นักเรียนมา ครูต้องมา
วันที่ 14 กันยายน 2544 เวลา 7:40 น.
สถานที่ : วัดป่าบ้านตาด จ.อุดรธานี
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :
ข้อมูลเสียงแบบ(Win)   ข้อมูลเสียงแบบ(MP3)

เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด

เมื่อวันที่ ๑๔ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๔๔

นักเรียนมา ครูต้องมา

ดอลลาร์ให้รีบร้อนนะ ในกรุงเทพก็เหมือนกัน กรุงเทพยิ่งอยู่ใกล้คลังหลวงจะมาเย็นอยู่จนเน่าไม่ได้นะ ทางข้างนอก ๆ เขาร้อนเป็นฟืนเป็นไฟเขาจะหมุนดอลลาร์เข้าคลังหลวง กรุงเทพนอนหลับสบายครอก ๆ ไม่ได้นะ นี่เห็นไหมวิทยุกำลังประกาศก้องอยู่ปากหลวงตาบัวเดี๋ยวนี้น่ะ ไปหาตีเอาพวกกรุงเทพแหละ ที่อื่นไม่มีมาก กรุงเทพมีมาก ตีเรือนหนึ่งได้ตั้งหลายดอลลาร์ ตีเหล่านี้ได้แต่กบแต่เขียด เดี๋ยวก็โดดลงน้ำลงท่าไปหมดเสียเลยไม่ได้ดอลลาร์มา เพราะฉะนั้นเราจึงไม่อยากตีแถวนอก ๆ เราอยากตีใน ๆ ตีแล้วสำเร็จรูปเป็นดอลลาร์ ทองคำมา

ให้เร่งนะ บรรดาพี่น้องทางกรุงเทพเราก็ให้เตรียมฟังเอาไว้ เตรียมตัวไว้ วันที่ ๒๔ หลวงตาจะลงไปกรุงเทพเพื่อจะมอบทองคำเข้าสู่คลังหลวง แล้วมีดอลลาร์ติดตามด้วย คราวนี้ดอลลาร์รู้สึกว่าเดือดร้อนมากทีเดียว เมืองอุดรจนหาที่อยู่ไม่ได้ วิ่งหัวซุกหัวซุนเข้าไปอาศัยกรุงเทพ กรุงเทพมีที่พักให้ไหม ดอลลาร์อย่างน้อยสักประมาณ ๑ แสนดอลล์มีไหมกรุงเทพเราน่ะ ให้เตรียมตัวไว้นะวันที่ ๒๔ หลวงตาบัวจะลงไปบุก บุกต้องได้ดอลลาร์มา บุกเปล่า ๆ ไม่เอา เราจะเข้าคลังหลวงคราวนี้อย่างน้อยให้ได้ ๑ แสนดอลล์ เตรียมพร้อมแล้วจะไม่ถอยละ จะเข้าจุดนี้ ๑ แสนเป็นอย่างน้อย ได้มากกว่านั้นเท่าไรยิ่งดี

บัญชีดอลลาร์เราก็ยังไม่ได้เรียกเขามาถามเรื่องราว รอเสียก่อน จวนจริง ๆ แล้วเราเอาเมื่อไรก็ได้ เราแน่ใจเพราะเราเชื่อพี่น้องชาวไทยเรามาดั้งเดิมอยู่แล้ว ประหยัด สุขุม ไม่กระโตกกระตากเรื่อยมาไม่ว่าแง่ไหน เวลาจำเป็นจริง ๆ ตูมเลย ๆ เสร็จพร้อมไปเลย ๑ แสนนี้แน่ใจเลย เราคิดแบบฝันสดอยู่ในห้องเรานะ เวลาเราฝันเราต้องปิดประตูเสียก่อนเราฝันคนเดียว อย่างไรที่เรากะไว้ ๑ แสนนี้อย่างไรต้องได้แน่นอน มันฝันอยู่ในห้องแล้วปิดประตูไม่ให้ใครรู้ พึ่งเปิดประตูออกมาพูดตะกี้นี้ อย่างน้อยต้องได้เป็นแสนขึ้นไปถึงจะงามตาบ้าง ถ้าไม่มีดอลลาร์เข้าเสียตรงนี้ หลวงตาพิจารณาหมด ทองคำเด่น สิ่งที่ติดตามทองคำซึ่งเป็นเครื่องประดับกันไป ๆ ด้วยการประดับชาติของเรานี้คือดอลลาร์ พอขาดปุ๊บ โห ไม่ได้เลย เพราะฉะนั้นเราจึงหมุนทางนี้ให้งามตาทั้งสอง มองไปทางนั้นทองคำทางนี้ดอลลาร์ ทั้งซ้ายทั้งขวาประดับไปด้วยทองคำดอลลาร์เหมาะ เอาตรงนี้นะ

อยู่ทางโน้นก็ดีทางนี้ก็ดีบัญชีการถอนเป็นเรื่องเราคนเดียว การฝากเข้ามาเท่าไรได้ทั้งนั้น รับได้ ๆ เวลาจะถอนเราถอนได้คนเดียว เป็นความแน่ใจสำหรับเราเองและพี่น้องทั้งหลายก็แน่ใจว่าไม่รั่วไหลไปไหนเลย เราปฏิบัติต่อชาติไทยของเราซึ่งเป็นเมืองพุทธศาสนาเราปฏิบัติอย่างนี้ เราจึงแน่ใจที่สุดว่าเรื่องที่เราพาพี่น้องทั้งหลายดำเนินไม่มีด่างพร้อยไม่มีมลทิน เราจะมาคิดระแคะระคายกับเราเองว่าได้มัวหมองตรงไหนเกี่ยวกับการพาพี่น้องชาวไทยเราดำเนิน ด้วยการบริจาคนี้รั่วไหลไปไหนไม่มีฟังซิ ไม่มีในหัวใจ บริสุทธิ์พุ่ง ๆ ตลอดเลย เพราะฉะนั้นทุกอย่างเราจึงพูดได้เต็มเหนี่ยวด้วยอำนาจแห่งความเมตตา ไม่มีอะไรเข้ามาเคลือบแฝง แม้จะฟ้าดินถล่มก็ตาม ก็มีแต่ฝนและลูกเห็บลงเท่านั้น ร้อนขนาดไหนคือเสียงเป็นอย่างนั้น ลูกหลานทั้งหลายให้ฟังเอานะ เราเปิดจริง ๆ เราจวนจะตายแล้ว จะไม่มีใครนำเรื่องของพระพุทธเจ้าออกมา เต็มหัวใจเราขนาดไหนออกมาขนาดนั้น ๆ เป็นลำดับ เดี๋ยวนี้ยังไม่หมด มันหากเป็นของมันเอง เมื่อสมควรที่จะฟ้าดินถล่มมันจะออกทันที ๆ เลย

นี่ละธรรมมีไหม ลูกหลานทั้งหลายฟังซิ ธรรมพระพุทธเจ้ามีไหม ขอให้ดำเนินตามนี้ สายทางของธรรมนั้นแหละเป็นทางเดินเข้าสู่ธรรมบรมสุขคือธรรมแท้ ธรรมธาตุแท้ ใครเจอเข้าไปปั๊บหายสงสัยหมดเลย พระพุทธเจ้าพระสาวกอรหันต์เป็นธรรมแท้เป็นหลักธรรมชาติเหมือนกันหมด ไม่ต้องไปถามกัน จ้าเข้าไปนี้รู้กันหมดเลยเทียว นี่ที่นำมาสอนพี่น้องทั้งหลายและนำเพื่อชาติบ้านเมือง เรานำด้วยความบริสุทธิ์ใจจริง ๆ ในวาระสุดท้ายเราก็บอกแล้วว่า ถ้าพูดถึงเรื่องสังขารร่างกายของเรานี้ก็แก่ลงไปทุกวัน ๆ แต่ธรรมะไม่มีวัย มีตลอดอยู่อย่างนั้น เป็นแต่เพียงว่าสังขารร่างกายซึ่งเป็นเครื่องใช้ของธรรมมันมีลดของมัน เพราะมันมีวัย

เราวิตกวิจารณ์ธาตุขันธ์ที่จะใช้ไปไม่ถึงไหน เดี๋ยวอันนั้นหลุดอันนี้ขาดไป เดี๋ยวก็ขาดหมดแตกหมดก็พังเท่านั้น ทีนี้มีอะไรก็ใช้ประโยชน์ไม่ได้แล้ว ธรรมมีเท่าไรก็เป็นธรรมธาตุ สำหรับจะใช้ประโยชน์มาเป็นกิริยากับโลกอย่างนี้ไม่มี แต่มีอย่างลึกลับที่ไม่มีใครพูดได้เลยว่า ธรรมมีอยู่ครอบโลกธาตุ นี้จริงจังมาก ไม่มีอะไรแน่ยิ่งกว่าธรรมชาตินี้ นี่เราก็ได้ปฏิบัติธรรมมาอย่างนี้

เพราะฉะนั้นเราพูดอะไร ๆ ก็ตาม ถึงขั้นที่ควรเด็ดขาดเฉียบขาดนี้ขาดสะบั้นไปเลยตามธรรมนั่นแหละ นี่คือธรรมทั้งนั้นออก ควรจะออกมากน้อยเพียงไรจะเป็นเอง เหมือนเราไขก๊อกน้ำ ก๊อกน้ำรอบตัว ถังน้ำนี้เต็มไปด้วยน้ำแล้ว เปิดออกช่องไหนจะเป็นน้ำออกมาทันที ๆ รอบตัวของถังน้ำ ธรรมกับใจเป็นอันเดียวกันก็เรียกว่าคลังแห่งธรรมหรือถังธรรม เรียกว่าถังธรรมก็ได้ เอามาเทียบกัน ถังธรรมเต็มแล้วก็อย่างนั้นเอง จะออกเวลาไหนได้ทั้งนั้น เมื่อกาลเวลาอำนวยแล้วจะออกได้ทันที ๆ นี่ละธรรมพระพุทธเจ้าเต็มหัวใจเป็นอย่างนั้นพี่น้องทั้งหลายทราบ ครอบโลกธาตุ

ความรู้ที่กิเลสตัณหาไปเรียนกันมาจากเมืองนอกเมืองนา เมืองในตุ่มในไหนอกตุ่มนอกไห เอามาเป็นส้วมเป็นถานโกยกินบ้านกินเมืองตลอดเวลา นี่คือถังของกิเลส ถังของธรรมไม่มี มีแต่ชะล้าง ๆ ตลอดเวลา ต่างกันอย่างนี้แหละพากันฟังซิ เรียนมาจากไหนก็อยู่ใต้อำนาจของกิเลส พอเรียนมาแล้วกิเลสเอาไปเป็นเจ้าอำนาจบังคับให้ทำงาน ทำงานด้วยอำนาจของกิเลสมันจะทำความเจริญรุ่งเรืองให้แก่ชาติบ้านเมืองได้ที่ไหน ถ้าไม่มีธรรมเข้าไปแทรก ๆ ถ้ามีธรรมไปแทรกมากน้อย นั่นแหละวิชาความรู้ที่เราเรียนมามากน้อยนี้จะเป็นประโยชน์แก่ตัวของเรา และชาติบ้านเมืองของเราไม่มีสิ้นสุด เต็มกำลังความสามารถของตนจนสิ้นสุดชีวิตลงไป

ความรู้ที่เราเรียนทั้งหมดนี้เรียกว่าความรู้ในถังขยะ เอาอย่างนี้ให้มันเต็มเม็ดเต็มหน่วยว่าอย่างนี้นะ นี่ละความรู้ในถังขยะ ถังขยะมีประเภทใดบ้าง มันมีหลายประเภท ประเภทดีก็มีอยู่ในถังขยะ ดีเยี่ยมก็มี ดีก็มี เลวก็มี เลวจนใช้ไม่ได้เลยก็มี ในถังขยะก็มี ๔ ประเภทด้วยกัน ประเภทใดก็ตามเอามาแล้วมีธรรมเข้าแทรกจะพอเป็นพอไป เว้นแต่ประเภทที่สี่ ประเภทปทปรมะ ถังขยะปทปรมะไม่เกิดประโยชน์อะไรเลย กลิ้งไปกลิ้งมาอยู่อย่างนั้นคับโลกคับสงสาร กีดขวางตาหูของโลกไปตลอดเวลา และสร้างแต่ความทุกข์ฟืนไฟตลอดเวลา พวกปทปรมะความรู้มากขนาดไหนเป็นภัยทั้งนั้น ไม่เป็นน้ำเป็นท่าพอให้ชุ่มเย็นบ้างเลย

ความรู้ที่โลกเรียนมาเหล่านี้เหมือนกับว่าความรู้ของนักโทษในเรือนจำ นักโทษในเรือนจำใครจะเรียนรู้ขนาดไหนก็คือนักโทษ ๆ อยู่นั้น จะเอาไปใช้การใช้งานเป็นประโยชน์แก่ชาติบ้านเมืองไม่ได้คนในเรือนจำ ต้องเอาคนนอกเรือนจำออกไปใช้งานใช้การ เรียนมานอกเรือนจำคือหมายความว่า เป็นผู้ที่มีธรรมแทรกในใจ ๆ ความรู้เป็นความรู้ของวัฏจักรก็จริง ความรู้ของกิเลสก็จริง เอามาใช้เป็นความรู้ของธรรม เอามาใช้งานทางด้านของธรรม เป็นประโยชน์ ๆ ไปเรื่อย ๆ

เพราะฉะนั้นผู้ที่เรียนมามากน้อยขอให้มีธรรมเข้าแทรก ถ้าไม่มีธรรมเข้าแทรกใครอย่าอวดดี อย่าเก่งกว่าพระพุทธเจ้าว่างั้นเถอะ ประสาถังขยะจะเก่งกว่าทองทั้งแท่งได้ยังไง พูดเทียบกันอย่างนี้ ทีนี้ความรู้ที่ว่านอกถังขยะคืออะไร พูดไม่ได้เลย ฟังแต่ว่าพูดไม่ได้ จะออกมาสู่สมมุติตามที่สมมุติจะยอมรับได้แค่ไหน ๆ ธรรมะนั้นจะออกมาตามระยะ ๆ ของสมมุติที่จะพอถือเป็นประโยชน์ได้มากน้อยเพียงนั้น ๆ ที่นอกเหนือจากนั้นแล้วก็เท่ากับว่าไม่มีความหมายกับพวกหมดความหมายแล้วนี้ ไม่เกิดประโยชน์อะไร นั่นละความรู้พระพุทธเจ้า ความรู้พระอรหันต์ เป็นความรู้ที่นอกถังขยะ นอกเรือนจำแห่งวัฏจักรนี้ไปหมดโดยประการทั้งปวง ท่านนำมาสอนโลก

นั่นละธรรมมีอยู่หรือไม่มี พิจารณาซิ เราเป็นลูกชาวพุทธทำไมจึงมาปฏิเสธลบล้างธรรมไม่มี บาปบุญนรกสวรรค์ไม่มี เหล่านี้เท่ากับธรรมไม่มี ปฏิเสธธรรมทั้งหมด ใครปฏิเสธว่าบาปไม่มี บุญไม่มี นรกสวรรค์ไม่มี เปรตผีประเภทต่าง ๆ ไม่มี กรรมดีกรรมชั่วของสัตว์ไม่มี นี้เรียกว่าลบศาสนาทั้งหมดเลยไม่มีอะไรเหลือ คนนั้นยังเหลือแต่ร่างกระดูก ไปไหนก็ไปเถอะร่างกระดูก เอาทองคำทั้งแท่งไปครอบก็เหมือนเอาเครื่องประดับโลงศพนั่นแหละ หาดอกไม้ธูปเทียนมาบูชามาประดับประดาตกแต่ง ข้างในก็คือศพ นี่ละคนที่เลอะเทอะไปด้วยความสกปรกก็เหมือนคนอยู่ในโลงศพนั่นเอง เรียนมามากน้อยไม่เกิดประโยชน์อะไรเลย

ทีนี้เราแยกให้เป็นประโยชน์ออกมา คนมีความดีถึงจะเป็นศพก็ตาม เห็นไหมพระสรีระของพระพุทธเจ้ากลายเป็นพระบรมธาตุไปหมด พระธาตุของพระอรหันต์ก็เป็นประโยชน์แก่โลก เทวบุตรเทวดาอินทร์พรหมชมบูชาตลอดมา พวกเราลบล้างไปหมดไม่มีอะไรเหลือ เพราะมันหมดคุณค่าโดยประการทั้งปวงในหัวใจของโลก ประดับประดาไว้อย่างนั้นแหละประดับประดาโลงศพ ศพนั้นแยกออกไปเป็นศพที่เลิศเลอเข้าไปอีกก็ยังได้ อย่างพระพุทธเจ้าพระอรหันต์ท่านเลิศเลอ โลกได้รับประโยชน์ การกราบไหว้บูชาระลึกถึงท่านเป็นขวัญตาขวัญใจ ระลึกไว้ไม่ลืม คนนั้นเป็นสิริมงคลทั้งเป็นทั้งตายตลอดไปเลย นี่ละศพที่มีคุณค่า จำเอานะ

ศพไม่มีคุณค่า เป็นอยู่ก็ไม่มีคุณค่า นั่งอยู่นี่ยิ่งเป็นลูกศิษย์หลวงตาบัวมีแต่ศพทั้งเป็นเหม็นคลุ้ง ฟาดตั้งแต่หลวงตาบัวลงไป พวกนี้พวกโลงศพไม่มีคุณค่าอะไร บอกให้ไปภาวนามันจะตาย บอกถึงเวลาภาวนานะ แอ๊ะ ๆ วันนี้เหนื่อยมาก กิเลสขึ้นแล้วแทรกแล้ว ๆ เสื่อหมอนไปไหน ยังบกพร่องยังไม่สมบูรณ์ในทางจงกรม อะไรจะสมบูรณ์ ก็มีเสื่อมีหมอนไปพร้อม เวลาเดินจงกรมเทียนก็จุดไว้ เสื่อหมอนก็ปูไว้ข้าง ๆ นี่สมบูรณ์แบบ ฟังเสียงประกาศลั่นความสุขในการหลับนอนครอก ๆ อู๋ย ทุกฺขํ อนิจฺจํ อนตฺตา มันมีไหมใต้ถุนศาลานี่ หรือมีแต่หลวงตาบัวที่ครอก ๆ มาก่อนนั่นเหรอ

นี่พูดถึงเรื่องธรรมเหนือโลก พี่น้องทั้งหลายฟังเอานะ ความรู้วิชาที่เรียนมานี้เป็นความรู้วิชาของนักโทษในเรือนจำคือวัฏจักรทั้งนั้น เรียกว่าร้อยเปอร์เซ็นต์เลย ถ้าไม่มีธรรมแทรกเข้ามาเป็นไฟทั้งนั้น ความรู้ทั้งหมดเป็นไฟได้ทั้งหมดเลย พอธรรมแทรกเข้ามาปั๊บจะเป็นน้ำดับไฟ มีสารคุณแทรกเข้า ๆ ธรรมแทรกเข้ามากเท่าไรความรู้นี้จะกลายเป็นของดิบของดีขึ้นมา ที่ว่าความรู้ในวัฏจักรนี้จะกลายเป็นของดิบของดีขึ้นมาจากผู้นำมาใช้ คือธรรมเป็นผู้บังคับบัญชา แล้วก็เอาความดีออกจากธรรมนี้ไปบังคับ ความรู้วิชาทางไหนที่เป็นประโยชน์ทางใด แยกออกไป ๆ เป็นประโยชน์ทั่วโลกดินแดน

เราอย่าไปปฏิเสธนะว่าความรู้ของวัฏจักรนี้จะเป็นโทษโดยถ่ายเดียว นี้เป็นเครื่องมือ ถ้าหากว่าปล่อยตามหลักธรรมชาติของมันจะพาหมุนลงต่ำถ่ายเดียว ถ้ามีธรรมเข้าแทรกจะฉุดกันขึ้น ๆ ความรู้เหล่านี้เป็นเครื่องประดับธรรมให้หนุนขึ้นมา ทำประโยชน์ให้โลกได้มากมาย ลูกหลานทั้งหลายจำเอานะ ความรู้ทางธรรมกับความรู้ทางโลกผิดกันมากพูดไม่ถูกเลย แต่สำหรับท่านผู้ที่ทรงความรู้ประเภทนั้นไว้ท่านไม่มีกิเลส กิเลสจะต้องเป็นตัวผลักดัน อยากพูดอยากคุยอยากโม้อยากอวด อยากแสดงทุกสิ่งทุกอย่าง เพราะกิเลสเป็นตัวหิวโหยมากทีเดียว ไม่อิ่มพอในความยกยอสรรเสริญ ยกยอสรรเสริญเท่าไรก็ตาม ขี้แตกป้าดยังต้องการความยกยออีก ขี้ก็หมดในท้องแล้วยังต้องการความยกยออีก คือมันหิวโหยขนาดนั้น เอาจนขี้แตกก็ไม่ได้ถอยเรื่องความต้องการความยกยอสรรเสริญ

กิเลสชอบยกยอที่สุด เป็นยอดเลย ธรรมนี้พอ ฟังซิ ลบล้างกันอย่างไรบ้าง ธรรมนี้พอหมด เป็นขั้นไหน ๆ ธรรมจะพอตามอำนาจแห่งธรรมของตน ๆ พอสุดยอดแล้วพอหมด ท่านเรียกว่านิพพานคือเมืองพอ ไม่มีอะไรบกพร่องตลอดเวลา จะตำหนิติชมหรือเพิ่มเติมตัดออกไม่ได้เลย จึงเรียกว่าพอ นี่ละที่ว่าธรรมที่เลิศคืออยู่กับคำว่าพอ สรุปความลงแล้วพอ ท่านไม่มีอะไรจิตใจของท่านตั้งแต่วันกิเลสตัวบกพร่องต้องการตลอดเวลานี้ขาดสะบั้นลงไป ความพอจะขึ้นมาเต็มตื้นในหัวใจทันที ท่านพอหมด มีเหมือนไม่มี รู้เหมือนไม่รู้ ไปสถานที่ควรหูหนวกตาบอดก็หูหนวกตาบอดไป ควรตาดีไม่ต้องบอก เป็นอย่างนั้นละธรรมอยู่ในใจ

นี่ละธรรมนี้มีไหม ลูกหลานฟังซิ เริ่มแต่บาปบุญนรกสวรรค์ เหล่านี้ธรรมทั้งนั้น พระพุทธเจ้าทุกพระองค์เจอแล้วมาประกาศสอนโลกทุกองค์ อย่าพากันลบล้างถ้าไม่อยากจมทั้งเป็น ให้ตั้งหน้าตั้งตาประพฤติปฏิบัติ เวลานี้ลูกหลานตั้งใจมาศึกษา เมื่อวานนี้ก็ได้พูดถึงเรื่องหัวหน้า อาจารย์ที่เป็นหัวหน้าโรงเรียนต่าง ๆ นี้มาไหมเมื่อวานนี้ ต้องเอาอย่างนั้นซิไม่งั้นไม่รู้เรื่องว่าไง ส่งพวกเด็กนักเรียนเข้ามา ตัวจะไปยังไงก็ไปได้ เรียกว่าหมดภาระไปแล้ว เขาจะไปยังไงก็ตามเรื่องของเขา เจ้าของเถลไถลเตร็ดเตร่เร่ร่อน นี่ความหมายไม่มีเลย หัวหน้าไม่เกิดความหมายอะไรเลย แสดงว่าพาลูกน้องจม

เถลไถลเป็นของดีเหรอ ไม่พาจมจะไปไหน เมื่อทำให้ถูกต้องตามหลักเกณฑ์ของผู้จะต้องการความเจริญรุ่งเรืองทั้งแก่ตนและผู้อื่นแล้ว หัวหน้าเป็นสำคัญมากทุกแห่ง แม้แต่หัวหน้าโจรก็ต้องเป็นหัวหน้าที่สำคัญ เขามีหัวหน้าเป็นสำคัญนะโจร ใครเก่งเขาจะเอาคนนั้นมาเป็นหัวหน้า พวกคนดีก็เอาผู้ดีเป็นหัวหน้า ๆ มีหัวหน้าด้วยกัน นี่เราทำความเจริญรุ่งเรืองแก่ชาติบ้านเมืองของเราก็ต้องมีหัวหน้า เช่นอย่างนักเรียนก็ต้องมีครูมีอาจารย์ แม้แต่ในบ้านก็ยังมีพ่อมีแม่ว่าไง ลูกเกิดมาเต็มบ้านเต็มเรือนยั้วเยี้ย ๆ ไม่มีพ่อแม่หมดความหมายนะ

พ่อแม่เป็นร่มโพธิ์ร่มไทรครอบไว้ทั้งหมด ในครอบครัวนั้นจะเย็นไปหมด เพราะมีพ่อแม่ทั้งสองคนนี้เป็นร่มโพธิ์ร่มไทรครอบเอาไว้ นั่นฟังซิต่างกันไหม กับลูกเต้าที่เกิดมาไม่รู้กี่คน ยั้วเยี้ย ๆ พ่อแม่ไม่มีเป็นยังไงลูกประเภทนี้ ลูกครอบครัวนี้เป็นยังไง ลูกครอบครัวที่มีพ่อแม่เป็นคนดิบคนดีทั้งพ่อทั้งแม่ปกครองลูกเต้าหลานเหลนเป็นยังไง ครอบลูกเต้าไว้เย็นไปหมด ครอบครัวนั้นเย็นหมด โคตรนั้นเย็นไปหมด ทีนี้โคตรที่ชั่วช้าลามกร้อนเป็นฟืนเป็นไฟไปหมด มันต่างกัน หัวหน้าจึงสำคัญมาก

โรงร่ำโรงเรียนครูอาจารย์เป็นสำคัญ เป็นแบบพิมพ์ของเด็ก เหลว ๆ ไหล ๆ ให้เด็กดูไม่ได้เด็กประมาทได้ เด็กก็มีหูมีตา ครูคนไหนโกโรโกโส เด็กมองดูไม่อยากคบด้วยซ้ำ เรียนก็สักแต่ว่าไปเอาความรู้ ไม่เต็มใจจะเรียนศึกษาวิชาเหล่านั้นเสียด้วย ถ้าครูซึ่งเป็นเครื่องดึงดูดจางไปเสียอย่างเดียวเท่านั้น บรรดานักเรียนทั้งหลายก็ไม่อยากฟัง จิตใจไม่ดูดดื่ม ทีนี้ครูเดินเข้ามานี้เหมือนท้าวมหาพรหม เดินเข้ามาในห้องเรียนเท่านั้นเหมือนท้าวมหาพรหม เด็กชุ่มเย็นไปหมด เพราะครูเป็นแบบเป็นฉบับเป็นแบบพิมพ์ที่ดี เด็กยิ้มแย้มแจ่มใสจ่อคอยที่จะฟัง ครูที่ดีเป็นอย่างนั้นนะ จำเอานะครูก็ดีนักเรียนก็ดี

เพราะฉะนั้นหัวหน้าจึงเป็นของสำคัญมากทีเดียว ไม่ว่าที่ไหนหัวหน้าเป็นสำคัญ ๆ ยิ่งในวัดด้วยแล้วยิ่งละเอียดลออมากไม่ใช่เล่น ๆ ถ้าหัวหน้าวัดเหลวไหลไม่เอาไหนเสียอย่างเดียว ลูกวัดก็เลอะ ๆ เทอะ ๆ แม้จะมีเจตนาดีทำดีอยู่ก็ไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย ถ้าหัวหน้าซึ่งเป็นแม่เหล็กดึงดูดไม่ดีเสียอย่างเดียว ยิ่งเลอะเทอะไปแล้วยิ่งไปใหญ่นะ หัวหน้าเลอะเทอะแล้วเหลวไหลไปหมด ให้ลูกหลานทั้งหลายจำเอา

เมื่อวานนี้พูดเท้าถึงความหลังว่า วันนี้มีแต่นักเรียนมาหรือ อาจารย์ไปไหน ถ้าอาจารย์ไม่มาปล่อยแต่นักเรียนมาอย่างเดียวยั้วเยี้ย ๆ เราก็จะไปจับเอาไอ้หยองมา ไอ้หยองก็คือหมาตัวหนึ่ง มันหาด้อม ๆ แด้ม ๆ กินเศษกินเลยอยู่ตามนี้ เราจะไปเรียกไอ้หยองมาสั่งสอนนักเรียน เวลาเขาถาม นักเรียนมาเต็มศาลาทำไมจึงเอาไอ้หยองมาสอน ก็นักเรียนเต็มศาลาไม่เห็นมีครูนี่นะ นี่เวลาเราแก้ ครูไม่มีเลย ไม่เห็นมาเลย อาจารย์ไม่มี มีแต่นักเรียนมาเต็ม เราก็ต้องเอาไอ้หยองมาสอน ทำไมจึงไม่สอนครูอาจารย์มีอยู่ วัดป่าบ้านตาดคือหลวงตาบัวไม่สอน พูดให้มันขบขันเสียหน่อย มันไม่สมยศหลวงตาบัว เพราะฉะนั้นหลวงตาบัวจึงส่งไอ้หยองมาสอน พอดีแล้วก็มีตั้งแต่นักเรียน ครูไม่มา

อันนี้มาแล้ว หมาเรายั้วเยี้ย ๆ เราเรียกไอ้หยองตัวเดียวก็พอแล้วมาสอนพวกนี้ว่า สูนี่พ่อแม่สูไปไหน ครูสูไปไหน เวลาไอ้หยองเราสอนนะ ไอ้หยองเราจะสอนแบบนี้ พวกสูนี่ครูสูไปไหน มีแต่นักเรียนหยุมหยิม ๆ มา ไปเลิก ไอ้หยองจะไล่เลิก ต่อจากนั้นก็ไล่กัด ดีไม่ดีเรียกกันมาช่วย ๑๒ ตัวนี้พวกนี้กำแพงแตกเลย สู้หมาเราไม่ได้ เพราะฉะนั้นจึงบอกกัน เวลามาต้องมีครูมีอาจารย์เป็นผู้นำมา เป็นหลักเกณฑ์อันสำคัญมา แล้วหลวงตาบัวก็จะขึ้นทันที วันนี้หลวงตาบัวสอนลูกศิษย์ลูกหา เมื่อวานให้ไอ้หยองสอนแทน จำให้ดีนะ

ฟังซิเสียงธรรม ท่านทั้งหลายว่าเราพูดเล่นหรือ ถึงจะมีข้อตลกก็ตามธรรมจะแทรก ๆ ไปนั้นหมดเลย ไม่มีแต่ไอ้หยองอย่างเดียว นี่ละหัวหน้า ไปไหนถ้ามีหัวหน้าแล้วดีทั้งนั้น พากันจำเอานะลูกหลาน ให้ตั้งหน้าตั้งตาปฏิบัติตัวเอง แบบฉบับของความเป็นคนดีมีอยู่คือศีลธรรม นอกนั้นไม่มี ศีลธรรมเท่านั้นที่จะทำคนให้เป็นคนดี ตั้งแต่เด็กขึ้นไปหาผู้ใหญ่ ส่วนเรื่องของกิเลสตัณหามันเต็มอยู่ในหัวใจทุกคน ถ้าปล่อยมันออกนี้ทะลุไปหมด ฝากำแพงแตกไปเลย พวกกิเลสมันชิงกันออกไปกว้านหาฟืนหาไฟมาเผาเจ้าของ ถ้าเป็นธรรมออกเป็นน้ำดับไฟ เย็นไปหมด ให้พากันจำเอานะ ไม่งั้นจะไม่ได้เรื่องนะ

เวลานี้เราก็ได้เตือนแล้วตามวงราชการต่าง ๆ เหตุที่จะเตือนก็เพราะเราไปเจอเหตุการณ์ในวงราชการงานเมืองของเราทั่วแผ่นดินไทยนี้ละ เหตุการณ์เบื้องต้นเป็นเหตุการณ์ที่สำคัญ กระเทือนใจมากทีเดียว คราวนี้คราวที่เราช่วยชาติบ้านเมือง เราไม่คาดได้คิดได้ฝันว่าจะได้เจอเหตุการณ์ที่สกปรกรกรุงรัง เป็นเสี้ยนเป็นหนามเป็นฟืนเป็นไฟเผาบ้านเผาเมือง ให้เห็นประจักษ์ต่อหน้าต่อตาเรา เราก็ได้เห็นเสียแล้ว อันนี้เป็นธรรมเทศนากัณฑ์เอกทีเดียวได้มาสอนเรา จึงได้นำเอานี้มาเป็นคติเพื่อให้พี่น้องลูกหลานทั้งหลายได้ทราบทั่วถึงกันว่า จะเรียนมาจากวิชาอะไรแขนงใดก็ตาม ประเทศใดก็ตาม ขอให้เอาธรรมเข้าแทรกไว้เสมอ เมื่อธรรมไม่มีแล้ว จะเรียนมามากน้อยเพียงใดไม่เกิดประโยชน์ ไม่เกิดคุณค่าอะไรเลย

เราเห็นตัวอย่างที่ผ่านมาแล้วนะ ต่อไปนี้จะเห็นอีกหรือไม่เห็นก็ไม่ทราบ หลวงตาบัวก็จวนจะตายแล้ว เวลาไปเขาต้องยกยอละซิ จะไปในงานใด ๆ ก็ตามเขาต้องมีหัวหน้าในวงราชการก็เอาวงราชการ ใครเป็นหัวหน้าที่จะเป็นผู้นำนะ ครั้นไปนำแล้ว ทีนี้พอจะถวายทานรับศีล มยํ ภนฺเต นี้ก็ไม่ได้นะ มยํ ภนฺเต ไม่ทราบว่ายังไง เพียงอาราธนาศีล ๕ จะรับศีล ๕ เท่านั้น ก็ไม่ได้เพราะไม่เคยสนใจเรียนศีลเรียนธรรมมา พอ มยํ ภนฺเต ติดอื้ออ้า ๆ แล้ว นี่หัวหน้าฟังซิน่ะ หัวหน้าประเภทนี้ คือคนไม่เอาไหน ถูกยกยอขึ้นมาให้เป็นหัวหน้าก็มา มยํ ภนฺเต ๆ ครั้นออกจากนั้นก็ถวายทาน ออกจาก มยํ ภนฺเต ไม่ได้เรื่องได้ราวแล้ว เขาก็ให้นำถวายทานก็ อิมานิ ๆ อยู่งั้นแหละ มยํ ภนฺเต อิมานิ ๆ จะว่าไปหน้าไปหลังมันไม่ได้จะว่ายังไง เพราะไม่ได้สนใจเรียน ถึงเวลาจำเป็นเข้ามาเขายกยอให้เป็นหัวหน้าก็มา มยํ ภนฺเตไม่ได้เรื่องได้ราวแล้วก็มา อิมานิ ๆ อยู่นี่

ก็เลยมีนิทานแทรกเข้ามาตรงกลางกันเข้าอีก พอว่า อิมานิเท่านั้น คือชื่อมันอีมา ผัวชื่อไอ้บู้ เขาไปทำบุญให้ทานด้วยกัน เขาก็เอาหัวหน้ามาถวายทาน มยํ ภนฺเต มา อิมานิ ถึงขั้น อิมานิ ๆ อยู่อย่างนั้นจะพูดไปไหนก็พูดไม่ได้ เพราะมันไม่ได้เรียนมันไม่เอาใจใส่ ทีนี้ผัวเขานั่งอยู่นั้นมันก็โมโหซิ ผัวนี้เป็นแบบหลวงตาบัวเสียด้วย ดีไม่ได้เอาไม้ไปด้วยฟาดหัวหน้ามันเลย ไปก็ อิมานิ ๆ ผัวมันก็นับว่าเป็นคนใจอดทนดีอยู่นะน่าชมเชย คำไหนขึ้นมาก็มีแต่ อิมานิ ๆ คือเขาไปทำบุญด้วยกันทั้งผัวทั้งเมีย ครั้นไปทำบุญแล้วเวลาถวายทานออกชื่อแต่อิมานิ ๆ ไอ้บู้นิ ไม่เห็นออกสักที มันก็โมโหละซิ คำไหน ๆ ก็มีตั้งแต่อิมานิ ๆ ของทานนี้เอามาด้วยกันนี่นะ ชื่อของเราไม่เห็นออกบ้าง แล้วชื่อของแกว่ายังไง ก็ไอ้บู้นิซิ

ทีนี้ทางนั้นก็เลยตั้งสูตรคาถาเรียนใหม่นะผู้นำ ต้องไปเรียนวิชาใหม่ ต้องเรียนทั้งอิมานิ ทั้งไอ้บู้นิ มยํ ภนเต อิมานิ แล้วไอ้บู้นิก็ไปด้วยกันเลย มันถึงสำเร็จประโยชน์ กลับไปนี้จะมีแต่ อิมานิ ไอ้บู้นิ มันไปไหน มันมีตั้งแต่นักเรียน ครูมันไปไหน ไอ้บู้นิมันไปไหนครูมันน่ะ มันไม่ได้เรื่องได้ราวอะไร พากันจำเอานะ กลับไปนี้ให้ไปถามไอ้บู้นิ มันไปไหนหมดไอ้บู้นิ เวลานี้เต็มศาลามีตั้งแต่อิมานิทั้งนั้น ไอ้บู้นิ มันไปไหน พวกเด็กเหล่านี้ไปถามหาครูหาอาจารย์ของพวกแกนะ มันไปไหนไอ้บู้นิมันไปไหนหมดว่างั้นนะ เข้าใจเหรอ เอาละ วันนี้จบเพียงเท่านี้พอ

เมื่อวานนี้ทองคำได้ ๗๔ สตางค์ ดอลลาร์ได้ถึง ๔๘๖ ดอลล์ รวมยอดทั้งหมดบรรดาทองคำที่ได้มาจากที่ต่าง ๆ ทั้งเข้าคลังหลวงและยังไม่เข้ารวมหมดแล้วเวลานี้ได้ทองคำ ๔,๓๑๑ กิโล ซึ่งเท่ากับ ๔ ตัน ๓๑๑ กิโล กรุณาทราบตามนี้โดยทั่วกัน หลวงตายังจะพาพี่น้องทั้งหลายเขยิบขึ้นอีกไม่ถอยนะ เพราะเหล่านี้เรียกว่ายังได้น้อยยังไม่ได้จุใจเลย เราได้พูดไว้ ๓ พัก ให้พี่น้องทั้งหลายทราบตามความรู้สึกภายในหัวใจของเรา เราพูดจริง ๆ นะ ได้ตั้งกำหนดไว้ภายในหัวใจ ตั้งแต่พื้นฐานไปนี้ถึง ๔ พันกิโลนี้เรียกว่าได้ตลอดไปเลย

จากนั้นสมมุติว่า ๔ พันกิโลเราได้จากพี่น้องทั้งหลายโดยทั่วกันมาปั้นเป็นอวัยวะคนหนึ่งขึ้นมา แล้วก็เอาทองคำที่ต่อยอดจากโครงการช่วยชาตินี้อีก อย่างน้อยก็คงไม่ต่ำกว่า ๒ ตัน นี่มันก็จะก้าวขึ้น ๖ ตัน แล้วยังอีก ๔ ตัน นี้เราค่อยคว้าลมคว้าแล้งไปอย่างนั้นละนะ แต่ในระยะนี้ใน ๔ ถึง ๖ ตันนี้ เรียกว่าคว้ามือซ้ายได้มือขวาผิดไปก็ตาม แล้วตามกันมาได้ กะว่าจะได้อยู่ในราว ๖ ตันนี้ ไม่สงสัย แต่ที่ให้เป็นตามความคาดหมายในหัวใจจริง ๆ สมกับที่ว่าเราได้ช่วยชาติคราวนี้ด้วยความเต็มใจจริง ๆ เต็มหัวใจของเรานั้น ถ้าได้ทองคำ ๑๐ ตันแล้วเราหลับไปก็ไม่มีปัญหาอะไรเลย คือทองคำทั้งหมดได้ถึง ๑๐ ตันแล้วหลวงตาบัวจะหลับไปเลยก็ไม่เป็นไร เพราะเต็มตื้นในหัวใจเราแล้ว สมเจตนามุ่งหมายที่ช่วยพี่น้องชาวไทยอย่างสุดซึ้งในหัวใจของเรา กรุณาทราบตามนี้นะ

เมื่อวานนี้โครงการอะไร ๆ ก็มาเรียบร้อยหมดแล้วจากทางสำนักนายก ก็จะเป็นไปตามโครงการทุกอย่าง ที่มีกระจายออกไปก็คือว่า ท่านจะนิมนต์ให้ไปตอนเช้าไปฉันจังหันที่ทำเนียบรัฐบาล แล้วประชาชนจะมาจำนวนมาก ตอนเช้าสวดมนต์ใส่บาตรตอนเช้าแล้วฉันเช้า จากนั้นมาก็แสดงธรรมหรือทอดผ้าป่าคงช่วงเดียวกันนะ จะมีการฉันจังหันที่นู่น ทีแรกนึกว่าพอ ๙ โมงก็จะถึงนู้น เลยกลับเป็นว่าทางนู้นขอมาให้ฉันจังหันที่นั่นเลย แล้วก็ยังนิมนต์พระ ๙ รูป มาสวดมนต์และฉันจังหันที่นั่น เราไม่ได้เข้าในงานสวดมนต์ เราก็ฉันจังหันที่นั่นด้วยกัน พอหลังจากนั้นแล้วก็มีการเทศนาว่าการทอดผ้าป่า ท่านบอกไว้กว้าง ๆ อยู่ในความเหมาะสมด้วยกันทั้ง ๒ ข้อนั่นแหละ

คือการทอดผ้าป่านั้น ท่านประกาศให้ทราบทั่วถึงกันไปหมดในบรรดากระทรวงต่าง ๆ ให้มีกองผ้าป่ามาอย่างน้อยให้กระทรวงละ ๑ กอง ๆ ผ้าป่าจะเป็นต้นผ้าป่าก็ได้ ให้เป็นความสวยงามมานี่อันหนึ่ง หรือจะให้เป็นห่อเป็นทรัพย์สมบัติมัดเป็นที่ปลอดภัยเรียบร้อยแล้วนำมา ๒ อย่าง คืออย่างหนึ่งถ้าว่าเป็นต้นผ้าป่าก็ให้เป็นต้นสดสวยงดงามพอน่าดูนี่อันหนึ่ง ถ้าหากว่าเป็นเงินสดมา จะห่อให้เรียบร้อยสวยงามปลอดภัยแล้วมาก็ได้ ก็มี ๒ อย่าง แล้วการตั้งคณะกรรมการนับเงินนั้น ทางนู้นจะจัดการเป็นผู้นับหมดเลย จะไม่เกี่ยวข้องกับพวกเราเลย ทางเจ้าหน้าที่จะรับจัดการนับหมด ความปลอดภัยทุกสิ่งทุกอย่างทางนู้นจะรับรองเรียบร้อย เรื่องของผู้รับ รับไปทีหลังอันนั้นท่านไม่ได้พูดถึง พูดถึงจุดนี้ จุดสำคัญคือว่ารับรองเรื่องสมบัติมากน้อย ทางเจ้าหน้าที่จะเป็นผู้จัดการนับอะไรเรียบร้อยทุกอย่าง ส่วนที่จะมอบให้ใคร ๆ นั้นท่านไม่ได้พูด ให้พากันเข้าใจตามนี้

เพราะฉะนั้นจึงมีแต่วงเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบโดยเฉพาะ ๆ เข้ามาเกี่ยวข้องในการเงินการทอง คนที่จะเข้าออกนี้ก็มีเจ้าหน้าที่รักษาเป็นขั้นเป็นตอน ๆ ไป พูดน่าฟังทุกอย่าง คือคนที่จะเข้าไปนี้มีจำนวนมาก สำหรับที่ท่านจัดรับรองไว้แล้วเต็มสัดเต็มส่วนก็มีนี่อันหนึ่ง อันหนึ่งบรรดาศรัทธาทั้งหลายที่จะไปตามอัธยาศัยของตนนั้น ทางโน้นก็จะพิจารณาให้อีกต่างหาก แต่จะเป็นที่เช่นไรก็เป็นเรื่องของทางนู้นเอง ก็เรียกว่าจัดให้เหมือนกัน ให้กรุณาทราบตามนี้นะ จากนั้นไปดูเหมือนจะถึงเที่ยงนะวันนั้น พอฉันเสร็จแล้วเรายังไงก็ถูกเทศน์แหละ แล้วก็มีทอดผ้าป่งผ้าป่าอะไรเรียบร้อยแล้วก็เลิกกัน ดูจะเป็นตอนเที่ยง หลังจากนั้นก็มีงานประชุมใหญ่ของทางราชการ

วันนั้นเราจะออกเดินทางด้วยรถยนต์ไปเลย ไปนี้ก็เพียง ๖ ชั่วโมงเท่านั้นถึง เพราะรถเรานี้มีรถนำ ประมาณ ๖ ชั่วโมงถึงสวนแสงธรรม ส่วนมากมักจะขาดนิด ๆ วันนั้นไปถึงตอนเย็น พอตอนเช้ามาวันที่ ๒๕ ฉันเรียบร้อยแล้วก็พูดอะไรนิดหน่อย แล้วที่เตรียมพร้อมเอาอาหารไปให้เสือ จัดไปพร้อม พอเอาไปก็ลงให้เสือปั๊บแล้วก็ออกไปที่เขานิมนต์ทอดผ้าป่า วันนั้นจึงไม่มีเวลา พอกลับเข้ามาก็เย็นแล้ว พอเช้าวันหลังก็ไปมอบเลยจึงไม่มีเวลา ด้วยเหตุนี้เองจึงได้พูดให้บรรดาพี่น้องทั้งหลายทราบทั่วหน้ากัน เรียกว่าทั่วประเทศไทยของเราจากวิทยุนี้ ออกนี้ให้ทราบ ถ้ามีอะไร ๆ ก็ให้เตรียมพร้อมเอาไว้ สำหรับดอลลาร์นั้นเรากะไว้เรียบร้อยแล้ว เดี๋ยวนี้อย่างน้อยต้องให้ได้ ๑ แสนดอลล์ติดตามกันไป นี่ก็ได้ประกาศให้พี่น้องทั้งหลายทราบเตรียมเงินตั้งแต่ ๑ แสนขึ้นไปเลย ที่จะมอบวันที่ ๒๖

วันที่ ๒๗ ทูลกระหม่อมจะมาที่สวนแสงธรรมนะ มาช่วงเช้ามาพร้อมจังหัน ถ้าภาษาของเราก็เรียกว่ามาจังหัน วันที่ ๒๘ ก็ไปตำหนักท่านที่ปทุมธานี วันที่ ๒๘ ก็ไม่ว่าง วันที่ ๒๙ งานอะไร ๆ ไม่มี แต่เรื่องยุ่งมีตลอดวัน พอวันที่ ๓๐ ก็ออกเดินทางกลับครบ ๗ วันพอดี นี่ไปตามหลักพระวินัย มีความจำเป็นที่จะไปได้ภายใน ๗ วันแล้วกลับมา หากว่างานยังไม่สำเร็จ ท่านก็ยังลดหย่อนให้นะพระวินัย ถ้าว่างานนั้นยังไม่เสร็จอย่างน้อยต้องกลับมาค้างคืนในวันคำรบ ๗ เสียก่อนท่านบอก ค้างคืนแล้ววันหลังค่อยสัตตาหะไปใหม่อีก ท่านว่าอย่างนี้ เพราะงานการที่จำเป็นมี

นั่นเห็นไหมท่านอนุโลมขนาดนั้นนะ ถ้าธรรมดาแล้วไปได้เพียง ๗ วันเท่านั้นพอ ทีนี้เมื่อมีงานจำเป็นเข้าอีกที่จะต้องสัตตาหะต่อไป อย่างน้อยต้องมาค้างที่วัดเสียอีก ๑ คืนเสียก่อนแล้วค่อยไปใหม่ แล้วสัตตาหะไปได้อีก ๗ วัน ท่านยกตัวอย่างเช่น พวกศาลาวิหารชำรุดทรุดโทรมเป็นที่รวมของพระเณรประชาชน ไปหาไม้มาซ่อม อันนี้จะซ่อมวันหนึ่งวันเดียวไม่เสร็จ คำว่าไปหาไม้ก็ต้องไปในป่า นี่สัตตาหะไป หรือพ่อแม่อุปัชฌาย์สัทธิวิหาริกเจ็บไข้ได้ป่วยหนักก็ไป นี่ตามที่ท่านบ่งบอกในพระวินัย ให้ไปได้ภายใน ๗ วัน หรือเรื่องราวอะไรมีเป็นระยะ ๆ จากนั้นท่านก็อนุโลมไปอีก หรือหากว่ามีความจำเป็นที่ใกล้เคียงกันกับนี้ก็อนุโลมให้เป็นไปตามสัตตาหะนี้ นี่เป็นช่องว่างให้พวกเปรตพวกผีมันเที่ยวได้ในพรรษา ไปที่โน่นที่นี่ ก็สัตตาหะเรื่อยไป

เปิดดูข้อมูล วันต่อวัน ทันต่อเหตุการณ์ หลวงตาเทศน์ถึงเรื่องอะไร www.luangta.com


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก