นี่เราก็ไม่เคยพูดอย่างนี้
วันที่ 18 มีนาคม 2537
สถานที่ : วัดป่าบ้านตาด
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :

เทศน์อบรมฆราวาส ณ วัดป่าบ้านตาด

เมื่อวันที่ ๑๘ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๓๗

นี่เราก็ไม่เคยพูดอย่างนี้

 

เราอยากเห็นอะไรไม่อยากเห็นมากยิ่งกว่าการอยากเห็นหัวหน้า หัวหน้านี่เป็นสำคัญ หัวหน้าเด็ก หัวหน้าผู้ใหญ่ หัวหน้าครอบครัว หัวหน้านักเรียน คือครูอาจารย์ หัวหน้างานแผนกต่าง ๆ จนกระทั่งถึงขั้นระดับชาติ หัวหน้าเป็นคนดีหันหน้าเข้าสู่ศีลสู่ธรรม เป็นที่ตายใจของประชาชนทั่วประเทศไทยได้ ถ้าไม่มีศีลธรรมเข้าแทรกแล้ว เป็นโจรเป็นมารทำลายชาติบ้านเมืองได้อย่างหน้าด้านนั่นเอง อาศัยตำแหน่งหน้าที่ออกฉากหน้า ข้างหลังกินเรื่อยแบบร้อยสันพันคม โจรมารทั้งหลายสู้ไม่ได้ นี่น่าทุเรศเอามากนะ บ้านเมืองจะอยู่ไปได้อย่างไร ก็เมื่อมีแต่เปรตแต่ผีกินบ้านกินเมืองอยู่รอบด้านเช่นนี้

กินทุกแห่งทุกหนนะ แผนกไหนงานใด มีกิน ๆ ๆ ตลอด บนโต๊ะใต้โต๊ะกินหมด ซอกแซกซิกแซ็กกินหมด โห พิลึกจริง ๆ นะ น่าสลดสังเวชนะ หน้าด้านด้วย พวกนี้พวกหน้าด้านด้วย บ้านเมืองจะมีอะไรเหลือ ถ้าว่าทำไปตามหน้าที่การงานก็หลีกเลี่ยง ผักชีโรยหน้า เพราะมีเงินเดือนเป็นพื้นฐานไว้สำหรับเลี้ยงชีพอยู่นี่ จะทำไม่ทำมากน้อยเพียงไรก็ไม่เห็นมีปัญหาอะไร เพราะเงินเดือนเป็นพื้น ประชาชนราษฎรเอาหัวใจเอาชีวิตจิตใจเข้าเป็นพื้นให้เหยียบย่ำไปเหยียบย่ำมาอยู่อย่างสบาย เพราะฉะนั้นใครจึงอยากเป็นแต่ข้าราชการเพราะมันง่ายมันสบายมาก เหยียบหัวประชาชนถือเป็นธรรมดาแหละ

การทำงานที่เอกชนทำงานของเขานี่หมุนตัวเป็นเกลียวเทียวนะ แต่วงราชการนี้เอื่อยอ่ายเนือยนายอืดอาด เพราะมีเงินเดือนชีวิตจิตใจของประชาชนเป็นพื้นฐาน กินอยู่ในนั้นขี้รดอยู่ในนั้นเสร็จ ดีไม่ดีไปติดต่องาน ๕ หนยังไม่สำเร็จประโยชน์กลับมา หาเรื่องอย่างนั้นหาเรื่องอย่างนี้ ต้องได้ใต้โต๊ะใต้เก้าอี้เสียก่อนตามธรรมเนียมราชการยุคดาวเทียมมันเป็นอย่างงั้น มันกินกันอย่างงั้นนะ น่าทุเรศจริง ๆ นี่นะ ว่าเราไม่รู้เหรอ ลูกศิษย์เราเต็มกระทรวง กระทรวงไหนไม่มีลูกศิษย์ไม่มีเลย คนไหนชำนาญทางไหน คนไหนรู้เรื่องทางไหน ๆ มาเข้าลิ้นชักนี้หมดเลย เพราะฉะนั้นมันถึงรู้ได้ละซิ ไม่รู้ได้ยังไง

คนดีนั่นแหละเขามาพูด คนชั่วมันไม่มาพูดแหละ วิธีกินวิธีโกงอย่างนั้นอย่างนี้แบบไหน ๆ จาระไนออกมานี้ ๓ วันไม่จบ วิธีกินวิธีโกง ไม่ใช่วิธีที่จะรักษาชาติบ้านเมืองนะ วิธีกินบ้านกินเมืองที่พูดเวลานี้ โห มันน่าทุเรศจริง ๆ ตามหน่วยงานอยู่ตรงไหน ๆ มีประชาชนราษฎรเข้าไปเกี่ยวข้องนี้ เลี่ยงตรงนั้นหลีกตรงนี้ หาอุบายอยู่นั้นแหละถ้าไม่ได้กินแล้วไม่ทำให้ ดูซิน่ะ เงินเดือนก็ให้กิน มันยังไม่พอนี่ พวกพุงหลวงพุงยิ่งกว่าภูเขา นี่เราจึงเบื่อเอาจริง ๆ นะ เอือมระอา โห ไม่ทราบว่าเป็นยังไงทำไมจึงสกปรกเอามากมายขนาดนี้ แล้วยิ่งเมืองไทยเราเป็นเมืองพุทธด้วยซ้ำ มองหาวี่แววของพุทธไม่มีเลยนะ มีแต่ยักษ์แต่ผีเต็มบ้านเต็มเมือง

ไปที่ไหนมีแต่กิน ทำไม่เป็นชิ้นเป็นอัน ผักชีโรยหน้า ทำสะเปะสะปะ แม้แต่มาทำงานในวัดแฝงกับพระก็ยังรู้ว่านิสัยสันดานนี้เป็นมาอย่างนี้ นั่นบอกแล้ว ทำพอให้แล้ว ๆ มือ ผ่าน ๆ ไปเท่านั้นแหละ ไม่ได้เป็นชิ้นเป็นอันพอที่จะให้เห็นเป็นหลักเป็นเกณฑ์ของชาติบ้านเมือง จากบุคคลผู้ทำหน้าที่แทนชาติบ้านเมือง มันเป็นอย่างนั้น นี่ถึงว่าเมืองไทยใครก็อยากเป็นแต่นาย ๆ คน มันสบายแสนสบายได้เหยียบหัวประชาชน เหมือนประชาชนเป็นหมาตัวหนึ่ง ๆ นี่เป็นเครื่องทดลองของขลังเขาแหละ

ใครว่าอะไรก็ว่าซิ เราไม่ได้หาเรื่องอุตรินี่ เอาความจริงมาพูดนี่วะ คนเราไม่อยู่ด้วยความจริงบ้าง ไม่ยอมรับความจริงกันบ้าง มันจะมีอะไรเหลือในโลกอันนี้ มีแต่ของจอมปลอมเต็มบ้านเต็มเมืองมันเหลือได้ยังไง ไม่เหลือ ฉิบหายหมด หน้าที่การงานนี้เหลว ๆ ไหล ๆ เหลาะ ๆ แหละ ๆ ทำไปอย่างนั้นแหละ แบบผักชีโรยหน้า ๆ ไม่ได้มีจริงมีจังอะไร เรื่องมันจริงมันจังมันอยู่ฉากหลังต่างหากนี่ อันนั้นจริงจังมาก พอบีบบีบ พอมัดมัดเอาเลย ไม่ได้เท่านั้นไม่ให้ไม่ทำ เวลาก็ไม่มีพอ เรื่องนั้นเรื่องนี้หาอยู่นั้นแหละ พวกปอบเป็นอย่างนั้น ปอบกินตับประชาชน เขาว่าข้าราชการ ๆ ว่าเป็นเจ้าเป็นนายเราน่ะภูมิใจ บทเวลาสะแตกตับประชาชนเขารู้กันทั้งแผ่นดิน เขาไม่ว่าอะไรเขาทนเอา ปล่อยให้สะแตกไปอย่างนั้น

การพูดอย่างนี้เราไม่ได้พูดทุกรายนะ พูดเฉพาะรายมันเป็นอย่างที่ว่า มันมีอย่างนี้จะให้ว่ายังไง เหล่านี้แหละที่มันทำลาย พวกคนดีเขาไม่ได้ทำลายจะไปว่าให้เขาทำไมคนดี เราก็หาคนดีของดีอยู่แล้ว ไปว่าให้เขาทำไมคนดี ก็ว่าคนที่มันเลวที่มันกดถ่วงชาติบ้านเมือง ทำลายชาติบ้านเมืองนั่นซิ มีมากเท่าไรยิ่งเหลวยิ่งแหลกไปหมด โห น่าทุเรศจริง ๆ นะ มันไม่ได้หน้าได้หลังอะไรทำอะไรคนจำพวกกาฝากนี่ มีแต่กัดแต่เเทะบ้านเมืองตลอด

ทำตามหลักวิชานั้นหลักวิชานี้ ครั้นเวลาไปทำไม่เห็นทำตามหลักวิชา ตาสีตาสามองดูก็รู้งานนั้น ๆ ตาสีตาสาไม่มีหลักวิชามองดูมันขวางตาก็รู้ อันไหนผิดอันไหนถูก แต่นักวิชาการทำไมไม่รู้ มันทำพอให้แล้วมือไปนั้น เรื่องวิชามันรู้แต่มันไม่ทำตามนั่นซี พวกประชาชนเขาจะตาย ดิ้นอยู่ทั่วประเทศเขตแดน ปากกัดตีนถีบถึงขนาดนั้นก็ยังไม่พออยู่พอกิน ติดหนี้ติดสินพะรุงพะรัง ผู้สนุกยิ่งสนุกกินแบบไหนต่อแบบไหนแสนปลิ้นปล้อนหลอกลวง คดโกงรีดไถสารพัด กินได้ทั้งนั้น ร้อยสันพันคมคือพวกนี้แหละ อาศัยอำนาจหน้าที่อยู่ฉากหน้า สะแตกอยู่ฉากหลังกินบ้านกินเมืองอยู่ฉากหลังนี่ซีที่มันน่าทุเรศมาก

นี่เราก็ไม่เคยพูดอย่างนี้ วันนี้เรื่องสัมผัสที่ควรจะพูดก็พูดบ้าง เราในฐานะที่ทำประโยชน์ให้ชาติบ้านเมืองคนหนึ่งแทบเป็นแทบตายเหมือนกัน เราอยากเห็นหัวหน้า ๆ ที่ทรงอรรถทรงธรรมเป็นหลักเป็นเกณฑ์แก่ผู้น้อย ๆ บ้าง นี่มันไม่เห็น ใหญ่เท่าไรยิ่งเหลว ๆ น่ะซี แล้วจะยึดที่ไหนเกาะที่ไหนมีแต่พัง เกาะใหญ่เท่าไรยิ่งพังใหญ่ แล้วจะทำยังไงบ้านเมืองเมื่อเป็นอย่างนั้น

ถ้าเดินไปในวัดก็ไปเที่ยวดูเถ่อ เดินอืดอาด ๆ โห เจ้ายศ เดินเข้าไปในวัดเป็นเหมือนกับว่าไปมองดู ไปตรวจตราพาชีพระเหล่านี้เป็นยังไงนู่นน่ะ กิริยามารยาทเป็นยังไง เราเป็นผู้ตรวจการแผ่นดิน ตรวจการพุทธจักร ไม่รู้ตัวเลยว่าพระดูตับอยู่น่ะ ตับเขามีหรือไม่มี มีแต่ตับพระนั่นเหรอ พระก็ดูตับคนได้เหมือนกันนี่วะ ทำไมพระจะดูตับคนไม่ได้ พระดูตับคนยิ่งดูได้ง่ายยิ่งกว่าคนดูตับพระ เอ้า พูดให้ถึงเหตุถึงผลอย่างนี้ นอกจากท่านจะพูดหรือไม่พูดเท่านั้นแหละ มานี่ โอ๋ย สลดสังเวช

ก้าวเข้ามาในวัดนี่ ทำท่าทำทางผึ่งผาย พวกเจ้าใหญ่นายโตมาพวกเจ้าอำนาจวาสนา ดูหัวใจมันเหมือนกับไฟเผาแสดงเปลวขึ้นจรดเมฆนู่น มันไม่ได้ดูนะ มันดูนู่นมันอ้าปากดูด้วยว่าตัวฉลาดนะ อ้าปากดู คนฉลาดจะอ้าปากดูอะไร งับปากดูซิ พูดแล้วมันทุเรศนะ พระดูโยมท่านมีหูมีตาเหมือนกันทำไมดูไม่ได้ดูฆราวาสญาติโยม ดูไปได้รอบด้านนี่ว่าไง ตามีหูมีทำไมดูไม่ได้ ตาเขามีเขาดูตาเรามีทำไมดูไม่ได้วะ

มาวัดมาวานี้ แหม เราไม่อยากให้เข้าวัดคนแบบนี้ว่างั้นเลย มันหนักศาสนาหนักวัดหนักวา ถ้าขืนให้มีแบบนี้มาก ๆ แล้วพระเณรแตกวัดหนีหมด มันจะเป็นเจ้าอำนาจวาสนาเป็นนายพระละซิ หนักเข้า ๆ ก็เป็นนายพระ ใครจะมาไม่มาจะเป็นอะไรบิณฑบาตมากินวันหนึ่ง ๆ ได้ข้าวมาทัพพีสองทัพพีพอแล้ว ไม่อยากให้มาทำสกปรกวัดวา พวกนี้พวกสกปรก พวกเจ้ายศเจ้าศักดิ์ ก็ยศของกิเลส มันวิเศษวิโสอะไรยศของกิเลส ถ้ายศของธรรมแล้วไม่ยกไม่เหยียบไม่มีเรื่องอะไร ถ้าอานุภาพของกิเลสนี้แสดงจรดเมฆโน่น ถ้าเป็นธรรมนะเอาเข้าในผ้าขี้ริ้วห่อไว้ก็แสดงรัศมีออกมาจนได้แหละ ถ้าเป็นขี้เอาผ้าห่อทองคำมาห่อไว้มันก็แสดงกลิ่นออกมาจนได้แหละ

โห มันทุเรศจริง ๆ นะ ตั้งยศตั้งศักดิ์ให้แทนที่จะเป็นเครื่องประดับบ้านประดับเมืองให้เป็นที่เคารพบูชากราบไหว้ เป็นที่ตายใจของผู้น้อย กลับเป็นเปรตเป็นผีเป็นยักษ์เป็นมาร เป็นผู้ทำลายชาติบ้านเมืองแหลกเหลวไปหมด เพราะอำนาจแห่งยศถาบรรดาศักดิ์นี้มันทำลาย นั่นซีตั้งให้รู้เนื้อรู้ตัวกลับเป็นบ้าลงไปอีก ๒ ชั้น ๓ ชั้น นี่ซิมันน่าทุเรศนะ

ผู้น้อยก็ไม่ทราบจะเดินตามใคร ผู้ใหญ่ไม่เป็นท่าแล้วเด็ก ๆ จะเดินตามใคร เริ่มตั้งแต่ในครอบครัวไป พ่อแม่ก็โกโรโกโสไปแบบหนึ่ง ต่างคนต่างเป็น ๆ ต่างครอบครัวต่างเป็น แล้วเด็กเกาะใคร เกาะก็เกาะแต่เรื่องโกโรโกโสนี่ซิ ไปโรงเรียนหรือก็มีแต่เด็กแบบเดียวกันในโรงเรียน ครูก็ครูแบบเดียวกันในโรงเรียน เอาหลักเอาเกณฑ์มายึดให้เป็นขื่อเป็นแปของบ้านของเมืองไม่ได้ พิจารณาซิถ้าว่าเราหาเรื่อง เอ้า เข้าไปในวงราชการงานเมือง ก็เป็นแบบนั้น ๆ ทั่วประเทศไทย ไหนแบบบ้านแบบเมืองที่จะให้เป็นจีรังถาวรแน่นหนามั่นคงอยู่ตรงไหน เมื่อมันมีแต่อย่างนี้แล้ว ไม่มี มีแต่ฉิบหายนั่นแหละ

วันนี้พูดเท่านั้นแหละ


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก