งานของแผ่นดิน ต้องทำให้สมเกียรติ
วันที่ 3 พฤศจิกายน 2545 เวลา 8:00 น.
สถานที่ : วัดป่าบ้านตาด
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :

งานของแผ่นดิน ต้องทำให้สมเกียรติ

สรุปตลอดวันที่ ๒ พฤศจิกา ทองคำได้ ๒ กิโล ๓๙ บาท ๖๖ สตางค์ ดอลลาร์ได้ ๕๑๕ ดอลล์ กฐินทองคำได้ ๒๙ กอง กฐินเงินสดได้ ๓๖ กอง เงินโอนได้ ๕๒๐ กอง รวมเป็น ๕๘๕ กอง ทองคำที่ได้ทั้งหมดเวลานี้นั้น มอบเข้าคลังหลวงแล้วและยังไม่ได้มอบรวมทั้งหมดได้ ๕,๒๘๗ กิโลครึ่ง ที่มอบเข้าคลังหลวงเรียบร้อยแล้ว ๕,๐๕๙ กิโลครึ่ง กฐินทองคำ ๘๔,๐๐๐ กองนั้น สำหรับกฐินทองคำได้ ๒๔,๙๒๖ กอง เท่ากับน้ำหนักของทอง ๙๔ กิโล ๕๑ บาท กฐินเงินสดและเช็คและเงินโอน ๕๙,๑๓๙ กอง เท่ากับเงินสด ๙๔,๖๒๒,๔๐๐ บาท รวมกฐินทองคำทั้งหมดได้ ๘๔,๐๖๕ กอง ธรรมดาที่เรากำหนดไว้ ๘๔,๐๐๐ กอง เกินไป ๖๕ กอง นี่เรียกว่าได้แล้ว พอใจ เมื่อวานนี้ตอนบ่ายผ้าป่าที่อำเภอศรีธาตุ จ.อุดรฯ ทองคำได้ ๒ กิโล ๓๕ บาท ๗๔ สตางค์ ดอลลาร์ได้ ๓๗๖ ดอลล์ เงินสดได้ ๘๑๖.๓๒๐ บาท ๒๕ สตางค์

เป็นอันว่ากฐินทองคำ ๘๔,๐๐๐ กองนั้นได้เรียบร้อยแล้ว ยังเกินไปอีก ๖๕ กอง เป็นอันว่าหมดปัญหาสำหรับกฐินที่กำหนดไว้ ๘๔,๐๐๐ กอง ได้ตามนี้เหมาะ เรียกว่าถูกต้องตามจุดมุ่งหมาย ได้มากกว่านั้นก็ดีขึ้น ถ้าขาดเสียไม่ค่อยดี มันแสดงถึงน้ำใจคน น้ำใจผู้รักชาติ น้ำใจผู้เสียสละ กำหนดเพียงเท่านี้ทำไมจึงไม่ได้ เสียตรงนี้ เสียตรงนี้เสียมากนะ เกินขึ้นไปนั้นแสดงถึงความสามารถ คุณค่าของชาติไทยเรา เกินไว้ ๆ นี่คุณค่าแห่งชาติไทยทั้งนั้น เรื่องมันอยู่ตรงนั้น ทองคำที่ได้เราก็ส่งเรื่อย เมื่อวานนี้ก็ส่งไปเรียบร้อยแล้วเข้าโรงหลอม แล้วสั่งตายตัวไปเลยนะ อย่างนั้นละหลวงตาถ้าว่าอะไร ลงออกประกาศขึ้นสนามแล้วยังไงก็ไม่ถอย

นี่สั่งกับทางโรงหลอมเรียบร้อยแล้วให้เขาจัดทองไว้ให้ได้ ๕๐๐ กิโล คือจะขาดจะเหลืออะไรพวกเราจะต้องรับคำสัตย์คำจริงให้ได้ตามจำนวนที่ต้องการ เพราะฉะนั้นจึงสั่งให้ทางโรงหลอมเขาจัดทำไว้เลยเพื่อไม่ให้เสียการเสียเวลา แสดงถึงน้ำใจของเรา ความสัตย์ความจริงของชาติไทยเรา ลงจุดไหนต้องจุดนั้นไม่ให้บกพร่อง ว่า ๕๐๐ กิโลต้องได้ ๕๐๐ กิโล เพราะฉะนั้นจึงต้องสั่งทางโรงหลอมไว้ให้เรียบร้อยเลย ไม่ต้องยุ่งให้เสียเวล่ำเวลา คือถึงเวลาแล้วอย่างน้อยทองให้ได้ ๕๐๐ กิโลปึ๋งเลยในวันมอบนะ ถ้ามากกว่านั้นก็ยิ่งเป็นการดี สำหรับ ๕๐๐ กิโลนั้นยังไงก็หลุดไม่ได้ อันนี้ตั้งไว้เลยในงานธนาคารชาติคราวนี้ เพราะเป็นงานของชาติ เป็นงานของแผ่นดินไทยเรา ต้องทำให้สมเกียรติ

เราจึงได้ติดต่อไปทางธนาคารชาติ เรื่องการเงินการทองที่จะนิมนต์พระมาในงานนี้ จัดกันยังไง ๆ ปรึกษาหารือกัน ความมุ่งหมายก็คือว่า ทางธนาคารให้เป็นตามอัธยาศัย เรื่องจตุปัจจัยไทยทานที่จะมาถวายพระซึ่งมาในงานนี้ ๖๑ องค์ ให้เป็นตามอัธยาศัย เช่นเงินอย่างนี้เป็นต้น เหลือจากนั้นเราจะรับทั้งหมด เราจะถวายพระองค์ละเท่านั้น ๆ นี่อันหนึ่ง แล้วส่วนพิเศษซึ่งมีสององค์ มีสมเด็จท่าน วัดชนะสงคราม และรองสมเด็จฯ จังหวัดเชียงใหม่ นอกนั้นก็องค์ละเท่านั้น ๆ เสมอกันหมด ถ้าทางโน้นมีมากน้อยเท่าไรก็ให้ตามอัธยาศัย เหลือจากนั้นเรารับหมด ถ้าทางโน้นไม่มีเลยเรารับทั้งหมดเลยนะ เพราะเป็นความเห็นชอบของเราเอง แล้วค่อนข้างจะลงเด็ดขาดด้วย ควรให้ได้อย่างนั้นจึงจะเหมาะสมกับงานชาติของเรา

เราทำอะไรเราทำเพื่อชาตินี่นะ เราไม่ได้ทำเพื่อขาดเพื่อเหลือ กลัวหมดกลัวยังอย่างนั้น ซึ่งไม่ควรจะมาคำนึงถึงการสิ้นการเปลือง เพียงงานเท่านี้ของชาติไทยทั้งชาติ เราเอาชาติไทยขึ้นตั้งเลยนะ เอา หมด ๆ ไป ยิ่งเราไปเกี่ยวข้องด้วยในงานนี้ จึงทำเหยาะ ๆ แหยะ ๆ โอ๋ย ไม่เอา เรารักษาเกียรติชาติไทยขนาดไหน เช่นอย่างว่างานนี้ก็งานของชาติ แล้วชาติไทยเป็นของเล่นเมื่อไร จึงต้องทำให้สมเกียรติทุกอย่าง คราวนี้ก็ให้ได้ทองคำ ๕๐๐ กิโล เพื่อเทิดเกียรติเมืองไทยของเรา งานนี้เป็นงานที่ระลึก เป็นมหามงคลงานหนึ่งนั่นแหละ จึงต้องพยายามเอาทองคำให้ได้ ๕๐๐ กิโล นี้หมายถึงว่าอย่างน้อยต้องให้ได้เท่านั้น ส่วนมากกว่านั้นเราไม่ว่า

อันนี้เราก็กะไว้เป็นสองพัก คือเงินกฐินทองคำที่ฝากธนาคารไว้ เราจะถอนออกมาให้พอเหมาะกันกับทอง ๕๐๐ กิโล เศษเหลือจากนั้นเราจะเอาไว้ในธนาคารเผื่องวดข้างหน้า คือเราจะมอบทองคำเข้าสู่ธนาคารแต่ละครั้ง ๆ ไม่ต่ำกว่า ๕๐๐ ที่เศษเหลือจาก ๕๐๐ แล้วเราก็ไม่ถอนหมด เอาไว้ตามนั้นแหละ ถ้าหากว่าไม่พอเราจะถอนออกมาหมด ในกฐินทองคำ ๘๔,๐๐๐ กองเป็นอย่างน้อยนะ เงินที่เข้าสู่ธนาคารแล้วเราจะถอนออกมาหมดให้พอกับทองคำ ๕๐๐ กิโล ถ้าถอนออกมาหมดแล้วยังไม่พอ เราจะถอนเงินในโครงการนั้นที่เวลานี้มีอย่างน้อยไม่ต่ำกว่า ๕๐ ล้าน เรียกว่าโครงการช่วยชาติ ถ้ายังไม่พอ ถอนออกมาจากธนาคารที่ให้นามว่ากฐินทองคำ ถอนออกมาแล้วยังไม่พอ เราจะถอนนี้อีก เอาจนพอ ให้ได้ ๕๐๐ กิโล

สมมุติว่าทองคำที่ได้ทั้งหมดนี้มันพออย่างนี้นะ เราก็เรียนให้พี่น้องทั้งหลายทราบว่า เราจะไม่ถอนเลย กฐินทองคำเราจะพักไว้เสียก่อนเพื่องวดหน้า นั่นเป็นอย่างนั้นนะ เรากะไว้ ๆ ไม่ให้บกพร่อง จะขาดไม่ได้ หากทองคำเราได้มันเศษมันเหลือเท่าไรในคราวนี้ อยู่ในวงที่เราจะนำมาเข้านี้แหละ มันเศษมันเหลือเท่าไรถ้าเป็นทองแท่ง เช่น ๑๒ กิโลครึ่งเราก็เอาเข้าพร้อมเลย ๆ มีกี่แท่งในระยะนั้นเอาเข้าหมด ถ้าไม่พอก็อย่างที่เรียนให้ทราบ กว้านออกมาหมดเลยจนพอ ให้พิจารณาเสียก่อน เพราะนี้เวลายังอีกตั้งเดือนเต็ม ๆ นี่กะว่าจะได้เพิ่มมาอีก ๆ ถ้าไม่ควรไปยุ่งกับเงินกองกฐินในธนาคารเราก็ไม่ยุ่ง เราจะเอานี้ใช้เลย อันนั้นไว้พักหลัง ซึ่งอย่างน้อยก็ ๕๐๐ เหมือนกัน เอาให้เป็นอย่างนั้น

พี่น้องทั้งหลายฟังให้ดีนะ หลวงตาเป็นผู้นำพี่น้องทั้งหลายไม่นำอ่อน ๆ แอ ๆ นะ คิดทุกอย่างเต็มหัวใจ ไม่ใช่ว่าโผงผางปึงปังออกมา เอา ๆ ไม่นะ เราคิดทุกอย่างนะ ชาติไทยเรามีเกียรติขนาดไหน รักษาเกียรติชาติไทยรักษากันยังไง รักษากันแบบอ่อนแอท้อแท้เหลวไหลหรือ อย่าให้เห็นนะในเมืองไทยของเรา คราวนี้เป็นคราวสำคัญมาก ล่อแหลมต่ออันตราย อู๋ย หวุดหวิด ๆ นะผ่านมานี้ โธ่ เราถึงขนาดร้องโก้กเชียวนะ เราก็ไม่เคยร้อง มันสะเทือนเอามากนะ เพราะฉะนั้นมันถึงออกแบบผึงเลยซิ ทีนี้เราจะเทิดเกียรติเมืองไทยของเรา ทุกสิ่งทุกอย่างเวลานี้ค่อยพอเป็นไป ก้าวเดินได้สะดวกสบายแล้ว ทางธนาคารชาติซึ่งเป็นหัวใจของชาตินั้นแหละมาชี้แจงให้เราทราบทุกอย่าง ๆ เราจึงเป็นที่พอใจตามที่ธนาคารชาติมาชี้แจงให้เราทราบ ว่าเวลานี้เบาใจขึ้นมากทีเดียว ทุกอย่างค่อยไหลมาเป็นมา ๆ

เราจึงเทิดเกียรติชาติไทยของเราด้วยทองคำ นี่คือหัวใจของชาติ อยู่ในนี้หมดทีเดียว ถ้าอันนี้ไม่มีเสียอย่างเดียวชาติไม่มีความหมาย เขาจะเรียกเมืองไทยเมืองหมา ๖๒ ล้านตัวก็จะไปเถียงเขาได้ยังไง ๖๒ ล้านตัวยังไง ก็ทองคำเพียง ๑๐ ตันเท่านั้นก็ไม่ได้มันได้เรื่องได้ราวอะไร ทั้ง ๆ ที่หัวหน้าประกาศป้าง ๆ หัวหน้าก็หมาตัวหนึ่ง หัวหน้าหมา เขาว่างั้นหลวงตาไม่กล้าเถียงเขานะ ลูกศิษย์คนไหนเก่งก็ไปเถียงเขา ไม่มีเหตุมีผล มันถูกต้องดังเขาว่า ถ้าเราฟาดได้ ๑๐ ตันจริง ๆ แล้วมา บอกงี้เลย โบกมือ ฟังซิ ตลกด้วยนะ ให้สูมาทั้งโคตรเลย สูที่มาชี้หน้าด่าทอกู สูได้ทองคำมากี่หยิบมือ อันนี้ทั้งประเทศไทยของกูนี้ได้ถึง ๑๐ ตัน มึงรีบออกไป ไม่งั้นมึงจะหมดทั้งโคตรเขี่ยลงทะเลเลยเดี๋ยวนี้ ว่างั้นเข้าใจไหม นั่นเราพูดได้อย่างสบาย เพราะเรากำหนดทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว

หากว่ามีอะไรขึ้นมา เราจะปัดลูกศิษย์ไว้ข้างหลัง เราออกหน้าทีเดียว เราเป็นผู้บงการเป็นผู้บอกทุกอย่าง สมมักสมหมายทุกอย่างแล้ว จะไปยอมให้ลูกศิษย์บอบช้ำได้ยังไง หลวงตาต้องฟัดเลย หมัดมีสองหมัดซัดเลย ถ้าไม่พอยืมหมัดหมามาอีกซัดอีก หมาในวัดเรานี้มีตั้ง ๙ ตัว ๑๐ ตัวน้อยเมื่อไร ตัวหนึ่งหมัดมันมีมากขนาดไหน เพียงตัวเดียวนี้ก็พอแล้วเรา พวกนั้นตกทะเลเลย เข้าใจไหม นี่ละที่เขาว่าหลวงตาพูดตลก มันหากมีของมันอยู่ในนั้น มีแย็บ ๆ อยู่ในนั้นเป็นคติอยู่ในนั้น ไม่ใช่เราพูดตลกแบบโลก ๆ นะ มีแย็บอยู่ในนั้น เอาเป็นคติได้ทั้งนั้น เรียกว่าเราไม่มีถอย เอาจนหมดเนื้อหมดตัว หมาในวัดไม่มีเหลือ หมัดไม่มีเหลือ ขนหมาก็ไปด้วยกันเลย

เราเป็นเจ้าของสมบัติจะให้ใครมาแตะต้องได้ยังไง สิ่งนี้ใหญ่โตที่สุด หัวใจของชาติอยู่จุดนี้ เราต้องเอาตรงนี้ซิ ได้คิดหมดแล้วนะก่อนที่จะออกพุ่งออกมา จึงต้องเอาให้ได้ ๑๐ ตันคราวนี้ ถ้าได้แล้วสง่างามมาก ดอลลาร์เราก็ไม่น่าจะต่ำกว่า ๑๐ ล้านแหละ เราจะออดเอาจนได้นั่นแหละ ถ้าได้ทองคำ ๑๐ ตันแล้วจะออดเอาให้ได้ ๑๐ ล้าน เพราะเวลานี้ได้ ๗ ล้านแล้ว กว่าจะไปถึงนั้นก็ได้อีกมากมาย เราก็ออด ๆ เอา ถ้าใครเผลอฉวยมับเลย ทั้งออดทั้งฉวย มันมีหลายแบบ จะเอามาช่วยชาติเราเป็นไรไป ฉวยจากนั้นปั๊บเข้านี่ปุ๊บ แน่ะ มันไม่ไปไหน

นี่เราก็ค่อยเบาใจไปแล้วละ คือได้ตกลงกับช่างหลอมเขาหมดเรียบร้อยแล้ว ให้เอามาครบ ๕๐๐ ไว้เลย ทางนี้เราจะพิจารณาเอง ขาดเหลือเท่าไรเราจะเป็นผู้รับพิจารณาทุกอย่าง ๆ จากนั้นก็เที่ยวตีกว้านเอาตามนั้น ไม่พอเท่าไรระวังให้ดีกระเป๋าใคร เซ่อ ๆ ไม่ได้นะ หลวงตาเป็นโจรไม่เหมือนใครนะ ทุกอย่างเด็ดขาด ฉลาดเสียด้วยเรื่องกระเป๋าคนนี้ปั๊บเลยเชียว

แต่เราเบาใจไว้แล้วละ ไม่ได้คิดว่าจะเป็นภาระจะต้องวิ่งเต้นหามาให้ เรารู้สึกว่ามันเบาใจอยู่แล้ว คิดว่าพอไว้เลย จากนี้ถึงโน้นพอว่างั้นเลย รวมทั้งบัญชีของเราก็มีอยู่แล้ว แต่ถ้าหากว่าไม่จำเป็นนักเราก็ไม่กวนมากตามความจำเป็นที่เราจะไปถอนออกมา ๆ เท่าที่จำเป็นซึ่งเรากำหนดไว้ ๕๐๐ กิโล เหลือจากนั้นแล้วเราก็จะพักเงินเหล่านี้ไว้ในบัญชีเสียก่อน งวดหน้าจึงค่อยจะถอนออกมาเลย เป็นงวด ๆ แต่ละงวดนี้จะไม่ให้ต่ำกว่า ๕๐๐ กิโล งวดหนึ่ง ๕๐๐ งวดที่สองก็เป็น ๑ ตัน ทองคำเพียง ๔ ตันกว่าต้องได้ เราได้มาแล้วตั้ง ๕ ตันกว่าแล้วเวลานี้ ต้องได้แน่ ๆ ไม่สงสัย แล้วดอลลาร์เราก็จะได้ ๑๐ ล้านเข้าไปสง่างามทีเดียว

นี้เงินสดเราก็ดูซิพี่น้องทั้งหลายตั้งแต่ช่วยชาติบ้านเมือง ที่เราบุกใหญ่ที่ได้ทำช่วยชาติเรา ปลูกโรงเรียนไม่ทราบว่ากี่ ๑๐ หลังนะ ไม่ใช่น้อย แล้วโรงพยาบาลมากกว่านั้นอีก เป็นตึก ๆ จนกระทั่งถึง ๑๕ ล้านก็มี ส่วนโรงพยาบาลศูนย์ไม่นับละ อันนี้มันรวมกันหมดเลย ตึกนี้ก็ประมาณ ๑๐ ล้านกว่าเท่านั้น ส่วนบางแห่งรวมไปหมดทุกอย่าง ตั้ง ๑๕ ล้านก็มี เช่น ทางหล่มสัก คือเขาขอมากอันนี้ ส่วนตึกจริง ๆ ก็ไม่ได้ถึงนั้นแหละ ทีแรกเรากำหนดกันไว้ว่า ๑๒ ล้าน ทีนี้เวลาทำมันไม่เป็นอย่างนั้นซิ สระใหญ่ที่สร้างตึกนั้น ใหญ่ยาวโน้น ขนมาภูเขาจะหมดสักกี่ลูกเราก็ไม่ทราบ เอามาถมนี้หมดเลย ถมจนเต็มหมดแล้วปลูกตึกขึ้นตรงนั้นอีก ยาวเหยียด ๓ ชั้นกลาย ๆ ชั้นที่ ๓ กลาย ๆ ปลูกอะไรบ้างเขาวางไว้ข้างบน

สองชั้นนี้สำหรับทำประโยชน์เต็มเหนี่ยว ชั้นที่ ๓ มีต้นไม้มีอะไร เราไม่ค่อยสังเกตแหละอย่างนั้น เป็นแต่รู้ว่านี้ชั้นที่ ๓ เป็นอย่างนี้ แล้วจากนั้นก็ ที่มันจะถึง ๑๕ ล้าน เอ้า ปลูกตึกนี้สำหรับรถขึ้น รถรับคนไข้ขึ้นมานี้เข้าตึก ปลูกหลังนี้เรียบร้อยแล้ว คนไข้ลงนี้ปั๊บก็เข้าตึก ๆ พอดีผู้ตรวจเขามาพูดทีหลังซิ เราก็ไม่ทราบนี่ เขาบอกโอ๊ย.อย่างนี้ไม่ได้เขาว่าอย่างนั้น แล้วเขามีเหตุผลนี่เถียงเขาได้ยัง มันถูกต้อง เราก็ต้องการเหตุผลอยู่แล้วนี่ ท่านสร้างตึกหลังนี้รถขึ้นรถลงตลอดเวลาตึกนี้จะเอน ตึกนี้จะมีทรุดเขาว่าอย่างนั้น เพราะขึ้นตลอดเวลา มันเกี่ยวโยงกันอยู่ บ้านหลังนี้กับตึกใหญ่นี้ เขาว่าไม่ได้

พอว่าอย่างนั้น ไม่ได้ก็เอ้า ทำใหม่ ฟาดอีกหลังหนึ่ง นั่นเห็นไหม หลังนี้ให้แล้ว มันเป็นอย่างนี้ กระทบกระเทือนกับตึกหลังใหญ่นี้ ไม่ได้ ไม่ได้ก็ไม่เอา เอ้า ให้เอาหลังใหม่พอเสร็จจากนี้ก็ขอจากนี้ก็ฟาดสะพานยาวนี้ซัดแต่นี้ถึงโน้น ตึกเขาไม่ใช่เล่น ๆ นะ ไกลจริง ๆ นะ ตึกเขาอยู่โน้น สร้างนี้สร้างห่าง ๆ สร้างสะพานคอนกรีตทั้งมุงทั้งสร้างฟาดแต่นี้ถึงโน้นเลย รวมทั้งหมดมันก็เป็น ๑๕ ล้าน มันไม่ใช่ตึกหลังเดียว ๑๕ ล้านนะ รวมปะเขปะขาเข้าไปอย่างนี้แหละ คือเราไปทำที่ไหนเราจะบอกว่าให้เท่านั้นพอนี้เราทำไม่ลงนะ อำนาจความเมตตาและความเหมาะสมยังไง ๆ ที่เขาขอนั้นมีเหตุผลยังไง เราฟังทุกแง่ทุกมุม เมื่อเหตุผลที่ควรจะอนุเคราะห์จะให้เขาอนุโลมตามเขา เราให้เลย ๆ

เพราะฉะนั้นสร้างส่วนมากเป็นโรงพยาบาล มักจะมีส่วนปลีกย่อยอย่างนี้ตลอด โรงเรียนไม่ค่อยมี มีเล็กน้อย โรงพยาบาลนี้มีแทบทั่วไป สร้างโรงนั้นแล้วมีอันนี้แล้วมีอันนั้นจ่ายให้หมด เสร็จเรียบร้อยแล้วถึงจะทราบได้ว่าหมดเท่านั้น ๆ แน่ะ เป็นอย่างนั้นแหละ ไม่ว่าทำที่ไหน ยิ่งที่ลาดยาวนี้ด้วยแล้ว เราก็คิดไว้แล้วยังไงก็ไม่ผิด เพราะเขาก็จนตรอกจนมุมเต็มที่ เราไปสงเคราะห์เขาก็ทราบแล้ว ทีนี้เราก็ทราบของเราอีกว่าจนตรอกจนมุมเราจะช่วยยังไงบ้าง จะต้องพิจารณาเหตุผลสมควรที่จะสงเคราะห์เมื่อไร จะเพียงเท่านั้นเป็นไปไม่ได้ละ มันจะต้องได้สงเคราะห์กันตามสมควรนี่อันหนึ่งนะ

นี่ก็ ๒ หลังแล้ว เขากะมาตามโครงสร้างละมั้ง ดูว่า ๒๐ ล้านว่างั้น เขาบอกมา เราก็เพียงฟังไว้เท่านั้น ๒๐ ล้านมันไม่อยู่เรื่องอยู่นะ คือความจำเป็นที่จะมีเกี่ยวกับเขาที่มาขอจากเรา ตามที่เราคิดไว้มันไม่ผิดนั่นแหละ เวลารวมนั้นรวมนี้เข้าแล้วมันจะมากนะ เอ้า เท่าไรช่างมัน ถ้าเสียดายอย่าทำว่าอย่างนี้เลยนะ เมื่อพอทำได้แล้วเอ้า ทำ เมื่อพอช่วยกันได้ เอ้า ช่วย นั่นถึงถูกนะ นี่ละอันหนึ่ง เขากำลังทำแปลนแล้วรื้อออกทั้งหมดทั้ง ๒ แห่งนั้นเราเสียค่ารื้อถอนให้หมดนะ เพราะไม่ให้เสียเวลา เขาก็ไม่ได้มาเถียงเอากับเราแหละ แต่ทางงบประมาณกว่าจะตกมาเป็นปีนั่นซิ ทีนี้เราก็เมื่อตกลงกันแล้วเราก็จะให้สร้างขึ้นเลย มันก็เสียเวลาไปอีก ตกลงก็เอ้า ไม่ต้องไปเกี่ยวกับงบประมาณละ เอ้า เสียค่ารื้อถอนให้ทั้งหมด ๗ แสนกว่าละมั้ง ๒ แห่ง

โยม : ๗ แสนกว่าครับ

หลวงตา : เออ นี่ละค่ารื้อถอน ของเก่าที่มันชำรุดทรุดโทรมรื้อถอนออกหมด ให้ค่ารื้อถอนเขา ๗ แสนกว่า เพื่อให้ทันเวลาของเรา

นี่ละความปึกแผ่นมั่นคงอยู่กับความรักชาติ ความเสียสละ ความสามัคคีกันนะ เวลานี้เป็นความจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับชาติไทยเรา รอบด้านเขามองจ้อมาเป็นตาเดียวกันเลย เขาจะดูความสามารถของเมืองไทยเรา แสดงถึงความรักชาติ ความเสียสละ เป็นไปมากน้อยเพียงไร นี่เขาจะดูเรา ไม่ต้องสงสัยเขาดูอยู่แล้ว แล้วเราก็รักชาติของเราอยู่แล้ว ความรักชาติกับความเสียสละมันก็ไปพร้อม ๆ กัน ของเราก็มีพร้อมอยู่แล้วเหมือนกัน เพราะฉะนั้นจึงทำให้เต็มเหนี่ยวเวลานี้ เป็นเวลาที่สมควรอย่างยิ่ง เช่น ทองคำ เราจะได้ในเวลาอย่างนี้เท่านั้น นอกจากนี้แล้วใครไปหาทองคำมามอบให้ เอ้า นี่ทองคำอย่างนี้ไม่มีนะ

นี่เป็นเวลาจำเป็นเหตุผลพร้อมแล้ว ที่เราจะได้ทองคำซึ่งเป็นลมหายใจของชาติเข้าสู่คลังหลวงของเรา เป็นเวลานี้เท่านั้น จึงต้องขอบิณฑบาตจากบรรดาพี่น้องทั้งหลายตามเหตุผลกลไกที่เหมาะสมแล้วเวลานี้ ถ้าเลยเวลานี้แล้วจะไม่ได้นะ ทองคำจะไม่ได้ เราเกิดมานี้นานก็ไม่ได้ยินว่าใครเอาทองคำมาโยนให้คลังหลวงเท่านั้น ๆ โดยไม่มีเหตุผลกลไกอะไร ไม่เคยเห็น นี่มีเหตุผลกลไกจึงได้ทองคำมาถึง ๕ ตันกว่าแล้ว มาด้วยเหตุผลหาข้อตำหนิไม่ได้นะ ถึงเราจะได้ ๑๐ ตันหรือ ๒๐ ตันก็หาเหตุผลมาตำหนิเราไม่ได้เวลานี้ เป็นเวลาที่เราช่วยชาติของเราจากความล่มจมเข้าใจเหรอ จึงว่าเหมาะสมแล้วพี่น้องทั้งหลายฟังทั่วหน้ากันนะ จำเอา

เรื่องความอยู่ร่วมกันเป็นส่วนรวมต้องเป็นเหมือนอวัยวะเดียวกัน อย่าแตกอย่าแยกอย่ายุอย่าแหย่ อย่าทำลายกัน ซึ่งเป็นการทำลายตน เราอยู่ดี ๆ สังขารร่างกายดี เอามีดมาจิ้มลงไปนี้ดูซิ เลือดสาดออกมานี้เป็นยังไง เป็นของดีไหม ต้องหาหยูกหายา เจ้าของเจ็บปวดแสบร้อนหาหยูกหายา จะหายได้มากน้อยเพียงไรก็ต้องได้ยุ่งกันอยู่โดยดี นี่ชาติไทยของเราเมื่อมีความพร้อมเพรียงความสามัคคีกันแล้วก็เหมือนอวัยวะดี อยู่ร่วมกันเป็นผาสุก การประกอบหน้าที่การงานก็สะดวกสบายเพราะอวัยวะสมบูรณ์ไม่มีอะไรบกพร่อง เมืองไทยของเราก็ดีมีความรักซึ่งกันและกัน ประหนึ่งว่าอวัยวะเดียวกัน เกิดมาด้วยบุญด้วยกรรม มาอยู่ร่วมกันแล้วก็ให้มีความรักกัน มีความพร้อมเพรียงสามัคคีกัน อย่าถือสีถือสากันอย่างง่ายดาย ไม่เหมาะสม ให้เราเล็งถึงจุดใหญ่เป็นสำคัญ ชาติไทยของเราอยู่ได้ด้วยจุดใหญ่นะ ถ้ามีการแตกร้าวสามัคคีกันนี้ข้าศึกเข้ามาได้ง่ายด้วย ถ้าเรามีความแน่นหนามั่นคงนี้ เข้ามาไม่ได้ง่าย ๆ นะ ให้รักษาอันนี้ไว้ให้ดี

เรื่องศีลธรรมพี่น้องทั้งหลายอย่าปล่อยอย่าวางนะ การประกอบศีลธรรมเป็นสมบัติประจำใจ ใจนี้เคยพูดแล้วว่าไม่เคยตายว่าอย่างนี้เลย เอ้า ยันกันเลย นี่ได้เรียนมาแล้ว ปฏิบัติมาเต็มเหนี่ยวแล้วเรื่องใจดวงนี้ จิตตภาวนา พุทธศาสนานี้เท่านั้นที่จะเรียนวิถีทางเดินของจิต เกิด แก่ เจ็บ ตาย ตกนรกหมกไหม้ขึ้นสวรรค์ ชั้นพรหมนี้ เป็นวิถีทางเดินของจิตที่เป็นไปด้วยบุญด้วยกรรม กรรมดีกรรมชั่ว กรรมชั่วพาลง กรรมดีพาขึ้น นี่ติดอยู่กับนี้ นอกนั้นไม่ติด สมบัติเงินทองข้าวของอะไร ๆ ก็ตามไม่ติด ส่วนบุญกับบาปติดอยู่ในใจ ใจเป็นของไม่ตาย เอ้า ติดตามไปเรื่อย ๆ ทุกข์ยอมรับว่าทุกข์แต่ความฉิบหายของจิตไม่มี จิตไม่ตาย แล้วไปที่ไหนก็ไปได้ ๆ จนกระทั่งชำระซักฟอกให้บริสุทธิ์เต็มเหนี่ยวแล้วเหมือนพระพุทธเจ้า พระอรหันต์ จ้าขึ้นเลยนี่

นี่ตายที่ไหนดูซิ หมดแล้วเครื่องพาหมุนให้ไปเกิดที่นั่นตายที่นี่ คือใจจริง ๆ ไม่ได้ตายนะ ใจเข้าไปสู่ร่างใดก็เรียกว่าร่างนั้นเกิด เช่น เกิดเป็นสัตว์เป็นบุคคล แต่ใจนี้ไม่ตาย หากอาศัยบุญกรรมที่อยู่ในนี้พาไปเกิด ถ้าเป็นกรรมชั่ว ไปเกิดเป็นสัตว์ เป็นเปรตเป็นผี นรกอเวจี นี้กรรมชั่วพาจิตดวงนี้ ไสจิตดวงนี้ไป เจ้าของนั่นแหละทำชั่วเอง ด้วยความสมัครใจ ด้วยความลืมเนื้อลืมตัว ไม่เชื่อความจริง ไม่เชื่อบาปเชื่อบุญ ทำแต่บาป บาปบุญไม่ได้เข้าใครออกใคร อยู่กับการกระทำดีทำชั่วของตัวเอง ถ้าทำดีก็เป็นฝ่ายดีไป เป็นบุญเป็นกุศล ถ้าทำชั่วเป็นชั่วไป เป็นบาปเป็นกรรมพาลงนรกได้ไม่สงสัย

ใครอย่าเก่งกว่าศาสดานะ พระพุทธเจ้าได้ตรัสรู้นี้ทรงบำเพ็ญพระบารมีมาเท่าไรก็บอกแล้ว ๓ ขั้นนะ พระพุทธเจ้าขั้นเยี่ยมที่สุดทรงสร้างบารมีถึง ๑๖ อสงไขย แสนมหากัป ขั้นที่ ๒. ๘ อสงไขย แสนมหากัป ขั้นที่ ๓. ๔ อสงไขย แสนมหากัป จึงเป็นพระพุทธเจ้าขึ้นมาสั่งสอนโลกได้ ทุกสิ่งทุกอย่าง สวากขาตธรรม ตรัสไว้ชอบทั้งหมด เพราะรู้ชอบเห็นชอบทุกอย่างแล้วสอนมาไม่ผิด เราคนไหนที่จะเก่งกว่าพระพุทธเจ้า ไปลบล้างด้วยอำนาจแห่งความมืดความบอดของตัวเอง มันจะลงนรกทั้งนั้นแหละไม่ไปอย่างอื่น ถ้าใครเก่งกว่าศาสดาแล้วจมทั้งนั้น เป็นอย่างอื่นไปไม่ได้ชี้นิ้วเลย นี่ศาสดาองค์เอกที่จะตรัสรู้มาสั่งสอนสัตว์โลกเป็นของเล่นเมื่อไร นี้ก็มีเพียงพระองค์เดียว เพราะทำความปรารถนาเป็นพระพุทธเจ้านี้ตามที่ท่านแสดงไว้ เวลาท่านเสด็จลงมาจากชั้นดาวดึงส์ โปรดพระมารดาของท่านลงมานี้ ท่านเปิดใจเปิดพระทัยของท่านแสดงฤทธิ์ของศาสดาจารย์เวลานั้นให้เห็นทั้งพวกสวรรค์ชั้นพรหม เห็นมนุษย์ เห็นทั้งนรกอเวจีให้เห็นทั่วหน้ากันหมด ทีนี้ใครก็เกิดความอัศจรรย์ละซิ

พระพุทธเจ้าแสดงฤทธิ์ให้เห็น เมื่อเห็นแล้วใครก็มีความกระหยิ่มยิ้มย่องต่อความเป็นศาสดา ปรารถนาเป็นพระพุทธเจ้า ปรารถนาเป็นพุทธภูมิเวลานั้นไม่ทราบว่ากี่ล้าน ๆ คน ใครอยู่ที่ไหนมันก็เห็นหมด เห็นเรื่องความจริงทั้งหลายที่มีมาดั้งเดิมแต่ไม่เคยเห็น ปิดอยู่นี้ เวลานั้นเป็นฤทธาศักดานุภาพของพระพุทธเจ้าเปิดออกหมด ให้โลกทั้งหลายได้เห็นชัดเจนตามความจริงนั้น ตั้งแต่สวรรค์ชั้นพรหมมานี้เห็นหมด ลงนรกอเวจีเห็นไปหมด อันนี้พระพุทธเจ้าผู้แสดงฤทธิ์เดชก็เห็น เห็นพระพุทธเจ้ามันก็เกิดความอัศจรรย์ในพระพุทธเจ้า ปรารถนาพุทธภูมิอยากเป็นพระพุทธเจ้า นี่ในตำราบอกชัดไว้อย่างนั้นนะ

ทีนี้เวลาปรารถนามากต่อมากนี่ พระพุทธเจ้าก็ทรงรับสั่ง เออ การปรารถนาเป็นพระพุทธเจ้านี้ก็เป็นฝ่ายดีท่านว่าอย่างนั้นนะ ก็ยอมรับว่าเป็นของดี แต่ที่จะให้เป็นไปตามความมุ่งหมายนั้น เหล่านี้จะได้ ๑ คนนั่นเห็นไหมท่านว่า คนที่ปรารถนาเป็นพระพุทธเจ้ามากขนาดไหน จะได้เป็นพระพุทธเจ้าอย่างแท้จริงนี้อย่างมาก ๑ คน เพราะยากที่สุดความเป็นพระพุทธเจ้า ด้วยเหตุนี้พระพุทธเจ้าจึงมาอุบัติได้เพียงพระองค์เดียว ก็พระองค์ทรงรับสั่งไว้แล้วว่า การที่เป็นพระพุทธเจ้านี้เป็นของที่ยากแสนสาหัส ไม่เอาจริงเอาจังสมภูมิของศาสดาที่จะเป็นพระพุทธเจ้าได้แล้ว เป็นไม่ได้ท่านว่า คือไปก็เถลไถลไปเสีย ไม่ได้ไปละซิ อู๊ย.ไม่ไหวแหละ หลับครอก ๆ เหมือนพวกเรานี้แหละ

ทางจงกรมนั้นคือทางไปสวรรค์นิพพาน ทำไว้ให้นั่นน่ะ ทางจงกรมอยู่ทุกแห่งทุกหน ทางพระก็มีทางในครัวก็มี ทำไว้เพื่อไปสวรรค์นิพพาน เอ้า ลงไปจะไปสวรรค์นิพพาน พอเดินก้าวไปมันไม่กี่ก้าวละ เหนื่อยแล้วแวะเข้าหมอนเสีย แวะเข้าเสื่อเสีย ตกลงเลยไม่ถึงสุดทางจงกรม ถึงสวรรค์นิพพานได้ มันแวะเข้าเสื่อเข้าหมอนไปเสียหมดเข้าใจเหรอ แล้วจะพูดอะไรที่ใครปรารถนาแม้แต่ทางจงกรมไม่ได้ยาวอะไรนัก มันยังไปไม่ถึง แวะเข้ามาหมอนเสีย เสื่อเสีย เรากลัวเหลือเกิน กลัวพวกนี้จะแวะ เดี๋ยวนี้หรือหลับครอก ๆ อยู่ก็มีไม่รู้นะ มันไปหาเสื่อหาหมอนไม่ทันหลับครอก ๆ อยู่ตามนี้ก็ไม่รู้

นี่ละพระพุทธเจ้าปรารถนา ทีนี้เวลาได้ตรัสรู้มาแล้วเรียกว่าโลกนี้ไม่มีใครเสมอเหมือนเลย นี่ละความรู้ที่เป็นขึ้นในจิต อำนาจของธรรมที่แสดงมาเปิดสิ่งที่ปิดบังคือกิเลสประเภทต่าง ๆ ออกหมดโดยสิ้นเชิงจ้าไปหมดเลย นั่นละจึงได้สอนโลกด้วยความรู้ยิ่งเห็นจริง จึงเรียกว่า สวากขาตธรรม ตรัสไว้ชอบแล้ว ไม่มีผิดมีเพี้ยน แล้วใครจะเป็นผู้สามารถลบล้างศาสดามีเหรอ จะเป็นไปได้เหรอ ถึงเป็นไปไม่ได้มันก็ไม่ถอยกิเลสนะ เรื่องจะถอยต่อธรรมทั้งหลายไม่ถอย มันต้องลบตลอดเวลา ใครจะทำถูกทำดีขนาดไหนก็ตาม กิเลสมันจะตำหนิทั้งนั้นแหละ ถ้าเป็นทางกิเลสนี้กล่อมไปได้สบาย ๆ ให้ระวังอันนี้ให้ดี เรื่องของอรรถของธรรมซึ่งเป็นของดีงามนี้ กิเลสจะตามเหยียบตามย่ำไปหมดแหละ บาป บุญ นรก สวรรค์จะไม่มี มีแต่ความเพลิดความเพลิน ความสุกเอาเผากิน เต็มบ้านเต็มเมืองเต็มสัตว์เต็มบุคคล นี่ละตัวจอมปลอมที่จะทำลายความจริงที่พระพุทธเจ้าสอนไว้แล้ว มันจะไม่ยอมให้ฟังเสียงพระพุทธเจ้า มันจะลงตรงนี้นะ ให้ระวังให้ดี ฝืนให้ดีนะไม่อย่างนั้นจมจริง ๆ

เราก็สุดหัวใจแล้วที่สอนพี่น้องทั้งหลาย นี้สอนภูมิของหนูก็ตามเราไม่ได้สงสัยในการสอน ไม่ได้หลับตาสอนนี่นะ ลืมตาตามตาของหนูของช้างนั่นแหละ ตาหนูตาช้างมีเหมือนกัน ตาช้างตาใหญ่เห็นได้ไกล มองไปได้ไกล ตาหนูมันเห็นแค่นี้ก็เอา เราถึงเป็นตาหนูแค่นี้เราก็เอาแค่นี้ แต่แค่นี้เราก็ไม่ไหวแล้วแหละ บางคนมันยังปีนหาเสื่อหาหมอน กำลังเทศน์อยู่มันยังปีนหาเสื่อหาหมอนเข้าใจไหมล่ะ อู๊ย.ลำบากนะสอนคน เอาละพอ ต่อไปนี้จะให้พร

อ่านธรรมะหลวงตาวันต่อวัน ได้ที่ www.luangta.or.th


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก