นต่อ ให้ต่อเรื่องกันไป อันใดที่เราสั่งไว้แล้วให้รับทราบต่อเนื่องกันไป อันไหนที่มีเขียนไว้แล้ว องค์ไหนมาก็ไปดูนี้ ทำงานสืบต่อกันไปเรื่อย

มันสงสาร ต้องแยกให้เป็นกรณีพิเศษสำหรับโรงพยาบาล เราไปเราไม่ได้ไปดูเพียงว่าโรงพยาบาลนะ เราไปซอกแซกจริง ๆ ครั้งแรกนั้นจะซอกแซกที่สุดเลย เข้าห้องนี้ห้องนั้นเข้าไปหมด จนกระทั่งคนไข้ ทั้งหญิงทั้งชายไปดูหมด สภาพของเขาเป็นยังไง ๆ จึงว่าไปดูจริง ๆ ไปเยี่ยมจริง ๆ ไม่ใช่ไปเถ่อ ๆ เราไปจริง ๆ พอครั้งต่อไปแล้วเราก็ไปหาแต่จุดใหญ่ มีอะไรก็ว่ากันไป ไปแรก ๆ ต้องเป็นอย่างนั้นซอกแซก จึงเห็นหมดทุกแง่ทุกมุม มันถึงรู้เรื่องของโรงพยาบาลได้ดี เฉพาะคนไข้กับอาหารนี่สำคัญ เราจึงต้องเอาใจใส่เป็นพิเศษ

หมอ พยาบาล เราก็เห็นใจ ก็ไม่ทราบจะไปหาเงินหาทองหาอาหารอะไรมาเลี้ยงคนไข้ ซึ่งมาวันหนึ่งไม่กำหนดจำนวน แล้วแต่จะมามากมาน้อย ควรจำเป็นที่จะต้องพักอยู่ในโรงพยาบาลกี่วันกี่คืน ก็ต้องนอนแช่อยู่นั้น แล้วอาหารการกินมาจากไหนนี่ซี ทางโรงพยาบาลต้องขวนขวายทั้ง ๆ ที่ไม่มีเงินมีทองก็ต้องขวนขวาย มันลำบากมากนะ เพราะฉะนั้นพอช่วยได้แง่ใดก็ช่วยอย่างที่ว่านี่ จึงต้องให้เสมอกันหมดโรงใด ๆ มา เปิดไว้โล่งอย่างนั้น เปิดไว้เป็นประจำ ที่เป็นพิเศษก็อย่างที่ว่า กับที่โรงไหนเราไปเองนั้นมันก็เป็นพิเศษในตัวของมันเอง เราไปเยี่ยมโรงพยาบาลใดของพิเศษมันหากติดตามไปนั่นแหละ เช่น ผ้าขาว ผ้าขาวที่โรงพยาบาลต่าง ๆ มาแล้วจะให้ไปทุกโรงนี้เป็นไปไม่ได้ เพราะผ้าขาวมีมากมีน้อยหมดสิ้นไปได้ เพราะฉะนั้นเวลาเราไปโรงพยาบาลไหน เมื่อผ้าขาวมีอยู่เราก็เอาผ้าขาวนี้ไปพร้อม ๆ เป็นพับ ๆ อะไรก็แล้วแต่ แล้วก็อาหารสด ติดไปทุกคันรถทุกครั้งที่เราไป อันนี้ก็เรียกว่าเป็นพิเศษอันหนึ่ง ถ้าโรงไหนเราไม่ได้ไปก็ให้เสมอกันหมด

เราสงสารจริง ๆ ไปดูจริง ๆ ไม่ใช่ธรรมดานะ อย่างดุเด็กนี่ก็เหมือนกัน พ่อแม่มันจะเสีย แล้วจะทำให้เด็กเสีย กลายเป็นพ่อแม่ทะลึ่งเด็กทะลึ่ง แล้วมีแต่เรื่องความชั่วภายในตัวความดีไม่มี กระตุกเอาไว้เข้าใจไหม เราสงเคราะห์โลกดูทั้งข้างนอกดูทั้งข้างในตลอดเวลา ใครเห็นเมื่อไรเราทำกับโลกอยู่นี่ พูดจริง ๆ อย่างนี้นะ พูดอะไรให้ฟังเขาจะหาว่าเราบ้า ว่างั้นนะ ทั้ง ๆ ที่เขาเป็นบ้ากันทั้งโลกพูดออกมาไม่ได้ พอที่ควรจะเป็นข้อคิดบ้างก็ดังเมื่อเช้านี้ แสดงนี้ไม่ใช่ว่าเราตำหนิเด็กคนนี้กับพ่อกับแม่เด็กนะ นี้เป็นต้นเหตุให้พิจารณาทั่ว ๆ ไป ความหมายว่างั้นเข้าใจไหม เราเอานี้เป็นต้นเหตุเฉย ๆ เราไม่ได้ตำหนิว่าเด็กนี้ดีพ่อแม่มันชั่วนะ เข้าใจไหม เราไม่ได้ตำหนิอย่างนี้ แต่ต้นเหตุที่จะทำให้จิตใจของคนเสื่อมทรามลงไปมีอย่างนี้ เราก็เตือนพวกนี้ไว้ให้พิจารณา พากันเข้าใจหรือเปล่า คือว่าอะไรมันจะเป็นเถรตรงหัวชนต้นไม้ไปเลย นี่ไม่ได้ชนนะ พลิกนั้นพลิกนี้ พิจารณาทั้งข้างนอกข้างใน วิ่งรับกันอยู่ตลอดเวลาใครเห็นเมื่อไร

ไม่งั้นจะกล้าพูดหรือว่าถังขยะน่ะ พูดขนาดไหน พี่น้องทั้งหลายยังเห็นว่าศาสนาพระพุทธเจ้าเป็นถังขยะอยู่เหรอ เห็นถังขยะเป็นทองคำทั้งแท่งอยู่เหรอ มันต่างกันขนาดนี้ ทองคำทั้งแท่งคือธรรมธาตุ กับพวกโลกสมมุติเท่ากับถังขยะ ฟังซิเอามาพูดได้ยังไง มันเหนือกันขนาดไหนถึงมาพูดได้อย่างนี้ พิจารณาซิ สำรับเราตั้งไว้นี้มีแต่อาหารหวานคาว เทวดาก็ไม่กล้ากินอาหารดีขนาดไหน กับส้วมกับถานมาวางไว้ข้างกันนี้ดูกันได้ไหม พิจารณาซิ เทียบกันอย่างนั้นละ ใครยอมรับไหม อาหารหวานคาวจัดไว้ประหนึ่งเป็นอาหารทิพย์ เทวดาไม่กล้ากิน คือความศักดิ์สิทธิ์ความดีความเลิศของอาหารนี้ยังสูงกว่าเทวดา แล้วที่นี่เราเทียบกันขนาดนี้แล้ว ทีนี้เอามูตรเอาคูถมาตั้งกึ๊กลงนี้แข่งกับสำรับนี้ เข้ากันได้ไหม พิจารณาซิ

นี่ละธรรมพระพุทธเจ้าที่นำมาสอนป้าง ๆ เหมือนหลวงตาบัวเป็นบ้า ให้พี่น้องทั้งหลายฟัง หลวงตาบัวตายแล้วไม่มีใครพูดอย่างนี้นะ พี่น้องทั้งหลายให้ยอมรับพระพุทธเจ้า ไม่ยอมจะจมแน่ ๆ บอกตรง ๆ เลย ชี้นิ้วเลยเทียวนะ เราสอนโลกเราไม่ได้สอนด้วยความสงสัย ฟังซิว่าบาปบุญนรกสวรรค์จ้าอยู่งั้นตลอดเวลามากี่กัปกี่กัลป์ คนมีนัยน์ตามันก็เห็น ไม่มีนัยน์ตามันก็ชนเอา ๆ ลงนรกอเวจี ชนทั้งนั้นแหละ คือมีแต่กิเลสลากไป มันหลับตานั่นซี มันลืมตาเราหลับตาลากลงไปนรกอเวจี เห็นของชั่วเป็นของดีไปเสียหมด ๆ แล้วลากลงไป ๆ สัตวโลกจึงเต็มอยู่ในนรก อะไรจะอัดแน่นยิ่งกว่านรก พูดให้มันชัดอย่างนี้ เดี๋ยวหลวงตาบัวตายไม่มีใครพูด เราพูดอย่างอาจหาญชาญชัย จ้าอยู่ในหัวใจจะสงสัยไปไหน

จึงว่าไม่ทูลถามพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้ามีกี่พระองค์ไม่ทูลถาม จ้าลงในแม่น้ำมหาสมุทร จ่อลงปั๊บนี้เป็นมหาสมุทรด้วยกันหมด ถามหาน้ำมหาสมุทรที่ไหนอีก ถามหาน้ำที่ไหนอีก น้ำที่ไหนจะมากยิ่งกว่าน้ำในมหาสมุทร อันนี้ก็เหมือนกันธรรมธาตุที่ครอบโลกธาตุจากพระพุทธเจ้าและสาวกทั้งหลายที่เป็นอรหันต์ สำเร็จมากี่กัปกี่กัลป์ มากขนาดไหน จ้าอยู่อย่างนั้นแล้ว แล้วถามหาพระพุทธเจ้าอะไร ปั๊บลงไปนี้ถึงอันเดียวกัน เหมือนน้ำสายต่าง ๆ ไหลลงไปในมหาสมุทร พอลงถึงนี้ปั๊บเป็นมหาสมุทรด้วยกันแล้ว ถามหาอะไรน้ำที่อื่น นั่น อันนี้ก็เหมือนกัน หัวใจดวงนี้ลงเป็นธรรมธาตุแล้วไม่ต้องมีใครถามใคร พระพุทธเจ้า สาธุ ประทับอยู่ข้างหน้าไม่ทูลถาม ก็ของอันเดียวกันถามกันหาอะไร ถ้าอย่างนั้น สนฺทิฏฺฐิโก ก็เป็นโมฆะซิ

ผู้ปฏิบัตินั้นแลจะเป็นผู้เห็นเอง แล้วเห็นเองจะไปทูลถามพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าก็ประกาศอยู่แล้วว่าเห็นเองด้วยการปฏิบัติของตัวเอง นั่น ยังไปทูลถามพระพุทธเจ้า ธรรมะข้อนี้ก็เป็นโมฆะล่ะซี สนฺทิฏฺฐิโก ฟังให้ดีนะ มันโมโห ลากไปมันจะไม่ยอมขึ้น ยังบืนกับกิเลสอยู่จะให้ว่าไง แล้วใครจะมาพูดอย่างนี้กับพี่น้องทั้งหลาย เราพูดทุกสิ่งทุกอย่างถอดออกมาจากหัวใจจริง ๆ มาพูด สอนโลกก็เหมือนกัน ทุกแง่ทุกมุมในธรรมทั้งหลาย ผิดตรงไหนถูกตรงไหนว่าไปตามนั้นเลย เพราะธรรมตรงแน่วแล้วไม่มีผิด เมื่อไม่ยอมรับก็เป็นกรรมของสัตว์เท่านั้นเองจะให้ว่าไง จะเอาเราไปฟ้องร้องติดคุกติดตะราง ติดไหนก็ติด ธาตุขันธ์มันอยู่ในวงสมมุติ นรกก็เป็นวงสมมุติ เอ้า ติดไป แต่จิตพ้นจากนี้แล้วมันไม่ติด จะให้ว่าไง ทำยังไงมันก็ไม่ติด

ที่พูดมาทุกสิ่งทุกอย่างเราพูดด้วยความสงสาร ๆ ทั้งนั้นนะ เราไม่ได้พูดด้วยแบบโลกเข้ามาเจือปนในหัวใจ เวลาพูดออกมาทุกแง่ทุกมุมนะ เราพูดจริง ๆ ทุกสิ่งทุกอย่างสอนให้เข้าอกเข้าใจจริง ๆ ให้พากันตื่นเนื้อตื่นตัวนะ ตายแล้วจะไปจมนรก แล้วลูกศิษย์หลวงตาบัวลงนรกทั้งหมด หลวงตาบัวนี้ก็เดินด้อม ๆ ตามหลังไปลงนรกด้วยกันมีอย่างเหรอ

ใครจะเลิศเลอยิ่งกว่าศาสนาพุทธเราว่างี้เลย หมดโลกธาตุไม่มี มีพุทธศาสนาอันเดียวเท่านั้นแน่วเลยต่อแดนพ้นทุกข์โดยสิ้นเชิง ขอให้เดินตามนี้เถอะ สวากขาตธรรมตรัสไว้ชอบแล้ว นี้แลคือองค์ศาสดา ให้ฟังเสียงนี้นะ ให้ดูตำรับตำราท่านสอนไว้ อย่ากล้าอย่าหาญในสิ่งชั่วช้าลามกจะจมแน่ ๆ ไม่สงสัย ถ้าว่าอย่าให้อย่า มันจะอยากแสนอยากก็ตามตีกลับคืนมา ดีกว่าจะไปจมลงนรก ความอยากนี้มีเพียงเท่านี้แต่ไปจมนรกตั้งกัปตั้งกัลป์ เอาไปแลกกันได้ไหมล่ะ ความอยากทำความชั่วช้าลามกเพียงเท่านี้ กับผลของมันที่จะไปจมในนรก อันนั้นมากขนาดไหน อันนี้ความอยากห้ามกันปึ๊บเดียวมันก็หยุดได้เข้าใจไหม ไม่ลง ถ้าขืนตามมันลงแน่ ๆ ไม่สงสัย อย่าฝืนศาสดา ศาสดาเป็นผู้สอนเพื่อความปลอดภัยล้วน ๆ ตีไว้ขนาบกลางไว้นี้ ทางนี้ผิดอย่าไป ๆ ให้ไปตรงนี้ ๆ ลำบากลำบนก็ให้ฝืนไปนะ ต้องอย่างนั้นซี

เราสอนโลกคราวนี้เราสอนจริง ๆ ก็เหตุมันบันดลบันดาลอะไรก็ไม่รู้นะ ถ้าธรรมดาแล้วธรรมะที่ออกมาเป็นแกงหม้อใหญ่ทั่วแผ่นดินไทยเราเฉพาะอย่างยิ่ง นอกจากนั้นยังออกทั่วโลกอีกด้วยอินเตอร์เน็ตนี้จะไม่มีนะ นี่บันดลบันดาลอะไรทำให้เราคิดตลอดเวลามาตั้งแต่เรากำลังจะตาย ๆ อยู่นั้น มีแต่จะลงแน่ว ๆ ถ้าเป็นเครื่องบินก็ลงสนาม ๘๐% แล้วมันเชิดหัวขึ้นได้ยังไงนี่ซิมันน่าคิดอยู่อันหนึ่ง ถ้าว่ายาก็เป็นยาอะไรจนกระทั่งเราไม่เชื่อหมอ เราเชื่อแต่ความตายของเราเสียมากต่อมาก ก็เคยพูดให้ฟังแล้วมันก็มีอยู่สอง แน่ะพูดขนาดนั้นจะให้ว่าไง แง่ใหญ่นี้ขึ้นผึง แง่นี้ติดตามกันไป แง่เส้นค้ำไว้ พอเขามาว่าปึ๊บจึงหันมาแง่นี้ เอา ถ้าหากว่ารักษาก็เอา หมอคนนี้เป็นคนสุดท้ายของเรา ถ้าหมอคนนี้ไม่หายแล้วตัดเลย ก็คือว่ามีเท่านี้อันเดียวเท่านี้ ตัดเลยเราไม่รักษาอีกต่อไป เราจะตั้งหน้าตาย

พอมารักษาดีดผึงขึ้นเลย จนกระทั่งเราเองก็ไม่เชื่อหมอ หมอเขาก็อาจหาญของเขา แล้วมันจะหายจริง ๆ หรือหมอ ทำไมมันเป็นอย่างนี้ โรคอันนี้ถ้าเป็นนักเลงก็เรียกว่านักเลงโตที่สุด ถ้าว่าเสือก็เสือโคร่งใหญ่ ก่อนมันจะตายมันจะต้องต่อสู้กับเราสุดเหวี่ยงของมัน แต่นี้ไม่มีแม้นิดหนึ่งเลย พอฉันลงไปทางนี้ดีดผึงขึ้นเลย แล้วก็ไม่เชื่อหมอ จะหายจริง ๆ หรือหมอ (หาย) เพราะเหตุไร เอ้า ว่ามา (โรคชนิดนี้ผมเคยรักษาหายมาเป็นร้อย ๆ คนแล้ว) โรคชนิดนี้ตั้งฮั่วไถ่เล่าเราก็ไม่ลืม อะไรถ้าเข้าถึงใจมันไม่ลืม ตั้งฮั่วไถ่มาเล่าให้ฟัง นี่เส้นค้ำของเราคนหนึ่ง เส้นค้ำของพี่น้องชาวไทยเรา ตั้งฮั่วไถ่มาพูดว่า โรคเขาเป็นอย่างนั้น ๆ เขาก็เล่าเรื่องให้ฟัง ถูกกับเราทุกกระเบียดเลย นี่ละถึงได้หมุนเข้ามา เอ้า รักษา

หมอบอกว่าหาย โรคชนิดนี้เขารักษาหายมาเป็นร้อย ๆ คนแล้ว ทีนี้โรคของเรามันจะเป็นโรคเทวทัตมาจากไหน มันก็โรคแบบเดียวกันนี้ แล้วยอมรับอันนี้ แต่ความสังเกตเราไม่ถอย มันก็หายเรื่อยมาจนกระทั่งทุกวันนี้ โรคอันนี้มันสำคัญมากนะ เป็นไปได้ยังไงมันน่าคิดอยู่มากนะ หมอนี่เหมือนหมอเทวดา ยาก็เหมือนยาเทวดายาทิพย์แทรกเข้ามาในนั้น ไม่งั้นไม่หายว่างั้นเลย

ออกจากนั้นขึ้นเวทีแล้วก็กระจายแล้วนี่ธรรมะจะออกเรื่อย ๆ ไป ดังที่เคยเห็นออกมาแล้วนี้ ออกมาเรื่อย ๆ ต้นเหตุเป็นมาจากนี้เอง แต่ก่อนเราไม่เคยสนใจ สอนแต่พระแต่เณรของเรา มีแต่แกงหม้อเล็ก แกงหม้อจิ๋ว สอนประชาชนก็ประเดี๋ยวประด๋าวเพียงเล็ก ๆ น้อย ๆ ไม่มากนัก ไม่ได้เหมือนที่เราออกช่วยชาติบ้านเมือง นี้สอนแต่แกงหม้อใหญ่ทั้งนั้น หม้อเล็กไม่ค่อยได้สอน ไปที่ไหนมีแต่แกงหม้อใหญ่ สอนแต่แกงหม้อใหญ่ตลอดมา นี่ละธรรมที่ออกคราวนี้ออกเพราะการช่วยชาตินั่นเอง ถ้าไม่งั้นจะไม่ได้ยินธรรมเหล่านี้เลย ตายไปด้วยกันเงียบ นอกจากธรรมะที่ติดอยู่ในเทปกับหัวใจของพระที่ปฏิบัติตามที่แนะนำสั่งสอนแล้วด้วยความแม่นยำ ว่างั้นเลยนะ มีเท่านั้น นอกนั้นใครก็จะมาดูตามตำรา หลวงตาตายไปแล้ว ไม่ได้เห็นตัวที่พูดว้อ ๆ อยู่นี้นะ จริง ๆ

นี่ก็ได้ออกมาเทศนาว่าการสอนทั่วประเทศไทย มิหนำซ้ำยังออกทั่วโลกอีก อินเตอร์เน็ตเดี๋ยวนี้ถึงสหรัฐถึงอังกฤษถึงออสเตรเลีย นี่เขาติดตามมาแล้ว มาจากที่เขาได้ยินได้ฟังจากอินเตอร์เน็ตนี่ เขาบอกอย่างสุดสิ้นเลยนะ เรายังสะดุดใจอยู่ เขาบอกเรื่องศาสนานี้เขาหมดหวัง เขาว่างั้นเลย เขามาพูดอย่างอาจหาญเสียด้วย เขาหมดหวัง มองไปที่ไหน ๆ หาความหวังไม่มี ๆ พูดง่าย ๆ ก็คือว่าจะมองดูประชาชนญาติโยมพวกเดียวกันซึ่งเป็นชาวพุทธก็เหลวไหลไปหมด จะมองเข้ามาในวัดในวาดูพระดูเณร มีแต่หัวโล้น ๆ โกนคิ้วผ้าเหลืองคลุมหัวอยู่นั้น ข้างในเหลวไหลเป็นส้วมเป็นถานไปหมด ความหมายก็จะว่าอย่างนั้น นี่เราตีความหมาย

เพราะมองไปที่ไหนมันพอ ๆ กัน พอที่จะเกาะจะยึดไม่มีเลย มันก็หมดหวัง ว่างั้นนะ แล้วก็หมดหวัง ๆ อยู่ ๆ อินเตอร์เน็ตนี้ก็มา ก็อ่านอินเตอร์เน็ตนี้ สืบถามดูว่าเป็นหนังสือของอาจารย์มหาบัว เทศนาว่าการอยู่เมืองไทย อ่านดู เอ๊ ชอบกล ๆ เข้าเรื่อย ๆ แน่นหนาเข้ามาเรื่อย ๆ สุดท้ายก็ว่าความหวังนี้มีเต็มหัวใจตามเดิมแล้ว แล้วต้องมาที่นี่ จึงได้มาด้วยความตั้งอกตั้งใจจริง ๆ ไม่ได้มางานอื่นใด เขาว่างั้นนะ เขาตั้งหน้ามาด้วยความสมหวังว่างั้นเถอะน่ะ เขามีหวังแล้วจึงมา เขาก็เอาผ้าป่ามาทอด เสร็จเรียบร้อยแล้วเขาก็จะนิมนต์เราไปเมืองนอก

เราก็บอกเราไปไม่ได้แล้ว แก่มากแล้วไปไม่ได้ เขาก็ยังพยายามจะเอาไป เราก็บอกว่าถ้าจะเอาไปจริง ๆ ก็ต้องทำหีบศพไว้เสียก่อนเอาไปด้วย ไปแล้วจะไม่ได้กลับมา เวลาไปไปด้วยเครื่องบิน กลับมาหีบศพจะขึ้นเครื่องบินมาถ้าจะกลับมานะ จะว่าไงจะให้ไปหรือไปแบบนั้น เขาก็บอกไม่ไปแหละ ถ้าไม่อยากหามหีบศพกลับมาอีกเราว่างั้น จากนั้นก็ยังไม่แล้ว ไปแล้วเขายังจะซื้อตั๋วเครื่องบินส่งมาถวายอีก มากี่ร้อยกี่ฉบับก็ไม่มีความหมาย ไม่ใช่ข้อตกลง อยู่กับข้อตกลงเท่านั้นเราว่า เขาก็เลยกลับไป นี่ละเรื่องราวมัน ที่เราได้สอนโลกไปก็สร้างความมีหวังให้คนจำนวนไม่น้อยเหมือนกัน

เพราะฉะนั้นพี่น้องทั้งหลายที่ฟังอยู่ในศาลานี้ฟังให้จริงให้จังนะ อย่ามาฟังเล่น ๆ เราสอนทุกอย่างเราไม่ได้ทำเล่นนะ เวลาเล่น-เล่น แต่มีธรรมแทรกอยู่ในนั้นตลอด ที่จะมีแต่โลกล้วน ๆ นี้ไม่มี ถึงจะพูดกับเด็กกับหมูกับหมากับอะไรก็ตาม เป็นลักษณะกิริยาท่าทางเหมือนโลก แต่ภายในมันมีแทรก ๆ ด้วยอรรถด้วยธรรมทั้งนั้นแทรกไปหมด เล่นกับสัตว์ก็มีธรรมอยู่ในนั้นแทรก ๆ นี่สอนทุกแบบทุกฉบับก็แบบเดียวกัน เพราะฉะนั้นขอให้พากันตั้งอกตั้งใจจริง ๆ อย่าเหลวไหลนะ

เวลามีชีวิตลมหายใจตัวประกันของเราที่จะขึ้นหรือจะลงยังมีอยู่นะ ตัวประกันนี้คือชีวิต ถ้าเราแก้ตัวได้เราพลิกเรากลับได้ จะชั่วขนาดไหนก็ตาม ชั่วได้ต้องดีได้ซี ทำได้ต้องแก้ได้ ถ้าทำชั่วปล่อยไปก็จมเลย เราจะเอาแง่ไหนให้พากันพิจารณาเสียตั้งแต่บัดนี้ เราอย่าเชื่อความอยากฝังอยู่ในหัวใจตลอดเวลานี้ยิ่งกว่าเชื่อพระพุทธเจ้านะ พระพุทธเจ้าก็คือธรรมอยู่ในหัวใจของเรานี้ ให้นำมายึดนำมาพินิจพิจารณา ฟังให้ดีนะฟังธรรมพระพุทธเจ้าศาสดาองค์เอก ท้องฟ้ามหาสมุทรแคบไป ธรรมธาตุนี่ครอบไปหมดเลย นี้ละคือองค์ศาสดาที่กลายเป็นธรรมธาตุล้วน ๆ แล้วมาเป็นธรรมครอบโลกอยู่เวลานี้ เป็นของเล่นเมื่อไร

เรายังเห็นว่ามูตรว่าคูถตามส้วมตามถานว่าดีกว่าธรรมเหล่านี้แล้ว เราก็เป็นคนหมดหวังตั้งแต่ยังมีชีวิตอยู่นี้ ไม่มีความหมายอะไรเลย พอชีวิตขาดแล้วกำแพงของความเป็นมนุษย์ที่มองหานรกไม่เจอนี้ จะเปิดจ้าขึ้นมาเลย นี่กำแพงที่เวลานี้ปิดกั้นเราไม่ให้เห็นนรก ไม่ให้เห็นบาปเห็นบุญ เห็นความทุกข์ความทรมานในเมืองผี คือภพชาติของเราที่เป็นมนุษย์นี้เป็นกำแพงกั้นเอาไว้ ความรู้ความเห็นความเป็นทุกอย่างมันก็อยู่ในวงกำแพงนี้ มันไม่ทะลุออกไปนอก พอลมหายใจขาดปั๊บมันจ้าออกไปเลยนะ อันนี้ขาดสะบั้นจิตใจนี้จะเป็นเรื่องของเมืองผีล้วน ๆ ไปเลย ทีนี้ผึงออกเลย เอา ทีนี้นรกมีหรือไม่มีดูเอา สายแล้วเข้าถึงแล้ว สวรรค์มีหรือไม่มีถึงแล้ว ผู้สร้างความดีไม่ต้องบอก

กรรมดีของตัวกรรมชั่วของเจ้าของนั่นแหละ ที่จะเปิดทั้งสองอย่างให้เห็น เราอย่าไปหวังเอาผู้ใดมาบอกนะว่า นรกอยู่ตรงนั้นตรงนี้ สวรรค์อยู่เท่านั้นเท่านี้ เท่านั้นกิโลเท่านี้กิโล อย่าไปถามนะ ให้ถามหัวใจผู้สร้างบาปสร้างบุญไว้นี้ นี่ละผู้จะไป ผู้จะลงนรกก็ดีไปสวรรค์ก็ดี พ้นจากทุกข์ ก็คือผู้นี้เอง ให้ดัดตัวนี้ให้ดี ความคิดมันคึกมันคะนองเต็มหัวใจนะเวลานี้ ให้เอาธรรมตีเข้าไปเรื่อย ๆ เป็นน้ำดับไฟ ๆ เราจะมีทางเล็ดลอดไปได้ ต้องพยายามไม่พยายามไม่ได้ เห็นไหมพระพุทธเจ้าสลบ ๓ หนเป็นยังไง นั่นขนาดนั้นละ สลบ ๓ หนได้เป็นศาสดาของโลก แต่หลวงตาบัวตัวเท่าหนูดังพูดให้พี่น้องทั้งหลายฟัง เป็นยังไงพูดเล่นเหรอ เอาอะไรมาอวดพี่น้องทั้งหลาย เอามาอวดทำไมไม่เกิดประโยชน์อะไร เอาความจริงออกมาพูด ใครเชื่อไม่เชื่อแล้วแต่กรรมของสัตว์ เราก็พูดเท่านั้นเอง

นี่ก็ได้สอนเต็มเม็ดเต็มหน่วยแล้ว การสอนธรรมทุกขั้นทุกภูมิเราไม่ได้มีความสงสัยในการสอน ถอดออกมาจากหัวใจทุกอย่างเลยไม่สงสัย พระพุทธเจ้าก็อย่างที่ว่า มีเท่าไรพระองค์ไม่เอามาเป็นพยาน กราบไหว้ด้วยความลงใจสุดขีดเท่านั้น แต่ที่จะเอามาเป็นพยานว่าใช่ ๆ แล้วเราตถาคตรับรอง ไม่มีในหัวใจนี้ว่างั้นเลย เพราะเป็นธรรมชาติอันเดียวกัน มหาสมุทรอันเดียวกันถามกันหาอะไร ธรรมธาตุอันเดียวกันถามกันหาอะไร อวัยวะของเราทั้งอวัยวะนี้มองไปที่ไหนก็เป็นอวัยวะของเรา ถามอวัยวะไหนทำไม เข้าใจไหม ในอวัยวะของเรานี้ในตัวของเราถาม อันนี้เป็นอะไร ๆ ถามหาอะไรใช่ไหม มันก็อวัยวะของเราทั่วกันไปหมดแล้วใช่ไหม มองปั๊บก็คือร่างกายของเรา ทั่วถึงแล้ว แล้วถามไปหาอะไร อันนี้ก็เหมือนกันธรรมของพระพุทธเจ้าก็แบบเดียวกัน พากันตั้งอกตั้งใจนะ ไม่งั้นจะตายจมกันหมด

เราพูดจริง ๆ หลวงตาบัวตายแล้ว จะไม่ค่อยมีใครมาพูดอย่างนี้นะ เราพูดจริง ๆ ไม่อวด เราถอดออกจากความจริง แล้วความจริงเหล่านี้ก็ยังไม่เห็นผู้ใดที่มาเทศน์อย่างเรานี้น่ะ พูดจริง ๆ ไม่อวด ว่างั้นเลย เทศน์ด้วยความรู้ความเห็นจริง ๆ พระพุทธเจ้าสอนแบบไหน เรามีภูมิขนาดไหนตามภูมิของเรา ภูมิหนูก็ตาม ภูมิแมวก็ตาม เราก็สอนไปเต็มภูมิของเราอย่างนี้ เราไม่ไปหยิบยืมพระพุทธเจ้าอะไรมา ความเต็มเม็ดเต็มหน่วยในภูมิวาสนาของตนเต็มด้วยกันทุกคน นำภูมิวาสนาของเจ้าของออกสอนเต็มกำลังความสามารถเท่านั้นเอง ธรรมของพุทธเจ้าเป็นธรรมพระพุทธเจ้าเลิศเลอมาตลอดครอบโลกธาตุอยู่แล้ว เราไปสงสัยธรรมท่านหาอะไร

ให้ตั้งอกตั้งใจนะ มันจะตายจมทิ้งเปล่า ๆ ไม่เกิดประโยชน์อะไรนะ เราอยู่ในโลกก็อยู่อย่างนี้แหละเรา หมุนติ้ว ๆ สำหรับหัวใจเรามันไม่มีอะไร ก็บอกตรง ๆ จะพูดทุกสิ่งทุกอย่างในแง่หนักแง่เบา อย่างที่ออกทางอินเตอร์เน็ตนี่ พูดนี้มันติดอยู่นั่น พอกำลังพูดว้อๆ กำลังเทศน์หมุนติ้วๆ เดี๋ยวไอ้ปุ๊กกี้ก็มา เหอ ไอ้ปุ๊กกี้ก็มาเหรอ ขึ้นแล้วติดเทปแล้วเข้าใจไหม สักเดี๋ยวไอ้หยองมา ไอ้หยองมาเหรอ กำลังเทศน์อยู่ติดเทปแล้ว ทีนี้ไอัหยองไอ้ปุ๊กกี้ไอ้หมี เลยออกทั่วโลกนะเดี๋ยวนี้ เวทีไอ้ปุ๊กกี้ไอ้หมีไปหมดละเดี๋ยวนี้ เวลาไปกับหมามันก็ไปกับหมา แล้วพลิกมานี้ไปทางนี้ พลิกทางนี้ไปทางนี้เรื่อย นี้ใครจะมาถือสากับเรา เราไม่ถืออะไรกับใคร พอพูดแล้วหายพับ ๆ เหมือนนกบินไปบนอากาศไม่มีร่องรอยเลย

ธรรมของพระพุทธเจ้าเป็นอย่างนั้นนะ ไม่มีร่องรอยที่โลกจะไปยึดไปถือเอามาขยี้ขยำได้ ไม่มีทาง ขยี้ขยำก็มีแต่เขาเองขยี้ขยำเอง เจ้าของมาขยี้ขยำก็เป็นมือเจ้าของเอง ขี้ก็ขี้เจ้าของเอง เอามาดมก็จมูกเจ้าของเอง มันขาดทุนสูญดอกอยู่ในนั้นแหละ ท่านจะมาดมอะไรกับพวกเรา ท่านไม่ใช่ถังขยะนี่นะ พวกเรามันพวกถังขยะ ดมถังขยะทั้งนั้น วันนี้ท่านพูดดุนะ วันนี้ท่านพูดเด็ดนะ วันนี้ท่านพูดอย่างนี้เอาไปขยี้ขยำกันพวกบ้าไม่เลิกเราอยากว่า เข้าใจไหมพวกบ้าไม่เลิกว่าอย่างงั้นพอดี นี่แหละลูกศิษย์หลวงตาบัวนี้แหละพวกบ้าไม่เลิก ที่อื่นเราไม่ว่าให้เขาแหละ เขาอาจบ้าเก่งกว่านี้ก็ได้ เอาเสียบ้างซิเข้าใจไหม อย่ามาว่าแต่ลูกศิษย์หลวงตาบัวว่าบ้า เขายังเก่งกว่านี้มีเยอะนะ ตั้งแต่เราสอนให้แก้บ้ามันยังฝืนเป็นบ้าอยู่ ไอ้พวกไม่มีใครสอนก็เลยยิ่งบ้าใหญ่เข้าใจไหม เอาอย่างนี้ พอเข้าใจแล้วเหรอ เอาละพอเหนื่อยแล้ว

เปิดดูข้อมูล วันต่อวัน ทันต่อเหตุการณ์ หลวงตาเทศน์ถึงเรื่องอะไร www.luangta.com


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก