ขอให้รัฐบาลวินิจฉัยใหม่
วันที่ 18 กรกฎาคม. 2547 เวลา 8:00 น.
สถานที่ : สวนแสงธรรม กรุงเทพฯ
| |
ดาวน์โหลดเพื่อเก็บไว้ในเครื่อง
ให้คลิกขวาแล้วเลือก Save target as .. จาก link ต่อไปนี้ :
ข้อมูลเสียงแบบ(Win)   วิดีโอแบบ(Win Narrow Band)

เทศน์อบรมฆราวาส ณ สวนแสงธรรม กรุงเทพฯ

เมื่อเช้าวันที่ ๑๘ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๔๗

ขอให้รัฐบาลวินิจฉัยใหม่

        

         ผู้กำกับ                 :       หลวงตาท่านอนุญาตให้อ่านนะครับ “ตัวแทนคณะสงฆ์ไทยสองรูปและฆราวาสสี่คน ได้เดินทางไปกราบนมัสการสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช เมื่อวานนี้ วันที่ ๑๗ กรกฎาคม ๒๕๔๗ เวลาประมาณ ๑๖.๐๐ น. ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ได้พบเห็นสิ่งที่น่าสังเกตดังต่อไปนี้คือ

        ๑). สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช ทรงมีพระพักตร์ที่แจ่มใส ถึงแม้จะด้วยความชราภาพ พระองค์ไม่สามารถเดินออกมาเองได้ ต้องใช้รถเข็น แต่ก็ไม่มีพระอาการใดๆ ที่แสดงให้เห็นว่า ประชวรหนัก ไม่มีแม้สายน้ำเกลือ หรือ เครื่องช่วยหายพระทัยระโยงระยางติดตามตัวแต่ประการใด

        ๒).สมเด็จพระสังฆราช ทรงรู้สึกพระองค์ดีอย่างเห็นได้ชัด มีพระอาการรับรู้และตอบสนองได้ดี ทรงกวาดสายตามองดูศรัทธาญาติโยมอย่างพินิจพิจารณา แต่การเคลื่อนไหวของพระองค์จะเป็นไปอย่างช้าๆ เมื่อโยมอุปัฏฐากเก่าแก่ของพระองค์ เข้ามากราบทูลถามว่า "จำได้หรือไม่" ท่านก็ทรงพยักหน้ารับ ซึ่งพระอาการของพระองค์ก็เป็นไปตามปกติของผู้สูงอายุวัยกว่า ๙๐ ปี

        .จากการสอบถามเจ้าหน้าที่ที่ถวายการดูแลพระองค์ พบว่า

๓.๑ ก่อนการเผยแพร่แถลงการณ์ของสำนักนายกรัฐมนตรี ไม่มีเจ้าหน้าที่คนใดจากรัฐบาลมาสอบถามถึงพระอาการของสมเด็จพระสังฆราชเลย

๓.๒ นายแพทย์ผู้ถวายการรักษาพระองค์ ไม่มีใครทราบมาก่อนเลยว่า สำนักนายกฯจะออกแถลงการณ์พระอาการสมเด็จพระสังฆราช เพิ่งได้รับฟังแถลงการณ์ดังกล่าวจากสื่อของรัฐบาลพร้อมประชาชน

๓.๓ แม้แต่นายแพทย์ผู้ถวายการรักษาพระองค์ก็ยังรู้สึกแปลกใจในเนื้อความของแถลงการณ์จากสำนักนายก เพราะมีเนื้อหาประหนึ่งว่า สมเด็จพระสังฆราชทรงพระประชวรหนักหนาสาหัสแล้ว เพราะทุกคนที่อยู่แวดล้อมพระองค์ต่างทราบความจริงดีว่า พระอาการของพระองค์ไม่ได้หนักขนาดนั้น แถลงการณ์ของสำนักนายกที่เผยแพร่ออกไป ทำให้ชาวพุทธจำนวนหลายร้อยคนรู้สึกตื่นตระหนกตกใจ ถึงกับมีผู้โทรศัพท์มาที่โรงพยาบาลจำนวนมาก เพื่อสอบถามถึงพระอาการของพระองค์ด้วยความห่วงใยเนื่องจากเนื้อหาของแถลงการณ์สำนักนายกระบุราวกับว่า สมเด็จพระสังฆราชทรงประชวรอย่างหนัก ราวกับเข้าขั้นโคม่าหรืออยู่ห้องไอซียู ทั้งที่ความจริงไม่ได้เป็นเช่นนั้นเลย

        ผู้มาเยี่ยมอาการพระองค์รู้สึกตรงกันกับคณะแพทย์ และเจ้าหน้าที่ที่โรงพยาบาลว่า สมเด็จพระสังฆราช ไม่ได้ทรงประชวรหนัก พระองค์ทรงมีพระสติสัมปชัญญะสมบูรณ์ ถ้าหากจะเรียกว่า "ประชวร" ก็อาจเรียกได้แต่เพียงว่า เป็นการป่วยด้วยโรคชราตามปกติวิสัยของผู้สูงวัยทั่วไป ประชาชนผู้มากราบพระองค์และผู้ที่อยู่กับความจริง จึงมีความเห็นพ้องกันว่า แถลงการณ์ของสำนักนายกฯ ดังกล่าวขัดกับข้อเท็จจริงอย่างสิ้นเชิง ไม่อาจยอมรับได้

        ๔).ทั้งเจ้าหน้าที่ และศรัทธาญาติโยมที่เข้ามากราบนมัสการพระองค์ มีความรู้สึกตรงกันว่า สมเด็จพระสังฆราชถูกอำนาจรัฐย่ำยี และมีการพูดคุยกันทั้งในวงในและวงกว้างจากผู้มากราบพระองค์ว่า เมื่อไหร่รัฐบาลจะเลิกกระทำการย่ำยีต่อพระองค์เสียที นายกทักษิณทำไมไม่จัดการเด็ดขาดกับนายวิษณุเสียที และที่พูดกันมาก ก็คือคิดว่านายกฯ น่าจะมีผลประโยชน์ร่วมกันหรือมีลับลมคมในอะไรเป็นพิเศษกับนายวิษณุ จึงปล่อยให้เหตุการณ์เสียหายได้ถึงขนาดนี้”

         หลวงตา       :       เราจ่ออยู่แล้ว จ่อตรงไหนไม่ผิด เอาธรรมจ่อมันผิดไปไหน เรายังบอกยังจะจับเข่าฟัดกันกับนายกฯ เอ้าเอาจริงๆ เราไม่เหมือนใครนี่ เมื่อถึงกาลเวลาที่จะนั้นแล้วไม่ยกครู เราไม่ยกครูละ เปรี้ยงเลยเชียว เรื่องธรรมจะไม่มีอะไรมาสูงมีต่ำละน่ะ

         ผู้กำกับ        :       คำข้อแก้ตัวของวิษณุไม่ต้องอ่านนะครับ

         หลวงตา       :       อ่านหาอะไร มันจะแก้ตัวไปวันยังค่ำนั่นละ คนเคยแก้ตัวมันจะแก้ตัวไปวันยังค่ำ ใบไม้ตกแคร็กลงมาก็นึกว่ามีเรื่องเข้ามาก็แก้ตัว ก็ใบไม้แห้ง เข้าใจไหม ใบไม้ตกลงมาก็นึกว่ามีเรื่องเข้ามา แล้วก็แก้ตัวกับใบไม้แห้ง ใบไม้แห้งหล่นลงมาเฉยๆ นึกว่ามีเรื่องว่างั้นเถอะ

อ.รัตนา        :       หนังสือพิมพ์ไทยรัฐวันนี้เจ้าค่ะ ลงเกี่ยวกับรัฐดันเกมส์พระราชกำหนดผ่าตั้งสังฆราช ให้อำนาจมส.เลือกราชาคณะทำหน้าที่แทน รัฐบาลผ่าทางตันแก้วิกฤตสงฆ์ ปลดเงื่อนตายแต่งตั้งผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช ออกพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ เพิ่มเติมวรรคสองมาตรา ๑๐ ให้ตั้งบอร์ดมหาเถรสมาคม แล้วเลือกสมเด็จพระราชาคณะมาเป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชกันเอง ด้านแกนนำพระป่าชี้เป็นข่าวดี และเป็นธรรมต่อสงฆ์ทุกฝ่าย ประกาศยุติการเคลื่อนไหว ขณะที่ตัวแทนสงฆ์ธรรมยุต ๑๙ จังหวัดอีสานขานรับทางออกของรัฐบาล กรณีปัญหาความขัดแย้งในการแต่งตั้งผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช หลังจากที่สมเด็จพระพุฒาจารย์ วัดสระเกศ สิ้นสุดวาระการดำรงตำแหน่งไปเมื่อวันที่ ๑๕ กรกฎาคมที่ผ่านมา และรัฐบาลกับมหาเถรสมาคมยังไม่ได้พิจารณาแต่งตั้งพระราชคณะรูปใดขึ้นมาทำหน้าที่แทน

ขณะที่สำนักนายกรัฐมนตรีมีแถลงการณ์ เกี่ยวกับพระอาการพระประชวรของสมเด็จพระสังฆราชออกมาว่า อาการประชวรบางโรคยังคงทรุดลงและให้งดปฏิบัติศาสนกิจจนกว่าพระอาการจะดีขึ้นนั้น เกี่ยวกับความคืบหน้าในเรื่องนี้ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อวันที่ ๑๗ กรกฎาคมว่า ในที่สุดรัฐบาลได้ตัดสินใจ เลือกผ่าทางตันในปัญหาดังกล่าวแล้ว ด้วยการเสนอออกพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ.๒๕๐๕ แก้ไขเพิ่มเติมพ.ศ. ๒๕๓๕ แก้ไขเพิ่มเติมพ.ศ.๒๕๔๗ ในหมวดหนึ่งสมเด็จพระสังฆราชในมาตรา ๑๐ วรรคสี่ ระบุว่าในกรณีที่สมเด็จพระสังฆราชมิได้ทรงแต่งตั้งผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนตามวรรคสาม หรือสมเด็จพระราชาคณะซึ่งได้รับแต่งตั้งให้ปฏิบัติหน้าที่แทนสมเด็จพระสังฆราช ไม่อาจปฏิบัติหน้าที่แทนสมเด็จพระสังฆราชได้ ให้นำความในวรรคหนึ่งและวรรคสองมาบังคับใช้โดยอนุโลม

ทั้งนี้ในวรรคหนึ่งของมาตรา ๑๐ ระบุว่า ในเมื่อไม่มีสมเด็จพระสังฆราชให้สมเด็จพระราชาคณะผู้มีอาวุโสสูงสุดโดยสมณศักดิ์ เป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชนั้น ไม่มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงเพิ่มเติมแต่อย่างใด แต่ในวรรคสองของมาตรา ๑๐ ได้มีการแก้ไขเพิ่มเติม โดยของเดิมระบุว่า ถ้าพระราชาคณะผู้มีอาวุโสสูงสุดโดยสมณศักดิ์ ไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ให้กรรมการมหาเถรสมาคมที่เหลืออยู่ เลือกสมเด็จพระราชาคณะรูปหนึ่งผู้มีอาวุโสสูงสุดโดยสมณศักดิ์ รองลงมาตามลำดับ และสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ เป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชนั้น รัฐบาลได้เสนอเนื้อหาเพิ่มเติมในส่วนนี้คือ  หรือให้มีคณะกรรมการมหาเถรสมาคมขึ้นมาชุดหนึ่ง และให้คณะกรรมการมหาเถรสมาคมเลือกสมเด็จพระราชาคณะรูปหนึ่งขึ้นมา เป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช สำหรับความคิดเห็นเกี่ยวกับการออกพระราชกำหนดเพิ่มเติม พระราชบัญญัติสงฆ์ในครั้งนี้ พระธรรมสิทธิเวที กรรมการมหาเถรสมาคม วัดสระเกศ กล่าวว่า การแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติคณะสงฆ์เป็นเรื่องของรัฐบาล มีเนื้อหาสาระครอบคลุมมากขึ้น น่าจะแก้ปัญหาได้ การประชุมมหาเถรสมาคมวันที่ ๒๐ นี้ น่าจะได้ข้อยุติเกี่ยวกับการแต่งตั้งผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช ด้านพระครูอรรถกิจ นันทคุณ เจ้าอาวาสวัดดอยลับงา จังหวัดกำแพงเพชร แกนนำคณะศิษยานุศิษย์หลวงตามหาบัวกล่าวว่า พระราชกำหนดที่รัฐบาลดำเนินการถือเป็นข่าวดีของคณะสงฆ์ เป็นบิ๊กเซอร์ไพรส์ออกมาเพื่อคลายวิกฤตการณ์ความขัดแย้ง เป็นธรรมต่อสงฆ์ทุกฝ่าย เนื่องจากเนื้อหาที่แก้ไขเพิ่มเติม เป็นการเปิดโอกาสให้สมเด็จพระราชาคณะเลือกผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชเอง โดยที่ไม่ต้องดำเนินการทางกฎหมายที่กำหนดไว้แต่เดิม ถ้าสมเด็จรูปที่หนึ่งปฏิบัติไม่ได้ก็ต้องเป็นรูปที่สอง ดังนั้นความขัดแย้งน่าจะได้ข้อยุติ  อย่างไรก็ตามต้องดูการประชุมมหาเถรสมาคมวันที่ ๒๐ กรกฎาคมนี้ด้วยว่า มหาเถรสมาคมจะใช้อำนาจตามพระราชกำหนดเป็นธรรมหรือไม่

ในวันเดียวกันพระเทพวรคุณ เจ้าอาวาสวัดป่าแสงอรุณ เจ้าคณะภาคเก้าธรรมยุต ให้ฐานะตัวแทนกรรมการบริหารคณะสงฆ์ธรรมยุตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ๑๙ จังหวัด ได้มีหนังสือถึงมหาเถรสมาคมสนับสนุนและเห็นชอบ การแต่งตั้งผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช โดยพระเทพวรคุณกล่าวว่า สงฆ์ธรรมยุต ๑๙ จังหวัดภาคอีสาน ระดับเจ้าคณะจังหวัด เจ้าคณะภาคเห็นด้วยที่ให้มีการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ และขอสนับสนุนให้มีการแต่งตั้งผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช เนื่องจากสมเด็จพระสังฆราชทรงประชวรควรได้รับการพักผ่อนเต็มที่

หมดเจ้าค่ะ

หลวงตา       มันมีข้อแย้งอยู่หนึ่งในพระวินัยนะ ที่ว่าให้อาวุโสๆ นี้ในพระวินัยว่า อาวุโส อายุพรรษาตั้ง ๖๐ ปี แต่คุณสมบัติไม่สามารถให้เป็นไปตามอายุพรรษานั้นก็ต้องมาขอนิสสัยและมาอยู่ในโอวาทของผู้มีอายุพรรษาเพียง ๑๐ พรรษานี้ แต่มีความสามารถ ว่างั้นในพระวินัย มีแต่อาวุโสๆ คุณธรรมไม่เข้าไปแทรกเลย ใช้ได้เหรอ พระพุทธเจ้าไม่ได้บอกว่าอาวุโสอย่างเดียวนะ ต้องมีคุณธรรมด้วย ต้องยกให้เป็นอาวุโสภันเตไปได้ ถ้าหากว่าคุณธรรมไม่สมประกอบอาวุโสลดลงทันที ดีไม่ดีอยู่กับพระที่พรรษาเพียง ๑๐  ๖๐ พรรษาก็ต้องลงมาอยู่ใต้อำนาจโอวาทของผู้ ๑๐ พรรษา นี่พระวินัยมีไปค้นดู เราไม่ได้อุตริ มีแต่อาวุโสๆ คุณธรรมไม่มีแทรกได้เหรอ ใช่ไหมล่ะ จะเอาอาวุโสเข้ามาเหยียบกันได้เหรอ พระพุทธเจ้าอาวุโสมี คุณธรรมมี นั่น ท่านว่างั้น

อาวุโสก็ตามถ้าคุณธรรมไม่มีลดอาวุโสลงทันที ควรจะเอาเข้ามาแทรกกันซิถ้าความเป็นธรรมแล้ว เอาหลักธรรมวินัยของพระพุทธเจ้าเป็นหลักซิเป็นของสำคัญ เอาโลกเป็นหลักเลอะเทอะไปหมดอย่างนี้ละ อย่างที่เขาว่าลับลมคมในอยู่เดี๋ยวนี้ อย่างที่ว่าเป็นอยู่นี่ เขาว่านายกฯน่าจะมีลับลมคมในเขาว่างั้น เราค่อนข้างเชื่อเราพูดจริงๆ นะ เพราะตัวนี้ตัวสำคัญมากเป็นเสี้ยนเป็นหนามอยู่ในวงการพุทธศาสนา ขับออกมาได้แล้วยังตีกลับมาอีก เอารัฐบาลเข้ามาเป็นโล่บังหน้า ก็ตัวเองนั้นแหละออกมา รัฐบาลทราบหรือไม่ทราบก็ไม่รู้ ฟังว่าไปอยู่ทางภาคใต้ภาคไหนก็ไม่รู้เลย เขาไล่เบี้ยเข้าไปก็ไปถึงจุดนี้ ทีนี้ก็เลยมาอุ้มกัน เราคิดว่ามาอุ้มกันว่ามีหลักเกณฑ์มา ว่างั้น แล้วเดี๋ยวนี้ทางฝ่ายที่ตามต้อนเข้าไปนี้ยังไม่เชื่อ กลัวจะเป็นลับลมคมใน แล้วอุ้มกันก็ได้

นี่ละธรรมฟังเอาซิ เราไม่ได้แน่ใจนะตรงนี้ เข้าใจหรือยังที่ว่านี่ พวกที่ตามต้อนเข้าไปนี้ตามต้อนโดยมีเหตุผลหลักเกณฑ์ เรื่องเหล่านี้เป็นมายังไง นายกรัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรีไปอยู่ทางภาคใต้ ว่างั้นนะ ไม่มีใครอยู่ มันก็หลอนหลังทำละซิข้างหลังนี่ มันหลอนหลังทำก็ได้คนเรา ขึ้นชื่อว่าขโมยแล้วต้องหลอนหลังทั้งนั้นแหละมาทำ ไม่มีที่ไหนแล้วไปเกาะรัฐบาลก็ได้ นี่เป็นคำสันนิษฐานของเรา ไปเกาะรัฐบาลให้รัฐบาลมาอุ้มเอาไว้ ว่ารัฐบาลทราบแล้วว่าเรื่องนี้มีเงื่อนหรือมีหลักเกณฑ์ อันนี้ทางการสอบสวนกันตรงนี้ยังไม่เชื่อทางรัฐบาลว่ามีหลักเกณฑ์มายังไง นอกจากจะมาอุ้มกันเฉยๆ คนหนึ่งจะเน่าเฟะแล้วก็อุ้มขึ้นมาปั้น เหยียบหัวประชาชนเท่านั้น

นี่ละภาษาธรรมฟังเอา เดี๋ยวนี้เขาไม่ได้เชื่อว่าเป็นความจริง เขาว่านายกฯนี้อุ้มวิษณุ ว่างั้นนะ เขาพูดเต็มปากไปหมดว่านายกฯนี้อุ้มวิษณุๆ มาทั่วโลกดินแดน และทั่วประเทศไทยเรา เราเป็นผู้อยู่จุดศูนย์กลางเราก็พูดตามหลักความจริงอย่างนี้ จะจริงแค่ไหนพี่น้องทั้งหลายฟังเอานะ เขาบอกว่านายกฯนี้อุ้มวิษณุว่างั้นนะเวลานี้ เฉพาะภาคใต้คราวนี้เขาไล่เบี้ยเข้าไปจนกระทั่งถึงจุด ไม่มีที่จะไปแล้วนี่ เราเข้าใจเฉยๆ ว่าไปเกาะนายกฯให้นายกฯมาอุ้ม เมื่อนายกฯขึ้นแล้วก็อำนาจใหญ่ อำนาจใหญ่มันอำนาจอุ้มกัน มันก็ไม่ใหญ่เหมือนกันนั่นแหละ เข้าใจไหม อุ้มกันก็เพื่อเหยียบชาติเหยียบศาสนาลงในขณะเดียวกันก็ได้ เข้าใจเหรอ

นี่ละประชาชนชาวไทยจึงไม่ได้เชื่อนะคำนี้ ขอให้รัฐบาลวินิจฉัยใหม่จะเป็นการดีมาก เพื่อแก้ไขความสงสัยของประชาชนเขา เขาลงในจุดที่ว่า นายกรัฐมนตรีนี้อุ้มคุณวิษณุว่างั้นนะเดี๋ยวนี้ ให้ไปพิจารณาให้ดีข้อนี้น่ะ เอาละเอาแค่นี้ละเราได้ยินมาแค่นี้ ต้องอย่างนั้นซิธรรมผางเลยไม่รอใคร รอไม่ได้ ไม่เรียกว่าธรรม ธรรมต้องลงจุดศูนย์กลางไปเลยเชียว นี่ได้ยินมาอย่างนั้นก็บอกอย่างนั้น เราไม่ไปเห็นเอง ถ้าเราเห็นเองจับมาตีหน้าผากเลย จริงๆ นะเรา ตีหน้าผากได้สบายเลย อันนี้เราเป็นเพียงได้ยินได้ฟังก็บอกตามได้ยินได้ฟังมาเท่านั้น ถ้าเราจับได้คาหนังคาเขาเอาละปึ๋งทันทีไม่ต้องถามใครละ เอาละพอ

มันเลอะเทอะไปเรื่อยเดี๋ยวนี้น่ะ เอะอะก็เอารัฐบาลมาอ้างๆ ตัวสร้างความสกปรกอยู่ในวงรัฐบาลมันไม่ได้พูดเลยนี่เวลานี้น่ะ ตัวสำคัญมีอยู่ในนั้น จะตายจริงๆ ก็ไปคว้าเอารัฐบาล เอานายกรัฐมนตรีมาเกาะ ทางนั้นจะเป็นจะตายสงสารก็เกาะกัน ก็อุ้มกัน แล้วก็เหยียบชาติ-ศาสนาเมืองไทยเราลงในขณะเดียวกันกับที่อุ้มกันขึ้นนั่นแหละ เข้าใจหรือยังนี่ ก็เราเป็นคนอุ้มชาติอุ้มศาสนาคนหนึ่งมันพอฟัดก็ฟัดกันบ้างซิ เราไม่ได้เห็นด้วยกับคนชั่ว เราเห็นด้วยกับคนดีความดีต่างหาก ตรงไปตรงมาคือธรรมนั่นเอง ถ้าว่าหลวงตาบัวพูดผิดหาหลักฐานมา เอาคอหลวงตาบัวไปตัดได้ ไม่เสียดายยิ่งกว่าการบูชาคุณพระพุทธเจ้าและอุ้มชาติไทยของเรา อันนี้เราเสียสละเต็มเหนี่ยว คอหลวงตาบัวไม่เสียดาย เข้าใจ เอาละพอ

เอะอะก็มีแต่อาวุโสๆ คุณธรรมไม่มีไม่ได้ พระพุทธเจ้าว่าอาวุโสภันเตมีคุณธรรม อาวุโสมีตามคุณธรรมของอาวุโส ภันเตมีคุณธรรมตามภันเต ถ้าอาวุโสไม่มีคุณธรรมลดลงทันที นั่นพระพุทธเจ้า ท่านไม่ว่าเอะอะก็มีแต่อาวุโสๆ อย่างเดียว ท่านมีธรรมแทรก เข้าใจแล้วนะ ทีนี้จะให้พร (สื่อมวลชนลงหลายฉบับที่นายกฯอุ้มวิษณุครับ) ทีนี้ออกแล้วออกทั่วประเทศ ก็มันเป็นอย่างนั้นเราได้ยินมาก่อน เราไม่ใช่พรวดพราดๆ ฟังทุกแง่ทุกมุม ดีชั่วเอามาบวก ลบ คูณ หาร เวลาลงแล้วลงส่วนมากเป็นอย่างนี้ทั้งนั้น เราก็ออกละทีนี้ เพราะเราไม่ได้พูดด้วยความลำเอียง ประชาชนเขามีหูมีตามีใจ เช่นเดียวกับผู้ใหญ่ ผู้น้อยก็มีหูมีตาเหมือนกัน ผิด ถูก ชั่ว ดี รู้ด้วยกัน ควรพูดยังไงเขาก็พูดๆ ที่ไม่มีที่ปรึกษาหารือ ไม่มีที่ร้องทุกข์หรือเล่าให้ฟังเขาก็มาเล่าให้ฟัง หูเรามันจะแตกเอานะ ได้ยินเรื่องราวทั้งหลายนี้เข้ามาเก็บไว้ๆ เอามาพิจารณาๆๆ แล้วเก็บไว้ๆ จนกระทั่งถึงคราวมันควรจะออกมากน้อย อย่างเมื่อเช้านี้ออกแล้วเข้าใจไหม นี่เก็บมาไว้ ออกตามเวลาที่ควรออก ที่ยังไม่ออกก็มีเวลานี้ยังเก็บไว้

ที่เราพูดให้พี่น้องทั้งหลายฟังตะกี้นี้ เรารับเสียงจากประชาชนเข้ามาในหัวใจเรา โดยเขาเคารพนับถือว่าเราไม่เอนไม่เอียง เราเป็นธรรม เขาก็ร้องทุกข์เข้ามาตามแง่ต่างๆ ที่เป็นความคิดของเขา เราก็นำเรื่องของประชาชนออกพูด เราก็ไม่เอียงใครทั้งนั้นเหมือนกัน เช่นอย่างที่พูดเกี่ยวกับเรื่องนายกฯก็ดี วิษณุก็ดี ก็พูดตามเรื่องของประชาชนเขาวิพากษ์วิจารณ์กัน เราก็พูด ถ้าจะเป็นความเป็นธรรมแล้วให้รีบแก้ไขจุด ที่เขาตำหนิติเตียนเสีย บางรายเขายังออกป้างๆ ก็มีว่า นายวิษณุนี้มีคุณค่ามากยิ่งกว่าชาติกว่าศาสนาในเมืองไทยเราขนาดไหน วิษณุจึงต้องใช้อำนาจป่าเถื่อน ใช้มาตลอดเวลาจนกระทั่งบัดนี้ เวลานี้ก็วิษณุละอยู่ในนามรัฐบาล เอาออกมาอวดมาอ้างอยู่เวลานี้ วิษณุเก่งขนาดไหน นี่ประชาชนเขาวิพากษ์วิจารณ์ เก่งกว่าชาติเก่งกว่าศาสนาของชาติไทยเราเหรอ นี่ก็น่าจะคิดเราก็ดี วิษณุมีคุณค่าขนาดไหน ชาติศาสนามีคุณค่าขนาดไหน ทำไมจะเอาวิษณุขึ้นมาใหญ่กว่าชาติกว่าศาสนา ไม่สมควรอย่างยิ่ง นี่ก็เป็นคำวิพากษ์วิจารณ์ คำร้องทุกข์ให้เราทราบ เราก็พูดตามเรื่องความจริงนี้นะ ได้ยินมาอย่างนี้พูดอย่างนี้ เอาละพอ ก็พูดตามความจริง

 

ชมถ่ายทอดสดพระธรรมเทศนาของหลวงตาตามกำหนดการ ได้ที่www.Luangta.com หรือ www.Luangta.or.th

 


** ท่านผู้เข้าชมทุกท่านโปรดทราบ
    เนื่องจากกัณฑ์เทศน์บางกัณฑ์มีความยาวค่อนข้างมาก ซึ่งจะส่งผลต่อความเร็วในการเปิดเว็บไซต์ ขอแนะนำให้ทุกท่านได้อ่านเนื้อหากัณฑ์เทศน์บางส่วนจากเว็บไซต์ และให้ทำการดาวน์โหลดไฟล์กัณฑ์เทศน์ที่มีนามสกุล .pdf ไปเก็บไว้ในเครื่องของท่านแทนการอ่านเนื้อหาทั้งหมดจากเว็บไซต์

<< BACK

หน้าแรก