ไม่มีธรรมในใจแล้วหมดคุณค่า
วันที่ 19 กันยายน 2544 เวลา 7:40 น.
สถานที่ : วัดป่าบ้านตาด จ.อุดรธานี
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :
ข้อมูลเสียงแบบ(Win)   ข้อมูลเสียงแบบ(Real)   ข้อมูลเสียงแบบ(MP3)   วิดีโอแบบ(Win Narrow Band)   วิดีโอแบบ(Real)

เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด

เมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๔๔

ไม่มีธรรมในใจแล้วหมดคุณค่า

ได้มากเท่าไรยิ่งดีทองคำ เราพยายามเต็มกำลังนะทองคำ ขอให้พี่น้องทั้งหลายหนักแน่นทองคำให้มากนะ หลวงตาเป็นผู้นำแสดงออกมาให้พี่น้องทั้งหลายทราบความจริงว่า ทองคำเรายังมีน้อยในคลังหลวง ให้ขยับเข้าไป เห็นไหมเมืองนอกเมืองนาแถวใกล้เคียงเพื่อนบ้านกันนี้ เงินจนกลายเป็นกระดาษเศษไปไม่มีค่า ก็เพราะไม่มีทองรับรอง ฟังซิ ใกล้เคียงเรานี้เงินจะกลายเป็นกระดาษเศษไปหมดแล้ว เพราะไม่มีเครื่องรับรองเอาไว้ คุณภาพของเงินก็ไม่มีอย่างที่เราเห็น จึงน่าเอามาประทับหัวใจเราทุกคน ๆ ประเทศไหนก็ตามถ้าทองคำไม่มีเป็นเครื่องยืนยันเป็นหลักใจของชาติแล้ว ก็เป็นอย่างเดียวกันหมด ต้องให้พยายามทุกคน

เมื่อวานนี้เขาก็ออกหนังสือพิมพ์เกี่ยวกับที่มีคนเล่าเรื่องอะไรนี้ เขาออกหนังสือพิมพ์แล้วเราก็ไม่จำเป็นต้องพูดแหละ พอถึงที่เรียบร้อยแล้วเราก็พูดกันเสียเองสะดวก ไม่มีใครจะทราบเรื่องละเอียดลออยิ่งกว่าท่านนายก เราจึงรวมไว้ที่นั่นความเชื่อความยอมรับทุกสิ่งทุกอย่าง บรรดาลูกศิษย์ลูกหาที่มีความเห็นที่แยกกันบ้าง ๆ อะไรอย่างนี้ ถ้าเป็นส่วนใหญ่เข้าไปแล้ว แล้วท่านนายกว่ายังไง เราจะต้องเข้าจุดนี้ก่อน นายกว่าอย่างนั้นต้องฟัง บอกเลยนะ ต้องฟัง ท่านรู้เห็นเหตุผลกลไกละเอียดลออกว้างขวางมากยิ่งกว่าพวกเราซึ่งตัวเท่าหนู ๆ บอกงี้เลย ท่านพูดอย่างไรให้ฟัง อย่างน้อยให้มาถามเราเสียก่อน อย่างที่ว่ามาถามเรานี้เราบอกให้ฟังท่าน บอกอย่างนั้นนะ เพราะเราเชื่อนี่ว่าไง ความรู้กว้างขวางสุขุมมาก

ไม่ได้ยอเอาความจริงมาพูด ตำหนิบอกว่าตำหนิ ขี้ต้องบอกว่าขี้ ทองคำทั้งแท่งต้องบอกว่าทองคำทั้งแท่ง นี่คือธรรมความจริง เพราะฉะนั้นใครจะมาเห่าอยู่ตามถังขยะหลวงตาจึงไม่สนใจ เพราะหลวงตาต้องผ่านถังขยะไปทุกวัน คำพูดหลวงตานี้เราพูดตรง ๆ ไม่ใช่คำพูดออกมาจากถังขยะ ออกมาจากทองทั้งแท่งของพระพุทธเจ้าทุก ๆ พระองค์ไม่ใช่ธรรมดา ดึงออกมานี้ พอผ่านถังขยะมันก็โดดขึ้นเห่าวอกแวกแล้วกลับเข้าไปกินถังขยะอันเก่านั่นแหละ เราไม่สนใจ ถ้าสนใจตรงนี้ธรรมจะก้าวเดินไม่ได้นะ เพราะมันเต็มไปด้วยถังขยะมืดแปดทิศแปดด้าน มีแต่ถังขยะ เหยียบไป ๆ ช่องไหน ๆ พอจะเป็นผลประโยชน์มากน้อยเพียงไร นั่นละเรามุ่งต่อนั้น ๆ ไอ้ถังขยะเราไม่ยุ่งกับหัวมันแหละ มันเป็นยังไงช่างหัวมัน อย่างมากมันขึ้นเห่าว้อก ๆ แล้วก็ลงไปกินถังขยะของเก่า ผู้ที่จะได้รับประโยชน์เหนือนั้นยังมี ๆ เรามุ่งเอาอย่างนั้นนะ เพราะฉะนั้นจึงเอาความจริงออก ๆ

ความจริงออกนี้มันก็ไปโดนถังขยะ มันหาว่าสกปรก ตัวมันเป็นถังขยะมันไม่ว่า เราพูดเพื่อชำระอันนี้มันหาว่าเราอย่างนั้นอย่างนี้ นี่ปลอมขนาดไหนกิเลสฟังซิ การแสดงทุกอย่างเราไม่ได้มีเรื่องเจตนา แย็บหนึ่งก็ไม่มีที่ว่าจะพูดเรื่องสกปรกอย่างนี้เราไม่มี เราพูดตามอรรถตามธรรมไปอย่างนั้นแหละ ทีนี้เรื่องมันมียังไงมันต้องกระทบกัน ๆ ระหว่างกิเลสกับธรรมต้องเป็นข้าศึกกันตลอดไป ไม่งั้นไม่เรียกว่ากิเลส ก็คือข้าศึกใหญ่ของธรรมนั่นเองจะว่าอะไร

ถ้าไม่มีธรรมโลกนี้ไม่มีความหมายนะ พี่น้องทั้งหลายทราบเอาไว้ ที่โลกยังพอมีความหมายคือมีธรรมแทรกอยู่ไม่มากก็น้อย คนเราคนหนึ่งนี้ถ้าลงไม่มีธรรมในใจแล้วหมดคุณค่า หมดค่าหมดราคา ยังแต่ลมหายใจฝอด ๆ เท่านั้น เราอย่าว่าเราเป็นมนุษย์นะ ธรรมเท่านั้นพาให้เป็นมนุษย์ให้มีคุณค่า กิเลสมันเหยียบย่ำทำลายคุณค่าลงให้เหลวแหลกแหวกแนวจนหาคุณค่าไม่ได้ เพราะฉะนั้นธรรมจึงต้องมี ต้องแสดงไปตามธรรม การเทศนาว่าการทุกอย่างเราพูดไปนี้ กิเลสมันจะหาว่าอย่างนั้นอย่างนี้ เราไม่สนใจ เราเอาความจริงออกชะออกล้างต่างหาก เพราะฉะนั้นการพูดจึงพูดไปได้ทุกแง่ทุกมุม เฉพาะอย่างยิ่งพวกอินเตอร์เน็ตเขาจะหัวเราะหลวงตาพูดละนะ หัวเราะก็ช่างเขา ปากเขาต่างหากเขาหัวเราะใช่ไหม เราไม่ได้หัวเราะแบบเขา แน่ะก็ไปอย่างนั้นเสีย มันไม่เข้าถังขยะกับเขานี่ ธรรมไม่เข้า ไปไหนไปแบบธรรมล้วน ๆ ไปเลย

นี่เราได้เตือนเสมอ คือธรรมดาเราก็บอกไว้แล้ว ส่วนมากพวกบรรดาประชาชนทั้งหลายส่วนรวมรวมหัวกันแล้ว เรื่องอะไรขึ้นมาเป็นยังไง ๆ ก็นำเรื่องนี้เข้ามาเสนอเรา เราก็ถามว่าอันนี้ถึงท่านนายกแล้วยัง ขึ้นเสียก่อนนะ นายกท่านว่ายังไง จะคอยฟังทางนั้นมาประกอบกันทางนี้ทันทีนะ คือฟังนั้นปั๊บเข้ากับนี้ปั๊บประกอบกันทันที พอเสร็จแล้วบอกเลย ๆ เพราะฉะนั้นทุกท่านขอให้เชื่อธรรม อย่าเชื่อกิเลสเป็นอันขาด เชื่อเท่าไรแหลกเท่านั้นไม่มีเหลือ ให้ฟังเสียงธรรมทุกอย่าง ถ้าธรรมออกยังไงให้พากันบืนอย่าฝืน ฝืนไม่ได้เลย ธรรมนี้เรียกว่าถูกต้องแล้ว ที่ออกไปทุกแง่ทุกมุม บอกตรง ๆ อย่างนี้เลย เราไม่สงสัยในการเทศนาว่าการสั่งสอนโลกเราพูดจริง ๆ ให้ออกทางไหนออกเลย ถ้าว่าอย่าให้อย่าทันที อย่าฝืน ฝืนแล้วจมไม่สงสัย คนนี้ฝืนคนนั้นฝืน ฝืนหมดทั้งประเทศจมหมดทั้งประเทศเลย ธรรมไม่มีความหมาย มันไปมีความหมายอยู่กับความจม นี่ละถ้าเชื่อกิเลสแล้วจะจมทันที ถ้าเชื่อธรรมแล้วฝืน ต่างคนต่างฝืน ธรรมพาฝืนไม่เป็นไร

นี่เอาธรรมล้วน ๆ มาสอนโลกนี่นะ เราสอนโลกไม่ได้สอนด้วยแบบกิเลสสอน เราพูดตรง ๆ เพราะฉะนั้นเราจึงไม่ฟังเสียงใครเลย ฟังเสียงธรรมเพราะธรรมเหนือโลก เรียกว่า โลกุตรธรรม แปลว่าธรรมเหนือโลก แปลออกว่าอย่างนั้น เหนือทุกอย่างไปตลอด อันนี้เรื่องใหญ่ ๆ เท่าไรให้สงบ สงบทันที ไม่งั้นจะขึ้นอีกนะ เพราะพวกเราพวกรักษาชาติก็ต้องห่วงใยกับชาติบ้านเมือง เมื่อต่างคนต่างความรู้ความเห็นรวมกันแล้วเข้ามาเสนอ ถ้าหากว่าทางนี้เห็นด้วยก็ออกพรึบเลย ถ้าทางส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยบอกยังไงก็ไม่ระงับ สองทางนี้ก็มีอยู่ที่เป็นทางเดิน เป็นทางระงับ เป็นทางก้าวเดินก็ดี เป็นทางระงับก็ดี จะอยู่สองจุดนี้ คือจุดศาสนากับจุดของชาติ ก็มีอยู่สองอย่าง พออันนี้ปั๊บแล้วชาติว่ายังไง เข้าหาจุดของชาติ ถ้าชาติว่าอย่างนั้นเราฟังแล้วเอา ออกทันที ๆ เลย

เราเป็นเจ้าของของชาติ สมบัติของชาติอยู่กับเราหมด ต้องต่างคนต่างพิจารณาความรู้ความเห็นทุกอย่างให้ฟังเสียงหัวหน้า หัวหน้าเป็นสำคัญ เราจึงเรียกว่าเป็นหัวหน้า ทางชาติเหมือนกัน ทางศาสนาเหมือนกัน ศาสนาก็ศาสดาองค์เอก ฟังซิ ทางชาติ หัวใจของชาติก็คือนายกผู้นำ ให้ฟัง ควรฟังต้องฟัง ไม่ควรฟังฝืนวันยังค่ำต่อยกันวันยังค่ำ ถ้าฝืนเรื่องใหญ่แล้วไม่เอา ฝืนก็เรียกว่าเป็นอันตรายต่อส่วนใหญ่ จะเป็นรัฐบาลไหนมาก็มาเถอะ ไม่เหนือประชาชน ขึ้นตรงนี้นะ ประชาชนตั้งรัฐบาลขึ้นมานี่ รัฐบาลไหนเหลวแหลกแหวกแนวจะยอมรับได้ยังไง ยอมรับไม่ได้ ชาติยอมรับไม่ได้ เพราะชาติตั้งรัฐบาลขึ้นมา ชาติยอมรับไม่ได้รัฐบาลจะก้าวไปได้ยังไง รัฐบาลอยู่ใต้อำนาจของชาติ ทีนี้เมื่อชาติว่าเอา ยอมรับกันแล้ว ผึงเลย จึงเรียกว่าผู้นำซิ

ฟังเสียงผู้นำ เมื่อผู้นำเป็นความถูกต้องดีงามแล้วต้องก้าวเดินตามอย่าฝืน ฟังคำนี้ให้ดีด้วย ถ้าเรื่องที่เป็นมาดังที่เป็นมาแล้ว นั่นละที่ได้ฝืนมาตลอดก็เพราะมันขัดกันกับความดีงามของชาติไทย ความสงบร่มเย็น ความแน่นหนามั่นคงของชาติ นี้คือข้าศึกของชาติ ก็รับกันทันทีเลย เราเป็นเจ้าของของชาติ สมบัติของชาติอยู่กับเราทุกคน ๆ เป็นผู้มีสิทธิ์ที่จะรักษาสมบัติของตนในชาติ ต้องเอาให้เต็มเหนี่ยวทุกคน อะไรเข้ามาขวางจะทำชาติให้ล่มจมเอากันเลย อันไหนที่จะทำชาติให้เจริญรุ่งเรืองยกกันทันที ๆ เลย

เวลานี้เราก็รู้สึกว่าราบรื่นดีงามไปโดยลำดับ โล่งใจเรา เราพูดจริง ๆ เราได้นายกคนนี้มาเราโล่งใจเราพูดจริง ๆ เพราะฉะนั้นทุกสิ่งทุกอย่างพูดกันได้ไม่มีอะไร เพราะเจตนาอันเดียวกัน เจตนาที่จะยกชาติบ้านเมืองอันเดียวกัน ไปได้คล่อง ถ้าเจตนามาขวางบ้านขวางเมือง เป็นก้างขวางคอ เป็นก้างขวางชาติบ้านเมืองแล้วต้องฟัดกันทันทีเลย การรักษาชาติบ้านเมืองต้องรักษากันอย่างนี้ เอาเหตุเอาผลเข้ารักษา อันใดจะมากระทบกระเทือนแก่ความดีงามและแน่นหนามั่นคงของชาติไทยเรา เราต้องเอาทันที นั้นคือมหาโจร มหาภัย ขึ้นทันที เราเป็นเจ้าของทรัพย์รับกันทันทีเลย นั่นละเรียกว่าผู้ปฏิบัติรักษาสมบัติของตนและส่วนรวมไว้ให้แน่นหนามั่นคง ต้องต่างคนต่างรักษาอย่างนี้ ให้พากันจำนะทุกคน ๆ

เรื่องที่ว่าส่วนใหญ่ของชาติไทยเรานี้ เตรียมพร้อม ๆ ที่จะรับข้าศึกทุกอย่าง แล้วก็มีอยู่สองเงื่อนนั่นเข้ามารวมจุดเดียวกัน คือให้ฟังเสียงหัวหน้าเท่านั้น เพราะฉะนั้นทุกสิ่งทุกอย่างจึงเรียบเหมือนไม่มี ก็เพราะหัวหน้า อันนั้นเอาไว้เพื่อความสงบ ความสงบนี้เป็นคุณขนาดไหน แล้วสิ่งที่จะแสดงออกมาเป็นคุณเป็นโทษขนาดไหนเอามาเทียบเคียงกันแล้ว ว่าทำอย่างนี้ดี เอาอย่างนี้ อย่าทำอย่างนี้มา ก็สงบร่มเย็นมาเรื่อย ๆ อย่างนี้ พากันเข้าใจนะ

เรื่องศีลเรื่องธรรมก็เคยได้พูดให้ฟังเสมอ อย่าจืดจางในหัวใจนะ ถ้าศีลธรรมจืดจางแล้วเราทั้งคนจืดจางกันทั้งนั้น ไม่มีอะไรมีคุณค่ามีราคา ให้อุตส่าห์พยายาม จิตเป็นของสำคัญเคยสอนพี่น้องทั้งหลาย นี่พูดมาตั้งแต่รากเหง้าของการฝึกจิตเลย เราเอาตัวของเราออกยันเสียด้วย อย่างไม่สะทกสะท้านด้วย ที่ออกมาพูดให้พี่น้องทั้งหลาย เหมือนกับว่าเป็นการยืนยันรับรองพี่น้องทั้งหลาย เอ้า ก้าวเดินตามนี้ ถ้าจมหลวงตาจะพาจม เหมือนอย่างนั้นนะ พูดมีลักษณะอย่างนั้น ยืนยันขนาดนั้นความแน่ใจในธรรมของพระพุทธเจ้าที่จะฉุดลากโลกขึ้น ตั้งแต่ส่วนย่อยถึงส่วนใหญ่ ได้จากธรรมทั้งนั้น

แต่กิเลสอย่าไปหวังกับมันเลย ใครมีความโลภมากขนาดไหน นั้นละความล่มจมอยู่กับคนนั้น จำให้ดีคำนี้น่ะ เวลานี้โลกกำลังเป็นบ้ากัน ชิงดีชิงเด่นชิงร่ำชิงรวย ชิงทุกสิ่งทุกอย่าง มีแต่กิเลสพาชิง แล้วจมไป ๆ ใครมีที่ไหนว่าได้มีความสุขความเจริญรื่นเริงบันเทิง เอาความสุขด้วยการโลภมาก ให้ได้สมบัติมามาก ๆ มาอวดโลก มันไม่ได้ มันมีแต่ความโลภเฉย ๆ โลภเป็นบ้ากันเลย หลับตื่นลืมตาไม่ได้มีเวลาสบายละ นี่คือความโลภมันลากไป ๆ จะทำอย่างนั้นจะทำอย่างนี้ จะให้ได้อย่างนั้นจะให้ได้อย่างนี้ ลงสุดท้ายก็คือตัวยอ อยากให้เขายกเขายอให้เขาสรรเสริญ

เพราะกิเลสนี้ตัวหิวโหยมากที่สุด เรื่องความยกยอปอปั้นกิเลสชอบมากทีเดียว ความหิวโหยนี่ละพาให้โลกดิ้นดีดอยู่เวลานี้ ความหิวโหยได้แก่กิเลสมันกินไม่พอ ปากมันเท่ารูเข็ม ท้องมันเท่าภูเขา ฟังซิน่ะ เอาอาหารสอดเข้าไปในปากเท่ารูเข็มเพื่อท้องเท่าภูเขามันจะเข้ากันได้ไหม นี่ความโลภมันใหญ่กว่าภูเขาครอบโลกธาตุ เราที่ขวนขวายมาให้มันวิ่งตามความอยาก ๆ นี้เหมือนหารายได้เข้าปากเท่ารูเข็มมันไม่พอ นี่โลกร้อนเพราะความโลภมาก ให้จำให้ดีนะ

อย่าโลภมากเกินไป หาพออยู่พอกินเป็นความสุข ให้หาอยู่ในความที่จะเป็นความสุข อย่าหาเพื่อเป็นความทุกข์ โลภมากเป็นความทุกข์มาก อย่าหามากเกินไปดิ้นมากเกินไป จะทุกข์มากเกินไป เกินกว่าโลกสงสารเขาทุกข์กัน อย่าพากันดิ้นกันดีดจนเกินไป เดี๋ยวนี้ไฟสู้ไม่ได้แหละ สู้ไฟหัวใจสัตวโลกไม่ได้ สัตวโลกนี้ร้อนเป็นไฟไปหมด เอาธรรมจับปุ๊บเห็นหมด ใครจะมาประมาทพระพุทธเจ้าได้เหรอ โลกวิทู รู้แจ้งโลก รู้แจ้งสิ่งเหล่านี้เอง ไม่รู้แจ้งสิ่งเหล่านี้จะรู้แจ้งอะไร

นี่ละไฟเผาโลกจะเผาที่หัวใจของสัตว์ทั้งนั้น ไม่ได้เผาดินฟ้าอากาศ ไม่ได้เผาต้นไม้ภูเขา จักรวาลกว้างแสนกว้างไฟไม่ได้ไปเผา ไฟจริง ๆ เผาที่หัวใจของสัตวโลก ไฟความโลภนี้ตัวสำคัญ รากเหง้าของความโลภออกจากราคะตัณหา ความไม่อิ่มพอในกามกิเลสทั้งหลาย นี่ละมันพาให้ดีดให้ดิ้น ให้อยากได้อันนั้นมาก็รวย ได้อันนี้มาก็รวย แต่ไม่รวยอย่างที่เจ้าของว่า มันดิ้นเฉย ๆ มันไม่รวย มันมีแต่ความผิดหวัง ๆ แล้วสร้างความล่มจมให้แก่ตัวเอง

เดินไปซิตามถนนหนทาง ไปที่ไหนตึกรามบ้านช่องสร้างไว้เต็มข้างถนน ในบ้านในเมืองที่ไหนไป ร้างเลอะกันไปหมดเลย บางแห่งต้นไม้ขึ้นมองไม่เห็นจนกระทั่งตึก สร้างไว้แล้วไม่มีคนอยู่ สร้างแล้วยังไม่เสร็จรกร้างไป ทิ้งเกลื่อนอยู่ตามถนนหนทางดูเอา นี่คือความโลภมันทำลายคน แล้วตึกรามบ้านช่องนี้เขาไม่ได้ไปติดหนี้นะ คนผู้สร้างตึกรามบ้านช่องนี้ขึ้น ไปติดหนี้ติดสินพะรุงพะรัง ความทุกข์ความทรมานไม่ได้อยู่ในตึกร้าง ๆ หลังนั้น มันมาอยู่ที่หัวใจคนผู้สร้างไม่สำเร็จ ติดหนี้ติดสินพะรุงพะรัง ได้รับความทุกข์ความลำบากลำบนนอนก็ไม่หลับ ฟังซิไฟเผาเป็นยังไง

เงินเจ้าของโกยลงไปสร้างแล้วยังไม่พอ ไปกู้ยืมธนาคารมา ธนาคารเขาคิดดอกยังไงล่ะ ดอกเบี้ยมันก็กลายเป็นดอกบี้ไป บี้เอา ๆ ไปตามถนนหนทางดูเอาซิ ตามีหูมีเอามาสอนตัวเองอย่าไปดูเฉย ๆ ดูเพื่อความดูถูกเหยียดหยามเขาไม่ถูก เพราะเขาก็เป็นเพื่อนทุกข์เกิดแก่เจ็บตายด้วยกันกับเรา เขาก็วิ่งเต้นขวนขวาย เมื่อผิดพลาดมันก็ทำให้เป็นอย่างนี้ ให้เสียท่าเสียทางล่มจมลงไป เราจะเป็นอย่างนี้หรือไม่นำมาสอนเจ้าของ อย่างนี้เป็นความถูกต้องดีงาม

ให้พากันสอนเจ้าของ อย่าโลภมาก โลภมากนี้คือเรื่องกิเลสจะลากเราลงนรก อยู่พอกินพอเป็นพอไป นี่คือความสุขอยู่จุดนี้ ไม่ได้อยู่ที่ความโลภมากโลเลตลอดเวลา ดิ้นดีดอยู่ทั้งวันทั้งคืน ติดหนี้ติดสินพะรุงพะรัง นี่ถ้าหากว่าหนี้สินนี่เป็นตาข่าย เราไปไม่ได้นะ ก้าวออกจากวัดนี้ก็ไปไม่ได้ มีแต่กองหนี้กองสิน ติดหนี้ติดสินพะรุงพะรัง ไปติดตาข่ายของกองหนี้กองสินทั้งนั้นทั่วโลก หนี้สินระโยงระยางไปหมด เราอย่าว่าโลกนี้มีความสุข มีความสุขมันติดหนี้กันหาอะไร คนไม่ติดหนี้คือคนมีความสุข คนติดหนี้นั้นเป็นคนมีความทุกข์มากที่สุด แล้วไปที่ไหนระโยงระยางด้วยสายอันนี้แหละ สายตาข่ายแห่งความติดหนี้ติดสินกันพะรุงพะรัง แล้วเงียบ ๆ เราว่าไม่มีอะไร ธรรมดูเห็นหมด นั่นฟังซิพี่น้องทั้งหลาย

โลกนี้อยู่ด้วยความระโยงระยางด้วยการติดหนี้ติดสิน รวมไปแล้วก็ด้วยความทุกข์ความทรมานมากน้อยเต็มไปหมดในโลกอันนี้ ดิ้นกันไปอย่างนั้น หากดิ้น ไม่ได้เห็นโทษของมันนะเรื่องความเป็นหนี้เป็นสิน ยังจะเอาอีกอยู่นะไม่ใช่ของเล่น กิเลสมันหลอกไปข้างหน้า ทุกข์อยู่ข้างหลังมันไม่ให้เห็น มันหลอกจูงเราไปข้างหน้า คราวนี้เราอย่างนี้ เราจะคิดแบบนั้นคิดแบบนี้ เอาอีกนะ ต่อไปอีกจมลงอีก ๆ มันไม่ให้เห็นโทษอยู่ข้างหลัง นี่ละเขาว่าเหยื่ออยู่ปลายเบ็ด แต่ข้างในคือเบ็ด เหยื่ออยู่ปลายเบ็ดคือความทะเยอทะยานไม่ให้เห็นโทษความทุกข์ความจมของเจ้าของซึ่งเป็นอยู่แล้วนี้ ไม่ให้เห็น มันยังดีดยังดิ้นไปอีกตะพึดตะพือนะ นี่ละไม่ให้เห็นโทษเลย

เพราะฉะนั้นสัตว์จึงจมไปเรื่อย ๆ หาผู้ฟื้นไม่มีถ้าไม่เชื่ออรรถเชื่อธรรม ถ้าเชื่ออรรถเชื่อธรรมแล้วจะคลี่คลายตัวได้ ผู้จะทำแบบเดียวกันนี้แล้วก็จะจม ก็จะถอยตัว ๆ ผู้ทำแล้วก็เป็นอันทำแล้วจะทำยังไงมันจำเป็น ก็ให้รู้โทษของมันเสีย อย่างนี้ก็พอแก้ไขได้ พวกกุลบุตรเดินตามหลังก็จะไม่ไปติดตาข่ายอันเดียวกัน ซึ่งเป็นกองทุกข์ทั้งหมดจากการติดหนี้ติดสินนี้เป็นสำคัญ ให้พากันจำเอานะทุกคน ๆ อย่าพากันดิ้นกันดีด

กิเลสต้องแซงหน้าเสมอ ทุกข์ขนาดไหนก็ต้องยกยอมันว่านี้คือมหาเศรษฐี กิเลสมันหัวเราะฮ่า ๆ เลย ฟังซิ มันทุกข์จนไม่มีอะไรติดตัว เขาบอกว่านี้มหาเศรษฐีเท่านั้นละฮ่า ๆ ขึ้นเลย ดีไม่ดีอยู่ในวัดนี้ไอ้หยองเราก็จะเป็นบ้าเหมือนกัน ฮ่า ๆ เห่าจะกัดจนกระทั่งเจ้าของ เราเดินเข้าไปในครัวไอ้นี้มันติดลูกยอ พอเข้าไปในครัวลูกยอนั้นก็โยนให้ ลูกยอนี้ก็ยื่นให้ ลูกยอมีแต่ของดี ๆ พอดีกับกิเลสตัวโลภมาก ๆ เข้าใจไหม ไอ้หยองเข้าครัวก็เต็มท้องมา แล้วจากนี้เข้าไปในครัวก็เต็มท้องมา ครั้นออกมาหัวเราะฮ่า ๆ ออกมา พอมาเห็นเจ้าของคือหลวงตาบัวฮ่า ๆ จะกัดนะ ไม้เรียวหวดกลางหลังเสีย ตั้งแต่นั้นมาไม่เห่าอีกเลย มองดูเฉย ๆ

นั่นมันเป็นบ้ายอจนกระทั่งลืมเจ้าของ เจ้าของเดินเข้าไปฮ่า ๆ จะมากัดนะ คือเขาหวงลาภเขา ทางครัวนั้นก็เต็มท้องมา ทางนี้ก็เต็มท้องมา ยังบรรจุไว้ให้เขาอีกนะ มีแต่บรรจุไว้ให้เขา เพราะเหตุนั้นเขาจึงหัวเราะฮ่า ๆ พอเจอเราเข้าไปนี้นึกว่าจะไปแย่งลาภใหญ่เขา เขาก็ว้อก ๆ จะมากัดเรา เขาไม่ได้ดูไม้เรียวอยู่ข้างหลังน่ะซี พอไม้เรียวหวดเปี๊ยะ โหย วิ่งใหญ่เลย ตั้งแต่นั้นมามองดูเฉย เดี๋ยวนี้ไม่เห่านะไอ้หยอง ใครอย่าไปยอมันอีกเดี๋ยวมันจะเห่าเรานะ ไม่ได้นะ ยออะไร มึงกินข้าวหรือยัง มึงกินอาหารหรือยัง ยื่นให้เขา นั่นละตัวสำคัญ จำเอานะ วันนี้ฟาดลงไปถึงไอ้หยองเลยเทียวไม่ใช่เล่น เอาละทีนี้ให้พร

เปิดดูข้อมูล วันต่อวัน ทันต่อเหตุการณ์ หลวงตาเทศน์ถึงเรื่องอะไร www.luangta.com


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก