รักษาธรรมคือรักษาตัวเราเอง
วันที่ 27 เมษายน 2545
สถานที่ : วัดป่าแก้วชุมพล อ.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :

>เนื่องในงานครบรอบวันมรณภาพท่านพระอาจารย์สิงห์ทอง ธัมมวโร

เรื่อง "รักษาธรรมคือรักษาตัวเราเอง"

[รวมเวลาแสดงธรรม ๕๘ นาที]

ทองคำ ๒๒ บาท ๗๕ สตางค์ เงินสดจำนวน ๑๘,๘๐๐๐ บาทและเงินอะไรยูเอสเอส ภาษาบ้าเราไม่ใช่บ้าเราไม่อยากอ่านมันน่ะ เป็น ๓๖ ดอลล์หรืออะไรไม่รู้ล่ะ ยูเอส ดับเบิ้ลเอส มีแต่เอส ๆ อะไรก็ไม่รู้ และเนื่องในวาระครบรอบวันมรณภาพของพระสุพัฒน์ สุขกาโม อดีตเจ้าอาวาสวัดประสิทธิ์สามัคคี บ้านใต้ อ.สว่างแดนดิน จ.สกลนคร พี่น้องทั้งหลายอนุโมทนาสาธุการพร้อมกัน สาธุ ได้แล้วปฐมฤกษ์ อยากให้อ่านอีกไปเอามาอีก เราจะอ่านวันยังค่ำไม่ต้องเทศน์ อ่านแต่นี้เก็บแล้วเปิดเลยก็มันได้มากจะอยู่ยังไง ก็เหมือนอย่างเจ๊กบ้านคางฮุง พรรณนานิคมเรานี่แหละ

เขาไปทำบุญกับหลวงปู่มั่นเรา เขาพาคณะศรัทธาทั้งหลายไปด้วยกัน เจ๊กเป็นหัวหน้าไป เดินทางไม่ได้มีรถไป เดินด้วยเท้า พอเขาถวายสังฆทานเรียบร้อยแล้ว บรรดาบริษัทบริวารก็ถามเถ้าแก่ นี่เรามาถวายทานแล้ว แล้วทีนี้จะฟังเทศน์อีกมั้ย เถ้าแก่บ้านคางฮุงก็บอกว่า ได้ถวายสังฆทานแล้วไม่จำเป็นต้องฟังเทศน์ กลับไปเลย นี่หลวงตาบัว พี่น้องเอาอะไรมาให้เบื้องต้นทอง ๒๒ บาทกว่า เอานั้นมาให้เอานี้มาให้ก่อน พอได้ทองคำได้ดอลลาร์ได้เงินสดแล้ว ไม่จำเป็นต้องเทศน์ หลวงตาบัวก็เผ่นเลย ก็ต้องเรียนวิชาเจ๊กวิชาสะดวกนี่ว่ะ ใครจะไปเทศน์วิชาสะดวกมีอยู่

[นายประชิน นินเขต นายอำเภอสว่างแดนดิน กล่าวรายงานแทนท่านผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร……..]

วันนี้เป็นวันมหามงคลอันยิ่งใหญ่แก่พี่น้องชาวอำเภอสว่างแดนดินของเราโดยมีท่านนายอำเภอประชิน นินเขตมาเป็นประธาน เป็นร่มโพธิ์ร่มไทรแก่พี่น้องทั้งหลาย ในการบริจาคมหากุศลครั้งนี้ ต่อแต่นี้ไปก็จะได้เริ่มชี้แจงแสดงอรรถธรรมให้พี่น้องทั้งหลายได้ทราบทั่วกันถึงความจำเป็นแห่งชาติและศาสนาของเรา

เราครองไว้ทั้งชาติทั้งศาสนาในเมืองไทยของเรา เวลานี้ชาติของเรารู้สึกว่าร่อยหรอทางเศรษฐกิจ ได้แก่การเป็นอยู่ไม่ค่อยสะดวกค่อนข้างเอนเอียงมาเป็นเวลา ๔ ปีนี้แล้ว จึงได้ช่วยกันประคับประคองชาติไทยของเรา การช่วยกันก็ต้องอาศัยความรักชาติความเสียสละด้วยความสามัคคีเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน รวมมาก็เป็นกำลังอันใหญ่หลวง สามารถอุ้มชาติไทยของเราให้ขึ้นได้โดยไม่อาจสงสัย เพราะน้ำใจของพี่น้องชาวไทยที่รักชาติรวมกำลังกันบริจาค

หลวงตาเองก็ได้เห็นน้ำใจของพี่น้องชาวไทยเราตั้งแต่วันเริ่มแรกประกาศตนออกเป็นผู้นำของพี่น้องทั้งหลายก็ได้เที่ยวสัญจรไปในที่ต่าง ๆ เรียกว่าทั่วประเทศไทยไปเที่ยวขอบิณฑบาตหรือว่ารบกวนบรรดาพี่น้องทั้งหลายเพื่อได้เสียสละรวมกำลังเข้าหนุนชาติไทยของเรา ก็รู้สึกว่ามีความอุ่นหนาฝาคั่งมาเป็นลำดับลำดา ไปสถานที่ใดบรรดาพี่น้องชาวไทยชาวพุทธเรา รู้สึกว่ามีความกระหยิ่มยิ้มย่องต่อการบริจาคทานและการฟังอรรถฟังธรรมตลอดมาไม่มีคำว่าเบื่อหน่ายอิ่มพอ นี่ก็เป็นสาเหตุอันหนึ่ง แม้สังขารร่างกายจะทุพพลภาพแต่กำลังใจก็เพิ่มพูนขึ้นไปด้วยกำลังแห่งน้ำใจของความยิ้มแย้มแจ่มใสของพี่น้องชาวไทยเราได้พร้อมเพรียงสามัคคีกันเสียสละ เสียสละทุกแห่งไป จึงได้อุตส่าห์ตะเกียกตะกายช่วยเหลือและอุตส่าห์พยายามไปในที่ต่าง ๆ เรื่อยมาจนกระทั่งบัดนี้

แล้ววาระนี้วกวนมาถึงอำเภอสว่างแดนดินของเรา จากการเที่ยวเทศนาว่าการขอบิณฑบาตสมบัติเงินทองและแนะนำสั่งสอนอรรถธรรมให้เข้าอกเข้าใจในศีลธรรมต่อไปเป็นลำดับลำดาจนกระทั่งบัดนี้ วันนี้ก็ได้มาพบกับบรรดาพี่น้องชาวอำเภอสว่างแดนดินเราและแถวใกล้เคียงตลอดถึงที่ไกล ๆ ก็มีจำนวนมาก คือกรุงเทพมหานครที่มารวมศรัทธาเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกับพี่น้องทั้งหลาย เวลานี้ก็จำนวนมากและจังหวัดอื่น ๆ อำเภออื่น ๆ ก็มีมาเช่นเดียวกัน จึงรู้สึกว่าเป็นกำลังอันใหญ่หลวงต่อการหนุนชาติไทยของเรา นี่แหละเรื่องความรักชาติความสามัคคีเป็นกำลังอันยิ่งใหญ่มากที่จะอุ้มชาติไทยของเราขึ้นได้โดยไม่อาจสงสัยเพราะน้ำใจแห่งความรักชาติและความสามัคคีพร้อมทั้งความเสียสละของพี่น้องทั้งหลายรวมตัวกันเข้าหนุนชาติไทยของเราให้มีความแน่นหนามั่นคงยิ่งขึ้น

เวลานี้ทองคำของเราก็ได้เข้าสู่คลังหลวงแล้วได้ ๕ ตันกับประมาณ ๘๐ กว่ากิโล ที่ทองคำได้เข้าสู่คลังหลวงเรียบร้อยแล้ว สำหรับดอลลาร์เข้าแล้วเวลานี้ ๖,๘๗๐,๐๐๐ ดอลล์ นี่เป็นน้ำใจของพี่น้องทั้งหลายที่ต่างท่านต่างเสียสละมารวมเป็นกำลังอันใหญ่หลวงหนุนคลังหลวงของเราให้มีความแน่นหนามั่นคงยิ่งขึ้น ฟังสิว่าทองคำถึง ๕ ตันซึ่งเท่ากับ ๕,๐๐๐ กิโล เราเคยเห็นในที่ไหนที่อยู่ ๆ ทองคำก็มาตั้ง ๕,๐๐๐ กิโลกว่า หรือ ๕ ตันกว่าเข้าสู่เมืองไทย ทั้งนี้ก็ล้วนแล้วตั้งแต่ออกมาจากน้ำใจของพี่น้องทั้งหลายทั่วแดนไทยเรานั้นแหละ เราก็ได้เห็นผลชัดเจนแล้ว

ต่อนี้ไปเราก็จะได้อุตส่าห์พยายามเสียสละต่อไป ความคาดหมายของหลวงตาคราวนี้จึงขอเรียนให้พี่น้องทั้งหลายได้ทราบด้วยความเชื่อน้ำใจของท่านทั้งหลายที่มีความรักชาติเสมอกัน ว่าเราจะพยายามให้ได้ทองคำนี้ถึง ๑๐ ตันในครั้งนี้ เพราะครั้งนี้เป็นครั้งที่ยิ่งใหญ่มากทีเดียว ตั้งแต่มีเมืองไทยมาที่เมืองไทยทั้งชาติได้รวมกำลังวังชาเสียสละเพื่อชาติไทยของเราจนกระทั่งได้ทองคำถึง ๕ ตันกว่าและดอลลาร์ก็ตาม ๆ กันมา สำหรับเงินสดได้ซื้อทองคำเข้าสู่คลังหลวงแล้วเวลานี้ ๙๓๑,๐๐๐,๐๐๐ อันนี้ซื้อทองคำเข้าสู่คลังหลวงเรียบร้อยแล้ว เศษเหลือจากนั้นก็ช่วยคนทั้งชาตินั้นแหละ เริ่มต้นตั้งแต่คนทุกข์คนจนที่เห็นว่าจำเป็นและสถานสงเคราะห์ต่าง ๆ โรงร่ำโรงเรียนที่ราชการจนกระทั่งเข้าถึงเรือนจำ เรียกว่าเงินจำนวนนี้แยกกระจายไปทุกแห่งทุกหน จากนั้นก็เข้าสู่โรงพยาบาลซึ่งเวลานี้ได้ร้อยกว่าโรงแล้ว

จากเงินจำนวน คือเรียกว่าเงินสดนี้แลแยกมาจากที่ซื้อทองคำแล้วก็แยกไปสร้างสถานที่จำเป็นดังกล่าวนี้ เงินสดจึงไม่แน่นนอนว่าจะเข้าสู่คลังหลวงด้วยการซื้อทองคำมากน้อยเพียงไร เราจะทราบไปโดยลำดับลำดาตามที่หลวงตาซึ่งเป็นผู้นำพี่น้องทั้งหลายได้อุตส่าห์พยายามตะเกียกตะกาย พอเจียดไปทางใด ส่วนทองคำและดอลลาร์นั้นเข้าคลังหลวงร้อยเปอร์เซ็นต์ตลอดมาไม่มีการแยกแยะไปไหนเลย ที่แยกแยะก็เฉพาะเงินบาทเงินสดของเราแยกไปดังที่เรียนให้ทราบแล้วจึงยังไม่แน่นอน นี่แหละอำนาจแห่งความเสียสละของเราทั้งหลาย

และต่อไปนี้จะเป็นความเสียสละของพี่น้องทั้งหลายอยู่โดยดีที่จะนำทองคำเข้าสู่คลังหลวงให้ได้ ๑๐ ตัน เพราะครั้งนี้เป็นครั้งที่ยิ่งใหญ่มากในการช่วยชาติไทยของเรา เมืองนอกเมืองนาเขาทราบทั่วถึงกันหมดว่าเมืองไทยเรานี้จะโอนเอนไปถึงขั้นจะล่มจมแล้วต่างท่านต่างฟื้นฟู้ขึ้นมา เวลานี้พอหายใจได้มากแล้ว ดังที่ท่านผู้ว่าการฯมาชี้แจงที่สวนแสงธรรมว่าแต่ก่อนเราติดหนี้เขารอแต่วันที่จะจมลงทะเลหลวงด้วยการยึดอำนาจของเขาในฐานะที่เขาเป็นเจ้าหนี้ของเรา เขาจะยึดเมื่อไหร่ก็ได้จากการติดหนี้เขาเป็นจำนวนเงินหลายแสนล้านดอลลาร์ เวลานี้เงินจำนวนที่ติดหนี้เขาหลายแสนล้านดอลลาร์นั้น เราพยายามตะเกียกตะกายในคนทั้งประเทศได้พยายามหามา เวลานี้ได้ดอลลาร์ที่กล่าวนั้นท่วมท้นแล้ว สามารถที่จะใช้หนี้เขาได้สองปีแต่เราจะใช้ตามกฎเกณฑ์ของสัญญาเท่านั้น เหลือจากนั้นมากน้อยเพียงไรเราจะเก็บไว้เป็นทุนสำรองในคลังหลวงเพื่อชาติไทยของเรานั้นแล

นี่เป็นที่อบอุ่นใจของพี่น้องทั้งหลายและจะเพิ่มกำลังใจขึ้นอีกมากมายในการที่จะเสียสละและนอกจากนั้นแล้วสิ่งทั้งหลายก็ติดตามกันมาซึ่งล้วนแล้วตั้งแต่รายได้เป็นผลบวกตลอดมา จนกระทั่งนักวิชาการทั้งหลายเขาคาดไม่ถึงว่าเมืองไทยทำไมจึงฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว นับตั้งแต่วันที่ได้นำเงินที่พี่น้องทั้งหลายบริจาคผ่านหลวงตาเข้าไปรออยู่ที่ปากคลังหลวงแต่เข้าไม่ได้ เกิดเรื่องเกิดราวกันอยู่ในปากประตูคลังหลวงอย่างชุลมุนวุ่นวาย พอได้ผู้นำใหม่เข้ามาแล้วก็เปิดประตูคลังหลวงเข้าทันทีทันใด แล้วก็นำสมบัติที่พี่น้องทั้งหลายมาบริจาคมีทองคำดอลลาร์เป็นต้นเข้าสู่คลังหลวงสมบูณ์แล้วเท่านั้น

พอจากนั้นแล้วสมบัติเงินทองไม่ทราบว่าไหลมาจากไหนทุกทิศทุกทาง ตามเงินพี่น้องทั้งหลายที่บริจาคมาเข้าสู่คลังหลวงแล้วนั้นแล้วตามมาทุกระยะ ๆ จนกระทั่งนักวิชาการเขาคาดไม่ถึง นี่เขาก็สรุปความลงว่าทั้งนี้เพราะอำนาจวาสนาบุญญาภิสมภาร อันใหญ่หลวงของพระพุทธศาสนาของพวกเราทั้งหลายที่กราบไหว้บูชาเทิดทูนตลอดมา พอเงินจำนวนที่พี่น้องทั้งหลายบริจาคด้วยความเต็มอกเต็มใจนี้ไหลเข้าสู่คลังหลวงเท่านั้น สมบัติทั้งหลายที่เป็นบริษัทบริวารก็ติดตามกันเข้าไปจนกระทั่งนักวิชาการเขาคาดไม่ถึงดังที่เรียนให้ทราบเมื่อสักครู่นี้

นี่แหละอำนาจแห่งความรักชาติแห่งความสามัคคีแห่งความเสียสละของพี่น้องชาวไทยเรารวมตัวกันแล้วยกได้ทั้งประเทศ ถึงจะหนักขนาดไหนรอที่จะล่มจมอยู่ในทะเลหลวงอยู่แล้วก็สามารถฟื้นตัวขึ้นมาได้ถึงกับเวลานี้ชาวเมืองนอกเมืองนาเขามาลงทุนในเมืองไทยของเราเยอะทีเดียว หลั่งไหลกันมาลงทุนเพราะเขาหวังรายได้จากเมืองไทยของเราว่าเมืองไทยนี้จะไม่ล่มจมเหมือนดังที่คาดกันไว้แล้ว เขาเป็นที่แน่ใจจึงรวมกันมาลงทุนในเมืองไทยของเราเป็นลำดับลำดา นี่ก็ส่อให้เห็นว่าผลแห่งความเอาจริงเอาจังผลแห่งความรักชาติแห่งความเสียสละและแห่งความสามัคคีของพี่น้องชาวไทย แสดงให้เป็นที่อบอุ่นและแน่นหนามั่นคงถึงกับชาวเมืองนอกเมืองนาเขาไว้ใจตายใจมาลงทุนลงลอนในประเทศของเราเรื่อย ๆ เวลานี้

นี่แหละเป็นผลอันยิ่งใหญ่แห่งการช่วยชาติ สำหรับหลวงตาบัวแล้วขอให้พี่น้องทั้งหลายทราบมาจนกระทั่งบัดนี้และจนกระทั่งถึงวันหลวงตาบัวตายว่าการรับบริจาคสมบัติที่พี่น้องทั้งหลายบริจาคมาทั่วประเทศไทย เข้ามาสู่จุดเดียวคือหลวงตาบัวเป็นผู้รับผิดชอบในสมบัติมหาศาลเหล่านี้นั้น หลวงตาบัวเป็นู้รับผิดชอบเต็มเม็ดเต็มหน่วยด้วยอำนาจแห่งความเมตตาครอบไว้เสมอต้นเสมอปลาย ไม่มีอะไรบกพร่องเพราะฉะนั้นสมบัติที่พี่น้องทั้งหลายมาบริจาคนี้จึงไม่รั่วไหลแตกซึมไปไหนเลยเพราะอำนาจแห่งความสุจริตและอำนาจแห่งความเมตตาต่อพี่น้องชาวไทยครอบไว้เต็มหัวใจหลวงตาบัวจึงไม่มีทางที่จะรั่วไหลไปที่อื่นใดได้ตลอดมา สมบัติเงินทองเหล่านี้ไหลเข้าสู่จุดมุ่งหมายที่พี่น้องทั้งหลายบริจาคทุกบาททุกสตางค์

กรุณาทราบตามนี้ เพราะหลวงตาบัวนำพี่น้องทั้งหลายคราวนี้นำด้วยความเสียสละทุกอย่าง ถึงคราวจะเด็ดขาดเด็ดขาดจริง ๆ เฉียบขาดจริง ๆ คอขาดขาดได้เลยเพื่อจะอุ้มชูชาติไทยและพระพุทธศาสนาให้มีความแน่นหนามั่นคงเป็นที่เทิดทูนของพี่น้องชาวไทยเราต่อไป เราจะตายก็ตายไปเถอะ คุณธรรมคือความดีงามได้ฝากไว้กับพี่น้องทั้งหลาย หลวงตาเป็นที่พอใจ เพราะฉะนั้น ถึงคราวเด็ดเดี่ยวเด็ดมากทีเดียว เด็ดเพื่ออุ้มพี่น้องชาติไทยของเราทั้งพระพุทธศาสนาอันเป็นธรรมชาติเลิศเลอให้คงเส้นคงวาหนาแน่น เป็นที่กราบไหว้บูชาเป็นขวัญตาขวัญใจของพี่น้องชาวพุทธเราต่อไป หลวงตาจึงจำยอมเสียสละทั้งคอไม่เสียดายเลย ได้ปฏิบัติอย่างนี้ตลอดมาด้วยความสัตย์ความจริง

ไม่มีคำว่าย่อหย่อนอ่อนข้อ ย่อแย่อย่างนี้ไม่มี ถึงคราวเด็ดเด็ดเต็มที่เพื่อชาติไทย เพราะฉะนั้น พี่น้องทั้งหลายขอให้ยึดธรรมที่กล่าวนี้ว่า ถึงคราวเด็ดให้เด็ด ถึงคราวอ่อนมันก็อ่อนของมันเอง ถึงคราวเด็ดเดี่ยวเฉียบขาดเพื่อชาติของตนเพื่อพระพุทธศาสนาอันเป็นดวงใจเลิศเลอของตนแล้วขอให้เด็ดให้ต่างคนต่างพร้อมเพรียงสามัคคีกัน อย่าแตกอย่าแยกให้ ถือธรรมคือความสามัคคี ท่านว่า สมคฺคานํ ตโป สุโข ความสามัคคีแห่งคนหมู่มากสามารถที่จะแผดเผาความเดือดร้อนเสียหายความทุกข์ความจนได้เป็นอย่างดี นี่แหละอำนาจแห่งความสามัคคีก็แผดเผาความทุกข์ความจนเรามาแล้วจนถึงกับเราได้ฟื้นฟูตัวเราขึ้นมายิ้มแย้มแจ่มใสอยู่เวลานี้ นี่เพราะความสามัคคี

ขอให้พี่น้องทั้งหลายได้ยึดเอาไว้ การแยกความสามัคคีนี้ไม่ดีเลย ดังที่หลวงตาเคยแสดงให้เป็นคติเครื่องเตือนใจพี่น้องทั้งหลายเรื่อยมา ยกตัวอย่างพระเทวทัตกับพระพุทธเจ้า ตั้งแต่สมัยสร้างโพธิญาณเพื่อความเป็นศาสดา พระเทวทัตก็เป็นคู่กรรมคู่เวรของพระพุทธเจ้า คอยก่อกรรมก่อเวร พระองค์จะสร้างคุณงามความดีมากน้อยเพียงไร พระเทวทัตจะไม่สนใจมีแต่จะคอยทำลายเผาผลาญโดยถ่ายเดียวเท่านั้น พระองค์ก็ไม่ทรงสนพระทัย กลมกลืนไปกับบริษัทบริวารด้วยความพร้อมเพรียงสามัคคีเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันตลอดมา แต่บริษัทบริวารของพระเทวทัตนั้นไม่มีความพร้อมเพรียงสามัคคี เมื่อไปเกิดเหตุในที่จำเป็น เวลานั้นไปเป็นนกกระจาบ

พระเทวทัตเป็นหัวหน้านกกระจาบพาบริษัทบริวารไปเที่ยวหากิน ฝูงนั้นมีห้าร้อยตัว ครั้นไปก็ไปติดข่ายของนายพรานเข้า เวลาติดข่ายแล้วหัวหน้าสั่งยังไงก็ไม่ฟังเสียง ต่างคนต่างดีดต่างดิ้นเพื่อเอาตัวรอด สุดท้ายก็ตายจมกันหมดทั้งห้าร้อยตัว เทวทัตเป็นหัวหน้าฝูงนี่ก็ตายไปด้วยกัน นี่คือโทษแห่งความแตกแยกจากความสามัคคีมีโทษถึงตายจมกันไปหมด ทีนี้ย้อนเข้ามาหาพระพุทธเจ้าซึ่งเป็นโพธิสัตว์ เป็นหัวหน้าสัตว์คือนกกระจาบอีกเช่นเดียวกันแต่มีความพร้อมเพรียงสามัคคี รักเจ้ารักนายฟังคำเจ้าคำนายคือหัวหน้าปฏิบัติตามคำสั่งของหัวหน้าตลอดมา ทีนี้ไปเจอที่เขาดักข่ายอีกเช่นเดียวกัน

เมื่อไปเจอเข้าแล้วเพราะอำนาจแห่งความจงรักภักดีต่อหัวหน้า คือหัวหน้าฝูงนั้นแหละ พอติดข่ายเขาแล้วหัวหน้าฝูงประกาศออกมาทั่วถึงกันว่า เราเข้าที่จนตรอกจนมุมแล้วเวลานี้ หาทางออกไม่ได้ ให้ฟังเสียงหัวหน้า หัวหน้าสั่งออกมาว่าให้ตายคนละแบบอยู่ในตาข่ายของเขานี้ ตัวไหนอยู่ที่ไหนให้ตายคนละแบบตะแคงบ้างนอนหงายบ้าง ท่าต่าง ๆ เรียกว่าตายกันหมดแล้วไม่มีท่าที่จะสงสัยตายคนละแบบละฉบับ นี่นายสั่ง ทั้ง ๆ ที่นกเหล่านั้นไม่ตายก็ทำตัวตายเป็นนกตายกันทั้งหมด หัวหน้าก็อยู่ในตาข่ายเช่นเดียวกัน พอสั่งเสร็จแล้วก็พอเหมาะพอดีกับนายพรานเขามาดูสัตว์ที่ติดข่ายก็เกิดความงงงันอั้นตู้ว่าสัตว์เหล่านี้เป็นยังไง

ตาข่ายก็ไม่เห็นรุนแรงอะไรนักหนาพอที่จะฟาดจะทับให้สัตว์ทั้งหลายเหล่านี้ตายไปด้วยกันทั้งหมดโดยท่าต่าง ๆ กันอย่างนี้ ทำให้นายพรานเขางงงันอั้นตู้เหมือนกัน แล้วก็เปิดตาข่ายออกมาด้วยความนอนใจโดยเข้าใจว่านกเหล่านี้ตายกันหมดแล้ว พอเปิดตาข่ายขึ้นมาเท่านั้น หัวหน้าฝูงคือพระโพธิสัตว์นั้นก็ประกาศก้องขึ้นมาทันที ให้ออกพร้อมกัน ไปพร้อมกัน พรึบมันที สุดท้ายก็เรียกว่านกทั้งฝูงนั้นรอดตัวไปหมดพร้อมกับหัวหน้า นี่ก็ทำให้นายพรานเขางงงันอั้นตู้ เบื้องต้นมาเห็นนกตายก็งงงัน บทเวลาดีดขึ้นมานี้มันไม่ใช่นกตายก็ทำให้เขางงงัน นี่แหละอำนาจแห่งความพร้อมเพรียงสามัคคี ให้พากันฟังเสียงหัวหน้านะ

ถ้าไม่ฟังต่างคนต่างดีดต่างดิ้นต่างคนต่างเห็นตามความคิดเห็นของตนแล้วจะทำความเสียหายให้แก่ส่วนรวมเป็นอย่างมาก เช่นเมืองไทยของเรานี้กำลังมีความพร้อมเพรียงสามัคคีที่จะสละสมบัติเงินทองข้าวของเข้าสู่คลังหลวงของเราก็ให้มีความพร้อมเพรียงสามัคคี คนละบาทสองบาทห้าสิบสตางค์รวมแล้วก็เป็นหลายบาท ทองคำก็เหมือนกันเหมือนฝนตกทีละหยดละหยาด ตกไม่หยุดไม่ถอยก็สามารถทำท้องฟ้ามหาสมุทรให้เต็มได้ด้วยน้ำที่ตกไม่หยุดเช่นเดียวกัน อันนี้การเสียสละเรามีมากมีน้อยก็ให้ต่างคนต่างเสียสละ หลายคนต่อหลายคน คนทั้งประเทศเสียสละคนละเล็กละน้อยก็กลายเป็นกองสมบัติมหาศาลขึ้นมาเข้าสู่คลังหลวงของเรา จนกระทั่งแน่นหนามั่นคงดังที่ผ่านมาแล้วนี้ ขอให้พี่น้องทั้งหลายจำคำนี้ไว้ให้ดี

แล้วอันที่สองก็คือเรื่องศาสนา เรื่องศาสนาเวลานี้กำลังเป็นภัยรอบด้านกับชาวพุทธเราเดือดร้อนวุ่นวายกันทั่วโลกดินแดนในชาติไทยของเรา อันนี้ก็อาศัยความสามัคคี มีความรักความเทิดทูนพระพุทธศาสนา ถือครูถืออาจารย์ที่เป็นแบบฉบับปฏิบัติดีปฏิบัติชอบเป็นที่อบอุ่นและไว้ใจตายใจของพี่น้องชาวพุทธเราทั้งหลายแล้ว ขอให้ยึดท่านมาเป็นหลักเป็นเกณฑ์เป็นหัวหน้าคอยฟังคำชี้แจงด้วยความพร้อมเพรียงสามัคคีกัน ศาสนาของเราก็จะมีความแน่นหนามั่นคงไม่ถูกทำลายโดยประการต่าง ๆ จากมหาภัย นี่ก็คือความพร้อมเพรียงสามัคคีกัน รักชาติและรักศาสนา ต่างคนต่างรักษาให้ดีด้วยความรักชาติรักศาสนาของตน ชาติไทยและศาสนาซึ่งเป็นศาสนาเลิศเลอประจำชาติไทยของเรา ให้ความร่มเย็นแก่พี่น้องชาวไทยตลอดไป นี่เป็นบทที่สองคือชาติหนึ่ง ศาสนาหนึ่ง

จะไม่อธิบายไปมากนักพอให้เหมาะกับเวล่ำเวลาที่จะชี้แจงอรรถธรรมให้พี่น้องทั้งหลายทราบในวาระต่อไป จากนี้แล้วแสดงถึงอรรถถึงธรรม ธรรมคือความเลิศเลอมีประจำมาตั้งแต่กาลไหน ๆ ตั้งแต่พระพุทธเจ้าพระองค์ใด พระธรรมเป็นธรรมธาตุครอบโลกธาตุ ธาตุแท้ของธรรมที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้ขึ้นมา พวกเราทั้งหลายพอกล่าวถึงว่าธรรมเท่านั้นก็เป็นที่ตายใจ ให้พากันรักษาธรรมนี้ไว้ทุกท่าน ๆ สมกับเราเป็นชาวพุทธ การรักษาธรรมก็คือรักษาตัวของเราเอง รักษาตัวคือยังไง ตัวของเรามันมักจะดีดจะดิ้นไปทางที่เสียหายซึ่งจะทำลายตน ขอให้ระมัดระวัง

เราเป็นลูกชาวพุทธขอให้ฟังเสียงอรรถเสียงธรรม ท่านห้ามสิ่งใดสิ่งนั้นไม่ควร อย่าพากันทำ ให้ทำแต่สิ่งที่ท่านแนะนำสั่งสอนหรือส่งเสริมว่าควรทำตลอดไป นี่คือเราฟังโอวาทคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า เราจะเป็นคุณเป็นประโยชน์เป็นสิริมงคลแก่ตัวของเราเอง ถ้าฝ่าฝืนแล้วเราเป็นผู้เสียหาย พระพุทธเจ้าไม่เคยทำเสียหายแต่ผู้ใดจากพระโอวาทที่สอนด้วยดีแล้ว เราขอให้นำมาประพฤติปฏิบัติ ชาติไทยของเรานี้มีสมบูรณ์คือพระสงฆ์ก็เต็มประเทศไทย ประชาชนซึ่งเป็นบริษัทบริวารของพระสงฆ์ก็มีทั่วแดนไทยของเรา อาศัยธรรมเป็นเข็มทิศทางเดินปฏิบัติตามท่านแล้วสร้างคุณงามความดี ติดแนบกันไปทุกวี่ทุกวัน อย่าปล่อยให้เสียเวล่ำเวลาที่เกิดมาเปล่า ๆ ไม่เป็นประโยชน์อันใด

นี่เราเกิดมาเป็นมนุษย์แล้ว ทราบกันทั่วหน้า ต่างคนต่างทราบเองไม่ต้องไปถามใครว่าเป็นมนุษย์แล้วเราก็ได้มาพบพระพุทธศานาซึ่งเป็นศาสนาที่เลิศเลอสุดยอดแล้ว ไม่มีศาสนาใด ๆ ในแดนโลกธาตุนี้จะเสมอเหมือนหรือเป็นคู่แข่งแห่งพระพุทธศาสนาของเรานี้ได้เลย เพราะพระพุทธเจ้าทรงรู้แจ้งแทงทะลุอรรถธรรมทั้งหลายตลอดทั่วถึง จึงเรียกว่าโลกวิทู รู้แจ้งโลกนอกโลกในตลอดทั่วถึงไปหมด ก่อนที่จะได้นำธรรมออกมาสอนโลกพระพุทธเจ้าได้ตรัสรู้ธรรมขึ้นมาก่อน เมื่อตรัสรู้ธรรมแล้วกิเลสขาดกระจัดกระจายพังทะลายไปหมดแล้วก็เป็นองค์ศาสดาเต็มองค์ขึ้นมา เรียกว่าศาสนาของพระพุทธเจ้าเป็นศาสนาของผู้สิ้นกิเลสโดยสิ้นเชิง มาแนะนำสั่งสอนอรรถธรรมแก่พุทธบริษัททั่วไตรโลกธาตุนับตั้งแต่เทวบุตรเทวดาอินทร์พรหมลงมาถึงสัตว์ทั้งหลายตลอดพวกเรา ๆ ท่าน ๆ นี้ จึงสอนด้วยความถูกต้องแม่นยำ ไม่มีผิดพลาดคลาดเคลื่อนไปไหนเลยก็คือพุทธศาสนาของเรา

ศาสนานอกนั้นพูดตามหลักความจริงไม่ดูถูกเหยียดหยามแต่เป็นศาสนาของผู้มีกิเลสอยู่ภายในใจ การแนะนำสั่งสอนศาสนาของคนมีกิเลสจึงต้องมีผิด ๆ พลาด ๆ เรื่อยมาทุกศาสนา แต่พุทธศาสนาของเรานี้เป็นศาสนาที่บริสุทธิ์พุทโธ เพราะผู้เป็นเจ้าของศาสนาเป็นผู้บริสุทธิ์สุดส่วนแล้วคือศาสดาองค์เอก เราได้พบพุทธศาสนาที่เป็นศาสนาที่เลิศเลอแล้วจึงขอให้เทิดทูนด้วยการปฏิบัติตามหลักศาสนาเราจะมีความเจริญรุ่งเรือง ในชาตินี้เราก็มีที่พึ่งไปชาติหน้าเราก็มีที่ยึดที่เกาะอาศัยคุณงามความดีที่เราบำเพ็ญตามทางแห่งพุทธศาสนามาเป็นสมบัติอันล้นค่าของเราภายในใจ

เวลาอยู่ในโลกนี้เราก็อาศัยอยู่สองประการคือร่างกายก็ต้องอาศัยวัตถุสมบัติเช่นเงินทองข้าวของเลือกสวนไร่นาตึกรามบ้านช่องบริษัทบริวารได้อาศัยซึ่งกันและกันทั้งเขาทั้งเรา ต่างคนถ้อยทีถ้อยอาศัยกันตลอดมาจากวัตถุทั้งหลายที่มีอยู่ของตนบำรุงบำเรอสังขารร่างกายให้ความเป็นอยู่สุขสบายไม่ขาดแคลนเดือดร้อนมากไป อันนี้โลกยอมรับกันทั่วดินแดนว่าต่างคนต่างมีเพราะต่างคนต่างเสาะแสวงหามาด้วยกันเพื่อเป็นสมบัติที่พึงใจสำหรับร่างกายของเรา นี่อันหนึ่ง

อีกอันหนึ่ง อันนี้เรียกว่าสมบัติเป็นที่อาศัยของกาย เครื่องบำรุงบำเรอร่างกายหรือเรือนที่พักของกายก็ได้ นี่เป็นประเภทหนึ่ง กายเป็นผู้ได้อาศัย ด้านนามธรรมคือบุญคือกุศลศีลทาน การบำเพ็ญธรรมทุกประเภทนี้เป็นสมบัติของใจ ใจต้องมีสมบัติเป็นที่อาศัยเช่นเดียวกันกับร่างกาย ร่างกายมีมากมีน้อยไม่เข้าเกี่ยวข้องเป็นสมบัติของใจได้เลย ใจต้องเสาะแสวงหาศีลหาธรรมหาคุณงามความดีอันเป็นอาหารหรืออันเป็นที่พึ่งของใจโดยเฉพาะเท่านั้น เวลาตายแล้วก็แยกกัน ส่วนร่างกายเขาก็สลายจากส่วนผสมว่าเป็นสัตว์เป็นบุคคล กระจายลงไปเป็นดินเป็นน้ำเป็นลมเป็นไฟ มีเท่านั้น ไม่ไปนรกไม่ไปสวรรค์ สมบัติเงินทองข้าวของมีมากน้อยอยู่ตามสภาพของสมบัตินั้น ๆ

ผู้มีชีวิตอยู่ก็อาศัยสืบทอดกันไป เช่นอย่างมรดก คือสืบทอดกันมาเป็นลำดับตั้งแต่พ่อแม่ปู่ย่าตายายมาถึงลูกถึงหลานอาศัยกันไปอย่างนี้ อันนี้ไม่ไปไหนได้เลย ส่วนบุญส่วนกุศลศีลทานที่เราบำเพ็ญซึ่งเป็นสมบัติของใจโดยเฉพาะนั้นก็ติดแนบกับใจ ส่วนสมบัติเหล่านั้นก็อยู่ตามสภาพไม่ไปไหน ส่วนสมบัติของใจคือบุญคือกุศลจะติดแนบกับใจไป เพราะฉะนั้น ท่านจึงให้สร้างที่พึ่งภายนอกที่พึ่งภายในให้สม่ำเสมอกันไป ที่พึ่งภายนอกอย่างเราที่อุตส่าห์พยายามขวนขวายหารายได้รายมือมาเลี้ยงดูครอบครัวและสังคมตลอดมานี้ทำกันทั่วดินแดน ไม่มีที่ไหนจะอยู่ว่างเฉย ๆ โดยไม่ประกอบหน้าที่การงานเพื่อความเป็นอยู่ของร่างกายนี้เลย นี่เป็นสมบัติประเภทหนึ่งสำหรับร่างกาย

ขอให้พี่น้องทั้งหลายจำเอาไว้นะ สมบัติทั้งสองนี้ไม่เหมือนกัน อีกสมบัติหนึ่งคือสมบัติของใจโดยเฉพาะได้แก่บุญแก่กุศลศีลทานที่เราทำลงไปนี้ อันนี้ติดกับใจตายแล้วอำนาจแห่งบุญแห่งกุศลจะพาเราไปสู่สถานที่ดีคติที่เหมาะสมตลอดไปจนกระทั่งถึงเราได้สร้างให้มีจำนวนมาก สามารถจะยังเราให้ถึงพระนิพพานได้เพราะสมบัติภายในใจ คือบุญคือกุศลนี้แล ส่วนสมบัติภายนอกนั้นช่วยเราได้แต่พอบรรเทาร่างกายไปวันหนึ่ง ๆ พอถึงอายุขัยเท่านั้นจะส่งเราไปสวรรค์นิพพานไม่ได้เหมือนสมบัติภายในใจคือศีลคือธรรมของเรา จึงขอให้บำเพ็ญให้สม่ำเสมอกัน

มาอยู่ในโลกนี้เราก็อาศัยสมบัติในโลกนี้ คือไปโลกหน้าเราจะอาศัยสมบัติในโลกนี้ไม่ได้ต้องอาศัยสมบัติภายในคือบุญคือกุศลซึ่งติดแนบกับใจของเรา อันนี้เป็นสมบัติประเภทหนึ่ง พาสัตว์โลกให้ไปสวรรค์นิพพานก็ได้แต่สมบัติภายนอกพอบรรเทาในวันหนึ่งคืนหนึ่ง พอถึงกาลเวลาแล้วร่างกายไม่พังเขาก็พังก่อน ต่างอันต่างจะพังไปด้วยกันทั้งนั้น แต่บุญแต่กุศลที่เราสร้างไว้นี้ไม่พัง นี่แหละเป็นสิ่งที่ติดแนบกับจิตใจของเรา ขอให้พี่น้องทั้งหลายได้บำเพ็ญธรรมทั้งสองประเภทนี้ให้สม่ำเสมอกัน อย่าเห็นว่าทางใดมีคุณค่ามากกว่ากัน มีคุณค่าด้วยกัน สมบัติคือวัตถุ สมบัติมีคุณค่าทางอาศัยสำหรับร่างกาย นอกจากนั้นเรายังแยกสมบัติเหล่านั้นไปแบ่งเป็นการทำบุญให้ทานก็กลายเป็นสมบัติภายในไปได้จากวัตถุภายนอกนั้นแหละ ให้พากันจดจำอันนี้เอาไว้ อย่าปล่อยอย่าวาง

เราเกิดมานี้เราเกิดมาด้วยอำนาจแห่งบุญแห่งกรรม แล้วให้สร้างบุญสร้างกรรมไว้สำหรับใจของเราที่จะต่อภพต่อชาติ จากอำนาจแห่งผลบุญที่ส่งและหนุนให้เราไปสู่สถานที่ให้เราพึงหวังและต้องการจนกระทั่งถึงพระนิพพานเป็นที่สุด ความตระหนี่ถี่เหนียว ความตระหนี่ถี่เหนียวเป็นเรื่องความเห็นแก่ตัวของกิเลส กิเลสจะไม่ยอมแบ่งสันปันส่วนให้ผู้ใดทั้งนั้น มันจะกอบจะโกยเอาหมดไม่ให้มีเหลือเลย ทีนี้เจ้าของให้เป็นไปตามความเห็นความรู้ของกิเลสที่มันฉุดลากไป สุดท้ายมีเงินสักเท่าไหร่ก็ไม่มีความหมาย ตายไปแล้วก็จมลงในนรกทั้ง ๆ ที่เป็นเศรษฐีแต่ไม่ได้มีความเสียสละทำบุญให้ทานเพื่อเป็นสมบัติภายในชักจูงไปในทางที่ดีเลย เราอย่าให้เป็นอย่างนั้น เราได้ฟังคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าด้วยความถูกต้องแม่นยำแล้ว ให้ยึดไปปฏิบัติ

วันหนึ่ง ๆ เราอย่าปล่อยให้ใจว่างเปล่า ให้เราอุตส่าห์พยายามบำเพ็ญไปโดยสม่ำเสมอ มีมากมีน้อยก็ทำไปตามเกิดตามมีของเราวันละเล็กละน้อยก็ค่อยเพิ่มพูนขึ้นไปเอง เช่นในบ้านเราแต่ละบ้าน ๆ พระท่านมาบิณฑบาต เราควรที่จะได้ทำบุญตักบาตรกับท่านวันละเล็กละน้อยก็ยังดี เรื่องศีลเรื่องธรรมก็ให้รักษาไปตาม ๆ กัน แต่ทานให้เป็นพื้นฐานของเราอยู่โดยสม่ำเสมอ อำนาจแห่งทานนี้จะเป็นเครื่องหนุนให้ไปด้วยความกว้างขวางด้วยความสะดวกสบาย ไปที่ไหนแม้แต่เป็นสัตว์ก็มีบริษัทบริวารมาก เพราะความกว้างขวาง ความเฉลี่ยเผื่อแผ่ต่อกัน

เป็นมนุษย์ก็มีความกว้างขวาง เพื่อนฝูงก็มีมาก เวลาเป็นเวลาตายไปเผาศพจนหาที่นั่งไม่ได้ นี่ก็ส่อให้เห็นชัดเจนว่าออกมาจากจิตใจอันกว้างขวางของผู้บำเพ็ญนั้นแหละ เวลามีชีวิตอยู่บำเพ็ญศีลบำเพ็ญศีลบำเพ็ญทานเฉลี่ยเผื่อแผ่ทั่วหน้ากัน ไม่ตระหนี่ถี่เหนียว เวลาตายแล้วเขาก็เห็นบุญเห็นคุณมาทำบุญให้ทาน มาเผาศพเรา เขาก็มาด้วยความเห็นบุญเห็นคุณของเรา เพียงโลกนี้ก็เห็นอย่างนี้ แล้วตายไปโลกหน้าอำนาจแห่งบุญแห่งกุศลของเราที่สร้างไว้นี้ก็จะไปสร้างความกว้างขวาง สมบัติทิพย์ไม่มาจากไหนนะ มาจากสร้างความดีของเราตั้งแต่อยู่ในแดนมนุษย์นี้แหละ กลายเป็นแดนทิพย์ในเมืองสวรรค์ขึ้นมาเพราะเราเป็นผู้สร้างเองนั้นแหละ

ความตระหนี่ถี่เหนียวนี้ไม่ดี อยู่ที่ไหนก็ไม่ดี อยู่ในกระเป๋าก็ไม่เกิดประโยชน์ มัวแต่ตระหนี่ถี่เหนียวแล้วเงินในกระเป๋าก็ไม่เกิดประโยชน์อะไร แต่นำออกไปทำประโยชน์ก็เกิดประโยชน์ขึ้นมา เช่นทำบุญให้ทานหรือไปทำเพื่อประโยชน์กาลใด ประโยชน์นั้นก็ปรากฏขึ้นมา เราไปทำบุญให้ทานกับผู้ใดก็ได้ แม้ที่สุดกับสัตว์ สัตว์ก็ยิ้มแย้มแจ่มใสจากการเลี้ยงดูหรือการสงเคราะห์เขา ให้เด็กเล็กเด็กน้อยคนละห้าบาทสิบบาท เด็กก็ยิ้มแย้มแจ่มใส ให้คนทุกข์คนจนไปที่ไหนเขาก็มีความยิ้มแย้มแจ่มใสต่อบุญของเราที่บริจาคทานลงไปแล้ว เพราะฉะนั้น การให้ทานจึงสร้างความยิ้มแย้มแจ่มใสต่อจิตใจของผู้รับทั่วหน้ากัน

เราเห็นประจักษ์การให้ทานกับความตระหนี่ต่างกันมากทีเดียว คนตระหนี่ถี่เหนียวไปที่ไหนไม่มีคนเคารพนับถือ ไม่มีใครคบค้าสมาคม แต่คนมีความเฉลี่ยเผื่อแผ่มีจิตใจอันกว้างขวางเป็นคนใจบุญแล้วไปที่ไหนเพื่อนฝูงไม่อด เข้าสู่แดนสวรรค์ก็เหมือนกัน เทวบุตรเทวดาอินทร์พรหมก็มีบริษัทบริวารเช่นเดียวกับมนุษย์เรา ไปอยู่นู้นก็มีบริษัทบริวารมาก เทวบุตรเทวดาทั้งหลายเคารพนับถือ แม้จะเป็นเทวดาด้วยการสร้างความดีมาด้วยกันก็ตามแต่ผู้สร้างความดีมากน้อยต่างกัน นั้นแหละคุณค่าแห่งความดีทั้งหลายจะแสดงขึ้นแก่เทวดาแต่ละองค์ ๆ ให้มีนิสัยวาสนากว้างแคบชุ่มเย็นต่างกันไปเป็นลำดับ จึงขอให้พี่น้องทั้งหลายจดจำเอาไว้

คำสอนของพระพุทธเจ้าสอนเพื่อพวกเราทั้งหลายได้เปิดทางให้เป็นที่ราบรื่นสงบร่มเย็นต่อไปด้วยบุญด้วยกุศลที่บำเพ็ญในตัวแล้ว เราจะมีความสุขความเจริญต่อไป การหาที่พึ่ง คนเราหาที่พึ่งด้วยกันนั้นแหละ อยู่ในโลกนี้วิ่งหาที่เกาะที่ยึดล้วนแล้วแต่หาที่พึ่งทั้งนั้น แต่มันผิดมันพลาดไป เพราะความไม่เข้าใจในการเสาะแสวงหาเพื่อความเข้าใจหาที่พึ่งใส่ตัวเองทั้งทางจิตใจและทางร่างกายก็ให้เสาะแสวงหาเสมอกัน การเสาะแสวงหาสมบัติเงินทองข้าวของเพื่อความเป็นอยู่แล้วจะแยกแยะไปเป็นการทำบุญให้ทานเราก็เสาะแสวงหา การทำบุญให้ทานทำประโยชน์เพื่อจิตใจของเราจะได้รับโดยเฉพาะต่อภพต่อชาติไปเพื่อความสุขความเจริญเราก็พากันต่อกันไป ต่ออายุต่อสมบัติ ต่อกำลังวังชาแห่งบุญแห่งกุศลขึ้นไป

เราก็จะยิ่งกว้างขวาง มีความผาสุกเย็นใจหนาแน่นขึ้นทุกวัน ๆ เพราะอำนาจแห่งบุญแห่งกุศล ขอให้พี่น้องทั้งหลายจดจำไว้ เรื่องพุทธศาสนาเป็นศาสนาที่เลิศเลอสุดยอดแล้ว การให้ทานพระพุทธเจ้าเป็นศาสดาเอกของโลกได้ด้วยการให้ทาน ทุก ๆ พระองค์ไม่มีเว้น ต้องมีการให้ทาน ให้ทานเป็นเยี่ยม ๆ มาด้วยกัน นี่การสร้างคุณงามความดีจึงเป็นมหามงคลแก่ผู้บำเพ็ญตลอดไป อย่าปล่อยอย่าวาง เราหวังที่พึ่งเสมอ เราจะมาพึ่งตั้งแต่ภายนอก ส่วนมากมักจะเป็นอย่างงั้น ใครมั่งมีศรีสุขมีเงินทองข้าวของมากก็ภูมิใจว่าตัวมั่งตัวมีอย่างนั้นอย่างนี้ มันมีแต่เพียงภายนอก เวลาตายแล้วมันก็จมด้วยกันทั้งคนมีคนจนนั่นแหละ แต่ผู้มีความดีภายในนี้ไม่จม ภายนอกก็มี ภายในก็มี ภายนอกก็มีสมบัติภายในมีบุญมีกุศล คนนี้เรียกว่าสร้างที่พึ่งไว้ไม่จนตรอกจนมุม

สำหรับร่างกายนี้ก็ชั่วชีวิตนี้ก็หมดปัญหาไปแล้ว ส่วนจิตใจไม่เคยตาย ใจนี้ต่อภพต่อชาติตลอดไป จึงขอให้สร้างเสบียงอาหารหรือคุณงามความดีไว้สำหรับใจที่จะต่อภพต่อชาติให้ไปข้างหน้าให้เป็นความกว้างขวางหรือมีความสุขความเจริญยิ่งขึ้นด้วยการสร้างคุณงามความดีเป็นที่พึ่งที่ยึดที่เกาะของใจตลอดไป ให้พี่น้องทั้งหลายจำไว้นะ คำว่าที่พึ่งมีสองอย่าง ที่พึ่งภายนอกคือร่างกายนี้ก็ได้แก่สมบัติเงินทอง ที่พึ่งภายในคือบุญคือกุศลเกิดขึ้นจากการบำเพ็ญทานศีลภาวนาของเรา ขอให้บำเพ็ญต่อไป นี่สมบัติอันนี้สำคัญมากทีเดียว สมบัติภายนอกชั่วชีวิตของเรา สมบัติภายใน ใจไม่ได้มีคำว่าชั่วชีวิตตลอดกัปตลอดกัลป์ ใจพาเกิดพาตายไปด้วยอำนาจแห่งกรรมดีกรรมชั่วเหมือนกันหมด เพราะฉะนั้น สัตว์โลกมาเกิดมาตกแต่งเอาความต้องการของตนไม่ได้ ต้องเกิดด้วยอำนาจแห่งกรรมดีกรรมชั่ว

กมฺมสฺสโกมฺหิ กมฺมทายาโท กมฺมโยนิ กมฺมพนฺธุ กมฺมปฏิสรโณ ยํ กมฺมํ กริสฺสามิกลฺยาณํ วา ปาปกํ วา ตสฺส ทายาโท ภวิสฺสามิ เรามีกรรมเป็นของตนคือการกระทำลงไปแล้วเรียกว่ากรรม ผลของกรรมนั้นเป็นของเราจะไปแบ่งสันปันส่วนให้ผู้หนึ่งผู้ใดไม่ได้ ท่านจึงเรียกว่า กรรมเป็นของของเราทั้งดีและชั่ว กรรมเป็นเผ่าพันธุ์ กรรมเป็นที่พึ่งอาศัย เราทำกรรมอันดีอันชั่วประการใดไว้ เราจะเป็นผู้รับผลแห่งกรรมทั้งดีทั้งชั่วนั้นแต่ผู้เดียว คนอื่นจะรับแทนเราไม่ได้ เพราะฉะนั้น จึงต้องเลือกสันปันส่วน การทำกรรมจะเป็นกรรมดีกรรมชั่วเราต้องพิจารณาก่อน อย่าทำสุ่มสี่สุ่มห้า ตายแล้วอำนาจแห่งกรรมไม่ได้สุ่มสี่สุ่มห้านะ ใครทำชั่วเป็นชั่วจริง ๆ ใครทำดีเป็นดีจริง ๆ

อย่างเรามาเกิดเป็นมนุษย์ เราดูสิมนุษย์เหมือนกันมั้ย ไม่ได้เหมือนกัน เหมือนกันแต่รูปร่างว่าเป็นมนุษย์เท่านั้น แต่จริตนิสัยอำนาจวาสนาบุญญาภิสมภารความโง่ความฉลาดฐานะสูงต่ำไม่ได้เหมือนกันนะมันต่างกัน ทั้ง ๆ ที่เราก็อยากมั่งอยากมีศรีสุข อยากดีอยากเด่นอยากมีรูปสดสวยงดงามแต่มันก็เป็นไปตามอำนาจแห่งกรรม เราจะไปตำหนิใครต้องตำหนิกรรมคือการกระทำของเรามาดั้งเดิมก่อนนั้นแหละ มันถึงสำเร็จผลขึ้นมาเป็นคนดีคนชั่วคนโง่คนฉลาดคนมีคนจนอย่างนี้

เราให้ตกแต่งตั้งแต่บัดนี้ที่ยังมีชีวิตอยู่ซึ่งเป็นวิสัยของการแก้ไขดัดแปลงหรือส่งเสริมได้ให้ทำเสียตั้งแต่บัดนี้จะไม่เสียท่าเสียทีสมกับว่าเราอาศัยกรรม กรรมเหนืออำนาจเราทุกคน ใครเหนืออำนาจกรรมไม่ได้ ท่านว่า กมฺมํ สตฺเต วิภชติ ยทิทํ หีนปฺปณีตํ กรรมย่อมจำแนกแจกสัตว์ให้มีความประณีตเลวทรามต่างกัน ใครทำแต่ความชั่วช้าลามกทำแต่ความเลวทรามไปเกิดในภพใดก็เจอตั้งแต่ของเลวทรามต่ำช้าเลวทรามเรื่อยไป ใครทำกรรมดีไปเกิดที่ไหนเจอแต่ของดิบของดีของที่พึงใจ เพราะฉะนั้น ให้เลือกตั้งแต่บัดนี้ เลือกหาที่พึ่งที่จะเกาะจะยึดเป็นที่เหมาะสมหรือเป็นที่ผิดหวังก็ขึ้นอยู่กับตัวของเราคนเดียว อย่าทำสุ่มสี่สุ่มห้า ทำอะไรให้พินิจพิจารณาด้วยดี นี่แหละการทำบุญให้ทานเป็นสมบัติของใจอย่างที่กล่าวมาแล้วนี้

ทีนี้ฝ่ายพระก็ให้ตั้งหน้าตั้งตาประพฤติปฏิบัติกำจัดกิเลส สมนามว่าเราเป็นพระ ตั้งแต่วันบวชมาทีแรกอุปัชฌาย์บวชให้สำเร็จเรียบร้อยแล้วเป็นพระโดยสมบูรณ์ ศีลรักษาให้สมบูรณ์เต็มที่เต็มฐาน ชีวิตจิตใจของเรากับศีลให้รักษากันอย่างกลมกลืน สละชีวิตได้เพื่อศีลของเรา นี่เป็นผู้มีศีลอันบริสุทธิ์ ไปที่ไหนสงบร่มเย็นเพราะศีลบริสุทธิ์ จากนั้นก็บำเพ็ญสมาธิภาวนา เพราะหน้าที่การงานของพระไม่ได้มากเหมือนประชาชน บวชเข้ามาแล้วอาศัยชาวบ้านเขาบิณฑบาต ขอทานเขามากินวันหนึ่ง ๆ หน้าที่การงานอะไรก็เป็นเรื่องของเราจะทำได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย

ที่อยู่อาศัยเขาก็สร้างให้เรียบร้อย กุฏิ ศาลา โรงธรรม ที่อยู่ที่อาศัย จตุปัจจัยอะไรก็ตาม อาหารการบิณฑบาต บิณฑบาตที่ไหนก็เหลือบาตรล้นบาตรมา จีวรสบงเต็มไปหมด ที่ไหนไม่ได้อดอยากขาดแคลน ประชาชนทั้งหลายเขามาอุดหนุนมาส่งเสริมพระผู้สร้างความดี เราก็ให้ตั้งหน้าตั้งตาปฏิบัติความดีของเรา ศีลอย่าให้ด่างพร้อย ให้อยู่ด้วยความรื่นเริงบันเทิง สงบเย็นใจอบอุ่นใจในความเป็นผู้มีศีลที่รักษาตั้งแต่วันบวชมา อย่าปล่อยอย่าวาง จากนั้นบำเพ็ญสมาธิภาวนา ชำระกิเลสภายในจิตใจของเราโดยไม่มีงานอะไรเข้ามายุ่ง มีแต่งานทำความพากความเพียรของตนเท่านั้น

นั่งภาวนาจะเดินจงกรมเพื่อชำระจิตใจด้วยความมีสติสตัง มีปัญญารอบคอบอยู่กับตัว ไม่ตื่นเรื่องโลกเรื่องสงสารตื่นเรื่องของกิเลสตัณหา มีตั้งแต่เรื่องความกระหยิ่มยิ้มย่องในการรักษาศีลธรรมของเราให้เจริญงอกงามขึ้นไปโดยลำดับลำดา นี่เรียกว่าเป็นพระสมบูรณ์แบบ ศีลสมบูรณ์แบบ สมาธิเราก็บำเพ็ญให้มีในใจของเรา ใจของเรามีความสงบร่มเย็นเป็นลำดับลำดาจนกระทั่งก้าวเข้าสู่ปัญญา ปัญญาคือความเฉลียวฉลาดรอบคอบ แยกธาตุแยกขันธ์ แยกเอาหมดทั้งเขาทั้งเราทั้งสัตว์ทั้งบุคคล แยกให้เป็นสัดเป็นส่วนเป็นดินเป็นน้ำเป็นลมเป็นไฟ ไม่ใช่สัตว์ไม่ใช่บุคคลไม่ใช่หญิงไม่ใช่ชายพิจารณาให้รู้ตามสัดตามส่วนแล้วปล่อยวางไปตามเป็นจริงด้วยอำนาจของปัญญา

พิจารณาแล้วพิจารณาเล่าอยู่อย่างนั้นตามหน้าที่การงานของเราซึ่งเป็นงานของพระได้แก่การภาวนา จิตใจเมื่อได้รับการอบรมส่งเสริมอยู่เสมอแล้วจะเจริญงอกงามไปโดยลำดับ ศีลก็บริสุทธิ์ สมาธิก็แน่นหนามั่นคงแล้วเป็นเครื่องหนุนปัญญาออกเดินพินิจพิจารณาแก้ไขถอดถอนสิ่งที่เป็นภัยต่อจิตใจเป็นลำดับลำดา ไม่หยุดไม่ถอย สติปัญญาเมื่อได้รับการบำรุงรักษาแล้วจะมีความแก่กล้าสามารถฉลาดแหลมคม ตัดกิเลสตัณหาได้เป็นวรรคเป็นตอนเป็นลำดับจนกระทั่งถึงมหาสติมหาปัญญาคือความแกล้วกล้าสามารถของสติปัญญาแล้วสามารถแก้กิเลสตัณหาทุกประเภทให้ขาดสะบั้นลงโดยสิ้นเชิง เรื่องมรรคผลนิพพานบรรลุขึ้นที่หัวใจของผู้มีศีลมีสมาธิมีปัญญาสมบูรณ์แบบแล้วนั้นแหละ ไม่มีที่อื่นใด ต้นไม้ภูเขาดินฟ้าอากาศไม่มีที่บรรจุของความหลุดพ้นของความเลิศเลอแห่งใจของผู้บำเพ็ญ

เราเป็นผู้บำเพ็ญจะเป็นผู้บรรจุธรรมเหล่านี้เข้าสู่หัวใจของเรา แล้วหลุดพ้นก็หลุดพ้นที่หัวใจ ติดข้องก็ติดข้องที่หัวใจ จมก็คือหัวใจ รื้อฟื้นขึ้นมาด้วยศีลสมาธิปัญญาวิชาวิมุตติแล้วเราเป็นผู้หมดภัยภายในจิตใจ นี่ธรรมของพระพุทธเจ้า ขอให้พระลูกพระหลานนำไปปฏิบัติ อย่าตื่นเรื่องโลกเรื่องสงสาร มันมีแต่เกิดกับตาย ตายกองกันมากี่กัปกี่กัลป์แล้ว อย่างไรเราจะหลุดพ้นจากทุกข์ ขอให้พากันบำเพ็ญด้วยศีลด้วยธรรมโดยดี เราจะมีความอบอุ่นภายในใจ นี่เรียกว่าสร้างคุณงามความดีสร้างที่พึงของใจตามขั้นตามภูมิ อย่างฆราวาสก็สร้างแบบหนึ่งเป็นบุญเป็นกุศล พระก็สร้างอีกแบบหนึ่งคือมีแต่กิเลสโดยถ่ายเดียว เสร็จแล้วก็หลุดพ้นไปเลย

ท่านผู้สิ้นสุดวิมุตติหลุดพ้นแล้วท่านไม่ได้เสาะแสวงหาที่พึ่งที่ไหนนะ ท่านหมดทุกอย่าง ที่พึ่งคือใจของเราอยู่กับเมืองพอสมบูรณ์แบบแล้ว อดีตก็ไม่มีว่าเคยเกิดเคยตายก็ผ่านมาเรียบร้อยแล้วอนาคตจะไปเกิดไปตายที่ไหนอีก ท่านก็ไม่ไป ปัจจุบันท่านสว่างกระจ่างแจ้งอยู่แล้วภายในจิตใจที่เต็มด้วยความพอ ท่านผู้สิ้นกิเลสแล้วท่านจึงไม่ดีดไม่ดิ้นหาอะไรเพราะที่พึ่งของท่านสมบูรณ์แบบแล้ว ถึงขั้นเมืองพอ นี่คือการอบรมสั่งสอนบำรุงตนด้วยดี ด้วยความเอาจริงเอาจัง ผลจะปรากฏขึ้นมาอย่างนี้แน่นอน ไม่เป็นอย่างอื่น

จึงขอให้ทุก ๆ ท่าน บรรดาพระสงฆ์เราตั้งหน้าตั้งตาประพฤติปฏิบัติกำจัดกิเลสภายในจิตใจ อย่าปล่อยอย่าวางอย่าละอย่าถอนอย่าอ่อนแอ ให้ตั้งหน้าตั้งตาประพฤติปฏิบัติแล้วเราจะเห็นความสง่างามขึ้นในจิตใจ ในโลกอันนี้ไม่มีอะไรเลิศเลอยิ่งกว่าจิตใจที่ได้รับการบำเพ็ญหรือบำรุงรักษาแล้วเกิดความสง่างามตลอดถึงขั้นอัศจรรย์ขึ้นมา จะเกิดขึ้นที่ใจ เลิศเลอขนาดไหนจะเกิดที่ใจ ทุกข์จนกระทั่งถึง มหันตทุกข์ ถ้าเราสร้างความทุกข์มันก็เกิดขึ้นที่ใจ ทุกข์ที่ใจ เมื่อเราสร้างอรรถสร้างธรรม ขึ้นภายในใจ ใจก็มีความเจริญรุ่งเรืองด้วยอรรถด้วยธรรม สง่างามขึ้นที่นี่ แปลกประหลาดอัศจรรย์ขึ้นที่ใจ

จึงขอให้บรรดาพระลูกพระหลานตลอดประชาชนทั้งหลายซึ่งมีกิเลสตัวเป็นภัยเหมือนกันให้พยายามบำเพ็ญทั้งทานทั้งศีลทั้งภาวนา ทั้งศีลสมาธิปัญญาให้สมบูรณ์แบบในตัวของเราแล้ว ตายแล้วไม่ห่วงใยอะไรเลย ผู้มีอรรถมีธรรมเต็มหัวใจแล้ว ท่านไม่ห่วงอะไร อยู่ไหนเป็นความพอ บรมสุขอยู่กับใจที่พอตัวแล้วทุกอย่าง นี่เกิดขึ้นจากอำนาจการบำเพ็ญรักษาตัวเองในทางที่ถูกที่ดีจะส่งผล แม้แต่ประชาชนญาติโยมก็ตามนะ ผู้มีความรักใคร่ใส่ใจในการให้ทานรักษาศีลภาวนาจะเป็นผู้อบอุ่นภายในใจตลอดไป ผิดกับคนผู้ไม่ได้บำเพ็ญทานศีลภาวนาเป็นไหน ๆ แม้จะเป็นเศรษฐีก็หาที่พึ่งที่เกาะไม่ได้ แต่ผู้มีศีลมีธรรมไม่เป็นเศรษฐีก็มาเป็นเศรษฐีธรรม อาศัยธรรมเกาะยึดกับธรรมพ้นทุกข์ได้เช่นกัน

การเทศนาว่าการให้บรรดาพี่น้องทั้งหลายได้ฟังวันนี้จึงขอให้พากันนำไปประพฤติปฏิบัติ แล้วให้พากันภาวนานะ การภาวนาคือพุทฺโธ ธมฺโม สงฺโฆ ภายในใจนี่เรียกว่าภาวนา ควรจะได้รับการอบรมด้านจิตตภาวนาด้วยกัน จะสมนามว่าเราเป็นชาวพุทธ พุทธศาสนาที่แท้อยู่ที่ใจอยู่ที่การภาวนา ถือพุทธศาสนาก็ลงในจุดแห่งการภาวนา ถ้าการภาวนายังไม่สนใจศาสนาก็ยังผิวเผิน ถ้าเป็นไม้ก็เป็นกระพี้เป็นเปลือกถ้าลองได้ก้าวเข้าสู่การภาวนาแล้วได้ทั้งเปลือกทั้งกระพี้ทั้งทั้งแก่นของศาสนา ในต้นไม้ต้นเดียวนั้นแหละ ต้นไม้ก็คือเรานั้นแหละ คือใจของเราเองนั้นแหละ

การภาวนานี้สำคัญมากกว่าสิ่งอื่นใดจะเด่นที่หัวใจ ไม่มีอะไรที่เด่นกว่าจิตที่ทรงภาวนาที่ได้ผลมาแล้ว อยู่ไหนสะดวกสบายไปหมดสว่างกระจ่างแจ้งภายในจิตใจ มืดก็มืดเป็นเรื่องอากาศต่างหาก ตะวันตกมันก็มืด ตะวันโผล่ขึ้นมามันก็แจ้ง อันนั้นเป็นแจ้งมืดดินฟ้าอากาศ แต่แจ้งภายในจิตใจนี้ไม่มีวันมีคืนมีปีมีเดือนหากแจ้งหากสว่างไสวอยู่ตลอดเวลา การไปสู่สวรรค์นิพพานก็ไม่ต้องไปสู่สวรรค์นิพพานก็ไม่ต้องไปในเวลามืดเวลาแจ้งที่ไหน ใจสว่างกระจ่างแจ้งพอแล้วด้วยความดีของตนจะไปด้วยความสว่างนี้แน่นอนไม่เป็นอื่น เพราะงั้นจึงขอให้บรรดาพี่น้องชาวพุทธทั้งหลายได้นำจิตตภาวนาไปภาวนา

เวลาจะหลับจะนอนขอให้ไหว้พระสวดมนต์เรียบร้อยแล้วนึกคำบริกรรม จะนั่งท่าไหนก็ได้ ใครชอบบริกรรมคำใด คือพุทฺโธ ธมฺโมหรือสงฺโฆ ให้นำไปบริกรรมภาวนาตั้งสติจดจ่ออยู่กับคำบริกรรมภาวนานั้นไม่ให้คิดไปทางไหน ให้คิดอยู่กับพุทฺโธหรือธมฺโมนี้เท่านั้น มีสติกำกับ จิตใจของเราจะได้รับความสงบเย็นใจขึ้นมาโดยลำดับลำดา นี่เป็นผลแห่งการภาวนาจะประจักษ์กับใจของเรา ดีไม่ดีใจบางรายอาจจะแสดงความสว่างกระจ่างแจ้งขึ้นมาในขณะที่ภาวนาในไม่ช้าก็ได้หรือบางรายจะไม่เป็นอย่างงั้น การสร้างความดีด้วยการภาวนาก็มีอานิสงส์มากอยู่แล้วขอให้ทำไป เราสร้างอานิสงส์ไปด้วยทุกวัน ๆ ต่อไปก็สว่างกระจ่างแจ้งด้วยการภาวนาของเราจนได้นั้นแหละ

จึงขอให้พี่น้องทั้งหลายยึดหลักภาวนาไว้เป็นหลักแห่งความเป็นชาวพุทธของเรา เราจะมีความแน่นหนามั่นคงได้ทั้งแก่นได้ทั้งกระพี้ได้ทั้งเปลือกพร้อมกันหมดในเราคนเดียว

การแสดงธรรมในวันนี้ก็เห็นว่าสมควรแก่การเวลาและธาตุขันธ์ที่อำนวย จึงขอความสวัสดีจงมีแก่บรรดาพี่น้องทั้งหลายโดยทั่วกันเทอญ

www.Luangta.com


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก