อำนาจจิตอัศจรรย์ของท่านอาจารย์ฝั้น
วันที่ 19 ตุลาคม 2544
สถานที่ : วัดป่าบ้านตาด
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :
ข้อมูลเสียงแบบ(Win)   ข้อมูลเสียงแบบ(Real)   วิดีโอแบบ(Win Narrow Band)   วิดีโอแบบ(Win High Band)   วิดีโอแบบ(Real)

เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด

เมื่อวันที่ ๑๙ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๔๔

อำนาจจิตอัศจรรย์ของท่านอาจารย์ฝั้น

วัดป่าอุดมสมพรนี้เรานาน ๆ ได้เข้าไปที ไม่ได้เข้าไปบ่อย ๆ นัก นาน ๆ ได้ไปทีหนึ่ง พูดถึงเรื่องท่านอาจารย์ฝั้นนี้ก็เป็นเรื่องอัศจรรย์เหมือนกันนะ นี่เห็นไหมล่ะอำนาจจิตของท่าน แม้ท่านล่วงไปแล้วก็ยังมาแสดงให้เห็น รู้สึกท่านจะมาเมตตากับเราท่านะ คืนวันที่ ๒๐ เราพักอยู่ที่วัดดงศรีชมภู ให้เขาทำรั้วเพื่อรักษาสัตว์ในวัด เราไปคอยดูแลอยู่นั้น ค้างอยู่เป็นอาทิตย์ ๆ นะ ทีนี้เวลากลางคืนวันที่ ๒๐ โอ้โหย ฝนพิลึกพิลั่นอะไรนักหนานะ เดือนสิงหา กันยา ซึ่งเป็นหน้าฝนยังสู้ไม่ได้ มันตกเอาจริงเอาจัง น้ำท่วมหมดเลย ตามท้องนาแห้งแล้ง ๆ วันที่ ๒๐ มกรา มันตกเอาจริง ๆ ไม่ใช่ธรรมดา น้ำท่วมไปหมดตามท้องนา

ตอนเช้าวันนั้นเราจะกลับ คือวันที่ ๒๑ เราจะกลับมาอุดร กลับมาแล้ววันหลังก็จะเข้าไปตลาดไปเอาของอะไร ๆ เฉพาะอย่างยิ่งจักร จะเอาไปถวายวัดหนองกอง กำหนดไว้เรียบร้อยแล้ว พอดีตกกลางคืนฝนกระหน่ำ ตอนเช้าออกไม่ได้เลย ท่านทุยออกจากวัดบึ่งใส่บ้านนาขามเลย กลัวเราจะกลับไม่ได้ ออกแต่เช้าเลย บึ่ง ๆ พอได้ความว่าเราจะกลับวันนี้ สงสัยเรื่องรถจะมารับได้หรือไม่ได้ ถ้าไม่ได้เราก็จะเดินทางไป เราว่างั้น ท่านทุยไม่ยอมให้เดิน เลยไปติดต่อรถ คือรถเล็กรถน้อยมาไม่ได้ ถ้าหากมาได้ก็ต้องเป็นรถใหญ่ เพราะน้ำท่วมหมดเลย ท่านทุยรับรองหมดจะเอารถมาให้ได้ ท่านทุยไปสั่งบ้านนาขาม เข้าท่าดี นี่เห็นไหมมันกลับตาลปัตรกัน

พอไปถึงก็สั่ง ก็โยมอุปัฏฐากท่านนั่นแหละ เขามีรถอยู่ตั้ง ๒ คัน รถสองแถวกับรถบรรทุก ไปก็ไปสั่งเสียที่บ้านนาขาม ท่านทุยไปสั่งเองนะ กลัวจะเคลื่อนคลาดว่างั้นเถอะน่ะ ใครไปสั่งก็ไม่แน่ใจ ท่านต้องไปเอง บอกว่าวันนี้ตอนสายพอฉันเสร็จเรียบร้อยแล้ว ท่านอาจารย์จะออกมาที่นี่ แต่รถนั้นมาไม่ได้ คือท่านมาที่นี่แล้วท่านสั่งรถเก๋งเอาไว้ คือสั่งรถมารับท่านที่บ้านนี้ ทีแรกว่าจะให้ไปรับที่วัดเลย พอดีฝนตกไปไม่ได้ รถเก๋งยังไงก็ไปไม่ได้แหละ ต้องให้รถเขามาจอดรออยู่ที่นี่ แล้วให้เอารถของเรานี้ไปรับท่านอาจารย์ออกมา เพราะรถของเราไปได้ คือทางรถเล็กก็พอไปได้อยู่ สั่งอย่างชัดเจน

พอฉันเสร็จแล้วก็ให้เอารถของเราในบ้านนี้ไปรับท่านออกมา มาขึ้นรถเก๋งที่นี่ รถเก๋งจะมาถึงในระยะเดียวกัน สั่งเสียเรียบร้อยแล้ว รถเก๋งก็ไปจริง ๆ ไปถึงแล้วคนในบ้านมาสั่ง ว่านี่ท่านอาจารย์ทุยท่านมาสั่งอย่างเด็ดขาด เคลื่อนไม่ได้นะ พูดสวมรอยไปเลย เคลื่อนไม่ได้นะ อย่างนี้นะ คือเมื่อรถทางอุดรมาแล้วให้มาจอดรออยู่ที่นี่ ท่านอาจารย์จะเดินทางมาเองมาขึ้นรถคันนี้ รถนี้ไม่ต้องไป ไปไม่ได้เพราะน้ำท่วมหมด ให้จอดรออยู่ที่นี่ แล้วท่านอาจารย์จะเดินทางมาเอง มาขึ้นรถคันนี้กลับอุดร ฟังซิ

ความจริงก็คือว่าให้รถเก๋งมารออยู่ที่นี่ แล้วรถในบ้านของเราให้ไปรับเรามาขึ้นรถเก๋งคันนี้กลับอุดร แต่เวลามันสั่งนี้สั่งอย่างเด็ดขาดเสียด้วย ให้รถเก๋งมารออยู่ที่นี่ แล้วท่านจะเดินทางมาเอง รถเก๋งไม่ต้องไปโน้น เด็ดขาดตรงรถเก๋งไม่ต้องไปโน้น พอสายหน่อยคนขับรถเขาจะไปรับเรา เขาบอกว่าไปไม่ได้จะฝืนเขาก็ไม่ถูก เพราะเราไม่เคยในหนทาง มันจะไปไม่ได้จริง ๆ เหรอ เลยเดินสะเปะสะปะไปจนกระทั่งถึงวัด เขาเดินไปเฉย ๆ โห มันก็น่าจะมาได้ คือฝนตกหน้าแล้งมันลดเร็ว มันไม่เหมือนหน้าฝน พอสายมาหน่อยมันหมดเลย เดินสะเปะสะปะเข้าไป มาอะไรล่ะ ไหนว่ารถมารับ ทำไมมีแต่คน ท่านทุยก็นั่งรออยู่นั้น ก็เขาไม่ให้มาเขาสั่งอย่างที่ว่า สั่งว่ารถเก๋งคันนั้นมาให้มารอที่นี่ ว่าท่านอาจารย์จะเดินทางมาเอง รถคันนี้ไม่ต้องไป นี่ผมเดินสะเปะสะปะมาอย่างนั้นแหละ

ท่านทุยนั่งอยู่นั้นร้องโก้กเลย มันยังไงกันนี่ ใส่ใหญ่เลย สั่งแล้วทำไมเป็นอย่างนี้ ผึงผังเดินจีวรปลิวไปเลย ผมไม่ได้สั่งอย่างนั้น สั่งอย่างนั้น ๆ บึ่งเลย มันเป็นเรื่องของท่านอาจารย์ฝั้นนะ ตอนสุดท้ายซิตอนชัดเจน ทางนี้บึ่งไปเลยทีเดียว รถคันไหนก็ตามจะลากมาเลยพูดง่าย ๆ นี่ละถ้ามีเหตุการณ์แล้วเราไม่ลืมนะ รถในบ้านทั้งหมดทั้งรถใหญ่รถสองแถวรวมแล้วเป็น ๗ คัน สมัยก่อนรถไม่มีมาก ถึงขนาด ๗ คันนับว่ามากแล้ว พอท่านทุยไปถาม รถคันไหนมีไหม รถออกไปตลาดหมดว่างั้น ก็เลยยืนเถ่อ เอ๊ ยังไงกัน ไปรอตั้ง ๒ ชั่วโมงไม่เห็นรถคันไหนเข้ามาเลย จนกระทั่ง ๒ ชั่วโมงล่วงไปแล้ว จึงมีรถสองแถวคันหนึ่งเข้ามา ท่านจึงลากรถสองแถวคันนี้เข้าไปเลย คันนี้ท่านทุยเองทำหน้าที่

พอเข้าไปแล้ว อันนี้ที่มันสำคัญนะ ก็เราเตรียมของไว้เรียบร้อยแล้ว ท่านทุยนี้เป็นไฟไปเลย ร้อนเพื่อเรานั่นเอง ว่าอะไรก็มีแต่ผิดแต่พลาดไปหมด มันเป็นยังไงวันนี้ ท่านทุยว่างั้นนะ ทำอะไร ๆ มีแต่ผิดแต่พลาด มันอะไรวันนี้น่ะ ทีนี้พอรถเข้ามาถึงปั๊บก็ขนของขึ้นแล้วติดเครื่อง นี่ซิสำคัญนะ ก็รถดี ๆ อยู่นี้ติดเครื่องปับ ๆ แล้วดับเงียบอยู่นั้นไม่ยอมไป เอ๊ มันเป็นยังไง สะเทือนเรื่อย เป็นยังไง ติดอยู่อย่างนั้นมันไม่ยอมไป มันเป็นยังไงรถคันนี้ นี่ละจึงว่ามันชัดเจนเอามาก ทำไมมันไม่ยอมไป จนกระทั่งเราก็โพล่งออกไปเลยเทียว วันนี้จะต้องมีเหตุการณ์อะไร มันสะเทือน ๓ หนแล้วนะ คอยดูก็แล้วกัน เราว่าอย่างนี้เลย มันออกของมันสด ๆ มันจะผึงของมันทันทีไม่รอใคร วันนี้จะต้องมีเหตุการณ์อะไรแน่ ๆ คอยดูก็แล้วกัน สะเทือนหัวใจถึง ๓ หนแล้ว หนนี้สะเทือนมากเทียวถึงผางออกมาเลย ติดแล้วดับ ดับแล้วติดอยู่นั่นละ

พอดีท่านเอียนมาจากกรุงเทพไปร้านตังล้งไปฉันจังหันที่นั่น ได้รับข่าวท่านอาจารย์ฝั้นเสียที่พรรณา ได้ทราบข่าวจากนี้แหละ พอฉันเสร็จแล้วก็ไป จากนี้ไปถึงเรา พอท่านเอียนไปถึงปั๊บ มองดูท่านเอียน ก็เราอยู่บนรถอยู่แล้ว รถท่านเอียนสวนเข้ามาปั๊บ รถเรานั่งอยู่นั้นยังไม่ได้ออกไปไหน ติดเครื่องแล้วติดเครื่องอีก พอเห็นท่านเอียนมา ท่านเอียนก็ปุ๊บมาเลย เราก็คอยฟังเรื่อง ปุ๊บ ๆ มามากระซิบเรา บอกว่าท่านอาจารย์ฝั้นเสียแล้วค่ำเมื่อวานนี้ ตอน ๖ โมง ๕๐ นาที นั่นเห็นไหมจำเก่งนะ นี่เป็นสัจธรรมความจริงไม่ใช่ความจำ ความจำเลอะไปหมดเลย ถ้าลงฝังกึ๊กเข้าเป็นความจริงมันไม่ลืม พอว่าอย่างนั้น เอาละได้ความ เอ้า ติดเครื่องที่นี่ พอติดก็ไปเลย นั่นเห็นไหม

นี่ละที่ว่ามันประจักษ์สะเทือนหัวใจถึง ๓ หน มันยังไง ๆ จนโพล่งออกมาเลยครั้งที่สาม ท่านเอียนมากระซิบไม่บอกใครให้รู้นะ พอทราบแล้วก็ เอ้า ติดเครื่องที่นี่ ติดได้ละเราว่า พอติดปุ๊บ ๆ ก็ไปได้ไม่มีปัญหาอะไรเลย นี่มันอย่างนั้นนะ ท่านอาจารย์ฝั้นอำนาจจิตท่านเก่งมาก เรื่องอำนาจจิตท่านเก่งมาก ท่านอาจารย์ลีหนึ่ง ท่านอาจารย์ฝั้นหนึ่ง พลังของจิต คืออันนี้ไม่ใช่ความบริสุทธิ์ เป็นเครื่องใช้ของธรรมชาติอันนั้น ตามนิสัยวาสนาของใครจะหนักไปทางไหน ตามนิสัยวาสนาของตนที่ทำความปรารถนาไว้ตั้งแต่แรก ๆ เช่น เป็นพระอรหันต์ด้วยกันนี้ องค์หนึ่งมีนิสัยวาสนาเด่นทางนั้น องค์หนึ่งเด่นทางนั้นๆ เพราะฉะนั้นเวลาพระพุทธเจ้าทรงตั้งเอตทัคคะ สมณศักดิ์ของพระในครั้งนั้น ท่านจึงตั้งต่าง ๆ กัน พระสาวก ๘๐ องค์ได้รับเอตทัคคะ ตั้งสมณศักดิ์ให้จากพระพุทธเจ้า จากนั้นมาไม่ปรากฏตั้งที่ไหนอีกเลย นี่เป็นนิสัยวาสนาคนละแบบ ๆ ความบริสุทธิ์นั้นเหมือนกันหมด แต่กิ่งก้านสาขาต่างกัน ๆ

จากนั้นก็บึ่งเลย พอไปถึงปากคาดก็สั่งเขาเลี้ยวขวา ผู้ไปด้วยก็งงกัน อ้าว เลี้ยวไปไหน ไปนู่นละท่านอาจารย์ฝั้นเสียแล้ว ถึงได้บอกตอนนั้นนะ ถ้าไม่มีเหตุผลก็จะทะเลาะกันคนเรา ก็เลยพูดให้ฟัง จากนั้นก็บึ่งเลย ไปถึงโน้นก็ค่ำพอดี เพราะรถเรารอท่านเอียนนั่นเอง รอข่าว จากนั้นสะดวกหมด นี่พูดถึงเรื่องท่านอาจารย์ฝั้น มีหลายเรื่องนะท่านเกี่ยวกับเรา รู้สึกว่าท่านเมตตาอยู่มากเหมือนกันกับเรา แปลกอยู่ ท่านเมตตามากอยู่เหมือนกัน อะไร ๆ ถ้าเราเข้าไปโล่งไปเลย มีอะไรขัดข้อง ๆ เกี่ยวกับเจดีย์ท่าน โถ ของง่ายเมื่อไร มีแต่เขาโค้ง ๆ ใหญ่ ๆ มาชนกัน เราเป็นกันชนล่ะซิ

ทีนี้พูดถึงเรื่องเริ่มสร้างเจดีย์นี้ พอขึ้นปั๊บก็ขึ้นเราเลยเอาเป็นหัวหน้า โอ๋ย ไม่เอา เราแก่แล้วเราลำบากลำบนพอแล้ว ทำของพ่อแม่ครูจารย์มาเราได้ทำด้วยความสมัครใจ อุตส่าห์พยายามเพราะไม่ใหญ่โตนัก อันนี้มันใหญ่โต คำนวณถึง ๑๒ ล้าน ไม่เอา ไปหาองค์ใหม่ ปัดเลย เงียบไป ประชุมปรึกษาเอาองค์นั้นเป็นหัวหน้า เอาองค์นี้เป็นหัวหน้า เป็นองค์ไหนก็ทะเลาะกันอยู่นั้น ๆ ทางประชุม ๆ เรื่อยนะ ประชุมการทำเจดีย์นี้ ประชุมก็ล้มเหลว ๆ มาเรื่อย วาระสุดท้ายที่ท่านสุวัจน์ไปนี่เรียกว่าสิ้นท่าแล้ว เอาครูบาอาจารย์องค์ไหนนับแต่ท่านสุวัจน์ ตลอดไปเลยจนถึงท่านวัน องค์ไหนต่อองค์ไหนหลายองค์นะที่จะเอามานี้ เถียงกันไม่ลงรอยกัน ตั้งแต่ท่านสุวัจน์ก็ยังถูกเถียง คงมีอุบายที่จะเอาเรานั่นแหละท่า องค์นั้นก็ไม่เหมาะ องค์นี้ก็ไม่เหมาะ ไปหาองค์ไหนก็ไม่เหมาะ คงจะเถียงกันเพื่อจะเอาตัวเราก็ได้นี่นะ มันหาอุบายก็ได้คนเราใช่ไหม ทำท่าไม่ลงรอยกันเฉย ๆ จะเอาเราให้ได้ความหมายว่างั้น

ท่านสุวัจน์ก็เป็นหัวหน้าอยู่นั้นหัวหน้าใหญ่ มันก็น่าจะขึ้นได้แล้ว นี้กลับไม่ลงกันอีกแหละ องค์นั้นไม่ลงองค์นี้ไม่ลง ทางประชุม-ประชุมเรื่อย ครั้งสุดท้ายนี้มาประชุม ๕ คนไม่ได้เรื่องอะไรเลย ตกลงเลิก ทำยังไงกันอย่างนี้ มันสุดมันสิ้นแล้วเอาละนะ หมดแล้วนะ ทีนี้ประมวลแล้วก็เห็นแต่ท่านอาจารย์มหาบัวองค์เดียว นี่น่ะ เพราะฉะนั้นเราถึงจับได้เลยว่าพวกนี้มันจับกลุ่มกันมันจะเอาเรา ประชุมองค์ไหนก็ไม่ลง ๆ ทะเลาะกันตลอด คราวนี้ก็ทางผู้ว่า ผู้กำกับ ท่านสุวัจน์ มาพร้อมกันหมดเลย ทางสกลนครมาหมด มาบอกแบบสุด ๆ สิ้น ๆ บอกหมดทุกเหตุผล เราฟังแล้วก็เห็นใจ จะทำยังไง แต่เรื่องที่เขารวมหัวกันจะเอาเรา เราก็พอรู้ได้ แต่ยังไงมันก็ผ่านมาแล้ว ๆ เราก็คิดอย่างนั้น นี่เขาก็มามุ่งต่อเราทำไง ตกลงเราก็เลยได้รับ

พอเรารับ ลูกศิษย์ทางกรุงเทพก็โทรศัพท์บึ่งมาถามเรา บอกว่าเรารับเรียบร้อยแล้ว มันจำเป็นด้วยเหตุผลอย่างนั้น ๆ ถึงรับ ทางนั้นก็พรึบขึ้นเลย เอาเราเป็นประธานกรรมการ ตัวใหญ่ตรงนี้นะ เป็นประธานกรรมการสร้างเจดีย์นี้ โหย เป็นกันชนไม่ใช่เล่นนะ มีแต่เขาโค้ง ๆ ใหญ่ ๆ ทั้งนั้นยกทัพกันมาใส่กันตูม ๆ ไม่ลงกันเลย ทีนี้พอมาที่ไหนเราก็เป็นกันชน เราเข้าตรงกลางใส่ อธิบายเหตุผลเรียบร้อย ลงกัน ๆ เลิกกันทุกครั้ง สองสามครั้งนะที่เจดีย์หลวงปู่ฝั้น เราเป็นกันชนตลอดมา ก็เรียบร้อยไปเลย ทีนี้เงินก็ยังไม่มี แต่ยังไงก็จะสร้างแล้ว ยังไงพยายามจะให้ได้แหละเงิน ได้ผู้เป็นหัวหน้าพอใจแล้ว เงินจะตามหลังแหล พวกนั้นเขาพูดอย่างนั้นทั้ง ๆ ที่เขาก็ไม่มีเงิน ผู้หาเงินก็คือเรานี่แหละ เขาก็โม้บ้าไปของเขา เพราะเขาได้ทีแล้วใช่ไหม เขาก็สนุกโม้

มันก็เป็นอย่างว่าจริง ๆ นะล่ะปัจจัย จนกระทั่งได้เอาบริษัทเนาวรัตน์มาประชุมกันที่นี่เลย เราบอกเราจะตัดคอรองเลย เอา สร้างไปเลย ไม่มีอะไรให้เราจะติดคุกเอง รับรอง เอาเลยสร้างเลย อู๊ย ถ้าลงท่านอาจารย์ได้ติดคุกสตางค์หนึ่งผมก็ไม่เอา เอ้า ไปเลย ๆ ลงกันจุดนี้แหละ เรารับรองเราจะเข้าคุกเองเราก็ว่างั้นแหละ เขาก็บอกว่า ถ้าลงท่านอาจารย์ได้เข้าคุกสตางค์หนึ่งผมก็ไม่เอา มันก็กรรมแก้กรรมนะ นี่มันแปลกอยู่ ให้ลงใจ เขาก็ผึงเลยไปด้วยความพอใจของเขา เพราะเรารับรองยืนยันหมดแล้ว พอสร้างไป ๆ ปูนหมด มันก็มีสัญญากำหนดเท่านั้นเสร็จเท่านี้เสร็จ ปูนหมดไม่ใช่หมดธรรมดา หมดเป็นเดือน ๆ ไม่ได้สร้างเลย ขาดงานไป วิ่งมาหาเราอีก พวกคณะกรรมการวิ่งมาหาเราอีก แล้วทำยังไงท่านอาจารย์ เวลานี้สร้าง อยู่ ๆ ปูนก็หมดจะทำยังไง คนงานไม่ได้ทำงานเลย แล้ววันเวลากินเข้าไปทุกวันก็จะหมดสัญญา เขาจะปรับ เอ้า ปรับก็ปรับเถอะ หลวงตาบัวไม่ปรับเสียองค์เดียวไม่มีใครปรับได้ เอา สร้างเลย เขาก็ผึงกลับคืนไป

ทีนี้เลยไม่คำนึง พอเราเปิดเรื่องนี้ งานสำเร็จตามสัญญาไม่สัญญาไม่สำคัญ อยู่กับหลวงตาบัวนะ หลวงตาบัวไม่ปรับเสียองค์เดียวเท่านั้นใครปรับไม่ได้ เอาสร้างเลย มันถึงแค่ไหนก็เห็นกันอยู่นี้น่ะ ไม่ใช่แกล้งอะไรกันนี่นะ ความจำเป็นเห็นอยู่ทั่วหน้ากัน เอา ๆ เลย เขาก็เลยสร้าง พอเสร็จแล้วเลยไม่ถามถึงสัญญาเลย เรียบร้อยไปเลย มันก็เลยสัญญาแหละ ธรรมดามันเลย เพราะหมดไปตั้งเดือน ๆ ไม่ได้ทำงาน เวลากระชั้นเข้ามาเขาก็มาพูดให้ฟัง เวลายังเท่านั้น ๆ ช่างหัวมันเถอะ มันอยู่กับความจำเป็นของเรานี่น่ะ ปูนนี้ถ้าเขาไม่เชื่อให้เขามาดูมีไหม ว่างั้นเลย เอาเลยมีเท่าไรก็สร้างไปตามนั้น ๓ ปีก็ ๓ ปีซิจะเป็นไรไป ความจำเป็นมีอยู่นี่นะ เขาก็พอใจกลับไป เรียกว่ากรรมแก้กรรม เขาจะปรับอย่างนั้นอย่างนี้ เราไม่ปรับเสียอย่างเดียวเท่านั้น ทีแรกเราจะเข้าคุก ทีนี้เขาจะเข้าคุก ก็เลยมาแก้กัน โอ๊ย เข้าท่าดีนะ

ทุกอย่างเหมือนจะมาลองกำลังของหลวงตาบัวก็ไม่ทราบ ผึงทีไรมีแต่หนัก ๆ นะแก้ผางไปได้เลย ผางไปเลย เรียบร้อย ทีนี้กฐินก็กะกำหนดเท่านั้น ได้กฐินมาเลยกำหนด ๘ แสนบาท กฐินนี้กะว่าคงจะได้เท่านั้นตามที่กำหนด มันก็ได้จริง ๆ เลยไปอีก ๘ แสนบาทเราไม่ลืมนะ ๘ แสนบาทนี้ใครอย่ามาแตะเราบอกตรง ๆ เลย เราเป็นหัวหน้าเป็นประธานกรรมการประชุมกัน บอก ๘ แสนบาทยกให้วัดอุดมสมพรทั้งหมด เพราะวัดนี้รับเป็นรับตายทุกอย่าง รับหมดเลย เมื่อมีเศษมีเหลือพอจะเป็นประโยชน์แก่วัดบ้างก็ให้มี เราว่าอย่างนี้ เพราะฉะนั้นเงิน ๘ แสนบาทกว่านี้ หรือใครจะมาเพิ่มเท่าไรก็ตาม จะเข้าในจำนวนนี้หมด เราไม่เอาเราเอาเท่านี้เราบอก คือเอาแค่ค่าก่อสร้าง นอกนั้นก็ยกให้วัดอุดมสมพร ก็เรียกว่าอย่างน้อย ๘ แสนประกันไว้แล้ว ทีนี้มาทีหลังก็เพิ่มเข้า ๆ ได้มากกว่านั้นนะ เงิน ๘ แสนแต่ก่อนมันแพงนะไม่ได้เหมือนทุกวันนี้

นี่ละเรื่องของท่านอาจารย์ฝั้นมีแปลกอยู่ เรียบร้อยไปด้วยดี เงินก็ไม่มี แล้วยังจะมาหาเรื่องให้เราหาเงินมูลนิธิอีก ไม่หา บอกงี้เลย นี่เจดีย์เรียบร้อยแล้ว มูลนิธิที่ไหนเราไม่เล่นด้วย ตกลงก็ผ่านไปเลย ถ้าเราว่าไม่เล่น-ไม่เล่นจริง ๆ เราไม่เหมือนใคร ส่วนใหญ่ก็นี่ มูลนิธิอะไรอีก ไม่ทราบได้ไม่ได้นะ ถ้าลงว่าไม่ให้ไม่ให้จริงๆ เราไม่เหมือนใคร เหตุผลพร้อมแล้วไม่ให้-ไม่ให้ นี่ละเรื่องของท่านอาจารย์ฝั้น ท่านพูดถึงเรื่องใด โอ๊ย น่าฟัง บรรดาครูบาอาจารย์นี้ ท่านอาจารย์ฝั้นที่น่าเคารพ น่ารักน่ากราบไหว้บูชาทุกอย่าง เรารักท่านนะ ไม่เพียงแต่ความเคารพเลื่อมใสยังรักท่านอีก โอ๊ย หายากนะ พูดถึงเรื่องกำลังจิตนี้สำคัญมาก ท่านอาจารย์ฝั้นกำลังใจสำคัญ ท่านพูดให้ฟัง ท่านยังหวาดเสียวอยู่นะ เราไม่ลืม ปีสงครามโลกเขามาทิ้งระเบิดที่สถานีรถไฟโคราชสถานีใหญ่นั่น พวกนายทหารเขาก็เข้ามาหาท่าน ท่านพูดดูเป็นลักษณะตื่นเต้นหวาดเสียว มันเผลอไปได้ยังไงท่านว่าอย่างนั้น เขามาพูดเราก็ฟังนิ่งๆ ก็เท่ากับรับเขานั่นแหละ

คือถึงเวลาประมาณ ๖ ทุ่มล่วงไปแล้วเครื่องบินใหญ่จะมา แล้วเขาจะมาโยนระเบิดลงที่สถานีรถไฟ มันแหลกหมดแล้วเขามาทุกคืน มาโยนระเบิดลงตรงนั้น พอเรานิ่งๆ แล้วเขาก็ว่าเรารับ เรารับในใจจริงๆ นะ นี่ซิมันน่าคิดเอามากมาย มันก็มาดลบันดาล ท่านว่าอย่างนั้นนะ พอถึงเวลาแล้วเราก็ไปเดินจงกรม ถ้าเครื่องบินมาจะเพ่งเครื่องบิน เพ่งแล้วมันต้องตก ตกคนอยู่นั้นตายหมด ถ้าเพ่งยังไงมันต้องตก พอจิตเพ่งปึ๋งนี้ก็ลงตูมเลย แล้วคนอยู่นั้นตายหมดอะไรตายหมด คนตายหมดนี้ซิ มันทำไมระลึกไม่ได้ มันแปลกเอาเหลือเกินท่านว่า พูดแบบตื่นเต้นนะ อู๊ย น่าหวาดเสียวเหลือเกิน แล้วก็ดลบันดาล คืนวันนั้นเครื่องบินไม่มา แปลกอยู่ มันมาทุกคืนจนกระทั่งนายทหารเขาอยู่ไม่ได้ เขาวิ่งมาหาท่าน มาแล้วท่านก็นิ่งๆ ก็แสดงว่าปลงใจจะช่วยเขา

ทีนี้เวลาประมาณสัก ๕ ทุ่มท่านก็ลงเดินจงกรม คอยดูเหตุการณ์ ฟังซิท่านพูดเองนะ คอยดูเหตุการณ์อยู่ที่วัดศรัทธารวม ตอนนั้นท่านอยู่วัดศรัทธารวม ทีนี้ก็พอดึกเข้ามาก็เดินจงกรมสังเกตเหตุการณ์ต่างๆ เงียบๆ ไปเลย จนกระทั่งตี ๒ ท่านถึงออกจากทางจงกรมมา เรื่องก็เลยเงียบไปเลย พึ่งมาระลึกได้ทีหลัง โหย น่าหวาดเสียวจริงๆ เครื่องบินตกคนตายสักเท่าไรเราไม่ได้คิดอะไรเลย ทำไมเป็นอย่างนั้น ท่านพูดด้วยความเสียใจ คือตอนนั้นระลึกไม่ได้เลย นี่สำคัญ ถ้ามาเอาจริงๆ นะ นั่นน่ะเห็นไหมกำลังจิตของท่าน มันบันดลบันดาล วันนั้นเครื่องบินก็ไม่มาทั้ง ๆ ที่มันมาทุกคืน ๖ ทุ่มล่วงไปแล้วมา ฟังเสียงสนั่นหวั่นไหวละระเบิดเขาลง เครื่องบินแต่ก่อนมัน ๔ เครื่องยนต์ ไม่ได้เหมือนทุกวันนี้นะ มาก็ได้ยิน ท่านยืนรอเหตุการณ์อยู่แล้วถ้ามาท่านก็จะเพ่ง ถ้าเพ่งก็ตูมเลย แล้วคนในนั้นมีเท่าไรตายหมดเลยท่านว่า อู๊ย เสียเหลือเกินตรงนี้ ท่านพูดแบบตื่นเต้น แบบเสียอกเสียใจมากทีเดียว แต่ก็ไม่เป็นไรแล้วแหละผ่านไป

นี่ละอำนาจของจิต ท่านเชื่อขนาดไหนเชื่อความรู้ของท่าน มานี้พอเพ่งผางนี้ลงเลยท่านว่า อย่างนั้นแหละอำนาจของจิต อย่างไปขึ้นเครื่องบินท่านก็เล่าให้ฟัง ตอนไปเผาศพหลวงปู่มั่น ขึ้นเครื่องบินไปเผาศพนั้น เขาเอาเครื่องบินมาลงรับจ้าง เราก็พอจำได้ว่า ๒ นาทีต่อ ๔๒ บาท ขึ้นสองนาทีลง ๆ เสร็จแล้วเขาก็มาขอให้เราขึ้น เขาไม่เอาค่าจ้าง มานิมนต์ให้ขึ้นเลย โอ๊ย ขึ้นไปอะไรล่ะ ก็ขึ้นไปชมดินฟ้าอากาศเฉยๆ แหละ พาไปเที่ยวแถวนี้แหละ เขาก็มานิมนต์ท่าน ตกลงใจก็เลยไปท่านว่า ทีนี้พอไปแล้วเขาไม่ได้อยู่แถวนี้ละซิ ฟาดนู่นถึงร้อยเอ็ด สารคาม อุบล เขาไม่ได้พากลับง่ายๆ เที่ยวตระเวนเสียแหลกหมด เราก็ดูดินฟ้าอากาศไป นี่ท่านมาพูดถึงกระแสจิตนะ ส่งจิตดูไปธรรมดาๆ ไม่เข้าห้องเครื่อง ถ้าจิตเข้าปั๊บ พอจ่อปั๊บนี้จะลงเลยและตายทั้งเขาทั้งเรา เวลาตาย ตายทั้งเขาทั้งเรา เราตัวเก่งๆ ก็จะตาย เราตัวเก่งนี้ก็จะตายท่านว่างั้น

ท่านบอกว่าเวลาผ่านเครื่องไปนี้ ท่านจะส่งจิตธรรมดาทั่วๆ ไป ก็เป็นธรรมดา พอเพ่งปั๊บนี้มันจะพุ่งเลยพังเลย ท่านถึงบอกว่าต้องระวัง เครื่องเหล่านี้จิตจะไม่เข้าเลย จิตส่ายไปธรรมดาดูโน่นดูนี้ไปธรรมดา เขาไปเที่ยวจนกระทั่งเมืองอุบลโน่นแหละ ไม่ทราบกี่นาที ไปนานแสนนานกว่าจะกลับมา ท่านพูดถึงเรื่องจิต ไปไหนจิตเราจะไม่เข้าเลยห้องเครื่องเขา ส่งไปธรรมดาดูธรรมดาเหมือนทั่วๆ ไป ถ้าส่งไปนั้นไม่ได้ ท่านพูดตรงนี้สำคัญมากนะ ถ้าส่งไปนั้นแล้วก็พังเลย พังทั้งเขาทั้งเรา ตายทั้งเขาทั้งเรา

ท่านอาจารย์ลีก็เหมือนกันกำลังจิตแรง เรานี้มันแรงตั้งแต่อย่างนั้นแหละเข้าใจไหมไม่อยากพูดมาก ความแรงกำลังจิตของเรานี้มันแรงไปทางหนึ่ง คนไม่ได้คิดนะความแรงของเรา เดี๋ยวไปหาต่อมาบ้างอะไรมาบ้าง มันแรงไปทางนั้น ก็กำลังเราไม่มีก็ต้องเอาต่อมาช่วยล่ะซิ ต้องเอาต่อมาช่วย รังเดียวเท่านั้นพอ เรายังไม่ลืมนะ คือแต่ก่อนรั้วลวดหนามก็ยังไม่มี อย่าว่าแต่รั้วกำแพงเลย สร้างรั้วลวดหนามก่อนแล้วก็สร้างกำแพงทีหลัง แล้วรั้วลวดหนามก็ไม่มี หมาอยู่ในบ้านมันหลั่งไหลมากินข้าว เพราะฉะนั้นมันถึงมีมาก มายั้วเยี้ยๆ พอพระล้างบาตร ต่างองค์ต่างเอาข้าวเหลือไว้ในก้นบาตรไปสาดให้หมา อย่างนั้นเป็นประจำๆ มา

ทีนี้หมามันก็ยั้วเยี้ยๆ มันถึงมากต่อมาก เวลาเสียงมันร้องมันถึงดังทั่วซิ มันขบขันตอนหมาร้อง ตัวไหนอยู่ที่ไหนอยู่ในป่านี้ร้องทุกทิศทุกทาง วันนั้นร้องทั้งวัน ตัวไหนอยู่ที่ไหนร้อง คือมันเจ็บปวด ต่อมันต่อยมันก็หนีแล้วแหละมันเข้ารังมันแล้ว แต่ความปวดมันไม่ได้เข้ารังละซิ มันซัดอยู่หลังหมา แหง็กๆ ตัวนี้ แหง็กๆ อยู่ทุกทิศทุกทาง มีแต่เสียงหมาร้อง คือมันปวดต่อต่อยมัน นี่ละมันขบขัน เราจึงเสียดายต่อ เราเดินฉากๆ ไปนั้นไม่เห็นมี ถ้ามีเราจะเอามาไว้นี้สักรัง เราจะไม่เอามากเพียงรังเดียวก็พอ นี้คงจะแหง็กยิ่งกว่าหมา เพราะมันมากยิ่งกว่าหมา เสียงมันจะแหง็กหงักๆ เต็มวัด ดีไม่ดีหลวงตาบัวก็จะแหง็กกับเขา มันไม่พอกัดมันจะไปฟัดเราละซิ ขบขันดี โห ต่อต่อยนี้ปวดจริงๆ นะ ปวดมากเป็นไข้ปัจจุบันเลยเรา

นี่พูดเรื่องท่านอาจารย์ฝั้นนะ พูดถึงเรื่องท่านเมตตา กับเราท่านเมตตาจริงๆ แต่เราเป็นฝ่ายโจมตีท่านนะ ท่านไม่ค่อยได้ว่าอะไรเพราะท่านสวยงามทุกอย่างนิ่มนวลทุกอย่าง เรานี้เหมือนลิง พอใส่ปั๊วะเลย พอไปถึงก็ใส่กันปั๊วะเลย นั่นละท่านระวังลิง ทีนี้วันหนึ่งหมอเพ็ญศรีนี้แหละคนหนึ่งไปด้วย วันนั้นรถใหญ่ไป คนไปด้วยกันหลายคนตั้งใจจะไปกราบ คนนั้นก็จะไปคนนี้ก็จะไป ตกลงก็เลยไปเต็มรถ พอไปถึงแล้วก็เข้าไปหาท่าน ท่านกำลังแจกเหรียญอยู่ตอนนั้น หมอเพ็ญศรีนี้ตาแหลมจริงๆ ไม่ใช่เล่น พอท่านกำลังแจกเหรียญ ท่านนั่งอยู่เก้าอี้ใต้ถุนกุฏิท่าน เราพอเข้าไปนั้นท่านกำลังแจกเหรียญอยู่ เอาละเลิกๆ ท่านว่างั้นนะ คือกลัวบ้าตัวนี้จะไปกัดท่านไม่ใช่อะไร พอเราไปท่านกำลังแจกคนนั้นแจกคนนี้ แจกนั้นแจกนี้ พอมองเห็นเราโผล่เข้ามา เออ เลิกๆ จะคุยธรรมะกัน ความจริงคือท่านกลัวหมาตัวนี้จะไปกัดท่าน อันนั้นเหมือนไม่มีนะเงียบเลย พวกนั้นก็เงียบหมดเลย ที่ท่านกำลังแจกอยู่นั้น เอาละเลิกๆ จะคุยธรรมะกัน ท่านแก้ดีอยู่นะ จะคุยธรรมะกัน

เพราะเรามันเอาจริงๆ ไม่ว่ากับใครก็ตามนะเรา เป็นอย่างนั้นนะ ใส่เปรี้ยงเลย มีแต่เราแหละฝ่ายโจมตีท่าน ไปหาครูบาอาจารย์องค์ไหนก็เราละซัดกันเลย ท่านอาจารย์ฝั้นท่านเย็นนี่ ประสาหมาน้อยกัดช่างหัวมันเถอะก็จะว่างั้น คุยไปธรรมดา เรานี้ใส่เรื่อยๆ แล้วก็มาถึงจุดที่เขาประชุมกันลับๆ ไม่ให้ท่านรู้ ว่าทำบุญอายุของท่าน แต่ก่อนก็ไม่เคยมีบุญอายุ วันนั้นเขาจะนิมนต์พระมาตั้ง ๒๐๐-๓๐๐ ประชาชนก็จะมาเต็มวัดเต็มวา ทีนี้พระจะห้ามยังไงก็ไม่ได้ พวกญาติโยมเขาไม่ฟังเสียงพระเลย จะไปหาท่านอาจารย์ฝั้นก็ไม่ได้เรื่อง พระเลยโดดมาหาเรา มาวัดนี้เลย เรื่องนี้ละเรื่องงานใหญ่โตที่จะขึ้นในวัด เขาก็มาเล่าเหตุการณ์ให้ฟังทุกสิ่งทุกอย่าง ตั้งหน้ามาเลยนะพระ เพราะไม่มองเห็นใครเห็นแต่ท่านอาจารย์เท่านั้น จะห้ามกองทัพใหญ่ๆ ยุ่งๆ นี้ให้สงบลงไปได้ มีแต่ท่านอาจารย์เท่านั้น นอกนั้นคงไม่ฟังเสียงใครแหละ เขาก็มาเล่าให้ฟังทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว พอวันหลังเราก็ปั๊บไปหาท่านเลย ไปก็ไล่เบี้ยกันเลยกับท่าน อย่างนั้นนะเราไม่เหมือนใคร

พูดถึงเรื่องคนที่จะมาทำบุญให้ทานเกี่ยวกับเรื่องอายุของท่านอาจารย์ เขาจะนิมนต์พระมาตั้ง ๒๐๐ กว่าแล้วก็มีอะไรต่ออะไรมีหลายเรื่องหลายราว เขาจะมาทำที่นี่ แล้วท่านอาจารย์เห็นว่ายังไง วัดกรรมฐานเป็นวัดมาดั้งเดิม ครูบาอาจารย์พาดำเนินมาอย่างไร อย่างนี้มันขัดหรือไม่ขัดขอให้ท่านพิจารณาเอง เหอ ไม่ได้ๆๆ ท่านขึ้นเลยนะ ไม่ได้ๆ ก็ท่านอาจารย์เป็นผู้ระงับเองคนอื่นระงับไม่ได้ นี่กระผมมากราบเรียนเฉยๆ เรื่องราวเป็นความจริงอย่างนี้แน่ จะเอาขึ้นแน่ๆ ว่างั้นนะ ท่านก็ว่า โอ๊ย ไม่ได้ๆ พอเรามาแล้วท่านก็ใส่ ๒-๓ ประโยคเงียบเลย เรื่องเลยไม่มี อย่างนั้นแล้วพระต้องวิ่งมาหาเรา เราก็เข้าหาท่าน เพราะองค์อื่นไม่กล้าเข้าแต่เรามันเข้าได้หมด พระบ้าองค์นี้ไม่ถอยใคร เอาจริงๆ มันไม่ได้ถอยใครจริงๆ เปรี้ยงเลยละ มันขบขัน

พูดถึงเรื่องท่านเมตตา เมตตามากอยู่นะกับเรา เอะอะก็ต้องเกี่ยวกับเรา เกี่ยวกับเราอยู่เรื่อยๆ ท่านคงเห็นว่าหมาตัวนี้มันกัดเก่ง มันเห่าก็เก่งกัดก็เก่ง เลยยุมันเรื่อยให้มันกัดเรื่อยท่า แล้วเรื่องศพของท่านก็เรียบร้อยไปทุกอย่างไม่มีอะไร อันนี้ก็เอาเราไปเป็นหัวหน้าอีกเหมือนกัน เผาศพท่านเราเป็นคนจัดแจงทุกอย่าง คนมามากต่อมาก รถนี้ไปหาจอดตามอำเภอ ตามโรงร่ำโรงเรียนตามสถานที่ว่าง เขาเปิดทางให้พวกอำเภอพรรณาทั้งอำเภอ เปิดทางให้หมดๆ ให้รถเข้าจอดได้หมดเลยเพราะรถมากต่อมาก นี่เราไปเป็นหัวหน้างานอยู่นั้นไม่ใช่เล่นนะ หลวงปู่ฝั้นเรารู้สึกหนักมาก ออกจากนั้นมาหลวงปู่ขาวอีก อันนี้ก็มาโดนกันอีกแหละกับผู้ใหญ่ กับดอกเตอร์เชาวน์จะเป็นใครไป

มานี้เขาก็มาขอให้เราเป็นประธานอีกแหละ เจดีย์หลวงปู่ขาว โอ๊ย เงินก็มีแล้วนี่นะ เงินไม่อดไม่อยากพอแล้วทุกอย่าง จะให้เป็นประธานอะไร ทางดอกเตอร์เชาวน์พูด โอ้โห เงินไม่สำคัญนะท่านอาจารย์ ไม่มีอะไรสำคัญยิ่งกว่าประธานนะ เราสะดุดกึ๊กวิ่งไปหาทางเจดีย์ของท่านอาจารย์ฝั้น เราก็เลยนิ่งยอมรับ ขึ้นจริงๆ นี่ก็มีแต่เขาโค้งๆ เหมือนกัน เราผ่ากลางอีกเหมือนกัน เป็นอย่างนั้นนะ ไม่มีอะไรตั้งแต่เจดีย์หลวงปู่มั่นเราไม่มี เราเป็นผู้สมัครใจเป็น เขาก็มาขอด้วยสมัครใจด้วย เป็นเราว่าอย่างนี้ เป็นให้ ไม่มีอะไรอันนี้ แต่สองอันนี้ โห พรรณาเป็นอันดับหนึ่ง อันนี้เป็นอันดับสอง ใหญ่ ๆ ทั้งนั้นละ ซัดกัน โห เราต้องเข้าผ่ากลาง แหลกหมดแหละเรา กันชนว่าไง ก็เรียบร้อยไปด้วยดีทุกอย่าง

สำหรับท่านอาจารย์ฝั้นท่านเก่งหลายด้านเหมือนกัน ไม่มีใครเท่าที่ผ่านมาครูบาอาจารย์ ที่จะนิ่มนวลและชุ่มเย็นทุกอย่างๆ เหมือนท่านอาจารย์ฝั้นนะ ท่านอาจารย์ฝั้นนี้ โหย สวยงาม กิริยามารยาทของท่านใครจะยึดไปปฏิบัติยังไงๆ สวยงามหมดนะ คือครูบาอาจารย์บางองค์จะสวยงามเฉพาะท่าน เวลาอยู่กับท่านนี้เรียกว่าเป็นของจริงล้วนๆ สวยงามไปหมดเฉพาะท่าน แต่คนอื่นเอาไปใช้ปลอมหมดนะ แต่สำหรับท่านอาจารย์ฝั้นนี้ ใครจะเอาไปใช้ก็ได้ ท่านก็เป็นมหามงคลต่อท่านอยู่แล้ว กิริยามารยาททุกสิ่งทุกอย่างการแสดงออกของท่านนำเอาไปใช้นี้ได้ประโยชน์ทั้งนั้น เป็นมงคลด้วยกันทั้งหมด ไม่ปลอม กิริยาของครูบาอาจารย์บางองค์นี้สำหรับท่านเหมาะสมทุกอย่าง จริงตลอดสำหรับท่าน คนอื่นเอาไปใช้ปลอมหมดๆ ใช้ไม่ได้ แน่ะเป็นอย่างนั้นนะ เพราะนิสัยคนละอย่าง นิสัยอย่างหนึ่งทั่ว ๆ ไปยึดเอาไปใช้ได้หมด เป็นมงคลหมด บางองค์นี้ใช้ได้เฉพาะท่านเท่านั้น จริงทั้งหมด แต่คนอื่นเอาไปใช้ปลอมหมด เป็นอย่างนั้น

สรุปทองคำและดอลลาร์วันที่ ๑๘ ทองคำได้ ๑ บาท ๒๕ สตางค์ ดอลลาร์ได้ ๕๗ ดอลล์ ทองคำทั้งหมดที่เราได้แล้วเวลานี้ ๔,๖๒๙ กิโล กรุณาจำไว้ตามนี้ ส่วนดอลลาร์ ๖ ล้านกว่า

เปิดดูข้อมูล วันต่อวัน ทันต่อเหตุการณ์ หลวงตาเทศน์ถึงเรื่องอะไร www.luangta.com


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก