สำคัญที่หัวหน้า
วันที่ 8 มกราคม 2545
สถานที่ : วัดป่าบ้านตาด
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :

สำคัญที่หัวหน้า

นี่เราก็ได้พูดให้ท่านนายกทราบตั้งแต่วันท่านไปเยี่ยมเราว่า การช่วยชาติบ้านเมืองนี้สุขภาพเราอ่อนลงมากแล้ว การเปิดบัญชีรับบริจาคตามปกติที่เปิดมาแล้วนั้น ถือเป็นปกติ เปิดไว้ตามเดิม แต่เรื่องของเราที่ทำหน้าที่จริง ๆ ได้แก่การไปเทศน์ในที่ต่าง ๆ ตามคำนิมนต์ของงาน ทีนี้ธาตุขันธ์เราอ่อนลง ๆ เราก็จะขอผ่อนอันนี้ไปเลย จะตัดขาดจริง ๆ ยังไม่ได้ ถ้าขาดจริง ๆ ก็ประหนึ่งว่าขาดทั่วประเทศไทย อย่างนั้นนะ การเทศนาว่าการนี้เราจะรับให้เท่าที่จำเป็นเท่านั้น นอกจากนั้นเราก็ขอผ่าน ๆ เพื่อพักผ่อนร่างกายเรา พูดอย่างนั้นกับท่านนายก ท่านนายกเห็นว่ายังไง หลวงตาว่าอย่างนั้นแหละ นี่สุขภาพมันเป็นอย่างนี้แหละ เหตุการณ์บ้านเมืองก็เรียกว่าเป็นไปด้วยความราบรื่นดีงามทุกอย่าง ตั้งแต่พี่น้องชาวไทยเราช่วยกันฟื้นฟูขึ้นมา ก็เห็นว่าเป็นความราบรื่นดีงาม สมควรที่จะลดหย่อนผ่อนผันในสิ่งจำเป็นคือธาตุขันธ์ของเรา เกี่ยวกับการเทศนาว่าการลงได้บ้างแล้ว เราก็ว่าอย่างนั้น การเทศน์นี้จะไม่รับในที่ทั่วไปเหมือนอย่างแต่ก่อน เราจะรับให้เท่าที่จำเป็น ๆ จริง ๆ เราบอกอย่างนั้น ท่านนายกจะเห็นว่ายังไง ก็เรียนถามท่านแหละ

ท่านก็ว่า โอ๊ เรื่องธาตุเรื่องขันธ์นี้ก็ไม่ทราบจะคัดค้านได้ยังไง เพราะมันเป็นอยู่กับทุกคน แน่ะ ก็พูดมีเหตุมีผลใช่ไหมล่ะ เป็นอันว่าไม่คัดค้าน แล้วส่วนอื่นล่ะ เราก็บอกว่าส่วนอื่นไม่มีอะไร แล้วการเปิดบัญชีไว้รับบริจาคของพี่น้องชาวไทยทั้งประเทศนี้ มีข้อบังคับ มีกฎหมายบ้านเมืองอะไรขัดข้องกันกับเรื่องการเปิดบัญชีนี้ไว้ตลอดไปหรือไม่ ท่านบอกว่าไม่มีอะไรขัดข้อง เพราะเมืองไทยเราก็ต้องการอย่างนั้นอยู่แล้ว แน่ะ ก็ยิ่งเปิดทางออกไปอีก ตกลงก็พูดกันเพียงเท่านั้น ท่านบอกว่าก็เห็นความจำเป็นของหลวงตา ธาตุขันธ์อยู่กับทุกคน เป็นยังไงก็จำต้องปฏิบัติตามธาตุตามขันธ์ เรียกว่าไม่มีอะไรคัดค้านได้ พอลงไปคนก็รุมแหละ อยู่ข้างบนก็รุมแล้ว ลงไปนั้นก็รุมกันอีก ว่าต่อไปนี้หลวงตาท่านจะงดการช่วยชาติแล้วนะ ท่านกลับขึ้นอย่างนั้น ต่อไปนี้หลวงตาเราจะงดการช่วยชาติแล้วนะ พูดรวมไปหมดเลยล่ะซิ คนก็เอากันใหญ่ที่นี่ ไปใหญ่เลยนะ อย่างนั้นนะ ทีนี้เลยนิมนต์ย้ำเข้ามา ๆ เห็นไหมล่ะ เป็นอย่างนั้น

การพูดเหล่านี้เราเชื่อนายกว่าเป็นผู้ที่คิดอ่านเรียบร้อยแล้วถึงพูดอย่างนี้ เพราะฉะนั้นเราจึงไม่อธิบายอะไรในคำนี้ เข้าใจไหม ท่านพูดอย่างนี้มีความหมายอะไร ๆ บ้าง ท่านถึงมากระตุกเอาอย่างนั้นทีเดียวเลย ทีนี้คนก็ฮือกันใหญ่ เพียงกระดิกเท่านั้นเอาแล้วเริ่มแล้ว จะทำยังไงล่ะ คนก็ฮือฮา ๆ กัน เราก็ได้ชี้แจงตามนี้ ชี้แจงกับท่านนายก เราบอกการเทศนาว่าการเราจะลดลงเป็นลำดับตามธาตุขันธ์ของเรา เราช่วยมานี้ก็ร่วม ๔ ปีแล้ว หนักมาก ท่านก็บอกไม่ทราบจะเอาอะไรขัดข้อง เพราะธาตุขันธ์เป็นความจำเป็นอยู่กับทุกคน ท่านพูดถูกต้องดี ตกลงว่าท่านก็ไม่ขัดข้อง แต่ออกไปบอกว่า หลวงตาของเราจะหยุดการช่วยชาติแล้วนะ เลยกระตุกคนทั้งประเทศเลยที่นี่ ทีนี้ก็ฮือใหญ่ละซี เรื่องราวมันขึ้นตรงนี้ละ ตรงที่นายกเรากระตุกขึ้นปึ๊งนี่ เราก็ไม่ทราบความมุ่งหมายของท่าน แต่เราก็ไม่คัดค้านคำพูดเช่นนี้ เป็นคำพูดที่เหมาะสมสำหรับท่าน อุบายของท่านเอง เราไม่ไปคัดค้าน

อย่างนี้ละจะทำไง เพียงแย็บขึ้นเท่านี้กระเทือนไปหมดทั่วประเทศไทยแล้ว เพียงท่านแย็บเท่านั้นกระเทือนไปหมดแล้ว นี่ซิจำเป็นได้ถูได้ไถอยู่อย่างนี้ละจะทำยังไง ถ้าธรรมดาเราไม่เอาอะไรแหละ การเทศนาว่าการสอนพระมาตลอดตั้งแต่พระมาอยู่ด้วย เทศน์อบรม เว้นแต่ที่เราไม่อยู่ ถ้าเราอยู่แล้วปกติก็ต้องประชุมประมาณสัก ๗ วัน ๘ วัน หรือว่า ๑๐ วันประชุมทีหนึ่ง ๆ ตลอด ประชุมพระเราเรื่อย ๆ พออายุ ๘๐ แล้วหยุดเลย หยุดก็หยุดขาดเลยไม่เอาเลย อย่างนั้นนะ ทีนี้บ้านเมืองก็เป็นอย่างนี้ขึ้นมาถึงได้พลิกใหม่ เมื่อธาตุขันธ์พอพลิกได้ก็ต้องพลิก พลิกใหม่ ถึงได้ช่วยพี่น้องชาวไทยมาร่วม ๔ ปีนี้แล้ว ทีนี้ก็จะลาเวทีละ นายกก็กระตุกหลวงตาตกเวทีไปเลย ไม่ได้ว่าจะลาเวทีนะ หลวงตาตกเวทีไปเลย คนก็รุมใหญ่ละซี เรื่องราวก็เป็นอย่างนั้นจะทำไง

นี่ก็จะติดต่อกันไปแล้ว อย่างวัดสุทธาวาสก็ไปไม่ได้แล้ว วัดสุทธาวาสเป็นวัดที่เราเทิดทูนตลอดมา เราไม่เข้าไปเกี่ยวข้องตั้งแต่ตอนเอาเหรียญ เอาพระพุทธรูป เอารูปครูบาอาจารย์ ของขลัง ๆ มาไว้ที่หน้าพิพิธภัณฑ์ ซึ่งผิดความมุ่งหมายอย่างยิ่งทีเดียว พอเราทราบ เขาก็ไม่มาไหนนะ ก็ต้องมาหาเรานี่แหละ เรื่องไม่ไปไหนนะ เรื่องราวมันเกิดขึ้นอย่างนั้น โกลาหลอลหม่านในจังหวัดสกลนคร ประชาชนเขาไม่พอใจ มาทำอย่างนี้ขัดกันมากกับอุบายวิธีการและวัดนี้ดำเนินมาด้วยกรรมฐาน สงบงบเงียบ หลวงปู่มั่น หลวงปู่เสาร์ เป็นผู้มาสร้างวัดนี้ เขายกขึ้นแล้วนะ มีแต่ความสงบงบเงียบเป็นศีลเป็นธรรม แต่พอสร้างพิพิธภัณฑ์ขึ้นเรียบร้อยแล้ว ซึ่งมีความมุ่งหมายจะให้เป็นประโยชน์แก่ส่วนรวมมากมาย แล้วทำไมเรื่องจึงมามีอย่างนี้

สมภารล่ะซี เอาเหรียญเอาอะไรมาขายเกลื่อนอยู่ที่หน้าพิพิธภัณฑ์ เขาก็มาฟ้องร้องเรา ประชาชนทางสกลนคร ว่าเวลานี้ดูไม่ได้เลย เข้าไปเห็นแต่สินค้า ขายพระขายเหรียญขายครูบาอาจารย์เต็มหน้าพิพิธภัณฑ์เลย แม่ชีก็ไปอีกแบบหนึ่ง พระก็ไปอีกแบบหนึ่ง ขึ้นแล้วที่นี่ เข้าไปดูไม่ได้ว่างั้น ก็มองเห็นแต่หลวงตาองค์เดียว คนอื่นจะแก้ไม่ตก มาขอนิมนต์เราไปดูเหตุการณ์ จะได้เห็นทันทีว่างั้น เราก็ไปดู ก็เป็นอย่างนั้น นี่ละเรื่องราวมัน ก็ได้ว่ากันอย่างเต็มเหนี่ยวเหมือนกัน ไม่มีใครค้านเราได้เลย ยกเลิกเบิกหนีหมดเลย ไม่นานเข้ามาอีก เอาอีก อย่างนั้นนะ

พอถึง ๒ ครั้งแล้วเราก็เลยเลิก ทีนี้ไม่พูดแหละ ไม่เอาไม่เข้าไปเลยวัดสุทธาวาส เป็นเวลาหลายปีเหมือนกัน ใครมาบอกมาเล่ายังไงก็แล้วแต่ท่านทั้งหลายเถอะ เราก็พูดเอง ใครก็เห็นด้วยกันแล้ว เหตุผลกลไกที่พูดก็มีหลักมีเกณฑ์ ไม่มีใครคัดค้านต้านทาน ชาวเมืองเห็นด้วยทั้งเมืองแล้วจะให้ว่ายังไง เรื่องเหล่านั้นมันก็เป็นเรื่องของผู้หน้าด้าน เราก็ว่าอย่างนี้ เราก็ไม่ไปเลย สุดท้ายเขาก็ยกขบวนซัดกันล่ะซี พอเราไม่เข้าเท่านั้น ไม่เข้าวัดนี้ไม่เข้าจริง ๆ เราถ้าว่าอะไรจริงทุกอย่างนี่นะ ว่าไม่เข้า ไม่เข้าเลย เขานิมนต์ไปในงานเทศน์ต่าง ๆ ไม่ตอบจนกระทั่งจดหมาย ไม่ตอบเลย อย่างที่จดหมายมางานประจำปี ๆ เขามานิมนต์ ไม่ตอบเลย จดหมายก็ไม่ตอบ เจ้าของก็ไม่ไป

ทีนี้เขาก็ยกขบวนกันแห่กันไป เรียกว่าเขาขับไล่นั่นเองจะเป็นอะไรไป นั่นน่ะบทเวลาเอาจริง ๆ ไม่มีทางไป เขายกขบวนไปขับไล่ ตกลงก็ได้หนีล่ะซี ไม่หนีไม่ได้คนทั้งเมืองเขาไม่พอใจ มาทำลายวัดทำลายวาทำลายศาสนา เขาก็ว่าตรง ๆ เลย ตกลงเขาขับไล่ ไม่พอใจให้อยู่ ตกลงเลยหนีไป พอหนีไป ตั้งเจ้าอาวาสวัดไหนมาเราก็ฟังเสียงเสียก่อน ตั้งเจ้าอาวาสมาให้หัวหน้ามาอยู่ เราก็คอยฟังเสียงจะเป็นแง่ไหน ๆ จนกระทั่งสงบเรียบร้อยทุกอย่าง เห็นว่าเป็นธรรมแล้ว เจ้าคุณปัจจุบันนี้ท่านมาเป็นเจ้าอาวาส รู้สึกทุกสิ่งทุกอย่างสงบเรียบร้อย เราเลยด้อม ๆ เข้าไปดู ทีนี้ด้อม ๆ นะ ควรเผ่นก็จะเผ่น เข้าไปเห็นว่าเรียบร้อยแล้ว ตั้งแต่นั้นต่อไปเราจึงเข้าอีกนะ เข้ามาตลอดนี่ละ

นี่ท่านมานิมนต์ ถ้าเราว่างเราจะต้องไปแน่ ๆ เป็นอย่างนั้นละ เรื่องราววัดสุทธาวาสไม่ใช่เล่น ๆ เราก็เดือดร้อนเหมือนกัน อะไร ๆ ก็มาถึงเรา ๆ ไม่ไปไหน คนทั้งเมืองก็มาหาเราคนเดียวจะว่าไง ให้เราไปชำระเรื่องราว เพราะเรื่องราวมันก็อุจาดบาดตาเหลือประมาณ ดูหน้าพิพิธภัณฑ์มีแต่เหรียญแต่อะไรขายเกลื่อนเต็มไปหมด ดูไม่ได้ว่างั้นเถอะน่ะ จนกระทั่งถึงชาวเมืองเขาดูไม่ได้ เขาถึงได้วิ่งมาหาเรา จากนั้นเราก็พูดอย่างนั้น ไปดูแล้วมันก็หน้าด้านอย่างว่า เวลาไปไม่มีอะไรคัดค้าน ยอมหมด พอมาก็รุมเข้าไปอีก เหมือนจอกแหนมันรุมเข้ามาปิดน้ำนั่นแหละ ถึงสองครั้งเราเลยไม่ไป ว่าอะไรเฉยเลยไม่เอา ก็เลยถูกขับไล่ ชาวเมืองนะขับไล่ ไม่ใช่ธรรมดา เขาไม่พอใจเพราะไปทำอย่างนั้น จากนั้นมาแล้วก็เรียบร้อย

นี่ถึงพูดเรื่องจุดรวมก็เป็นอย่างนี้ เอะอะก็มาหาหัวหน้า ๆ ล่ะซิ ที่วัดสุทธาวาสประหนึ่งว่า เขาก็จะถือเราเป็นหัวหน้าองค์หนึ่งสำคัญที่ลดจากพ่อแม่ครูจารย์มั่นลงมา เพราะงานทุกอย่างเกี่ยวข้องกับเราตลอด ๆ อย่างสร้างพิพิธภัณฑ์ก็เหมือนกัน เขาก็มาขอให้เราเป็นประธาน เราก็รับทันทีเลยด้วยความเทิดทูนพ่อแม่ครูจารย์มั่น เรื่องราวก็เป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อยทุกอย่าง เวลาทำลงไปแล้วเรื่องอันนี้มันก็ขึ้นมา เรื่องหารายได้หาผลหาประโยชน์ เราเลยเลิก หนี จนกระทั่งเขาขับไล่กันเราถึงได้กลับไปอีก อะไรมันก็วิ่งมาที่นี่ ๆ จะว่าไง

อย่างวัดอุดมสมพร วัดครูจารย์ฝั้น นั่นก็เหมือนกัน นั่นพระนะมา วิ่งมาหาเรา ไม่มีที่ไหนที่จะระงับเหตุการณ์ได้นอกจากท่านอาจารย์กับท่านอาจารย์ฝั้นเท่านั้น มาหาเรา เราก็ไปหาท่านจริง ๆ เรื่องก็เงียบไปเลย อย่างนั้นแล้ว มานี้ละไม่ไปไหน สุทธาวาสก็มานี่ วัดอุดมสมพรก็มาที่นี่ จึงว่าหัวหน้าสำคัญอยู่นะ อย่างผู้ใหญ่ในกรุงเทพที่จะสร้างพิพิธภัณฑ์ให้หลวงปู่ขาวนี่ พิพิธภัณฑ์นี้เงินพอแล้วทุกอย่าง อะไร ๆ ก็พอหมด แล้วยังมานิมนต์เราไปเป็นประธาน เราก็เลยว่าให้บ้าง เป็นประธานอะไร ทุกสิ่งทุกอย่างไม่มีอะไรบกพร่อง เงินก็พอเรียบร้อยแล้ว แล้วจะให้ไปเป็นประธานอะไร เขาพูดมาเราก็หยุดชะงักเลย เขามีเหตุผลเหนือเรา โอ๋ย เรื่องเงินเรื่องทองไม่มีอะไรสำคัญยิ่งกว่าประธานนะท่านอาจารย์ เรื่องประธานนี้ครอบหมดเลย ถ้าไม่มีประธานเสียอย่างเดียว สิ่งเหล่านั้นไม่มีความหมาย

เราก็สะดุดกึ๊กถึงพิพิธภัณฑ์หลวงปู่มั่นทันที เพราะหลวงปู่มั่นเราเป็นกันชนเป็นประธาน โห มีแต่เขาโค้ง ๆ ไม่ใช่เล่น ๆ มาฟัดกัน เราก็เป็นกันชนเข้าตีแตกกระจาย ๆ เรียบร้อยไปโดยลำดับ ตีแตกกระจายเรียบร้อยโดยลำดับ จนกระทั่งเรียบร้อยสมบูรณ์แบบ นั่น พอมาพูดถึงเรื่องประธานเป็นสำคัญนะท่านอาจารย์ อันใดไม่มีความหมาย สำคัญอยู่ที่ประธาน เรายอมรับทันที ตกลงก็เลยเป็นอีก นี่ก็เขาโค้ง ๆ เหมือนกัน เราก็กันชนตีดะทั้งสองฟาก ยอมด้วยเหตุผลทุกอย่าง สงบเงียบเลย นั่น นี่คำว่าเหตุผล สำคัญนะ เหตุผลเหนือกว่าแล้วจะค้านไปไหน ชี้แจงให้ทราบทุกแง่ทุกมุมแล้วค้านไปไหน ต่างคนต่างต้องลงกัน

สองแห่งนี่หนัก พิพิธภัณฑ์ของหลวงปู่ฝั้นเป็นที่หนึ่ง หนักมากเทียว นี่ก็สมเหตุสมผลที่เขาหาประธานมาตั้งแต่วันท่านมรณภาพ ท่านอาจารย์ฝั้นมรณภาพจะสร้างพิพิธภัณฑ์ท่าน หาประธานนี่ ขึ้นต้นก็ขึ้นเราเลย เราก็ปัดเราบอกเราไม่เล่นด้วย เราแก่แล้วให้อยู่ตามสภาพเถอะ ให้พากันจัดกันทำกันไป ไปจัดประธานได้ ๔ ปี จัดคนนี้ คนนี้เห็นด้วยคนนั้นเห็นด้วย คนนี้ไม่เห็นด้วย เอากันอีก เอาล้มองค์นี้ไปตั้งองค์นั้นเป็นประธาน คนนั้นเห็นด้วย คนนี้ไม่เห็นด้วย ซัดกันได้ ๓ ปีเต็ม ตั้งขึ้นทีไหนก็ล้ม ๆ สุดท้ายเป็นอุบายของเขาอะไรก็ไม่รู้แหละ เราก็ไม่ทราบได้ คงประชุมกันนั่นแหละ

ปีที่สี่นี้ประชุมคณะกรรมการจะก่อเจดีย์หลวงปู่ฝั้น คณะกรรมการมา ๕ คนเท่านั้นเอง ที่นี่หมดหวังแล้ว ถึงได้รวมหัวกันทั้งทางผู้ว่าด้วย ผู้กำกับการตำรวจด้วย ประชาชนผู้สำคัญ ๆ ที่สกลนครด้วย รวมหัวกันมาหาเรา มีท่านสุวัจน์เป็นประธานมาชี้แจงอย่างสุดอย่างสิ้น ว่าหมดหนทาง เห็นท่านอาจารย์องค์เดียว ตั้งประธานกรรมการมาไม่รู้กี่ครั้งกี่หน ล้มเหลว ๆ ไปหมด คราวนี้มีคนมาประชุมปรึกษากันเรื่องจะก่อเจดีย์นั้นเพียง ๕ คน จึงว่าสิ้นสุดแล้วไม่มีทางแหละ ก็มีแต่ท่านอาจารย์ ผู้ว่าก็มา ผู้กำกับก็มา ประชาชนที่สำคัญ ๆ ก็มา มายกเหตุยกผลให้เราฟัง มันหมดมันสิ้นแล้ว ๔ ปีนี้แล้ว ปีนี้จะไม่มีคณะกรรมการมาประชุมเลย ก็แสดงว่าจะหมดแล้ว ไม่มีทางอาศัยก็ต้องวิ่งมาหาครูบาอาจารย์ แน่ะ เอาแล้วนะ

ตกลงเราก็พิจารณาเหตุผล เราจึงยอมรับ พอเรารับเท่านั้น เรื่องราวก็ดังขึ้นทันทีว่า หลวงตาบัวรับเป็นประธานเรียบร้อยแล้ว ดังเข้าไปในกรุงเทพเท่านั้น ทางโน้นถามมา เราก็ยอมรับตามความจริง ทีนี้เรื่องมันก็ขึ้นพรึบเลย นั่น เจดีย์ถึงได้สำเร็จ เป็นอย่างนั้นนะ เรื่องหัวหน้าถ้าเขาไม่เคารพไม่ลงใจแล้วเป็นไปไม่ได้นะ ถ้าลงใจแล้วเป็นไปได้ทั้งนั้นแหละ

การพูดนี้พูดให้พี่น้องทั้งหลายทราบว่า เรื่องหัวหน้านี่สำคัญ เข้ามาสุดท้ายนี้ก็อีก เราเพียงขอลดหย่อนผ่อนผันลงเท่านั้น เราไม่ได้ปิดหมดนี่นะ เช่น บัญชีที่เปิดไว้รับบริจาคเราก็เปิดไว้ตามเดิม สำหรับเรานั้นขอความผ่อนผันสั้นยาว เราจะขอรับให้ในการเทศนาว่าการในที่ต่าง ๆ เราจะรับให้เท่าที่จำเป็นเท่านั้น นอกจากนั้นเราจะไม่รับ พอลงไปนายกก็ตั้งข้อกระตุกปึ๊งขึ้นทันที คนก็เลยฮือหมดทั้งประเทศ เราก็ได้แก้ข่าว จะทั่วถึงหรือไม่ทั่วถึงก็ไม่ทราบแหละ ก็บอกว่าเราลดในสิ่งที่ควรลด อันไหนที่เป็นความจำเป็นเป็นภาคพื้นดีงามอยู่แล้วเราไม่ลด เราจะค่อยลดลงแต่การเทศนาว่าการ แม้เช่นนั้นก็ยังฮือ ๆ ขึ้นแล้ว ฟังซิ ทางไหน ๆ ก็ยุ่งกันไปหมดทั้งเมือง แน่ะเป็นอย่างนั้นนะ

จุดใหญ่จุดรวมชาติไทยของเราคราวนี้ก็มี ทางบ้านเมืองกับทางศาสนา ทั้งสองด้านนี่ พอทางนี้ลดลงเท่านั้นเหมือนหนึ่งว่าตัดขาดไปเลย มันก็เลยยุ่งกันใหญ่ เป็นอย่างนั้นนะ พี่น้องทั้งหลายทราบเสียเรื่องหัวหน้า ถ้าเขาไม่เคารพนับถือยังไงก็เป็นไม่ได้ ถ้าเขาเคารพนับถือ ไม่ว่าผู้ใดเป็นได้ทั้งนั้น ความสามารถมีหรือไม่มีเขาต้องพิจารณาเรียบร้อยแล้ว ก่อนที่เขาจะออกเป็นความพร้อมหน้ากันทุกอย่าง ทั้งฝ่ายค้านทั้งฝ่ายเห็นด้วย ก็ต้องเป็นไปด้วยความคิดความเห็นทุกอย่างเสียก่อนจึงจะแสดงออกมาในส่วนรวม อันนี้เราก็เพียงแย็บเท่านั้นเรื่องราวก็เป็นอย่างนี้จะทำยังไง แต่อย่างไรก็ตามเราก็จะปฏิบัติตามที่พูดนี้ คือจะรับให้เท่าที่จำเป็น ๆ ถ้าไม่จำเป็นนักเราก็ขอผ่านไป ๆ อย่างว่า

นี่ก็จำเป็นที่นี่ ชาติไทยก็เป็นของทุกคน ต้นไม้ต้นหนึ่งกิ่งก้านสาขาดอกใบกว้างขนาดไหน มาหาต้นไม้ต้นเดียว ๆ อันนี้ประชาชนมีจำนวนมากเท่าไร หัวหน้านั่นคือต้นไม้ ก็ต้องเกี่ยวโยงเข้ามาหาต้นไม้คือหัวหน้า ๆ เป็นจุดรวมจุดใหญ่จุดจะพาเคลื่อนไหวทุกอย่างอยู่กับหัวหน้า ๆ เวลานี้ก็มีอยู่ ๒ ภาค ภาคชาติภาคศาสนา ภาคชาติก็คือทางบ้านเมือง เขาก็ดำเนินทางนั้น ทางศาสนาที่ช่วยสนับสนุนเราก็พาดำเนินไปอย่างนี้ ก็เรียกว่าหัวหน้า เพราะฉะนั้นมันจึงเกี่ยวโยงกันตลอด

สำหรับเราเองเราเมตตาสงสาร แต่ธาตุขันธ์มันก็อย่างที่ว่านี่ มันไม่ค่อยเอาไหนให้ละ ๒ วันดี ๓ วันร้ายอยู่อย่างนั้น เราก็ทนเอาเมื่อพอทนได้ จึงขอให้พี่น้องทั้งหลายได้ตั้งอกตั้งใจพยุงชาติไทยของเรา คราวนี้เป็นคราวสำคัญมากสำหรับชาติไทยของเรา อย่างไรก็จะต้องกลายเป็นเรื่องประวัติศาสตร์ของชาติไทยโดยตรง ในการช่วยชาติไทยคราวนี้ เพราะเป็นเรื่องที่ผาดโผนโจนทะยานอยู่พอสมควร ฝ่ายลบนั่นแหละผาดโผนมาก ทีนี้ฝ่ายบวกก็รวมหัวกันทั้งประเทศ มันก็ต้องผาดโผนมากไปตาม ๆ กัน เมื่อเป็นเช่นนั้นมันก็ควรอย่างยิ่งที่จะออกเป็นประวัติศาสตร์ได้

ด้วยเหตุนี้เองงานของชาติไทยเราคราวนี้ ซึ่งช่วยชาติเต็มกำลังความสามารถในจำนวนคน ๖๒ ล้านคนนี้ ต่างคนต่างมุ่งหน้ามุ่งตาที่จะช่วยชาติของตน แล้วก็ต้องให้ต่างคนต่างอุตส่าห์พยายามตามความจำเป็นของเรา เพราะงานคราวนี้จะเป็นงานประวัติศาสตร์โดยตรง ยังไงต้องออกเป็นประวัติศาสตร์ การได้เป็นประวัติศาสตร์เราก็ควรจะให้มีหลักเป็นที่ระลึก แห่งการออกสนามรบกับความจนของเราบ้างพอสมควร อย่างทองคำที่เคยพูดแล้วนั้นแหละ วันนี้อย่าให้พูดซ้ำอีกเถอะ ดังที่เคยพูดแล้ว นี้แหละเป็นเครื่องหมายแห่งประวัติศาสตร์แห่งเมืองไทยของเราที่กู้ชาติขึ้นมา ด้วยความรักชาติด้วยความอุตส่าห์พยายามของพี่น้องชาวไทยเรา ผลเป็นขึ้นมาอย่างนี้ ให้ได้เห็นจุดนั้นนะ จุดที่ได้ประกาศให้พี่น้องทั้งหลายทราบมาแล้วนั้น ผลเป็นอย่างนี้ แล้วจะเป็นที่อบอุ่น เพราะได้พิจารณาทุกอย่างแล้วก่อนที่จะนำมาประกาศให้พี่น้องทั้งหลายทราบ ได้พิจารณาได้ไปดูทุกอย่างดังที่เคยพูดแล้ว

จึงว่าขอให้เชื่อนะ เราเป็นผู้ไปดูเอง มาเตือนพี่น้องทั้งหลายเพื่อพยุงชาติไทยของเรา ซึ่งเวลานี้กำลังอ่อนมากเฉพาะอย่างยิ่งคือทองคำ ให้พยุงจุดสำคัญนี้ขึ้นให้ตั้งลำได้ ต่อจากนั้นกิ่งก้านสาขาก็จะค่อยกระจายไปเอง ความชุ่มเย็นทั่วประเทศไทยของเราก็จะค่อยเป็นไป ๆ ด้วยความรักชาติ ความสามัคคี ความเสียสละของพวกเรานี้ละ นอกจากนี้ไม่มี เราอย่าไปหวังพึ่งอะไรนะ เรารักตัวของเรา มีอะไรมาเราต้องเอาตัวของเราเป็นประกัน ตายก็ตายไม่ตายก็ให้ได้ชัยชนะ ผ่านไปด้วยความปลอดภัย เอ้า ตายก็ยอมตาย นี่ก็เหมือนกันชาติไทยของเรา ความล่มจมเป็นเหมือนกับมหาภัยที่จะทำชาติไทยของเราให้จมให้ตายกันทั้งเมือง นี่แสดงว่าเป็นงานอันใหญ่หลวงมาก ทีนี้ชาติไทยของเราเรียกว่าเป็นอวัยวะของทุกคน เราก็ต้องต่อสู้กับข้าศึกศัตรู คือความจนทั้งหลายซึ่งเป็นมหาภัย ให้รอดพ้นไปได้ด้วยกำลังวังชา ความรักชาติ ความเสียสละ ความสามัคคีของเราให้พร้อมหน้าพร้อมตากัน เอาให้เต็มเหนี่ยว ให้พยุงขึ้นไปได้ แล้วเมืองไทยของเราจะชุ่มเย็นชั่วทั่วหน้ากัน ให้จำคำนี้ให้ดี

ถ้าแยกสามัคคีไม่ได้นะ แตกทันทีเลย ความสามัคคีนี้ไม่ว่าชิ้นใด ๆ ต้องอาศัยความรวมกัน อย่างคนเรานี้ ดินเป็นดิน น้ำเป็นน้ำ ลมเป็นลม ไฟเป็นไฟ ไม่ได้มาผสมกันให้มีเจ้าของผู้รับผิดชอบ คือจิตเข้าไปแฝงอยู่ในนั้นแล้ว จะเรียกว่าคนว่าสัตว์ไม่ได้เลย ดิน น้ำ ลม ไฟ มันมีอยู่ดั้งเดิม เรียกสัตว์เรียกบุคคลได้ยังไง ไม่มีใครเรียก แต่พอดิน น้ำ ลม ไฟ รวมกันแล้ว มีจิตเข้าไปเป็นเจ้าตัวการ เป็นเจ้าของเป็นผู้รับผิดชอบแล้วก็เรียกสัตว์ได้ เรียกว่าบุคคลได้ อันนี้เมืองไทยของเราก็ต้องอาศัยความพร้อมเพรียงสามัคคีกัน ถ้าแตกไม่ได้นะ ร่างกายของเราเจ็บส่วนปวดส่วนไหน เจ็บท้องปวดศีรษะ วันนั้นคนนั้นจะไม่สบายทั้งวัน.ถ้าอวัยวะสมบูรณ์แล้ว อยู่ไหนอยู่ได้สบายไปหมด นี่อวัยวะของชาติไทยเราถ้าบกพร่อง ด้วยความไม่สามัคคีกันหรือด้วยความแตกแยกไปต่าง ๆ นานา ความเห็นไปคนละทิศละทางนี้ แสดงว่าโรคภัยได้เข้าแล้วในประเทศไทยเรา ประเทศไทยเรามีวันจะจมแน่นอน

ถ้าไม่ต้องการ หาหยูกหายา ได้แก่ความพร้อมเพียง ความสามัคคี ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันมาพยุง ถ้าอันนี้มาพยุงแล้วชาติไทยของเราจะคืน เอ้า.เสียสละ เหมือนว่าวางยาลงไป หยอดยาลงไป ๆ หมอก็คือเราเป็นผู้รักษาบ้านเมืองของเราเอง ยาก็คืออุบายวิธีการของพวกเรา ที่จะพยุงกันด้วยวิธีการใดให้ต่างคนต่างช่วยกัน เมื่อเป็นอย่างนั้นแล้ว ยาหยอดลงไปคือ ความเสียสละของเรา มีมากมีน้อยเสียสละตามกำลังของเรา แล้วคนไข้คือชาติไทยของเราทั้งชาติจะฟื้นตัวขึ้นมา ๆ สุดท้ายก็แน่นหนามั่นคงเหมือนกับชาติอื่น ๆ ที่เขาดี ที่เขามั่นคงทั้งหลายนั้นแหละ เพราะอำนาจแห่งความสามัคคี จึงพากันรักความสามัคคีให้มากนะ ให้รักกัน

คนไทยเราประหนึ่งว่าเป็นอวัยวะเดียวกัน อย่าดูถูกเหยียดหยามว่าคนสกุลนั้น คนสกุลนี้ คนบ้านนั้น คนเมืองนี้ อำเภอนั้น จังหวัดนี้ คนภาคนั้น คนภาคนี้ ภาคไหนก็คือคนไทยทั่วกัน ทั่วประเทศไทย เกิดมาด้วยอำนาจแห่งบุญแห่งกรรม ไม่มีใครตกแต่งได้ เกิดขึ้นมาด้วยอำนาจแห่งบุญแห่งกรรมมาเป็นมนุษย์ด้วยกันแล้วให้รักกัน อย่าถือสีถือสา อย่าดูถูกเหยียดหยามกันซึ่งเป็นภัยอย่างร้ายแรง การดูถูกกันนี้เป็นความเสียหายมาก กระเทือนจิตใจของผู้ที่ถูกดูถูก ถูกด่าถูกแช่ง ให้พากันจำเอาคำนี้นะ แม้แต่สัตว์ไปดูถูกไปเฆี่ยนไปตีเขาเขายังไม่พอใจ มนุษย์ทั้งคนฉลาดกว่าสัตว์ทำไมจะไม่มีแก่ใจ ต้องมีจนได้ เพราะฉะนั้นการดูถูกเหยียดหยามกันนี้จึงเป็นความเสียหายอย่างร้ายแรง

ใครยกตนขึ้นว่าเก่งกว่ามนุษย์มนา ไปดูถูกมนุษย์ทั้งหลาย คนนั้นละคือมหาภัยต่อชาติ ด้วยเหตุนี้เองคนประเภทนั้นจึงอย่าให้มีในเมืองไทยของเรา ให้มีความรักกัน มีความให้อภัยซึ่งกันและกัน อย่าถือสีถือสากันอย่างง่ายดาย เช่น การขับรถขับรา ดังที่เคยพูดแล้ว ดูกัน ไม่จำเป็นจะต้องเปิดไฟแดงจ่อหน้ากันละ ทางโน้นก็มา ทางนี้ก็มา ความจำเป็นที่ควรจะหลีกกันทางไหนก็ให้ทางกันไป ธรรมดารถไปต้องหลีกทางซ้าย ถ้าทางซ้ายไม่มีรถเล็ก รถเล็กเขาไว้สำหรับข้างถนน ๆ เมื่อไม่มี เราเห็นแล้วเราก็หลีกให้เขามาได้ บางทีเขาก็รอ ๆ รอจังหวะของเราข้างหน้า พอเราเปิดโอกาสทางให้เขาเขาก็ผึงมาเลย เขาก็แซงมาเลย ๆ นี่ต่างคนต่างให้ทางกัน ให้อภัยกัน

อย่าไปถือกฎถือเกณฑ์ว่า ข้าถูกแกผิดอย่างนั้น นี่แหละตัวทิฐิมานะ อาศัยคำว่าถูกนั้นละ จะกลายเป็นความผิดขึ้นมา จากความถูกของตนด้วยทิฐิมานะนั้นแหละ นี่เสียได้นะ ถ้าต่างคนต่างเห็นว่าสมควรที่จะหลีกทางให้กัน ทางโน้นควรจะแซงก็ให้แซงมา ทางนี้หลีกทางให้ นี้เรียกว่าต่างคนต่างถูกไม่มีใครผิด กฎหมายยังมาถูกคนหนึ่งไปผิดคนหนึ่ง แล้วก็มากระทบกระเทือนกันจนได้ ถ้าเอาทิฐิมานะ เอากฎหมายออกมาอวด ถ้าเอาธรรมออกอวดแล้วไม่เป็นไร ธรรมออกอวด ทางโน้นเขาก็รอ สมมุติว่า เขามาเขารอจะแซงรถคันหน้า เรามีทางที่จะให้เขาอยู่ เราก็แยกทางเขาก็มองเห็นปั้บ เขาก็พุ่งออกมา เขาก็แซง ไม่ต้องเสียเวล่ำเวลา และมีน้ำใจต่อกัน เรามีน้ำใจต่อเขา เขาต้องมีน้ำใจต่อเรา นี้ละสำคัญ

ถ้าเราแข็งเขาก็เป็น จิตของคนเป็นอย่างนั้นละ ถ้าต่างคนต่างอ่อนหมายถึงว่าเป็นธรรมนะ คำว่าอ่อนต่อกันเรียกว่าธรรม แข็งต่อกันเรียกว่ากิเลส เป็นเปรตเป็นผีกัดกันได้ทันที ข้างถนนบนถนนไม่สำคัญ กัดกันได้หมด เก่งกว่าหมานะ หมามันยังมีช่องมีทางเข้าบ้านมันมันกัด ถ้าออกจากบ้านไปแล้วมันไม่กัด อันนี้มันกัดได้ถนนหนทาง ทิฐิมานะของมนุษย์สูงกว่าสัตว์นะ ให้ระวัง.เอาธรรมเข้าไประงับ ให้เห็นแก่ใจซึ่งกันและกันนะ อันนี้ถูกต้อง เราอย่าถือแต่กฎหมาย กฎหมายใครก็ทราบด้วยกันแล้ว กฎหมายท่านว่ายังไง ทางไหนทางถูกทางไหนทางผิด คนที่มาทางถูกย่อมมีอำนาจมากกว่าคนที่มาทางผิด คนที่ผิดนะ คนนั้นทางของเขาที่เขาจะมาเราก็รู้ว่าเขาถูกอยู่แล้ว ทีนี้เราจะไปเราก็ต้องระวัง ถ้าทางเราระวังเขาให้ทางปุ๊บ ทีนี้เราก็ไปได้สบาย ก็จบกันว่าถูกกันทั้งสองคนไปได้ราบรื่นดีงาม นี่ละความให้อภัยกัน ให้พี่น้องทั้งหลายนำไปปฏิบัติทั่วประเทศไทย อย่าเห็นแก่ตัว เห็นแก่พวกของตัว

การดูถูกเหยียดหยามกันนี้เป็นภัยอย่างร้ายแรงต่อชาตินะ คำนี้จำให้ดีทุกคน ใครจะเกิดที่ไหน ๆ เราตกแต่งเกิดเองไม่ได้ เกิดที่ไหนก็เป็นกรรมของสัตว์ ๆ ใครเกิดที่ไหนก็เป็นตัวของตัว เป็นคนของคน เป็นคนบ้านนั้นเมืองนี้ ตั้งชื่อกันไว้บ้านนั้นเมืองนี้ ก็คือคนนั่นแหละ ดีชั่วอยู่กับคน ไม่ได้อยู่กับที่บ้านที่เรือนสถานที่ อยู่กับคน ถ้าคนดีแล้วอยู่ที่ไหนดีด้วยกันหมด ไม่ว่าอยู่บ้านนอกในเมือง อยู่ในตุ่มในไห นอกตุ่มนอกไห ดีได้ทั้งนั้น อยู่ในตุ้มในไหคือยังไง เด็กเล่นน้ำในไหเข้าใจไหม มันก็สนุกของมันอยู่ในไห อยู่นอกไหมันก็สนุก นี่ละถ้าดีแล้วอยู่ไหนก็ดีหมด คนน่ะสำคัญพาให้ดี อย่าไปถือกฎถือเกณฑ์จนเกินเหตุเกินผลทำลายกันได้นะ การดูถูกเหยียดหยามอย่านำมาใช้ในเมืองไทยของเรา ซึ่งเป็นเมืองพุทธ พระพุทธเจ้าให้ความเสมอภาคไปหมด นี้ละหลักธรรมให้ความเสมอภาค

เราเป็นลูกชาวพุทธให้ความเสมอภาคในความเป็นมนุษย์ สัตว์เกิดแก่เจ็บตายด้วยกัน แล้วให้อภัยกัน สำคัญให้อภัยนะ อย่าไปถือสีถือสากันอย่างง่ายดาย อย่าดูถูกเหยียดหยามกัน อันนี้เป็นธรรมสำคัญมาก อย่าไปดูถูก แม้แต่ไปชี้หน้าเด็ก เด็กยังร้องไห้ แล้วผู้ใหญ่ดูถูกกันมันยิ่งหนักกว่าเด็กนะ อย่านำมาใช้ เราเป็นลูกชาวพุทธให้อภัยกัน ผิดถูกประการใดแนะนำกันด้วยเหตุด้วยผลนั้นถูกต้องดีงาม เอาละวันนี้เทศน์เพียงเท่านี้แหละ จะให้พร

เมื่อวานทองคำไม่ได้เลย ดอลลาร์ได้ ๒๐ ดอลล์ รวมยอดทองคำทั้งหมดที่เราได้คราวนี้นั้น ๔,๗๑๘ กิโลครึ่ง

เปิดดูข้อมูล วันต่อวัน ทันต่อเหตุการณ์ หลวงตาเทศน์ถึงเรื่องอะไร ทาง internet

www.luangta.com


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก